(end.)♬♩สุดจะทน #คนอย่างเอ็ม

ตอนที่ 6 : ไรม์ที่ 5 | มนต์รักนักแร็ป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,416 ครั้ง
    9 เม.ย. 62

ไรม์ที่ 5

มนต์รักนักแร็ป




     รถคันหรูที่ผมไม่มีปัญญาอาจหาญอยากเป็นเจ้าของค่อยๆ ชะลอจอดเทียบเมื่อถึงจุดหมาย ฝ่ายคนขับที่อาสาพามาส่งนิ่วหน้าทันทีเมื่อเห็นสภาพที่อยู่อาศัยของผม สายตาวิตกกังวลของมันสำรวจโลมไล้ตั้งแต่หน้าทางเข้ายันดาดฟ้าชั้นแปด อยากรู้อยากเห็นอย่างกับเด็กหกขวบ เผลอๆ เด็กหกขวบยังไม่เสือกเท่ามันเลยมั้ง!


“ขึ้นไปบนห้องกับกูเลยมั้ยละ แหม”


“ไปดิ” อ้าว แม่งปลดเข็มขัดเฉ้ยยย


“กูโจ๊ก! จะขึ้นไปทำห่าอะไรเล่า! สาระแน”


ไอ้ฟิวส์เลิกคิ้วมองผม “อยู่ที่นี่จริงดิ?”


“เออ!”


“เป็นถึงแร็ปเปอร์มีเพลงฮิตติดชาร์ต นึกว่าจะอยู่คอนโดหรูๆ”


“วิถีสมถะ คนสิ้นเปลืองอย่างมึงไม่มีทางเข้าใจหรอก” ที่จริงคือไม่มีปัญญาผ่อนครับ เงินอะมี แต่เดี๋ยวนี้คอนโดแพงเหลือเกิน ราคาดาวน์บ้านแถวพระประแดงได้สองหลังเลยมั้ง “ขอบใจที่มาส่ง ไปละ บาย”


กึก!


นั่นไง คิดอยู่แล้วเชียวว่าไอ้ห่านี่ไม่มีทางปล่อยผมลงไปง่ายๆ หรอก


“ปลดล็อกประตูหน่่อยดิ๊” อย่ากวนตีนกันนะโว้ยยย ไม่งั้นจะดึงให้ที่จับพังเลยคอยดู


ไอ้ฟิวส์เคาะนิ้วกับพวกมาลัยอยู่สักพัก ก่อนจะจัดการถอดหมวกตระกร้าที่สวมอยู่ออก เผยให้เห็นหน้าหล่อๆ มูลค่าหลายล้อนของไอดอลวงบอยแบนด์ชั้นนำของประเทศ ซึ่งบัดนี้กำลังกระทบกับแสงไฟนีออนที่เปิดอยู่ตรงหน้าทางเข้าหอพักของผมเอง


“สรุปเรื่องของเราจะเอายังไง”


“เรื่องไหน”


“ลื่นสบู่หัวกระแทกพื้นหรือไง” มันยื่นปาก ท่าทางหงุดหงิด “เรื่องที่ขอให้มาช่วยแต่งเพลง”


“อ้อ…” จริงๆ ก็จำได้แหละครับ หาเรื่องเฉไฉไปงั้นเผื่อมันจะได้ลืมๆ ไปซะ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างที่ผมคิดแฮะ “คือถ้ากูช่วยมึงแต่งเพลง มึงจะมาสมัครเข้าชมรมกูถูกปะ?”


“อืม”


“งั้นไม่”


“อ้าว” คิ้วเข้มน่าอิจฉาของมันขมวดเป็นปม 


“ขอโทษนะ ตอนนี้ชมรมกูคิดกันแล้วว่าจะเลิกข้องเกี่ยวกับ feelflow หลังจากที่โดนรุกรานจากแฟนคลับของมึง”​ ผมว่า “วันก่อนกูโดนถล่มไอจีรัวๆ เป็นปืนเอ็มสิบหกเลย รู้ยัง? ตอนนี้กูเลยลบคลิปต้นเหตุในยูทู้ปทิ้งไปละ ตัดปัญหา”


“…”


“คือยังไงดีอะ พวกเราไม่อยากให้ชมรมท่ีจะถูกปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ต้องแย่ไปมากกว่านี้ เข้าใจนะ”


“แล้วทำไมต้องลบ”


“ฮะ?”


“ทำไมต้องลบคลิปนั้นด้วย” เด็กสินกำยกแขนขึ้นเท้าคางกับพวงมาลัย “แล้วทีนี้จะดูอะไร”


“มึงไม่มีอะไรสร้างสรรค์กว่านั้นดูแล้วเรอะ ประสาท”


“ตลกดีออก”


“ไหนมึงเคยบอกว่าในคลิปนั้นกูทำตัวเหมือนเป็นอันธพาลไง”


“นั่นแหละ มันเลยตลก”


อะไรของมึงวะไอ้ทิด -_-


“ไงก็เหอะ สรุปคือมึงกับกูลาแล้วลาลับ ตัดขาดกันอย่างถาวรไม่ต้องมายุ่งอะไรกันอีก ไงกูก็ขอโทษมึงด้วยที่ทำอะไรไม่คิดไปแบบนั้น บัดนี้กูได้บทเรียนแล้ว โอเค้?” ผมประกาศเจตนารมณ์อีกรอบ นี่ต้องไหว้มันด้วยมั้ยฮึ? “แล้วอีกอย่าง... กูไม่อยากโดนปาไข่อีกรอบ”


“…”


“ไม่ใช่ไรนะ เหม็นคาวชิบหาย!!”


“หึๆ”


ตัวผมเกร็งไปถนัดเมื่อได้ยินเสียงนั้น... 


