[END] ➤ └ อย่ามาอยู่กับกุ้ง ┐(BL)

ตอนที่ 7 : EP.6 | ไม่รักก็จะร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38,516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,037 ครั้ง
    2 ม.ค. 61

6

ไม่รักก็จะร้าย



 

            สาบานได้ว่าตั้งแต่พ้นวัยเด็ก สิ่งที่มีความสุขมากๆ ในชีวิตแม่งแทบจะนับครั้งได้เลยอะ หลังๆ ที่มีเด่นๆ เลยก็คือได้ดูคอนเสิร์ตแฟนคนปัจจุบันอย่างอะเรียน่าแก้วกลางแถวหน้าสุด เวลาคนสวยหมุนตัวทีนี้อะหืมมมม ลมจะจับ เรียกได้ว่าฟินคาเก้าอี้ราคาเจ็ดพัน

            และอีกครั้งก็ เฟรชชี่ไนต์ตอนนี้นี่ไงล่ะโว้ยยยยย ยะฮู้วววววววววววว

            เพลงคุกกี้เสี่ยงทายถูกคัฟเวอร์ด้วยวงดนตรีของมหาลัย ซึ่งส่วนมากมีสมาชิกเป็นรุ่นพี่สินกำซะด้วย แต่ละคนหน้าตาจิ้มลิ้มสุดๆ ประดุจหนุ่มคิ้วบอย สาวๆ ก็เลยแห่กรี๊ดกันไม่หวาดไม่ไหว แต่เอาจริงไม่รู้ว่าฟินกับนักร้องหรือขำอีมุนินที่ขึ้นไปแย่งซีนโชว์สเต็ปเป็นเฌอปรางค์กันแน่ แม่งเอ๊ย สินกำเด่นอีกแล้วเหรอวะ คืนนี้จะเป็นคืนแห่งสินกำไม่ได้นะ

            ใช่ครับ หยากไย่ได้เป็นดาวมหาลัยไปตามระเบียบ พ่วงด้วยตำแหน่งขวัญใจมหาชน

            ส่วนเดือนอะเหรอ ไม่เห็นต้องเดาให้ยาก ถ้าไม่ใช่ไอ้ทักแล้วจะไปเอาหมาที่ไหนมาใส่สายสะพายล่ะ

            “ฮืออออ ไอ้กุ้งกูดีใจ” แม่ดาวมหาลัยคนล่าสุดเต้นไปร้องไห้ไป แถมยังประคองมงกุฎเพชรเก๊บนหัวอย่างทุลักทุเล มาสคาร่านี่ไหลเป็นสาย เฮ้อ หมดกันความสวย เมื่อไหร่มันจะหยุดซาบซึ้งสักทีล่ะเนี่ย

            “เออ ไม่ต้องเครียดแล้วน่า หน้าเละเป็นพิสซ่าหมดแล้วววว”

            “ขอบคุณมึงมากนะกุ้ง”

            “หา? ขอบคุณเรื่อง?”

            “ถ้ากูไม่รู้สึกผิดกับมึง คงไม่ฮึดสู้ขนาดนี้”

            “ไร้สาระน่า” ถึงจะแอบซึ้ง แต่คงต้องถึงเวลาเข้าเรื่องสักที “มึง แล้วไอ้ทักอะ?”

            ไอ้ไย่จ้องผมเหมือนพยายามจับผิด แต่เสียใจ เรื่องตีหน้าแบ๊วผมเนียนมากเลยขอบอก

            “ไม่รู้ดิ พอถ่ายรูปหลังเวทีเสร็จก็ไม่เจอเลย” มันว่า “น่าจะอยู่กับพวกเด็กพละละมั้ง”

            “อ๋อๆ” ผมพยักหน้า ตั้งใจจะทำเนียนต่อ “ปวดฉี่จัง เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

            “อยู่ดีๆ ก็จะเยี่ยวจะขี้ขึ้นมาเลยเนอะ” เสียงนี้ไม่ใช่หยากไย่ หากแต่เป็นไอ้อู๋เพื่อนรักที่เหงื่อท่วมตัวเพราะเต้นแรงไปหน่อย

            “อย่ายุ่งน่า” ผมไม่สนใจแววตา แหนะ กูรู้ทันมึงนะ ของมัน รีบสะบัดตูดแหวกฝูงชนหนีออกไปทันที

            อะไรกันนี่ ในนี้เบียดเสียดกันยิ่งกว่าสงกรานต์สีลม จะขยับได้แต่ละทีก็ลำบ๊ากกกกลำบาก ไหนจะต้องคอยหลบสายตาที่น่ากลัวของสาวๆ สายฮาร์ดคอร์ กับไอ้พวกหื่นๆ จ้องจะขย้ำตามทางอีก โอเคดูได้แต่อย่าจับน้า มืออย่าซนๆ

            “ปราโมทย์!” ผมรีบกระโจนเข้าไปเมื่อเห็นรูมเมทขยับแข้งขยับขาอยู่กับผองเพื่อน

            “อ้าวกุ้ง ว่าไง”

            โง้ยยยย หนุ่มแว่นเวลาเต้นก็น่ารักดีนิหว่า แต่ไม่ได้ต้องหักห้ามใจ เดี๋ยวมีปัญหาขึ้นมาโดนไล่ไปนอนวัดแล้วจะซวย

            “เห็นทักปะ?”

            “อยากเจอมันเหรอ?” ดูทำหน้าทำตา

            “ตอบให้ตรงคำถามด้วยจ้า”

            จะย้อนทำไม เดี๋ยวก็หน้าแดงเป็นกุ้งสุกให้ดูซะหรอก

            ปราโมทย์ยิ้มมุมปาก เวรละ ติดนิสัยกวนตีนมาจากเพื่อนสนิทแหงๆ “เห็นเมื่อกี้ที่บ้านมันโทรมา คงออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกละมั้ง”

            “อ๋อ” ผมมองไปตามทางที่โมทย์ชี้

            “จะทำอะไรก็รีบทำน้า มันกำลังจะเป็นหนุ่มฮอตแล้ว”

            “พูดอะไร ใบ้คำเหรอ”

            “อ้าว อย่าทำเป็นไม่รู้” โมทย์ทำหน้างง แต่มุมปากยังคงมีรอยยิ้ม “กุ้งไม่ใช่สีเหลืองของไอ้ทักหรือไง”

            กุ้งไม่ใช่สีเหลืองของไอ้ทักหรือไง

          กุ้งไม่ใช่สีเหลืองของไอ้ทักหรือไง

          กุ้งไม่ใช่สีเหลืองของไอ้ทักหรือไง

            คำพูดของรูมเมทหนุ่มจืดก้องกังวานเหมือนระฆัง มันเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมพยายามจิกหน้าไม่ให้ตัวเองระเบิดยิ้มออกมาแบบนี้ โว้ยยยย

            “บ้า มึงก็คิดมาก”

            “แหม่ เราเป็นรูมเมทกุ้งนะ ผ้าปูที่นอนสีเหลืองอ๋อยขนาดนั้นไม่รู้ก็บ้าแล้ว”

           

            “เอาเถอะ เราจะไม่บอกใคร” ทำเป็นขยิบตงขยิบตา เดี๋ยวจะโดน

            “สรุปมันไปตรงนู้นเนอะ” ผมเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับชี้นิ้ว

