ปกครองยาก﹝kiss me, free cash﹞

ตอนที่ 2 : 01__kid tung chan mai way lar tee ter…

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    6 ก.พ. 63

theneoclassic 

Present



#ปกครองยาก



01

kid tung chan mai way lar tee ter…



  


     “นี่มึงกำลังอกหักใช่มั้ยวะไอ้ก้อง”

     ผมเหล่มองไปทางไอ้คนถาม ซึ่งก็คือไอ้จิมมี่ หนึ่งในเพื่อนสนิทของทีมเรา

     เรื่องคำตอบเอาไว้ก่อน ไอ้กระผมน่ะมันคนมีฟอร์ม “เฮ้ย คนอย่างกูเคยอกหักด้วยเหรอ มึงเห็นกูอ่อนแอขนาดนั้นเลยรึไง น่าสมเพช”

     “ดูสภาพมึงก่อน โซฟาเขามีไว้นั่ง ไม่ใช่ให้มึงนอนซมเป็นหมายังงี้”

     ผมนี่มองดูตัวเองเลยครับ เชี่ยละ สภาพโคตรไร้เรี่ยวแรง เลื้อยแทบจะเป็นงู โคตรหมดอาลัยตายอยาก ลุกขึ้นมานั่งหลังตรงสมศักดิ์ศรีแป๊บ “จ้า ก็จริงของมึง”

     “เลิกฟอร์มสักทีเหอะมึงอะ” มันมองค้อนผมวงใหญ่ โอ้โห มึงเป็นใครมาจากไหนฮึ “โซจูหรือเบียร์?”

     “ผสม โซจูบอมพ์อะรู้จักมั้ย”

     “ไปบอมพ์ที่คฤหาสน์บ้านทรายทองมึงโน่น เรื่องมาก สิ้นเปลืองฉิบหาย” แล้วมันยื่นโซจูให้ผมแล้วเก็บเบียร์ไว้กินเอง เออ ก็ขอบใจที่เลือกของแรงให้ รสพีชเย็นๆ ชื่นใจเป็นที่สุด

     แล้วไอ้จิมมี่ก็ถามต่อ “สรุปคืนนี้จะจบแค่ที่คอนโดกูถูกมั้ย จะได้เปิดเน็ตฟลิกเลย”

     “ขี้เกียจว่ะ”

     “เนี่ย สัญญาณของคนอกหัก”

     “มึง คนขี้เกียจมีทั้งโลก”

     “แต่คนอย่างก้อง ดรุณไม่เคยขี้เกียจเวลาชวนออกไปเที่ยว” ผมคิดตาม... เออว่ะ จริงของมัน “มันคือคนที่กระดี๊กระด๊าเวลาเจอแสงสี เริงร่าท่ามกลางสุรานารีและหนุ่มน้อยม.ปลายที่พกบัตรประชาชนปลอมมาเที่ยว”

     ดูไม่ใช่คนดีเท่าไหร่เลยว่ะ ผมรีบถอนหายใจ “ไอ้ฟิวส์อะ ว่าไง”

     พวกเราสองคนหันไปยังเพื่อนอีกคนที่อยู่ในห้องแทบจะพร้อมๆ กัน แล้วก็พบว่าไอ้คนที่ว่านั่น บัดนี้นอนจมฟูก ถอดเสื้อแจ็กเกตออกมาห่มกาย พร้อมทั้งยึดพื้นที่ว่างใต้โต๊ะกินข้าวเป็นหลังคาบ้านไปแล้วเรียบร้อย “อ๋อ หลับ”

     “แหม่ เพื่อนผมแต่ละคนมันสุดยอด คนหนึ่งไฮโซสุดหล่อจอมเรื่องมาก อีกคนเป็นแร็ปเปอร์เวลาพักไม่ค่อยจะมี มีกูเนี่ยปกติสุดแล้วมั้ง”

     “ได้ข่าวว่าคุณเป็นโฮสต์นะครับ -_-”

     “ปกติสำหรับพวกมึงไง” ไอ้จิมมี่ว่า มันคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก่อนกดยุกยิก “กูสั่งไก่ทอดละนะ หิว! ...เอาไรปะมึงอะ”

     “ไอ้จิม” ผมเรียกเพื่อนด้วยเสียงเรียบ แค่ฟังก็รู้ว่ากำลังประหม่า ใช่ครับ ผมกำลังจะขอความเห็นจากมัน “คือกูรู้นะว่ามึงไม่เคยมีแฟน หรือแบบความสัมพันธ์ยาวๆ ...”

     “ได้ข่าวว่ามึงก็เหมือนกันนิ”

     “เออ” ผมพยักหน้า “แต่กูอยากถามอะไรมึงอย่างว่ะ แบบ...มึงเคย...ง้อใคร...ปะวะ”

     ทำไมสภาพกูเหมือนเด็กม.ต้นเพิ่งมีความรักครั้งแรกเลยว่ะ ทุเรศทุรัง

     ไอ้จิมมี่หรี่ตา แล้วเพื่อนรักก็วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะดังเดิม มันปรี่มานั่งข้างๆ ผมบนโซฟาทันที ใบหน้านี่มีแต่ความอยากรู้อยากเห็น “จะง้อใครวะ บอกก่อน แล้วจะแนะนำ”

     “มึงนิ”

     “เร็ว! กูอยากรู้” มันยิ้มร้าย พร้อมกระดกเบียร์เข้าปาก

     ผมก็เลยถือโอกาสบอกความจริง “ก็... เบิ้ล”

     พรวด!! สัดดดดด เปียกหน้ากูเต็มๆ!! มันเลื่อมเป็นฟิลเตอร์โปรไฟล์เฟซบุ๊คแม่ตัวเองเลย

     “Oh I see… เหลือเชื่อไปเลยว่ะ”

     “เออ กูรู้ รีแอคชั่นมึงเต็มหน้ากูหมดแล้ว" ผมยกแขนเสื้อเช็ดน้ำบนหน้า โคตรทุเรศทุรัง “กูบอกมึงแค่นี้แหละ แค่ตอบที่ถามไปก็พอ”

     แน่นอน ความเป็นเพื่อนที่เข้าใจกันของเราทำให้ไอ้จิมยอมช่วยในที่สุด มันลูมคางทำเป็นคิดอยู่นาที ในที่สุดก็ตบบ่าผมพร้อมยิ้มออกมา “ส่งเพลงให้เขาดิ”

