มันตราแห่งคมมีดที่กรีดผ่านกาลเวลา

ตอนที่ 2 : ราชินีผู้เย็นชา เจ้าชายผู้อบอุ่น และคมมีดที่กรีดผ่านกาลเวลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    17 ส.ค. 53

 

(องก์ที่1)

ราชินีผู้เย็นชา เจ้าชายผู้อบอุ่น และคมมีดที่กรีดผ่านกาลเวลา

 



            อียิปต์ยามนี้ร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟด้วยเหตุว่าราชินีองค์ใหม่ เพทราไม่ปรารถนาที่จะอภิเษกกับผู้ใดเพื่อเถลิงยศ ฟาโรห์  บัลลังก์ที่ไร้ฟาโรห์หอมหวานนักสำหรับชนเผ่าน้อยใหญ่ บัดนี้อียิปต์อันรุ่งโรจน์ถูกปิดล้อมด้วยกองทัพศัตรู กระนั้นแล้วราชินีก็มิใส่ใจ เสียงร่ำลือสาปแช่งก่นระงม

 

            ราชินีมีโองการ พระนางผู้หลงใหลในคมเหล็กเย็นชา กล่าวว่าแม้นผู้ใดนำมีดสั้นที่ทรงปรารถนามาถวาย จักยกบัลลังก์อียิปต์ให้โดยดุสดี

 

ผู้คนต่างร่ำลือเรื่องมีดสั้นวิเศษของราชีนิ โอ..เพียงแค่มีดสั้นเล่มเดียวก็จะได้ครองแผ่นดิน โอ..ช่างอัปยศเหลือเกินอียิปต์เอ๋ย น่าเวทนาเหลือเกินอียิปต์เอ๋ย

 

            กระนั้น..ราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ผู้คนสารทิศหลั่งไหลนำมีดสั้นมากมายบ่ายหน้าเข้าวังหลวงทว่ามิเคยมีผู้ใดกลับออกมา ความตรึงเครียดแผ่ทวีเมื่อเวลาผ่านไปผู้คนจึงตั้งคำถาม นี้หรือจะเป็นเล่ห์ลวงของราชินี?

 

            เย็นย่ำสนธยาท้องฟ้าสีส้มราวกับถูกไฟเผาผลาญ กลางท้องพระโรงศิลาอันวิจิตรปรากฏร่างของนักเดินทางในชุดคลุมสีขาวยาวจรดปลายเท้าสองมือประคองห่อผ้าที่คลุมมีดสั้นเล่มหนึ่งมั่น นักเดินทางยืนสงบเบื้องหน้าบัลลังก์ทองคำ เงยหน้ามองหญิงสาวที่นั่งอยู่เบื้องบน นางผู้นั้นมีผมและดวงตาสีดำสนิทราวกับท้องฟ้าเที่ยงคืนที่ไร้สิ้นแสง สีดำที่ไม่คุกคามแต่ไม่อ่อนโยน สีดำอันไร้ซึ่งประกายแต่ไม่มัวหมอง

 

นักเดินทางเอ๋ย เจ้าเป็นคนสุดท้ายแล้วนะ   เสียงนั้นเย่อหยิ่ง ทรงอำนาจ และกระจ่างใสราวระฆังแก้ว เจ้านำมีดที่ข้าตามหามากำนัลข้า ราชินีเพทราใช่หรือไม่? ” 

            ราชินีวาดมือไปด้านหน้า จงดูเถิดเหล่ามีดสั้นที่งดงามเหล่านี้ไม่มีอันใดเป็นมีดสั้นที่ข้าปรารถนา

 

รอบบัลลังก์ปรากฏมีดสั้นนับร้อยเล่ม มีดเหล่านั้นบ้างทำจากทองคำ บ้างทำจากงาช้าง ประดับเพชรพลอยเลอค่า สีสันรูปร่างงดงาม คมมีดสีเงินสะท้อนแสงคบเพลิงเป็นกระกายไหวระริกแทบเท้าพระราชินี นักเดินทางหรี่ตาลงพร้อมกับแน่ใจว่าคมมีดพวกนั้นล้วนมีคราบสีดำสนิทเกรอะกรัง แน่นอนว่ามันคงเคยเป็นสีแดงมาก่อน สีสันของชีวิตของผู้ที่นำบรรดามีดสั้นมาถวาย ทำให้ตระหนักว่าทำไมถึงไม่เคยมีผู้ใดกลับออกมา ราชินีผู้แสนเย็นชาเก็บคมมีดไร้ชีวิตไว้ข้างกาย และผลักไสผู้คนที่เปี่ยมชีวิตห่างไกล

 

นักเดินทางสะบัดผ้ากำมะหยี่สีแดงที่คลุมมีดสั้นออก เผยให้เห็นคมดาบเป็นประกายสีรุ้ง ด้ามของมันเป็นสีดำสนิทประดับด้วยอัญมณีหกเหลี่ยมสีแดงเม็ดใหญ่ ล้อมกรอบด้วยหินสีม่วงแปลกตา มีดนั้นยาวประมาณ 2 ฝ่ามือ ใบมีดเรียวยาวสะท้อนประกายเจ็ดสีในดวงตาของราชีนี

 

งดงามนัก

 

