(end.)♬♩สุดจะทน #คนอย่างเอ็ม

ตอนที่ 2 : ไรม์ที่ 1 | ก็มาดิค้าบบบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,368 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

#ภาษาแร็ปวันละคำ

ไรม์ (RHYME) คือ ท่อนแร็ปที่มีคำลงท้ายคล้องจองกัน

- The Rapper

.


ไรม์ที่ 1 

ก็มาดิค้าบบบ


McIntosh Plus




จริงๆ แล้วผมชื่อแม็ก ฉายาในวงการแร็ปเปอร์คือ MYes (เอ็มเยส) คุณสามารถเรียกผมว่าเอ็มเหมือนกับที่เพื่อนๆ เรียกก็ได้นะครับ แต่ขอร้องล่ะ ไหว้ก็ได้เอ้า! ห้ามเรียกผมว่า ‘เยส’ สั้นๆ คำเดียวเด็ดขาด บางคนแม่งออกเสียงว่า Yed เน้นๆ ซะด้วย ฟังแล้วโคตรเสียวไข่จั๊กจี้หัวใจชิบเป๋ง ฮืออออ ไม่ได้รีสะเป๊ก*กันเลยไอ้พวกนี้


             (  * มาจากคำว่า Respect หมายถึง เคารพ ออกเสียงตามสไตล์ภาษาพูดของเหล่าแร็ปเปอร์)


ผมเป็นแร็ปเปอร์ครับ ถ้าถามว่าดังมั้ย ผมขอตอบว่านิดหน่อย จริงๆ ผมอยู่ในช่วงตะกายดาว เคยทำ Mixtape ใต้ดินมาสองสามอัลบั้ม จนไม่นานนี้มีนายทุนใจดีเสนอให้ผมทำเพลงบนดินดูบ้าง แรกๆ ผมก็ปรับตัวไม่ค่อยถูกนะ ปกติไรม์ของผมจะเต็มไปด้วยคำหยาบ แต่ตอนนี้ไม่ได้เลย ต้องแคร์คนฟังตามวิทยุกับแอพฯสตรีมมิ่งบ้าง ไม่งั้นเขาหลงมาฟังแล้วช็อกตาย ตกใจที่ไอ้แร็ปเปอร์คนนี้มันเกรี้ยวกราดซะเหลือเกิน ภาษาพ่อขุนลอยเต็มหัวไปหมด 


ซึ่งผลที่ได้ก็คือ ซิงเกิ้ลแรกของผมครองอันดับสองบนชาร์ตเพลงมาสามเดือนกว่า เรียกว่าฮิตติดลมบนของแท้ แต่เสียดายไม่มีโอกาสได้ขึ้นที่หนึ่งซะที เพราะล่าสุดมีนักร้องไอดอลที่ไหนก็ไม่รู้มาซิวไปแทน เจ็บใจเอามากๆ เลยล่ะครับ


ถึงจะยังไม่ดังแบบเปรี้ยงป้างพลุแตก แต่ผมก็พอใจที่มีแฟนๆ หน้าใหม่ที่อุทิตตนเป็นสาวกเพิ่มขึ้นทุกวัน พาลให้ผลงานเก่าๆ สมัยใต้ดินถูกขุดมาพูดถึงอีกครั้ง ส่วนแฟนๆ กลุ่มหน้าเดิมๆ ก็ยังไม่หายไปไหนนะ นี่แหละคือข้อดีของการไม่ลืมแนวทางตัวเอง เพราะถึงวันนี้ผมจะขึ้นมาบนดินแล้ว ผมก็ยังไม่ลืมสิ่งหนึ่งที่เคยยึดมั่นถือมั่นมาตลอด นั่นก็คือ


การไม่เขียนเพลงรัก...


งานของผมส่วนมากจึงออกแนวปรัชญาและการด่า


ด่าฟ้าด่าดิน...


ด่าคนที่ไม่ชอบขี้หน้า...


ด่าหมาด่าแมว...


สาปแช่งรถที่ติดในวันจันทร์...


เรียกว่าอาละวาดกับทุกอย่างที่ชวนหงุดหงิดใจ แต่ด้วยเหตุผลนี้แหละเพลงของผมเลยไปโดนใจแฟนๆ บางกลุ่มเข้าอย่างจัง ยังไม่นับศิลปินท่านอื่นๆ ที่ยอมรับในตัวผมอีกตั้งมากมาย ขนาดพี่ 2P ยังมีไลน์ของผมเล้ย นี่ยังไม่นับรวมเฮีย Jay Park แร็ปเปอร์เกาหลีที่เคยแวะมาคอมเม้นต์อีโมจินิ้วกลางมาในไอจีของผมอีก แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าผมมันเป็นศิลปินน้ำดีขนาดไหน


ผมถือคติว่าจินตหราไม่เคยไว้ผมยาวฉันใด เอ็มเยสก็จะไม่มีวันพูดถึงเพลงรักฉันนั้น ขนาดเอ็มมิเน็มไอดอลของผมยังดังจากเพลงด่าคนอื่นเลย พ่อดังในแบบของพ่อได้ ตัวลูกอย่างผมต้องเจริญรอยตามสิคร้าบบบ


“น้อง! ค่ารถพี่ล่ะ มัวแต่เหม่ออะไรอยู่วะ!”


ฉิบหายละมัวแต่พล่าม พี่มอ’ไซด์ดุเลยเนี่ย ฮือ ขอโทษครับพี่หนวด


วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเทอมครับ (ใช่แล้ว ผมยังเป็นนิสิตอยู่เด้อ) ปกติผมจะนั่งมอเตอร์ไซด์จากหอแถวประเทศห้วยขวางมาลงที่หน้าประตูมหาลัยใจกลางอโศก จริงๆ ก็มีรถไฟใต้ดินนะ แต่แบบนี้มันสะดวกกว่า ผมขี้เกียจเบียดเสียดตอนเช้าๆ แม่งชวนให้อารมณ์เสียทุกที คราวก่อนนู้นยืนใกล้คนปากเหม็นด้วย จะร้องไห้ ขยับตัวหนีก็ไม่ได้ ทำได้แค่ยิ้มอย่างเดียว


อืม... ผมมีเรียนวิชาแรกตอนบ่าย ตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงเองแฮะ คนมันเป็นเด็กดีอยากเปิดเทอมก็เงี้ยเลยรีบร้อนไปหน่อย อิๆ งั้นผมแวะไปนอนเล่นที่ชมรมก่อนดีกว่า กว่าเพื่อนๆ ในภาคจะมาคงอีกนาน ยิ่งเพื่อนๆ กลุ่มเดียวกับผมอาจจะมาสายด้วยซ้ำ เรียนเอกบริหารแต่บริหารเวลากันไม่ได้ เป็นงงไปเลยดิ


แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งท่าเดิน อยู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดดดดขึ้นมาที่ใบหูอย่างแรง!


