(end.)♬♩สุดจะทน #คนอย่างเอ็ม

ตอนที่ 3 : ไรม์ที่ 2 | ชายผู้มาพร้อมกับความซวย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,243 ครั้ง
    5 มี.ค. 62


ไรม์ที่ 2

ชายผู้มาพร้อมกับความซวย


This is not jhope omg look a like




คณะสินกำนี่มันยังไงกันวะ


นี่ปี 2019 แล้วนะครับ ทำไมเขายังทำโทษนิสิตด้วยการไล่ให้ออกไปยืนนอกห้องอีกอ่า แถมมีการกำชับอีกด้วยนะว่าห้ามหนีกลับก่อนเด็ดขาดไม่งั้นซวย ผมเลยต้องจำใจนั่งขัดสมาธิหลังพิงกับประตูบานใหญ่เล่นนิ้วตัวเองฆ่าเวลาไปพลางๆ จะบ้าตาย อายเด็กที่ผ่านไปผ่านมาชิบเป๋งเลยเนี่ย หึ ไอ้ฟีลโฟลว์นะไอ้ฟีลโฟลว์ เพราะมึงคนเดียวเลยกูถึงต้องขายหน้าประชาชีแบบนี้ ฝ่ายอาจารย์ก็ใจร้ายไม่ฟังผมอธิบายสักกะคำ งอนว่ะ 


...แต่อิงจากสถานการณ์แล้วแก้ตัวไปแกจะเชื่อก็อัศจรรย์มาครับ เสียงกรีดร้องของน้องยุ่นดังกระหึ่มอยู่ในมือถือตรงหน้าจะๆ คาหนังคาเขาขนาดนั้น เรียกว่าจำนนด้วยหลักฐานไปโดยไม่ต้องฟ้องร้อง ไม่เรียกว่าซวยก็ไม่รู้จะจำกัดความยังไงแล้ว


กูฝากไว้ก่อนนะ เดี๋ยวเลิกเรียนมึงเจ็บตัวแน่ จะเอาคืนให้หนักวิ่งกลับไปฟ้องแม่ไม่ทันเลยคอยดู


โป๊ก!


แว้กกกก ดูท่าจะเป็นกูนี่แหละที่เจ็บตัวแทน ฮือๆ ใครมันเปิดประตูไม่รู้เวลาล่ำเวลาเลยวะ! ไม่เห็นหรือไงว่ามีคนนั่งอยู่ตรงเน้!


“ว้าย! ขอโทษค่ะพี่” น้องคนนึงรีบยกมือไหว้มือไม้พันกันยุ่ง เมื่อเห็นผมกุมหัวร้องโอดโอดอยู่กับพื้น เอ๊า เลิกเรียนกันแล้วเรอะ งั้นผมลุกขึ้นยืนดีกว่า ทำหน้ารู้สึกผิดให้อาจารย์เขาเห็นหน่อยจะได้เห็นใจกัน


ผมยืนประสานมือก้มหน้าหลบสายตาเด็กๆ ที่เดินออกจากห้องเรียนไปทีละคนสองคน ซึ่งทุกคนแม่งล้วนส่งเสียงหัวเราะคิกคักทำกับเป็นเรื่องสนุก อะไรว้าาา ทุกอย่างมันเป็นเพราะเพื่อนน้องนะเว้ย พี่ไม่ผิดซะหน่อย


เฮ้ย อาจารย์มา! “คุณบดินทร์”


“คะ...ครับๆ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกมาเลยว่ะ


“วันนี้ผมไม่เช็คชื่อให้คุณนะ เท่ากับว่าคุณมีสิทธิ์ขาดได้อีกแค่สองครั้ง” อาจารย์สินกำอธิบาย “ผมจะยังไม่แจ้งเรื่องนี้กับอาจารย์ปุ๊ที่ปรึกษาของคุณแล้วกัน แต่ผมหวังว่าคาบหน้าคุณจะทำให้ผมประทับใจมากกว่านี้”


“ขอโทษนะจริงๆ ครับอาจารย์” ยกมือไหว้อย่างเร็วรี่ครับ ในใจก็อยากแก้ต่างอีกสักยก แต่คิดดูแล้วให้มันจบๆ ไปจะดีกว่า แค่นี้ท่านก็ปราณีผมมากๆ แล้ว ถ้าอาจารย์ปุ๊รู้เพิ่มอีกคนมีหวังโดนเฉ่งอีกยกชัวร์ มีแต่ตายกับตาย 


แล้วอาจารย์หนุ่มผู้แต่งตัวดีก็จากไปโดยมีสายตารู้สึกผิดของผมมองตามไปจนสุดทาง ทว่าคนที่เดินตามหลังแกมานี่สิทำเอาผมกลับมาเบิกตาโตเป็นไข่ห่าน น้องหยากไย่ดาวสินกำคนเดิมนั่นเอง เวรละ ไม่กล้าสู้หน้าเลยอะ น้องเขาต้องผิดหวังในตัวผมแน่เลย ตอนนี้ในสายตาเขาคงมองว่าผมเป็นไอ้โรคจิตงุ่นงานมักมากในกามชัวร์


“ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ”


อะ...อ้าว “ครับ?”


“หนูเห็นแล้วแหละว่าไอ้ฟิวส์มันแกล้งพี่ อย่าถือสามันเลยนะ มันชอบเล่นอะไรห่ามๆ แบบนี้ตลอดเลย”


โอ้ น้องไย่... น้องเป็นคนเดียวที่มองเห็นถึงความบริสุทธิ์ในใจของพี่ น้องคือพยานในจุดเกิดเหตุของแท้!


ว่าแต่ ไอ้ห่านั่นชื่อฟิวส์เรอะ เหอะ ชื่อโคตรจืด สมควรแล้วล่ะที่ใช้ชื่อในวงการว่า feelflow ดูยกระดับชีวิตมึงขึ้นมาได้โขเลย


“อ๋อ! แล้วเมื่อกี้อาจารย์สั่งให้จับกลุ่มศึกษา พี่อยู่กับหนูนะคะ กลุ่มหนูยังขาดอีกคนพอดี”


“โอ้ว ยินดีเลยคระ...”


“ไปชวนทำไมไย่” แขกที่ไม่ได้รับเชิญพูดแทรกทำเอาประโยคของผมขาดสะบั้น พอเห็นหน้ามันโผล่พ้นออกมาจากประตูห้องเรียนก็ต้องกลอกตาทันที จะใครที่ไหนล่ะครับ ก็ตัวต้นเหตุนั่นแหละ ไอ้มารผจญเอ๊ย!


“ไม่เอาน่าฟิวส์ แค่นี้ยังแกล้งกันไม่พออีกเหรอ”


“แล้วใครเริ่มก่อนวะ” คนตัวสูงเหลือบตาไปทางเพื่อน “เธอก็เห็นคลิปนั้นแล้วหนิ”


“พอน่า! ทำตัวเป็นเด็กไปได้” พอเพื่อนตัวเองขึ้นเสียง ไอ้ฟิวส์กลับชะงักไปทันทีอย่างเชื่อฟัง ว้ายๆ สมน้ำหน้า คนสวยเขาปกป้องกูจ้าาา ไอ้เพื่อนไม่รัก!