เพทรายิ้มพอใจพร้อมก้าวลงมารับมีดไว้ในมือด้วยตนเอง นักเดินทางสังเกตเห็นมือขวาของราชินีพันไว้ด้วยผ้าลินินสีขาวยาวจรดข้อมือแน่นหนา เป็นที่แปลกตานัก

 

ราชินีประคองมีดอย่างรักใคร่ ยิ้มพรายราวเทพีผู้เมตตา พลันเสียงข้าราชบริพารทั้งหลายสบถอื้ออึงบางคนถึงกับเบือนหน้าทั้งที่ภาพตรงหน้างดงามราวภาพฝัน

 

เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีดสั้นที่เราตามหาเป็นเช่นไร? ”  เพทราถามพลางวาดปลายนิ้วลงบนใบเหล็กคมหากนางออกแรงมากกว่านี้เพียงนิด นิ้วสีขาวนั่นคงถูกย้อมด้วยสีแดงของเลือด

 

ในคัมภีร์โบราณกล่าวไว้ มันคือสมบัติแห่งเทพ เสียงราชินีหวานบาดหู

 

            สมบัติแห่งเทพ? ท่านใช้สิ่งใดมาพิสูจน์เล่าว่ามันมิใช่ของมนุษย์ธรรมดา? ” นักเดินทางถามน้ำเสียงไร้อารมณ์ ราชินีเพทราเพียงยิ้มแล้วตอบกลับด้วยความเย็นชา

 

ตัวเจ้ายังไงล่ะ!

 

            ฉั่วะ!

ราชินีวาดมีดแหวกอากาศมันตัดผ่านใบหน้าของนักเดินทาง อารามตกใจทำให้ผ้าคลุมหน้าร่วงหล่น ปรากฏดวงตาพิสุทธิ์จ้องมองราชินี นักเดินทางคือเนเฟอร่านั่นเอง!

 

            แกว้ก!!   เหยี่ยวคู่ใจเนเฟอร่าโฉบเข้ามาอย่างมุ่งร้าย

 

ไม่เป็นไรเฮรู อย่า!   เนเฟอร่าร้องเรียกก่อนเหยี่ยวสีขาวจะบินถลาสงบลง

 

            โอ อามุนเร นี่แหล่ะที่ข้าเพียรตามหา คมมีดที่กรีดผ่านกาลเวลา เพทราตะโกนด้วยความปิติ

 

เมื่อเหลียวมองบรรยากาศโดยรอบเนเฟอร่าก็ต้องตะลึง เธอมองเห็นรอยแยกคมกริบของอากาศราวกับมันถูกตัดขาด ภาพของตัวเธอเองที่ถูกแบ่งเป็น2ส่วน และภาพของราชินีที่กำลังฟาดมีดลงมา เปลวไฟที่เคยไหวระริกหรือแม้แต่สายลมก็หยุดนิ่ง เธอและเพทรา ถูกแยกออกมาจากห้วงมิติเวลา เธอจ้องมองเพทราที่กำลังหัวเราะร่า จ้องลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทนั้น

 

ดูท่าเจ้าคงจะต้องไปพร้อมข้าเสียแล้วกระมัง นักเดินทางเอ๋ย เพทรากล่าวนึกสนุกมิได้ร้อนใจเลยว่าตนจะเป็นผู้คร่าชีวิตตรงหน้าหากมีดสั้นเล่มนี้มิได้กรีดผ่านมิติเวลา

 

ในเสี้ยววินาทีแสงสีรุ้งเจิดจ้าราวกับน้ำเชี่ยวทะลักทลายออกมาจากรอยแตกนั้นเข้าครอบคลุมหญิงสาวทั้งสองและเฮรูไว้ ยามที่ถูกกลืนหายไปในธารแสงเนเฟอร่าบ่นด้วยความหมั่นไส้ปนระอา

ท่านอนูบิส!

 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 


          เคฮ์เฟรนกำลังตกตะลึงระหว่างที่เขาและเพื่อนสนิทเมอร์เซ็ทกำลังหลบหนีจากทหารอียิปต์ พลันท้องฟ้าสีส้มยามเย็นก็ปริแยกออก รอยปริคมนั้นลากยาวลงมายังพื้นดินเบื้องหน้าชายหนุ่มทั้ง2 จากนั้นร่างของหญิงสาว2นางก็ถูกผลักออกมา เคฮ์เฟรนอ้าแขนรับคนนึงไว้ด้วยปฏิกิริยา ในขณะที่เมอร์เซ็ทก็รับอีกร่างหนึ่งไว้เช่นกัน

 

สตรีในอ้อมกอดของเคฮ์เฟรนแต่งชุดผ้าลินินขาวบริสุทธิ์ ข้อมือข้อเท้าประดับกำไลทองคำอย่างชนชั้นสูง นัยน์ตาสีดำคมนั้นเหยียดมองเขาประเมินค่า

 

เพทรา   เรียวปากสีส้มอ่อนเอ่ยอย่างไว้ตัว

 

อะไรนะ? ”  เคฮ์เฟรนกล่าว ใบหน้าอ่อนโยนฉายแววฉงน

 

นามของข้าคือ เพทรา ส่วนอีกคนนั้นคือเพื่อนร่วมทางของข้า   เพทราพูดพลางหันไปยิ้มสดใส ส่งสายตาเป็นเชิงยิ้มเย้าให้อีกฝ่ายแนะนำตัว นางคือ........