“โอ๊ยยยย”


“มึงมานี่เลยไอ้เอ็ม”


พอผมได้ยินคำพูดติดสำเนียงใต้เท่านั้นแหละ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ได้ทันทีเลยว่าใคร นี่คืออีกหนึ่งสมาชิกชมรม Rap Trash ของเรานั่นเองครับ “ดึงหูกูทำไมเนี่ยไอ้ห่านีรรรร”


เจ้าของชื่อชี้หน้าผมอย่างเอาเรื่อง “ทำอะไรไว้รู้ตัวมั้ยฮะ!”


“ปล่อยยย จะลากกูไปไหนเนี่ยยย” มันรู้ใช่มั้ยว่าหูขาดเย็บติดกันยากกก


“ไปห้องชมรม!”


“กูก็กำลังจะเดินไปอยู่พอดีเลยเนี่ยย อย่าเพิ่งลากเด้!”


“ไม่ได้! กูอยากให้มึงเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นไวๆ”


“แต่กูเจ็บงะ ปล่อยๆๆๆ”


“ถึงแล้ว!”


แล้วก็ โครม! ไอ้นีรโยนผมทิ้งลงไปกองกับพื้นอิฐสีแดงหน้าทางเข้าห้องชมรม อูยยย เจ็บไปทั้งร่าง ไอ้ห่านี่เป็นผู้หญิงซะเปล่าแรงเยอะอย่างกับป็อบอายแหนะ


ฮือออ ดูดิ เสื้อเปื้อนหมดเลยครับ ไม่เนี้ยบแล้วอะ


ผมตั้งใจจะลุกขึ้นมาด่าเลขาสาวประจำชมรม แต่พอเจอตาคมๆ ตามประสาสาวใต้กำลังมีน้ำตาคลออยู่ผมนี่ชะงักทันทีเลย เกิดอะไรขึ้นวะ


เหมือนใบหน้าสงสัยของผมจะถามให้ก่อนได้เอ่ยปาก นีรรีบยกมือปากน้ำตาพร้อมอธิบายทันที


“มึงแหกตาดูด้านหลังสิ”


ด้านหลัง? ด้านหลังมีอะ.... “เหี้ยยยย”


ยังไม่ทันหมุนได้ครบร้อยแปดสิบองศาก็ต้องร้องจ๊าก ก็จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงล่ะครับ ก็ชมรมที่เคยสวยงามของเรา บัดนี้นี้เละตุ้มเป๊ะมาก สภาพเหมือนกับเพิ่งผ่านสงครามโลกครั้งที่สามมาหมาดๆ ยังไงยังงั้นเลย


ทิชชู่หลายม้วนถูกโยนกระจัดกระจายระโยงระยางเละเทะเต็มสนามหญ้าหน้าอาคารไปหมด ประตูกระจกของชมรมถูกเขียนด้วยปากกาสีแดงว่า ‘x U’ ตัวใหญ่อย่างกับโอ่ง ต้นไม้ถูกโค่นเละเทะจนดินในกระถางเทกระจาดออกมากอง ข้าวของตกแต่งพังพินาศ และมีกระดาษนับสิบแผ่นปลิวว่อนไปทั่วจนรถหูรกตา ผมหยิบขึ้นมาหนึ่งแผ่นและกางมันออกเพื่อจะดูให้ชัดๆ


มันคือโปสเตอร์ของวง Twelve Little Monkey...


ฉิบหายแล้วไงไอ้เอ็ม -_-


“มึงไปท้าเขาแบบนั้นทำไมฮะ!” เสียงนีรตวาดอยู่ด้านหลัง เล่นเอาผมสะดุ้งขนลุกซู่ กำแผ่นกระดาษในมือแน่นประหนึ่งว่ามันเป็นที่พึ่งทางใจ 


“กูไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตแบบนี้ แค่หวังจะสร้างกระแสให้ชมรมเฉยๆ เอง”


“ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่? ไม่รู้หรือไงว่าคลิปใน Youtube คนดูเป็นล้านแล้วนะ”


“เฮ้ยจริงอะ แบบนี้ก็ได้เงินเยอะเลยดิ”


“ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง!”


จ้าๆๆๆ ไม่เปลี่ยนก็ได้ ด่าต่อได้เลย ฮือๆ กำพระ กลัวๆๆ


“แล้วนี่อีก” นีร สาวสวยผิวแทนผู้สวมหมวกไหมพรมกับชุดนิสิตได้สวยที่สุดในโลกยื่นโทรศัพท์มือถือมาให้ “แหกตาดูซิว่าเกิดอะไรขึ้น”


ผมเพ่งมองจอสี่เหลี่ยมอย่างตั้งใจ เห็นว่ามันเป็นภาพทะเลตอนกลางคืนที่ถูกอัปโดยไอจีชื่อ @feelflow พร้อมแคปชั่นที่อ่านแล้วเสียวสันหลังวาบ


‘ผมไม่อยากได้บัลลังก์ของใคร ผมมีที่นั่งของผมแล้ว ขอบคุณ’


โหหห ปากคอเราะร้ายไม่แพ้กันเลยนะน้องน้าาา


ยังไม่ทันได้ใช้นิ้วเลื่อนไปอ่านคอมเม้นต์ นีรก็ชักมือกลับไปซะแล้ว “ไม่ต้องดูให้เสียเวลาหรอก ส่วนมากสาปแช่งมึงกันทั้งนั้น”


“ใจร้ายจังคนสมัยนี้”


“เห็นผลของการทำอะไรไม่ปรึกษาคนอื่นก่อนหรือยังฮะ”


“ก็บอกแล้วไงงงง ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้อะ”


“มึงนี่ประเมินพลังติ่งน้อยเกินไปนะ รู้มั้ยเวลาเขาเลือกสนับสนุนใครคือทุ่มเททั้งกายทั้งใจปกป้องเลย ตัวมึงเองยังไม่โอกาสมีแฟนคลับเดนตายแบบเขาเลยด้วยซ้ำ”


“จะมีได้ไง คนละตลาดกัน”


“ทำไมมึงชอบเถียงวะ!!”