     “ฮะ เบสิกไปหน่อยปะวะ -_-”

     “มึงมันเล่นใหญ่จนเคยตัว ซิมเบิ้ลอีสเดอะเบสไง ไม่เคยได้ยินเหรอ รุ่นพ่อรุ่นแม่เราเขาก็ทำกันอย่างนี้ ส่งเพลงให้เวลาสารภาพรัก ง้อ ขอโทษ สารพัดประโยชน์สุดๆ”

     “ผิดแล้ว พ่อแม่กูแต่งงานกันเพราะเงิน”

     “ก็ลืมไปว่าครอบครัวมึงมีปัญหา” ไอ้จิมกลอกตา “แต่เชื่อกูเหอะ วิธีนี้เวิร์ค”

     ผมนิ่งเงียบ ยอมรับครับว่าคล้อยตามอย่างช่วยไม่ได้ ไอ้จิมเห็นอย่างนั้นเลยชอบใจ ตบบ่าผมอีกชุดใหญ่ ก่อนลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ทำอย่างกับว่ามันต้องการให้ผมใช้เวลากับตัวเอง

     อะ ใช้ก็ใช้

     เพลงเหรอ? เพลงอะไรดีวะคุณ... ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ค้นหาเพลงเหมาะๆ พร้อมคิ้วที่ขมวดมุ่น อืม... ไหนดูซิ ในหมวดเพลงฮิตมีอะไรน่าสนใจบ้าง

     ขอโทษที่เข้าไปเป็น มะริ่งกิ่งก่อง มะน่องมะแน่งมั๊บ ปะล่องป่องแป่ง ง้องแง้งง้องแง้ง ในชีวิตเธอ ขอโทษที่เข้าไปเป็น มะริ่งกิ่งก่อง สะระน๊องก่องแก่ง มะน่องมะแน่งมั๊บ ปะล่องป่องแป่ง ง้องแง้งง้องแง้ง ในชีวิตเธอ...~

     “เพลงนั้นไม่ได้!!!” ไอ้จิมถึงกะตะโกนออกมาจากในห้องน้ำ

     เออ จริงของมัน ขนาดฟังเองยังงงเลยจะเอาไปง้อเด็กได้ไง ...แต่จะว่าไปก็ติดหูดีว่ะครับ มองซ้ายมองขวาก่อนกดเฟ็บไว้อย่างไว หึๆ เดี๋ยวจะเอามาเปิดฟังตอนขับรถ เจอกูแน่

     อะ กลับมาเข้าเรื่อง ...แล้วผมจะใช้เพลงไหนดีวะเนี่ย

     ด้วยความอับจนหนทาง ผมจึงพิมพ์คำว่า ‘เพลงง้อ’ ลงในช่องค้นหาอย่างสิ้นคิด แล้วมันก็มีเพลย์ลิสหนึ่งโชว์ขึ้นมา ผมหรี่ตา ก่อนกดไปยังแทร็คแรกที่เห็นทันที ชื่อเพลงมันสะดุดผมซะเหลือเกิน

     คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ ไม่เจอะเจอกันกับฉัน คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ เหงาใจ คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอไม่มีใครให้ทะเลาะ ไปไหนแล้วไม่มีไหล่ให้เกาะ แล้วเธอคิดถึงใคร...~

     เฮ้ย...

     ตอบหน่อยได้ไหม ตอบฉันหน่อยว่าเธอคิดถึงกัน ไม่ต้องหวานต้องแหววหรอก อยากถามแค่ให้เธอ ตอบหน่อยได้ไหม ตอบฉันก่อน ว่าเธอคิดถึงฉันอย่างที่ฉัน (อย่างที่ฉัน) มันคิดถึง คอยเธอกลับมา...~

     “เฮ้ เฮ” เป็นไง เคลิ้มถึงขนาดฮัมไปพร้อมพี่กบเลย จะมีอะไรเหมาะไปกว่าเพลงดีๆ เช่นนี้อีกวะ ผมนี่จริงๆ เลย มองข้ามเพลงเก่าได้ไง เรโทรๆ แบบนี้ซิ รับรองโดนใจเบิ้ลเต็มๆ

     แล้วผมก็กดส่งเพลงเข้าไลน์เบิ้ลอย่างไม่รอช้า พอมันเด้งในห้องแชต ผมนี่เหงื่อซึมเท้าเลยครับ ตื่นเต้นโคตรๆๆ จะได้ผลมั้ยวะคุณณณ

     เฮ้ย! เบิ้ลอ่านแล้ว กดล็อกหน้าจอแป๊บ ทำใจไม่ได้!

     ตืด ตืดดด เอาละเว้ยยย น้องพิมพ์กลับมาแล้ว ผมข่มตา จัดการสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกลมปราณ ก่อนนับหนึ่ง สอง สาม แล้วสแกนนิ้วปลดล็อกหน้าเจอ

     เชี่ย!!! 


     BubbleGundum : อะไรอ่าาา *O*

     BubbleGundum : จะจีบผมเหรอ O_o

 

     ดะ...ได้ผล!? ได้ผลเหรอวะ! ไอ้จิมมี่มึงออกมาจากส้วมก่อน มาให้กูกราบเดี๋ยวนี้ มึงแม่งศาสดาแห่งวงการง้อเมียสุด กูขอซูฮกมึงจากใจ สุดยอดเลยเพื่อนรัก

     ตืด ตืดดด หืม? ดูเหมือนเบิ้ลจะพิมพ์อะไรตามมาอีกแฮะ

 

     BubbleGundum : แต่เสียใจด้วยนะพี่ก้อง

     BubbleGundum : พี่หมอเพิ่งมาให้เบิ้ลฟังมะคืนนี้เอง ^___^

     BubbleGundum : เพลงเดียวกันด้วยอะ โคตรเหลือเชื่อ

     BubbleGundum : *แนบรูปแค็ปหน้าจอ*

 

     แกร๊ก~ ไม่ต้องตกใจครับ มันคือเสียงแตกร้าวของมือถือผมเอง อื้อหือออ กูนี่กำหมัดแน่นเลยจ้า ไอ้พี่หมออะไรนี่อีกแล้วเรอะ แล้วเป็นโชคชะตาพาซวยอะไรวะถึงต้องมาส่งเพลงเดียวกัน แหม่ แล้วส่งเป็นลิ้งยูทู้ปด้วยนะ มีภาพประกอบแบบนี้ก็ฟินเลยดิเบิ้ล คงจินตนาการว่าตัวเองเป็นพี่แพท นปภาตอนสาวๆ แล้วละมั้ง ฮึ่ยย ทุเรศทุรังตัวเอง

     “ได้ปะมึง”

     เหอะ มึงออกมาจากห้องน้ำแล้วเรอะไอ้จิม “ได้”

     “อ๋อ ได้ผล!?”