เสียงหัวเราะ? เฮ้ยย ไอ้ฟิวส์มันขำผมว่ะ 


นั่นไง แม่งยิ้มอยู่จริงๆ ด้วยยย หูยยยย เก๊กแตกเลยสินะพ่อคุณ ใจนึงก็อยากทักให้มันเสียเซลฟ์ แต่อีกใจนึงก็กลัวว่าขืนทำอย่างนั้นมันจะกลับไปทำหน้าตาย เก๊กหล่อไร้อารมณ์อีก


คือแบบนี้มันดีกว่าเยอะเลยไง... เข้าใจกันใช่ปะ แบบดีกับบุคคลของมันแล้วไรงี้อ่า


งั้นผมจะนิ่งไว้แล้วกัน เงียบไว้ไม่ทักอะไรออกไปเป็นดีที่สุด


“สรุปก็คือจะเลิกยุ่งกันเลย?”


“อย่าพูดเหมือนเด็กป.3 เวลาทะเลาะกันได้มั้ยวะ”


“ก็ข้อเสนอของพี่แม่งโคตรเด็ก”


“…”


“ยอมรับว่าตอนแรกผมไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่พี่ทำแบบนั้น แต่ตอนนี้เฉยๆ แล้ว ไม่ได้ติดใจตรงไหนเลย”


พ่อพระเหลือเกินเจ้าประคุณ “แต่ยังไงกูก็ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ของคนในชมรมอยู่ดี วอนเอ็งเข้าใจด้วย”


“แล้วพี่อะ?”


“ฮะ?”


“พี่จะเลิกยุ่งกับผมหรือเปล่า?”


“ที่พูดไปเข้าหูมึงบ้างปะฟิวส์!” เสียเวลาอธิบายปากเปียกปากแฉะชิบเป๋ง


“ก็เห็นพี่พูดว่า ‘คนในชมรม’ ตกลงกันว่าห้ามพูดถึงผม ห้ามยุ่งกับผม...” มันยังทำหน้านิ่งนะ แต่จากน้ำเสียงอะ คือกำลังยียวนกวนตีนชัดๆ “แล้วตัวพี่เองล่ะ?”


“กูเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย”


“หึ” ไอ้เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก “พี่ว่าไงผมก็ว่างั้น”


“นี่กูลงจากรถได้ยัง?”


“เชิญ” มันผายมือส่งๆ แหม ท่าทีกวนตา วาจากวนตีน คนอย่างมึงนี่มีคุณสมบัติของคนที่เจริญแล้วครบเลยเนอะ


ที่จริง พอมันพูดแบบนั้นผมควรจะรีบเปิดประตูออกไป วิ่งแจ้นไปติ๊ดคีการ์ดและรีบไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยใช่มั้ยครับ แต่ทว่าผมกลับยังนั่งนิ่งในท่าเดิมเป๊ะไม่คิดจะไหวติงไปไหน


มีบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ อยากถามให้มันรู้เรื่องรู้ราวซะเดี๋ยวนี้เลยว่ะ


“ไอ้ฟิวส์”


“ไหนบอกว่าจะเลิกยุ่ง”


แง่ววว แขนลื่นเลยสัส กูอุตส่าห์เทคซีเรียสกลับโดนเบรกหัวทิ่มมม


คนขับเห็นผมทำหน้าเหม็นบูดเป็นตูดลิงเตรียมจะอ้าปากด่าก็รีบเปลี่ยนท่าทีเอี้ยวตัวมาใกล้มาขึ้น “ว่ามาเลยเอ็ม”


“คือกูอยากรู้ว่าทำไมมึงไม่ยิ้มบ่อยๆ วะ”


“…”


“ยิ้มเหมือนที่มึงยิ้มให้กองทัพแฟนคลับวันนี้อะ” แล้วก่อนหน้านี้ที่กูเล่นมุกเหม็นคาวด้วย...


“แบบนี้เหรอ”


ชวิ้ง! สัส ฟันขาวเชียว รู้เลยนะว่าฟอกมาแพง กว้างซะทำเอาตาหยีเป็นอาตี๋ท้ายซอย ห่าเอ๊ย เจิดจ้าซะเหลือเกิน


แต่ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ความขาวเจิดจ้าของฟันตรงหน้า แต่เป็นออร่าบางอย่างที่ส่งมาจากมันต่างห่าง ห่าเอ๊ย คนอะไรวะยิ้มทีสะกดจิต สดใสซะทำให้กูเชื่อเลยว่าโลกนี้มียูนิคอร์นกับนางเงือก ดีนะที่ก่อนหน้านี้เม้มปากไว้แน่น ไม่อย่างนั้นเผลอกระตุกมุมปากตามมันแล้วแหง


“เออแบบนี้แหละ” ผมกล่าวเสียงเรียบ “ทำไมเวลาปกติมึงไม่ทำงี้บ้างอะ มัวแต่ทำเก๊ก ทำขรึม ชวนเตะไข่อยู่ได้”


“มันคือคาริสม่า”


“ฮะ?”


“เรียกเล่นๆ ว่าเสน่ห์ประจำตัว”


“ตำราไหนสั่งสอนมึงมาเหรอ”


ไอ้ฟิวส์ยักไหล่ “ไม่รู้ ค่ายเพลงเขาบอกให้ผมทำอย่างนี้ จะได้เป็นแคแรคเตอร์”


“แล้วมึงก็เชื่อ?”


“จะไปมีปากเสียงอะไรกับเขาได้ ผมไม่ก็ไม่ต่างอะไรจากสินค้า นายทุนเขาสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ”


อ้าว ดราม่าละครช่องแปดใส่กูเช้ยยย “อ้อๆ”


“ถามทำไม”


“แค่อยากรู้เฉยๆ ได้มั้ยล่ะ!”


“จริงๆ ผมก็เหมือนพี่นั่นแหละ”


“ฮะ -_-“ ลามมากูได้ไง


“ภาพลักษณ์เกรี้ยวกราดหยาบคาย แต่ตัวจริงกุ๊งกิ๊งกิงก่องแก้ว”


กูจะไม่โกรธเลยถ้ามึงใช้คำแบ๊วน้อยกว่านี้ สัส!