            ผมเดินแหวกคลื่นประชากรชาวพละออกมาด้านนอกอาคารจัดงาน พอผ่านประตูรั้วเหล็กเล็กๆ ที่น่าจะมีคนแอบเปิดก็ปะทะเข้าให้กับลมเย็นๆ ตามประสาอากาศต่างจังหวัด มีพวกปีหนึ่งกลุ่มนึงออกมาแอบดูดบุหรี่ ดูจากการแต่งกายและหัวโจกที่ใส่สายสะพาย วิศวกรรมศาสตร์ ก็ไม่ต้องเดาเลยว่าเป็นเด็กคณะไหน

            “เฮ้ยๆ พวกมึงหลบดิวะ คนดังเค้าจะเดิน”

            ผมขมวดคิ้วให้กับไอ้เดือนคณะวิศวะที่ทำเป็นผลักเพื่อนๆ ให้หลบทางแบบโอเวอร์อย่างกะมีรัฐมนตรีจะเดินผ่าน

            เออ ก็หน้าตาดีเหมือนกันหนิทำไมไม่ได้รางวัลติดไม้ติดมือไปบ้างวะ

            แต่ไว้ทีหลัง ตอนนี้ต้องตามคิว

            หลังจากที่เดินหาอยู่นานก็เจอไอ้ทักหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มือจิ้มโทรศัพท์ยุกยิกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่เกรงใจสายสะพายที่มีคำว่าเดือนมหาวิทยาลัยตัวเท่าโอ่ง แหนะ อวดใครอยู่ล่ะสิ

            ผมเกือบจะโห่ร้องออกมาแล้วตอนที่เห็น แต่โชคดี้ที่กามเทพฝ่ายธรรมะห้ามไว้ซะก่อนเลยเก็บอารมณ์ได้ทัน ผมจึงเอามือไพล่หลังทำเป็นเดินเข้าไปอย่างปกติที่สุด

            ยังไม่ทันจะเอ่ยปากอะไรไอ้เดือนมหาลัยดันเงยหน้าขึ้นมาเห็นซะก่อนแล้ว ไอ้ทักแยกเขี้ยวเลิกสนใจโทรศัพท์จัดการยัดใส่กระเป๋ากางเกงเรียบร้อย

            “ไงคุณกบ”

            แง่วววว เสียอารมณ์เลยสัส

            “กุ้งครับ กุ้ง” ผมเบ้ปาก โว้ย อุตส่าห์กำลังจะสร้างมู้ด “สายสะพายเท่ดี”

            ไอ้ทักมองตามที่ผมชี้ “เอาไปใส่ถ่ายรูปปะล่ะ?”

            “เดี๋ยวกูก็โดนแม่ยกมึงรุมกระทืบหรอก” ผมว่า “เข้าไปเช็ครึยังว่าตอนนี้มีคนตั้งแฟนเพจให้หรือเปล่า”

            “ยังไงกูก็คงดังไม่เท่ามึงร้อกกก” ไอ้เดือนเท้าแขนกับต้นไม้ “แล้วนี่ออกมาทำไม ไม่ไปเต้นกับเพื่อนๆ วะ”

            “ไม่อะ” ผมบ่ายเบี่ยงทำเป็นมองที่อื่น “อยากเจอมึง”

           

            อย่าเงียบจ้า อย่าเงียบ ไม่รู้รึไงว่ากูต้องรวบรวมกล้าแค่ไหนถึงหน้าทนพูดออกไปแบบนี้ ฮือออออ

            “เข้ามาใกล้ๆ ดิ” ไอ้ตัวยาวเป็นกิ้งกือกวักมือเรียก ซึ่งผมก็ใจเด็ดมากที่ทำตามอย่างว่าง่าย

           

            “รู้ใช่ปะว่าสีเหลืองที่กูหมายถึงคืออะไร”

            ผมพยักหน้าหงึกหงัก ใกล้กันขนาดนี้ใจเต้นสัสๆ ขืนอ้าปากพูดไปมีหวังสั่นพั่บๆ เป็นนกเป็ดน้ำแน่

            “โอเค” ไอ้นี่ก็พูดน้อยจังวันนี้ คีพลุคเดือนรึไง “ก็ตามนั้นแหละ”

            “แล้วคิดอะไรอยู่ถึงตอบแบบนั้นฮะ”

            “ไม่รู้ว่ะ พอได้ยินคำถาม หน้ามึงที่ยิ้มแป้นตอนปูเตียงก็ลอยหรามาเลย”

            ไม่ได้มีความโรแมนซ์ใดๆ ทั้งสิ้น

            “งี้กูก็มีส่วนทำให้มึงได้เป็นเดือนมหาลัยล่ะสิเนี่ย”

            “จะทวงบุญคุณว่างั้น?” ไอ้ทักเปลี่ยนมากอดอกแบบเดียวกับผมบ้าง “อ่ะๆ อยากได้อะไร เดี๋ยวจะตอบแทนให้อย่างงาม”

            “ทุกอย่างเลยหรือเปล่า” ผมหรี่ตา

            “เออ”

            “แน่ใจนะ”

            “ถ้าไม่เว่อร์กูให้ได้หมด”

            “งั้น

            หมับ!

            “เฮ้ย!” ไอ้ทักตกใจจนสะดุ้งโหยง เมื่ออยู่ๆ ผมก็ใช้มือเล็กๆ ทะลวงเข้าไปในเสื้อเชิ้ตสีขาว วางแหมะลงบนหน้าอกนูนๆ แน่นๆ แบบคนออกกำลังกายของมันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

            หึ กูเล็งช่องว่างระหว่างกระดุมเม็ดที่สองกับเม็ดที่สามมานานแล้ววววววว

            โห ใจเต้นรัวไม่ตรงจังหวะจนแทบจะระเบิดออกมาจากอก

            ไม่ใช่ของมันนะ ของผมนี่แหละครับ! แง๊ ทำอะไรลงป๊ายยยยย

            “เอ่อ” ไอ้ทักก้มลงมองเสื้อกับหน้าผมสลับไปมา “เล่นอะไรเนี่ย”

            “อย่าให้พูดมากได้มั้ยฮะ!” ผมยื่นจมูก “ไม่รู้หรือไงเล่า”

            ไอ้ทักเบิกตากว้าง มันคงช็อคจริงๆ “นี่มึง

            ผมพยักหน้าอีกรอบ พูดไม่ได้ พูดตอนนี้อ้วกเลย ใจเต้นแรงทำเอาท้องปั่นป่วนอย่างกับต้องการจะถีบน้ำย่อยออกมาทางปาก

            “ถึงคิวของกูแล้วเหรอ

            พยักหน้าครั้งที่สาม

            ไอ้ทักนิ่งไปเลย แถมยังจ้องเขม็งมาที่ตาผม ซึ่งตอนนี้ไร้ประกายแถมแข็งทื่ออย่างกับตาหุ่นบริทนี่ย์ สเปียร์ที่ทางเข้าสยามดิสฯ ฮืออออ จิตใจมันล่องลอยไปหมด วิญญาณถูกธรณีสูบไปแล้วเรียบร้อย

            แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเงียบ สงสัยอยากให้พูดจริงๆ ใช่มั้ยฮะ

            เอาก็เอาวะ

            ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ “นอนกับกู นะ”

            ฮืออออออ แม่รู้ด่าตายเลยยยยย

            สีหน้าไอ้ทักกลับไปเรียบนิ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้น นิ่งแบบนิ่งสุดๆ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีการกวนตีนผ่านแววตา แล้ววินาทีนั้นผมก็รู้สึกว่าไอ้ผู้ชายที่เคยเล่นหัวเล่นหางกันแรงๆ ตรงหน้าดูดุขึ้นมาเฉยเลย แงงงง

