[END] ➤ └ อย่ามาอยู่กับกุ้ง ┐(BL)

ตอนที่ 5 : EP.4 | นี่คุณคือเดือนหรือหมาใน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,801
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,215 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60

EP.4

นี่คุณเดือนหรือหมาใน



 

            ขวับ!

            ทุกคนในคณะหันมามองผมอย่างพร้อมเพรียงอย่างกะซ้อมไว้ ผมได้แต่อ้ำอึ้งอ้าปากค้างไม่รู้จะทำอะไรต่อ

            อะไอ้ทัก อะไรของมึง! มาไม้ไหนอีกวะเนี่ยยยย

            “อีเนรคุณ” มุนินมองผมตาขวางมาจากที่นั่งด้านล่าง

            “เอ๊า?! ด่ากูทำไมอะ?”

            “มึงไปต่อยกับมันมาตอนไหน ตอนเข้าฐานเหรอ?” ไอ้อู๋กระซิบถาม หน้าตาดูพยายามจับผิดแบบเกินเหตุ

            “อือ”

            “แล้วมึงไปรู้จักมันได้ยังไง?”

            “เรื่องมันยาว ไว้เล่าได้มะ” ผมบุ้ยปาก แต่ดูท่าอีกฝ่ายก็ยังไม่ลดละ

            “กุ้ง” ไอ้อู๋พยายามเค้น ผมล่ะเกลียดสายตารู้ทันของมันจริงๆ

            “กับไอ้นี่กูไม่ได้คิดอะไรด้วยเลย จริงๆ สาบานได้” ผมชูสามนิ้ว “มันกับกูออกจะไม่ค่อยชอบกันด้วยซ้ำ”

            “ไม่ค่อยชอบ?” เพื่อนรักทำตาโต “โอ้โห มันเป็นคนแรกเลยนะเนี่ยที่ปฏิเสธของดี”

            “กวนตีนละ ของดงของดีอะไรเล่า พูดจาเพ้อเจ้อ” ผมส่ายหัว “มันชอบแกล้งกูอะ”

            “อ๋อเหรอ...” ไอ้อู๋หรี่ตามอง

            ผมเลิกใส่ใจและหันไปยังบนเวทีต่อ ไอ้ทักยังคงมองมาไม่เลิก ผมส่งยิ้มเจื่อนๆ กลับไปเพื่อเป็นการลองเชิง แต่มันก็ยังคงยืนนิ่งใส่ แหงะ

            “เอ...พี่ว่าเข้าเรื่องกันดีกว่าเนอะ” พิธีกรถอยออกมาจากไอ้ทัก “เดี๋ยวดาวเดือนจะยังอยู่กับเราบนเวทีนี้ แต่สำหรับน้องๆ คณะต่างๆ พี่มีกิจกรรมมาให้เล่นกัน ชิงรางวัลเป็น...”

            แล้วพิธีกรสาวก็ดึงผ้าสีแดงที่คลุมอะไรบางอย่างออก แล้วก็พบว่ามันคือขนมปี๊บขาไก่เกือบห้าสิบกล่องถูกตั้งไว้อย่างสวยงามเหมือนกับช็อปแบรนด์เนม เด็กปีหนึ่งอย่างพวกเราเห็นแล้วก็โห่ร้องไปตามๆ กัน

            “โอ๊ยคุณเจ๊คะ ลงทุนหน่อยเห้อออออ!” มุนินตะโกนลั่นเป็นคนแรก เรียกเสียงหัวเราะให้กับเพื่อนๆ ที่อยู่ข้างๆ ได้ดี

            “แค่เห็นก็เค็มลิ้นแล้วใช่มั้ยล่ะคะ เอาล่ะ แต่ละคณะส่งตัวแทนกันมาหนึ่งคน เดี๋ยวนี้เลย!

            เกิดความชุลมุนในห้องประชุม ทุกคณะไม่มีใครยอมใคร ต่างขมักเขม่นเลือกคนที่ดีที่สุดออกไปหน้าเวที

แตกต่างจากเด็กสินกำอย่างเรา ที่ทุกคนแม่งไม่ได้สนใจ เอาแต่นั่งนิ่งๆ และไม่มีใครคิดจะอาสา แปดสิบเปอร์เซ็นต์ล้วนเท้าคางมองดูเหตุการณ์วุ่นวายรอบๆ โดยไม่คิดจะทำอะไร บ้างก็หาววอดๆ พร้อมจะนอนต่อ

            “เอาล่ะค่ะ ทยอยกันมาแล้ว รีบมาเร็ว!

