ปกครองยาก﹝kiss me, free cash﹞

ตอนที่ 1 : บทนำ ___ roleplay tee mai muern derm

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 215 ครั้ง
    6 ก.พ. 63


theneoclassic 

Present



#ปกครองยาก





บทนำ

roleplay tee mai muern derm






สองปีก่อน



ปิ้วๆ ปิ้วๆ ปิ้วววว~


ปืนเลเซอร์รุ่นนี้ดีสมราคาจังเลยโว้ยยยย


ผมก้อง ดรุณ ผู้อยู่ในชุดคอสตูมกัปตันอเมริกาแน่นกล้าม (เพราะบวมเวย์) ล้มทั้งยืนจนหน้าทับหมอน เหตุเพราะถูกอัลตรอนปล่อยอาวุธร้ายใส่ เอื้ออออ


“สะ...ตีฟ” 


แต่เมื่อได้ยินเสียงโรยราของนาตาชา โรมานอฟ ความเป็นพระเอกของผมก็เดือดพล่านทันที กูตายไม่ได้ ตายไม่ได้! ต้องรีบเข้าไปช่วยเหลือคนอ่อนแอ


ผมพุ่งไปยังร่างที่ล้มตามมาอยู่ที่ปลายเตียง จัดการช้อนตัวของ ‘น้องเบิ้ล’ เมีย... เอ่อ... แฟน... เอ่อ เอางี้ ‘คนที่กำลังคั่วๆ กันอยู่’ ละกัน เออนั่นแหละ จัดการช้อนตัวเบิ้ลในชุดคอสตูมแบล็กวิโดว์กับผมทรงดัดสั้นอาจุมม่าจากอเวนเจอร์ภาคสองขึ้นมาประคองไว้ เบิ้ลแสดงได้สมจริงมาก ชนิดที่ออกแบบฮาวทูทิ้งยังต้องยกนิ้วโป้งพร้อมหน้านิ่งๆ เป็นการชื่นชม


“นาตา... นาตาชาไปไม่รอดแล้ววว”


“ไม่นะนาตาชา เธอจะตายไม่ได้!” เป็นไง สมบทบาทไม่แพ้กันเลยอะดิ


“คุณไม่กลับไปหาเพ็กกี้ คาเตอร์เหรอ เธอรอคุณอยู่ที่บ้านนะสตีฟ”


กูต้องไปไงต่อวะ ส่งบทมาให้งี้แล้วอะ “มะ...ไม่ ผมกับเพ็กกี้เราเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น คุณต่างหากที่ครอบครองหัวใจของผม ผมชอบผู้หญิงบู๊เก่ง”


แหนะ มีการแอบยิ้ม “ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันคงต้องไป... ฉันจะไปรอคุณที่ทางช้างเผือก”


“เบิ้ล ผิดเรื่อง”


“เล่นๆ ตามน้ำไปดิ๊!” น้องจิ๊ปาก ก่อนฮึบนับหนึ่งสองสาม แอคติ้งใหม่แบบมืออาชีพ “ฉันจะไปรอคุณที่ทางช้างเผือก”


“ไกล เจอกันสุทธิสารได้มั้ย คนละครึ่งทาง”


“โอ๊ยยยย พี่ก้อง!”


“เอ๊า ทำไรผิดอีกอะ -_-” ขึ้นเสียงเช้ยยย


“นักแสดงที่ดีต้องอิมโพรไวซ์ได้ดิครับ”


“คาดหวังไปแล้วเบิ้ล พี่ไม่ได้เรียนสินกำนะ” จะเอาอะไรกับเด็กวิศวะอินเตอร์วะ วันๆ เจอแต่การคำนวณ “ไม่เล่นแล้วได้มั้ย กอดกันเลยเหอะ ชุดนาตาชารัดรูปทำให้พี่อดใจไม่ไหวแล้ว”


“บ้า!” นักเรียนหมอหน้าแดงด้วยความเขิน เบิ้ลทำบ่ายเบี่ยง แต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น “อะ... เอาเลยเหรอ”


“เลยปะละ เรียนเหนื่อยๆ มาทั้งวัน เก็บมารอเจอเบิ้ลคนเดียวเลยเนี่ย”


“งั้นก็...”