“กูชอบแก้ตัวต่างหาก” ผมแหย่มันเล่น “เออน่า รู้สึกผิดแล้วเนี่ย แค่กะจะยุให้ไอ้ฟีลโฟลว์อะไรนั่นแวะมาเข้าชมรมเรียกความสนใจเด็กๆ เฉยๆ ไม่คิดว่าจะดราม่าเลยเถิดขนาดนี้จริงๆ นะ”


“กูล่ะสุดจะทนกับคนอย่างมึงจริงๆ” นีรถอนหายใจ “นี่เป็นแค่คำเตือนนะ เชื่อได้เลยว่าจะยังมีมาอีกเรื่อยๆ แน่ เตรียมใจไว้เลย”


หาาาา!? จะมีมาอีกเหรอออ ขนาดคำเตือนยังเละขนาดนี้ ของจริงไม่ปาขี้ใส่หน้ากันเลยหรือไงเล่าาา


แม่งเอ๊ย รู้สึกผิดว่ะ รู้สึกผิดจริงๆ อะ คิดน้อยอีกแล้ว เซ็งตัวเองวุ้ย!


“เฮียดีกับอีเบิ้ลรู้เรื่องนี้หรือยัง” ผมถามถึงสมาชิกหลักอีกสองคนที่เหลือของชมรม


“ยังสิ ถ้าเฮียดีรู้มึงไม่มีโอกาสมาลอยหน้าลอยตาพูดจากวนตีนอยู่ตรงนี้หรอก”


“ถ้างั้นเราต้องรีบทำลายหลักฐานก่อนที่สองคนนั้นจะมา” ผมดีดนิ้วดังเป๊าะ 


“ไอ้เวร สำนึกผิดบ้างมั้ยมึงเนี่ยยยย” ไอ้นีรมองหน้าผมแล้วกระทืบเท้าปึงปังทำท่าจะร้องไห้อีกรอบ มีการยกมือขึ้นพนมเหม่อมองท้องฟ้าซะด้วย “โอ้ยยยพระเจ้าขา นุ้ยเหนื่อยจังแล้ว ถ้าอีมีเรื่องให้นุ้ยเจ็บหัวจังหูพันนี้ นุ้ยขอแลกกับการผอมง่ายๆได้ม้ายคะ”


“พี่เอ็มเยดคะ!”


เชี่ยย ตกใจหมด ใครตะโกนเรียกวะ มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง นึกว่าพระเจ้าขานรับเสียงภาวนาภาษาใต้ของไอ้นีรมันซะแล้ว


ผมลุกขึ้นละจากการกวาดเศษดินของกระถางต้นไม้ แล้วก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงใส่แว่นคนหนึ่งที่คับคล้ายคับคลาว่าน่าจะเป็นรุ่นน้องในคณะ ยืนทำหน้าบึ้งดูหงุดหงิดๆ ถัดจากเพื่อนสาวใต้ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก


แต่ก่อนจะพูดจะจากัน ขอผมอธิบายหน่อยเห้อออ “จริงๆ ออกเสียงว่าเยสนะครับน้อง”


“…”


“เอ็มเยส แบบ Yes! น่ะครับ แฮะๆ”


“…”


เงียบเลย ไม่อยากคุยด้วยก็บอกมาตรงๆ สิ แงๆ “มะ... มีอะไรนะครับ?”


“อาจารย์ปุ๊เรียกพบที่คณะค่ะ” น้ำเสียงน้องแว่นช่างทำร้ายจิตใจผู้ชายอย่างผมเหลือเกิน


“นะค่ะได้ยังไง ต้องนะคะซิครับ”


“…”


สงสัยไม่เก็ตมุกว่ะ ข้ามไปละกันเน้อ “ตอนนี้เลยเหรอ?”


“ด่วนค่ะ!” แล้วเธอก็สะบัดสะบิ้งเดินหายลับไป เรียกว่ามาเร็วเคลมเร็วยิ่งกว่าประกันชั้นหนึ่ง


“แฟนคลับฟีลโฟลว์แหงเลยกูว่า” นีรบ่นออกมาลอยๆ ไล่หลังสาวแว่น ก่อนจะถอนหายใจยาว “มึงรีบไปเหอะ เดี๋ยวทางนี้กูจัดการเอง”


“ขอโทษทีว่ะ ฝากด้วยนะมึง เดี๋ยวกูจะรีบกลับมาช่วยให้เร็วที่สุด”​ ผมแทบจะยกมือไหว้เพื่อน รู้สึกผิดจังงง


“เออ อาจารย์เขาว่าไงก็อัปเดตด้วยละกัน หวังว่าจะไม่ใช่ข่าวร้ายนะ”


“เฮอะ! มึงก็เวอร์” ผมแค่นหัวเราะเสียงดังลั่น จัดการผายมือทั้งสองไปยังบรรยากาศที่เละเทะโดยรอบ “จะมีอะไรแย่กว่านี้อีกเรอะมึงว่า”



“คุณมีสิทธิที่จะเรียนไม่จบนะบดินทร์”


โป้ง! 


เสียงนั้นประหนึ่งเป็นกระสุนปืนยิงแสกหน้าผมอย่างจัง เล่นเอาผมนิ่งกระตุกยิ้มเกร็งๆ ตัวชา มองหน้าอาจารย์แบบคนไม่เชื่อหูตัวเอง


“วะ... ว่าไงนะครับ ตะกี้เหมือนหูผมวิ้งก์ๆ”


“ผมพูดจริงนะ คุณจะเรียนไม่จบ”


อะ ชัดและ ชัดแจ๋วเลยด้วย “ดะ... ได้ไงครับอาจารย์!?”


อาจารย์ปุ๊ ผู้เป็นคณบดีคณะสังคมศาสตร์มองลอดแว่นตาทรงสี่เหลี่ยมมาทางผม จัดการโลมเลียสารรูปผมตั้งแต่ล่างขึ้นบน และหยุดกึกอยู่ตรงผมสีชมพูชานมอันเป็นเอกลักษณ์และยิ้มแหยๆ ออกมา


“อิหยังวะ...”