            “ไม่มีใครไปจริงๆ เหรอ?” ทว่าหลังจากนิ่งกันอยู่นาน ไอ้อู๋ผู้เป็นประธานรุ่นยืนขึ้นเพื่อตะโกนถามเพื่อนๆ

            “ไร้สาระน่าอู๋ จะเหนื่อยแลกขนมปี๊บทำไม” ผมสะกิดบอกมัน

            “เออ หรือว่าต้องหาคนออกไปอะอู๋ ดูดิ ขาดแต่คณะเราแล้วเนี่ย” มุนินเริ่มสับสน ทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะทำยังไงต่อดี แหม แล้วตอนแรกทำเป็นบ่น

            “อ้าว ยังไงค้า เหลือแต่สำกำนะค้า อย่าให้กูอายน้า กูยังอยู่บนนี้เด้อออ” เสียงในไมค์นั้นไม่ใช่พิธีกร หากแต่เป็นหยากไย่ดาวคณะ ที่บัดนี้เริ่มหน้าเจื่อนเพราะสินกำไม่คิดจะส่งใครขึ้นไปบนเวที

            “เอาไงมึง อีไย่หน้าแหกแล้วน่ะ” มุนินกังวลจนต้องยืนขึ้นบ้าง สีหน้าเคร่งเครียด ไม่ต่างจากไอ้อู๋ผัวมโนของมัน

            “ทำไมมึงไม่ไปเองอะ พูดมากจัง” ผมเห็นปฏิกริยาของมันแล้วรำคาญชะมัด

            “มึงเลยอีกุ้ง มึงออกไปเลย”

            “บ้า! เรื่องอะไรอะ!” ผมตาโต ไอ้นี่ชอบหาเรื่องให้กูอีกละ

            “เออ ไปมั้ยกุ้ง” ไอ้อู๋ก็เอากับเขาด้วย

            “ไม่ไปไหนทั้งนั้น! จะไปก็ไปกันเองสิ”

            “อีกุ้งอยู่ไหนคะ ขึ้นมาหน่อยค้า บนนี้มีคนอยากเจอ” หยากไย่ยังคงเอาไมค์ไปเล่น

            “แหงะ” ผมเริ่มหน้าเสีย แต่ก็ชะโงกไปดูบนเวทีด้วย อยากรู้เหมือนกันว่าใครมันจะอยากเจอผมกันวะ

            “พวกมึงไม่ต้องเถียงกัน กุ้ง! มึงลุกขึ้นมาเลยเร้วววว”

            “เอ่อ น้องไย่คะพี่ขอไมค์คืนหน่อยเนอะ...” พิธีกรเริ่มกลับมามีบทบาทบ้าง “อะๆ เหลือแต่สินกำนะจ๊ะ ยังไงเอ่ย จะยอมสละสิทธิ์หรือเปล่า!?

            “กุ้ง มึงออกไปเถอะ” ไอ้อู๋ดึงแขนเสื้อผมให้ลุกขึ้นมา แงงงง ช่วยด้วยยย

            “โหยยยย ทำไมอะไรๆ ก็กูวะ” ชักหงุดหงิดแล้วนะ ฮึ่ย!

            “เร็วๆ มึงคือความหวังของพวกกูนะ”

            “ไม่ต้องมาปากดีเลยอีมุนิน เมื่อกี้มึงยังด่ากูฉอดๆๆๆ” ผมมองค้อน แต่ก็เอาเถอะ มาถึงขนาดนี้แล้วนี่ “เออๆๆๆๆ กูไปเอง”

            “เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ”

            เพื่อนๆ ในคณะส่งเสียงร้องเมื่อผมลุกขึ้นและวิ่งลงไปยังบนเวที หยากไย่เข้ามากอดผมอย่างดีอกดีใจเป็นคนแรก ส่วนไอ้ฟิวส์เดือนจากสินกำเช่นกันกลับยักคิ้วให้อย่างกวนๆ ตามประสาคนขี้เก๊ก และข้างๆ กันนั้นก็คือไอ้ทักที่กอดอกทำหน้านิ่งๆ อยู่ เมื่อผมเดินผ่านมัน หน้าหล่อๆ ที่บัดนี้ไม่ดูไม่ค่อยกวนตีนเท่าไหร่ก็หลุดยิ้มออกมาซะอย่างนั้น เล่นเอาผมต้องสะบัดหน้าหนี รีบก้าวขาผ่านพวกดาวเดือนไปยังตำแหน่งที่พิธีกรเรียกอย่างรวดเร็ว