“ถ้างั้นตกลงตามนี้นะคะ เจอกันอีกทีจันทร์หน้านะคะพี่เอ็มเยส” แล้วคนสวยก็โบกมือลาพร้อมส่งยิ้มหวานเดินนวยนาดจากไป


โหยยย น้องออกเสียงชื่อผมถูกด้วยอ่า ปลื้มๆๆ ตาเป็นประกายวิ้งก์ๆๆๆ


“มองเพื่อนกูตาเป็นมันเชียว”


แหมะ เหี่ยวเลยกู ทำไมไอ้ห่านี่ชอบทำผมเสียอารมณ์อยู่เรื่อย ไม่เดินตามเพื่อนๆ มึงไปเล่า พักเที่ยงแล้ว ไปหาอะไรแดกซะสิวะ


“ผมจะมองใครมันก็เรื่องของผม”


“คิดจะงาบของคนอื่นงั้นสิ”


ผมทำหน้างง เดี๋ยวนะ “ของใคร? ของคุณ? โทษๆ น้องหยากไย่เป็นของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่”


“ดาวต้องคู่กับเดือนไม่รู้รึไง”


“เขาน่ะสวยสมดาว แต่คุณอะไม่มีเค้าเดือนเลย เหมือนหมา”


“ปากดีจัง”


“คุณทำผมขายหน้าในห้องเรียนนะ!”


“เลิกพูดคุณๆ ผมๆ ชวนให้อ้วกสักทีดิ๊ เถื่อนให้เหมือนกับเพลงตัวเองหน่อย”


ตอนแรกกะจะด่าต่อ แต่พอมันพูดแบบนี้ผมนี่เขินเลย หูยยย ฟังเพลงของเค้าด้วยเรอะตะเอ๊ง


“ผมพูดอย่างนี้กับคนที่ไม่สนิททั้งนั้นแหละ” ผมกล่าวเสียงเรียบ “ไม่เหมือนคุณ ขนาดผมเป็นรุ่นพี่แท้ๆ พูดจาโคตรปีนเกลียว”


“เหรอครับ” มันเดินเข้ามายืนกอดอกตรงหน้า “แล้วในคลิปนั้น ใครมันพูดมึงๆ กูๆ ท้าทายคนอื่นเขาอย่างกับอันธพาล”


“…” ไปต่อไม่ถูกเลยทีนี้ แฮะๆ กูเองจ้าาา “ตอนนั้นอยู่ในโหมดแร็ปเปอร์”


“แล้วตอนนี้เป็นนักร้องโอเปร่าหรือไง”


“ขี้เกียจพูดกับคุณแล้วอะ ไปยืนทำหน้าหล่อตรงนู้นนะคุณนะ” ผมชี้นิ้ว


“ไม่ต้องชมอ่อย ยังไงก็ไม่ชอบนักเลง”


เดี๋ยววววกูอ่อยมึงตอนไหนฮะไอ้ทิด! มั่นหน้ามั่นไข่เกินไปม้างงง คนอะไรปากคอเราะร้ายฉิบ ไม่เห็นเหมือนภาพลักษณ์นิ่งๆ คูลๆ แบบในรูปเลยอะ กูจะเอาเรื่องนี้ไปแฉแฟนคลับบบ


“เอามา”


ผมเอนตัวหนีมือหนาที่อยู่ๆ ก็แบใส่ตรงหน้า “เอาอะไร?”


หน้านิ่งๆ ปราศจากรอยยิ้มยกคิ้วสูง ท่าทีดูหงุดหงิดนิดหน่อย “มือถือกูไง”


อ้อ ไอ้สิ่งของต้นเหตุที่ทำให้ผมซวยนี่เอง คือตอนนั้นมัวแต่ตกใจทำอะไรไม่ถูกเลยลนลานหยิบใส่กระเป๋ากางเกงมาด้วยครับ ฮึ่ยย รู้งี้น่าจะรีบๆ เอาไปขายซะให้จบๆ พนันเลยว่าคนเสื่อมแบบมันคงมีคลิปตัวเองเป็นกระบุงแหงๆ ทีงี้แหละมึงเตรียมลาออกจากวงการไปขายน้ำเต้าหู้แข่งกับอาโกหน้าปากซอยได้เลย


ผมล้วงของที่อีกฝ่ายขอออกมาจากกระเป๋ากางเกงและยื่นให้มันรับไป ไม่ต้องเอานิ้วมาโดนกูไอ้สันขวานนน


“แอบทำอะไรปะเนี่ย”


“จะทำบ้าอะไรได้ ไม่รู้รหัสซะหน่อย”


“เหรอ” สิ้นเสียง ไอ้เฉยเมยก็ทำทีล้วงอะไรบางออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนเช่นกัน “แต่กูทำเยอะเลยล่ะ”


แล้วผมก็เห็นว่าในมือมันคือโทรศัพท์ของตัวเองที่เผลอวางทิ้งไว้ในห้องไม่ได้เอาออกมาด้วย เฮ้ย มันเก็บมาให้ผมงั้นเรอะ ใจดีจนน่าระแวงเกินไปปะวะ


“และยิ่งมือถือที่ไม่ได้ล็อกรหัสแบบนี้...”​ สายตาแม่งโคตรน่ากลัว! “ทำอะไรได้โคตรเยอะ”


“อย่ามาเล่นอะไรแผลงๆ วะเว้ยยย ในนี้มีแต่ไลน์ผู้ใหญ่ลูกค้งลูกค้าเยอะแยะไปหมดเลย”


“เชื่อรึไง”


เอ๊า อะไรของมัน -_- ไหนจริงไหนเล่นกูปวดหัวไปหมดแล้วค้าบบบบ


“ชื่ออะไร”


“…"


“ถามว่าชื่ออะไร เอ๊!” ทำเสียงเหมือนพ่อกูเลยนะ แหม่


ผมกอดอกฝืนใจตอบ “ก็ชื่อเอ็มเยสไง”


“เอาดีๆ กูถามชื่อไม่ได้ถามฉายา”


“แร็ปเปอร์ที่ไหนเขาบอกชื่อจริงกันบ้างวะ” เสียเชิงหมด


“ต้องให้เอาอะไรง้างปากเหรอถึงจะยอมพูด”


“เหอะ ชะแลงที่ไหนก็ช่วยมึงงัดไม่ได้หรอก” ลอยหน้าลอยตาใส่แม่งไปหนึ่งที “กูไม่บอก!”


“มีของแข็งพกติดตัวอยู่อันนึง อยากให้ลองใช้งัดมั้ยล่ะ”


“!!!"


