Elven Almanac ภาค ♰ แดงทมิฬ (Yaoi)

ตอนที่ 12 : บทที่ 3 เสียงเพรียกหา (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    22 มี.ค. 62

ปัจจุบัน ค่ายทหารเมืองวาเลมู

ขวานใหญ่เล่มหนึ่งวางอยู่บนแท่นวางอาวุธ มันยาวราวหนึ่งเมตรครึ่ง หัวขวานทำจากเหล็กกล้า มีใบขวานสองด้านดูทรงอานุภาพ เบเลธนำเส้นผมสีเงินของบิดามาทำความสะอาดแล้วถักอย่างประณีตเข้ากับด้ามขวาน นิ้วมือใหญ่พันเส้นผมต่างเชือก ถักเป็นลวดลายตามแบบนักรบเผ่าเหยี่ยว การถักคลุมหุ้มทับเช่นนี้มิใช่เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ช่วยในการซับแรง ผ่อนแรง สลายแรงสะท้อนกลับจากการปะทะอาวุธได้ ทำให้ยิ่งหวดฟาดได้อย่างรุนแรง

เมื่อถักเสร็จ เบเลธยกขวานขึ้นทดสอบความเหมาะมือ พบว่าสัมผัสใต้ฝ่ามือน่าพึงพอใจไม่น้อย ทว่าสีหน้าของเขายังคงราบเรียบ ไม่แสดงอารมณ์ใดเป็นพิเศษ

สวย...อืม สวยจริงๆ

เส้นผมสีเงินนี้นอกจากสวยงามแล้ว ยังมีกลิ่นโลหิตฝังแน่น เจือกลิ่นเปลวไฟแลเถ้าถ่านอย่างสมกับตัวผู้เป็นเจ้าของ เบเลธลูบด้ามขวานอีกครั้งเหมือนเพลินมือ ในอนาคตขวานใหญ่เล่มนี้จะได้ดื่มเลือดศัตรูอีกมากมาย และเป็นอาวุธที่นายพลทมิฬ—เบเลธ อัซรานแห่งเผ่าเหยี่ยวเก็บไว้ข้างกายแม้ยามที่ไม่ได้ใช้งานอีกต่อไป

“ท่านเบเลธ นายหญิงเลติเซียส่งนกเหยี่ยวติดสารมาถามว่า สงครามครั้งแรกกับบิดาเป็นอย่างไรบ้างขอรับ” นักรบเผ่าเหยี่ยวเข้ามารายงาน

เบเลธวางขวานลงกับแท่นวางอาวุธดังเดิม หันไปตอบ “เดี๋ยวข้าเขียนจดหมายไปรายงานท่านเอง”

จดหมายของเบเลธบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เพราะเขาทราบว่ามารดารอฟังอยู่ ทั้งเรื่องของภรรยาคนที่สิบสี่จากเผ่าหิน เรื่องน้องชายต่างมารดา วิเซอร์ กาคิม เรื่องการรบพุ่งที่เขตวอร์กูรใต้ ทั้งหมดทั้งมวลเขาเขียนแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับบิดา ใจความช่วงหนึ่งถึงกับบอกว่า บิดาใจดี

...ท่านแม่ขอรับ บิดาไม่น่ากลัวเลยสักนิด แม้ท่านจะให้ข้าดื่มยาพิษเพื่อพิสูจน์ตนเอง ก็ยังเมตตาถามว่ามียาแก้พิษด้วยหรือไม่ แม้ภายหลังแม่มดที่ปรากฏตัวออกมาจะเสกให้เหล้าในจอกแห้งเหือด บิดาก็มิได้ให้ข้าหายาพิษถ้วยใหม่มาดื่ม ข้าคิดว่าท่านคงขี้รำคาญเหมือนพวกสัตว์ตระกูลแมว จึงมอบรางวัลให้ตามที่ขอหลังเล่นสนุกจนพอใจแล้ว

นอกจากนี้บิดายังมีความยุติธรรม ท่านมิได้เข้าข้างวิเซอร์ กาคิมที่เป็นลูก แต่พิจารณาผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นใหญ่ ใช้ทั้งความน่าเกรงขามและความเมตตาในการปกครอง รู้จักการทำให้เชื่อง มิน่าทหารในกองทัพถึงได้รักและนับถือท่าน เรียกท่านว่า ไซร์ ที่กล่าวมาทั้งหมด ข้าคิดว่า บิดาใจดีขอรับ...