            ไอ้บ้า นิ่งอยู่ดีๆ จะมายิ้มหาแปะมึงเร้อออออ ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องก่อนหน้านี้นะเว้ยยยย

            “เอาละคะ แนะนำตัวกันก่อนเลยอย่างแรก เริ่มจากน้องกุ้งคนดังเลยแล้วกันเนอะ”

            เพราะผมเป็นคนสุดท้ายที่ขึ้นมาบนเวที ไมค์เลยจ่อเข้าให้ที่ปากผมอย่างเลี่ยงไม่ได้

            โอ๊ยยยย ทำไมอยู่บนนี้แล้วมันตื่นเต้นจังวะ ทุกคนแม่งจ้องผมเป็นตาเดียวเลยอ่า

            “สวัสดีครับ ผมชื่อกุ้ง

            “อ๊ะๆ ไม่ได้จ่ะ เมื่อกี้ดาวเดือนเค้าไม่ได้แนะนำตัวตามลายเซ็นต์ของสินกำ พี่ว่าหนูต้องกู้ชื่อเสียงหน่อยแล้วล่ะน้า”

            “ง่า” ผมอ้าปากเด๋อด๋า

            หึ่ยยย กูว่าแล้วเชียว

            “ขออนุญาตแนะนำตัวครับ” ผมยกมือตามกฎก่อนจะเริ่ม ผมชื่อนายอิสระ นามสกุลปัจฉิมสะหะ ชื่อเล่นกุ้ง น้องกุ้งน่ารัก ใครไม่รักก็บ้าแล้ว! จบจากโรงเรียนเซนต์เจมส์...ยอม! ยอมเป็นข้าวมันไก่! อยู่เอกการแสดงและกำกับการแสดง...

            “เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ”

            “ชื่อพรีเซ้นต์ด้วยมึง” ไอ้ไย่เขยิบเข้ามาส่งซิก

            “ฮะ?” ผมนี่งงเลย ทำไมต้องทำด้วยอะ เขาไม่ได้บอกสักหน่อยยยยย

            “เชื่อกู ทำชื่อพรีเซ้นต์ด้วย เอาปังๆ” สีหน้าของดาวคณะช่างดูอ้อนวอนเหมือนผมเป็นความหวังสุดท้าย จริงๆ มันก็อยากทำเองอะแหละดูก็รู้ แต่จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ดาวคณะที่สวยเพรียบพร้อม

            “กะ..กูคิดไม่ออกกกกก”

            “เอาแบบแซ่บๆ ให้คนกรี๊ดกันไปเลย” หยากไย่กระซิบต่อ ผมได้แต่ทำตาวอกแวกจนจะหลุดออกจากเบ้ามากลิ้งที่พื้นอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะตื่นเต้น แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะกำลังคิดชื่อดีๆ อยู่

            โอ๊ยย ยากจังอะ!

            “กูคิดได้แต่อะไรแบ๊วๆ”

            “อย่าแบ๊วเดี๋ยวไม่เกิด!” คนสวยชี้นิ้วคาดโทษ “...งั้นเอาชื่อนี้ไป”

คุณดาวเข้ามาใช้มือป้องข้างหู พอได้ยินคำที่มันกระซิบมาก็เล่นเอาผมช็อค!

            “จะ...จะดีเหรอมึง” ผมหน้าซีด

            “เชื่อกู... เกิด” หยากไย่ขยิบตาให้

            “มีอะไรอีกมั้ยคะน้องกุ้ง” พิธีกรเอียงคอถามเพราะเห็นผมยึดไมค์ไว้นาน

            “เอ่อ...ชื่อพรีเซ้นท์” ผมกลั้นใจ เอาวะ! ถ้ามันจะเรียกเสียงกรี๊ดเป็นหน้าเป็นตาของคณะอะ

ขอให้มันได้ผลละกัน!

ผมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสามเม็ด ด้วยความที่ชุดระเบียบนิสิตตัวใหญ่มากผมจึงถอดออกมาทางหัวได้อย่างง่ายดาย หยากไย่ยื่นมือมารับมันไว้ให้ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดที่เล่นเอานึกว่านักร้องเกรดเอมาเปิดคอนเสิร์ทแถวๆ นี้ ใจเย็นๆ น้า แค่ถอดเสื้อเองงงง

ผมยกมือขึ้นมาตั้งวงเตรียมจะรำ

 “รำวงๆ ด๊าวด่าว ดาวได่ ดาวได๋ ดะดิดง (เซิ้งอย่างเมามัน) หนุ่มเอ๊ย สาวเอ๊ย เรามารำวงกันด่าวด่าว เรามารำวงกันด่าวด่าว (แถมเด้าเอวแรงๆ ให้สองสามที) ชื่อพรีเซ้นท์ รำแก้บน!

“แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อีกุ้ง! เสียงกรีดร้องจากมุนินคือสิ่งแรกที่ผมได้ยิน เหมือนเป็นแกนนำให้เพื่อนๆ โห่ร้องที่ตามมา มันดังกระหึ่มชนิดที่ผมอึ้งไปเลย

            เดี๋ยวนะ! มะ...ไม่ใช่แล้ว! ไม่ใช่แค่อัฒจรรย์สินกำ แต่ทุกคนในห้องส่งต่างก็สติแตกกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งไปหมด

            ชอบกันใช่มั้ยอะ! โอ๊ยยย น้ำตาจะไหล ชื่อพรีเซ้นท์แรกที่ไม่แป้ก ถูกการันตีด้วยความถูกใจของคนหมู่มาก ต้องบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊คแล้วโว้ยยยยยย!

            ผมดีใจจนต้องยกมือขึ้นมาไหว้สลับไปทุกสารทิศ แต่ผมสะดุดไปจังหวะหนึ่งเมื่อเห็นท่าทีของไอ้ทัก เดือนพละสุดกวน

            มัน... กำลังอ้าปากค้าง แถมสายตาจ้องมายังจุดที่ไม่สมควรเอามากๆ อีกตะหาก!!

            “...”

            ผมดึงเสื้อจากมือหยากไย่มาปิดหน้าอกสีชมพูนมเย็นของตัวเองไว้จนไอ้ฝ่ายที่มองอยู่รู้ตัว ไอ้ทักรีบหุบปากแทบจะทันทีพร้อมกับแสร้งทำเป็นเอามือไพล่หลัง เขย่าตัวเองไปมาส่งยิ้มให้กับสิ่งแวดล้อม เหมือนจะเนียนว่าปฏิกริยาที่เห็นก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น!

            โอ๊ยยยยยยย จะมาจ้องนมกูทำไมกันเล่า!

            “อ๊ายยย น่ารักเว่อร์ค่ะน้องกุ้ง แหมหูแดงเชียว เขินสาวเหรอจ๊ะ?” พิธีกรหยิกแก้มผมอย่างหมั่นเขี้ยว

            โอเค ยอมรับก็ได้ว่าเขิน สาวๆ อะไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้เดือนพละโน่นสิ! แง๊ อายหัวนมอะ...

            ไมค์ถูกส่งต่อไปที่คนอื่นเรื่อยๆ แล้วช่วงเวลาแนะนำตัวก็หมดไปในที่สุด

            “เอาล่ะ เราจะเริ่มแข่งขันชิงขนมขาไก่แล้ว กติกาก็คือ แดนซ์แบทเทิ่ล!

            นั่นไงกิจกรรมสร้างสรรค์อีกแล้วแม่คุณ

            “ใครเต้นได้แรงสุด ได้เสียงกรี๊ดมากที่สุด รับไปเลยขนมขาไก่ที่กินทั้งชาติก็ไม่หมด เราจะเริ่มกันหลังจากที่เพลงขึ้น พร้อมนะคะ”

            เดี๋ยวววว ผมยังไม่พร้อมมมม

            “ปิ๊ดดดดดดด เริ่มได้!

