Elven Almanac ภาค ♰ แดงทมิฬ (Yaoi)

ตอนที่ 11 : บทที่ 3 เสียงเพรียกหา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    19 มี.ค. 62

บทที่ 3 เสียงเพรียกหา


อดีต ดินแดนต้องสาป

ความรักความผูกพันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วความเอ็นดูเล่า มีอะไรเป็นมูลเหตุ หากบอกว่าเดลการานไม่รู้สึกว่าต้องให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ นับเป็นเรื่องผิดหรือไม่ แล้วใครจักเป็นผู้ตัดสินเขา

ไข้เจ้าไม่ลดเลย” ฮาลูเอทเป็นห่วงเดลการาน เขามองเห็นเส้นใยสีแดงโยงเข้ากับร่างกายของเด็กหนุ่ม มันจมหายเข้าไปใต้ผิวหนังอย่างน่ากลัวว่าหากฝืนดึงออกเนื้อสดๆ ย่อมหลุดตามมาด้วย

เส้นใยนี้คือคำสาปอันเกิดจากฝนโลหิต คอยแย่งชิงพลังของสิ่งมีชีวิตที่พลัดหลงเข้ามาในอาณาเขต สัตว์ป่าบางตัวถูกดูดพลังชีวิตจนเหลือเพียงซากแห้งกรัง นกกาที่ดิ้นรนหนีจากเส้นใยมีสภาพเหมือนถูกฉีกร่าง เมื่อสิ้นชีวิตก็นอนเน่าเหม็นอยู่กลางสายฝน

ทว่าน่าแปลกที่ตัวฮาลูเอทเองไม่มีเส้นใยคำสาปใดๆ มาเกาะติด

เวลานี้เดลการานไม่เห็นเส้นใยเวทดังกล่าว—ยังไม่เห็น—ทว่าหลังจากนี้จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้เขารับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน ขณะนี้ สิ่งที่เขาสนใจคือฮาลูเอท

“ข้าเห็นความทรงจำของเจ้า” เดลการานพึมพำ หลังต้องติดอยู่กับเอลฟ์แปลกหน้าเป็นเวลาหลายวัน บางครั้งเขาเห็นภาพหลอน ภาพเหล่านั้นชัดเจนบ้างไม่ชัดเจนบ้าง หลายภาพมองไม่ออกว่าเกี่ยวข้องกับอะไร เป็นแค่เงารูปร่างประหลาดเคลื่อนไหวไปมา แต่อีกหลายภาพเกี่ยวข้องกับฮาลูเอท

ภาพเคลื่อนไหวไหลเรียงไปเรื่อย บอกเล่าว่าเอลฟ์หนุ่มมาถึงแดนทมิฬได้อย่างไร บ้านเกิดของฮาลูเอทอยู่ไกลโพ้นทะเล ต้องโดยสารเรือขนาดใหญ่ข้ามทะเลมายังแผ่นดินของดาร์กเอลฟ์ จากนั้นก็เป็นภาพการต่อสู้ การต่อสู้มากมายที่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ฮาลูเอทใช้ฝีมือรบอันฉกาจฉกรรจ์สร้างชื่อเสียงให้แก่ตนเอง เมื่อมีชื่อเสียงก็มีผู้คนรายล้อม เอลฟ์หนุ่มหลับนอนกับหญิงและชายจำนวนนับไม่ถ้วน รอยยิ้มบนใบหน้าอ่อนโยนอยู่เสมอ ถ้อยคำที่พูดจาก็ฟังหวานหู

วันหนึ่งสตรีดาร์กเอลฟ์ที่เขาเคยร่วมหลับนอนด้วยนำเด็กตัวน้อยมาให้ บอกว่านี่เป็นบุตรของเจ้า จากนั้นก็ทิ้งเด็กไว้กับเขา ฮาลูเอทเลี้ยงดูบุตรด้วยความรัก คอยดูแล อาบน้ำ ป้อนอาหาร ทั้งกอดทั้งหอม คลอเคลียไม่ยอมห่างอย่างเป็นแก้วตาดวงใจ