RRRRRRRRR


เจ้าตัวชะงักไป เพราะอยู่ๆ มีคนโทรเข้ามาขัดจังวะซะก่อน “ฮัลโหล”


“…”


“คร้าบบบ ได้ฮะ... พี่เลี้ยงผมใช่มั้ยเอ่ย... จริงอะ หูววว เหมือนกันเลย .... ได้ๆ จะไปเดี๋ยวนี้เลยครับ” คุยกับใครวะ เสียงอ่อนเสียงหวาน ชักไม่ชอบใจละนะ หงุดหงิด! หงุดหงิด!


RRRRRRRRR แต่ขุ่นข้องได้ไม่ทันไร โทรศัพท์ของผมก็สั่นขึ้นมาบ้าง ผมมองชื่อที่โชว์เด่นหรา ก่อนกดรับอย่างรวดเร็ว “ไงไอ้จิมมี่”


[คืนนี้ต้องออก]


“มึงเคยคิดจะชวนกูไปทำบุญสุนทานบ้างไหม”


[หรือจะไม่มาครับเพื่อน มีสายรายกูว่าน้องพีทม.โอแบคจะมากับเพื่อนด้วยน้า คนที่ดังๆ จบมาจากเซนต์จอห์นอะ]


“อ้าว งี้ก็ต้องรีบไปเลยดิวะเฮ้ย” ผมหัวเราะกับไอ้จิม โดยมีเบิ้ลมองตาขวางอย่างไม่ชอบใจ ทั้งๆ ที่ยังหนีบมือถือแนบหูตัวเองอยู่เช่นกัน เดี๋ยวเถอะๆ


[ร้านเดิมนะ จะแดกเหล้าหรือแชมเปญ พวกกูแดกเหล้า]


“แชมเปญแล้วกัน บอกเขาว่ายี่ห้อที่กูชอบกิน ร้านเขารู้ สั่งเผื่อไว้เลยเผื่อใช้ตกน้องพีท” ผมหมายถึงยี่ห้อที่สั่งมาทีไรเขาจะต้องจุดดอกไม้ไฟให้เอิกเริก เรียกความสนใจจากทุกคนในร้านทุกที


[แดกของแพงอีกละจ้าพ่อไฮโซ มาจ้า มาให้ถึงร้านก่อน เดี๋ยวเย็นชืดหมด] ไอ้เพื่อนรักว่า [เออ มึงจะเอาเบิ้ลมามั้ย]


“เอ่อ...”​ ผมเหล่มองคนที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง เบิ้ลที่นอนบิดขี้เกียจอยู่ใต้ร่าง เพิ่งวางสายของตัวเองไปพอดิบพอดี “ไอ้จิมมี่ชวนออก ไปมั้ยครับ”


ตัวเล็กส่ายหัว “ไม่ไปครับ มีนัดกินข้าวแล้ว”


นัดกับใคร!!!! นั่นคือคำที่ตะโกนก้องในหัวผม...


แต่ผมไม่สามารถพูดออกไปได้ หึ ก็เราเคยคุยกันแล้วนี่ มันเป็นข้อตกลงที่ผมเคยหยิบยื่นให้อีกฝ่ายด้วยตัวเอง


ไม่ผูกมัด ไม่เป็นเจ้าของกันและกัน 


เราอยู่ด้วยกัน แต่เราก็สามารถไปหาคนที่ดีและน่าสนุกกว่าได้ทุกเมื่อ


แม่ง เอาเข้าจริงก็จุกเหมือนกันว่ะ “ไม่ไปมึง เบิ้ลไม่ค่อยสบายว่ะ”


“บอกตอนหนะ!!” ปิดปากแม่ง เด็กดื้อเอ๊ย


[เอ๊า มึงแกล้งไรเขาอีกล่ะ เดี๋ยวก็เฉามือตายพอดี เพลาๆ หน่อยดิ]


“ก็เหี้ยละ เขาป่วยเฉยๆ ...เจอกันที่ร้าน จะออกเดี๋ยวนี้ละ”


[เออๆ แล้วไม่ต้องขับรถมานะสัส ลำบากประกันตัวมึงอีก กูไม่อยากบอกพ่อ] พ่อไอ้จิมมันเป็นตำรวจน่ะครับ สมัยหนุ่มๆ เมาทีไรลำบากท่านทุกที แต่ตอนนี้พยายามปรับปรุงตัวอยู่จ้า อิอิ


“แหม่ ไม่เอารถไปแล้วจะหิ้วน้องพีทกลับได้ไงวะ เออๆ รู้แล้วน่า! มึงนี่วุ่นเป็นเมียกูเลยวุ้ย” แล้วผมก็วางสาย แต่ก็ต้องมาเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อเห็นเบิ้ลที่นอนเอียงคอมองกันอยู่ “อะไรครับ?”


