Elven Almanac ภาค ♰ แดงทมิฬ (Yaoi)

ตอนที่ 18 : บทที่ 4 ตื่นรู้ (3) (จบตัวอย่างทดลองอ่าน ติดตามต่อในเล่ม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    1 ก.ค. 62

เบเลธกลับถึงกระโจมที่พักก็พบว่ามีคนมารอพบอยู่แล้ว

เป็นราทัลจากเฟาส์ดัสที่ถอดชุดเกราะมาสวมชุดลำลอง—เสื้อผ้าฝ้ายคอลึกกับกางเกงขายาวสีเข้มและรองเท้าบูตหนัง ผมสีเงินผูกเป็นหางม้า การแต่งกายเช่นนี้หาได้ยากในแถบภูมิภาคนี้ แต่เป็นชุดปกติของดาร์กเอลฟ์แดนกลาง อันได้รับอิทธิพลมาจากดินแดนเอลฟ์อีกทอดหนึ่ง

ข้านำไวน์มาให้...เป็นการขอบคุณที่ท่านเคยช่วยไว้” ราทัลบอก พลางยกขวดในมือให้อีกฝ่ายดู สีหน้าที่ปกติขึงขังดูประหม่าเหมือนไม่ชินกับการเอ่ยปากขอบคุณผู้อื่น หลังราทัลสอบถามนักรบเผ่าเหยี่ยวจนทราบว่าเบเลธเป็นผู้ยิงธนูช่วยชีวิตตนในสนามรบครั้งก่อน เขาก็คิดจะมาขอบคุณอยู่หลายรอบ

อืม” เบเลธพยักหน้าพลางรับขวดไวน์มาพินิจดู ของเหลวด้านในเป็นสีแดงเข้มสวย จุกก๊อกผนึกขี้ผึ้งเงางาม เมื่อยกขึ้นดมก็ได้กลิ่นหอมจางๆ เหมือนความเขียวสดของใบหญ้ากลิ่นดี” เขาชม ในค่ายทหารเขตภูเขาห่างไกลยังได้เห็นสุราหายากจากแดนกลาง บอกถึงความตั้งใจหามามอบให้ของราทัล

ราทัลเบือนหน้าแก้ขวย เขาไม่ชินกับการทำดีกับผู้อื่น เพราะตั้งแต่จากบ้านเกิดมาก็มีแต่เรื่องราวที่ทำให้ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ยิ่งมารับใช้ไซร์ร่วมกับดาร์กเอลฟ์ต่างแดนก็ยิ่งประมาทไม่ได้ ดูอย่างที่เขาต้องคอยระวังวิเซอร์ กาคิมนั่นปะไร

ความเป็นมิตรที่เขามอบให้แก่เบเลธ อัซราน ก็เป็นการเดิมพันเพื่อไว้วางใจใครสักคน...ในสถานที่ที่โหดเหี้ยมที่สุดแห่งหนึ่งของแดนทมิฬ

เมื่อเบเลธไม่พูดอะไรต่อ ราทัลก็ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่ใหญ่ เขานึกอยากสนทนากับอีกฝ่าย แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ทหารธรรมดาอย่างเขาจู่ๆ จะมาแสดงความสนิทสนมกับบุตรคนโตของไซร์คงไม่ได้

ในที่สุดราทัลก็ถอนใจ น้อมศีรษะให้เบเลธ “หมดธุระแล้ว ข้าขอตัว”

เดี๋ยว” เบเลธจับแขนราทัลให้อยู่ต่อ “เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ”

ราทัลขมวดคิ้ว

ได้โปรด” เบเลธขออย่างสุภาพก่อนปล่อยมือ ยามเขาใช้ดวงตาสีแดงเข้มคมกล้ามองอย่างเว้าวอนก็ทำให้คนใจสั่นได้ “ได้ยินมาว่าบิดาของข้าชอบแลกเปลี่ยนสนทนาวิชาดาบกับเจ้า ทำให้ข้านึกสนใจอยู่บ้าง”

ไม่ถึงขนาดนั้นขอรับ” ราทัลหน้าแดง ถูกชมตรงๆ ว่าได้แลกเปลี่ยนสนทนาวิชาดาบอะไรนี่ก็ออกจะเกินจริงไปสักหน่อย ฝีมืออย่างเขาหรือจะเทียบไซร์ได้ แค่ได้รับเมตตาให้เป็นคู่ฝึกซ้อมอาวุธดาบในบางครั้งเท่านั้น อีกทั้งไซร์ยังสามารถใช้วิชาดาบจากแดนกลางได้ดีมากอยู่แล้ว แม้ท่านจะบอกว่าตนเพียงศึกษาจากตำรา และต้องการคู่มือเพื่อปฏิบัติจริง

นอกจากฝึกซ้อมวิชาดาบแล้ว ยังคุยเรื่องอะไรกันอีกหรือ” เบเลธนึกอยากลูบแก้มราทัลขึ้นมา แต่ยั้งมือไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่นตกใจ