เขาเขียนเล่าและวิเคราะห์ไปด้วย สรุปลงท้ายว่า กาแฟที่นี่รสชาติดีมาก

เมื่อจดหมายฉบับนี้ส่งไปถึงเลติเซียที่รอสารอยู่ ณ เผ่าเหยี่ยว นางคงโกรธเกรี้ยวเอามากๆ นางเสี้ยมสอนบุตรชายให้เกลียดพ่อของมัน แต่ที่ไหนได้ โดนเดลการานบอกให้ดื่มยาพิษ บุตรของนางก็คิดดื่มตามคำสั่ง ซ้ำยังบอกว่ามันมีเมตตาด้วย!

นักรบจากเผ่าเหยี่ยวรับจดหมายจากเจ้านาย มันเห็นอีกฝ่ายเขียนจดหมายเสร็จก็กลับไปชื่นชมขวานที่เพิ่งประดับตกแต่งด้วยเส้นผมสีเงิน

ท่านเบเลธนะท่านเบเลธ หากเป็นผู้อื่นสั่งให้ท่านดื่มยาพิษ มันผู้นั้นย่อมไม่ตายดี หากนายหญิงเลติเซียสั่ง ท่านจะยอมดื่มยาพิษแบบนั้นหรือไม่... นักรบผู้นั้นไม่กล้าคิดต่อ

---------------------------------

อีกด้านหนึ่ง เดลการานอยู่ในกระโจม กำลังสนทนากับลิลิเบธแม่มดผู้มาตามคำเชิญของเขา ลิลิเบธนั่งอยู่บนขนสัตว์ ตามองไปด้านนอกผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดไว้ในยามกลางวัน ท่าทางของนางเหมือนเหม่อมองไปเรื่อยโดยไม่มีจุดสนใจเป็นพิเศษ ดวงหน้าสวยงามสงบนิ่งคล้ายปราศจากอารมณ์ ดูบริสุทธิ์สูงส่งเท่าที่แม่มดจะบริสุทธิ์สูงส่งได้ ทั่วร่างอวลกลิ่นอายเก่าแก่แลลึกลับ

เจ้าของกระโจมนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงข้ามกับนาง ข้างกายเขาคือมาตาวี—ภรรยาคนที่สิบสี่ซึ่งฟื้นตัวจากการคลอดบุตรแล้ว

มาตาวีเล็มเส้นผมของเดลการานให้เข้าทรงด้วยมีดเล่มเล็ก สามีที่ผมสั้นลงดูแปลกตาทีเดียว ปกติแล้วนักรบดาร์กเอลฟ์ไว้ผมยาวเพื่อช่วยป้องกันต้นคอยามออกศึก ทั้งอาจเป็นเครื่องแสดงฐานะว่าถือกำเนิดในตระกูลอันมั่งคั่งหรือเป็นชนชั้นสูง ดาร์กเอลฟ์ที่มีฐานะดีจึงมีน้ำให้ใช้ฟุ่มเฟือย สามารถหาเครื่องหอมและน้ำมันหอมมาใช้สระผม

สำหรับนักรบ เส้นผมถือเป็นของสำคัญมากทีเดียว เมื่อรบชนะ นักรบดาร์กเอลฟ์จะถักเปียสงครามเพื่ออวดศักดา ธรรมเนียมนี้คล้ายกับเอลฟ์ในแผ่นดินรูเมเรียร์ตรงที่หากยังไม่เคยออกศึก ย่อมไม่สามารถมีเปียสงครามได้