“พี่มีเมียแล้วเหรอ”


ทำไมอยู่ๆ ก็อ้อนอย่างนี้ล่ะวะเนี่ย “เออ นั่นดิ ใครเมียพี่นะ”


“น้องพีทนั่นละม้าง”


“ถ้าใช่จะทำไมครับ หวงเหรอ” ลองโยนคำถามให้ลุ้นตัวลอย เผื่อแจ็คพอตแตก


“จะหวงทำบ้าอะไร ไร้สาระ” นั่นไง หวยแดกตลอด “ใครจะโสดไม่โสดไม่รู้ แต่เบิ้ลโสดร้อยเปอร์เซ็นต์”


ภาพในใจของผมกลายเป็นสีขาวดำทันที อยากงอแงว่ะ “ครับ พี่ก็โสด...” มั้ง


นักเรียนหมอผิวขาวยกตัวขึ้นหอมแก้มผมก่อนกอดคอไว้ “คืนนี้ให้เบิ้ลกลับมานอนด้วยมั้ย”


“นอน?”


“โอ๊ย หมายถึงนอนหลับไง” แล้วน้องก็ประนมมือทำท่าสลีปปิ้งที่ข้างแก้ม หึ... “อยากให้กลับมาอยู่เป็นเพื่อนปะล่ะ หืม?”


ผมตั้งใจจะลูบหัวน้องมัน แต่ลืมไปว่าเบิ้ลมันใส่วิกผมแดงออมเบรย์ของนาตาชาอยู่เลยผงะเต็มๆ รีบจัดการถอดให้รวดเร็ว ดีนะที่น้องไม่แต่งหน้า หน้าขาวๆ ใสๆ แบบนี้แหละ น่ารักโดยใจไอ้ก้องที่สุดแล้วครับ “แล้วแต่เบิ้ลเลย”


คนใต้ร่างฉีกยิ้ม “บอกแล้วว่าให้ขอเบิ้ลเป็นแฟนก็ไม่เชื่อ”


“นั่นสิ พี่นี่โง่จุง ฮ่าๆ” เออ ทำไมกูโง่อย่างนี้วะ อันนี้คุยกับตัวเอง


“เบิ้ลไปแต่งตัวก่อนนะ”


“อืม ไปเถอะ เดี๋ยวเขารอ” ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตามที่บังอาจมายุ่งกับของๆ ผม


ผมเอนตัวนั่ง ทอดมองคนที่เคยนอนด้วยกันเมื่อสิบนาทีก่อนลุกไปคว้าผ้าเช็ดตัวและเดินเข้าห้องน้ำไป มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในสายตาผม อะไรที่เหมือนกับความอาวรณ์และเสียใจ ซึ่งเบิ้ลไม่เคยแสดงท่าทีใดๆ ให้คิดว่ารู้สึกมากไปแบบเดียวกับที่ผมเป็นเลย


เชี่ยแล้วไง ถึงคราวของอวสานก้อง ดรุณ ไฮโซที่แสนดีของคุณซะแล้วม้างงงง






ปัจจุบัน



“ขอโทษนะครับ”


หญิงสาวผู้สวยสง่า ผมเผ้าเงางาม แต่งตัวด้วยชุดเดรสสีแดงสดเซ็กซี่ยิ้มระรื่น บ่งบอกว่าเธอไม่ถือสากับการตัดสินใจของผมจริงๆ


“เฮ้ย ไม่เป็นหรอกก้อง เจนเข้าใจ จะรักสนุกต้องยอมรับความเสี่ยงใช่มั้ยล่า”