ไซร์ชอบฟังประวัติความเป็นมาและวิถีชีวิตของผู้คนในแดนกลางขอรับ”

ดวงตาของเบเลธมีประกายสนอกสนใจแวบเข้ามา “เจ้าเล่าเรื่องแดนกลางให้บิดาข้าฟังบ่อยหรือ...จะว่าอย่างไรถ้าข้าอยากขอฟังบ้าง” ความสนใจใคร่รู้หลายๆ เรื่องของเบเลธมีแรงบันดาลใจมาจากเดลการาน...เรื่องนี้ก็ไม่ต่างกัน

ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเบเลธยังคงหลงเหลืออยู่บนท่อนแขนของราทัลในตอนที่เจ้าตัวพยักหน้าและยอมตามเบเลธเข้าไปในกระโจม

————————————————-

แม่มดลิลิเบธกำลังสั่งการเรื่องพิธีศพของทหารที่ตายในสนามรบ ฟาร์ฮานผู้มีแขนของออร์คหนึ่งข้างยืนเป็นองครักษ์อยู่ข้างๆ นาง บางครั้งแม่มดจะขอตัวทหารผู้นี้มาศึกษาผลของการต่ออวัยวะข้ามเผ่าพันธุ์ ว่าดาร์กเอลฟ์หนุ่มใช้งานแขนข้างใหม่ได้ดีหรือไม่

ฟาร์ฮานยืนอย่างสุขุม เขาพูดน้อยลง แววตาคล้ายรู้จักโลกมากขึ้น คำกล่าวที่ว่า ‘การคลุกคลีกับแม่มดจะทำให้จิตวิญญาณเติบโตขึ้นอีกระดับ’ ใช้ได้กับทหารหนุ่ม

ฟาร์ฮานมองไปยังเสนาธิการที่กำลังหารือกับแม่มด

ธรรมเนียมการทำศพและระลึกถึงผู้เสียชีวิตของกองทัพเรายังทำแยกกัน เผ่าใครเผ่ามัน แต่ท่านบอกว่ามันทำให้เกิดความแตกแยกในระยะยาวซึ่งเราก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ดี แต่จะบังคับให้แต่ละเผ่าเลิกธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมานานเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังเพื่อนร่วมเผ่าเพิ่งตายไป”

เสนาธิการดาร์กเอลฟ์เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เดลการานเรียกเรามาเพราะเหตุนี้” แม่มดนั่งประสานมือบนตักตั้งแต่อีกฝ่ายเดินเข้ากระโจมมา สีหน้าเบาสบาย จนตอนนี้นางก็ยังไม่เปลี่ยนกิริยา ราวกับว่าการสนทนาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอันใด “จำต้องลบล้างความรู้สึกแบ่งพรรคแบ่งพวกเสียก่อน อย่างไรเสียตอนที่เดลการานรับพวกเจ้าเข้ามา พวกเจ้าทั้งหลายก็มิใช่เผ่าหิน เผ่าจระเข้ เผ่าเหยี่ยว หรือตระกูลใดๆ จากดินแดนไหนทั้งสิ้น...แต่เป็นทหารผู้ติดตามของเขาเหมือนกันและเท่าเทียมกันทุกตน”

นั่นก็ใช่ แต่ท่านย่อมรู้ว่าคำพูดง่ายกว่าการกระทำเสมอ” เสนาธิการระบายลมหายใจหงุดหงิด มีอย่างที่ไหนที่จู่ๆ จะมาเปลี่ยนธรรมเนียมการทำศพให้ทุกเผ่าทำเหมือนกัน นางแม่มดผู้นี้มีประโยชน์กว่าชาแมนผู้เยียวยาตนใดเท่าที่กองทัพเคยมีมา แต่ก็ ‘โอหัง’ เป็นสตรีที่วางตัวเหนือบุรุษอย่างน่าขัดตา

ฟาร์ฮานยืนปักหลักสีหน้านิ่งเฉย แต่มือวางไว้ที่ด้ามดาบตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าเสนาธิการเหล่านี้กำลังบอกว่าแม่มดของเขาดีแต่พูดเท่านั้นหรือ

เด็กน้อย...” ลิลิเบธเอียงหน้าขณะเรียกเหล่าทหารที่ไม่เชื่อถือในตัวนาง “ข้ามีชีวิตอยู่มานานแล้วหนา ขอรับรองว่าสิ่งที่เจ้ากังวลไม่ใช่เรื่องใหม่ ข้าย่อมไม่เร่งรัดสิ่งที่เร่งรัดไม่ได้”

จะบอกว่าเรื่องนี้เร่งรัดได้หรือ!” เสนาธิการเห็นปัญหาที่จะตามมาหากมีการประกาศกฎข้อบังคับใหม่ ธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกลึกซึ้งและความเชื่อที่มีมานานนั้นยากจะเปลี่ยน ต่อให้เป็นทหารที่ถูกฝึกมาให้ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดแค่ไหน...แม้ปากพวกมันไม่ถาม แต่ใจที่ทะนงในศักดิ์ศรีของเผ่าตนย่อมคิด