หน้าชาพูดไม่ออกไปเลยครับ ฮือออ อึ้งแดก นี่กูใคร ใช่เอ็มเยสหรือเปล่า หนุ่มเกรี้ยวกราดคนเดิมหายไปไหนวะ ไม่สู้มันกลับบ้างเล่าอย่าเอาแต่นิ่งงง


“ชื่ออะไร ถามรอบสุดท้าย” ไม่พูดเปล่า แม่งเดินเข้ามาจี้อีกตะหาก เล่นเอาผมผวาถอยกรูดจนก้นจ้ำเป้ากับที่นั่ง กลายเป็นว่าตอนนี้ผมโดนมันยืนค้ำหัวเต็มความสูงไปแล้วเรียบร้อย เยี่ยมมากจ้าไอ้เอ็มมม


ดูท่าจะไม่มีทางเลือกแล้วละเนอะ “แม็ก”


พอได้ยินคำตอบ ผมแอบเห็นว่าอีกฝ่ายเลิกคิ้วข้างซ้ายขึ้นสูง ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์ตามสเต็ป แต่ทว่า...


“หึ”


“ขำหาป๊ามึงเรอะค้าบ -_-”


ไอ้ฟิวส์ยักไหล่ “ก็แค่นึกว่าชื่อจะอลังการกว่านี้”


“เดี๋ยวกูไปเปลี่ยนชื่อเป็นไวพจน์ เพ็ดตะพึดให้มั้ยล่ะ” จะคาดหวังอะไรกับคนอย่างกูนักหนา ไอ้ฉิบหาย เหนื่อย “พอใจยัง ทีนี้หลีกไปได้ละกูจะไปหาเพื่อน”


“เดี๋ยว”


“อะไรอีก!” หมดอารมณ์จะต่อปากต่อคำกับมึงแล้วโว้ย


“ผมฟิวส์”


“…” อะไรวะ หยาบมาตั้งนานอยู่ๆ นึกจะพูดซะไพเราะเพราะพริ้งขึ้นซะงั้น ไปต่อไม่ถูกเลยดิทีนี้


เราจ้องตากันอยู่สักพัก มันหน้านิ่ง ส่วนผมเม้มปากแน่น ก่อนจะเป็นอีกฝ่ายเองที่หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งผมไว้กับความงงงวยที่อยู่ๆ มันก็แส๋นแล๋นแนะนำตัวทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ขอ อันที่จริงก็รู้มาจากน้องหยากไย่ก่อนหน้านี้แล้วด้วย ไม่เห็นต้องย้ำอีกรอบเลยนี่ -_-


เฮอะ เอาเถอะครับ ไปๆ ซะได้ก็ดี คนอะไรคุยด้วยแล้วอึดอัดเป็นบ้า ทั้งๆ ที่หน้าตายเหมือนต่อมความรู้สึกไม่ทำงานตลอดเวลาแบบนั้น แต่กลับดูกวนตี๊นนนกวนตีนยิ่งกว่าคนเล่นหูเล่นตาซะอีก 


เออเดี๋ยวนะ แล้วสรุปมันแอบเล่นมือถือผมจริงๆ ปะเนี่ย ชักเริ่มระแวงละ


คิดได้อย่างนั้นแล้วผมก็รีบรูดนิ้วปลดล็อคหน้าจอสำรวจเข้าไปสำรวจทุกซอกทุกมุม แต่ทว่าไม่พบเจออะไรผิดปกติน่ากังวล ทุกอย่างเกือบจะจบแฮปปี้อยู่แล้วเชียวถ้าอยู่ๆ ตาขวาไม่กระตุกขึ้นมา มีอะไรบางอย่างส่งซิกผมมาว่าหายนะที่แท้จริงถูกซ่อนอยู่ในอัลบั้มรูป...


แล้วก็เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ ด้วย!!!


“สัสเอ๊ย! กูว่าแล้วววว!”


ยับ... บอกเลยครับว่ายับ! ไอ้เวรตะไลฟีลโฟลว์เขาเอามือถือผมไปถ่ายรูปตัวเองอะ! แถมเป็นการเซลฟี่ที่เหี้ยมาก หน้าแม่งนิ่งแบบเดียวกันทั้งหมดสามร้อยแปดสิบเจ็ดรูปโดยไม่ได้นัดหมาย ควายเอ๊ยกูนึกว่าภาพ .GIF เล่นเอาเม็มกูเต็มเลย ขอบใจน้าาา


ฮือๆ วันนี้มันวันอะไรของกูวะเนี่ย ฟ้าคคคคค 



     หลังเลิกเรียนจากตึกสินกำผมก็รีบไปหาเพื่อนในเอกเตรียมเรียนวิชาต่อไป โชคดีที่คาบบ่ายอาจารย์ยังไม่สอนอะไรมากนัก ออกแนวเรียกพบเพื่อพูดคุยคร่าวๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เด็กปีสี่ต้องเจอ หลักๆ เลยก็คือการทำทีสิสตามธรรมเนียม ผมนี่ขนลุกเลยครับ ได้ยินคำนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง ในที่สุดมันก็ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับมันจริงๆ สักที เห็นแววความเหนื่อยสายตัวแทบขาดลอยมาแต่ไกลเลย แต่ถึงยังไงก็จะสู้ อุตส่าห์กัดฟันลากมาถึงปีสี่ขนาดนี้แล้ว อาจารย์ปุ๊ก็เพิ่งสอนมาหยกๆ


จะว่าไปก็เหลือเชื่อจริงๆ นะครับที่ไอ้เอ็มคนนี้จะเรียนจบกับเขาแล้ว เวลาผ่านไปเร็วชะมัด วานซืนยังนั่งเล่นขี้อยู่เลย  อีกไม่นานผมก็จะกลายเป็นคนหนุ่มที่ต้องทำงานเก็บเงินจริงจังและเสียภาษีเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป แต่ก่อนอื่นพัฒนาหน้าปากซอยหอกูด่วนเลย เสาไฟฟ้าเอียงกระเท่เร่แทบจะทับหัวอยู่รอมร่อ ไม่รู้วันไหนจะแจ็คพ็อตแบนติดพื้นถนน ทำไมชีวิตกูถึงต้องเสี่ยงขนาดนี้ด้วยวะ ใช่เรื่องมั้ยเนี่ย


และเนื่องจากคาบบ่ายปล่อยก่อนเวลา ทำให้ผมสามารถเข้าห้องชมรมได้เร็วขึ้นกว่าที่ตั้งใจครับ พอมาถึงผมเห็นสมาชิกทั้งสามอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเรียบร้อยแล้ว แหม่ น่าชื่นใจจริงๆ แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหน คนเหล่านี้ก็ยังอยู่เคียงข้างกันเพื่อให้ชมรมของเราก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอย่างไม่ย่อท้อ น้ำตาจะไหลขอแชร์นะคะ 