“จริงๆ ผมก็ยิ้มให้คนอื่นบ่อยนะ แล้วแต่ความสนิท” ไอ้ฟิวส์อธิบาย “คนในวง เพื่อนมหาลัย ครอบครัว แล้วก็ครูในคณะ ผมถือโอกาสนี้แบ่งแยกความสัมพันธ์ไปด้วยในตัว สนิทกันเมื่อไหร่ ผมอันล็อกรอยยิ้มให้เมื่อนั้น”


โอ้โห จากที่เคยเป็นผู้ชายราบๆ แบนๆ ในสายตาผม บัดนี้เปลี่ยนไปนิดนึงครับ ไม่ยักรู้แหละว่าไอ้ห่านี่เขามีความซับซ้อนอยู่เหมือนกัน น่าสนใจๆ


ผมได้กลิ่นหอมๆ ใกล้จมูกมากขึ้น ทำให้รู้ว่าไอ้ห่านี่เขาโน้มตัวกินที่ฝั่งผมมากกว่าเดิม แต่เพิ่มเติมคือรอยยิ้มก่อนหน้านี้หายไปแล้ว 


“จะเลิกยุ่งกันจริงดิ”


“…”


“ถ้าอยู่กันนานกว่านี้ อย่างน้อยพี่ก็อาจจะได้เห็นผมยิ้มให้นะ”


“ฟัคอยู่แม้น” ลอยหน้าลอยตาใส่ไปทีนึง “กูยิ้มกับตัวเองได้ ขอบใจน้าา”


ไอ้ฟิวส์เอนตัวกลับไปพิงเบาะประจำตำแหน่งตัวเอง “ลงๆ ไปได้แล้วไป อยากกลับคอนโด”


“สัส! ทีงี้ไล่กูเฉ้ยยย” ผมมองอีกฝ่ายตาขวาง จัดการเสยผมสีชมพูชานมที่เริ่มตกปรกตาให้พ้นๆ ทาง “แล้วไหนบอกจะไปหาเพื่อนต่อ?”


“ไม่ไปแล้ว ง่วง พรุ่งนี้มีซ้อมวงตอนเช้า”


“สร้างเรื่องเก่งคนอย่างมึงอะ” 


ทำท่าจะเปิดประตูออกไปอยู่เชียว แต่กลับต้องเซหน้าหงาย เมื่ออยู่ๆ ก็โดนดึงหูกระเป๋าเป้ Kanken ที่สะพายหลังอยู่ซะเต็มแรง เรียกว่าหัวแฉลบเกียร์ออโต้ไปนิดเดียวแบบเส้นยาแดงผ่าแปด หัวเกือบบุบ! สัสสส ถึงจะที่พักจะดูราคาถูกแต่กระเป๋ากูน่ะแพง ของแท้รู้ไว้ซะด้วยยย


“นี่อะไร” แล้วมันก็หยิบกระดาษที่โผล่ออกมาจากรูซิปที่ปิดไม่สนิทของผมไปพินิจพิเคราะห์อย่างตั้งใจ ใช่แล้วครับ มันคือใบปลิวของชมเรานั่นเอง 


“ถามกันดีๆ สิวะ!” เล่นแรงซะคอกูจะหลุดติดมือ ฮือๆ


ถึงผมจะโวยวายแบบนั้น ทว่าไอ้ฟิวส์กลับยังคงนิ่ง สายตาสำรวจแผ่นกระดาษตรงหน้าอย่างแน่วแน่เหมือนจะอ่านข้อความบนนั้นให้ขึ้นใจ ไม่ใช่ข้อสอบนะเฮ้ย จริงจังอะไรขนาดนั้น


“ขอนะ” แล้วมันก็โบกของในมือโชว์


“เอาๆ ไปเหอะ แม่งงงง แจกก็ไม่หมด เวรสุดๆ” ผมบ่นแบบใส่อารมณ์เพราะยังคงหงุดหงิดที่มันดึงคอเสื้อไม่หาย “เอาจริงนะฟิวส์ มึงไม่ต้องมาอยากอยู่ชมรมกูแล้วล่ะ ดูท่ายังไงก็ต้องถูกยุบแน่นอน”


ว่าแล้วเดี๋ยวคืนนี้ไลน์หากิ๊กเก่าที่ชื่อกะปิดีกว่า เธออยู่ชมรมอาหารสุขภาพ อย่างน้อยเทอมนี้จะได้ทำอาหารคลีนแดกเองเป็น เฮ้อออ


“ทำไมคิดอย่างนั้นวะ”


“ก็เห็นๆ กันอยู่” ผมแค่ยักไหล่ใส่มัน จากนั้นก็เปิดประตูอีกรอบ “ไปละนะ ยังไงก็ขอบใจที่มาส่ง”


“…” 


ลิ้นเปลี้ยขึ้นมากะทันหันเรอะพ่อ เงียบแบบนี้งั้นกุไปละนะ “บายยยยไอ้หนุ่ม”


“ไม่ถูกยุบหรอกน่า จะทำตัวดาวน์ทำไมวะ”


“ฮะ?” ผมก้มหัวเข้ามาในตัวรถอีกที ตอนกำลังออกจากรถตะกี้เหมือนได้ยินเสียงมันแว่วๆ “มึงพูดอะไร?”


ทว่าไอ้ฟิวส์กลับส่ายหน้า เอ๊า หูเหอพังหมดแล้วมั้งเนี่ยกู


ปั่ก!


แล้วผมก็ปิดประตูใส่หน้ามันที่กำลังมองมาด้วยแววตานิ่งๆ ก่อนหน้านี้


ผมยืนมองจนรถของไอดอลหนุ่มแล่นจากไปแล้วก็เดินห่อไหล่ไปแตะคีการ์ดกับประตู เหนื่อยจริงๆ เลยโว้ยวันนี้ จะยืนแช่ฝักบัวสักสี่ห้าชั่วโมงให้ผิวเปื่อยกันไปข้างเลยคอยดู 