แต่ละเผ่ามีความเชื่อต่างกัน อย่างเผ่าจระเข้ต้องทำศพโดยการนำร่างไปลอยแม่น้ำ ให้จระเข้กัดกินเนื้อผู้ตาย เผ่าหินใช้วิธีฝังศพกลับคืนสู่บิดาธรณี เผ่าเหยี่ยวใช้วิธีเผาแล้วโปรยเถ้าบนหน้าผาสูง ให้อัฐิปลิวหายไปกับสายลมของบิดาวายุ พวกที่มาจากตอนกลางของแผ่นดินก็เผาร่างเช่นกัน แต่นำอัฐิไปโปรยลงทะเล ส่งชีวิตคืนสู่มารดาสมุทร มากเผ่าก็มากความ สิ้นเปลืองงบประมาณการจัดการ เหตุใดพวกเราจะไม่รู้ แต่คิดจะเปลี่ยนธรรมเนียมย่อมต้องรับมือกับแรงต้านจากแต่ละเผ่า

จะให้เผ่าจระเข้ทำพิธีศพร่วมกับเผ่าเหยี่ยวที่รบพุ่งกันมานาน คนแรกที่ไม่มีวันยอมย่อมเป็นนายน้อยจากเผ่าจระเข้ วิเซอร์ กาคิม”

เพราะอย่างนั้นถึงต้องเร่งสลายความขัดแย้งและความรู้สึกแบ่งแยกกันไม่ใช่หรือ” ลิลิเบธโบกมือ ทหารอีกกลุ่มก้าวมาจากทางด้านหลังของนาง

ตอนแรกเสนาธิการเห็นหน้าตาของนักรบกลุ่มนี้ไม่ชัดเพราะพวกมันอยู่ในเงามืด เห็นเพียงรูปร่างสูงใหญ่ก็นึกว่าเป็นทหารหน่วยเดียวกับฟาร์ฮาน

แต่ที่ไหนได้...นักรบที่เดินออกมาหน้าสุดมีใบหน้ากับผิวพรรณอันเป็นเอกลักษณ์ ริมฝีปากมันมีรอยเย็บประณีต แผ่นหลังสีเขียวอมเทาสักรอยสักแผลเป็นนูนเหมือนเกล็ดหนามบนหลังจระเข้ และฝังหมุดโลหะใต้ผิวหนังทั่วแผ่นอกตามจำนวนศัตรูที่ฆ่าได้

คาเวินและนักรบจากเผ่าจระเข้อยู่ที่นี่เพื่อรับรองคำอนุญาตของวิเซอร์ กาคิม เผ่าจระเข้จะสนับสนุนธรรมเนียมการทำศพที่กำหนดขึ้นใหม่ เราจะจัดพิธีร่ำลา เผาศพ แล้วนำอัฐิโปรยยังแม่น้ำที่ไหลออกสู่ทะเล โดยยึดหลักว่ามารดาสมุทรคือมารดาของดาร์กเอลฟ์ทั้งมวล ไม่ว่าดาร์กเอลฟ์เผ่าใดก็ถือเป็นบุตรของพระนาง เราจึงส่งบุตรผู้กล้ากลับคืนสู่อ้อมอกมารดา” ลิลิเบธเอ่ยไม่เร็วไม่ช้า ให้เวลาเสนาธิการทำความเข้าใจสถานการณ์

นางแม่มดทำได้อย่างไร! ใช้วิธีไหนจึงทำให้วิเซอร์ กาคิมยอมเข้าร่วม

สีหน้าของทหารสูงวัยที่โดนทำให้ประหลาดใจซีดเผือดสลับเขียวคล้ำจนฟาร์ฮานอดอมยิ้มไม่ได้

จงไตร่ตรองก่อน...นี่เป็นเพียงขั้นแรกเท่านั้น” ลิลิเบธใช้น้ำเสียงอ่อนโยนปลอบให้พวกมันคลายความกังวล “ทหารที่มาเข้าร่วมกับเดลการานล้วนแต่เป็นคนหนุ่ม มีส่วนน้อยที่อยู่ในวัยกลางคนหรือวัยชรา คนหนุ่มอาจได้รับการอบรมสั่งสอนมาตามวิถีทางของแต่ละเผ่า แต่อย่างไรเสียก็มาแสวงหาอำนาจ และยอมรับใช้ใต้อำนาจที่เหนือกว่าได้ง่าย สิ่งที่เดลการานมุ่งหวังจะสร้างมิใช่กองทัพที่รบชนะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกองทัพอันมีแสนยานุภาพมหาศาลจนสามารถยึดครองแผ่นดินทมิฬ เป็นทหารกล้าของเขา...เป็นชนเผ่าของเขาเอง