มาครับผมจะแนะนำสมาชิกทั้งสามคนในชมรมของเราแบบคร่าวๆ ให้ทราบกัน


คนแรก พวกคุณคงจะได้รู้จักไปแล้ว คนที่กำลังหยิบใบสมัครที่ผมปริ้นทิ้งไว้ขึ้นมาอ่าน เขาคือเฮียคณบดี ฉายาในวงการคือ KANABORDI แร็ปเปอร์จากเขตคลองเตย นิสิตปีที่เจ็ดของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ด้วยความมีมาดผู้นำ เด็ดขาด ฟันโชะ เฮียแกเลยได้รับเลือกจากรุ่นพี่ (ซึ่งจริงๆ คือเพื่อนที่จบไปก่อนพี่มันนั่นแหละ) ให้ดำรงตำแหน่งประธานชมรมอันทรงเกียรติ สไตล์การแร็ปของเฮียแกจะค่อนข้างโฟลว์ ฟังสบายๆ แต่หนักแน่นในประเด็น เน้นงานวิพากษ์วิจารณ์สังคม การเมือง การปกครอง ชนิดที่ถ้าผู้ใหญ่ในสภาได้ฟังจะนั่งไม่ติดเก้าอี้เหมือนปวดขี้ตลอดเวลา และเนื่องจากแกมีความสามารถในการใช้คำสลักสลวย แกเลยได้ทำงานเป็นนักแต่งเพลงให้กับคนในวงการมากมาย มันเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้แกเรียนจบช้ากว่าคนอื่น เพราะมัวแต่รับงานนอกหาเลี้ยงคนในครอบครัว ความจนมันน่ากลัวจริงๆ นะครับ


ต่อมาก็คือสาวใต้คนเดิมที่ได้เจอเมื่อเช้า ซึ่งตอนนี้มันกำลังตกแต่งบอร์ดในห้องชมรมรับปีการศึกษาใหม่อยู่ เธอคือนีร หรือฉายา ‘Neeranara’ สาวคมอิมพอตจากสุราษฯ ผู้หลงไหลวัฒนธรรมฮิปฮอปเกิล์ลครัชเข้าเส้น นับถือ Nicki Minaj เป็นศาสดา เกลียด Cardi B มีพี่สาวชื่อ CL แต่เห็นเป็นสาวผิวแทนผู้รักสวยรักงามและแต่งตัวจัดแบบนี้ เวลาแร็ปทีนี่ถึงกับหน้าสั่น ชนิดที่ว่าแร็ปดุ แร็ปแรง แร็ปหลอยแล้วหลาว น้องสาวเป็นพรือ ยังไงยังงั้นเลย จุดเด่นคืองานของนีรจะแทรกภาษาถิ่นเข้าไปในไรม์ของตัวเองเสมอ ให้ความรู้สึกเหมือนกับมีเพื่อนในกลุ่มเม้าท์เรื่องแซ่บๆ ให้ฟังอย่างออกรส


คนที่สาม ชายหนุ่มอ้อนแอ้นอรชรซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างกดโทรศัพท์ปัดทิดเดอร์ยิกๆ ซึ่งยังไม่เคยปรากฏตัวที่ไหนมาก่อน เขาคือ ‘เบิ้ล’ หรือ ‘อีสัสเบิ้ล’ หรือ ‘อีเวรตะไลเบิ้ล’ ฉายาในวงการคือ BubbleGundum เกย์รับตัวท็อปจากคณะแพทย์ฯ หนุ่มหน้าหวานสายวิทย์ที่มีพลังแร็ปเปอร์ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ร่างกายที่ผอมบาง แต่เห็นติ๋มๆ แบบนี้เวลาได้จับไมค์ส่งเสียงทีแทบยกมือไหว้เหนือหัว อีเบิ้ลมันขึ้นชื่อเรื่องการ Flip ครับ มันคือการแร็ปที่เล่นคำหรือสัมผัสกันเยอะๆ ด้วยความที่มันเรียนหมอ มันมักจะใส่คำศัพท์แปลกๆ ลงไปในงานตัวเองเสมอ แต่ผลที่ได้คือเข้าท่ามากๆ กลายเป็นลายเซ็นของตัวเองไปโดยปริยาย ส่วนสาเหตุที่มาเอาดีทางด้านนี้ มันเคยบอกไว้ว่าการแร็ปทำให้ตัวเองดูแมน เข้าถึงยาก ดึงดูดผู้ชายให้เข้าหา ซึ่งก็จริงอย่างที่มันว่า หนุ่มๆ ในสต๊อกเขาเยอะจริงๆ ครับ


และคนสุดท้าย แน่นอน... Myes หรือเอ็มเยส แร็ปเปอร์หล่อคิ้วท์หัวสีชมพูชานมอย่างผมนั่นเอง ถ้าบรรทัดบนๆ ฟังดูอวยเพื่อนขนาดไหน ความสามารถของผมหลากหลายกว่านั้นอีกสองล้านเท่าเห็นจะได้ ผมคือคนที่เก่งที่สุด พร้อมที่สุด และหน้าตาดีที่สุด แบบสุด สุด สุด ไม่ต้องรอให้ปลัดที่ไหนมาบอก หลักฐานทนโท่ก็เห็นๆ อยู่ เพลงของผมขึ้นชาร์ตอันดับสองมาสามเดือนแล้วไงล่ะ อิๆ


เฮ้อออ ถึงห้องชมรมสักทีก็ดี หาที่สงบๆ ลบรูปไอ้ฟีลโฟลว์มานานละ


“สวัสดีพี่เอ็ม” เบิ้ลยกมือไหว้ผมเป็นคนแรก


“ดีจ้าอีน้องเบิ้ล สบายดีนะ”


“…” เงียบครับ ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่คุณเรียกว่ะ สงสัยหลุดกลับไปในโลกทินเดอร์อีกแล้ว กรรม


ทักคนอื่นบ้างดีกว่า “หวัดดีเฮีย ไหนของฝากอะ ขนมๆ”


“แหม่ มาถึงก็ถามหาของแดก สมเป็นเอ็มเยสจริงๆ”


เฮียดีทำหน้าเบื่อหน่าย แต่สุดท้ายก็ยกถุงใบโตขึ้นมาวางบนโต๊ะ ผมจัดการนั่งข้างๆ เฮียแกทันที รีบร้อนควานหาขนมในถุงจนได้คิทแคทรสชาเขียวซากุระติดมือมา ห่าเอ๊ย อุตส่าห์ตื่นเต้นว่าจะได้กินขนมจากแดนปลาดิบ เซเว่นหน้าปากซอยหอกูก็มีรสเนี้ย


“ได้ข่าวว่าต้องลงเรียนวิชาเสรีใหม่เหรอมึง”


“เออดิเฮีย ติด F ไว้ตอนปีหนึ่ง ซวยสัสๆ”


“มึงก็อย่าเพิ่งลงเรียนสิว้า จบช้าๆ เรียนเป็นเพื่อนกูก่อนดิ”


“จะบ้าเรอะเฮีย”


“ทำไรวะเอ็ม”​ เสียงทุ้มฟังดูมีภาวะท่านผู้นำของเฮียดีถามอย่างสงสัย พร้อมทำทีชะโงกมาใกล้ๆ แต่ดูยังมีความเกรงใจกล้าๆ กลัวๆ เหมือนคนต้องการเสือกแต่ไม่สุด


“ลบรูปหมาในเครื่องอยู่พี่”


“มึงเลี้ยงหมาตอนไหน”


ผมจะอธิบายยังไงดีวะว่าหมาในที่นี้คือคนที่ชื่อฟีลโฟลว์ “เรื่องมันยาวอะ ติดไว้ก่อนนะ ไว้มีอารมณ์จะเล่าทีเดียว”


“อะไรของมันวะ” เฮียดีทำหน้าเอือมอีกรอบ “เออ กูมีเรื่องจะคุยกับมึงอยู่พอดี”


“ว่า?”