ได้ยินน้ำเสียงเริงร่าแบบนั้นแล้วยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นกว่าเดิมอีก “ครับ ขอโทษอีกทีนะเจน”


“เอาหน่า เรื่องแค่นี้!” เธอตบบ่าผม “แต่ทีหลังก้องควรรีบบอกว่ามีแฟนแล้วนะรู้มั้ย ไอ้ฝ่ายหญิงอย่างเจนที่เจอกันชั่วครั้งชั่วคราวน่ะไม่เป็นไร แต่มันคือการแสดงความซื่อสัตย์ของก้องเองนะ แฟนก้องรู้คงเสียใจแย่”


“นั่นสินะ ทีหลังคงไม่ทำอีกแล้วละ”


ประเด็นคือผมไม่รู้เลยว่าเราสองคนเป็นแฟนกันหรือเปล่า...


“น่าเสียดายจัง ไฮโซก้อง ดรุณ มีคู่ครองซะแล้ว ข่าวนี้ต้องดังมากแน่ๆ”


“เจน…”


“คิกๆ ล้อเล่นน่า เจนไม่บอกใครหรอก” หญิงสาวหัวเราะร่วน “เจนไปก่อนนะก้อง ว่าจะไปหาเพื่อนที่ทองหล่อ”


“แน่ใจนะว่าไม่ให้ผมไปส่ง”


“ค่ะ เจนไปได้ ก้องขึ้นไปหาแฟนเถอะ เขาคงรออยู่” ผมยิ้มรับคำแนะนำ ก่อนเดินออกจากใต้ถุนคอนโดเพื่อไปส่งเจนขึ้นรถแท็กซี่ เราบอกลากันเป็นครั้งสุดท้าย ผมกำชับพี่คนขับให้ดูแลเธอดีๆ แล้วปิดประตู ยืนมองดูรถโดยสารสีชมพูเคลื่อนผ่านไป


แล้วตอนนั้นเองก็ปอร์เช่ราคาแพงเลี้ยวเข้ามาในคอนโด


ผมมองนิ่งๆ ไปยังรถสปอร์ตสีเงินที่จอดเทียบหน้าทางเข้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นเวลานานพอสมควรกว่าที่จะมีคนออกมา แล้วผมก็เห็นเบิ้ลพร้อมใบหน้าสดใส โบกมือหยอยๆ ให้กับคนขับรถที่ลดกระจกลงมาเพื่อพูดคุยกัน


หน้าตาแม่งก็... งั้นๆ อะ


รถเคลื่อนออกไป ทำให้ผมเห็นว่าเบิ้ลถือของติดไม้ติดมือมากมาย แต่ละถุงราคาแพงหูฉี่ ผมรู้ว่าคงเป็นฝ่ายไอ้หมอนั่นเองที่ยัดเยียดประเคนให้ เพราะคนอย่างเบิ้ลไม่เคยร้องขออะไรจากใคร แม้กับผมที่มีเงินมากมายล้นฟ้าเองก็ตาม แต่ถึงเบิ้ลจะร้องเอาอะไรสักอย่างก็ไม่เป็นปัญหาหรอก ผมรวย


แต่รวยแค่ไหนก็ซื้อใจน้องไม่เคยได้เลยนี่สิ ฮือ แซ้ดสัส “พี่ก้อง”


“ไง” ผมดึงหน้ากลับมายิ้มให้คนตรงนั้น ก่อนจะเดินเข้าไปประชิดตัวจนได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเขา “มากับใครละวันนี้”


“ก็พี่หมอคนเดิม”


“คนที่เป็นอาจารย์น่ะเหรอ”


“ใช่ แต่คนละมหาลัยกันนะ ไม่ผิดศีลธรรมใช่ปะ ฮี่ๆ” คนตัวเล็กขยิบตา ความสดใสแบบนั้นล่ะที่ทำให้ผมเอาแขนคลำไปที่อะไรบางอย่างที่ตุงอยู่ในกางเกงทันที หากแต่มันไม่ใช่เป้า แต่เป็นกระเป๋าด้านหลังต่างหาก


ผมพร้อมแล้ว ผมเคลียร์ตัวเองแล้ว และการนัดเจอเจนวันนี้ก็เพื่อเป็นการทำให้แน่ใจว่า ผมไม่อาจสนใจใครได้อีกจริงๆ


จากความสัมพันธ์เล่นๆ ตอนนี้กลับคิดอยากจะจริงจังกับมันขึ้นมา


แต่เอาวะ ผมเชื่อว่าเบิ้ลต้องตอบตกลง!