เมื่อเลือกอยู่กับเขาก็เท่ากับว่าพวกเจ้ามีเผ่าใหม่แล้ว กระทั่งวิเซอร์ กาคิมยังยอมรับข้อนี้ แล้วพวกเจ้าเล่า จะขัดความประสงค์ของเดลการานด้วยการทำให้การปรับเปลี่ยนขั้นแรกล่าช้าลงหรือ”

เสนาธิการมองหน้ากันเอง กระทั่งตนที่เป็นหัวหน้าเอ่ยปากถาม “แล้วเบเลธ อัซรานแห่งเผ่าเหยี่ยวยอมรับเรื่องนี้หรือไม่”

ลิลิเบธหัวเราะเยือกเย็น “สารส่งไปถึงเขาตั้งแต่ก่อนการรบแล้ว หากเป็นคำสั่งของบิดา เบเลธย่อมทำตามโดยมิโต้แย้งไม่ใช่หรือ เหมือนตอนที่ยอมดื่มยาพิษนั่นอย่างไร”

ฟาร์ฮานรู้ว่าคำกล่าวนี้ของแม่มดลิลิเบธถือเป็นการสิ้นสุดการประชุม นางจะได้อย่างที่นางต้องการ—อย่างที่ไซร์ต้องการ

เขารู้สึกเคารพนับถือนางเพิ่มขึ้นทวีคูณ

ข้าจะไปรายงานผลการประชุมแก่ท่านวิเซอร์ กาคิม” คาเวินทำความเคารพสตรีสีดำแล้วนำทหารร่วมเผ่าเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงความกังขาในหัวของเหล่าเสนาธิการ ว่าแม่มดไปเจรจากับเผ่าจระเข้โดยทำให้วิเซอร์ กาคิมยอมรับได้อย่างไร คนอย่างนายน้อยแห่งเผ่าสัตว์เลื้อยคลานเลือดเย็นผู้นั้น...ไม่มีทางยอมรับข้อเสนอที่ตนไม่ได้ประโยชน์

————————————————-

การแต่งงานของเผ่าทางเหนือมักใช้การดูตัวล่วงหน้าจองลูกเขยหรือลูกสะใภ้ที่พึงใจไว้ก่อน เจ้าบ่าวจะมอบสินสอดให้แก่ครอบครัวฝั่งเจ้าสาวเป็นปศุสัตว์ ม้า ที่ดิน อาวุธ อัญมณีเวทมนตร์ ตำรา ทั้งยังมีหน้าที่สร้างบ้าน ฝ่ายเจ้าสาวจัดเตรียมทรัพย์เดิมสำหรับครอบครัวในอนาคต การเตรียมทรัพย์เดิมนี้กินเวลาหลายปี พวกนางต้องทอผ้า ปักผ้า เตรียมเครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสาน ฝึกการดูแลสามี หากเป็นเมียชายนักรบที่ไม่ถนัดด้านการเย็บปักก็ให้ญาติสตรีช่วยเตรียมสิ่งที่ต้องมีได้ โดยนักรบเหล่านั้นจะล่าสัตว์มาให้พวกนางเป็นการตอบแทน

แต่การสมรสของดาร์กเอลฟ์ในแดนกลางต่างออกไป”

อย่างไรล่ะ” ลมหนาวยะเยือกพัดมาเมื่อใกล้ค่ำ ดินแดนแถบนี้กลางวันไอร้อนแผดเผา ตกกลางคืนอากาศเย็นจัด ในกระโจมของเบเลธจึงจุดเตาไฟ เจ้าของกระโจมดื่มไวน์รสชาติเข้มข้นเผ็ดร้อนในจอกทองเหลือง เขานั่งบนขนสัตว์ตรงข้ามกับราทัล ฟังเรื่องที่อีกฝ่ายเล่าโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน แต่ในแววตาบอกว่าสบอารมณ์อยู่

สินสอดที่มอบให้แก่บ้านเจ้าสาวยังมีอยู่ แต่เจ้าบ่าวต้องเขียนบทกวีและจัดเตรียมนักดนตรีที่จะมารับใช้ครอบครัวในอนาคต การมีนักดนตรีสำคัญมาก ขุนนางหรือเศรษฐีไม่ลำบากเท่าไรเพราะอุปถัมภ์นักดนตรีมารับใช้ได้ แต่ชนชั้นกลางหรือชาวบ้านที่ไม่มีเงินมากพอจะใช้วิธีซื้อตัวชั่วคราวหรือบอกจ้างเป็นครั้งๆ ไป หากเจ้าบ่าวไม่มอบดนตรีอันไพเราะให้แก่เจ้าสาว จะถือว่าไม่รักแลไม่ให้เกียรติคู่ชีวิต”

ทำไมต้องเป็นดนตรี”