จากนั้นภาพก็ขาดหายไปเพราะฮาลูเอทตัวจริงเอามืออังหน้าผากเขา

อีกฝ่ายชวนคุยอย่างที่ชอบทำ

ข้าเห็นความทรงจำของเจ้าเช่นกัน เจ้าชอบอ่านหนังสือใช่หรือไม่ ข้าเห็นภาพเจ้าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดยามถือหนังสือ บางครั้งตั้งอกตั้งใจอ่านจนลืมเวลา เจ้าอ่านหนังสือเยอะมาก ทั้งไม่ชอบพูดคุยกับใคร...เจ้าเพียงมองผู้อื่นจากที่ไกลๆ แล้วกลับมาอ่านหนังสือของตน...เจ้าอยู่คนเดียวมาตลอดหรือ”

เดลการานทำเสียงไม่พอใจ เหมือนถ้ามีแรงลุกนั่งได้ เขาย่อมไม่ทนฟังคำพูดของเอลฟ์

ใช่เรื่องที่ข้าต้องตอบหรือ”

ไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรดอก” ฮาลูเอทยกศีรษะเด็กหนุ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้อนน้ำ เมื่ออีกฝ่ายยอมจิบโดยไม่อิดออด ผิดกับช่วงวันแรกๆ ที่แม้แต่น้ำยังไม่ยอมจิบ เขาก็พอใจจนยิ้มออกมา “เจ้าเหมือนแมวรู้ไหม เอาใจยาก หวงเนื้อหวงตัว แต่ก็สนอกสนใจสิ่งต่างๆ จนไปลอบมองอยู่บ่อยๆ แต่ถึงลอบมองก็ยังหลบอยู่ไกลๆ ราวกับกลัวว่าหากใครมาพบเห็นเข้าเจ้าจะถูกจับตัว”

หยุดสอดรู้เรื่องของคนอื่นได้แล้วหนา” เดลการานไม่คิดว่าสิ่งที่ตนทำจะดูเหมือนพฤติกรรมของสัตว์ตัวเล็กอย่างที่อีกฝ่ายพูด เอลฟ์ตนนี้ย่อมมีปัญหาในการตีความภาพที่เห็น

ฮาลูเอทยักไหล่กับเด็กหนุ่มที่พูดจาแบบผู้ใหญ่ เขาคิดว่าวิธีการพูดแบบนี้ช่างเกินวัย...แต่ก็น่าฟัง “ข้าก็อยากหยุดตามที่เจ้าขอ แต่จนใจที่ภาพเหล่านั้นปรากฏขึ้นมาเอง แล้วเจ้าก็น่ารักน่าเอ็นดูมากจนข้ามองเพลินไปหน่อย”

เดลการานหน้าตึง ทว่านอกจากรำคาญแล้ว เขาก็มิได้รังเกียจอีกฝ่ายเท่ากับช่วงวันแรกๆ เหมือนพลังลึกลับที่เคยครอบงำความคิดของเขาอ่อนกำลังลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่เมื่อเป็นตัวของตัวเอง เขากลับวางตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกับฮาลูเอท

เดลการานมีพลังมหาศาลติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทั้งพลังเวทมนตร์ พลังชีวิต สติปัญญา พรสวรรค์ แลรูปโฉมล้วนคล้ายได้รับพรวิเศษอันหาใครเสมอเหมือน เขาจึงไม่เคยต้องพึ่งพาใคร ไม่ต้องมีบิดามารดาหรือผู้ใดคอยเลี้ยงดูก็เอาตัวรอดเติบโตขึ้นมาเองได้ แต่นั่นทำให้เขาไม่คุ้นเคยกับการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อื่น

ทำไมถึงชอบอยู่คนเดียวเล่า” ฮาลูเอทถามตื๊อ

“ข้าไม่เพียงชอบอยู่ตามลำพัง ยังชอบสังหารผู้ที่คิดมาวุ่นวายกับข้าด้วย” เดลการานแสยะยิ้ม

“ก็ไม่เห็นเป็นไร ข้าคิดว่าเจ้าทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

“อย่างนั้นหรือ...”