ปกติหญิงคนรักจะเป็นผู้ถักเปียสงครามให้บุรุษ จากนั้นก็รัดปลายเปียด้วยปลอกหนังหรือปลอกโลหะ หากเป็นเปียสงครามของเผ่าที่เกรียงไกรหน่อย ปลอกรัดจะสลักหรือวาดลวดลายอย่างวิจิตรบรรจงไว้ด้วย ส่วนจะสลักภาพอะไรไว้นั้น หากมิใช่ภาพที่เกี่ยวข้องกับชัยชนะในสงครามที่ผ่านมา ก็เป็นภาพที่แสดงถึงเผ่าของตน อย่างเบเลธจากเผ่าเหยี่ยวก็มีเปียสงครามที่สวมปลอกรัดลายนกเหยี่ยว

“เจ้าคิดว่าจะเริ่มงานได้เมื่อไร” เดลการานถามลิลิเบธ

“ยิ่งเร็วยิ่งดีหรือ” นางตอบโดยไม่ได้หันมองเขา

“ยิ่งเร็วยิ่งดี” เดลการานตอบรับ แววตาเขาคมกล้า ดูมีชีวิตชีวาและมีเสน่ห์น่ามอง

“อาจต้องทำให้ทหารของท่านคุ้นเคยกับข้าก่อน”

ดาร์กเอลฟ์ผมเงินหัวเราะ “จะมีคนตายหรือไม่” เขาหยิบแผนที่ขึ้นมาดู สนทนาโดยไม่ต้องมองนางเช่นกัน

“ไม่น่าจะมีดอก ยังไม่เจอบุรุษหรือสตรีที่ถูกใจสักตน” แม่มดตอบ

“เบเลธ อัซราน”

“บุตรชายคนโตของท่าน”

เดลการานพยักหน้า ทำให้มาตาวีต้องโน้มตัวตาม “ถูกใจไม่ใช่หรือ”

ลิลิเบธยิ้มตรงมุมปาก “ถูกใจอยู่บ้าง แต่ทราบว่าห้ามแตะต้อง”

ผู้ฟังพอใจที่แม่มดตนนี้รู้ว่าอะไรควรไม่ควร นางกับเขาเข้ากันได้มากกว่าแม่มดที่จ้องจะมีบุตรกับเขาโดยหวังเอาบุตรที่เกิดมาไปเป็นสมบัติของตน “แม่มดอย่างพวกเจ้าจะทำอะไรก็ได้ ยกเว้นยุ่งเกี่ยวกับบุตรข้าโดยที่ข้าไม่อนุญาต”

“พักนี้ป่าแม่มดไม่ค่อยสงบนัก” ลิลิเบธเปรยไปอีกเรื่อง

“เคยสงบด้วยหรือ” เดลการานถามเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ในใจครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่อาจเป็นไปได้หลายเรื่อง

มาตาวีที่ฟังทั้งสองสนทนากันมาตั้งแต่เช้าเริ่มชินแล้วว่าทั้งคู่สามารถพูดคุยกันได้โดยใช้ถ้อยคำเพียงเล็กน้อย ทั้งไม่ต้องสนใจซึ่งกันและกัน

นางแม่มดลุกขึ้น ท่วงท่ากรีดกรายทว่าชวนมอง นางงามเหมือนดอกกุหลาบสีดำ แต่ดูก็รู้ว่าเป็นดอกกุหลาบอันมีหนามแหลมอาบพิษร้าย สามารถทำให้ผู้สัมผัสทุกข์ทรมานจนตาย

ลิลิเบธมองมาตาวี แม้อีกฝ่ายหลบตาก็ยังมองต่อ “ท่านเคยบอกว่าจะไม่มีภรรยาเป็นแม่มด” นางกล่าว

มาตาวีเม้มปาก นางมีเชื้อสายแม่มดจริง และสามีก็ดูไม่พึงใจเรื่องการมีบุตรกับแม่มดเท่าไรนัก เพราะแม่มดทมิฬมักลักพาตัวหญิงหรือชายที่ชอบไปทำบุตรร่วมกับตน บุตรที่ถือกำเนิดขึ้นมาจะถูกพวกนางทำอะไรบ้างไม่มีใครรู้นอกจากตัวแม่มดเอง เล่าลือกันว่าแม่มดกินเด็กพวกนั้น สังเวยชีวิตให้แก่บิดาแห่งความตายเพื่อต่ออายุขัยของตน