เฮียดีลากเก้าอี้เข้ามานั่งข้างๆ “กูจะคุยกับมึงเรื่องฟีลโฟลว์”


กึก! มือผมชะงักคาโทรศัพท์กะทันหัน แผนการลบรูปนับร้อยของไอ้ฟิวส์เป็นอันต้องยกเลิกไปชั่วคราว


ชิบเป๋งแล้วไง อย่าบอกนะว่าแกรู้เรื่องการโดนโจมตีจากแฟนคลับเมื่อเช้านี้แล้ว? พอหันไปทางนีรที่กำลังจัดบอร์ด คุณเธอทำหน้าเลิกลั่กใหญ่เลยครับ มีการส่ายหัวยิกๆ ประหนึ่งจะแก้ต่างให้กับตัวว่าไม่ใช่กูววววว เอ๊า แล้วอยู่ๆ เฮียดีจะมาพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมอะ


“เป็นอะไรของมึง หน้าซีดๆ”


“เฮียจะทำไมกับไอ้ฟีลโฟลว์มันเหรอ แฮะๆ”


ประธานชมรมทำหน้างง “ก็เรื่องที่มึงอัดคลิปท้ามันใน Youtube ไง สรุปได้เรื่องยังไงบ้าง เห็นมันโพสกัดมึงในไอจีนึกว่าหลังไมค์กันไปแล้ว”


อ้อออ ผมนี่โล่งเลย ไอ้เราก็นึกว่าเรื่องเมื่อเช้า แปลว่าไอ้นีรเก็บหลักฐานเก่งมาก ดีเอสไอต้องการคนอย่างมึง ขอบใจมากน้าาา


ผมปรับอารมณ์กลับมาเป็นคนเดิม “ก็ไม่มีอะไรนี่เฮีย”


“อ้าว ไม่มีเลยเรอะ”


“อื้อ ไม่มี บอแบ๋”


“แล้ววันนี้ไปเรียนที่สินกำเจอมันปะ”


“ก็เจอนะ”


“แล้วไม่ได้คุยกันเลยหรือไง”


ผมลองนึกย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อเช้า เอ... จะเรียกว่าคุยกันได้มั้ยวะ แทบจะกินหัวกันแบบนั้นต้องใช้คำว่าปะฉะดะกันสิถึงจะถูก “ไม่ได้คุยเลยพี่”


“อะไรว้าาา” เฮียดีทึ้งหัวตัวเอง นั่งหลังงอพิงเก้าอี้อย่างคนผิดหวัง “กูนึกว่าจะได้ข่าวดีแล้วเนี่ย”


“ทำไมพักหลังเฮียพูดถึงไอ้ฟีลโฟลว์บ่อยจัง ยอมรับมาเหอะว่าเป็นแฟนคลับ”


“เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นเว้ยย แค่กูแอบหวังลึกๆ ว่ามันจะเล่นตามเกมมึงมาเข้าชมรมเราตามคำท้า คนจะได้มากรอกใบสมัครกันเยอะๆ ไง”


เหอะๆ เฮียเอ๊ย เชื่อไอ้เอ็มเถอะว่าไอ้ห่านั่นเขาฉลาดกกว่าที่เราคิด พิสูจน์แล้วด้วยตัวผมเองงง


แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรเฮียดีมันไป นีรที่เสร็จจากการจัดบอร์ดก็เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาซะแล้ว


“เฮีย นีรว่าแม่งไม่คุ้มหรอก เราหาทางสุจริตทำกันเองเหอะ”


“แต่…”


“นีรรู้ว่าเฮียกลัวว่าชมรมเราจะถูกยุบ แต่ถ้าเราสู้กันอย่างเต็มที่จริงๆ ผลสุดท้ายจะเป็นยังไง อย่างน้อยเราก็ภูมิใจที่ไม่ต้องใช้มือคนอื่นมาทำเรื่องสกปรกนะ”


เหมือนมึงด่ากูเลยอะนีร แบบเริ่มต้นซะซึ้งแต่จบหักศอกด้วยการตบหัวดังป้าบ ฮือๆ ก็ขอโทษไปเมื่อเช้าแล้วไงเล่า


“ขอโทษนะทุกคน”


ขวับ!


พวกเราทั้งสามหันพรึ่บอย่างพร้อมเพรียงไปยังเบิ้ลที่จู่ๆ ก็ส่งเสียงออกมา คุณหมอหนุ่มหน้าสวยเคี้ยวหมากฝรั่งหนึบหนับหรี่ตาอย่างสงสัย เลิกสนใจโลกในแอพฯ หาคู่เรียบร้อยแล้ว


“ฟีลโฟลว์ที่พูดถึงกันอยู่เนี่ยคือฟิวส์สินกำที่ตอนนี้เป็นนักร้องวง Twleve Little Monkey ใช่มั้ย”


ผม เฮียดี และนีรมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้ากันหงึกๆ


“ให้เบิ้ลช่วยพูดกับมันมั้ย”


ผมอ้าปากค้าง “อ้าว รู้จักกันเหรอน้องเบิ้ล”


“เคยกิ๊กกัน”


อึ้ง... อึ้งแดกกันทั้งวง คิทแคทแทบจะหล่นจากปากกู


“จ้อจี้ปะเนี่ยอีแรด” นีรทำหน้าเหมือนกับไม่เชื่อ


คุณหมอพูดต่อด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานตามสไตล์ “จริงๆ ก็ไม่ถึงขั้นกิ๊กกันขนาดนั้นหรอก แค่เคยคุยๆ กัน ตอนปีหนึ่งสมัยเรียนที่นครนายก”


“…”


“เบิ้ลไม่ชอบคนเจ้าชู้ หน้าหม้อ ก็เลิกตีตัวออกห่างมา อีกอย่างไม่ค่อยชอบเด็กสินกำด้วย เบิ้ลไม่ค่อยเก็ตเด็กพวกนั้นเท่าไหร่”


“เดี๋ยว กลับมาเรื่องนี้ก่อน” ผมชี้นิ้วห้ามรุ่นน้อง เอ่ยถามต่ออย่างจริงจังตั้งใจ “มัน... เป็นเกย์เหรอ?”