            “หึ” ไอ้ทักทำลายความเงียบด้วยการกระตุกยิ้มมุมปาก แต่มันแตกต่างจากที่เคยเห็นเพราะไม่มีแววหยอกล้อเลย “เล่นอะไรของมึงเนี่ย”

            “หะหา?” ผมอ้าปากหวอ

            “เลิกแกล้งกูได้แล้ว” ไอ้ทักไม่พูดเปล่า แต่ยังดึงมือผมออกมาจากเสื้อด้วย

            ชุ่มเหงื่อไปหมดเลย

            “กูไม่ได้

            “เป็นอะไรขึ้นมาฮะ? ก่อนหน้านี้ยังไล่เตะกันอยู่เลย”

            “ก็ตอนนี้ไม่เตะแล้ววว” ผมเดินเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายมากกว่าเดิม “จะนอน

            ไอ้ทักแยกเขี้ยว “แต่กูไม่อยาก”

            “มึงว่าไงนะ” เหมือนฟ้าผ่ากลางกบาล ไม่เคยได้ยินคำพูดนี้จากใครมาก่อนในชีวิต

            “กูไม่ใช่พวกกินทิ้งกินขว้าง ขอโทษด้วยนะ” มันทำท่าจะเดินหนีผมเลยวิ่งไปดักหน้ามันไว้

            “แต่กูไม่ได้จะนอนทิ้งนอนขว้างนะ” ฟังกูอธิบายก่อนเซ่ “กูอยากจะนอนกับมึงแบบ

           

            “แบบ นอนตลอดไป”

            “ตลกและไอ้เจี๊ยบ”

            สรรหาคำไหนมาเรียกกูอีกล่ะ

            “ทักนี่กูจริงจังนะ”

            “แล้วมึงอยากจะนอนกับกูทำไม?”

           

            “อย่าเงียบ ตอบมาให้ได้สิ”

            จะให้ตอบว่ายังไงอะ ปกติผมชวนใครก็ไม่เคยพลาด เอ่ยปากทีนึงก็ตามต้อยๆ อย่างกับหมา แต่นี่อะไร อ้อนวอนจนแทบจะแบหลาไปกับพื้นก็ไม่มีผลอะไรสักอย่าง ฮืออออ ทำไมผมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยเนี่ย อย่างกับ

            อย่างกับผมชอบมัน

            บ้าหน่า อันนี้ข้ามขั้นเกินไปมั้ง ไม่จริงๆ กูจะชอบมันได้ยังง้ายยยยย

            ระวังเถอะ ทำแบบนี้เวลามึงอยากมีแฟนจะลำบาก

          กูไม่ได้อยากมีแฟนสักหน่อย

          มึงคิดว่าจะอยู่คนเดียวแล้วเปลี่ยนคนนอนกอดไปทุกๆ คืนงั้นเหรอ

          นั่นแหละชีวิตในฝัน

            คำพูดไอ้อู๋ลอยเข้ามาในหัวทันที ฮือออออ ไอ้เพื่อนรัก วันนี้กูเข้าใจแล้ว เตรียมรับดอกไม้ธูปเทียนขอขมาได้เลย ไอ้กุ้งสำนึกในบุญคุณแล้วววววว

            “ว่าไง” ไอ้ทักย้ำอีกครั้ง หน้าตารอคอยคำตอบเต็มที่

            “กู

            ชะช่วยด้วย ผมขี้ขลาด ผมไม่สามารถพูดคำว่า กูชอบมึง ออกไปได้ ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี

            “มึงทำไม?”

            “กู” ผมรู้สึกได้ว่าน้ำตากำลังจะคลอเบ้า “กูไม่รู้”

            “เหอะ” น้ำเสียงนั้นเจือความผิดหวังได้ยินแล้วหดหู่เหี้ยๆ “อย่าทำแบบนี้กับใครอีก”

           

            “คนอื่นเขาไม่ได้เป็นแบบมึงทุกคนนะ”

           

            “เข้าถึงง่าย ไม่จริงจัง” หน้าไอ้ทักมันดูดุซะจนต้องหลุบตาหนี “กูล่ะคนนึง”

            เสียงเครื่องยนต์ของรถเก๋งคันหนึ่งทำลายการสนทนาของเราซะก่อน เสียงโหวกเหวกโวยวายเกิดขึ้นทันทีเมื่อกระจกที่นั่งข้างคนขับถูกลดลง ดาวคณะสังคมฯ ผู้เป็นรองอันดับหนึ่งโผล่หน้าออกมายิ้มให้ พร้อมกับมีเสียงดนตรีซึ่งดังไม่แพ้ในอาคารลอยออกมาจากเครื่องเสียงในนั้น

            “ทักกกกกก จะไปมั้ยเนี่ย” เสียงแหลมๆ นั้นตะโกนถาม

            คนที่กำลังจ้องหน้าผมสะบัดหัวเหมือนกับไล่ความคิดตัวเอง แม้แววตานั้นจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่มันก็ยังคงไม่เหมือนเดิม

            “พวกกูจะไปฉลองกันที่ร้านเหล้าหลังม.” ไอ้ทักพูดเสียงเรียบ “จะไปด้วยกันมั้ย”

            ผมเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อก่อนจะส่ายหน้า “ไปไม่ได้หรอก รุ่นพี่ไม่ให้ไป”

            ถึงไปได้ ก็ไม่มีอารมณ์จะเทเหล้าเข้าปากหรอก นอกจากเทใส่อ่างแล้วกระโดดลงไปอาบถึงจะสาสมกับความเศร้าตอนนี้

            “อ่อ” ไอ้ทักพยายามยิ้ม “กลับไปสนุกกับเพื่อนเถอะ มึงออกมานานแล้ว”

            ยังไม่ทันจะอ้าปากตอบ ไอ้เดือนมันก็สะบัดตูดเดินไปที่รถเรียบร้อย แถมยังเข้าไปนั่งเบียดกับดาวสังคมอย่างสนิทสนมอีกตะหาก

            ฮืออออ เห็นแล้วมันเจ็บจึ้ก น้ำตาไหลรินออกมาอีกสาย จนต้องเท้าแขนสะอื้นกับต้นไม้ เผื่อน้ำตาที่หยดลงมาจากแก้มจะตกสู่พื้นดินทำให้มันเจริญงอกงามต่อไป

            ไอ้ทัก คนแรกที่ปฏิเสธผม

          ไอ้ทัก คนแรกที่ทำให้ผมอกหัก

          ไอ้ทัก คนแรกที่ (เกือบจะ) ทำให้ผมไม่อยากไปนอนกับใครอื่นอีก

            ทุกอย่างรอบตัวผมเงียบสงัด จนทำให้ได้ยินเสียงเพลงในงานเฟรชชี่ไนต์ได้ชัดเจน

            อยู่ดีๆ ก็หาย ไม่รู้ทำไม อยู่ดีๆ ก็นกฉันพลาดตรงไหน ถึงได้เดินจากไป ไม่บอกกันสักคำ

            โว๊ยยยยย เพลงบ้าอะไรวะเนี่ยยย ฟังแล้วเหมือนโดยหัวเราะเยาะใส่หน้า แค่นี้ยังทรมานไม่พอใช่มั้ยฮ้า!!