     “ได้ก็เหี้ยละ!!”

     “เอ๊า อาละวาดว่ะ”

     “แม่ง หงุดหงิดเลยกู” ผมโยนมือถือทิ้งลงข้างตัว อยู่ดีไม่ว่าดีแส่หาเรื่องให้ตัวเองนอย เบิ้ลไม่ผิดหรอกครับ ผิดที่พี่หมออะไรนั่นต่างหาก คนเดียวเลย กูขอเบลม! มาทีหลังแท้ๆ แต่ดันส่งเพลงพี่กบตัดหน้าเฉย มันใช้ได้เหรอวะ

     ในขณะที่ผมกำลังนั่งกอดอกทำหน้าเซ็งโลกอยู่บนโซฟา ไอ้ฟิวส์ เพื่อนอีกตัวที่นอนอยู่ในโต๊ะกินข้าวก็ตื่นขึ้นมาพอดี มันตรงเข้ามาตบบ่าผมเป็นเชิงให้กำลังใจ เล่นเอาผมงงงวย มองมันด้วยสายตาสงสัยไม่เข้าใจ ทันใดนั้นมันก็ถามด้วยเสียงยานๆ ตามสไตล์แร็ปเปอร์หน้ามึน

     “กูตอบให้เลยนะ มึงอกหักก้อง”

     “จ้า ขอบใจน้าครับเพื่อนร้าก” กูรู้ตัวแล้วมั้ยละฮึ! แม่ง หงุดหงิด! “เปลี่ยนแผน คืนนี้ออก กูจะเมาให้ลืมบ้านเลขที่เลย”

     “ต้องงี้ดิวะ!”

     เฮอะ อกหักเรอะ ช่างแม่งดิ! จะบอกให้นะครับ คนอย่างไฮโซก้อง ดรุณเนี่ย เวลานอยๆ แค่ได้ดื่มแชมเปญดีๆ ราคาแพงๆ สักสองสามขวดเดี๋ยวก็ลืมละ กะไอ้เรื่องปัญหาขี้ปะติ๋วแค่นี้ แป๊บๆ ก็หายไปจากสมอง เชื่อผมดิคุณ




     สวัสดีครับคุณ ผมชื่อก้อง ดรุณ บุรเศรษฐี แค่นามสกุลก็บอกได้แล้วว่าผมมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ ใช่ครับ ผมเป็นคนประเภทที่หนังสือพิมพ์มักจะให้ฉายาว่า ‘ไฮโซ’ ก่อนตามด้วยชื่อเสมอ ผมเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลผู้ถือครองสัมปทานเหมืองเพชร ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมที่บุกเบิกกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นทวด พ่อผมเป็นผู้สืบทอดลำดับสาม ปัจจุบันแตกไลน์ธุรกิจแบรนด์เครื่องประดับสุดหรูระดับต้นๆ ของประเทศ มงกุฎ Miss Universal ที่นางงามปีล่าสุดสวมพ่อผมก็เป็นคนทำ พ่อคอยพร่ำสอนผมอยู่เสมอครับ ว่าถึงแม้เรามีเงินก็ใช่ว่าจะต้องหยุดทำงาน เพราะนักธุรกิจเวลาล้มทีมันรุนแรงนัก เผลอๆ อาจจะเหลือแค่ศูนย์ ไม่มีติดตัวสักกะบาท ตัวอย่างก็มีให้เห็นมานักต่อนัก เพราะฉะนั้นความขยันจึงจำเป็นมากสำหรับทายาทผู้จะต้องสืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างในครอบครัว

     แหม่ น่าเสียดายที่ผมยังเรียนไม่จบ ยังมีเวลาอีกหลายปีกว่าจะรับความคาดหวังเหล่านั้นมาแบกไว้บนบ่า แต่ที่จริงผมก็เริ่มหาอะไรทำบ้างแล้วนะครับ อย่างเช่นคลับเล็กๆ แถวทองหล่อที่พ่อยอมยกให้ผมเป็นคนดูแลบริหารด้วยตนเอง ได้กำไรก็เอาเข้ากระเป๋ามาเป็นค่าขนม ทำให้ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ท่านเหมือนตอนเด็กๆ วิสัยทัศน์ก้าวไกลตั้งแต่หนุ่มๆ เลยเป็นไงล่ะ เพจอายุน้อยร้อยร้านต้องเตรียมสกู๊ปข่าวแล้วนะ

     แต่ขอพักชีวประวัติไว้เท่านี้ก่อนนะครับ ตอนนี้ผมแย่มาก รู้สึกว่าหัวมันจี๊ดๆ แถมมีเสียงอะไรก็ไม่รู้ดังงุ้งงิ้งๆ อยู่ในหู มึนเป็นบ้า

     เบิ้ล... เบิ้ล... เบิ้ล... เบิ้ล...