“เบิ้ลว่าน่าจะเป็นไบนะ เห็นสุดท้ายเขาก็เลือกคบกับผู้หญิงมากกว่าอยู่ดี คงต้องเป็นผู้ชายที่โดนใจมันจริงๆ ถึงจะยอมคุยด้วยแหละ”


แหนะ มีอวดตัวเองด้วยว่ะ


ว่าแต่ทำไมอีเบิ้ลมันพูดได้อย่างราบเรียบเหมือนเป็นเรื่องปกติจังเลยวะ ในขณะที่พวกผมสามคนที่เหลือใจหล่นวูบไปกองอยู่ที่พื้นซีเม็นซ์เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะเฮียดี ที่บัดนี้มุ่ยหน้าคว้าไหล่ผมหมับอาการคล้ายกับจะเป็นลม  ส่วนผมก็ค่อนข้างช็อกๆ ไปเหมือนกัน สภาพไอ้ฟิวส์มันดูเหมือนคนหนุ่มปกติไม่มีพิรุตอะไรเลยนี่หว่า 


พวกเราเอาแต่นิ่งกันอยู่นาน มัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้จะพูดอะไร รู้ตัวอีกทีคุณหมอมันก็ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายไหล่ซะแล้ว


“เบิ้ลไปก่อนนะ มีนัดดูหนังต่อ ส่วนเรื่องฟิวส์เดี๋ยวจัดการให้เอง จริงๆ เราจบกันไม่สวยเท่าไหร่ แต่เพื่อชมรมเบิ้ลทำได้อยู่แล้ว” แล้วน้องมันก็ยกมือไหว้ “ไปก่อนนะครับ สู้ไปด้วยกันนะ ชมรมเราไม่มีทางถูกยุบหรอกน่า”


“บะ... บายจ้า”​ ถึงกับพูดอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะเลยกู ได้แต่มองน้องมันเดินผลักประตูชมรมออกไป เห็นไกลๆ ว่ามีผู้ชายสักลายพล้อยแบดบอยๆ ยืนรอน้องมันอยู่ก่อนแล้ว แหม่ แน่นอนจริงๆ เลยลูก


“มึง…” เฮียดีเหมือนสติหลุดลอยไปแล้วครับ “กูจะบอกน้องสาวกูยังไงดี”


“ชู่ววว” โธ่ น่าสงสาร เห็นแล้วต้องรีบคว้าหัวเฮียแกมากอดพร้อมลูบไปมาทันที “โอ๋ๆ ไม่เอาไม่ร้องนะครับ”


“ฮือๆ”


“ยอมรับมาเถอะเฮียว่ามึงเป็นแฟนคลับเขา ไม่ใช่น้องสาวมึงหรอก”


“ฮือๆๆๆๆ”


ผมมองหน้ากับนีรอย่างละเหี่ยใจ ก่อนจะกลับมาถอนหายใจกับตัวเองต่อ 


เฮ้อ ไอ้ฟีลโฟลว์เอ๊ย วันนี้มึงมีเรื่องให้กูเซอร์ไพร์สกี่รอบแล้วเนี่ย ไอ้สันขวานนน



     ผมนั่งอยู่นอกระเบียงหอพักของตัวเอง สายตาเหม่อเอ้อระเหยเหมือนวิญญาณได้หลุดลอยออกไปจากร่างมาพักใหญ่แล้ว เฮ้อ แค่เปิดเทอมวันแรกก็เจอเรื่องเยอะแยะมากมายขนาดนี้ วันสุดท้ายของเทอมกูไม่ประสาทแดกลุกจากเตียงไม่ขึ้นไปเลยเรอะ แถมแต่ละอย่างไม่เกี่ยวกับเรื่องเรียนด้วยนะ จะบ้าตาย


โดยเฉพาะเรื่องไอ้ฟิวส์ครับ ผมยังช็อกไม่หายมาถึงตอนนี้ ไม่อยากจะเชื่อว่าคนหน้าตาใช้ได้หน่วยก้านชวนสาวหลงจะมีรสนิยมแบบนั้น แต่ก็นะ นี่มันปี 2019 แล้ว ความรักแม่งโคตรอัลลิมิเต็ด ก็ทำได้แค่รีสะเป๊กตัวตนของมันกันไป ผมเป็นแร็ปเปอร์มีจรรยาบรรณ เราหยาบแต่เราไม่เหยียด แค่รู้สึกสงสัยในใจแปลกๆ เท่านั้นเอง เอาจริงๆ ลึกๆ ก็แอบไม่เชื่อด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าอีเบิ้ลมันสร้างเรื่องอวยตัวเองหรือเปล่า 


เดี๋ยว แล้วผมจะมาวิตกกังวลกับไอ้ห่านั่นทำไมฟะ สุดท้ายมันจะชอบหมาชอบแมวอะไรก็ไม่เกี่ยวกับผมปะ พอๆ กลับมาเขียนเพลงต่อดีกว่า มัวแต่อู้แบบนี้ไม่เสร็จสักที


ผมจับดินสออีกครั้ง เขียนอะไรยุกยิกอยู่สองสามคำสุดท้ายก็ต้องฉีกกระดาษออกจากสมุดเพราะไม่ได้เรื่อง แม่งเอ๊ย วันนี้เป็นอะไรของกูว้า หัวสมองไม่ค่อยแล่นเท่าไหร่เลย ก้อนกระดาษที่ขย้ำทิ้งเกลื่อนเต็มพื้นระเบียงไปหมด วิญญาณต้นไม้อาฆาตกูหมดแล้วเนี่ยป่านเนี่ย ฮือออ เอ็มขอโทษ


RRRRRRRRR


หืม... ใครโทรมาวะ เบอร์ไม่คุ้นเลย ไม่รับดีกว่า จัดการคว่ำหน้าจอแล้วเขียนเพียงอย่างไม่ย่อท้อต่อไป


RRRRRRRRR


แหนะ มีคนโทรเข้าอีกแล้ว พอพลิกขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์เดิมกับตะกี้เป๊ะ เอาไงอะ ต้องรับจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย


“ฮัลโหล”


[…]


“สวัสดีครับ ใครเอ่ย”


[…]


อมหอยแมลงภู่อยู่หรือไงวะ เงียบอยู่นั่น เจอโรคจิตซะละมั้งกูว่า “ถ้าไม่พูดผมจะวางแล้วนะ”


[อย่าเพิ่งครับพี่เอ็มเยส!]