 

เนเฟอร่า หญิงสาวในอ้อมแขนเมอร์เซ็ทเอ่ยเรียบๆ แววตาของนางอ่อนโยนกว่าเพื่อนนัก เนเฟอร่าผละจากอ้อมกอดที่ช่วยประคองเธอไว้ เหลียวมองท้องฟ้าเห็นเหยี่ยวสีขาวบินวนไม่ห่างก็โล่งใจ เฮรูปลอดภัย ถ้าไม่เช่นนั้นเธอจะกลับไปหาความกับเทพสักองค์!

 

เนเฟอร่าหันกลับมามองชายหนุ่มทั้งสอง คนหนึ่งยิ้มละไมผมและดวงตาของเขาเป็นสีน้ำตาลอ่อนทอประกายกับแสงสีส้มยามเย็นมองแล้วสบายตานัก อีกคนที่ช่วยรับเธอไว้มีรูปร่างใกล้เคียงกัน ตาของคนผู้นี้เป็นสีดำที่แปลกประหลาด สีดำนั้นใสราวลูกแก้ว บุรุษทั้งสองแต่งกายรัดกุมด้วยผ้าฝ้ายชั้นดีดูเหมือนผู้มีฐานะ เธอพิจารณาท่าทางของทั้งคู่ที่หอบเล็กน้อย เหลียวมองด้านหลังไปพลางพร้อมกระชับดาบในมือแน่น

 

กำลังหนีอะไรกันมางั้นหรือ ดูท่าทางพวกเจ้าก็สง่างามมิใช่น้อย แม้การแต่งกายมิใช่ชาวอียิปต์แต่ก็มิน่าใช่โจรทะเลทราย เพทรากล่าวอย่างรู้ใจเนเฟอร่า

 

ว่าพลางราชินีก็ดึงเนเฟอร่าเข้ามากอดไว้อย่างเอ็นดูพร้อมกระซิบ อย่าพูดเกี่ยวกับมีดสั้นเล่มนี้เด็ดขาด เสียงขู่นั้นแหบต่ำอันตรายพร้อมกดคมมีดแนบทรวงอกเต่งตึงของเนเฟอร่า นักเดินทางแห่งแสงมิได้เกรงกลัวคำขู่นั้น ถึงอย่างไรเสียเธอก็มีหน้าที่เพียงเฝ้าดูตามโองการที่ได้รับมา คิดได้ดังนี้เนเฟอร่าจึงนิ่งเฉย เพทราดูเหมือนจะพอใจในกิริยานั้น

 

นามของเราคือเคฮ์เฟรน ส่วนเพื่อนของเราคือเมอร์เซ็ท พวกเจ้ามาจากไหนหรือ ถ้าข้าตาไม่ฝาดเหมือนกับพวกเจ้าจะแหวกออกมาจากอากาศ เคฮ์เฟรนยังยิ้มอ่อนโยนน้ำเสียงของเขามิได้หวาดระแวง เหมือนเพียงถามเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป

 

โลกนี้ยังมีเรื่องน่าอัศจรรย์ใจมากมายนัก สิ่งที่พวกเจ้าเห็นก็เป็นหนึ่งในนั้น ขอเพียงรู้ว่าพวกข้ามิได้มุ่งร้าย การพบกันของเราเป็นประสงค์แห่งอามุนเร ราชินีเพทรากล่าวอย่างน่าเชื่อถือ

 

แค่พวกนางไม่ใช่ศัตรูก็น่าจะเพียงพอแล้ว เคฮ์เฟรน เมอร์เซ็ทที่เงียบมาตลอดแทรก พลางหันไปตอบคำถามเพทรา ใช่อย่างที่พวกเจ้าเห็น เราสองคนกำลังหนีการตามล่าจากทหารอียิปต์

 

พวกเจ้าไปทำสิ่งใดผิดต่ออียิปต์หรือ ฮึฮึ เพทราพูดราวไม่ใส่ใจแม้อียิปต์จะเป็นแผ่นดินของพระนางเอง เธอพิจารณาเมอร์เซ็ทครู่หนึง ชายผู้นี้แม้ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ก็มิได้อ่อนโยนเหมือนเพื่อน รอยยิ้มดูเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอกทำให้เพทรามองตรงเข้าไปในดวงตาลูกแก้วสีดำคู่นั้น หยั่งเชิง

 

ถ้าจะพูดให้ถูกอียิปต์ต่างหากที่กระทำผิดต่อเคฮ์เฟรน เมอร์เซ็ทพยักพะเยิดไปทางเพื่อน มุมปากยังคงประดับรอยยิ้ม

 

เดิมทีเนเฟอร่าตั้งใจจะเป็นแค่ผู้ชม แต่คำพูดของเมอร์เซ็ททำให้เธอขมวดคิ้ว อียิปต์ปฐพีแห่งผู้เป็นที่รักน่ะหรือกระทำผิด

           “ หวังว่าคำกล่าวนั้นคงไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอย มิเช่นนั้นทวยเทพคงลงโทษเจ้า เมอร์เซ็ท เธอกล่าว ริมฝีปากสีชมพูอ่อนนั้นเม้มแน่น

 