นั่นก็เพราะ...” ราทัลจิบไวน์แล้วเล่าต่อด้วยเสียงนุ่มน่าฟัง เขามีภาพลักษณ์เหมือนเสือดำดุร้ายในสนามรบ และสง่างามน่าเข้าใกล้ยามผ่อนคลายมาจากตำนานเทพีจันทร์เซฮาไนน์สมรสกับวีรบุรุษดาร์กเอลฟ์ขอรับ ในยุคแห่งทวยเทพ ไม่ว่าดาร์กเอลฟ์ตนใดก็ทราบว่าพระนางผู้ส่องสว่างอยู่บนผืนฟ้าโปรดการฟังดนตรี ชื่นชมบทกวี การขับลำนำอันไพเราะ ทรงอำนวยพรแก่เหล่ากวีนักดนตรีเอกให้มั่งคั่งเปี่ยมสุขไม่แพ้นักรบผู้กล้าหาญ

พระนางตกหลุมรักกับวีรบุรุษดาร์กเอลฟ์ ทั้งสองอยู่ด้วยกันตลอดเวลา พร่ำพลอดรัก วีรบุรุษเดินทางไปที่ใด จันทราก็ส่องแสงติดตามเขา แต่มีวันหนึ่งเขาและคณะผู้ติดตามเข้าไปในป่าที่สัตว์ป่าส่งเสียงดุร้ายอึงอล ทั้งแหลมสูงเสียดสีและน่าขยะแขยง พระนางตกใจเสียงนั้นจึงหลบหนีไป จันทราไม่ฉายแสงให้แก่คณะนักเดินทางที่พยายามหาทางออกจากป่า วีรบุรุษอ้อนวอนเท่าใดพระนางก็ยังทรงขวัญหนี ไม่ยอมกลับมา กระทั่งนักดนตรีในคณะบรรเลงเพลงเพื่อปลอบโยนพระนาง เสียงเครื่องสายอันไพเราะเชื้อเชิญดวงแขให้กลับมาส่องแสงอีกครั้ง และทั้งหมดก็หลุดพ้นจากป่าอันน่าสะพรึงกลัว

หลังจากนั้นจันทรามักฉายแสงไปที่นักดนตรีผู้นั้นจนทำให้วีรบุรุษเกิดความหึงหวง เขาฆ่านักดนตรีคนโปรดของพระนาง

เทพีจันทร์เสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่ทรงหักใจฆ่าวีรบุรุษคนรักไม่ลง ทว่าโทมนัสของจันทรานั้นเกรี้ยวกราด พระนางแสดงให้เห็นว่าเมื่อเขาทำให้พระนางโศกเศร้าเสียใจ แสงจันทร์ก็สามารถเย็นชา โหดเหี้ยม และไร้หัวใจได้เพียงไหน

ในคืนที่ดวงเดือนกลมโตส่องสว่าง เทพีจันทร์เรียกบุตรสาวและบุตรชายของวีรบุรุษมาประทานสร้อยไข่มุกสีแดง...เหล่าบุตรที่ได้รับสายสร้อยอันสวยงามติดลำคอต่างสูญหาย ไม่มีตนไหนได้กลับมา

เมื่อบุตรหายไปเดือนละหนึ่งตน วีรบุรุษสำนึกเสียใจ และด้วยความรักที่ยังล้นใจ เขาเขียนบทกวีพรรณนาความผิดของตนพร้อมส่งนักดนตรีไปขับลำนำสู่ขอพระนางเพื่อยุติความบาดหมาง เรื่องเล่านี้เป็นที่มาของธรรมเนียมการแต่งงานในแดนกลางขอรับ”

ฟังเพลินดี” เบเลธชม แม้ไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับนิทานโหดร้ายเรื่องนี้

ก็ฟังเพลินจริงๆ แล้วจริงๆ เจ้าบ่าวจะเล่นดนตรีเองก็ได้ขอรับ” ราทัลยิ้มๆ ในเรื่องเล่าของดาร์กเอลฟ์มักมีการหลั่งเลือด มรณกรรม และความผิดเพี้ยนอันเกินหยั่งถึงแฝงอยู่ แต่ผู้คนของเขาอยู่กับนิทานก่อนนอนเหล่านี้มาตั้งแต่เกิดจนไม่คิดเอะใจ ต้องรอให้โตจนรู้ความ อย่างสร้อยไข่มุกสีแดงในเรื่อง—สร้อยไข่มุกที่สวมรัดรอบลำคอและหยดไหลเยิ้มย้อยเป็นเส้นสายสีโลหิต—ราทัลเคยมีประสบการณ์เห็นสิ่งที่ใกล้เคียงกันยามนักรบใช้มีดปาดลำคอศัตรู

แล้ว...ถ้าข้าร่ายบทกวีหรือเล่นดนตรีไม่เป็นเล่า” เบเลธเปรย

ท่านก็อาจไม่ได้สมรสกับชาวแดนกลางนะขอรับ” ราทัลหัวเราะ

ไม่เลยหรือ...” ใบหน้าดุไร้อารมณ์ไม่ได้ยิ้ม แต่ก็ไม่ได้คุกคาม กลับกัน มันแฝงอารมณ์ลึกซึ้งกระตุ้นเร้าจนอีกฝ่ายต้องหลุบตา “ไม่มีโอกาสเลยจริงๆ สิ”