     เฮ้ย ดะ...ได้ไงวะ อุตส่าห์กินเหล้าเพื่อลืมเธอแล้วนี่ ทำไมชื่อนี้ยังตามหลอกหลอนผมอยู่อีกกก

     ผมพยุงตัวจับราวบันไดด้วยความเมื่อยล้าไร้เรี่ยวแรง เมื่อคืนแม่งหนักจริงๆ ครับ ทั้งดื่มทั้งแดนซ์ไม่บรรยะบรรยังอย่างกับมันเป็นวันสิ้นโลก ผลสุดท้ายร่างจะแตก น้ำ... ผมต้องการดื่มน้ำเย็นๆ หนึ่งแกลลอนเป็นอย่างต่ำ คอแห้งแทบจะบ้า

     “ปวดหัวฉิบหายเลยวุ้ย” ผมบ่นออกมาลอยๆ โดยไม่ทันรู้ตัวเลยว่ามีใครอีกคนอยู่ในห้องนั่งเล่น

     “ลูกรัก วันนี้ไม่ออกไปแรดที่ไหนหรือจ๊ะ”

     เสียงอย่างนี้จะเป็นใครได้อีกล่ะ คุณนายสาวิตรีนั่นเอง “ม๊า วันนี้อยู่บ้านเหรอครับ -_-”

     “ฉันซิต้องถามแก เฮ้อ ไม่ไปรงไปเรียนกับเขาเลยเรอะลูกฉัน” ผู้เป็นมารดาช้อนตาขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์ โอ้โห วันนี้คุณนายตีกะบังลมใหญ่มาก ตารปัติที่ผมเคยใช้ตอนบวชซัมเมอร์ยังยอมแพ้เลย “แล้วดูซิ บอกกี่ครั้งกี่หนว่าอย่าถอดเสื้อนอน ปอดบงปอดบวมไม่กลัวมันเลยหรือยังไง”

     “มีเรียนบ่ายครับ ...แล้วใส่แค่กางเกงบางๆ แบบนี้มันสบายจะตาย ม๊าก็รู้่ว่าผมขี้ร้อน” ผมเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน จากตู้เย็นเป็นที่ว่างบนโซฟาข้างๆ ม๊าแทน แต่ประเด็นคือหัวมันหนักไม่ไหวแล้ว เลยเอนตัวนอนแนบตักท่านซะเลย

     “จะอ้อนอะไรอีกล่ะ”

     “รักม๊าไง”

     “หึ” ผมแอบเห็นรอยยิ้มผ่านช่องเล็กๆ ของหนังสือพิมพ์ ฟอร์มเก่งไม่แพ้ลูกเลยนะครับ แหม่ “ไปอาบน้ำอาบท่าซะสิ กว่าจะเอ้อระเหยเสร็จฉันว่าคงถึงเวลาเข้าเรียนพอดี”

     “ขอนอนตักนุ่มนิ่มก่อน” ผมประจบ แล้วก็นึกขึ้นมาได้ “พ่ออะม๊า?”

     “ไม่รู้ซิ คงอยู่กับอีหนูนางงามสักคนละมั้ง”

     “นั่นงะ กล่าวหาใส่ร้าย”

     “ก็ได้ยินข่าวมาอย่างนั้น”

     “พ่อรักม๊าจะตาย ไม่ทำงั้นหรอก คนตระกูลเรารักเดียวใจเดียว”

     “ถามตัวเองหรือยัง” เอ๊า โดนสวนเฉ้ย “แล้วตอนนี้ไฮโซก้อง ดรุณกำลังคบกับใครอยู่ล่ะจ๊ะ ใครกันน้าที่ทำให้ลูกชายของแม่ซมขนาดนี้ นักข่าวรู้คงเขียนคอลัมภ์ได้มันมือแน่”

     “ไม่มี๊! ไม่มีเลยครับ!” ผมพลิกตัวกอดเอวม๊าไว้ “ทำไมม๊าถามยังงี้ล่ะ”

     “ฉันคลอดแกมา มองหน้าก็รู้ว่ามีอะไรผิดปกติ ...มีอะไรจะสารภาพกับแม่ดีเด่นจากสมาคมภริยานักธุรกิจไทยคนนี้มั้ยเอ่ย”

     “ก็เต็มยศเกิ๊น”

     “มีมั้ยจ๊ะ...” เนี่ย น้ำเสียงนี้มาทีไรลูกอย่างผมยอมแพ้ตลอด มันน่ากลัวมาก ทั้งเค้นทั้งช้อนเหมือนสอบปากคำ แม่ตำรวจสาว

     สงสัยต้องพูดความจริงแล้วล่ะครับ “ม๊า ผมว่าผมอกหักว่ะ”

     แม้กล่าวไปอย่างนั้น แต่สตรีผู้ได้รับตำแหน่งแม่ดีเด่นก็ไม่มีทีท่าตื่นตระหนกตกใจแต่อย่างใด “คนไหนล่ะจ๊ะลูกรัก”

     “ม๊า! เลิกทำเหมือนผมเป็นแบดบอยซะทีได้มั้ยครับ”

     “เด็กแกมีเป็นกระบุง บอกชื่อมาสิ ฉันจะได้แนะแนวได้ถูกต้อง”

     “เกินไป๊” ผมย่นจมูกฟึดฟัด แต่สุดท้ายก็ยอมพูดอยู่ดี “ก็เบิ้ลอะครับ...”

     คุณนายสาวิตรีกลอกตาคิดอยู่แป๊บนึง แล้วในที่สุดก็จำได้ “อ๋อ หนูคนที่เป็นหมอ”

     “เป็นนักศึกษาแพทย์เฉยๆ ครับ ยังไม่ใช่หมอสักหน่อย”

     “พอเรียนจบเขาก็จะเป็น แล้วแกก็จะเป็นได้แค่ไฮโซที่มีข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละวัน ไม่มีทางคู่กันได้หรอก ไม่เหมาะสมสักนิด ทำใจซะเถอะลูก”

     “ขอบคุณครับ ชื่นใจจังเลยจ้ะแม่จ๋า” ผมทำตาปรือใส่

     “ฉันกำลังช่วยให้แกตัดใจ”

     “ผมไม่ได้อยากตัดใจสักหน่อย” ผมถอนหายใจออกมาเพื่อระบายความอัดอั้น “เมื่อคืนก็เที่ยวถึงเช้า เมาชนิดหัวราน้ำ สุดท้ายก็ยังเห็นหน้าเขาอยู่อะครับ”

     “หมั้นเลยมั้ยล่ะลูก” คุณนายสาวิตรีหัวเราะขำขัน

     “ง่ายขนาดนั้นก็ดีสิครับ แต่ตอนนี้เขาทิ้งผมไปแล้วไง มีคนคุยใหม่แล้วด้วย ไม่แยแสผมสักนิด” เอ๊ะ จะดูเป็นการใส่ร้ายอีกฝ่ายไปหน่อยปะวะ ขอเสริมอีกหน่อย “แต่ไม่ใช่ความผิดเขาหรอก มันผิดเองที่ผมโง่ มัวแต่โลเล ไม่เคยจริงจัง พอเขาจากไปกลับมาเสียดายซะงั้น ก็สมควรแล้ว”

     “ชอบจัง เห็นคนสั่งสอนตัวเอง”

     “ม๊า!”