เพทราเบิกตากว้างขึ้นเพียงเล็กน้อยก่อนอมยิ้ม ดูเถิดตัวเธอเป็นราชินีแห่งอียิปต์ยังไม่ใส่ใจต่อคำสบประมาทนั้นเท่าหญิงสาวตรงหน้า ที่สำคัญเธอรู้สึกสนใจเรื่องของชายหนุ่มสองคนนี้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

 ผิดรึ หึหึ...จะว่าไปอียิปต์ก็ทำผิดต่อข้าเช่นกัน สนใจจะแลกเปลี่ยนเรื่องสนทนาน่าอภิรมย์หรือไม่? ” ราชินีกล่าวไม่ทุกข์ร้อน ยังผลให้ริมฝีปากของเนเฟอร่ายิ่งเม้มเป็นเส้นตรงแน่น

 

เคฮ์เฟรนสังเกตกิริยาของสองสาว พลางผ่อนลมหายใจยาว เราคือเคฮ์เฟรน ผู้สืบทอดอันดับ1แห่ง เนเคนชนเผ่าทะเลทราย

 

แล้วก็บังเอิญว่าเป็นบุตรชายของฟาโรห์แห่งอียิปต์ในเวลาเดียวกัน เมอร์เซ็ทแทรกยียวน 

            พวกเจ้าเรียกว่าอะไรนะ....องค์ชายใช่ไหม นั่นแหละองค์ชายเคฮ์เฟรนเพื่อนข้า บังเอิญเก่งกล้าสามารถเกินหน้าบรรดาองค์ชายอียิปต์ ยามนี้ใกล้ผลัดเปลี่ยนรัชกาลพวกสุนัขหวงบัลลังก์ก็ย่อมหาทางกำจัดก้างขวางคอเป็นธรรมดา หลังจากนั้นก็หันไปมองเนเฟอร่า 

            อีกอย่างนะเนเฟอร่าน้อย ข้าไม่คิดว่าจะมีเทพองค์ใดสนใจมาลงทัณฑ์คนสัตย์อย่างข้าหรอก ฮ่าฮ่า เนเฟอร่าชะงักกับคำเรียกที่ดูจะสนิทสนมขึ้นมากระทันหัน

 

พี่น้องของข้าหวาดระแวงมากเกินไป ข้าเพียงแค่ไปมาหาสู่เสด็จพ่อนับครั้งได้ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งนั้นจะนำภัยมาสู่เนเคน ตอนนี้ทหารอียิปต์ล้อมกำแพงรอบนอกเนเคนไว้แล้ว พวกข้าอยู่ระหว่างทางกลับไปสมทบกับคนในเผ่า เราต้องรวบรวมกำลังรับมือทหารอียิปต์โดยหวังว่าจะมีการสูญเสียน้อยที่สุด เคฮ์เฟรนเอ่ยเรียบๆ

 

น่าสนใจ น่าสนใจ มิใช่น้อย เจ้าไม่เพียงไม่หวังบัลลังก์ กลับไม่โกรธแค้นอียิปต์และชะตากรรมของเจ้าเลยรึ ริมฝีปากของเพทราแสยะยิ้มกว้างกว่าที่เคย มันดูบิดเบี้ยวราวกับเป็นสัญญาณของพายุคลั่งในสายตาเนเฟอร่า 

            ทำไมเจ้าไม่มอบศีรษะตนให้อียิปต์เลยเสียเล่า จะได้ไม่ต้องมีใครเสียสละอีก? ” เพทราประชดประชัน

 

ตัวข้าหวังเพียงจะยุติเรื่องนี้โดยสงบ อีกอย่างข้าไม่อาจละทิ้งชีวิตและเนเคนไปได้ ทั้งสองสำคัญกับข้าเท่าเทียมกันเคฮ์เฟรนตอบมั่นคง

 

ฟังแล้วเหมือนคนขลาดนะ แต่ก็ดีข้าชอบคนขลาดที่ฉลาดเฉลียว เพทราเปรยราวกับกำลังชื่นชมข้ารับใช้คนหนึ่งของพระนาง 

           “ บางทีถ้าข้าเสร็จธุระที่นี่แล้วข้าอาจจะช่วยให้เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องอียิปต์อีกต่อไป เธอยกนิ้วเรียวจรดริมฝีปาก กลีบปากสีอ่อนนั้นห่อตัว เจ้ารู้หรือไม่ มนตราบางบทก็ทำให้ประสาทสัมผัสเฉียบคมราวปลายมีด รู้สึกว่าข้าจะได้ยินเสียงฝีเท้านะ หลายคนเสียด้วย

 

ทันใดชายหนุ่มทั้งสองก็ตั้งท่ามีปฏิกิริยา พวกเขาก็เริ่มสัมผัสถึงแรงสะเทือนของผืนดินเช่นกัน 

           “ หมดเวลาคุยสนุกกับสาวๆแล้วล่ะเคฮ์เฟรน 10คน...ไม่สิอาจจะมากกว่านั้น กำลังมาอย่างไวเสียด้วย เมอร์เซ็ทกล่าวพลางวิ่งไปหาเนเฟอร่าคว้ามือบอบบางนั้นออกวิ่งไปอย่างเร็วทางป่าอีกด้านหนึ่ง 