“หากเจ้าคิดว่าสมควรทำเช่นนั้น ย่อมคิดมาดีแล้วใช่หรือไม่ ข้านับถือที่เจ้ากล้าตัดสินใจ”

คำตอบที่ฟังโง่เง่าเอาอกเอาใจจนผิดสามัญสำนึกนี้ทำเดลการานอึ้งไปครู่ใหญ่ ปกติแล้วความคิดฆ่าฟันของเขาถือเป็นสิ่งผิด เป็นการกระทำนอกรีต เรื่องที่เขาฆ่าเอลฟ์ตนนั้นในป่าถูกกล่าวโทษและทำให้ถูกตามล่า หากคิดว่าเอลฟ์และดาร์กเอลฟ์เองก็ฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อเอาตัวรอด แล้วเหตุใดเดลการานที่ต้องต่อสู้กับสัตว์ดุร้ายในป่าเป็นประจำจะตัดสินใจฆ่าสิ่งมีชีวิตแปลกหน้าที่เพิ่งเคยพบเห็นไม่ได้เล่า

เดลการานเป็นสัตว์ประหลาด—ถูกต้อง แต่ในเวลานี้เขาเป็นสัตว์ประหลาดที่ยังเยาว์ ยังมิได้มีความคิดฆ่าฟันอันจะก่อการล้างผลาญแผ่นดินทมิฬแต่อย่างใด เขาเพียงสู้เพื่อเอาตัวรอด

ฮาลูเอทอาจมองออกว่าเด็กหนุ่มยังมิใช่สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้าย จึงมอบความรักความเมตตาให้

เอลฟ์ตะวันออกนึกอยากลูบศีรษะเด็กหนุ่มจึงค่อยๆ วางมือลงไปแล้วลูบไล่จากกลางศีรษะลงมาถึงท้ายทอย “ดวงตาของเจ้าเต็มไปด้วยความรอบรู้ เปล่งประกายเฉลียวฉลาดและกล้าหาญ แต่เหตุใดสีเงินในดวงตาจึงแห้งแล้งนักเล่า เหมือนแผ่นดินแห้งผากที่ไม่เคยได้รับความเมตตาจากเทพีแห่งสายน้ำ”

เทพีอะไรนะ”

เทพีแห่งสายน้ำของแดนตะวันออก ในความเชื่อของพวกเจ้าคงเปรียบได้กับมารดานที” ฮาลูเอทตอบ

เทพีแห่งสายน้ำทำให้ฝนระยำนี้ตกหรือ” เดลการานถามเสียงนิ่ง ดวงตาดุ

ฮาลูเอทส่ายหน้าแบบเอ็นดู “ข้ารักความคิดนี้ของเจ้าจริงๆ”

“รัก?” เดลการานหัวเราะเสียดสี “สำหรับเจ้ารักคืออะไร ข้าเห็นคำนี้บ่อย พวกกวีชอบนำมาเขียนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับการสร้างความเดือดร้อน”

คนฟังพ่นหัวเราะ “การสร้างความเดือดร้อนหรือ”

“เมื่อตัวเอกในบทกวีมีความรัก พวกมันสร้างความเดือดร้อนให้กับทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ตัวมันเอง”

“ก็จริง...ก็จริง” เอลฟ์ตะวันออกหัวเราะจนตัวโยน เสียงของเขาทุ้มน่าฟัง “ลองนึกว่าเจ้ามีความรักสิ นั่นเพราะเจ้าตกหลุมรักใช่หรือไม่ เมื่อนั้นรักจะเป็นความรู้สึกเดียวในใจเจ้า เหมือนเดินอยู่บนเส้นทางสายเดียว ไม่มีเส้นทางอื่นให้เลือกเดิน และนั่นเป็นเพราะตัวเจ้าเองปิดกั้นเส้นทางสายอื่นของตัวเองจนหมด เจ้าอาจไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำอย่างนั้น ดังนั้นหากมีความฉิบหายใดๆ เกิดขึ้นจากความรัก เจ้าย่อมมองไม่เห็นความฉิบหายนั้นดอก”

เดลการานหัวเราะบ้าง ครั้งนี้ไม่ได้ประชด แต่นึกขำออกมาจากใจจริง “ความฉิบหายเลยสินะ”

“ใช่แล้ว” แววตาอ่อนโยนยิ่งทอประกายความรักความเอ็นดูในตัวเด็กหนุ่มมากขึ้น

เดลการานหัวเราะจนไอ เขาไอหนักๆ แล้วรู้สึกมึนงงจนต้องหลับตาแน่น ตอนนี้เขาไม่สบายตัวเอาเสียเลย