แง่ววว อาจารย์ยังไม่ตอบผมก่อนล่ะ โด่ อย่าเพิ่งมาสนใจรูปลักษณ์กันซี่


อาจารย์หนุ่มกลับมาพูดต่อ “เธอติด F วิชาเลือกเสรีตอนปีหนึ่ง”


“ปีหนึ่ง...” ผมลองเหลือกตานึกย้อนเวลากลับไป ปรากฏว่าทุกอย่างเลือนรางมากครับ รางพอๆ กับอนาคตของผมตอนนี้เลย (ถ้าจะเรียนไม่จบจริงๆ อะนะ) ก็นั่นมันกี่ปีมาแล้วล่ะ จำได้แค่ว่าปีหนึ่งต้องไปเรียนที่นครนายก ได้เจอเพื่อนเฮี้ยวๆ พากันหลงระเริงไปกับแสงสีสุราและนารี ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับการเรียนแทบบ๋อแบ๋


“ผมจะเตือนความจำคุณเอง” อาจารย์หยิบหลักฐานซึ่งเป็นกระดาษแผ่นสีขาวธรรมดาๆ มาให้ดู สิ่งแรกที่ผมเห็นคือ F ตัวเบ้อเร้อเตะเบ้าตาผมเข้าอย่างจัง “ตอนนั้นคุณเลือกวิชาเซรามิกของคณะศิลปกรรมฯ”


“อ๋อ” เออว่ะ เริ่มมีเค้ารางๆ ละครับ ถ้าจำไม่ผิดตอนเฟรชชี่ผมลงเสรีเป็นวิชางานปั้นเซรามิกเบื้องต้น เพราะไปติดสาวสินกำเข้า ทนปั้นหม้อปั้นไหเป็นเดือนๆ สุดท้ายแม่งก็เลิกกัน เพราะคุณเธอชอบหนุ่มคณะเดียวกันที่มาจีบทีหลังมากกว่า หักอกซะไม่ได้เกรงใจขี้ดินที่ติดซอกเล็บกูเล้ย แล้วหลังจากนั้นผมก็ไม่เข้าเรียนอีก มันเจ็บปวดใจ


“คุณนี่นะ รู้ว่าจะจบเกรดไม่สวยแท้ๆ แทนที่จะดรอป ดันปล่อยให้ติด F พลาดเกียรติยมไปฟรีๆ” แล้วอาจารย์ก็เพ่งมองกระดาษอีกครั้ง “เอ่อ... ผมขอถอนคำพูดนะ จริงๆ เกรดรวมของคุณก็ไม่สามารถคว้าเกียรตินิยมได้หรอก”


เอออออ แทงใจดำมันเข้าไปปปป


“แล้วอย่างนี้ผมต้องทำยังไงบ้างครับ” ผมยื่นหน้าถามเข้าเรื่องอย่างกะตือรือร้น


“คุณต้องลงเรียนใหม่ให้ครบหน่วยกิจในเทอมนี้ ลองมองหาวิชาเลือกเสรีที่น่าสนใจดู”


“แต่เทอมนี้ตารางเรียนผมแน่นไปหมดแล้วนะ’จารย์”


“ถ้างั้นเป็นเทอมหน้าก็ได้นะ”


ผมลองคิดตาม “โหยยย เทอมหน้าผมต้องทำ Thesis คงไม่มีเวลามากนัก”


“งั้นก็เรียนมันอีกสักปี เรียนจบช้าๆ พวกคนในวงการเขาชอบทำกันไม่ใช่เหรอ” 


“ไม่ตลกนะอาจารรรรย์” ผมทำหน้ามุ่ย อาจารย์ไม่ต้องมาทำหน้าขำขันแบบนั้นเลยย “ไม่มีทางอื่นแล้วจริงๆ ใช่มั้ยครับ”


“ไม่มี นี่คือทางเลือกสุดท้ายของคุณ” อาจารย์ปุ๊ยกแขนขึ้นกอดอก “ครูคนอื่นเขาไม่จ้ำจี้จ้ำไชคุณแบบผมหรอกนะ แต่ที่ผมทำก็เพราะเป็นห่วงคุณ คุณเป็นคนเดียวในรุ่นที่เสี่ยงจบช้า และถ้าคุณจบช้าปัญหาต่างๆ ก็จะตามมาพาลเป็นเรียนไม่จบเอา อุตส่าห์ลากมาถึงสี่ปีขนาดนี้แล้ว สู้อีกหน่อยสิวะคุณเอ็มเยส”


ผมหลุดยิ้มออกมาเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกผมด้วยชื่อในวงการ


จริงๆ ผมกับอาจารย์ปุ๊ค่อนข้างสนิทกันครับ ถึงอาจารย์จะเป็นถึงคณบดีแต่ก็สนิทกับเด็กๆ ในคณะมากๆ โดยเฉพาะเด็กเอกบริหารเพราะแกเป็นครูประจำภาควิชานั้น เวลามีเรื่องอะไรพวกเราก็จะคอยปรึกษาแกกันอยู่ตลอดๆ อาจารย์รู้ดีว่าผมมีความฝันอยากเป็นแร็ปเปอร์มาตั้งแต่ปีหนึ่ง แถมไม่เคยจะดูถูกดูแคลน ตอนนั้นแกยังเอาเทปยุคแรกๆ ของพี่โจอี้บอยกับพี่ดาจิมมาแบ่งให้ผมฟังเลย 


“ขอบคุณนะครับอาจารย์” ผมยกมือไหว้ “เดี๋ยวผมจะรีบไปทำเรื่องก่อนจะหมดเขตลงทะเบียนครับ”


“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง” พูดจบอาจาย์ปุ๊คว้าเอกสารอีกปึกโยนลงบนโต๊ะดังโครม “ผมดูวันว่างที่ตรงกันกับวิชาเสรีที่เปิดเรียนให้แล้ว ดูเหมือนคุณจะมีทางเลือกเดียวคือเช้าวันจันทร์เท่านั้น”


ผมชะงักไปแป๊บนึง “ก็คือเวลานี้เหรอครับ?”


“ใช่แล้ว” อาจารย์หนุ่มพยักหน้า เปิดเอกสารตรงหน้าโชว์ให้ผมดู “พวกนี้เป็นรายวิชาที่ผมว่าเหมาะกับคุณ และไม่หนักจนเกินไป”


ผมลองก้มลงไปดูข้อความในเอกสารพวกนั้นบ้าง สุดท้ายก็ต้องนิ่วหน้าเหยเก


“มีแต่รายวิชาของสินกำทั้งนั้นเลยนี่ฮะ”


“ทำไม” อาจารย์ปุ๊ยิ้มแหย่ “กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหรอครับเอ็มเยส”


“แฮะๆ” ไม่รู้จะพูดอะไรวุ้ย หัวเราะแห้งๆ ไปก่อนแล้วกัน


“ไม่ต้องกังวล ผมไม่ให้คุณกลับไปเรียนวิชาเซรามิกอีกครั้งหรอกน่า” ผู้อาวุโสชี้นิ้วลงกระดาษ “ผมว่าลองลงเรียนอะไรที่ยืดหยุนกว่านั้นดีกว่า อะไรที่ไม่ใช่วิชาเฉพาะเจาะจงอย่าง... ประวัติศาสตร์ศิลป์ดีมั้ย?”