                        เราแยกกันดีกว่า ข้ายกราชินีน้ำแข็งให้เจ้าแล้วกัน ฮ่าฮ่า

เมอร์เซ็ทกล่าวไม่ใส่ใจอาการชักสีหน้าของเพทรา ส่วนเนเฟอร่าแม้ประหม่าเล็กน้อยแต่ก็ยอมตามไปแต่โดยดี เธอรู้สึกว่ามือของเมอร์เซ็ทอบอุ่นคุ้นเคยอย่างไรบอกไม่ถูก เฮรูที่บินวนอยู่นานตั้งแต่แรกก็โฉบตามทั้งสองไป

 

มาทางนี้เถอะเพทรา   เคฮ์เฟรนยื่นมือไปให้ราชินี ใบหน้าของเขาเรื่อขึ้นเล็กน้อย การสัมผัสมือสตรีโดยมิขออนุญาตก่อนเป็นเรื่องที่เจ้าชายไม่เคยกระทำ เพทราจ้องดูใบหน้าอ่อนโยนคมสันนั้นพลางยิ้ม วาดมือไปวางบนอุ้งมือที่ดูแข็งแกร่งและพึ่งพาได้ แม้พระนางจะรอบรู้มนตราและหาเกรงกลัวทหารอียิปต์ไม่ อย่างไรก็ตามส่วนหนึ่งในใจพระนางกลับรู้สึกสนุกสนานพอใจที่จะได้รับการปกป้องจากเคฮ์เฟรน

 

ข้าจำชื่อของเจ้าได้ดี เคฮ์เฟรน ก่อนที่เราจะพบกันจริงๆเสียอีกพระนางยิ้มอยู่ในใจ จำได้ดีมากเกินไปเสียด้วย อยากรู้จริงว่าเจ้าจะปกป้องข้าไปถึงเมื่อไหร่กัน

 

เจ้าบาดเจ็บหรือ? ” เคฮ์เฟรนถามอย่างสงสัยหลังจากสังเกตเห็นมือของเพทราถูกพันไว้แน่นด้วยผ้าลินิน มือนุ่มนวลแน่ใจได้ว่ามิเคยทำงานหนัก นางคงเป็นชนชั้นสูงกระมัง น่าแปลกยามที่เขาไปอียิปต์มิเคยเห็นนางในบรรดาราชวงค์

 

อา ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่แผลที่มีมาแต่เกิดน่ะ มันไม่งดงามเท่าไรข้าจึงปิดไว้   เพทรากล่าวไม่ใส่ใจ พลางกระชับอุ้งมือนั้นแน่น กระตุกแขนวิ่งนำหน้าชายหนุ่ม เจ้าจะกลับไปที่เนเคนสินะ รีบหน่อยดีกว่ากระมัง

 

เธอหันไปยิ้มหวาน เกือบลืมบอกไป ที่จริงข้าก็มีธุระทีเนเคนเช่นกัน ดีจริงที่ได้คนนำทาง เสียงพออกพอใจเริงร่าทำเอาคนฟังอดยิ้มไม่ได้ ทว่าหากเจ้าชายเคฮ์เฟรนผู้อ่อนโยนตั้งใจฟังให้ลึกกว่านั้นสักหน่อย พระองค์คงสดับได้ถึงอันตรายที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น

 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 ยิ่งวิ่งป่าก็ยิ่งรกชัฏ ทางเดินขุรขระและใบหญ้าที่บาดขาทำเอาเพทรานึกเสียใจ ที่จริงเธอน่าจะอยู่รอทหารอียิปต์ ร่ายมนตร์ให้พวกมันกลายเป็นข้ารับใช้แล้วนั่งม้าเข้าเนเคนดูจะเป็นความคิดที่ดีกว่า 

           “ แฮ่ก แฮ่ก... ใบหน้างามคมพราวไปด้วยหยาดเหงื่อ เธอหอบหายใจแรงคิ้วขมวดมุ่นเมื่อมองตามเจ้าชายลูกครึ่งอียิปต์ที่วิ่งนำหน้าแล้วพบว่าเขาไม่มีท่าทีลำบากเลยแม้แต่น้อย ราวกับวิ่งเล่นอยู่ในป่าเสียเช่นนั้น เพทราเอื้อมมือซ้ายไปกุมหน้าอกแน่นมิใช่ด้วยความเหนื่อยหอบเพียงอย่างเดียวแต่พระนางต้องการจะสัมผัสมีดสั้นแสนรักที่แอบซ่อนไว้ สัมผัสของมันทำให้พระนางสบายใจอย่างประหลาด ราวกับถูกโอบอุ้มจากผืนโลก จากความร้อนที่ร้ายกาจ จากเม็ดเหงื่อเย็นเยียบที่ชโลมผิวกาย

 

อ้ะ......เพทราอุทานเบาๆ เมื่อถูกรวบเข้าไปในอ้อมกอดของเจ้าชายเคฮ์เฟรนอย่างรวดเร็ว เธอเงยหน้ามองดวงตาสีน้ำตาล สงสัย

 

ชู่ว์ ข้างหน้ามีทหารซุ่มอยู่....