ฮาลูเอทแตะหน้าแตะคอเด็กหนุ่ม เจ้าตัวร้อนมาก จะพาไปอาบน้ำให้ร่างกายเย็นลงหนา” เอลฟ์นักรบจากแดนตะวันออกร่างกายแข็งแรงมีพละกำลังมากอยู่แล้ว เขาช้อนตัวช้อนชาคนป่วยขึ้นแนบอก ครู่เดียวก็ยกร่างราวกับอีกฝ่ายตัวเบาหวิว อุ้มพาออกไปนอกถ้ำ

ด้านนอกฝนสีแดงยังตกปรอยๆ หยดน้ำฝนตกกระทบใบไม้สีเขียวเข้มเหมือนโดนหยดเลือดกระเซ็นใส่ ฮาลูเอทเอามือบังศีรษะให้เดลการาน กระซิบว่าอดทนหน่อยเถิด รออีกนิดจะสบายขึ้น น้ำเสียงห่วงใยนั้นเหมือนธารน้ำอุ่นท่ามกลางเม็ดฝนเย็นเฉียบ เมื่อผ่านเข้ามาในโสตก็ทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มอย่างน่าประหลาด เป็นความอบอุ่นอันชวนให้ถวิลหา ทำให้เขาอยากอยู่กับอีกฝ่ายแม้จิตใจจะพยายามปฏิเสธ

เดลการานทบทวนความรู้สึกนั้นของตนเองอย่างหงุดหงิด เขาสรุปว่าอาการป่วยไข้อาจทำให้มีเวลาว่างมากเกินไปจนคิดฟุ้งซ่าน

แท้จริงแล้วเดลการานมีความโดดเดี่ยวที่ไม่รู้ว่าตนจะเชื่อมโยงกับสิ่งใดได้บ้างแอบแฝงอยู่ มันอยู่ลึกมากจนเจ้าตัวไม่รับรู้ จิตใจที่ขับเคลื่อนอยู่ด้านบนก็ไม่รู้สึกว่าความโดดเดี่ยวนั้นเป็นปัญหาแต่อย่างใด กระทั่งได้มาเจอฮาลูเอทผู้ซึ่งพยายามเข้าหาอย่างอ่อนโยน

ขณะที่ฮาลูเอททำให้เดลการานลดเกราะลง เขายังสร้างความรู้สึก ไม่ครบสมบูรณ์ ให้แก่อีกฝ่ายไปพร้อมกัน ทุกถ้อยคำ ทุกการกระทำของเอลฟ์ตะวันออก ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกว่าแม้ภายนอกตัวเขาจะครบสมบูรณ์ดี แต่ภายในกลับกลวงเปล่า เขาไม่มีความรักความผูกพันกับผู้ใด ทั้งๆ ที่มันน่าจะเป็นเรื่องสำคัญมาก เขาอาจมีความต้องการพื้นฐานเช่น กินดื่มหลับนอน มีเรื่องที่สนใจหรืออยากทำเช่นการศึกษาภูมิปัญญาทั้งหลายในโลกใบนี้ แต่กลับไม่มี ความรู้สึกแรงกล้ากับสิ่งใดเป็นพิเศษ ไม่มีสิ่งที่หลงใหลหรืออยากทุ่มเทจิตใจให้

หากปราศจากความรักความผูกพันแล้ว ตัวเขาจะใช้ชีวิตเหมือนเพียงรอวันตายเท่านั้นหรือไม่ จะจากโลกนี้ไปโดยลืมค้นพบบางอย่างที่สำคัญมากหรือเปล่า

...แล้วบางอย่างนั้นมันสำคัญมากจริงๆ หรือ

ฮาลูเอทอุ้มพาเด็กหนุ่มดาร์กเอลฟ์มาถึงริมฝั่งแม่น้ำ พงหญ้าตรงนี้นุ่ม ทำให้เท้าไม่เปื้อนดิน ด้านข้างมีต้นไม้พอให้หลบฝน เขาปาดเม็ดฝนสีแดงจากหน้าอีกฝ่าย “เจ้าตัวร้อน แต่น้ำเย็นมาก หากโดนน้ำเย็นจัดทันทีอาจทำให้อาการเจ้าหนักขึ้นได้ เพราะอย่างนั้นเราจะค่อยเป็นค่อยไป”

“อย่างไร”