          พรุ่งนี้แล้วสินะที่วันเปิดโลกชมรมของมหาวิทยาลัยจะมาถึง


วันนี้เฮียดีนัดทุกคนมาร่วมกันตกแต่งซุ้มให้สวยงามน่ามองเพื่อเรียกสายจากประชาชน แต่มือยังไม่ทันเลอะ ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่ทศ เจ้าของค่ายเพลงที่ผมสังกัดอยู่บอกว่าขอเรียกพบเพราะมีเรื่องจะพูดคุยพอดิบพอดี ฉะนั้นผมจึงทิ้งทุกอย่าง วางมือดังโครม! ปล่อยให้ไอ้สามคนที่เหลือในชมรมตกแต่งซุ้มกันเองตามลำพัง หึๆ ลาละจ้าาา ปากท้องต้องมาก่อนนะหนูๆๆ


“อ้าวน้องเอ็ม เชิญๆๆๆ”


พี่ทศผู้สวมโอเวอร์โค้ทนั่งอยู่หัวโต๊ะผายมือเชิญชวนให้นั่งทันทีเมื่อเห็นผมผลักประตูห้องประชุมเข้าไป ตอนนี้ในห้องมีเจ้าของค่ายเพลง นักแต่งเพลง รวมถึงโปรดิวเซอร์มากฝีมืออีกสองสามคน รวมถึงผม แร็ปเปอร์เบอร์หนึ่งของประเทศ เชี่ยเอ๊ยย ตื่นเต้นชะมัด มันต้องมีอะไรว้าวแน่นอน ลางสังหรณ์ผมมันบอกอย่างนั้นอะ


“พร้อมหน้าพร้อมตาเลยนะครับวันนี้ แฮะๆ”


“ใช่แล้ว เพื่อน้องเอ็มไงล่ะ” แล้วพี่ทศก็ใช้นิ้วสะกิดนักแต่งเพลงที่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อสั่งให้เปิดพาวเวอร์พ้อยต์


หูยยย ขนาดเจ้าโปรเจ็กเตอร์ยังแรนเดอร์ภาพไม่เสร็จ ผมยังใจเต้นสั่นพั่บๆๆ เลยอะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเองจนจะเป็นบ้าแล้วเนี่ย ซิงเกิ้ลใหม่ ซิงเกิ้ลใหม่ ซิงเกิ้ลใหม่ สาธุ! เดี๋ยวจะเขียนเนื้อร้องแนวๆ ปรัชญาๆ อีกสักเพลง เอาให้พวกแมสๆ หน้าหงายเป็นโดมิโนเลยคอยดู


แต่ทว่า... สไลท์แรกที่กระแทกตา กลับทำให้ขนอ่อนบนหน้าตั้งชูชัน!!


ผ่าง!!



โปรเจ็กต์เพลงรัก

By Myes



“อึก…" กลืนน้ำลายเลยไอ้ห่า 

ลองขยี้ตาสักทีซิ เมื่อกี้นั่งมอไซด์วินมา บางทีลมอาจเข้าตามากไปจนฝ้าฟางก็เป็นได้




โปรเจ็กต์เพลงรัก

By Myes


(ตีม, กำหนดการปล่อย, แผนการตลาด)

“ถึงเวลาที่แร็ปเปอร์อินดี้จะผงาดด้วยเพลงรักจากหัวใจของเขา”



สัส! เห็น Tagline แล้วอยากจับไมค์ร้องเพลงลูกกรุงมากกว่าอะจ้ะ


เหี้ยไรเนี่ยย นึกว่าจะได้ฟังข่าวดี ไหงกลายเป็นงี้ได้วะ! สิ่งที่ผมกลัวที่สุดในชีวิตมาเยือนจนได้!!


“พี่ว่าถึงเวลาแล้วล่ะเอ็ม”


“ตะ...แต่ว่า” ผมหันหน้าถอดสีซีดเป็นหัวเผือกไปทางท่านประธาน “ผมเคยบอกพี่ทศแล้วนะครับว่าผมจะไม่แต่งเพลงรัก ผมไม่ชอบ ไม่ถนัด และไม่คิดจะแต่งด้วย!”


“แต่พี่อยากได้เงิน”


เอ๊า ทำไมพูดหมาๆ แบบนี้ละพี่ แงๆๆๆ 


“ยังจำได้มั้ย ที่พี่ตัดสินใจเซ็นสัญญากับเอ็มก็เป็นเพราะว่าพี่อยากผลักดันให้คนมีความสามารถอย่างเอ็มเข้าสู่ตลาดหลัก ตอนนี้ตลาดเพลงรักฮิปฮ็อบกำลังมาแรง พวกพี่เลยตกลงกันว่าน่าจะลองดู และเชื่อว่าเอ็มมีโพรเท็นเชียลพอที่สามารถทำได้ ในฐานะแร็ปเปอร์เบอร์หนึ่งของค่ายเรา”


“…”


“เพราะค่ายเรามีแร็ปเปอร์แค่คนเดียว”


กูอยากกัดลิ้นตายคาเก้าอี้ ฮึ่ยยย ผมไม่น่าเซ็นต์สัญญากับค่ายนี้เล้ย แม่งมีแต่น้องร้องเพลง Bossanova  แต่ละคนเสียงเล็กกว่าพี่ลุลาของกูอีกมั้ง เวลาเพลงมาทีคือเปิดลำโพงสุดวอลุ่ม เพื่อนในวงการเตือนแล้วก็ไม่ยอมฟัง


“และถ้าผมไม่ทำล่ะครับ” ผมทำเป็นกอดอกยืดตัวตรง มาดอย่างกับนักธุรกิจหนุ่มพันล้าน “ถ้าผมขอฉีกสัญญา เพราะพี่ไม่ยอมทำข้อตกลง”


“ได้”


เย่!