            จังหวะดนตรีเริ่มขึ้นเมื่อสิ้นเสียงนกหวีด ดาวเดือนข้างหลังช่วยบิ้วเพื่อนจากคณะเดียวกันด้วยการโห่ร้องไม่ก็ตบมือตามจังหวะเพลง ซึ่งขอบอกเลยอีไย่ก็เป็นกำลังใจชั้นดีเลยทีเดียว เสียงกรี๊ดของมันนี่ดังกว่าใครเลย แต่ยังไงผมก็ไม่กล้าเต้นอะ ฮืออออ

            “เต้นสิกุ้ง นิ่งทำไมเนี่ยยยย!” อีไย่เขยิบเข้ามาประชิดตัวผมอีกรอบเมื่อเห็นว่าเอาแต่ยืนนิ่ง

            “เต้นไงดีอะมึง” ผมทำหน้าแหยอย่างกังวล

            “เอาแรงๆ”

            “โอ๊ยยย กูเต้นไม่เป็น เคยแต่เต้นคัฟเวอร์”

            “วงอะไร?” ดาวคณะเท้าเอว

            “ทูพีเอ็ม”

            “ไม่แรงเท่าไหร่ กูว่าต้องเต้นแบบมิสเอ ลองดูๆๆๆๆ”

            “โอ๊ยยยย” ปวดหัวโว้ยยยย

            ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ได้คะแนนนำโด่งไปก่อนแล้วเพราะออกเสต็ปแบบไม่มีใครยอมใคร เหลือแต่ผมคนเดียวนี่แหละที่ยืนเอ๋อ ขนาดแค่ขยับแข้งขยับข้าก็ยังไม่ตรงจังหวะเลยด้วยซ้ำ

            “ยืนนิ่งทำไม เต้นดิ”

            หืม นี่มันเสียงไอ้ทักนี่หว่า

            เดือนพละที่ตอนนี้ปาดผมเรียบแปล้โชว์ความหน้าใสยืนกอดอกมองอยู่ใกล้ๆ แถมยังทำเป็นขมวดคิ้ว อย่ากับเป็นเรื่องเครียด เอ๊า แล้วเด็กคนละคณะอย่างมันจะมาสนใจผมทำไมอ่า

            “กูอายอะ ไม่ค่อยได้เต้น” ผมพูดแบบเหนียมๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะกลัวมันด้วยแหละ ไม่รู้ว่าจะหายเดือดหรือยัง เดี๋ยวโดนดุแบบมะวานจะทำไง

            “อายอะไรวะ” ไอ้ทักเดินเข้ามาใกล้ “อายกู?”

            ผมเป้ปาก “อย่าเข้าข้างตัวเองดิ๊”

            “อ้าว ถ้างั้นไม่ได้อายกูแล้วอายอะไร?”

            “ก็

            นั่นสิ อายอะไรวะ ตอบตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน

            “ไอ้เต้นอะ แค่ใส่อารมณ์หน่อยมันก็ได้แล้ว” ไอ้ทักโคลงตัวเข้ามาใกล้ “ไม่ต้องกลัวกูจะเห็นมึงหรอกน่า กูเห็นถึงนมมึงแล้ว”

            “ไอ้ส้นตีน! ก็บอกว่าไม่ได้อายโว้ยยยย”

            “ถ้างั้นจัดสเต็ปมันส์ๆ ให้ดูสักทีดิ๊” ไอ้ทักแยกเขี้ยว “เดี๋ยวแพ้แล้วจะขายขี้หน้าเอานะ”

            ถึงตอนแรกกะจะไม่สนใจ แต่พอได้ยินคำว่าแพ้แล้วมันนึกขึ้นได้ว่านี่คือการแข่งขันนี่หว่า การเต้นครั้งนี้มันมีคำว่าศักดิ์ศรีมาเดิมพันด้วยด้วย โอเค งั้นผมจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!

            เสียงกรี๊ดเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อผมทำท่าปาดเจล ที่เลือกจะเต้นท่านี้เพราะตาดันเหลือบไปเห็นทรงผมของไอ้เดือนพละเข้า แต่เอาจริงๆ ผมจำท่านี้มาจากวัยรุ่นแถวบางขุนเทียนตอนวันสงกรานต์ด้วยแหละ แม่งโคตรเท่

            จากนั้นผมก็จัดมาให้ทุกท่า แว๊นซ์ทุกสไตล์ แต่ยอมรับเลยว่าแม่งปลดปล่อยได้ดีโคตรๆ แถมยังเรียกสายตาจากคนอื่นได้ดีอีกตะหาก เชื่อเลยว่าตอนนี้ผมมีคะแนนนำแล้ววววววว

            เห็นงั้นผมจึงไม่ปล่อยให้ตัวเองนิ่ง จัดต่อทั้งท่าปะแป้ง ดึงดาว และสาวเชือก และอื่นๆ เท่าที่จะนึกออก