นั่นก็…” ราทัลพูดอะไรไม่ออก เขาเม้มริมฝีปากที่ชุ่มชื้นเป็นมันวาวจากไวน์ ยิ่งทำให้มันดูนุ่มนิ่มน่าลิ้มลอง

แม้กล่าวว่าเบเลธ อัซรานเป็นพวกหน้าดุหน้าตายไร้ความรู้สึก แต่ที่จริงเขามีแรงขับดันทางเพศและความต้องการอย่างชายฉกรรจ์เต็มเปี่ยม ยามอยู่เผ่าเหยี่ยวมีนายบำเรอไม่ซ้ำหน้าหมุนเวียนกันมาให้ความสำราญตลอดทุกคืน มีห่างหายจากกามารมณ์ก็ตอนมาเข้าร่วมกับบิดา

สีเงินทำให้เขาหมกมุ่นสงสัย ใคร่อยากเรียนรู้จนลืมสิ่งอื่น...ไม่นึกอยากหลับนอนกับผู้ใดจนกระทั่งวันนี้

เบเลธนึกแปลกใจตัวเองเช่นกัน ว่าเหตุใดจึงรู้สึกอยากเสพสังวาสจนคอแห้งผาก อาจเป็นเพราะดาร์กเอลฟ์ที่อยู่ตรงหน้า—ราทัล—ต้องรสนิยมเขาตั้งแต่แรกพบ แข็งแรง หนุ่มแน่น ล่ำสันแต่เพรียว ใบหน้าสวย ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็ง เส้นผมสีเงินเงางาม

บุตรคนโตแห่งเผ่าเหยี่ยวหลับตา

การสนทนากับสีเงินหรือเดลการานแวบเข้ามาในหัว...สายตาของบิดา...สีหน้าของบิดา ทั้งเวลาหยิ่งทะนงทรงอำนาจ เวลารำคาญใจ เวลาหัวเราะเย้ยหยันอย่างอำมหิต...ทุกการกระทำกลายเป็นภาพประทับติดตรึงอยู่ในห้วงความทรงจำ ไม่สามารถสลัดออกไปได้

รวมถึงเวลาขู่… เบเลธนึกเอ็นดูกิริยาสุดท้าย...แต่จะดีหรือ...บิดาคงไม่ชอบให้เขานึกเอ็นดูท่านเท่าไรนัก

เมื่อนักรบแห่งเผ่าเหยี่ยวลืมตาก็เห็นราทัลมองตนอยู่ สายตาโอนอ่อนแฝงความคาดหวังคู่นั้นทำให้เบเลธยกมือขึ้นลูบแก้มอีกฝ่าย

ราทัลไม่ปัดป้องแต่ครางพอใจ เขาจึงถูกบีบคาง จับแหงนหน้าให้รับจุมพิต

เสียงจูบและดูดเรียวลิ้นกับริมฝีปากดังแทรกความเงียบระหว่างคนทั้งสอง ฟังหยาบโลน ดิบห่าม แสนเร้าใจ

เบเลธไม่รีบร้อนแม้รู้สึกมีกำหนัดจนแก่นกายร้อนผ่าวพองขยายคับเป้ากางเกง พลัน ราทัลยื่นมือมาลูบส่วนแข็งขึงของเขาเหมือนอ้อนวอนขอร้อง ทำให้คนโดนสัมผัสยกยิ้มอย่างพอใจและตอบแทนด้วยการเลิกเสื้อคลึงเคล้นเนื้อตัวอีกฝ่ายหนักๆ

ชายหนุ่มจากตระกูลเฟาส์ดัสนอกจากจะดุในสนามรบแล้วยัง...ร้อนแรง

...ราทัลผู้นี้มีคุณสมบัติตรงตามที่เบเลธชอบทุกประการ

————————————————-

ราตรีนี้ลมหนาวพัดเพียงบางเบา หนาว แต่ละมุนละไม ราวกับผ้าแพรเย็นฉ่ำอันบางเฉียบของธิดาแห่งสายลมกำลังลูบไล้ผิวเนื้อเดลการาน เขานั่งอยู่ใต้ร่มไม้บนเนินโปรด ท้องฟ้าเปิดกว้าง จุดแสงเล็กๆ ของดวงดาวนับพันคลาคล่ำอยู่บนห้วงเวิ้งว้างสีดำที่มีความเข้มอ่อน สว่างไสว และมืดทึบลดหลั่นกันไป