“ถ้าอาจารย์เห็นสมควรผมก็ไม่กล้าขัดหรอกครับ”


“เอ๊ะ ไอ้นี่” อาจารย์ทำเป็นง้างมือจะฟาด ผมรีบหลบตามสัญชาตญาณ ดีนะที่แกแค่ทำเล่นๆ แต่กลัวอะ ขอระแวงไว้ก่อนไม่เสียหาย แงๆ “ถ้าคุณโอเคผมจะติดต่อไปยังอาจารย์ที่รับผิดชอบรายวิชาให้ ไปเรียนก่อนแล้วเรื่องลงทะเบียนค่อยจัดการทีหลัง”


“อ่อ ขอบคุณนะคร้าบ” ซาบซึ้งใจสุดๆ อาจารย์ใจดีกะผมตลอดเลย


“ไปสิ”


ผมเบิกตาโพลง “ไปไหนครับ?”


“ไปเรียนเลยสิ จะนั่งทำหน้างงอยู่ทำไม”


“หาาา? เริ่มวันนี้เลยเหรออาจารย์!!??” เดี๋ยวๆ ไม่ทันได้ตั้งตัวเลยนะะะะ


“ก็ใช่น่ะสิ คุณต้องไปย้อมผมสีเขียวต่อหรือไงเล่า” อาจารย์ปุ๊ขำขันคิกคัก โด่ ผมไม่เคยคิดจะย้อมผมสีเขียวสักหน่อย “นี่เพิ่งเก้าโมงห้าสิบ วิชาประวัติศาสตร์ศิลป์เริ่มเรียนสิบโมง เผื่อเวลาเดินไปตึกศิลปกรรมฯ ก็น่าจะทัน”


“…”


อาจารย์ปุ๊ยกนิ้วชี้ที่ก่อนนี้ใช้จิ้มกระดาษมาไว้ตรงหน้าผมแทน “อย่าให้ผมพูดซ้ำ รีบไป!”


จ้าๆๆ ไปก็ไป’จารรรรย์ 


ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่เลยครับ เดินออกจากห้องพักคณาจารย์นี่แทบจะขาพับขาอ่อน อยู่ๆ ก็ใจสั่นพั่บๆ รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเฉย แต่มากกว่าความตื่นเต้นคือความงงงวยตามไม่ทัน อะไรกันวะเนี่ย นี่ไม่ใช่เรื่องที่คิดว่าจะได้พบเจอในวันเปิดเทอมวันแรกเลยเด้อ กำพระแล้วน้าาา



[เอ๊า ไปทำอีท่าไหนวะน่ะ!?]


“เอออน่ะ เรื่องมันยาว ไว้เลิกเรียนแล้วจะไปเล่าให้ฟังนะนีร”


[เออๆ ยังไงเสร็จแล้วมาเข้าห้องชมรมด้วยล่ะ เฮียดีเรียกประชุมด่วน]


“จ้าาา แค่นี้นะขอเข้าห้องเรียนก่อน”


ติ๊ด!


ผมย่อง


ใช่ครับผมย่อง... ผมย่องเข้ามาในห้อง 304 ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่ที่เป็นห้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์อย่างสงบสเงี่ยมเจียมตน


ตอนแรกนึกว่าเป็นห้องสี่เหลี่ยมน่ารักๆ เรียนกันคนสองคน สรุปบะเอ้กยิ่งกว่าอิมแพ็คอารีน่าเมืองทองธานี แถมโต๊ะเรียนยังเป็นขั้นบันไดซึ่งหันหน้าเข้าหาผู้สอนไม่ต่างอะไรกับเวทีคอนเสิร์ต 


แม่งงง ยิ่งใหญ่เกินไปมั้ยวะ ยิ่งใหญ่จนรู้สึกประหม่าไปหมดแล้วเนี่ยยย


“มึงงง ใช่ปะๆๆ”


“เออ นี่แหละเอ็มเยส”


“พี่เขามาลงเรียนวิชานี้เหรอ!"


“เอาล้าววว”


“แต่งตัวแรงกว่าคณะเจ้าภาพอีกอะ”


“ตัวจริงเตี้ยว่ะ”


“เห็นแบบนี้ข้างในซิกแพ็คแน่นสัสๆ เลยนะมึ้งงงง”


เสียงซุบซิบนินทาดังหึ่งไล่หลังในขณะที่ผมก้าวขาขึ้นบันไดทีละขั้น คิดว่าไม่ได้ยินเลยดิ แต่ก็ขอบคุณนะครับที่ชมซิกแพ็คแน่นๆ ของพี่ จะไม่แน่นได้ยังไงล่ะซิดอัพเช้าเย็นขนาดนี้ ความยิ่งใหญ่มันซ่อนอยู่ภายใต้ร่างกายที่ผอมเกร็งเสมอนะครับน้องๆ จะบอกให้ คิคิ


เดี๋ยวๆ ตอนนี้ผมต้องหาที่นั่งก่อนสิ เดินขึ้นมาเกือบจะขั้นบนสุดแล้วยังไม่เจอที่ว่างเลย ไม่มีใครหยุดสักคนเลยเรอะ เด็กสินกำนี่เขารักการเรียนดีจริงๆ


ในขณะที่ผมกำลังจะถอดใจเดินลงไปใหม่เพื่อสำรวจที่นั่งอีกฝั่ง สายตาเจ้ากรรมก็ตวัดไปเห็นอะไรบางอย่างที่สว่างจ้าโดดเด่นออกมาจากคนอื่น


เชี่ยยยย นะ... นี่มันดาวสินกำปีก่อนนู้นนี่หว่า น้องหยากไย่ใช่มั้ย สาวผมบ็อบหน้าหมวยอินเตอร์ เสป๊กเลยทีเดียวเชียวววว


ใจมันแฮ่กขึ้นมาซะดื้อๆ ได้แต่ยืนกุมมือเหนือเข็มขัดนิสิตจ้องคนสวยไม่วางตา จนเพื่อนๆ เขาสะกิดให้สาวเจ้ารู้ตัวว่ามีไอ้กระจั๊วกำลังแอบมอง 


“^^"


วะ... เวรละ เขายิ้มให้ว่ะ ฮือออ ทำไงดีๆๆ กุมใจๆๆ สวยเหมือนนางแบบที่ชื่อกิโกะเลยอะ ผมสามารถล้มหัวฟาดพื้นกลิ้งหลุนๆ ลงบันไดได้ทันทีเลยนะ พูดจริงงง ปลื้มมานานละคนนี้