เราสองคนเดินเคียงคู่กันไปยังลิฟต์ ล็อบบี้เงียบฉี่ เหมือนโลกนี้มีแค่เราสองคน บรรยากาศโคตรเป็นใจอะไรอย่างเน้ “เบิ้ล”


“อี๋ กินเหล้ามาอะดิ กลิ่นหึ่ง”


ทำย่นจะพูด เดี๋ยวดีดเลย “ครับ นิดหน่อย” ผมระบายยิ้มเบาบาง แล้วตอนนั้นเอง ลิฟต์ตัวหนึ่งได้เปิดประตูต้อนรับพวกเรา ตึ้ง!


ลิฟต์ตัวที่ ‘9’ แหม่ เลขนำโชคซะด้วย ใจมันมาว่ะ “เบิ้ล”


“อะไรเนี่ย เรียกสองทีสามที ฮ่าๆ” นักเรียนหมอหัวเราะเสียงสดใส สะท้อนไปทั้งพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ ของตัวลิฟต์


“พี่มีอะไรจะบอกครับ”


เบิ้ลดูตกใจปนหวาดระแวง แต่ข้างแก้มยังคงมีรอยยิ้มอยู่ “เอาสิ เบิ้ลก็ว่าจะคุยกับก้องอยู่เหมือนกัน”


อ้าว แบบนี้ก็คงต้องให้อีกฝ่ายพูดก่อนปะวะ ไอ้กระผมมันเป็นพวกให้เกียรติคนอื่นอยู่แล้วนี่ “เบิ้ลว่ามาก่อนเลย”


“อ้าว งั้นลองพูดพร้อมกันก็ได้นะ”


“เอางั้นเหรอ” ก็ดีนะ น่าสนุกดี ผมจับกระเป๋าด้านหลังไว้มั่นในท่าเตรียม คอยดูนะครับ เดี๋ยวผมจะนั่งคุกเข่าโชว์แหวนเงินราคาเจ็ดหมื่นแล้วพูดว่า ‘เป็นแฟนกับพี่นะคนดี’


แต่ความจริงก็คือ... “เป็นฟะ...”


“เราเลิกกันเหอะ”


ผ่าง!! ไอ้สัส ลิฟต์กระตุกหรือตะกี้กูช็อก “วะ...ว่าไงนะครับ”


น้องหมอยิ้มแยกเขี้ยว ทำเหมือนว่าคำที่พูดออกมาเป็นเรื่องชิลๆ ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายจิตใจใคร ซึ่งเบิ้ลก็ไม่ผิด มันเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว เราสองคนเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น... อยู่กันแบบเล่นๆ


“อื้อ เลิกกันดีกว่า เบิ้ลอยากจริงจังกับใครสักคนแล้วอะ”


“เดี๋ยวก่อน แล้วทะ...ทำไมจะ...จะไปอะ...”​ ผมพูดแทบไม่ออก เหมือนปากติดตะเข็บ อู้ๆ อี้ๆ “จริงจังไปซี่ อยู่กับพี่ต่อไม่ได้เหรอ”


“เบิ้ลเบื่อ มันไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อนแล้วอะ ก้องไม่คิดว่างั้นเหรอ”


ทำไมมันผิดแผนยังงี้ว้าาาา “ใครเป่าหูน้องมา บอกพี่”


“ไม่มีนะ แค่พี่หมอเขาขอเบิ้ลเป็นแฟน”


เหงื่อซึมเท้าเลยครับ เปียกเหมือนแช่สปาปลา ตอดจนหนังกำพร้าแทบหลุด “แล้วเบิ้ลตอบไปว่า?”