“ขออภัย” ฮาลูเอทถอดเสื้อผ้าของเด็กหนุ่มและของตนเอง เขาพาอีกฝ่ายนั่งลงแช่น้ำโดยกอดแนบไว้จากด้านหลังเพื่อไม่ให้รู้สึกหนาวเกินไป เป็นการช่วยเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร่างกายอย่างไม่รีบร้อน

เดลการานจ้องน้ำเขม็ง ตัวเกร็ง อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเขาย่อมรู้สึกไม่ปลอดภัย

“ข้าจะถูตัวเจ้าแรงๆ หน่อย ผิวอาจขึ้นเป็นสีแดงเลย แต่มันช่วยให้เส้นเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนังขยายตัว ไล่ความร้อนออกนอกร่างกาย ลดไข้ได้ดี” ฮาลูเอทจูบที่ขมับร้อนๆ ของเด็กหนุ่มพลางยกเส้นผมสีเงินยาวให้พ้นคอ เขาจูบและดูดเม้มผิวต้นคอสีสวยราวกับแร่เงิน มือวักน้ำลูบแผ่นอกที่เพิ่งแตกเนื้อหนุ่ม ทั้งบีบและนวดเบาๆ ไม่ให้เป็นตะคริว จากนั้นก็เริ่มออกแรงถูหนักๆ

เดลการานถูกขัดถูไปทั่วร่างจนเจ็บแสบไปหมด เป็นการอาบน้ำที่ทั้งทรมานและน่าหงุดหงิด ขณะเดียวกันก็รู้สึกซาบซ่าน ชาไปทั่วร่าง ฮาลูเอททำสิ่งนี้ด้วยความอบอุ่นและห่วงใย แต่ขณะเดียวกันก็สร้างความสุขทางเพศรสอันเกิดจากการสัมผัสแตะต้องไปพร้อมกัน

ในความมึนงง มือที่อยู่ใต้น้ำปัดผ่านเครื่องเพศของเด็กหนุ่ม ก่อนส่วนนั้นจะรู้สึกอุ่นจัดและปวดหนึบ

เดลการานหลับตากัดฟันครางอือ เสียงน้ำแตกกระเซ็นกับเสียงฝนตกกระทบผิวน้ำท่วมอยู่ในหูเขา เขาจิกต้นแขนเอลฟ์ที่อยู่ด้านหลัง รู้สึกขาดอากาศจนต้องอ้าปากหอบหายใจ เมื่อเปิดปากก็มีบางสิ่งที่นุ่มหยุ่นประกบลงมา ยอดอกเหมือนถูกบีบและขยี้ด้วยปลายนิ้ว

เดลการานขืนตัว แต่ไม่ปฏิเสธว่าบางส่วนของร่างกายรู้สึกดี เสียงน้ำแตกกระเซ็นดังถี่ขึ้นอย่างหยาบโลน ขาข้างหนึ่งของเขาถูกยกขึ้นเพื่อให้รับสัมผัสได้ดีขึ้น ชั่วขณะนั้น เดลการานเลิกต่อต้าน

เขาหันไปกัดสิ่งที่กัดได้ น่าจะเป็นเนื้อส่วนหนึ่งของฮาลูเอท เขาขย้ำเต็มแรงเมื่อมือของอีกฝ่ายทำแรงขึ้นโดยไม่เว้นช่วงพัก...ความสุขสมอันบรรยายไม่ได้ไต่ระดับอย่างรวดเร็ว จากนั้นเด็กหนุ่มก็เกร็งไปทั้งตัว ความร้อนจัดพุ่งออกจากร่างกายพร้อมกับที่ใต้เปลือกตามีแสงวูบวาบ

เงียบไปครู่หนึ่ง ฮาลูเอทก็กระซิบเสียงพร่า

“ดี ตัวเจ้าเย็นลงแล้ว ทนอีกนิดหนา อย่าเพิ่งหมดสติไป” สองมือใหญ่ที่เมื่อสักครู่ปัดป่ายไปทั่วค่อยๆ ลดน้ำหนักมือลงเมื่อผิวของเด็กหนุ่มแดงจนน่าพอใจ ฮาลูเอทถอนใจหนักๆ ในน้ำเสียงเจือความปรารถนาที่จะแนบชิดกับอีกฝ่ายให้มากยิ่งขึ้น