     คุณสาวิตรีวางหนังสือพิมพ์ ม๊าลูบหัวลูกชายอย่างผมป้อยๆ ใบหน้ามีความเอ็นดูเพิ่มขึ้นกว่าเดิมประมาณสองร้อยเปอร์เซ็นต์ “เบิ้ล... ฉันชอบเขานะ อย่างน้อยก็น่ารักกว่าคนอื่นๆ อย่างน้อยเขาก็ไม่ค่อยพาแกไปทำอะไรแผลงๆ ให้เป็นข่าวฉาวหน้าหนึ่ง”

     แน่สิ ก็ผมกับเบิ้ลมักจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่คอนโดซะมากกว่า วันๆ เล่นโรลเพลย์ จับน้องฟัด จี้เอว หอมแก้ม กัดพุง แล้วก็...

     “ชวนเขามางานวันเกิดม๊าซิ” เสียงนั้นทำลายความคิดในหัวให้ขาดสะบั้นไปทันตา จะ...จริงเรอะ!

     ผมนี่ลุกขึ้นนั่งเลย “ได้เหรอม๊า ไหนม๊าไม่ชอบให้คนนอกมางานวันเกิดไง” ไม่กี่ปีก่อนนู้นนนผมเคยพากิ๊กคนนึงมางานวันเกิดม๊า ผลคือท่านเท้าสะเอวชี้นิ้วไล่กระเจิงทั้งผมและคู่ควง ก่อนมารู้เหตุผลทีหลังว่างานแบบนี้สมควรจะเป็นเวลาของคนในครอบครัวเท่านั้น ผมนี่เซ็งเลย สุดท้ายอดกินเค้กเรดเวลเวท ปัดโธ่!

     แล้วไหงคุณสาวิตรีเปลี่ยนใจขึ้นมาซะได้วะเนี่ย “แล้วแต่นะ ถือว่าฉันอนุญาตแล้ว จะตัดสินใจยังไงก็แล้วแต่แก”

     “เพราะเบิ้ลเขาน่ารักใช่ล่ะครับ งิงิ”

     ม๊าทำเป็นกอดอกเฉไฉ “ก็เห็นว่าเด็กมันนอบน้อม เคยเอากระเช้าแบรนด์มาเยี่ยมตอนปีใหม่ ถ้าปล่อยคนแบบนี้ไปก็น่าเสียดายนะ”

     “ขอบคุณนะครับม๊า น่ารักที่สุดเลย” หอมแก้มผู้เป็นมารดาเสร็จ ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดโทรออก แต่สุดท้ายกลับถูกมือที่สวมแหวนเพชรครบทุกนิ้วเขกกบาล

     “แกนี่มันบื้อจริงๆ เล้ย จะโทรทำไม ไปชวนเขาสิ”

     “ฮะ แบบต่อหน้าอะเหรอม๊า -_-”

     “ถูกต้อง” คุณนายขยิบตา “แล้วถ้าแกชวนเขามาไม่ได้ ก็คงจะคิดได้นะว่าตัวเองมีน้ำยาพอหรือเปล่า”

     “อู้หู” ผมนี่สูดปากเพราะความเผ็ด ยอมแล้วจ้า “ได้ครับม๊า ผมจะไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย”

     “เดี๋ยวตาก้อง”

     “ครับ?”

     ผมเอี้ยวตัวไปยังคนเรียก แล้วผมก็เห็น... รอยยิ้ม รอยยิ้มของการให้กำลังใจ โห... ใจมาเลยทีนี้ “ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปนะรู้มั้ย ...สู้เขาล่ะลูกชายแม่”



     เย็นวันนั้น เลิกเรียนเสร็จผมก็บึ่งมาดักรอเบิ้ลที่ห้องโถงติดแอร์เย็นฉ่ำใต้ตึกคณะแพทยศาสตร์ สวมแว่นดำอำพรางตัวเองเต็มที่ อาจจะดูเวอร์แต่ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าครับ ผมกลัวว่าจะมีมือดีถ่ายรูปผมส่งไปยังเพจใต้เก๊ะดาราแล้วเขียนข่าวมั่วๆ อีก คราวก่อนนู้นโดนแอบถ่ายตอนแวะไปอุดหนุนร้านกาแฟของรุ่นพี่ที่รู้จักซึ่งเป็นดารา โอ้โห เอาไปเขียนข่าวซะเหมือนกับว่าผมแอบสร้างครอบครัวลับๆ ลูกสี่หมาสองกับพี่เขาไปแล้ว และไม่ได้ออกมาแก้ข่าวด้วยนะ มัวยืนเกาหัวด้วยความงง ทุเรศทุรัง

     จากช่วงเย็น เวลาก็ล่วงเลยจนพระอาทิตย์ตกดิน รู้ตัวอีกทีท้องฟ้าก็มืดซะแล้ว แต่ไม่มีทีท่าว่าเบิ้ลจะลงมาจากอาคารเลย อะไรหว่า สืบมาว่าเลิกเรียนเวลานี้ไม่ใช่รึ หรือออกไปแล้ว? ถ้าเดินออกมาผมต้องเห็นสิ นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้มาเป็นชาติแล้วนา

     ตึ้ง! แล้วลิฟต์ก็เปิดออกทันทีทันใด เฮ้ย ผมจำหน้านิสิตพวกนี้ได้ พวกเขาเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับเบิ้ล เห็นแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหาอย่างไวเลยครับ

     แต่สุดท้ายก็ยืนค้างเติ่งกลางอากาศ อ้าว ไหนเบิ้ลวะ -_- เนี่ย คนเมื่อกี้เพื่อนน้องมันไม่ใช่เหรอ แล้วตัวน้องอยู่ไหน

     หมับ! เฮ้ย ใครจับแขน ตกอกตกใจหมด

     “อะไรเนี่ย” น้ำเสียงร่าเริงสดใสเกิดขึ้นพร้อมๆ กับหน้ากากอนามัยที่ถูกถอดออกจากใบหน้าคุ้นเคย... เอ่อ จะว่าคุ้นตาก็ใช่ แต่ทำไมโทรมขึ้นงี้ละวะเนี่ย “เด็กใหม่ก็เรียนแพทย์เหมือนกันเหรอ”