            ใจร้าย ใจร้ายชะมัด ที่นี่มีแต่คนใจร้ายยยยยยยยยย

            ผมนี่น่าสมเพชชัดๆ ไอ้กุ้งบางขุนเทียนคนนี้ต้องมาร้องไห้เพราะไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้แค่คนเดียว ปกติมีแต่คนมาง้อ ไม่ก็วิ่งตามเป็นพรวน ทำไมนะทำไม ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยยยยย ฮืออออ ชีวิตมหาลัยที่หวังว่าจะสดใสหายวับไปในพริบตาเลยยยยย ไหนล่ะที่เคยตั้งปณิธานว่าจะเปลี่ยนคนนอนกอดไปทุกคืนอย่างไม่สนหมาสนแมวใดๆ ไหนล่ะ!!… ฮือออออออ

            เอ๊ะ

            ปณิธานงั้นเหรอ ใช่สิ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดไม่ใช่หรือไง นอนกอดคนไม่ซ้ำหน้า ทุกคืน ทุกคืน

            ผมตั้งสติ ปาดน้ำตาด้วยนิ้วชี้และสะบัดทิ้งลงพื้นอย่างกับมันเป็นของโสโครก

            ใช่แล้ว กุ้งออริจินอลต้องไม่เสียน้ำตา กุ้งคนที่สดใสที่สุดในวิทยาเขตนี้จะร้องไห้ไม่ได้

            บ้าเอ๊ย นี่กูมางอแงเป็นเด็กอยู่ตรงนี้ทำไม เสียเวลา!!

            หึ กุ้งจะมาทวงทุกอย่างของกุ้งคืน!!! (มองกล้องสอง)

            “แล้วมึงจะเสียใจที่ปฏิเสธกู”

            ผมยิ้มให้กับอากาศ (อารมณ์พาไป) แล้วจัดการหันหลังก้าวขาสับๆ ตั้งใจจะกลับเข้าไปสแว๊กต่อด้านใน บอกเลย ต่อจากนี้จะไม่มีวันเห็นผมได้เสียใจอีก!!

            ผมถอดกิ๊บห้าตัวที่ติดอยู่บนหัวออกแล้วปามันลงพื้นอย่างไม่ใยดี จัดการขยี้ๆ ผมที่ลีบแห้งจนกลับมาฟูฟ่องเป็นรังนกอีกครั้ง ตาก็มองตรงอย่างแน่วแน่ประดุจน้องจิ้งจอกน้อยที่พร้อมจะออกล่า!!

            “หลบ!!” ผมตะโกนใส่ไอ้พวกแก๊งเกียร์ที่ยืนขวาง ยังไม่ไปกันอีกเหรอวะ เกะกะจริงๆ เสียจังหวะการสับขาหมด

            “จะรีบไปหาญาติมึงรึคร้าบบบ!!” เสียงหนึ่งในกลุ่มตะโกนไล่หลัง เมื่อผมกระแทกผ่านจนแตกฮือไปคนละทิศละทาง

            ขวับ!

            โธ่นึกว่าจะแน่ ทีจ้องหน้าล่ะเงียบกริบกันทุกคน

            พอกำลังจะเดินก็มีเสียงมาอีก “ทำเป็นมงทำเป็นมอง เดี๋ยวปั๊ดจับบีบซะเลยนิ!!

            จริงๆ ตั้งใจจะเดินเข้างานไปแล้วนะ แต่พอได้ยินคำว่าบีบแล้ว

            “ไหน ใครจะบีบ” ผมกอดอกหันกลับมาจ้องหน้าพวกมันห้าตัวอีกครั้ง คราวนี้ตั้งใจมองทีละคนทีละคน

            “มึงอะ” ไอ้เดือนวิศวะหัวโจกชี้ไปที่เพื่อน

            “โยนขี้ทำไมอะ มึงแหละสัส”

            “โธ่ไอ้ควาย มึงอะ

            “มึง

            “เงียบ! เถียงกันทำไมวะ หนวกหู “ขอถามครั้งสุดท้ายว่าใคร”

            พวกมันมองหน้ากัน ก่อนจะเป็นไอ้เดือนที่ยกมือขึ้นหนีบๆ แบบกล้าๆ กลัวๆ

           

            ก็โอเค้ ถือว่าใช้ได้

            “เอาไลน์กูไป” เหมือนคำพูดผมทำมันสตั๊นท์ “เอ๊า! ชักช้าทำไมอะ! ไม่อยากได้ไง๊!?”

            “ยะอยากๆๆๆ” ไอ้เดือนวิศวะล้วงกระเป๋าหามือถือพัลวัน มือไม้แทบจะพันกันยุ่งไปหมด ลำบากขนาดเพื่อนมันยังต้องยื่นมือมาช่วย

            “เร็วๆ ดิ”

            “อยู่ไหนวะ”

            “ทำหายเหรอสัส”

            “พวกมึงก็ช่วยกูเซ่”

            หึ มองไอ้พวกนี้แล้วอยากจะขำ แต่ก็สะใจดี

            ได้เลยไอ้ทัก บอกเลยนะ ถ้าไม่รักก็จะร้าย จำไว้!!

            ไม่ได้ร้ายอย่างเดียว แรดด้วยยยยยยยยยยยย



 

            (เกิดความเคลื่อนไหวล่าสุด)

            ใครเคยนอนกับกุ้งบ้าง?

            [กระทู้หนึ่งในกรุ๊ป Facebook เฟรชชี่รหัส 61 มหาวิทยาลัยXX]

           

            เม้นท์ที่ห้าร้อยยี่สิบ

          บรรลุแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย

          - หนุ่มบัญชี (เจ้าเดิม)

 

            DewsX

            อะไรยังไงครับเนี่ย

 

            เม้นท์ที่ห้าร้อยยี่สิบสอง

          วิศวะตอก เอ๊ย ปักหมุดเรียบร้อยแล้วครับ

 

            DewsX

            แรง แรงมากๆ

 

          เม้นท์ที่ห้าร้อยยี่สิบสี่

          นิเทศยกมือ

 

            DewsX

            แรงสุดๆ

           

            เม้นท์ที่ห้าร้อยยี่สิบหก

          มนุษย์จีนก็สบายตัวแล้วเรียบร้อย

 

            DewsX

            ปวดใจ U_U

           

            เม้นที่ห้าร้อยยี่สิบแปด

          เภสัชร่วมลงชื่อ สดๆ ร้อนๆ

 

            DewsX

          เฮ้ยยยยยยยยย ได้ไงอะ

          เพิ่งเปิดเทอมได้อาทิตย์เดียวเองนะ กุ้งแม่งโคตรใจร้ายยยยยยยยย

 



            “เมี้ยววววว”

            “แง๊วววว”

            “เมี้ยวววววว”

            “แง๊วววววว”

            “เมี๊ยว

            “ถ้าไม่เลิกร้องกูจะเตะทั้งคนทั้งแมวให้ดิ้นเลย” ไอ้อู๋ตบะแตก “เงียบๆ ดิ คนกำลังใช้สมาธิเห็นมั้ยฮะ!!

            ผมเบ้ปากใส่เพื่อนรัก แต่มันก็ไม่คิดจะหันมามองเลยด้วยซ้ำ แม่งงงงก็เล่นแต่เกมกันทั้งก๊กแบบนี้ คนที่ไม่ติด ROV อยู่คนเดียวอย่างผมจะทำอะไรได้ นอกจากเอาหลอดเขี่ยจมูกน้องแมวที่เข้ามาคลอเคลียแก้เหงาแบบนี้เล่า

            “พวกมึงงงง” ผมอุ้มน้องมาไว้บนตัก พร้อมทั้งเขย่าตัวออดอ้อนเพื่อนๆ “กลับหอกันเถอะ กูง่วงงงง”

            “ใครใช้ให้มึงไปแรดทั้งวันทั้งคืนล่ะ” ไอ้อู๋พูดส่งๆ ใจยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอ แบ่งประสาทได้ยังไงวะเนี่ย

            “พวกมึงเล่นแต่เกมสนใจกูบ้างสิ นี่ก็จะครึ่งชั่วโมงแล้วน้า กลับกันเห้ออออ”

            “เดี๋ยว” มุนินส่งเสียง

            “เร็วๆ สิ”

            “เดี๋ยว

            “เดี๋ยวอ่ะอีกนานมั้ยฮะ!