เดลการานเอียงศีรษะหลบเมื่อรู้สึกว่าปากของเอลฟ์แตะที่กกหูของเขา ซึ่งมิใช่ว่าเขาสงวนใบหูไว้ให้คนรักแต่อย่างใด แค่รู้สึกไม่ชอบใจ

“ไม่ต้องกลัวดอก บิดามิได้คิดจะทำอะไรเจ้า” ฮาลูเอทเปลี่ยนไปจูบผิวเนื้อส่วนอื่นเหมือนคนกระหายน้ำ ร่างสูงใหญ่กดและกอดเด็กหนุ่มไว้ราวกับเขาเป็นของล้ำค่าที่สำคัญต่อจิตใจ

ถ้อยคำนี้ดึงสติเดลการานกลับมาว่าฮาลูเอทมีบางอย่างไม่อยู่กับร่องกับรอย และเขาไม่ควรวางใจเอลฟ์ตนนี้

เรื่องทั้งหมดนี้—ฝนโลหิต เอลฟ์แปลกหน้า ความป่วยไข้ที่เกิดขึ้นกับร่างกายเขา—ล้วนแล้วแต่ผิดปกติ หากเขาละเลยความผิดปกตินั้น ย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายให้กับความประมาทเลินเล่อ

เดลการานไม่พึงใจให้ตัวเองต้องเสียอะไร

ท่ามกลางฝนสีแดงตกพรำ ชายหนุ่มร่างกำยำซ้อนตัวอยู่ด้านหลังเด็กหนุ่มอย่างเงียบเชียบ หางตาของเขามีหยดน้ำเกาะเหมือนคนกำลังร้องไห้ แม้สีผิวของทั้งสองจะแสดงความแตกต่างของเผ่าพันธุ์ ตัดกันเหมือนขาวกับดำ แต่บางทีทั้งสองสี—ทั้งสองเผ่าพันธุ์ อาจไม่ต่างกันเลยก็ได้

---------------------------------

A/N หวาย เอามือปิดหน้า (>///<) หลายคนอาจสงสัยว่าเนื้อหาส่วนอดีตนั้นเกี่ยวข้องอย่างไรกับปัจจุบัน ในตอนแรกที่เราออกแบบตัวละครอย่างเดลการาน เขาดูแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ แต่พูดก็พูด สิ่งที่เราเห็นในปัจจุบันกับตัวตนของคนคนนั้นในอดีต ย่อมมีความแตกต่างกันบ้างไม่มากก็น้อย

ในภาคปกติเราเขียนถึงเนื้อเรื่องในอดีตของเดลการานแบบนี้ได้ยาก เลยนำมาเขียนตรงนี้ แต่ก็หวั่นๆ เหมือนกันว่าจะทำให้ภาพจำของเขาเสียไปไหม

หลังจากคิดอยู่นาน เราว่านี่ก็เป็นความจริงอีกด้านหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในเรื่อง และเราก็มีหน้าที่เล่าออกไปค่ะ ;)

ป.ล. ณ ปัจจุบัน ไม่มีใครทำแบบนี้กับเดลการานได้หรอก (?) ;w; แค่ตอนเด็กๆ น่ารักนี่นา เลยโดนนักเขียนแกล้ง แง ฉันขอโทษ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น

  1. #15 Pie2Na (@pie-handsome) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:45
    คิดเหมือน #14 ค่ะ รู้สึกว่าเหมือนจะมาร้าย นี่หลอกฟันแล้วทิ้งรึเปล่า //เอ๊ะ ผิดประเด็น 555 //นี่เตรียมผ้าเช็ดหน้ารอแล้ว แอบเดาว่าต้องตายคามือเดลการานแน่ๆ TT
    #15
    0
  2. #14 Slowdrive (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 13:36

    คุณพ่อทั้งอ่อนโยนและให้ความรู้สึกน่ากลัว ไม่น่าไว้ใจไงชอบกล

    แต่ก็ดีกับเดลการานนะ แต่ดูมีลับมคมในแอบแฝง

    #14
    1
    • #14-1 I L L R E I (@illreris) (จากตอนที่ 11)
      19 มีนาคม 2562 / 14:19
      อา อ่านได้ตรงกับที่อยากสื่อเลยค่ะ ;w; ดีอะดีจริง แต่มันมีอะไรแปลกๆ นะ
      #14-1