     “เด็กใหม่อะไรอีกล่ะ มารอเราอะแหละ” ผมเคยดีในสายตาคุณบ้างมั้ยค้าบบบ

     “อ๋อเหรอ แล้วทำไมมองไม่เห็นอะ เบิ้ลมองหน้าก้องแล้วนะ ดันเดินผ่านไปเฉย”

     “ขอโทษๆ” ก็คงพูดได้นั้นครับ ยอมรับผิด “ทำไมตาโหลจังวะ อย่างกะซอมบี้”

     “โหย พูดงี้สงสัยอยากโดดกัด” น้องมันแยกเขี้ยว “ก็เรียนหนักไง เบิ้ลจะจบปีสามอยู่แล้วน้า เทอมหน้าก็ชั้นคลินิกแล้วเนี่ยรู้บ้างมั้ย”

     ตอบว่าไม่รู้ก็อาจจะเป็นการทุเรศทุรังเกินไป แม้มันจะเป็นความจริงก็เถอะ ทำได้แค่ยื่นมือจะไปคว้ากระเป๋า แต่น้องหมอกลับสะบัดตัวหนีผมซะงั้น “จะช่วยถือ”

     “ไม่เป็นไร”

     “แต่ก่อนพี่ก็ช่วยออกบ่อย -_-”

     “แต่เมื่อก่อนพี่ไม่เคยมาหาเบิ้ลที่ตึกเรียนเลยนี่ มันไม่น่าไว้วางใจ” น้องมันว่า มีการตั้งท่ากอดอกซะด้วย “บอกมาซะดีๆ ว่ามีอะไรซ่อนเร้น”

     “ก็แค่จะมารับกลับบ้านครับ”

     “อันนี้ก็ไม่เคย ส่วนมากนัดเจอกันตามที่นั้นๆ ไม่ใช่เหรอ เบิ้ลเรียกแกร๊บกลับบ้านเองตลอด”

     “คุณ! มันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างไม่ได้เลยหรือไงวะ ฮ้า!” หยิกแก้มบางๆ ไปที มันเขี้ยว “เร็ว ไม่งั้นโดนหนักกว่านี้นะ”

     “ที่ว่าหนักคืออะไรครับ”

     “อืม หอมแก้มดีมั้ยจ๊ะ” ผมยักคิ้ว ต้อนอีกฝ่ายให้จนมุมติดประตูลิฟต์และเท้าแขนล็อกตัวไว้ “เอากระเป๋ามาให้ว่อง แล้วทำตัวน่ารักๆ อย่างที่เป็นก็พอ พี่รู้ว่าเราเหนื่อย จะรีบพาไปส่งจะได้พักผ่อน”

     “ฮึ่ย พ่อพระ”

     “เทวดาเลยล่ะจะบอกให้” ผมขยับตัวเข้าใกล้อีกฝ่าย ได้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของเบิ้ลแล้วคิดถึงเป็นบ้า อยากอะ... อยากจับโยนลงบนเตียงแล้วคลุกวงใน นอนหนุนพุงนองไว้ แล้วพร่ำบอกว่าคิดถึง

     แต่มันทำไม่ได้ไงครับ เราทั้งคู่ถอยห่างมาจากความสัมพันธ์ที่เคยเป็นกันแล้ว

     “เมาเหรอ”

     “ยังไม่ทุ่มเลย จะให้เมาแล้วเหรอ -_-”

     “ก็ไม่รู้อะ” เบิ้ลเกาหัว แล้วก็หลุดยิ้มออกมา “จะไม่บอกจริงๆ เหรอว่ามีอะไร”

     ผมยิ้มใส่น้องบ้าง “เออ มี แต่จะบอกบนรถ โอเคมั้ย”

     “เนี่ย ผู้ชายเจ้าชู้แม่งชอบโกหก ลูกเล่นแพรวพราว”

     “จริงครับเบิ้ล พี่ไม่ชอบเหมือนกัน ดีนะที่พี่ไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น ออกจะไนซ์มากกว่า”

     น้องหมอทำเหมือนจะสำรอก แต่ก็ยอมยื่นกระเป๋าให้ผมถือโดยดี “ถ้าเรื่องไม่เด็ด พี่ต้องโดนแน่”

     “ยอมให้ย่ำยีเลยครับ”


.

.

.,


     แอร์เย็นๆ เพลงเพราะๆ พร้อมคนน่ารักๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ แหม่ มันช่างเป็นส่วนผสมที่ลงตัวซะจริงๆ

     คิดถึงโมเมนต์อย่างนี้เหมือนกันว่ะ หึๆ

     “ยิ้มอยู่นั่นอะ”

     ผมละสายตาจากถนนสุขุมวิทย์ที่รถแน่นขนัดมายังคนข้างๆ ตัว เบิ้ลกำลังกอดอก ทั้งยังขมวดคิ้ว ริมฝีปากสีสดยกกระตุก คุณเขาเหมือนจะขำแหล่ไม่ขำแหล่ “อารมณ์ดี”

     “โอ๊ย ลีลาอยู่นั่นอะ” น้องมันดึงแขนเสื้อผมแล้วเขย่าซะสั่นสะเทือนไปทั้งคันรถ “บอกมาได้แล้วน่า นะๆ นะคร้าบ”

     “ก็ได้ๆ” ผมยอม เฮ้อ แพ้ลูกอ้อน “ม๊าพี่บอกว่าคิดถึง ฝากให้ชวนเบิ้ลมางานวันเกิดอาทิตย์หน้าเนี่ย”

     “อะ อันนี้โกหก เบิ้ลมั่นใจเลย”

     “เฮ้ย อันนี้จริง สาบาน” ผมยกสองมือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ทำนานไม่ได้ รถเคลื่อนตัวแล้วครับ “ท่านเอ็นดูเบิ้ลนะ จำได้ด้วยว่าเบิ้ลคือคนที่เอากระเช้าแบรนด์เข้าไปเยี่ยมท่านตอนปีใหม่”

     “มั่วละ สก็อตรังนกแท้ต่างหาก แค่ฝาก็คนละสีละ”

     อ้าว ผมนี่ได้แต่อึ้ง สรุปแม่หรือเมียที่ขี้ตู่ “เอาเหอะ มันคล้ายกัน เป็นอันว่าแม่เขาชวน มาด้วยนะโอเค้? พี่จะมารับไปพร้อมกัน”

     “เดี๋ยวๆ เบิ้ลยังไม่ตกลงเลย”

     “อ้าว ไม่เอาดิ มาเหอะ”

     เบิ้ลยังคงกอดอก ทำหน้าหวาดระแวงไม่เลิกรา แต่คราวนี้น้องเอี้ยวตัวมาทางผมด้วยครับ ดูสายตานั้นดิ... แววตาวิบวับอ้อนๆ แบบนี้ผมมักจะเห็นเฉพาะตอน...