แต่มาตาวีไม่ใช่แม่มด นางรักบุตรสาวที่เกิดกับเดลการาน ตั้งใจจะเลี้ยงดูให้ดี ให้เป็นบุตรีที่สามีภาคภูมิใจ

“ไปทำงานของเจ้าเถิด ลิลิเบธ” เดลการานแนะ คล้ายช่วยให้มาตาวีรอดพ้นจากสายตาของแม่มด

“ช่างเป็นภรรยาที่รักที่โปรดปรานจริงๆ” ลิลิเบธน้อมศีรษะให้เดลการานแล้วจากไป

“ท่านพี่...” มาตาวีเล็มผมเสร็จแล้ว เส้นผมที่เดลการานตัดทิ้งอย่างลวกๆ บัดนี้เข้าทรงงามดี นางวางมีดบนผ้าปักลายที่ใช้เก็บรวบรวมเส้นผมซึ่งตนบรรจงตัดทีละปอย

“ว่าอย่างไร” เดลการานหันมองนาง ดวงตาสีเงินเปี่ยมพลังจนทำให้คนใจสั่นได้

“ท่านอยากเห็นหน้าลูกหรือไม่ นางน่ารักทีเดียว คงดี...หากท่านตั้งชื่อให้นาง” ตั้งแต่บุตรสาวเกิด เดลการานยังไม่เคยไปดูหน้าเด็กเลยสักครั้ง

“ไม่จำเป็น” คำตอบที่ออกจากปากโหดร้ายต่อความรู้สึกอยู่มาก แต่เดลการานปฏิบัติเฉกนี้กับภรรยาทุกคน “ให้เจ้าตั้งชื่อและเลี้ยงดู ไม่จำเป็นต้องพามาพบเรา เมื่อต้องการพบเราจะเรียกเอง”

“เจ้าค่ะ” มาตาวีรับคำอย่างสลด ความผิดหวังอยู่ในดวงหน้า นางไล้นิ้วบนผ้าปักเหมือนลังเลจะพูดต่อ

“อยากได้เส้นผมหรือ” เดลการานถามโดยแตะมือข้างแก้มสีเทานวล น้ำเสียงมิได้เอาอกเอาใจเป็นพิเศษ เรื่องการขอเส้นผมเป็นของแทนใจเขาโดนภรรยาทั้งหลายขอจนชิน แต่ปฏิเสธมาตลอดเพราะคิดว่าเป็นธรรมเนียมที่ไร้ประโยชน์ “เจ้าเพิ่งคลอดบุตรให้เรา จะหาของขวัญที่ดีกว่านี้ให้”

มาตาวีส่ายหน้า พับผ้าปักห่อเส้นผมอย่างถนอมแล้วเอาแนบอก

“แค่เส้นผมจะดีหรือ” เดลการานถาม

มาตาวีพยักหน้า

“เช่นนั้นก็ตามใจเถิด”

เมื่อสามีอนุญาต หัวหน้าสตรีแห่งเผ่าหินก็เผยรอยยิ้มดีอกดีใจอย่างห้ามไม่อยู่ รอยยิ้มของนางเหมือนดอกไม้ที่บานอยู่บนก้อนหิน อันเป็นสถานที่ที่ดอกไม้ไม่ควรเติบโตได้ แต่เมื่อแย้มบานแล้วก็โดดเด่นขึ้นมา สดใสน่ามอง

---------------------------------

A/N ตอนนี้เราว่าเบเลธน่ารักค่ะ โอ๊ย อะไรจะชอบขวานของตัวเองขนาดนั้น แล้วเขียนจดหมายบอกว่าบิดาใจดี (ใช้ตรรกกะไหนมอง!)

ส่วนเดลการานใจร้ายค่ะ...ทำไมใจร้ายแบบนี้ T_T

ป.ล. สำหรับคนที่ค้างตอนต่อของฮาลูเอท พักชมสิ่งที่น่าสนใจในปัจจุบันกันก่อนนะคะ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น