            “เดี๋ยวกูได้ตาย!” ไอ้ตุ๊ดแฟชั่นกระแทกมือถือลงกับโต๊ะแบบไม่แคร์ราคา “กูว่าแล้ววววไอ้สัสอู๋”

            “ใครใช้ให้มึงไปอยู่ในดงตีนล่ะอีควาย”

            เอ๊า ก็นึกว่าพูดกับกู แงงงงง

            “แล้วมึงจะงอแงทำไมนักหนาฮะกุ้ง” มุนินเท้าเอว “รีบก็กลับไปก่อนเลยไป๊”

            “โหยยยยย ไม่อยากเดินคนเดียว”

            “เป็นบ้าอะไร คนอย่างมึงไม่กลัวโดนฉุดอยู่แล้วนี่”

            “มึงก็พูดไปเรื่อย” ผมเท้าคางอย่างเซ็งโลก “แล้วนี่หยากไย่หายไปไหนของเค้า เลิกเรียนก็ไม่เห็นเลย”

            “โอ๊ย รายนั้นพอหมดคาบปุ๊บก็ขับรถไปหากิ๊กที่รังสิตแล้ว เป็นเพราะมึงแหละจ้ะ”

            “เกี่ยวอะไรกันวะ” โยนขี้ที่กูอีกละ

            “คนที่นี่เขาไม่เอาดาวมหาลัยกันไงจ๊ะ”

            “ทำไมอะ” ผมหรี่ตาสงสัย

            “เขาจะเอามึงกันไง! อีไย่อยู่ไปก็เหี่ยวแห้ง สู้ไปหาเหยื่อที่อื่นให้คุ้มดีกว่า”

            “บ้า มึงก็พูดเกินไป” ได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ่ม อิๆ

            “ทำหน้าทำตา เดี๋ยวกูจะเอาน้ำกรดสาด” อีมุนินง้ามมือขึ้นสูง แต่โชคดีที่ตัวละครมันเกิดใหม่อีกครั้งก็เลยเลิกสนใจผมไป

            เอออออ เล่นให้ตายไปเลยนะพวกมึง เอาให้มันได้ไปแข่งระดับโลกเลย จริงจังกันชิบหาย

            “งั้นกูไปก่อนนะ”

            ” เงียบทุกตัว

            “งั้นกูไปก่อนนะ!

            ไอ้อู๋รำคานจนต้องเงยขึ้นมามอง “จ้าๆ กลับดีๆ นะ ไว้เจอกันจ้าเพื่อนรัก”

            ผมฟึดฟัดอุ้มน้องแมวตัวอ้วนขึ้นมาแล้วเดินออกจากร้านอาหาร ตอนนี้ผมอยู่ในอาคารที่เรียกว่า พลาซ่า มันไม่ใช่ห้างหรอกครับ แต่นิสิตต่างจังหวัดอย่างพวกเราจะเลือกอะไรได้ แค่มีสถานที่รวมแหล่งร้านอาหาร ขนมหวาน และชาบูบุฟเฟ่ต์ในราคาย่อมเยา แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

            “กลับไปอยู่กับเพื่อนๆ น้า เดี๋ยวมาเล่นด้วยใหม่” ผมปล่อยน้องแมวเข้าป่า มองมันเดินหายไปในโพรงหญ้าอย่างงงๆ ด้วยความชื่นใจ ดีแล้วววว อยู่ในที่ของตัวเองนะลูก ขึ้นไปเล่นที่ร้านอาหารเดี๋ยวเค้าตีเอา

            ผมคว้าแว่นกันแดดสีแดงขึ้นมาใส่ ส่วนหนึ่งเลยก็เพราะอากาศร้อน อีกส่วนก็คือไม่อยากจะสบตาใคร การเห็นทุกอย่างเป็นสีดำครึ้มๆ แบบนี้มันเพิ่มความมั่นใจได้เต็มที่ เวลาโดนจ้องมาจะได้ทำเป็นหยิ่งๆ เพิ่มความเข้าถึงยากให้ดูร้อนแรงเล่นๆ

            โอ๊ยยยยย หอในที่รัก ไม่ได้นอนที่นี่เกือบอาทิตย์เห็นจะได้ หลังจากที่ไปดุ๊กดิ๊กซุกซนหอนั้นหอนี้ไม่ขาด จะมีบ้างที่แวะเข้ามาเอาเสื้อผ้าตอนกลางวัน แต่ก็ไม่เจอปราโมทย์เลยสักที

            ไม่ต้องพูดถึงเพื่อนมันนะ ไอ้ทักอะ ถึงจะเจอก็ไม่พูดด้วยหรอก ไม่มีนโยบายเสวนากับคนใจร้าย

            ถึงแล้วห้อง 319

            ผมคว้าลูกบิดประตูก่อนจะกระชากมันออกมาอย่างแรง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบนั่งสลอนอยู่ที่หน้าจอทีวี ไม่ได้สังเกตเลยด้วยว่าผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้

            เดี๋ยวนะ ขอถอยมาถอดแว่นดูเลขห้องอีกที

            เอ๊า ก็ถูกแล้วนิ

            “มาจากไหนกันอ่า”

            สายตานับสิบคู่จ้องมาทันทีเมื่อผมส่งเสียงถาม

            “ไอ้สัสเก๋า ลุกมาจากเตียงเค้า!

            คนที่โดนเพื่อนเรียกกระโดดออกมาจากเตียงฝั่งผมอย่างร้อนลน พอมันลุกออกไปก็ทำให้ผมเพิ่งเห็นว่ามีผ้านวมสีเขียวม้าผืนใหญ่ทับผ้าปูลายน้องไก่ของผมไว้ซะมิดชิดจนนึกว่าไม่ใช่เตียงตัวเอง ฝีมือใครวะ เดี๋ยวต้องเคลียร์

            ไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่งประตูระเบียงถูกเปิดออก ปราโมทย์ยิ้มร่าแถมมาพร้อมกับกลิ่นบุหรี่เช่นเคย

            “อ้าว ไม่เจอกันนานเลยกุ้ง” หนุ่มจืดดีดนิ้วใส่เพื่อนๆ “หมดเวลา เจ้าของห้องเขามาแล้ว กลับห้องของพวกมึงไปสักที”

            เงียบ พวกนั้นเอาแต่จ้องผม ไม่มีใครคิดจะกระดิกซักตัว มีแต่เสียงเกมบอลดังเป็นแบ็คกราวด์

            “เฮ้ย!!” โมทย์ใช้แรงเฮือกใหญ่ “กูบอกให้กลับไปได้แล้วสัส!