“แต่พี่ฟ้องกลับนะ ค่าเสียหายน่าจะมหาศาลอยู่”


เอ๊าาาาาา ป้ามึงเอ๊ยยยยย 


ตอนแรกใจผมหล่นวาบไปอยู่ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินเรียบร้อยแล้วครับ แต่พอเห็นอย่างนั้นพี่ทศแกก็ขำก๊าก พาลให้พี่ๆ คนอื่นที่ล้อมโต๊ะอยู่หัวเราะครืนไปตามๆ กัน


“พี่ล้อเล่นมั้ยเอ็ม ไม่ได้โหดขนาดนั้นโว้ย”


“…”


“จะมาฉีกสัญญงสัญญาอะไรของมึง ไร้สาระ พี่แค่อยากให้เอ็มลองดูเฉยๆ ไหนเคยบอกว่าชอบความท้าทายไม่ใช่เหรอ”


“แต่งเพลงรักมันท้าทายตรงไหนวะพี่”


“ก็เพราะเอ็มพูดกับพี่บ่อยๆ ว่าไม่ถนัดเขียนเพลงแบบนั้นไง” พี่ทศเท้าคางลงกับโต๊ะ มองผมอย่างเอ็นดูระคนมันเขี้ยว “น่านะ พี่ให้โอกาสเอ็มเดบิ้วท์กับเพลงของตัวเองไปแล้ว คราวนี้พี่ขอเพลงรักแค่เพลงเดียว... เพลงเดียวจริงๆ แล้วซิงเกิ้ลต่อไปเอ็มจะทำอะไรก็ตามใจเลย พี่ไม่เคยก้าวก่ายอยู่แล้ว”


พูดกันถึงเรื่องการทำงาน ค่ายนี้เขาก็ปล่อยให้ผมมีอิสระในการแต่งเพลงจริงๆ นั่นแหละครับ จำได้ว่าซิงเกิ้ลที่แล้วแทบไม่ต้องส่งควาบคืบหน้าเลยสักครั้ง ผมเอาเดโม่เวอร์ชั่นสุดท้ายให้พวกพี่แกฟังก็เป็นอันตกลงเตรียมปล่อยได้เลย ทำให้ผมยังคงการทำงานแบบ ‘ตามใจฉัน’ อินดี้ๆ เหมือนสมัยอยู่ใต้ดินไว้ได้เหมือนเดิม ถือว่าเป็นข้อดีไม่กี่อย่างของค่ายนี้เขาแหละนะ อ้อ แล้วอาหารพนักงานก็อร่อยฉิบหาย ฟรี แถมยังเบิ้ลไอ้อีกด้วย 


“เป็นเพลงรักในสไตล์เอ็มเยสใช่มั้ยครับ?”


“ใช่แล้ว ขอเป็นเอ็มเยสแบบแท้ๆ เลย” พี่ทศยิ้มกริ่ม แหม่ พอใจเลยสินะคุณนายทุนหน้าเลือด “ยังไม่ต้องตัดสินใจตอนนี้ก็ได้ เดี๋ยวดูสไลท์แล้วประชุมพูดคุยกันก่อน เอ็มไปตกตะกอนสักพักแล้วค่อยกลับมาตอบตกลง”


จ้าาา คำตอบสุดท้ายมีแต่ตกลงอย่างเดียวเลยสินะลุง ใจร้ายว่ะ


ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาเพื่อกดดันเค้นเอาคำตอบ


พี่จินตหราครับ เห็นทีพี่คงต้องลองไว้ผมยาวดูบ้างแล้วล่ะนะ เพราะตอนนี้ผม เอ็มเยสคนนี้... คนที่เคยถือคติว่าชีวิตนี้จะไม่มีทางแต่งเพลงรัก บัดนี้ได้ตระบัดสัตย์กลืนน้ำลายตัวเองไปแล้วเรียบร้อย


ผมรู้สึกว่ามันเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่มาก เรียกว่ากระโดดจนขาแทบฉีกก็ยังได้ ใจนึงก็นึกหงุดหงิดไม่อยากทำ แต่อีกใจนึงก็รู้สึกว่าอยากข้ามขีดความท้าทายตามที่ไอ้พี่ทศมันยุ 


แต่อีกใจนี่สิ... ลึกๆ แล้วผมก็แอบกลัวนะว่าพอได้ทำแต่สุดท้ายแล้วมันกลับออกมาไม่ดี ใครต่อใครจะชี้หน้าหัวเราะเยาะเย้ยกันเอาได้ ปวดหัวชะมัด


เอ็มเอ๊ย เอ็งมันแมสแล้วว่ะ ฮืออออ


“ผมรู้ดีว่าสุดท้ายยังไงก็ไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอนี้ได้ แต่ผมอยากจะขอเวลาไปคิดทบทวนสักพัก..."


“…”


“แล้วผมจะกลับมาให้คำตอบที่ออกมาจากหัวใจจริงๆ ครับ”



     [ถึงรักครั้งนี้จะถูกประนาม จากคนทั้งโลกก็ตาม แต่คงจะห้ามไม่ไหว ถึงแม้จะรู้ เป็นได้แค่ชู้ทางใจ ก็ช่างหัวมันปะไร ในเมื่อหัวใจต้อง...]


ผมสะดุ้งเมื่อจู่ๆ เพลงที่ดังจากลำโพงซึี่งผมต่อบูธูตตรงกับมือถือตัวเองไว้ดับพรึ่บ โห่ไรวะ กำลังเพลินหูได้ที่อยู่เลยเชียว ใครมือบอนมาปิดซะเนี่ย


พอหันไปก็เจอไอ้นีรเลขาชมรมยืนเท้าเอวเตรียมฉอดผมชุดใหญ่รออยู่ก่อนแล้ว


“เปิดเพลงห่าอะไรของมึงเนี่ย เสียชื่อชมรมแร็ปเปอร์หมด”


แล้วมันก็เดินกลับไปจัดบู๊ทชมรมต่อด้วยการตัดแปะหน้าตาของศิลปินฮิปฮอบทั้งไทย เกา และเทศนับร้อยชีวิตเพื่อแขวนเป็นโมบายห้อยฟรุ้งฟริ้งหน้าซุ้ม สยองชิบหาย 


ขัดใจกันจังวุ้ย อุตส่าห์หาเพลงรักฟังจะได้เป็นแรงบันดาลใจชวนให้อยากแต่งเพลงซะหน่อย หลง ลง ลาย เขาคือศิลปินระดับตำนานวงการเพลงไทยเลยนะเว้ยยย