เคฮ์เฟรนกระซิบแผ่วเบา ใบหน้าอยู่ใกล้ราชินีสาวเพียงคืบ เพทรารู้สึกได้ถึงลมหายใจของทั้งสองที่รินรดประสานกัน ตาจ้องตาไม่กระพริบ เธออดไม่ได้ที่จะพิจารณาจมูกโด่งคมสันเรื่อยลงมาถึงริมฝีปากเรียวยาว กลีบหยักได้รูปราวกับถูกสลักโดยจิตรกรเอก องค์ชายเคฮ์เฟรนนับเป็นบุรุษรูปงามที่หาได้ยากทีเดียว กลิ่นบุรุษที่อบอวล อ้อมกอดที่ปกป้องทำให้ราชินีรู้สึกราวกับหยดน้ำอุ่นรินรดบนร่างกายของพระนาง รดลงบนใจที่แห้งผาก มันช่าง........น่าอึดอัดเหลือแสน อารมณ์เป็นอุปสรรค เป็นตัวแปรสำคัญต่อเป้าหมาย....

 

ในขณะเดียวกันเจ้าชายก็ถูกกลืนกินลงไปในนัยน์ตาสีดำสนิทไร้ก้นบึ้งตรงหน้า คุ้นเคย โหยหา ยินดีอย่างประหลาด อบอุ่นใจราวกับมิได้อยู่กับคนแปลกหน้าที่พบเพียงชั่วยาม.....

 

“ 1..2... 2 ต่อ 2 ไม่เลวใช่ไหม   เพทราผลักตัวออกจากอ้อมกอดแผ่วเบา พิจารณาทหารอียิปต์จากหลังพุ่มไม้หนาทึบ พวกมันกำลังหาเคฮ์เฟรนอย่างเอาเป็นเอาตายสินะ ราชินีปรับอารมณ์รวดเร็วไร้ซึ่งอาการขวยเขิน อย่างไรเสียพระนางแน่ใจว่าความรู้สึกลึกซึ้งที่เกิดขึ้นมิใช่รักแรกพบแต่ประการใด เป็นแค่ความอบอุ่นที่บิดเกลียวหัวใจของเธอให้เจ็บปวดเหลือเกินเท่านั้น

 

ข้ารู้ว่าชะตาเราต้องกัน เคฮ์เฟรน อย่างไรเสียท่านก็เป็นญาติของข้า

 

เพทราแสยะยิ้มชั่วร้ายกับความคิดนั้น เธอคว้ามีดสั้นในอกกระชับ วาดมันออกมาอย่างสง่างาม แต่เยาว์วัยเพทราเข้าใจนับแต่วินาทีแรกที่เธอสัมผัสคมดาบ เธอเกิดมาเป็นนักรบมากกว่าเป็นราชินี สิ่งที่เพทราหลงใหลคืออาวุธ ใช่แล้ว...อาวุธโดยเฉพาะมีดสั้น เธอมั่นใจว่าสามารถปาดคอปลิดชีวิตทหารเลว 1 ใน 2 คนนั้นก่อนที่อีกคนจะกระพริบตาด้วยซ้ำ ง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ

 

เพทราได้ยินเสียงเคฮ์เฟรนถอนหายใจ มิใช่ตกใจแต่เป็นความชื่นชม ใช่แล้วเจ้าชายเคฮ์เฟรนชื่นชม ยามที่สาวน้อยตรงหน้าคว้ามีดสั้นออกมา ท่าทางหยิ่งผยองนั้นราวกับเทพีเซคเมตมาจุติ เทพีแห่งสงครามผู้อันตรายราวคมมีด คมมีดที่เคฮ์เฟรนหลงใหลมาทั้งชีวิต แม้เขาจะมิเคยคิดประหัตประหารผู้ใดแต่ความชื่นชมในคมดาบสีเงินเย็นเยียบนั้นราวกับความรักต้องห้าม เคฮ์เฟรนจ้องมองมีดสั้นในมือเพทราไม่กระพริบ เอื้อมมือไปคว้ามือของเพทราแนบแน่น

 

เจ็บนั่นคือความรู้สึกแรกที่ราชินีคิด มือของเจ้าชายแข็งราวคีมเหล็กมันคว้ามือของเธอไว้ ยึดแน่นราวกับโซ่ตรวนมีชีวิต แม้เคฮ์เฟรนมิได้มีเจตนาร้ายแต่เพทราสัมผัสได้ถึงบางอย่าง บางอย่างในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น รอยยิ้มน้อยๆประดับมุมปากบนใบหน้าสลักเสลานั้น วินาทีหนึ่งราวกับส่องกระจก เธอมองเห็นตนเองอยู่ตรงหน้า และเคฮ์เฟรนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

 

มันราวกับความรักที่บ้าคลั่ง เขาเอ่ยเลื่อนลอยโน้นใบหน้าแนบชิด เสียงแหบพร่ากระซิบ

 

รักที่บ้าคลั่ง...

 

เธอเอ่ยตามหลงใหล นัยน์พร่างพรายด้วยแสงสีรุ้ง ยามนี้มีดแห่งกาลเวลาคั่นกลางระหว่างริมฝีปากของทั้งสอง เธอมองเห็นภาพของเคฮ์เฟรนสะท้อนกลับมาจากใบโลหะเลื่อมเงานั้น ทั้งๆที่มันควรจะเป็นภาพของเธอ บางทีนี่อาจจะเป็นการล่อลวงของทวยเทพก็เป็นได้

 

บ้าคลั่ง และกลืนกินจิตสำนึกของพวกเรา   เคฮ์เฟรนเช่นกัน เขามองเห็นภาพสะท้อนของตนเองเป็นเพทรา ฉงนฉงายในความมหัศจรรย์นั้น เขารู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างล้นทะลักออกมาไม่ขาดสาย

 

ข้าและเจ้ า สองเสียงประสาน หลงใหลในสิ่งเดียวกัน…”

 

เพทราหลับตาลงจุมพิตแผ่นเหล็กเย็นเยียบ รู้สึกปลอดภัยเหลือเกิน หยดน้ำสีใสไหลออกมาจากหางตา อา มันเศร้าจนหัวใจหวั่นไหว มันแสนยินดีจนไม่อาจหักห้ามได้....