            พวกหนุ่มพละทำหน้าจ๋อยก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินผ่านผมไปทีละคนๆ ด้วยความสงบเสงี่ยมเจียมตัว เอาซะนึกว่าเพิ่งไปปฏิบัติธรรมมา แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กที่รั้งท้ายแถวไม่ค่อยอยากจะออกไปเท่าไหร่ คนเดียวกันกับที่นอนเตียงของผมนั่นแหละ

            “เก๋า ไม่ใช่ตอนนี้”

            “อะไรเหรอ” ผมหันไปถามโมทย์

            “มันอยากเซลฟี่กับกุ้ง มาถามหากุ้งกะเราทุกวันเลย”

            “อ่อ” ผมยิ้มให้กับแฟนคลับ “ไว้วันหลังน้าเราง่วงมากเลย ดูตาเราสิ ถ่ายไปก็ไม่น่ารักหรอก”

            พออีกฝ่ายเห็นผมถอดแว่นก็พยักหน้า นี่ไม่คิดจะพูดกับกูสักคำเลยเหรอครับ แงงงง

            “สัญญา คราวหน้าเห็นที่ไหนเรียกได้ทันที”

            เด็กพละชื่อเก๋าชูนิ้วก้อยขึ้นมากลางอากาศ คือไรอะ จริงจังไปมั้ย

            อะเอาเถอะ ยอมเกี่ยวก้อยก็ได้ ถือว่าเป็นเรื่องขำๆ นานๆ จะเจอแฟนคลับสายน่ารัก สบายใจกว่าพวกฮาร์ดคอร์เยอะเลย

            “ไม่เจอหลายวันเลยนะกุ้ง” ปราโมทย์ชวนคุยหลังจากที่เก๋าออกไปจากห้องแล้ว

            “คิดถึงล่ะสิ”

            “คิดถึงสิ แต่มีคนนึงน่าจะคิดถึงมากกว่าเรานะ มานอนกับเราทุกคืนเลย ไม่รู้ดักรอเจอกุ้งหรือเปล่า”

            “ใคร” ยังถามไม่ทันจบ ตาก็เหลือบไปเห็นคนที่นอนอ้าซ่าอยู่บนเตียงซะก่อน กระดุมเสื้อเชิ้ตก็ไม่ติด โชว์ซิกแพ็คหราไม่แคร์สายตาใครเลย นี่ถ้าเป็นคนแรงๆ จะกระโจนลงไปเอาหน้าถูไถเป็นเครื่องปัดน้ำฝนแล้วนะ

            แต่โชคดีที่ผมไม่ได้แรงขนาดนั้น ก็เลยได้แต่ยิ้มเขินๆ

            “เฮ้ยมึง!” โมทย์ใช้เท้าเขี่ยไอ้คนที่หลับปุ๋ยหันหน้าเข้ากำแพง คนโดนปลุกงัวเงียส่งเสียงครางเล่นเอาผมขนลุก “กุ้งมาแล้ว

            “อื้มมมม อย่าหลอกกกก” ร่างใหญ่นั้นยังไม่ตื่น แถมยังบิดขี้เกียจด้วยการเบียดสะโพกเข้ากับกำแพง อู้ววว เผ็ดร้อน

            “หลอกบ้าอะไรล่ะ” โมทย์เตะเข้าให้อีกที “แหกตูดดูสิสัส!!

            คนบนเตียงยกหัวขึ้นพร้อมกับหรี่ตามองมาทางนี้ ความปลาบปลื้มหายไปทันทีเมื่อผมเห็นว่าเป็นใคร

            ไอ้ทัก

            เหี่ยว รู้สึกได้เลยว่ามีอะไรกำลังเหี่ยว อาจจะเป็นใจของผมแน่ๆ

            “เฮ้ย” ไอ้เดือนมหาลัยเด้งตัวขึ้นจากเตียง กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาเฉย เหมือนว่าไอ้ตัวที่เลื้อยไปมาบนเตียงก่อนหน้านี้ไม่ใช่มัน

            พอเห็นงั้นผมก็ทำเป็นถอดรองเท้านิสิตทันที

            “กูว่ากูไปดูดอีกตัวดีกว่า” ไอ้โมทย์ส่งเสียง แหงะ จะปล่อยให้กูอยู่กับมันแบบนี้ไม่ได้นะ

            “อะแฮ่ม”

            “อะไรติดคอเหรอ” ผมหันไปถามไอ้ทัก หัวมันนี่ชี้ฟูไปคนละทางอย่างกะเข็มทิศแม่ไก่บนหลังคาบ้าน

            เดือนมหาลัยคนล่าสุดกอดอกทำขรึม “หายไปไหนมาตั้งนาน”

            “สนด้วยหรือไง”

            ไอ้ทักเดินเข้ามาใกล้ “ไม่สนแล้วกูจะถามเหรอ”

            แหงะ

            “ขอบใจจ้า” ผมทำเป็นยิ้มเอียงคอ

            “แล้วสรุปหายไปไหนมา ถามก็ตอบดิ”

            “อืม” คิดแป๊บ “ไปหอสอง ลงมาหอสิบ ต่อหอหก แล้วก็จบหอแพทย์”

            “เข้านอกออกในขนาดนั้นเป็นพนักงานดูดส้วมหรือไง”

            แว๊กกกกกกกก

            ผมยื่นจมูกเมื่อรู้ว่าโดนเข้าให้ “ต้องให้บอกจริงๆ เหรอว่าทำอะไร”

            “อันนั้นไม่ได้อยากรู้”

            “งั้นก็เงียบไม่ต้องถาม” ผมบุ้ยปาก “แล้วก็ไปไกลๆ ด้วย ตัวเหม็นชิบเป๋ง”

            พอโดนด่าไอ้ทักก็ทำเป็นดมวงแขนตัวเอง แต่เหมือนยังไม่พอใจเพราะแม่งเล่นถอดเสื้อออกมาดมเลย

            แล้วผมจะไม่วอกแวกเหลือบไปแอบมองหน้าท้องนั้นได้ยังง้ายยยยยยย

            “ไม่เห็นเหม็นเลย”

           

            “อะลองดมใหม่” มันยื่นเสื้อมาให้

            บ้าเอ๊ยยยย เกือบจะคว้าไว้อยู่แล้ว ดีนะเทวดาฝ่ายธรรมมะโผล่เข้ามาในใจซะก่อน สาธุ สาธุ

            แต่เอาจริงนะ ยืนอยู่ตรงนี้ก็รู้ว่าไม่เหม็นหรอก หาเรื่องไล่มันไปงั้นแหละ

            “ตามองอะไรอยู่วะ”

            เวรรรร ไอ้ทักจับได้แล้วว่าผมแอบมองงงงง

            มัวแต่อึ้ง รู้ตัวอีกทีมือหนาๆ ของมันก็เชยคางผมให้เงยขึ้นเรียบร้อยแล้ววววว “หน้ากูอยู่ตรงนี้”

            “ฮึ่ยยยย” ผมสะบัดหน้าหนี “จะไปไหนก็ไปไกลๆ ตีนเลย”

            “โมโหอะไรเนี่ย” มันเท้าแขนกับตู้เสื้อผ้า “โกรธกู?”