โอ๊ยยย มันส์โว้ยยยยย

            ปิ๊ดดดดดดดดดดด” เสียงนกหวีดบอกหมดเวลา โห่ไรวะ ยังไม่หายมันส์เลย

            “ตายแล้วววว เดือดทุกคน แต่เห็นทีพี่ต้องมาหาคนนี้ก่อนเลย” พิธีกรเดินมาใกล้ “น้องกุ้งคะ ท่าเต้นไม่ค่อยเข้ากับหน้าเลยนะลูก”

“แฮะๆ” ได้แต่แลบลิ้นหอบแฮ่กๆ อย่างกับหมา เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ยย

“เอาล่ะคะเราได้ผู้ชนะแล้วด้วยคะแนนอันเป็นเอกฉันท์ น้องกุ้งจากคณะศิลปกรรมศาสตร์!!

            “เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ” เพื่อนๆ ร่วมคณะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ แหม่ พอเห็นแล้วผมละภูมิใจซะจริงๆ ถือว่าได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์ได้สักที ไอ้พวกชอบเหน็บจะได้เลิกแซว

            “น้องกุ้งรับไปเลยค่ะ ขนมขาไก่! อย่าลืมเอาไปแบ่งเพื่อนๆ ด้วยน้า

            ผมทำพิธีรับมอบรางวัลโดยมีดาวเดือนทุกคณะเป็นสักขีพยาน ขณะที่กำลังจะปั้นหน้าให้กล้องของพี่สภาฯ แชะภาพ สายตาผมก็ดันไปเห็นไอ้ทักทำเป็นดึงหน้าขรึมสู้กับกล้องอยู่ ไม่รู้ทำไมเห็นแล้วจู่ๆ หูก็ร้อนขึ้นมาอีกครั้ง

            แม่ง...เห็นนมผมอะ

            “น้องกุ้งคะ สุดท้ายแล้ว มีอะไรจะบอกเพื่อนๆ ในคณะที่ส่งเสียงเชียร์มะกี้มั้ย” พิธีกรจ่อไมค์ถาม

            เรา…” โอ๊ย ยังไม่หายหอบเลย เหนื่อย! เราจะเป็นโรคไตไปด้วยกันครับ

            ผมยิ้มอย่างฝืนๆ เพราะหายใจไม่ทัน แต่ถึงอย่างนั้นคำพูดของผมก็เรียกเสียงหัวเราะของคนทั้งฮอลล์ได้

            ซึ่งนั่นก็รวมถึงไอ้เดือนคณะพละที่อยู่บนเวทีนี้ด้วย

            ไอ้ทักคงรู้ตัวแน่ว่าผมเห็นมันหัวเราะ เพราะมันรีบหุบปากลงทันทีอย่างกับตั้งใจจะวางฟอร์ม แถมมีการทำเป็นรีบเหล่ๆ หลบๆ มาทางนี้เพื่อจะดูว่าผมมองอยู่หรือเปล่าอีกต่างหาก หึ ไม่เนียนลูก ไม่เนียน...

            ผมยิ้มกว้างแบบกวนตีนๆ ตอนที่มันทำเป็นหันมาอีกรอบ พออีกฝ่ายเห็นมันก็ค้างไปเลย ไอ้ทักมองผมนิ่งๆ เหมือนดูท่าที มีการเลิกคิ้วขึ้นมาหนึ่งข้างแบบคนสงสัยอีกต่างหาก

            งงบ้าอะไร ก็ยิ้มให้มึงเนี่ยแหละ นึกขึ้นได้ เข้ามาคุยกับผมแบบนี้มันคงหายโกรธผมแล้วสินะ!

            “

            “ผีออกยัง ไอ้บ้า” ผมขยับปากแบบไม่มีเสียง

            ไอ้เดือนพละกระตุกรอยยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ๆ กวนๆ ตามสไตล์ คนบ้าอะไร ยกมุมปากขึ้นข้างเดียวแล้วโคตรดูน่าถีบ ดูดิ เหมือนหมาในอย่างที่ผมว่าไว้ไม่มีผิด

            เอาเถอะผมจะคิดว่านั่นคือคำตอบ ไม่ว่ามันจะโกรธผมเรื่องอะไร ก็ถือว่าเราง้อกันแล้วล่ะนะ



           