“เบิ้ลยังไม่ให้คำตอบเขา” 


ฟู่ว รอดไป สวรรค์ยังเข้าข้าง


“แต่เบิ้ลบอกพี่หมอเขาไปว่า ก่อนเป็นแฟนต้องคบหาดูใจก่อน” แล้วคุณเขาก็ยิ้มแบบไม่รู้สึกรู้สา ในขณะที่ผมที่ยืนอยู่ตรงหน้าใจพังไปเรียบร้อยแล้ว “เบิ้ลก็เลยจะมาบอกเลิกก้อง ถึงเราจะไม่เคยเป็นแฟนกันเลยก็เหอะ แต่เบิ้ลเกรงใจ อยากมาบอกให้รู้ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ”


ภาพในจินตนาการของผม : หยิบดาบขึ้นมาอย่างช้าๆ ชักมันออกจากฝัก แล้วหันปลายแหลมเข้าท้องตัวเอง


“แหม แต่ก้องคงไม่ว่าอะไรหรอก ตอนอยู่กับเบิ้ลก้องเองก็มีเด็กเยอะแยะไป เอ๊าะๆ ทั้งนั้น เห็นล่าสุดมีเด็กม.หนึ่งด้วยนี่”


“เบิ้ล เกินไป พี่ไม่ได้เป็นโชตะค่อน” ม.ห้าเทอมสองต่างหากที่เป็นสถิติต่ำที่สุด


“เออ นั่นแหละๆ ก้องยังได้เจอคนอีกมากมาย แต่เบิ้ลนี่สิไม่เคยได้เจอใครเลย วันๆ ก็เอาแต่เล่นกับก้อง ปิดโอกาสตัวเองมานักต่อนัก”


“ละ...แล้ว” ผมกลืนน้ำลาย ฝืดคอไปหมด “แล้วถ้าเบิ้ลอยากจริงจัง เป็นพี่ไม่ได้เหรอ”


“…”


“เป็นเราสองคนไม่ได้เหรอเบิ้ล”


นักเรียนหมอมองหน้าผม เราสองคนสบตากันอย่างเนิ่นนาน อะไรบางอย่างบอกผมว่าอีกฝ่ายกำลังใช้สมองขบคิดอย่างหนักหน่วงเหมือนกัน


แต่สุดท้ายนั้น คุณน้องเขากลับหัวเราะลั่นเสียผมสะดุ้งติดกำแพงลิฟต์ “ฮ่าๆๆๆๆ!! ตลกจังนะพี่ก้อง!!”


“…”


เบิ้ลที่กำลังยืนกอดอกถือถุงเอมบาสซี่ ยื่นมือเข้ามาลูบหน้าลูบตาผมอย่างเอ็นดู ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นอีก “เราสองคนไปกันไม่รอดหรอก เชื่อเบิ้ลเหอะ”


ตึ้ง! ลิฟต์เปิดพอดี


หมับ! “เย้ย! จับแขนเบิ้ลทำไม”


ผมลากอีกฝ่ายออกมาจากลิฟต์อย่างถูลู่ถูกัง มั่นใจว่าหน้าเน่อนิ่งคีบขรึมไปเรียบร้อยแล้ว ผมกำลังไม่ชอบใจสุดๆ “คืนนี้พี่จะอึ้บเบิ้ล”


“หาาาา”


“พี่จะอึ้บเบิ้ล!” ผมย้ำเจตนารมณ์ ไม่หวั่นต่อเพื่อนบ้านที่ป่านนี้คงสะดุ้งกันเป็นแถบๆ “เบิ้ลจะได้ออกจากห้องอีกทีสองทุ่ม”


“แต่นี่สี่ทุ่มแล้วนาาาา”


“...ของวันพรุ่งนี้”


“ปัดโธ่!!” เบิ้ลแหวเสียงดัง “ไม่เอาอะ! ก้องอึ้บแรงจะตาย หลับหูหลับตาอึ้บแทบไม่เคยปราณี เดี๋ยวเบิ้ลจะขนของย้ายออกไม่ทันเอานะ”


ผมชะงัก “ว่าไงนะ?”