           

            “โกรธที่กูไม่ยอมนอนกับมึงอะนะ”

            พอมันพูดอย่างนั้นแล้วมันขึ้นนนนนน “เข้าข้างตัวเองไปเปล่า”

            “อยากนอนกับกูขนาดนั้นเลยไง๊” มันดึงตัวผมเข้าไปใกล้ ดีนะยังควบคุมหน้าให้ไม่ตกใจมากได้ “ต้องยอมนอนด้วยใช่มั้ยฮะถึงจะหายโกรธ”

            โว้ยยยยยยย ไอ้โมทย์ดูดหรือแดกบุหรี่อยู่อะ เข้ามาช่วยกูด้วยยยยย

            ไม่ได้การละ ตัวคนเดียวแบบนี้ มันต้องสู้แล้วสิ

            “เหอะ กล้าเร้อออ” ผมเอียงคอ “ที่ปฏิเสธกูไม่ใช่เพราะขี้ขลาดหรือไง”

            “ไร้สาระ คนอย่างกูไม่เคยขี้ขลาด”

            “จริงอะ” ผมยิ้มหวาน “ไม่อยากจะเชื่อ”

            “หึ” ไอ้ทักหลุบตาต่ำลง จ้องเสื้อนิสิตของผมด้วยแววตาพิลึกพิลั่น สายตามันทำให้ผมรู้สึกอายเหมือนกับกำลังมองทะลุเข้ามาในร่มผ้าซะอย่างนั้นแหละ

           

            “กูจะกัดตรงนี้” มันเอานิ้วจิ้มที่คอ จากนั้นก็ลากลงไปเรื่อยๆ “จูบตรงนี้ ลากปากมาให้ถึงตรงนี้

            จึก! แงงงงงงงงง โดนนม

            ” ผมนี่ถึงกับกลืนน้ำลายดังอึกๆ

            “แล้วก็จบลงตรงนั้น”

           

            “จากนั้นก็จะเป็นมึงที่ต้องร้องขอชีวิต”

            “เด็ดขนาดนั้นเชียว”

            ไอ้กุ้ง! ไอ้นรก!! ยังจะไปปากดีใส่เขาอีก หน้าตาเอาจริงเอาจังแบบนั้นจะถามเพื่ออออออออ

            “จริงๆ กูก็ยังไม่เคยลองกับผู้ชายหรอกนะ” ยัง ยังจะเขยิบเข้ามาใกล้อีกกก “แต่คลำนู่นคลำนี่ไปเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็ลงไปที่เดียวกันอยู่ดีใช่ปะวะ”

            ตายยยยย เลือดหมดตัว แอ่กกกกก

            ไม่ได้ๆ เทวดาฝ่ายธรรมมะต้องไม่พอใจแน่ๆ

            ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ มัน “กูว่ามากไป ลองถอยกันคนละก้าวมั้ย”

            “โอเค กูเห็นด้วย” ไอ้ทักพยักหน้า

            แล้วเราก็ผละออกและหันหลังให้กัน ผมเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนไอ้ทักที่มะกี้ผีหื่นเข้าสิงได้แต่เกาหัวแกรกๆ

            หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อย ผมก็ทำเป็นปิดตู้เสียงดังๆ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ตัว

            “วันนี้จะนอนไหนฮะ” โอเค น้ำเสียงไอ้ทักกลับมากวนตีนเหมือนเดิมแล้ว

            “นอนนี่แหละ ไม่มีนัดที่ไหน”

            “กูล่ะหมั่นไส้” เดือนมหาลัยกลอกตา “ดีเหมือนกันกูจะได้กลับไปนอนห้องสักที ไอ้โมทย์มันเหงานะรู้เปล่า”

            “จริงอะ ไม่ใช่มึงมานอนดักรอกูนะ?” เห็นโมทย์มันว่างี้ไม่ใช่เหรอ

            “เพ้อเจ้อ” มันเดินไปคว้ากระเป๋าเป้มาสะพาย โว้ย ไม่ใส่เสื้อใส่แสงก่อนวะ “ช่วงนี้ก็อยู่เป็นเพื่อนมันหน่อยแล้วกัน ถ้ามีรูมเมทก็ไม่มีใครอยากนอนคนเดียวหรอก แล้วจะไปไหนกับใครก็แบ่งเวลามาหาไอ้โมทย์บ้าง ช่วงนี้มันอกหัก กูก็ไม่ค่อยจะมีเวลาดูแล”

            ที่พูดมามีเรื่องจริงมั้ยอะ หรือจ้อจี้ทั้งหมด “ครับบบบพ่อ”

            ไอ้ทักย่นคิ้ว “ไหนพูดครับอีกทีสิ”

            “ไอ้สัส”

            “อย่าดื้อ เดี๋ยวจับบีบ”

            สั่งจังเลยยยย “ครับ”

            “เป็นไอ้กบเวอร์ชั่นน่ารักขึ้นสักสิบเลเวลเห็นจะได้” มันขยี้หัวผมจนเละ แง๊ “เฮ้ย เกือบลืม”

            ไอ้ทักพุ่งตัวไปดึงผ้านวมสีเขียวขี้ม้าจากเตียงออกมาจากเตียงผม สีเหลืองสว่างจ้าของผ้าปูน้องลูกเจี๊ยบก็กลับมาทักทายผมอีกครั้ง คิดถึงจังลูกกกกก

            “เอามาคลุมเตียงกูไว้ทำไมอะ”

            ไอ้ทักเลิกคิ้ว “วันนี้เพื่อนมา เดี๋ยวพวกมันรู้ว่าสีเหลืองคือมึงก็โดนล้ออะดิ”

            แหนะ แล้วมาต่อยใจกูอีกนะ

            “แล้วอะไรอยู่ใต้เตียงวะน่ะ” ผมเหลือบไปเห็นถุงน้อยถุงใหญ่แออัดกันอยู่ใต้นั้น

            “ของขวัญจากพวกแฟนคลับ”

            “เจริญ แล้วมาทิ้งไว้ที่กูเนี่ยนะ” น้องกุ้งไม่ใช่กระโถนของใครนะโว้ยยยยย

            “ไม่ได้ทิ้ง” มันกระชับผ้านวมที่อยู่ในอ้อมกอด “มีแต่อะไรไม่รู้ สีเหลืองเต็มไปหมด แล้วกูไม่ได้ชอบสีเหลืองสักหน่อย

           

            “กูเลยเอามาให้มึง”

            โอ๊ยยยยยยยยย

            ผมทิ้งตัวคว่ำหน้าลงบนเตียงแล้วทำเป็นส่งเสียงหาววอดๆ “เสร็จธุระก็ออกไปได้แล้ว จะนอนนนนน”

            “หึ ไม่ต้องตื่นเลยก็ดี จะได้ไม่ต้องไปแรดที่ไหน”

            คร่อกกกกกก ฟี้

            “หลับแล้วเหรอวะ”

           

            “ฝันดีเว้ย”

           

            “กุ้ง

            ผมได้ยินมันถอนหายใจอยู่สองสามทีจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงเปิดปิดประตู

            เฮ้ออออ ไปสักที

            “กูยังอยู่”

            “แว๊กกกกก” ผมร้องลั่นเมื่อลืมตามาเห็นมันนั่งเท้าคางทำหน้ากวนๆ อยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือ

            “ลวงเก่งนะมึงอะ”

            “เลิกแกล้งกูสักที” ฮือออออ จะดิ้นๆๆๆๆ หงุดหงิดไอ้บ้านี่จัง

            “มึงต่างหากที่แกล้งทำเป็นหลับ!” ไอ้ทักลุกขึ้นไปจับลูกบิดต่อหน้าต่อตา คราวนี้มึงหลอกกูไม่ได้แล้ว!