 

เคฮ์เฟรนไม่ต่างจากหญิงสาวตรงหน้า สัมผัสของโลหะเย็นบนริมฝีปากสร้างโลกที่หยุดชะงักชะงัน มิอาจห้ามน้ำตาที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพื่ออะไรได้....

 

“ !@#@!# ” พลันเสียงโวยวายที่ฟังไม่ได้ศัพท์ทำลายเวทมนตร์ที่สะกดหนุ่มสาวทั้งสองสิ้น ทหารอียิปต์พบพวกเขาแล้วนั่นเอง

 

ไม่เคารพเวลาส่วนตัวซะเลย ไร้มารยาทจริงพวกเจ้า   เพทราได้สติคนแรก เธอพุ่งตัวจากเคฮ์เฟรน ตวัดแขนเป็นเส้นโค้งงดงาม ปลายสุดของคมมีดนั้นกรีดลงเหมาะเจาะบนคอของทหารตรงหน้า

 

นัยน์ตาที่พร่างไปด้วยหยดน้ำของเจ้าชายสาบานได้ว่าเห็นประกายสีรุ้งแหวกอากาศ ตามด้วยเลือดสีแดงสาดกระเซ็น เก่ง! เจ้าชายชื่นชม ก่อนหยิบดาบของตนเองออกมาฟันลงไปตรงทหารอีกคนที่อ้อมมาด้านหลังหญิงสาว

 

ดูท่าวันนี้จะเป็นวันดีที่ข้าได้พบมีดแสนงาม และเจ้าของที่งามไม่แพ้กันเจ้าชายกล่าวอ่อนโยน ในขณะที่เพทรายิ้มรับหยิ่งผยอง

 

เสียงเอะอะแว่วมาแต่ไกล ทหารอีกกลุ่มคงกำลังวิ่งมา พระองค์ขยับตัว หลังชนหลังแนบชิดกับราชินี ทั้งสองเตรียมพร้อมตั้งท่ารอรับผู้ไล่ล่า บางทีกำจัดเสียให้หมดน่าจะง่ายกว่า ป่าลึกเช่นนี้พวกมันคงแยกกันตามหาเป็นกลุ่มเล็กๆ ง่ายต่อการรับมือ!

 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 


            เนเฟอร่าเดินตามเมอร์เซ็ทอย่างว่าง่าย นักเดินทางแห่งแสงรู้สึกแปลกใจ การเดินเท้าในป่ามันช่างง่ายดายเพียงนี้เชียวหรือ แม้จะเดินมาไกลเธอไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย บรรยากาศรอบชายหนุ่มตรงหน้าช่างสว่างไสวสร้างความรู้สึกปลอดภัยที่ไม่อาจโต้แย้งได้ แม้แต่เฮรูก็ถลาร่อนอย่างสงบ เนเฟอร่ามั่นใจว่าชายผู้นี้มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคย เพียงแต่ไม่สามารถกลั่นกรองมาเป็นคำพูดได้เท่านั้น

 

อีกเดี๋ยวก็จวนจะถึงเนเคนแล้ว เจ้าว่าสองคนนั้นจะเข้ากันได้ไหม   เมอร์เซ็ทถามนึกสนุก เคฮ์เฟรนน่ะเป็นพวกทื่อ จะเรียกว่าเถรตรงก็ได้ ดูเพื่อนเจ้าท่าทางจะร้ายใช่ย่อย ราวกับสิ่งมีชีวิตคนละขั้วเลยใช่ไหม ” 

            เขาหันหน้ากลับมาเอามือจับคางตนเองเคาะนิ้วใช้ความคิด ดวงตาหรี่ลงยิ้มแย้มราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์มิปาน

 

ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ประสงค์แห่งทวยเทพ ข้าเป็นเพียงผู้เฝ้าดู เนเฟอร่ากล่าวไร้ความรู้สึก

 

โห เจ้าเป็นตุ๊กตาของเทพเจ้าหรืออย่างไร อะไรๆก็เทพกำหนด ฮ่าฮ่า ถ้าใช่ก็เป็นตุ๊กตาที่น่ารักมาก  เมอร์เซ็ทสัพยอกก่อนถอยลงมาเดินเคียงข้าง โอบไหล่นักเดินทางแห่งแสงแน่น มาพี่ชายคนนี้จะช่วยให้เจ้ารู้จักความสนุกของการใช้ชีวิตเอง

 

ข้ารู้ดีว่าควรทำอะไร ข้ามาที่นี่ด้วยหน้าที่.......อีกอย่างท่านไม่ใช่พี่ข้า เนเฟอร่าแค่นเสียง

 

พี่ชาย คำนี้กระตุกใจของเธอเหลือเกิน พี่ชาย....ทั้งสอง

 