หืม? ใครวะ เสียงแตกหนุ่มมาเลย “นั่นใครครับ”


[ผมเป็นแฟนคลับของพี่ครับ]


เวรละไง “ไปเอาเบอร์พี่มาจากไหนครับ”


[ผมแอบไปสืบมาครับ ผมอยากคุยกับพี่มานานแล้ว นี่พี่เอ็มเยสจริงๆ ใช่มั้ยครับ]


“ใช่ครับนี่พี่เอง” ผมว่า “แต่พี่คิดว่าการสืบเบอร์และโทรมาแบบนี้ค่อนข้างละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวไปหน่อย พี่ขอวางนะน้อง”


[ผมคุยกับพี่ไม่ได้เลยเหรอครับ]


แหนะ ก็เพิ่งพูดไปหยกๆ


คือจริงๆ ผมก็อยากคุยนะ แต่ถ้าเรายอมหนึ่งครั้งมันจะกลายเป็นเครือข่ายวงกว้าง ผมกลัวว่าสุดท้ายแล้วเบอร์ผมจะถูกส่งต่อกันไปเรื่อยๆ และมีแฟนๆ โทรมารบกวนหูดับตับไหม้จนต้องเสียเวลาเปิดเบอร์ใหม่อีก


“ไม่ได้จริงๆ ครับ ขอโทษนะ แค่นี้นะน้อง พี่จะกลับไปแต่งเพลงต่อแล้ว”


[พี่แต่งเพลงอะไรอยู่ครับ]


โว๊ะ ไอ้เด็กนี่นิ ก็บอกว่าจะวางสายๆ ฮือๆ เฮลฟ์มีๆๆ “พี่บอกไม่ได้ แค่นี้นะน้อง”


[แต่ผมเชื่อเลยว่ามันต้องเป็นเพลงที่เจ๋งมากแน่ๆ ใช่มั้ยครับ พี่น่ะเก่งจะตาย]


“…” เฮ้ยย มันชมว่ะ


[ผมเป็นแฟนคลับพี่มาตั้งแต่ทำ Mixtape ใต้ดินเลยนะครับรู้มั้ย หลงรักพี่ตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรก ‘ความฝันอยู่ไหน’ พี่ใช้คำกับจังหวะได้เจ๋งโคตรๆ เลย]


เอ่อ... ขอถอนคำพูดนะครับ ไอ้เด็กนี่มันตาถึงว่ะ อะๆ ถือสายรออีกสักหน่อยก็ได้ อวยมาเลยลูกพี่ฟังอยู่ อิๆ


[แต่ที่ผมชอบสุดๆ คงจะเป็นเพลง ‘ท่าน้ำแห่งความจริง’ โคตรสัจธรรมอะพี่ ผมดีใจนะที่มีคนแต่งเพลงน้ำดีแบบพี่อยู่ พี่แม่งเก่งจริงๆ ว่ะ เอาใจผมไปเลย]


เฮ้ยย มึงก็พูดเกินไปปะว้าาาา “ขอบใจนะน้อง”


[แต่พี่เอ็มครับ... ผมอยากรู้จักว่าจะได้มีโอกาสที่พี่จะแต่งเพลงรักบ้างมั้ย]


ผมลุกจากเก้าอี้ หันหลังพิงระเบียงเต๊ะท่ากับฟ้ากับอากาศ ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายไม่ได้เห็นอะไรกับมึงเลยด้วยซ้ำ งงตัวเองไปดิ “หึ พี่ไม่สนเพลงโง่ๆ แบบนั้นหรอก จำไว้นะน้อง เอ็มเยสไม่มีวันเขียนเพลงรัก! มันไร้สาระ!”


[โห พี่แม่งไอดอลสัสๆ เลยอะ ผมชอบพี่ก็ตรงนี้แหละ]


“ขอบใจนะน้อง”


[ผมว่าผมไม่รบกวนพี่แล้วดีกว่า ดีใจที่ได้คุยกับพี่นะครับ]


“เออ ดีใจที่ได้คุยด้วยเหมือนกันน้อง แต่พี่ขอร้องนะ อย่าเอาเบอร์ไปเผยแพร่ที่ไหนเด็ดขาด ตกลงมั้ย”


[ผมไม่มีทางจะทำร้ายคนที่ตัวเองรักหรอกครับ รับรองว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร]


“ดีมาก”


[แต่พี่เอ็มครับ] เสียงจากปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนสุดท้ายจะพูดต่อ [ผมขออะไรอย่างนึงได้มั้ยครับ แล้วผมจะไม่โทรมารบกวนพี่อีกตลอดไปเลย]


“อะไรวะน้อง”


[พี่เอ็มช่วยเรียกชื่อผมสามครั้งติดกันได้มั้ยครับ]


“-_-“


[นะครับบบ นะๆๆ ไอดอลของผม]


“เอ่อ...”


[ได้มั้ยครับ ถือว่าเป็นของขวัญให้ผมได้มั้ย อาทิตย์หน้าวันเกิดผมแล้ว การได้ยินคนที่ผมเทิดทูนพูดชื่อตัวเองจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในโลกเลย]


เอาไงวะกู คิดหนักเลย “เรียกเฉยๆ ใช่มั้ย แบบสมชาติ สมชาติ สมชาติ งี้ปะ?”


[ประมาณนั้นแหละครับ]


ถ้างั้นคงไม่มีปัญหาอะไรละมั้ง “แล้วน้องชื่ออะไรอะ”


[ปฏิพานครับ]


หืม? ชื่อแม่งคุ้นจัด อย่างกับว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลยแฮะ แต่ชื่อนี้แม่งโหลอยู่แล้วนี่หว่า สงสัยคิดมากไปมั้ง “โอเคๆ แค่สามครั้งเท่านั้นนะ”


[ครับ ไอดอลของผม]


ผมกลั้นหายใจสุดกำลัง พูดกรอกสายไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด “ปฏิพาน ปฏิพาน ปฎิพาน...”


[อื้มมม]


อื้มห่าอื้มเหวอะไรของมึง “พอใจยัง?”


[เอ่อ... ผมขอเสียงแหบๆ เหมือนกระซิบกระซาบกว่านี้ได้มั้ยครับ]


“ไม่ดีม้างงงง”


[นะคร้าบบบ ผมขอร้องนะพี่ ตอนนี้ผมน้ำตาจะไหลแล้วอะ ยืนมองแผ่นซิงเกิ้ลของพี่ที่ผมสะสมไว้เป็นกองพะเนินแล้วแม่งซึ้ง ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้คุยกับคนที่ปลื้มมานานอย่างใกล้ชิดแบบนี้]


“…”


[แค่ครั้งสุดท้าย ผมจะไม่ขออะไรพี่อีกเลย] น้ำเสียงนี้เหงาหงอยมาก เหมือนมันกำลังส่งพลังมาเพื่อบอกว่าผมคือคนสุดท้ายในโลกที่จะช่วยให้ชีวิตเขาคอมพลีท เฮ้ออ เอาก็เอาวะ คนอะไรหล่อละเสือกจิตใจอ่อนโยนมีเมตตาอีก หยุดเขาไม่ได้เลยจริงๆ ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบคนนี้


“ตั้งใจฟังนะ”


[ครับ... ขอบอกว่าตั้งใจมากๆ เลยล่ะ]


ผมสูดลมหายใจอีกครั้ง เอามือป้องปาก ไม่อยากให้ห้องข้างๆ ได้ยิน เดี๋ยวเขาคิดว่าเล่นเซ็กซ์โฟนแล้วจะยุ่ง “ปฏิพาน ปฏิพาน ...ปฏิ...พาน”


[อื้มมมม]


“…”


[หึๆๆ]


“-_-“


[หึๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ]


หัวเราะหาญาติมึงเร้อออออ “อะไรของน้องวะ”


ทว่าเสียงที่ตอบกลับมา กลับเป็นเสียงทุ้มใหญ่ ต่างจากเสียงแฟนบอยผู้คลั่งไคล้วัยสิวเห่อก่อนหน้านี้ลิบลับ [ทำไมเราเชื่อคนง่ายจังอะครับเอ็มเยส]


เชี่ยยย อะไรกันวะเนี่ยยยย “มะ... มึงเป็นใคร!!!”