เป็นราตรีที่เหมาะแก่การพักผ่อน

เดลการานนำลูตมาด้วย เขาเล่นมันได้อย่างไพเราะ แต่ไม่ใคร่เล่นนัก สำหรับเขา บทเพลงในโลกนี้ล้วนเป็นเรื่องราวของผู้อื่น แต่หากเขาบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง บทเพลงก็จะแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งแปดเปื้อนวิปริต ไม่เสนาะหูอีกต่อไป แต่เขากำลังทำความคุ้นเคยกับความแปดเปื้อนวิปริตนั้น ยอมรับมันดุจพลังทรงอำนาจอันไม่อาจหลีกเลี่ยง

พลังที่ทำให้เขารู้สึกมีชีวิต

แล้วสักวันหนึ่ง... เดลการานคิดขณะลูบสายลูต ปลายนิ้วค่อยๆ สะกิดจนเกิดเสียงบรรเลงแผ่วเบา เราก็จะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างใดๆ ระหว่างบทเพลงที่แปดเปื้อนผิดเพี้ยนกับบทเพลงที่ผู้คนสรรเสริญ

สุดท้ายแล้วความแตกต่างนั้นก็จะไม่มีความหมาย...และกลายเป็นสิ่งที่ไม่แตกต่างกัน

เดลการานเชื่อเช่นนั้น เขา ‘รู้’ ว่าจะเป็นเช่นนั้น เขาเชื่อในศักยภาพของตนเอง เชื่อจนหมดใจ

————————————————-

ราทัลแยกขาให้เบเลธเมื่ออีกฝ่ายโถมทับลงมา ผมสีเงินของเขาแผ่สยายเต็มผ้าขนสัตว์ ทั้งสองเปล่าเปลือย เบเลธรูดปลดผ้าผูกผมของเขาก่อนเสื้อผ้าชิ้นใดๆ เสียอีก เขากัดฟันเมื่อถูกช้อนสะโพกให้ความเป็นชายของพวกเขาบดเบียดกันช้าๆ เบเลธมีศิลปะและช่ำชอง ทั้งยังช่างประวิงเวลา ราทัลถอนใจเสียงสั่นเมื่อการบดเบียดหลายต่อหลายรอบทำเขาเกือบถึงฝั่งฝัน แต่ก็ไปไม่ถึงเสียที ในที่สุดเขาก็แอ่นสะโพกอย่างเร่งเร้า เป็นฝ่ายขยับเองด้วยต้องการรสกามาที่เร่าร้อนรุนแรงกว่านี้

ท่านเบเลธ...ได้โปรด” ราทัลสูดปากเมื่อส่วนไวสัมผัสของพวกเขาละเลงของเหลวเปียกชุ่มใส่กัน

เบเลธทอดสายตาเอ็นดู เขาชอบดูนักรบหนุ่มร้อนร่านบนเตียง มันน่ามอง เลือดในกายเขาร้อนระอุขึ้นตามลำดับขณะแหวกแก้มก้นของราทัลแล้วจับความเป็นชายอันใหญ่โตโอฬารแทงเข้าไปช้าๆ

ภาพในห้วงความคิดย้อนกลับไปยังเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

เบเลธนึกภาพบิดา ภาพใบหน้าของท่านที่หัวเราะเสียงดังลั่นหลังผ่าร่างนักรบศัตรูเป็นสองซีก ทั่วร่างชโลมด้วยโลหิต

สีหน้าของท่านสะใจ มั่นใจ ชั่วร้าย ไร้กรอบสามัญสำนึก ขณะเดินกลับมาทางเขา และออกคำสั่งให้เขาสังหารเหยื่อที่เหลือเสีย

ใจของเบเลธเต้นแรงในเวลานั้น

ความรู้สึกที่ว่าไม่คงอยู่นานนัก แต่ก็เต้นเร่าขึ้นมาอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนแสงเทียนวูบหนึ่ง...เป็นวูบเล็กๆ ที่ไม่อาจลืม...คงเป็นความตื่นเต้นนี้เองที่ทำให้เขาอยากเสพเมถุน และเวลานี้แก่นกายก็เต้นตุบๆ พร้อมจะบดขยี้ ทิ่มแทง ทำให้นักรบหนุ่มดีๆ สักตนสำลักความสุข

ราทัลครางเสียงหวานทุ้มเมื่อเขากระทุ้งความเป็นชายเข้าไปจนสุด

ดี” เบเลธชม สีหน้าฉาบด้วยดำฤษณา ยิ่งเรียวขาของราทัลสั่นกระตุก เขาก็ยิ่งยก ยิ่งแยกมันออกถ่างกว้างให้ตัวเองเข้าไปได้มากขึ้น “ดีมาก”

เบเลธขยับเข้าออก จากตื้นๆ พอให้เสียวเป็นสอดเข้ามาจนสุด จากขยับเนิบนาบเป็นสอดใส่ถี่ๆ แล้วกระแทกกระทั้นๆ