     โห นึกแล้วร้อนอกต้องกลืนน้ำลายเลย จะบ้าตาย อยากถอดเสื้อ

     “แน่ใจเหรอว่ามีเรื่องนี้เรื่องเดียว”

     “ก็…" กลอกตาซะมีพิรุธเลยกู “เออ เรื่องเดียว ม๊าพี่บอกให้มาชวนต่อหน้าดีกว่าโทรคุย”

     “จริงน้า”

     “คิดถึงด้วยแหละ น่าจะรู้ปะวะ ไม่เจอตั้งนาน... มันอยากเจอหน้า”

     คราวนี้เบิ้ลยิ้มครับ แวบเดียว... แวบเดียวเลยนะที่ผมเกิดความรู้สึกว่าจะได้เบิ้ลกลับคืนมาเหมือนเดิม หน้าผมนี่แทบจะยื่นเข้าไปจุ๊บปากนุ่มๆ ตรงหน้าเพื่อเป็นการแสดงความรู้สึกที่แท้จริง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลยครับ อยู่ๆ น้องมันก็ชี้ไปข้างหน้า แล้วส่งเสียงทะลุความเงียบเล่นเอาผมสะดุ้งเพราะความตกใจว่า “จอดที่ตีนสะพานนี่แหละครับ”

     “ฮะ!? -_- “ผมหรี่ตามองออกไปนอกรถ “บีทีเอส?”

     “อื้อ บีทีเอส” น้องหมอยิ้มไม่เลิก

     “น้องเรียนหนักจนเบลอใช่มั้ยครับ ถ้าจำไม่ผิดบ้านเบิ้ลอยู่แถวสาทรไม่ใช่เหรอ ...น่าจะอีกหลายสิบกิโลนะพี่ว่า”

     “ไม่ครับ ผมมีนัดกินข้าวกับพี่หมอแล้ว” 

     แฉ่ง!!!! ใครมาตีฉาบอยู่ข้างหูกูวะ โอ้โห ไอ้พี่หมออะไรนี่อีกแล้วเรอะ! แค้นมาก ไฟแค้นกำลังสุมร่างชายหนุ่มคนนี้!

     ผมจับพวงมาลัยแน่น ถ้าออกแรงมากกว่ามันสามารถแหกคามือได้เลยรับรอง แต่ผมก็ได้แต่กัดฟันกรอด ข่มอารมณ์คุกรุ่นและถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “กินอะไรกันจ๊ะ อยากรู้จังเลย”

     “ทำไมอะ จะตามไปป่วนหรือไง ฮ่าๆ”

     แหนะ รู้ทันกูอีก ไม่ใช่แค่ป่วนครับบอกเลย อาละวาดเลยล่ะ จะล้มโต๊ะระเนระนาดแล้วยื่นบัตรมาสเตอร์การ์ดให้พนักงานรูดค่าเสียหาย

     แต่ความโมโหของผมก็หายลับไปทันที เมื่อมือนิ่มๆ วางทาบลงบนบ่าอย่างแผ่วเบา “ขอบคุณที่มาส่งนะพี่ก้อง”

     เนี่ย เธอเป็นดั่งน้ำสำหรับฉัน รู้ตัวมั้ยวะ “ไปเหอะ ดีแล้วล่ะ ไปหาอะไรกินค่อยกลับ จะได้ไม่ปวดท้อง”

     “กลับบ้านดีๆ นะ”

     “อืม” ผมพยักหน้า “รีบนอนด้วย ตาจะเป็นแพนด้าแล้วนั่น”

     “สรุปเป็นแพนด้าที่เป็นซอมบี้อีกทีเหรอ ปุ๊กปิ๊กดีจัง”

     เนี่ย แล้วก็ต้องมาหลุดขำกับความเบิ้ลอะ โห่ “ไปๆ เดี๋ยวพี่หมออะไรนั่นเขาจะรอ”

     “เขาไม่ว่าหรอก เขาดีกับเบิ้ลจะตาย”

     เหอะ อยากลดกระจกออกไปอ้วก แต่รถเมล์มาพอดี กลัวหัวขาด

     ...แต่ก็ดีแล้วนี่หว่า เออ ขอให้มันดูแลเบิ้ลดีๆ ละกัน “ฝันดีครับเบิ้ล”

     นักเรียนหมอโบกมือให้ผมก่อนมุดออกไปจากรถ พอประตูปิดผมก็หลุดถอนหายใจออกมาทันที แม่งเอ๊ย สรุปว่าหมาเหรอวะ อยากเห่าเลยเนี่ย ขืนเอาไปเล่าให้ม๊าฟังท่านคงสมน้ำหน้าซ้ำแน่ งั้นผมจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับดีกว่า ศักดิ์ศรีสำหรับไอ้คนชื่อก้องมันสำคัญ ทุกคนย่อมรู้ดี

     แต่ทว่า ก๊อก ก๊อก ก๊อก

     หืม น้องเบิ้ลมาเคาะกระจกว่่ะ ผมรีบกดปุ่มลดมันลงมาทันที ก่อนมองสำรวจไปรอบๆ เบาะนั่งอันว่างเปล่า และไม่มีเธอ “ลืมอะไรเหรอครับ”

     “เปล๊า” น้องหมอเท้าคางกับช่องว่างของประตู ทั้งยังเอียงคอยิ้มแฉ่ง “รู้ปะ มีสิ่งหนึ่งในตัวผู้ชายเจ้าชู้ที่เบิ้ลยอมรับว่าชอบ”

     ผมเลิกคิ้วสูง “ยังไงวะ”

     “เพราะพวกผู้ชายเจ้าชู้ส่วนมากมันรักแม่ไง ...อันนั้นก็ถือว่าเป็นมุมเล็กๆ ที่น่ารักดี”

     เอาละกู อยู่ๆ หน้าก็เกร็ง เฮ้ย นี่กูเขินเหรอ โดนชมว่ารักแม่ถึงกับเขินเลยเหรอ ไอ้ห่าโคตรเด็ก ผม ด.ช.ดรุณ อ.1/1 ห้องครูก้อยเองค้าบบบ “อ่า... ครับ”

     “แต่ก็นั่นแหละเนอะ สุดท้ายก็ยังเจ้าชู้อยู่ดีใช่มั้ยเล่า”

     “คนเรามันเปลี่ยนแปลงกันได้นะ เชื่อสิครับ”

     แต่น้องมันกลับส่ายหัว “ไม่ดีกว่า ...ยังไงก็ส่งรายละเอียดมาในไลน์อีกทีนะพี่ก้อง”

     “ฮะ!? สรุปว่าเบิ้ลจะไปเหรอ!!”