ถึงจะถามไปอย่างร้อนลนแบบนั้น มันกลับเลือกที่จะไม่ตอบผมครับ 


[อัดเสียงไว้หมดแล้วนะ]


“...”

[ทีนี้เข้าใจคำว่าเล่นสกปรกหรือยัง?]


เดี๋ยวนะ... น้ำเสียงนี้ โทนนี้ การพูดการจาแบบนี้ แม่งคุ้น... คุ้นอย่างหน้าประหลาด คุ้นจนมีแค่ใบหน้าเดียวที่นึกขึ้นมาได้ในสมอง และมันเป็นใบหน้าที่ผมเพิ่งได้พบพานตัวต่อตัวมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อเช้านี้นี่เอง


ชิบหายละไอ้เอ็ม นี่มึงเพิ่งครางชื่อใครไปรู้ตัวมั้ยเนี่ยยยยย


[อับจนหนทางถึงขนาดขอร้องให้เด็กเก่าผมมาช่วยพูดเกลี้ยกล่อมเลยเหรอวะพี่ ไม่ไหวๆ]


ผมตาตั้ง กำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อ พอรู้ว่าเป็นใครใจกระวนกระวายอยู่ไม่สุขเหมือนซ้อมลงนรกเลยครับ แม่งเอ๊ย


“ไอ้ฟิวส์...”


[ว่าไง คุณ... แม็ก]


“มึงเอาเบอร์กูมาจากไหน!!”




โปรดติดตามตอนต่อไป...




theneoclassic's talks :


ตอนที่ 2 มาแล้วคร้าบบบ

เดี๋ยวอาจจจะเจอกันอีกทีกลางสัปดาห์นะทุดโค้นนน


ขอให้เป็นคืนวันอาทิตย์ที่มีความสุขนะครับ

พรุ่งนี้ตั้งใจเรียน/ทำงานไปด้วยกันนะ สู้ๆ


เจอกันตอนหน้าฮะ! ^^




กดหัวใจบอกใบ้กันว่ารัก

แต่คอมเม้นต์ว่ารักคือการให้กำลังใจนะครับ (ง่อวววว)


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ swag gif

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.243K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,233 ความคิดเห็น

  1. #2225 Thxxt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 13:56
    จริง ๆ น้องก็เป็น ฟค พี่ใช่ไหมอะ 5555
    #2,225
    0
  2. #2221 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 22:55
    ฟิวส์ก็เห้เกิ๊น เล่นแรงมากนะ คือเอ็มแค่แร็ปท้าอะ ทำไมไม่ทำไรให้สมศักดิ์ศรีหรือแมนกว่านี้ ทำแบบนี้คือทุเรศไปหน่อยแบบ... เอาใจช่วยแม็ก ลูกฉันไม่ผิด!!
    #2,221
    0
  3. #2167 Krystal wing (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 09:10
    ทุเร่ดทุกคน
    #2,167
    0
  4. #2146 Siwaphonnnn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 14:09
    โคตรชอบ555555+
    #2,146
    0
  5. #2137 Chompoo_mg (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 23:44
    ไม่ชอบอันธพาลจีงหลออออออ น่ารักกกแงงง
    #2,137
    0
  6. #2114 lettuce_otter (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 09:37
    โอ้ยยยน้ออออ
    #2,114
    0
  7. #2106 'Wife Tuan'? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 01:37
    โอ้ยยยยยยมันมีความน่ารักและกวนตี๊นนนน55555555555555 ตลกอะ
    #2,106
    0
  8. #2075 Sun_Kun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 22:08
    บันลัยจัด
    #2,075
    0
  9. #2054 maybee23 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 11:54
    ไอ่น่องฟิวส์เพื่อนไอ่น่องกุ้งใช่มั้ย ไอ่เด็กนี่มันร้ายจริงๆ555555
    #2,054
    0
  10. #2029 Chanompak (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 14:48
    โว้ย เเส้บจิง
    #2,029
    0
  11. #2013 dyo_kuk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 14:55
    แสบจังวะพระเอกเรื่องนี้
    #2,013
    0
  12. #1999 Nam-Pakka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 16:28
    55555 -เด็กนี่มันร้ายว่ะๆ
    #1,999
    0
  13. #1958 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 19:02
    กรรรรรรม ลูกแม่
    #1,958
    0
  14. #1950 SkmilkSk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 00:35
    พี่-ลืมกำพระ น้องแม่งเริ่มน่ากลัว555
    #1,950
    0
  15. #1941 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 15:41
    โอ๊ยน้องแม็กกกกกกกกก หนูทันคนเขาไหมเนี้ยยย
    #1,941
    0
  16. #1903 sher_n (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 15:43
    สงสารแม็กละ ฟิวส์ร้ายมากกก
    #1,903
    0
  17. #1883 aiffie18 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:24

    ไมหนูเอ็มเราใสๆ แบบนี้ละลูกจะทันเค้าไหมเนี้ยยยยย

    #1,883
    0
  18. #1879 F9tiss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 18:37
    สงสารแม็ก ฉันจะตบแกนังฟิวส์

    /ขอโทษค่ะอินไปหน่อย55
    #1,879
    0
  19. #1807 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 15:19
    สงสารแม็กอ่ะเขียนให้ทันสักเรื่องไม่ได้?
    #1,807
    0
  20. #1806 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 12:57
    ถ้าเบิ้ลหนุ่มเยอะไมไม่บังคับเข้าชมรทนะ
    #1,806
    0
  21. #1794 Jibangrin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 01:56
    ไม่ทันคนเลยรู้กกกกก55555
    #1,794
    0
  22. #1786 aprilfonnie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 15:54
    รว้ายกาจ
    #1,786
    0
  23. #1779 fomeriam690 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 18:23
    ทำไมกูเกลียดที่พี่มันโดนต้อนวะ
    #1,779
    0
  24. #1751 โหล โหล โหล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 11:30
    ร้ายยยยยยยยย
    #1,751
    0
  25. #1739 jamu_yam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 10:34
    ทำไมชีวิติแมกซ์ มันระกำขนาดนี้ สู้น้องไม่ได้ซักอย่าง 555
    #1,739
    0