“เบิ้ลจะกลับไปอยู่บ้านครับ” 


“นี่จริงจัง?” ถึงขนาดต้องย้ายสัมโนครัวเลยเหรอวะ เอาล่ะ ผมชักหงุดหงิดจริงๆ ละ หงุดหงิดตัวเองนะครับ เบิ้ลไม่เคยผิดในสายตาผม “ทำไมวะเบิ้ล ทำไมทุกอย่างมันเร็วไปหมด”


“เบิ้ลทำอะไรผิดเหรอ...”​ อีกฝ่ายถาม “หรือก้องไม่อนุญาต? เฮ้ย ถ้างั้นรีบบอกได้เลยนะ อยู่ด้วยกันต่อก็ได้”


โห... สิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาแม่งทำผมใจพังทันที ทั้งๆ ที่ยืนอยู่ แต่จิตวิญญาณสลายหายไปเหมือนธานอสดีดนิ้ว


แม่งเอ๊ย ที่ผ่านมากูมัวแต่ทำอะไรอยู่วะเนี่ย!


“ก้องไม่ใช่เจ้าของชีวิตเบิ้ลหรอกนะ” ผมพูดเสียงค่อย ก่อนถอนหายใจและถามย้ำอีกครั้ง “แน่ใจใช่มั้ย จะไปจริงๆ เหรอ”


“ครับ” น้องหมอทำตาแป๋ว ก่อนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มรอบที่ล้านของวัน “แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะ ไม่ใช่เหรอ”


“อืม...” ทั้งที่จริงคนอย่างก้อง ดรุณ บุรเศรษฐี ไม่เคยเป็นเพื่อนกับคู่นอนคนใดหลังจากที่เลิกรากันไปแล้วก็ตาม


แต่ถ้าเป็นเบิ้ล ผมยอมได้ ยอมได้เสมอ... “เราจะเป็นเพื่อนกัน”


“โอเค เห็นมั้ย เรื่องจบง่ายจะตาย ไม่เศร้า แฮปปี้” เบิ้ลกระโดดหอมแก้มผมที่บัดนี้กำลังน้ำตาตกใน “เบิ้ลไปอาบน้ำก่อนนะก้อง”


“ครับ มีกุญแจแล้วนี่ เข้าห้องก่อนได้เลย ก้องขอกลับลงไปสูบบุหรี่ข้างล่างก่อน”


“รับทราบ” น้องหมอตะเบ๊ะใส่ผม ร่าเริงสมฉายาบับเบิ้ลกันดั้มจริงๆ


ผมปล่อยให้อีกฝ่ายเดินจากไป เบิ้ลเลี้ยวไปยังแยกหนึ่งเพื่อตรงไปยังห้องของผม ...ที่พำนักของเรา พอได้ยินเสียงปิดประตูดังปัง ร่างของผมก็ทรุดลงกับพื้นกระเบื้องทันที


ผมหยิบกล่องใบเล็กๆ ที่บุด้วยผ้ากัมมะหยี่สีกรมท่าออกมาจากกระเป๋ากางเกง จัดการเปิดมันด้วยสติที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย พอได้เห็นความเแวววาววิบวับของแหวนแล้วอยากจะร้องไห้ขึ้นมาซะอย่างงั้น สงสัยคงแสบตามั้ง ของแพงก็เงี้ยละครับ


แล้วดาบในจินตนาการที่จ่ออยู่หน้าท้องก็แทงลงมา มอบความเจ็บปวดเหลือคณาให้เป็นการย้ำเตือนว่าผมมันโง่แค่ไหน 


แม่ง... “นี่กูกำลังอกหักอยู่เหรอวะ?”




to be continued....



theneoclassic talks:

เย่! ได้เวลาเปิดเรื่องใหม่แล้วววว

สำหรับใครที่เคยเฟบไว้ เรากลับมาพบกันอีกครั้งนะฮะ ส่วนใครที่มาใหม่ ยินดีต้อนรับงับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยจ้า



ฝากคอมเมนต์ กดหัวใจ หรือบอกรักกันได้ที่แฮชแท็ค #ปกครองยาก

หรือแฟนเพจและทวิตเตอร์ เสิร์ชคำว่า 'theneoclassic' ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดนะค้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 215 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

69 ความคิดเห็น

  1. #59 erzaweareone (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:45
    วงวารอิพี่ก้อง
    #59
    0
  2. #50 BuaPankamol (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:43