พอเสร็จจากกระประชุมกับพี่ทศผมก็กลับเข้ามาในม.เพื่อช่วยทุกคนตกแต่งซุ้มต่อครับ แม้งานเปิดโลกชมรมจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ แต่ตอนนี้สถานที่ที่จะใช้จัดงานก็เริ่มคึกคักขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะทุกชมรมต่างก็มาตกแต่งพื้นที่ของตัวเองซะไม่มีใครยอมหน้าใคร บางชมรมแม่งอลังการมาก ถ้ายกหอเอนปิซ่ามาได้มันคงทำแล้วมั้ง 


แล้วผมงงมาก ยังไม่ทันเปิดรับสมัครบางซุ้มกลับมีคนยืนมุงนับชีวิต รีบอะไรขนาดนั้นน้องงง แตกต่างกับชม Rap Trash ของผมสุดๆ เพราะเต้นท์ของเราเสือกอยู่ซะลึกในซอกหลืบ ตอนนี้จึงเงียบกริบไม่ต่างจากเกษรพลาซ่า พวกคณะกรรมการแม่งจะบีบกันไปถึงไหนวะ เดี๋ยวเปิดเพลงเคนเย เวสอัดหูแม่งให้หมด กระอักเลือดตายแน่คราวนี้


“เอ็ม มึงไปเอาโต๊ะในชมรมมาตั้งดิ”


“จ้าเฮียยยย” ได้ทีใช้กูใหญ่เลยนะเราอะ


แต่ในขณะที่ผมกลับมาจากการหายแวบไปแบกโต๊ะสีขาวขนาดเจ็ดฟุตขึ้นหลัง สายตาผมก็ได้เห็นว่ามีกลุ่มชายสูทดำสามคนเดินตรงเข้ามาที่เต็นท์ชมรมของเรา สวมแว่นกันแดดบดบังสายตากันทุกคน แถมที่หูก็เหมือนมีหูฟังสายใหญ่ๆ ใส่อยู่อีกตะหาก ยากูซ่าที่ไหนมาหาเรื่องพวกกูอีกล่ะ


แล้วในมือพวกนั้นถืออะไรกันมาวะ รุงรังหลายถุงเชียว


“มีอะไรหรือเปล่าคะ” นีรที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดทำหน้าฉงนใส่


“คุณเอ็มเยส”


“…”


“พวกผมมาหาคุณเอ็มเยสครับ”


พอได้ยินชื่อตัวเองผมก็วางโต๊ะที่แบกอยู่ตั้งบนพื้น แล้ววิ่งปรี่เข้าไปหาคนกลุ่มนั้นทันที “ผมอยู่นี่ครับ”


“พี่เอ็มสั่งอาหารเรอะ ดีเลยๆ เบิ้ลกำลังหิวอยู่พอดี” ไอ้หมอเด็กตะโกนถามขณะที่ผมกำลังวิ่ง


สั่งบ้าอะไร ตั้งแต่กลับมาจากค่ายยังไม่ได้จับมือถือเลย แล้วกูก็ไม่ได้เป็นคนใจดีซื้อของกินเลี้ยงพวกมึงเยอะขนาดนี้ด้วยจ้าาา


“คุณฟีลโฟลว์ฝากของพวกนี้มาให้ครับ”


ได้ยินชื่อบักห่านั่นแล้วถึงกับเบรกเอี๊ยดหัวแทบโหม่งโลก ฮะ!? ไอ้ฟิวส์น่ะเหรอ?


ผมชะโงกมองไปที่ของกินมากมายในมือพี่ๆ “มันเอามาให้ผมทำไมครับ”


“ไม่ทราบเหมือนกันครับ ผมแค่ทำตามที่เขาสั่ง” 


โอ้โห ใหญ่คับฟ้าอะไรขนาดนั้นละพ่อ


ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ กับสมาชิกในชมรมที่บัดนี้หรี่ตามองผมอย่างจับผิด จะมาจ้องอะไรกันขนาดนี้เล่า! ไม่ได้การละครับ ต้องแก้ตัวให้ไว


“กูยังไม่ได้อะไรกับมันเลยนะ มันเอามาให้ของมันเอง”


“อ่อนหัด”


“ฮะ?”


เฮียดีก้าวขาออกมาจากวง ตายังหรี่ไม่เลิก “ถือว่าเกือบเนียน แต่ดูก็รู้ว่าร้อนตัว”


อะไรของพวกมึงนิ


“ฝากบอกมันทีว่าผมขอไม่รับครับ” แล้วไอ้ฟิวส์เขาเป็นบ้าอะไรอยู่ดีๆ เอาของกินมาให้ แถมราคาแต่ละอย่างไม่ใช่ถูกเลยนะเฮ้ย


“เอ็ม”


“อะไรอีกวะเฮีย ผมก็กำลังปฏิเสธอยู่นี่ไง”


“เปล่า” เฮียดีจ้องหน้าผมเขม็ง “กูจะบอกว่ามึงรับไว้เหอะ”


“อ้าว”


“พวกกูหิว” แล้วพี่มันก็คว้าหมับเข้าให้ที่ถุงในมือพี่ชุดสูท รวมถึงไอ้นีรและอีเบิ้ลที่สภาพดูหิวโหยไม่ต่างอะไรจากซอมบี้ ตะกละแดกกันจริ๊งงงงพวกมึง กูขายหน้าหมดแล้วเนี่ยยย


“คุณฟีลโฟลว์ฝากมาว่าทานให้อร่อยนะครับ”


“งั้นผมฝากกลับไปได้มั้ยครับว่าทีหลังอย่าสาระแนไอ้ควาย”


“…”


สงสัยหยาบไป พี่เขาคงไม่กล้าพูดแบบนั้นกับเจ้านายตัวเอง “งั้นฝากบอกไปว่าขอบคุณก็ได้ครับ”


“นั่นแหละครับสิ่งที่เจ้านายผมอยากได้ยิน แต่จะดีกว่านี้ถ้าคุณโทรไปบอกกับเขาด้วยตัวเอง”


“-_-“


“เสร็จธุระแล้วผมขอตัวนะครับ”


แล้วพี่ๆ ก็หมุนตัวหันหลังอย่างพร้อมเพรียงไม่ต่างจากทหาร ทั้งสามพากันสาวเท้าอย่างเป็นจังหวะเดินจากไป โดยมีสายตาอิหยังวะของผมมองตามจนสุดทาง