ราทัลครางเมื่อยอดอกถูกขบกัด เบเลธกอดก่ายกับเขาในท่าสมสู่ ช่องทางรักลื่นและร้อน ความจุกหน่วงกับความเสียวติดตามกันอยู่ในท้องน้อย มันบดคลึงช่องทางด้านในของเขาจนนุ่ม ความปวดหนึบมาออกันที่โคนท่อนเอ็นแสดงความเป็นชาย

แล้วเขาก็ถูกขยุ้มผมให้แหงนหน้าเปิดลำคอ

ในดวงตาของเบเลธที่ก้มลงมามีเปลวไฟอันเก่าแก่โบราณฉาบอยู่ เป็นเปลวไฟดวงเดียวกับที่มาตาวีเคยหวาดกลัวจนสิ้นสติ แต่ราทัลไม่รู้จักมัน เขาไม่มีญาณเหมือนผู้ใช้เวทมนตร์ และมิเคยมีประสบการณ์เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตเก่าแก่ โบราณ และน่าเกรงขามตนใดมาก่อน

เบเลธขบกัดลำคอราทัลเหมือนสัตว์ตัวผู้ เส้นผมสีเงินในอุ้งมือทำให้เขารู้สึกเป็นสุข

โคตรสุข!

ขณะที่ฟันของเบเลธฝังอยู่บนลำคอราทัล เขี้ยวส่วนล่างก็แทงจุดกระสันแน่นลึก คนด้านล่างครางเสียงดัง เกร็งร่าง ปลายแก่นกายพ่นของเหลวสีขาวขุ่น

เบเลธปลดปล่อยทะลักทะลายเข้าในตัวอีกฝ่ายพร้อมกัน

ราทัลเสียวจนหุบขาไม่ลง เขาเพิ่งเคยร่วมสังวาสที่ทำให้รู้สึกอิ่มเต็มเช่นนี้เป็นครั้งแรก ของเหลวร้อนที่เบเลธฉีดพ่นจนล้นออกมาจากกายเขาช่างน่าหลงใหล อยากได้มากยิ่งขึ้น

เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตนตวัดขาเกี่ยวเอวอีกฝ่าย มือก็จิกแผ่นหลังข่วนเป็นทางยาว

เบเลธไม่ให้เวลาราทัลพักนานนัก เขาแช่อยู่ในร่างอีกฝ่ายเพียงอึดใจเดียวก็รู้สึกแข็งขึงขึ้นมาอีกครั้ง

เขาจับราทัลพลิกคลานสี่ขา อีกฝ่ายหลับตา แหงนหน้า ร้องขอให้เขาเมตตาขึ้นควบขี่

เบเลธสนองให้ตามนั้น

มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเนียนกล้ามเนื้อแน่นที่มีรอยแผลเป็นจากการต้องอาวุธ ก่อนเลื่อนไปขยุ้มเส้นผมสีเงินม้วนพันฝ่ามือเหมือนกุมบังเหียน

เจ้าของมือกำลังนึกว่าถ้าอีกฝ่ายผมสั้นกว่านี้จะให้ความรู้สึกอย่างไรยามสัมผัสดึงรั้ง…

คำถามและความกระหายใคร่รู้ที่ถูกจุดประกายขึ้นมาข้อนี้...ใช้เวลาทั้งคืนก็ไม่อาจดับ

————————————————-

A/N ตัวอย่างทดลองอ่านจบลงตรงนี้นะคะ

หากต้องการสนับสนุนนักเขียน สามารถสั่งซื้อหนังสือแบบรูปเล่มได้ที่

http://illrei.lnwshop.com/category

หรือซื้อเป็น E-book ทาง MEB ขอบคุณมากค่ะ

(หนังสือเปิดขายวันที่ 10 ก.ค. 62 เป็นต้นไป)

.

.

.

.

.

.

.

.

ต่อจากนี้เป็นสปอยด์เรื่องคู่ชิปในเรื่อง (ถ้าไม่อยากอ่านข้ามไปเลยจ้า)

.

.

.

.

.

.

.

.


ถ้าถามว่าใครคู่ใคร ขอตอบว่า เบเลธxเดลการาน ค่ะ

เดลการานนี่ ปกติเมะนะคะ (U_U) ...แค่เจอคนเมะกว่าเท่านั้นเอง

ตอนเราเขียนก็ชั่งใจอยู่ว่าจะเป็นแนวจิ้นหรือ incest เต็มตัว

จริงๆ แบบจิ้นว่าเขาคู่กันนี่ก็น่ากรี๊ดพอๆ กับลงไปเต็มตัว เราชอบความรู้สึกเวลาได้จิ้นค่ะ

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เขียนออกมาก็จะมีความจิ้น (แต่ก็แฝงด้วยความชัดเจนว่า ต้องเป็นคู่นี้แหละ!)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น

  1. #22 Reed Arundo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 21:22

    อร๊ายยยย ใครว่าก้อนหิน แบบนี้มันลาวาชัด ๆ //แวะมากกรี๊ดแปบนึงแล้วกลับไปตั้งตารอนิยายมาส่ง >w<

    #22
    0