เฮ้ย O_O โต๊ะด้านหน้าน้องหยากไย่ว่างว่ะ ว้าววว แจ๋ววว อยู่ๆ ก็มีหมูหวานมาเสิร์ฟถึงที่ ไม่โอ้เอ้ครับ ผมจัดการพุ่งตัวไปหย่อนตูดยังที่ว่างนั้นอย่างไม่รีรอ โอ้โหขนาดน้องอยู่ด้านหลังแท้ๆ ยังได้กลิ่นความสวยมาถึงตรงนี้ ความเป็นดาวอะเนอะ อยากจะเด็ดมาดมคนเดียวทั้งคืนเลย กินด้วยก็ได้เอ้า! ง่ำๆๆ


“คร่อกก กกกกก”


แต่อยู่ๆ ก็มีเสียงกรนดังเข้ามาในหูผม ทำเอาอารมณ์ซาบซึ้งที่มีต่อดาวคณะสินกำก่อนหน้านี้มลายหายไป แล้วผมก็เห็นว่ามีไอ้หนุ่มใส่เสื้อนิสิตแขนสั้นนอนฟุบโต๊ะอยู่ที่นั่งถัดไปจากผม 


อ้าว เมื่อกี้ไม่ทันสังเกต ข้างๆ ผมมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้วเหรอเนี่ย แถมยังหลับเป็นตายอีกต่างหาก สงสัยเพราะมันกรนเสียงดังเป็นเครื่องยนต์เรือไดหมึกอย่างนี้ละมั้งถึงไม่มีใครมานั่งด้วย แล้วแบบนี้ผมจะเรียนรู้เรื่องกับเขามั้ยละเนี่ย


แต่ช่างมันเถอะครับ แค่ได้อยู่ใกล้ๆ น้องหยากไย่ก็เป็นพอ จากนี้มีแรงบันดาลใจมาเรียนเช้าวันจันทร์แล้วโว้ยย คิคิ


ผมนั่งกุมมืออยู่ใต้โต๊ะสักพัก จู่ๆ เสียงคุยเซ็งแซ่ของน้องๆ สินกำก็เงียบพลันในทันใด ก่อนผมจะชะโงกมองลงไปเห็นว่าอาจารย์ชายผู้สอนเดินเข้ามาในห้องสดๆ ร้อนๆ พร้อมสื่อการเรียนการสอนกองใหญ่ที่อุ้มไว้ด้วยแขนข้างเดียวอันแสนแข็งแรง


เชี่ย... ดูโหดชิบเป๋งเลยว่ะ ฮือออ ‘จารย์ปุ๊เอากูมาลงนรกหรือเปล่าว้าา รู้มาบ้างว่าว่าคณะนี้รับน้องโหด หวังว่าอาจารย์จะไม่โหดเหมือนกับเขานะ ฮือๆๆ


“คร่อกก กกกกก”


ไอ้ห่านี่ก็หลับเป็นตายไม่แคร์โลกเลย ตื่นโว้ยยย อาจารย์มึงมาโน่นแล้วเห็นม้ายยย


“สวัสดีครับนิสิต”


“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ”


“สุขสันต์วันเปิดเทอม”


เหล่าหนุ่มสาวสินกำหัวเราะเหอะๆ คนละทีสองทีเหมือนจะขำก็ขำไม่สุด แม่งโคตรรันทด แม้แต่เด็กพวกนี้ยังมีท่าทีเกร็งๆ กับอาจารย์ตัวเองเลยอะ แล้วคนนอกอย่างผมควรทำตัวยังไงว้าา ใครก็ได้หยิบกูออกไปจากตรงนี้ที


“เอ็มเยส”


“ครับ!!” ผมเด้งพรวดขึ้นจากเก้าอี้ หน้าตาตื่นเหมือนเจอผี ในขณะที่อาจารย์ซึ่งอยู่ๆ ก็เรียกชื่อผมออกมาตะกี้นี้กลับหลุดขำ แม่งเอ๊ยย ตกใจหมดดด


“เหงื่อแตกขนาดนั้นไปออกกำลังกายมาหรือไง”


ผมก้มสำรวจตัวเอง เชี่ยเสื้อเปียกเลยง่ะ “ผะ... ผมตื่นเต้นครับ”


“ตื่นเต้น?” อาจารย์สินกำเอียงคอ โอ้ เพิ่งได้เห็นการแต่งตัวของแก อย่างกับนายหลุดมาจากแม็กกาซีน “ตื่นเต้นกับอะไรครับ คน? สถานที่? หรือวิชาที่เราจะได้เรียนกัน?”


“เอ่อ... ผม... เอ่อ...” พะพะพะพูดดดไม่ถวกเลยเวงเอ๊ยยย สายตานับร้อยจ้องมาที่ผมคนเดียวเลยอะ


“หึๆ ไม่ต้องล่กแบบนั้น ผมแค่เรียกชื่อเพราะอยากเห็นหน้าคุณเฉยๆ ผมเป็นแฟนคลับ”


“อ้อ…” ก็นึกว่าอะไร “เดี๋ยวผมแจกแผ่นซิงเกิ้ลพร้อมลายเซ็นต์ให้ตอนเลิกคลาสนะครับ”


แล้วเสียงหัวเราะก็ดังครืนไปทั้งห้อง เอ๊า กะจะพูดเท่ๆ ไหงมาขำกันได้อะ ไม่รีสะเป๊กกันเลยนะน้อง


“แต่ถึงยังไงในคลาสผมขอเรียกคุณว่าบดินทร์ชื่อจริงของคุณแล้วกันนะ”


“ได้เลยครับ’จารย์” ผมยิ้มแหยๆ “เอ่อ... ผมนั่งได้ยังครับ”


“หึ ตามสบายครับ”


ฮู้ว! รอดตัวไปว่ะ นึกว่าจะมีเหตุการณ์นองเลือดเรียกไปทำโทษหรือประจารว่าไอ้นี่มันลงเรียนซ้ำไรงี้ซะอีก ชักชอบแกขึ้นมาแล้วแฮะ คนที่ฟังเพลงเอ็มเยสย่อมมีรสนิยมและน่ายกย่องเสมอ อิๆ


การเรียนการสอนวันแรกเริ่มจากการการแจกแจงหัวข้อต่างๆ ให้นิสิตรับฟัง ด้วยความที่ผมมาเข้าเรียนอย่างไม่ทันตั้งตัวจึงไม่มีสมุดจนเหมือนกับคนอื่น ก็เลยต้องพิมพ์ใส่ Note ในโทรศัพท์มือถือแทน มือนี่หงิกพันกันเป็นปลาหมึก กลัวจดไม่ทันเพราะอาจารย์พูดเร็วเหลือเกินกลัว 


เอาเข้าจริงวิชานี้น่าสนใจนะครับ ตอนแรกผมนึกว่าประวัติศาสตร์จะน่าเบื่อๆ แต่ผมเพิ่งรู้ว่าคณะนี้เรียนลึกกว่านั้น ไม่ใช่แค่ความรู้แบบศิลป๊ะะะศิลปะ แต่ครอบคลุมไปถึงดนตรี การแสดง การเต้น หรือแม้แต่วงการแฟชั่นที่เคยผ่านมาในอดีต ฟังดูน่าตื่นเต้นใช่มั้ยล่ะครับ ผมล่ะรอเรียนเรื่องประวัติศาสตร์เพลงฮิปฮอปไม่ไหวแล้ววว มีหวังเก็ต A แหงเลยว่ะวิชานี้ คิคิ


แต่ในขณะที่ผมกำลังจดทุกอย่างตามที่อาจารย์พูดอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีอะไรบางอย่างลอยมาเข้าหู ทำให้มือซึ่งกำลังพิมพ์ยิกๆ ชะงักไปกะทันหัน


“อ๊าาา อี๊ อื๊ออออ อื้อ อื้อ อื้อ”


สะ...เสียงเชี่ยอะไรวะ!?