//

   “ฮัลโหล”


[พูดมาเลยเอ็ม รอฟังอยู่]


“มึงไม่คิดว่ากูจะโทรมาด่ามึงสักชุดไรงี้เหรอ”


[ไม่หรอก ผมเชื่อว่าเอ็มเยสเขาน่าจะเป็นคนไนซ์กว่านั้น]


ได้ยินเสียงมันแล้วหงุดหงิดอยากหยิกไข่ชิบเป๋ง “บอกว่าไม่ต้องมาเสือกกันอีกไง จะซื้อของกินมาทำบ้าอะไรเยอะแยะวะ”


[พี่บอกเองหรือเปล่า ผมไม่ได้ตกลงด้วยเลย] น้ำเสียงมันยังคงกวนบาทาอย่างต่อเนื่อง [แต่ถ้าไม่กินจะเอามาคืนก็ได้นะ]


“งั้นมึงรีบบอกมาเลยว่าอยู่ตรงไหน กูจะหอบหิ้วไปขว้างใส่หน้าเดี๋ยวนี้” พูดจบก็เหล่ข้ามไหล่ตัวเองไปยังด้านหลัง... จริงๆ พูดลองเชิงไปงั้นละครับ ไอ้สามตัวนั้นแม่งฟาดซะเรียบเหลือแต่ซากไปตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ห่าเอ๊ย ผมยังไม่ได้เอาเข้าปากสักคำ 


[ไม่ต้องหรอก ของกินพวกนั้นเป็นเซอร์วิสจากแฟนคลับ พี่ไม่กินก็แค่ทิ้งถังขยะ แต่ถ้ามีคนมาเจอแล้วถ่ายรูปแฉลงทวิตเตอร์ ผมเอาคืนพี่อย่างหนักแน่] มันว่า [วันนี้มาซ้อมกับวง เห็นว่าได้รับของกินเยอะก็เลยอุตส่าห์แบ่งไปให้ ไม่ได้เคารพน้ำใจกันจริงดิ]


ผมกลอกตากับตัวเอง “มึงคงไม่ได้กำลังซื้อใจคนในชมรมกูอยู่ถูกมั้ย?”


[จะอยู่ชมรมเขาก็ต้องทำตัวสนิทสนม]


“ไปไกลๆ ดิ๊”


[ขอใบสมัครหน่อย จะกรอกส่งให้กับมือพี่เลย]


“โว้ย!!”


[แต่สมัครแล้วอย่าลืมมาแต่งเพลงด้วยกันนะ]


“No way man!”


[เดี๋ยวถ้าซ้อมเสร็จเร็วผมจะรีบไปช่วยแต่งซุ้ม]


“กูบอกแล้วไงว่าชมรมกูไม่ต้องการมึง!”


[จะต่อปากต่อคำอีกนานมั้ยเอ็ม แค่ต้องการคำว่าขอบคุณง่ายๆ เองเนี่ย] มันคงกวนตีนผมจนพอใจแล้วสินะถึงวกกลับมาเรื่องนี้ได้


“ฝากบอกพี่เขาไปแล้ว”


[ฝากบอกว่า?]


“ไม่รู้วุ้ย ไปถามจากเขาเอง”


เกิดเสียงกุกกักจากปลายสายแป๊บนึง เหมือนกับว่าตัวมันกำลังลุกขึ้นและเดินไปตรงไหนสักทีโดยวางมือถือทิ้งไว้ [พี่เชิดครับ เพื่อนผมฝากบอกอะไรมาหรือเปล่า]


[อ้อ บอกครับ บอกว่าทีหลังอย่าสาระแนไอ้ควาย]


[…]


[แต่ก็ฝากบอกว่าขอบคุณด้วยเหมือนกัน]


[โกหก] แล้วเสียงมันก็กลับมาอยู่ใกล้ไมค์อีกรอบ [พี่เขาบอกไม่เห็นรู้เรื่อง]


“มึงเห็นกูโง่มากใช่มั้ยฮึ” จะบ้าตาย “ได้ยินหมดแล้วมั้ยล่ะสัส!”


[อยู่ถึงกี่โมง เดี๋ยวเอาขนมเข้าไปอีก]


“พอเลยๆ เก็บไว้แดกเองเหอะ แฟนคลับเขาตั้งใจเอาไปให้มึง” 


[ก็ตามใจ... แต่ไม่คิดจะพูดคำว่าขอบคุณให้ฟังสดๆ จริงดิ?]


“ไม่ กูจะกลับไปช่วยเพื่อนต่อละ”


[อืม… แต่พี่ก็โทรมา]


“ฮะ” 


[ตั้งใจทำซุ้มด้วย]


“ฮะะะะะ"


[แค่นี้ก่อน ผมมีซ้อมต่อ]


ตู๊ดดดด ตู๊ดดดด


และแน่นอน มันยังคงครองตำแหน่งเจ้าชายแห่งวงการตัดสายทิ้งได้อย่างคงเส้นคงวา สัส กูอุตส่าห์ดึงเช็งร้องฮะไปตั้งสองรอบ ตีเบลอเฉยยย


โอยย ผมจะโทรไปหามันทำบ้าอะไรเนี่ย สุดท้ายได้ไมเกรนกลับมา ปวดหัวจนดูท่าว่าต้องแดกพาราสักเม็ดสองเม็ด


Rrrrrrr!


มือถือสั่น ผมรีบลนลานหยิบมันขึ้นมาดูเพราะนึกว่าไอ้ฟิวส์มันโทรกลับมา แต่ไม่ใช่ครับ! กลับเป็นแจ้งเตือนของไอจีตะหาก อะไรอีกล่ะ ล็อกคอมเม้นต์ไปครั้งก่อนแล้วไง


เฮ้ย เดี๋ยวดิ...



@feelflowontherun เริ่มติดตามคุณ



“…” 


เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีแจ้งเตือนอีกก้อน ซึ่งดูท่าแล้วยิ่งใหญ่มาก เห็นทีต้องกดตามไปดูในแอพไอจีโดยตรง


และพอทุกอย่างโหลดดิ้งเสร็จก็ชัดเจนแจ่มแจ้ง...