    พี่ก้องสู้ๆ

    #50
    0
  3. #49 Rose_GirL (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 12:33
    เอ้าาาาาาาาา เป็นเศร้าเลย
    #49
    0
  4. #48 nochuuu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 07:37
    กว่าจะรู้ตัวอ่ะเนอะพี่ก้อง 😢
    #48
    0
  5. #47 ROSALENE (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 04:30
    สงสารอะไรยัยก้อง หมั่นไส้มากกว่า นังน้องใบ้ให้ขอเป็นแฟนมานานละไม่ขอสักที55555
    #47
    0
  6. #46 SL520 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 08:00

    ผิดคาดอะสงสารพี่ก้อง
    #46
    0
  7. #45 Ari7200 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 20:33
    เฮ้ยโคตรชอบอ่ะ คือตอนที่เราอ่านเรื่องนู้นเราคิดว่าก้องอ่ะหักอกเบิ้ลซะอีก ชอบๆๆ รอเลย
    #45
    0
  8. #44 aikemiaika715 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 07:35
    นกเฉยยยย5555 วงวารเหลือเกินนน
    #44
    0
  9. #43 pa-pa-pa-ploy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 15:12

    พิ่ก้องงงง
    #43
    0
  10. #42 ฺฺBLACKKNIGHT (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 08:16

    โฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ไฮโซก้องของชั้นนนน
    #42
    0
  11. #41 Dough_n7 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 02:38
    รอพี่ก้องมาเนิ่นนาน วันนี้ก็มาถึง😍
    #41
    0
  12. #40 Cigarafterdrink (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 00:26
    มาตอนแรกก็นก 555
    #40
    0
  13. #39 jjjkmyg (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 00:19
    นกบินว่อนเลยน้านายก้องง
    #39
    0
  14. #38 H A M S T E R (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 00:19
    ตลกม๊ากกกกกกกกกกกกกก
    อ่านแล้วขำแรงมาก มุกล้ำมากไรเตอร์
    เปิดมาคือตุ้บ! พี่ก้องโดนเทหนักมาก
    แต่ฉันว่าฉันได้กินผัวเมียฮาร์ดคอแฮะ
    อ่านดีๆ ก็เหมือนว่าเบิ้ลจะปิดบังบางอย่าง งื้ออออออ รอๆๆๆๆๆ นี่ว่าสนุกมาก ฉันชอบความหลับหูหลับตาอึ๊บ!!!
    #38
    0
  15. #37 Aditt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 22:39
    นกเช้ยย
    #37
    0
  16. #36 mindd20 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 22:25
    อาววนึกว่าจะเเฮปปี้ๆ เปิดมาตอนเเรกก็เจ็บเลย
    #36
    0
  17. #35 filmnn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:55
    มาแล้ววว มาตอนแรกก็เจ็บเลยย
    #35
    0
  18. #34 saturday19 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:32
    เอ้าา เราเข้าใจผิดมาตลอดว่าน้องมันจะอกหักจากอิพี่ แอแงกลายเป็นอิพี่น่าสงสารเฉยเลย
    #34
    0
  19. วันที่ 9 มกราคม 2563 / 20:10
    ปกครองยาก เหมาะกับชื่อเรื่องจริงๆ
    #33
    0
  20. #32 ycluby (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 20:00
    ว้ากกกกกกกก อีน้องเบิ้ลมาแล้วววววววว FC นางตั้งแต่สุดจะทนคนอย่างเอ็ม รอเลยค่าาาา
    #32
    0
  21. #31 ooy1565 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 19:43
    โถพี่ก้อง แล้วทำไมไม่ตื๊อน้องอีกสักหน่อยเหล้าถ้ารักน้องจริงจะปล่อยน้องทำไมไม่ทำให้น้องรู้และเชื่อมั่นสมน้ำหน้าน้องจะไปแล้ว
    #31
    0
  22. #30 Notty Kero (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 19:04
    สมมมมมมม เป็นไงละตกม้าตายเพราะน้องจริงๆ ปากดีดีนัก!! เบิ้ลทำดีมากลูกกกก
    #30
    0
  23. #29 TTHHUUNNDDEERR (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 18:51
    เอ่าตายยยก้องโดนหักอกดังเป๊าะๆเลยนะ><
    #29
    0
  24. #28 BLACK LILY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 18:38
    กรี้ดดดดด​ มาแล้ววววว
    #28
    0