     “อื้อ เห็นแก่แม่พี่”

     ไอ้ก้องรักแม่ ทุกคนจงรู้ไว้ ไอ้รักม๊าที่สุดเลยยย “ได้เลย พี่จะทักไปในไลน์”

     “พี่ก้อง”

     “หืม?”

     เบิ้ลยกตัวออกจากหน้าต่างรถ น้องหมอกระชับกระเป๋าสะพายไว้มั่น ผมชอบเวลาน้องใส่ชุดนิสิตนะ มันขาวผ่องไปทั้งร่าง น่ามองดี

     คนตัวผอมพูดเบาๆ ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัว และผมกำลังจะเลื่อนกระจกขึ้นปิดเหมือนกัน “คิดถึงพี่เหมือนกันนั่นแหละ” 

     “ฮะ -_-”

     “แต่ก็แค่คิดถึงนะ คงเหมือนอย่างที่พี่ว่า... เราไม่ได้เจอกันนานนี่นา”

     “เดี๋ยวๆ!” ไม่ทันแล้วครับ ทิ้งคำพูดอ้ำๆ อึ้งๆ แล้วน้องเบิ้ลก็ทิ้งไป ผมลนลานปลดเข็มขัดแล้วชะโงกมองคนที่กำลังขึ้นบันไดเลื่อน ก่อนตะโกนออกไปเสียงดังลั่น “พูดใหม่!!” 

     น้องเบิ้ลสะดุ้ง ทำหน้าเหยเกเหมือนเจอผีร้าย “อะไรเนี่ย”

     “พูดใหม่ พูดเร็ว!” เท่านั้นไม่พอ ผมควักมือถือออกมากดปุ่มสีแดงเพื่ออัดเสียง หึๆ “เร็วครับคุณ!”

     “บ้าบอ!!!”

     “เร็ววววววว!!”

     “โอ๊ย! ไฮโซโรคจิต!”

     น้องมันอายจนหูแดง รีบสาวเท้าขึ้นบันไดเลื่อนโดยไม่หันกลับมามองผมอีกเลย ทิ้งไว้แต่ผมที่เอาแต่หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ริมถนนเพียงผู้เดียว “ฮ่าๆๆๆ”

     เออ ก็จิตอยู่หนิ -_-


to be continued....



theneoclassic talks:

แฮะๆ หายไปนานเชียว ไปเคลียร์ต้นฉบับมาน่ะครับ

ตอนนี้สบายตัวแล้ว จะลงเรื่อยๆ น้า


ขอบคุณนะครับ ไม่นึกว่าจะได้รับเสียงตอบรับขนาดนี้

ห่างจากนิยายซิทคอมไปนาน มุกตกเพียบ รอเก็บได้เลยจ้า


ฝากคอมเมนต์ กดหัวใจ หรือบอกรักกันได้ที่แฮชแท็ค #ปกครองยาก

หรือแฟนเพจและทวิตเตอร์ เสิร์ชคำว่า 'theneoclassic' ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดนะค้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 133 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

69 ความคิดเห็น

  1. #67 Chanatda2005 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 19:15
    ชอบบบบบบบบ อ่านไปยิ้มไป
    #67
    0
  2. #66 nngg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 01:55
    ยิ้มเลย รอดูก้องมันจีบเบิ้ลต่อ คือจริงน้องเบิ้ลมันก็ชอบนั่นแหละดูออกกกกก เขิลหูแดงเลยดิเบิ้ล ก้องแบบฮาจริง เอาใจช่วยก้อง
    #66
    0
  3. #65 toeisptry (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:11
    ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆมาให้อ่านนะคะ
    #65
    0
  4. #64 toeisptry (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:11
    แอแงงง ดีใจที่อ่านเรื่องนี้มากๆเลยยน ชอบ
    #64
    0
  5. #63 SL520 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:11

    รออออออ
    #63
    0
  6. #62 SL520 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:11

    รออออออ
    #62
    0
  7. #61 Me 🖤 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:55
    แอแง รอคุณก้องกับน้องเบิ้ลมานานแสนนานนนน
    #61
    0
  8. #60 erzaweareone (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:03
    ก็ยังคงวงวารอิพี่ก้อง
    #60
    0
  9. #58 Notty Kero (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:56
    เอ็นดูด.ช.ก้องเขานะคะ
    #58
    0
  10. #57 Alial_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:30
    ไฮโซน้องก้อง น่าเอ็นดู 55555555555
    #57
    0
  11. #56 Imki3 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:23
    เอ็นดูนายไฮโซ เอาน้องกลับมาให้ได้นะนายก้อง
    #56
    0
  12. #55 jjjkmyg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:58
    เป็นเอ็นดูนะชาย
    ก้องง5555
    #55
    0
  13. #53 H A M S T E R (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:36
    ก้องเอ๊ยยยย เอ็นดูว่ะแก เพลย์บอยกับใจที่แท้ หวังว่าภารกิจทวงน้องหมอคืนจะสำเร็จนะยะ เอาใจช่วย-คนรวยกลับใจ 555555+ ป.ล. เลิฟม้า มีความรักลูกสะใภ้หมอเพราะกระเช้าแบรนด์ 😂
    #53
    0
  14. #52 gojanesh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:46
    ที่บอกมีเเฟนเป็นพี่หมอ โกหกป่าวน้องเปิ้ล เป็นเเผนงี้
    #52
    0
  15. #51 Aditt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:56
    เด็กชายก้อง
    #51
    0