เมอร์เซ็ทไม่สนใจความเย็นชาตรงหน้า เขาหมุนตัวเนเฟอร่ามาประจันหน้าจับไหล่ของเธอไว้ด้วยมือทั้งสองแน่น ไม่รุนแรงแต่มั่นคงพอที่จะทำให้เนเฟอร่าเงยหน้ามอง

 

เจ้ายิ่งพูดข้าก็ยิ่งห่วงเจ้าจริงๆ สาวน้อย ใช่แล้วพวกเราทุกคนล้วนมีหน้าที่ที่ต้องทำให้สำเร็จ เหมือนเคฮ์เฟรนที่ต้องปกป้องเนเคน และข้าที่ต้องปกป้องเขา สิ่งสำคัญไม่ใช่ผลลัพธ์หรอก แต่เป็นวิธีการต่างหาก วิธีการที่เจ้าจะปฏิบัติหน้าที่นั้นให้ลุล่วง หากเจ้าเข้าใจมันเจ้าก็รู้จักตัวเองมากกว่าที่เคยเป็นมา เมอร์เซ็ทกล่าวจริงจังรอยยิ้มพรายที่เคยมีบนหน้าแทบจะเหมือนภาพลวงตา

 

แปลกนักทำไมชายหนุ่มต้องใส่ใจหญิงสาวที่เพียงพบกันไม่นานเช่นนี้ด้วย เนเฟอร่าสงสัย แต่พลันก็แทนที่ด้วยความรู้สึกชืดชาที่กัดกร่อนอยู่ภายใน นักเดินทางแห่งแสงไม่ตอบ เธอผ่านช่วงชีวิตอันยาวนานมาเหลือคณานับ ประสาอะไรกับมนุษย์อายุไม่ถึงเศษเสี้ยวของกาลเวลานั้นจะมาสั่งสอนเธอ เธอเงยหน้ามองเฮรูอีกครั้งก่อนเดินนำไปไม่ใส่ใจชายหนุ่มด้านหลัง...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #36 sweet dreamer (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2553 / 13:51
    อ่านแล้วสนุกมากเลยค่ะ แต่บังเกิดคำถามมากมาย

    ทำไม๊ เนเฟอร่าถึงเอามีดให้เค้าล่ะ และไม่มีการปูเรื่องมาก่อนเลยว่าชีคือใคร ชวนให้งุนงงสำหรับคนที่เข้ามาอ่านใหม่ 

    เพทราเป็นคนธรรมดา แล้วรู้จักมีดเทพได้ยังไง แล้วเธอต้องการไปทำไม อันนี้คงต้องตามต่อ 
    แล้วเนเฟอร่าต้องตามดูพวกเขาทำไม ดูแล้วได้อะไร แบบนี้ไม่ใช่ว่าเป็นการแทรกแซงชะตาชีวิตผู้อื่นทางอ้อมของเทพเจ้าหรือ? 

    ประท้วงว่านังราชินีน่าตบมาก

    อยู่ๆชายสองคนก็โผล่มาตีซี้ และไม่ระแวงทั้งคู่เลยทั้งที่กำลังถูกตามล่า รวมทั้งเพทราก็สนุกที่ได้ข้ามมิติพรุ่บมาอีกที่ แสดงว่าชีต้องรู้จักความสำคัญของมีดนั่นแน่ๆ 
    ส่วนเนเฟอร่าเป็นนักเดินทางแห่งแสง ...บอกตรงๆว่าหน้าที่การทำงานของเธอคลุมเครือมากค่ะ 

    อา... ทั้งคู่ หลุดไปที่ไหนกันนะ อิยิปต์มีป่าลึกด้วย ตื่นเต้นจริงๆ เพิ่งรู้นะเนี่ย แฟนตาซีสุดๆ^^
    #36
    0
  2. #24 มะเมี๊ย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2553 / 22:44

    เอ่อ เป็นเรื่องเดียวกันรึเปล่าจ๊ะ แต่อ่านแล้วสนุกมากเลย อยากอ่านต่อแล้วล่ะ....

    #24
    0
  3. #11 Zozo - Lazy - FoX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 / 22:32

    กรี้ดดดด!!!! อยากได้มีดแบบนี้มั่งอ่า เท่ค่อด!! >////<

    #11
    0
  4. #5 แม่น้องเดียว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2552 / 02:38
    ดูท่าทางจะสนุกนะคะนี่ อิอิ
    #5
    0
  5. #4 Fhal2a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 16:28

    เท่บาดใจใช่มะล่า XD ท่านอนูบิส อิอิ
    เคฮ์เฟรน ตอนนี้ชอบอิมเมจนี้ที่สุดจ้า อย่างที่บอก อาจมีการเปลี่ยนแปลง ถ้าเจอรูปที่ตรงกว่า

    #4
    0
  6. #3 Zozo - Lazy - FoX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 16:22

    แอ๊งงงง อนูบิสกับโฮรัสเวอร์ชั่นชุดเกราะเท่โฮกกกก!!! ขอรูปมั่งเลยน้า~

    เนเฟอร่าเค้าน่ารักอยู่แล้ว นึกว่าเคฮ์เฟร็นจะเซ็กซี่กว่านี้นะเนี่ย อะคริๆ 

    #3
    0