“อ๊าาา อี๊ อื๊ออออ อื้อ อื้อ อื้อ”


แหนะ ดังขึ้นกว่าเดิมอีก


ข้างหน้าเรอะ... ก็ไม่ใช่


ข้างบน... ไม่หรอก น้องหยากไย่คนสวยยังก้มจดเล็กเชอร์อยู่เลย


แล้วเสียงมันมาจากไหนวะ!!


หรือว่า....


ผมค่อยๆ หมุนคอไปทางด้านขวา ในจุดที่ซึ่งก่อนหน้านี้มีไอ้ขี้เซาตัวหนึ่งนอนกรนอยู่ ทว่าตอนนี้มันไม่ได้นอนอีกต่อไปแล้วครับ กลับเอาคางเกยแขนจ้องตาแป๋วไปยังโทรศัพท์ในมือตัวเอง ที่บัดนี้ฉายภาพเคลื่อนไหวทะลึ่งตึงตังของสาวยุ่นคนหนึ่งอยู่


“หึๆ”


เชี่ยเอ๊ยยยย ถึงมาก ใจมึงถึงมากก!! คนห่าอะไรดูคลิปโป๊ในห้องเรียนวะสัสสสส แถมดูไปหัวเราะไป เกินคนแล้วมึงเอ๊ยยย


“หืม…” เหมือนมันจะรู้ตัวแล้วครับว่าถูกผมจ้องอยู่ ไอ้เด็กสินกำหันขวับมาทันที และนั่นยิ่งทำให้ผมสติแตกยิ่งกว่าการที่เห็นใครคนหนึ่งอาจหาญดูสื่อลามกในสถานที่อย่างนี้ซะอีก!!


ก็นี่มันไอ้ feelflow ที่ผมอัดคลิปท้ามันไว้นี่หว่า!!!


ผมตัวแข็งทื่อไปเลยครับ ปากสั่นระริกพูดอะไรไม่ออก ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอมันในห้องเรียนแบบนี้ ตัวจริงแม่งดูดีกว่าในรูปนะ แต่ทำตัวเสื่อมแบบนี้ก็ไม่ไหวปะว้าาา


เดี๋ยวดิ... งี้มันต้องจำผมได้แน่ๆ ว่าเป็นคนอัดคลิปไปท้ามันไว้ เวรเอ๊ย ซวยซ้ำซวยซ้อน รีบหลบหน้ามันให้ไวเลยครับ


“ดูปะ?” ยัง... หันหน้าหนีมาอีกฝั่งขนาดนี้มึงยังกล้าจะส่งเสียงตามมาอีก!


“…”


“พ่อกูส่งผิดมาในกรุ๊ปครอบครัว โดนแม่ด่ายับเลย ตลกสัส”


ฮือออ ไม่ต้องอธิบายกูก็ได้ แค่ปิดๆ ไปก็พอ นี่กูเป็นคนเดียวที่เห็นความเสื่อมนี้ปะเนี่ย ทำไมคนอื่นๆ เขานิ่งกันจังงง ปิดโว้ยยย เดี๋ยวอาจารย์มึงก็ได้ยินเอาหรอกกก


“หันหน้ามานี่ดิ๊”


“…” เงียบไว้ เงียบไว้ ทำเป็นตั้งใจเรียน พิมพ์ยิกๆๆๆ


“หันมาหน่อย”


เชี่ยย อยู่ๆ ก็มากระซิบใกล้หู แม่งเขยิบมาใกล้ผมตั้งแต่เมื่อไหร่ ตกใจจนสะดุ้งเอี้ยวตัวมามองหน้ามันโดยอัตโนมัติเลยครับ แงงง ขนลุกเลยแม่งง


“มึงเป็นใครอะ”


โห มึงคุยกับกูแบบโคตรกันเอ๊งกันเองเลยเนอะ “ผมเป็นรุ่นพี่คุณ”


เวลาคุยกับคนที่ยังไม่สนิทผมชอบแทนตัวแบบนี้แหละครับ ไม่ได้หยาบเหมือนเพลงที่แต่งตลอดเวลาเด้อ


“อ๋อ รุ่นพี่เหรอครับ ขอโทษที” ไอ้ผมดำย้อมออดาสพยักหน้า พร้อมเปลี่ยนสรรพนามเสร็จสรรพ “แล้วพี่มาเรียนกับพวกผมทำไมอะ”


“อยากเรียนๆ ชอบหาความรู้”


“อืม พี่ชื่ออะไร”


ผมพยายามเก็บความล่อกแล่กของตัวเองไว้ให้มากที่สุด “เอ็ด ชีแรน”


“นั่นนักร้องไม่ใช่เหรอ -_-“


“ชื่อซ้ำ ชื่อนี้โหลจะตาย”


“อ้อ…" แล้วมันก็พยักหน้าอีกรอบ แต่คราวนี้เกาคางตัวเองใหญ่เลยครับ ทำเหมือนในหัวกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ “เราเคยเจอหน้ากันที่ไหนปะครับพี่เอ็ด”


“ไม่นะ ไม่น่าจะเคยหรอก”


“แต่ผมคุ้นหน้าพี่จังเลย ไม่เคยเจอกันมาก่อนจริงอะ?”


“จริ๊ง”


ไอ้ฟีลโฟลว์พยักหน้าเป็นครั้งที่สาม คราวนี้มันยอมถอยเก้าอี้กลับไปอยู่ที่จุดเดิมแล้วครับ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าผมปลอดภัยสักที เอ๊าาา เนียนเฉ้ยยย นึกว่าจะโดนจับได้ซะแล้ว วุ้ย! น่ากลัวเป็นบ้า คราวหน้าเตือนผมให้เปลี่ยนที่นั่งใหม่ด้วยนะ เวรจริงๆ เกือบไปแล้วกู


“อี๊! อื๊ออออ อื้อ! อื้อ! อื้อ!”