            “ออกไปเลยยยย”

            ไอ้ทักยิ้มมุมปาก “แกล้งกันต่อไปแบบนี้ไม่สนุกกว่าเหรอวะ จะมาอยากนอนกับกูทำบ้าอะไร”

            “เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วน่า” ผมมุดตัวใต้ผ้าห่ม “ออกไปก็ล็อคประตูให้ด้วย”

            “ไม่ เผื่อกูเข้ามาเล่นอีก”

           

            “ฝันดี”

            “อืม” ผมแอบจ้องจนแน่ใจว่ามันหายหลับออกจากห้องไปเรียบร้อย

            เฮอะ ถามมาได้

            ฮึ่ยยยย หงุดหงิด ไอ้โง่นี่มันดูไม่ออกหรือไงฮะว่ากูชอบ ระดับความอยากนอนกับมึงมันมากกว่าคนอื่นๆ ตั้งเยอะตั้งแยะ โอกาสดีนาทีทองแบบนี้ยังจะมาปฏิเสธอีก มีตาหามีแววไม่

            “ไอ้ทักไปแล้วเหรอกุ้ง” รูมเมทหน้าจืดกลับเข้ามาในห้อง

            “อือ” ผมยกหัวขึ้นหนุนตัวเองมือเพื่อจะได้มองโมทย์ได้ชัดๆ “โมทย์ถามอะไรหน่อยดิ ตอนนี้อกหักอยู่เหรอ”

            “ฮะ บ้า เรายังไม่มีแฟนเลยจะอกหักได้ไง”

            “ก็ไอ้ทักมันบอกอะ”

            “กุ้งโดนมันหลอกแล้วล่ะ” รูมเมทว่า น้ำเสียงมีความขบขัน

            “ก็ว่างั้น โมทย์บอกว่ามันมานอนรอเราทุกคืนใช่ปะ?”

            “เอ่อ มานอนทุกคืนอะใช่ แต่ที่ว่ารอเราแซวนะ”

            “หึ” ผมคลุมโปง ขอชัตดาวน์ตัวเองแต่เพียงเท่านี้ “สงสัยจะมารอจริงๆ ว่ะ”

            นึกแล้วก็พิลึก อุตส่าห์ทำตัวดื้อแรดๆ ก็ไม่ได้ช่วยบ้าอะไรเล้ยยยยย

            พอเห็นหน้าไอ้ทักแล้ว ทำให้รู้ว่าก็ยังอยากจะนอนกอดกับมันอยู่ดี

            และพอผ่านชั่วโมงผีหื่นเข้าสิงตะกี้ ก็ยิ่งอยากให้นอนด้วยกันใต้ผ้าห่มน้องลูกเจี๊ยบนี้เลยด้วย



TBC*

 :hao7: :hao7: :hao7: :hao7:

เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ทำงานแล้ว
เลยรีบบบบเอาตอนใหม่มาเสิร์ฟให้แม่ๆ หน่องกุ้งก่อน
เดี๋ยวจะไม่มีเวลาเอาน่ะครับ

สู้ๆ กับปีใหม่นะครับบบบบบบ
(เดี๋ยวก็สงกรานต์แล้วววว)

ยังไงก็ฝากคอมเม้นให้หน่อยน้าาาาา <3

พูดคุยกันได้ที่ https://www.facebook.com/thene0classic
หรือ #อย่ามาอยู่กับกุ้ง นะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.037K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,510 ความคิดเห็น

  1. #5442 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 14:35
    ไม่อยากให้ทักเข้าใจผิดเลยยย
    #5,442
    0
  2. #5432 After_TeaTime (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 04:33
    รือที่่น้องบอกว่านอนน่ะ คือนอนจริงๆนะ5555 แบบนอนกอดกันกลับฟี้ๆอ่ะแก55555
    #5,432
    0
  3. #5426 Jibangrin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 18:50
    เข้าใจผิดอยู่แน่ๆ ทักเอ้ยยย55555
    #5,426
    0
  4. #5368 Shipnielong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 12:49
    เขิงงงงงงงงง
    #5,368
    0
  5. #5199 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 09:04
    อยากบีบน้องกุ้งด้วยจังงงงงงงงงง 55555555555555555555
    #5,199
    0
  6. #5132 ยิ้งฉุบ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 09:53
    มาอ่านปีใหม่พอดี น้องกู้งงงงงง
    #5,132
    0
  7. #4942 ojay2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 21:18
    น้องลูกกกกก
    #4,942
    0
  8. #4901 mmyu24 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 00:35
    คือจะหวีดก็หวีดไม่สุดเพราะทักน่าจะเข้าใจน้องผิดๆอยู่ แง้
    #4,901
    0
  9. #4886 K_57 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 00:28
    ปรับอารมณ์ไม่ทันค่ะ5555555
    #4,886
    0
  10. #4826 JDPPSJIN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 08:57
    กี้ดคือดีย
    #4,826
    0
  11. #4654 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 22:49
    ทักคิดว่านอนในความหมายอนื่รึเปล่ากุ้ง
    #4,654
    0
  12. #4641 Mistyblack (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 13:14
    วงวารนิดๆ ทั้งคู่เลย
    #4,641
    0
  13. #4542 parnparntheloser (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 21:51
    กุ้งงงงงง กรี้ดนังกุ้ง55555
    #4,542
    0
  14. #4491 Sasithorn Sadsang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 07:27
    แง ทักอยากชัดเจน
    #4,491
    0
  15. #4475 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 17:29
    อหหหหหหหหห
    #4,475
    0
  16. #4459 qwrhnm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 20:30
    แง้ง ขอเอาไม้มาฟาดเจ้าทักแปปนุงได้มั้ย มาทำน้อนกุ้งเสียใจได้ยังไง ร้องไห้เลนอ่ะ ฮื่อออ น้อนกุ้งก็ปากแข็งจริงเลย ต้องตีคู่!!!!
    #4,459
    0
  17. #4427 PiyapornHunthong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 15:26
    ไม่ไหววววววววว อร๊ายยยยยยยย
    #4,427
    0
  18. #4361 61imyoko (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 19:38
    ทำไมกุ้งไม่บอกเค้าไปเล่าว่าชอบบ อยากนอนแบบกอดๆ ฮืออ
    #4,361
    0
  19. #4350 PareWaPkh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 14:53
    ถอยคนละก้าว5555
    #4,350
    0
  20. #4333 WayVe❤ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 11:44
    เป็นความแรดที่น่ารักน่ารัดมากอ่ะ เหมือนใส่ฟิลเตอร์กระต่ายน้อยมีนอ 5555 ละน้งชอบทักแล้วแบบรู้ใจตัวเอง ทักนะทัก ไหนว่าจะไม่ตัดสินใครจากที่ฟังจากคนอื่นไง น้งอุตส่าห์อยากนอนด้วยไปตลอด ว่าละก็คิดถึงหุ่นหนุ่มพละมันกะแซ่บๆหน่อย แอร่กๆ
    #4,333
    0
  21. #4139 MatteMe (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 01:54
    ตลกจนจะเป็นบ้า ทำไมน้องแรดแล้วน่ารักนักก็ไม่รู้ ความงอแงอยากให้เค้านอนด้วยก็โคตรน่ารักเลย อยากได้กุ้งงงง เจา
    #4,139
    0
  22. #4096 Orathaiks (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 23:04
    น้องงงงงงงหักห้ามใจหน่อยลู๊กกกกก
    #4,096
    0
  23. #4047 Azlyss (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 03:23
    ตลกตอนถอยคนละก้าวมาก สถานการณ์อะไรอะ5555555555555555555555 เขินแล้วเขินอีก โว้ยยยยยย
    #4,047
    0
  24. #3952 Serin71228 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 20:02
    ความแรดไม่ได้ทำให้ลืมค่ะกุ้ง หนูต้องมีความแข็งแรงของหัวใจ//สอนขุ่นแม่โอปอล์
    #3,952
    0
  25. #3896 gnawkezi~* (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 07:38
    แรดไปก็ไม่ช่วยอะไรเลยน้องกุ้ง หนูก็ยังใจอ่อนยวบกับพ่อเดือนพละอยู่ดี งุงิ
    #3,896
    0