งามไส้ละมึงเอ๊ย!!!


ภาพใบปลิวยับยู่ยี่ของชมรมผมซึ่งถูกว่างไว้บนโต๊ะที่ไหนสักที่ ถูกแอ็กเคาท์ของไอ้ฟิวส์อัปลงโซเชียลสดๆ ร้อนๆ พร้อมแท็กมายังไอจีของผมเสร็จสรรพอีกตะหาก เล่นเอาผมมือสั่น ได้แต่อ้าปากค้างประหลาดใจทำอะไรไม่ถูก 


         ไอ้ฟิวส์! เล่นบ้าอะไรของมึงวะเนี่ยยยย



@feelfowontherun : พรุ่งนี้ชาว XWU คนไหนยังไม่มีที่ไป มาเจอกันได้ที่ชมรม Rap Trash เวลา 14:00 น. เทอมนี้ผมอยู่ชมรมนี้ครับ อยู่กับคนนี้ > @myesyesyes



     โปรดติดตามตอนต่อไป...




theneoclassic's talks :


ตอนที่ 5 มาแล้วคร้าบบบ


หายไปนาน แถมมีคนบอกว่าตอนที่แล้วสั่นไป

ผมเลยอัปตอนนี้ให้ยาวขึ้นสักหน่อย เป็นการง้อนะครับบบบ


ฝากคอมเม้นต์ กดหัวใจ ให้กำลังใจผมหน่อยน้าาา T_T


ใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืม #คนอย่างเอ็ม นะ อยากกดรีทวิตอวดชาวบ้าน ก๊ากกก


++ขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้อัป ไปงานหนังสือมาขอนอนก่อนน้า ซอรี่ๆๆๆ++


เจอกันตอนหน้าฮะ! ^^


อ้อ! สงการนต์นี้ไปไหนกันหรือเปล่าครับ
ผมไม่ได้ไป ถ้ามีคนเป็น #ทีมกลัวน้ำ เหมือนกัน 
เผื่อเวลานั้นลงจะมีคนอ่านอยู่บ้าง 5555



กดหัวใจบอกใบ้กันว่ารัก

แต่คอมเม้นต์ว่ารักคือการให้กำลังใจนะครับ (ง่อวววว)


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ swag gif

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.416K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,233 ความคิดเห็น

  1. #2228 Thxxt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 14:23
    คาแรกเตอร์​ที่ค่ายวางให้ ละลายตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้าก็บอก 55555​
    #2,228
    0
  2. #2170 Krystal wing (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 09:54
    from now on
    #2,170
    0
  3. #2150 'Wife Tuan'? (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 16:32
    เขินอะ เทอจีบเค้าอ้ะะโอ้ยยยยยยยยคนเค้าดูอ้อออกกกก
    #2,150
    0
  4. #2139 Chompoo_mg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 00:26
    เขินว้อยยยย แงงงง
    #2,139
    0
  5. #2121 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 19:57
    กรี้ดดดดดก ป.ล.พี่เชิดร้ายมาก
    #2,121
    0
  6. #2058 maybee23 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 12:36
    จีบเอ็มสินะชั้นดูออก 5555555
    #2,058
    0
  7. #2041 Slyvester (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 02:01
    พี่เชิดดดด พีคสุดก็ตัวประกอบนี้ล่

    5555555 ตอนที่แล้วก็พี่วินที
    #2,041
    0
  8. #2022 My Donghae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 11:16
    เอมเยสส ตายแน่ๆๆๆๆ เด็กมันร้ายยยยย
    #2,022
    0
  9. #2019 bophobia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 21:22
    เอาแล่วๆ
    #2,019
    0
  10. #2001 Nam-Pakka (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 17:22
    เด็กมันน่ารักว่ะๆๆๆๆๆ
    #2,001
    0
  11. #1962 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 19:38
    เด็กมันเป็นๆๆๆ
    #1,962
    0
  12. #1944 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 16:08
    เด็กมันเอาว่ะะะะะะ
    #1,944
    0
  13. #1933 ฮันนี่พี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 07:13
    อยู่กับคนนี้ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เปนเขิน
    #1,933
    0
  14. #1906 sher_n (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 16:05
    เด็กมันเอาเรื่อง เปย์เก่งด้วยยย
    #1,906
    0
  15. #1886 aiffie18 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:29

    เค้ามีส่งของกินมาให้

    #1,886
    0
  16. วันที่ 19 กันยายน 2562 / 20:32
    ชอบแหละ ชอบมากด้วยนะ เเหมมมม
    #1,874
    0
  17. #1848 galepn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 01:13
    อัยยะ งานนี้ให้เอมเยสแต่งเพลงรักสัก10เพลง ยังชิลลล5555555555
    #1,848
    0
  18. #1840 rich'n chic (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 19:47
    555555 งานเข้า
    #1,840
    0
  19. #1809 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 16:53
    พี่เชิ๊ดดดดดโถ่ววว
    แม็กนี่น่ารักจริงๆ
    ฟิวส์นี่โคตรเปย์
    #1,809
    0
  20. #1797 Jibangrin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 02:36
    แหนะะะะะ ไม่ได้เรยยยย
    #1,797
    0
  21. #1759 MSword6670 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 20:53
    555555ขำพี่เชิด
    #1,759
    0
  22. #1752 โหล โหล โหล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 14:49
    55555 โอ้ยขำพี่เชิด บอกทุกประโยคเลย
    #1,752
    0
  23. #1720 sealers (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 21:09
    พี่เอ็มเยสไปไม่เป็นแง้วว
    #1,720
    0
  24. #1688 ซีเอชโอเอ็มพียู..yy.. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 12:48
    ขำพี่เชิด อิแม่ย้อยเอ้ย 555555
    #1,688
    0
  25. #1658 WinD_MilL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 18:28
    พี่เชิดดด เก็บทุกคำเลยนะสุดจริงงง ฟิวส์ก็นะแหมมมม คนเค้าดูออก!
    #1,658
    0