ทะ...ทำไมมันยังไม่ปิดคลิปอีกวะะะ แถมคราวนี้เสียงดังกว่าเดิมอีกกกก


“หึ” เสียงทมึฬนั้นทำเอาผมขนลุกซู่ รู้สึกได้กลิ่นความฉิบหายยังไงชอบกล


พอผมหันกลับไปมองมันอีกครั้งก็ต้องช็อกตาตั้งเลยครับ เพราะมัน...กำลังยิ้ม


ใช่ครับ ฟีลโฟลว์ผู้ที่ถ่ายรูปสามสิบใบไม่เคยยิ้มสักกะรูป กำลังมอบรอยยิ้มให้กับผมเพียงผู้เดียวในขณะนี้  แต่มันไม่ใช่ยิ้มที่ชวนให้กรี๊ดเลยสักนิด เป็นยิ้มคล้ายกระตุกมุมปากชวนสยองพองขนจนผมอยากยกมือไหว้พูดเสียงสั่นๆ ว่ากลัวแล้วจ้าาา


“พี่คิดว่าผมโง่เหรอ”


“…”


“อย่าคิดว่ากูจะจำมึงไม่ได้นะครับ... คุณเอ็มเยส”


เวรละไงกู...


แต่ก่อนจะได้พูดจาอะไรกัน รู้ตัวอีกทีโทรศัพท์มือถือในมือมันนั้นก็ถูกเลื่อนมาหยุดไว้ตรงหน้าผมซะแล้ว แถมยังคงส่งเสียงร้องขอชีวิตระงมแผดก้องไม่เลิกรา จนทุกคนหันพรึ่บมามองเป็นตาเดียว


ง่ะ ทีงี้พวกมึงเสือกได้ยินกันเนอะะะะะ ขอบใจน้าาาา


“อี๊! อื๊ออออ อื้อ! อื้อ! อื้อ!”


“อาจารย์ครับ!” จู่ๆ ไอ้ฟีลโฟลว์ก็ยกมือกลางอากาศ ก่อนสุดท้ายชี้จะมาทางผม นิ้วห่างจากหัวไม่ถึงคืบ เฮ้ย มึงจะทำอะไรรรร


“…”


“ไอ้นี่มันแอบดูหนังโป๊ในห้องครับ’จารย์!!!”


เดี๋ยวนะ นี่มันเหี้ยอะไรก้านนนนนนน


โปรดติดตามตอนต่อไป...




theneoclassic's talks :


แวะมาปล่อยตอนที่ 1อย่างเร็วรี่

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ในตอนที่แร้วนะครับ ชื่นใจมั่กๆ


เจอกันตอนหน้าฮะ! ^^




กดหัวใจบอกใบ้กันว่ารัก

แต่คอมเม้นต์ว่ารักคือการให้กำลังใจนะครับ (ง่อวววว)


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ swag gif

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.368K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,233 ความคิดเห็น

  1. #2224 Thxxt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 13:46
    นร้องงงงง 55555
    #2,224
    0
  2. #2220 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 22:46
    อิน้องเวร555555555555
    #2,220
    0
  3. #2203 whiskyJ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 09:38
    ฮืออออออ คือแบบว่าอินยิ่งขึ้นไปอีกเพราะมหาลัยก็คือรู้เลยมหาลัยไหน แล้วก็คือเค้าเรียนอยู่ที่มหาลัยกลางอโศกเหมือนกันบริหารเหมือนกันไปอีก! 555555555555 อุแง้งงงง นึกภาพตามออกเลย ตลกมากกฮือ
    #2,203
    0
  4. #2166 Krystal wing (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 08:59
    ทำไรไม่คิดเลยโดนอิน้องเอาคืนเลย
    #2,166
    0
  5. #2136 Chompoo_mg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 23:38
    เ-้ยมาก5555555555
    #2,136
    0
  6. #2120 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 19:18
    พระเอกร้ายมาก
    #2,120
    0
  7. #2111 lettuce_otter (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 20:49
    555 อย่างปั่น
    #2,111
    0
  8. #2097 'Wife Tuan'? (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 20:02
    ร้ายนะเทอคนนั้น
    #2,097
    0
  9. #2074 Sun_Kun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 21:48

    โอ้โห เ-้ยมากกกกกกก
    #2,074
    0
  10. #2053 maybee23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 11:31
    โอ้ยยยสงสารเอ็ม555555
    #2,053
    0
  11. #2038 Slyvester (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 01:20
    อย่าทำลูกช้านนน

    แค่นี้ก็ตื่นตูมไปหมดแล้ว
    #2,038
    0
  12. #2027 Chanompak (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 14:25
    โอ๊ยน้องงงง สงสารว่ะ55555555555555​
    #2,027
    0
  13. #2012 dyo_kuk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 14:39
    เออได้วะ555
    #2,012
    0
  14. #1998 Nam-Pakka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 15:22
    โอ๊ยยยย สงสาร ตามเด็กมันไม่ทันนะเอ็มเยสสสส
    #1,998
    0
  15. #1970 nannapat0000001 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 22:04
    เป็นนิยายเรื่องเเรกที่ขำเหน่ย เหมือนไปวิ่ง
    555555555555555
    #1,970
    0
  16. #1957 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 18:48
    เสร็จโจรรรรร
    #1,957
    0
  17. #1940 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 15:32
    โคตรได้5555555555555665
    #1,940
    0
  18. #1902 sher_n (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 15:35
    คู่นี้เหมาะสมกันที่สุดดดด
    #1,902
    0
  19. #1882 aiffie18 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:00

    หนูเอ็มโดนเลย 55555

    #1,882
    0
  20. #1880 Vivee1230 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 19:11
    ขำว่ะ555555 อีกคนก็แสบอีกคนก็ร้ายเงียบ5555 มีมวยแน่งานนี้
    #1,880
    0
  21. วันที่ 19 กันยายน 2562 / 19:37
    ร้ายนักกกกกก
    #1,871
    0
  22. #1870 Desire2903 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 17:46
    อร้ายยย ร้ายนักนะพ่อคุณณ
    #1,870
    0
  23. #1805 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 12:36
    ...แกล้งนักระวังเข้าบ้านไม่ได้นะฟิล
    #1,805
    0
  24. #1803 • Doctorสกั๊ง' ' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 10:38

    อิพระเอกมันร้ายยย

    #1,803
    0
  25. #1793 Jibangrin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 01:39
    วงวารรร5555555
    #1,793
    0