            กร๊วบๆๆ

            ผมเคี้ยวขาไก่อย่างเมามัน ส่วนตาก็กำลังอ่านบทที่ต้องจำไปแคสติ้งซึ่งโมเดลลิ่งดีลมาให้ ตอนนี้ผมอยู่ที่ห้องอ่านหนังสือบริเวณชั้นหนึ่งของหอ โชคดีที่ยังไม่เปิดเทอมจึงไม่ค่อยมีใครมาใช้บริการมากเท่าไหร่ ผมเลยค่อนข้างจะมีสมาธิ แม้ลิ้นจะไม่สามารถรับรสอะไรได้อีกแล้วนอกจากความเค็มของขนมขาไก่ก็เหอะ ผมร่วงแน่โว้ยยยย

            ใครบางคนผลักประตูกระจกเข้ามา ผมสบตากับบุคคลปริศนานั้นเมื่อเขาเงยหน้า ไอ้ทักผู้สวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นมาพร้อมกับกีต้าร์ในมือ เส้นผมสีดำสนิทเหนือดวงตาคมนั้นเปียกชื้น ไม่คิดจะเช็ดให้มันแห้งก่อนหรือไงนะ

            ไอ้ทักเห็นผมจ้องก็ทำเป็นยิ้มแป้นจนตาหยี

            “ยิ้มบ้าอะไร” ผมส่ายหัว

            “อ้าวก็มึงจ้องหน้ากู ให้ทำไงอะ?”

            “กูแค่มองเฉยๆ ปะ” ผมพูดพึมพำก่อนจะก้มอ่านบทต่อทำเป็นไม่สนใจ

            “อ่านไรอะ”

            “บท” ผมตอบสั้นๆ ไม่ได้เงยหน้ามองมันด้วยซ้ำ แต่เห็นว่าเท้ายาวๆ ที่สวยน่ามองนั้นก้าวเข้ามาใกล้

            “บท? บทละครอะเหรอ? จะเป็นดาราแล้วรึไง”

            “เปล่า แค่จำไปแคสติ้ง” ผมเงยหน้าเพราะเสียสมาธิ พร้อมกับเพยิดหน้าไปทางเครื่องดนตรีในมือชิ้นนั้น “แล้วมึงอะทำอะไร”

            “ภารกิจเพื่อชาติ” ไอ้ทักยิ้ม “โดนรุ่นพี่ดุว่ะ ต้องซ้อมอีกเยอะเลย”

            “ประกวดดาวเดือนอะเหรอ?”

            “เออดิ” มันพยักหน้า “กูขอซ้อมในนี้นะ รูมเมทกูแม่งก็นอนหมดแล้ว จะไปหาไอ้โมทย์ก็กลัวมึงจะว่า ไม่คิดว่ามึงอยู่ตรงนี้ ...จะรบกวนปะ?”

            “ไม่เป็นไร ตามสบายเหอะ” ผมโบกมือ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามีบางเรื่องยังไม่ได้เคลียร์ “นี่หายโกรธกูยังอะ?”

            ไอ้ทักเลิกคิ้ว “โกรธเรื่อง?”

            “อ้าว ก็...”

            “ถ้าเรื่องวันนั้นมึงไม่ต้องคิดมาก อากาศแม่งร้อนทำกูสติแตก”

            “มึงเป็นหมาบ้าหรือไงเล่า” แม่งชอบทำเป็นเล่น “เอาดีๆ”

            “เอออออออ ไม่ได้เป็นเหี้ยอะไรเลย กูก็ลืมไปว่ามึงเป็นของมึงอยู่แล้ว กูขี้เสือกเองแหละ”

            โห... มึงเป็นของมึงแบบนั้นอยู่แล้ว เจ็บสึสสสสสส

            “งั้น กูไปนั่งตรงนู้นนะ”

            ไอ้ทักเดินไปจับจองโต๊ะมุมห้อง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะดูคอร์ด ผมก้มลงอ่านบทต่อตอนที่มันเริ่มดีดโน้ตแรก โอ้โห อ่านบทพร้อมมีดนตรีคลอโคตรจะโรแมนติกเลยอะ และเอาจริงนะ ไอ้บ้านั่นก็ฝีมือใช้ได้ ฟังแล้วไม่ระคายหูเท่าไหร่เลย

            เห็นเธอเดินมาไกลๆ ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร หน้าเธอสวยที่สุดเลย”

            มือผมชะงักคาปากคาไฮไลท์เมื่อเสียงเพราะเกินคาดนั้นทะลุเข้าหู ผมเงยหน้ามองแผ่นหลังของคนที่กำลังดีดกีต้าร์พร้อมกับวางปากกาเงี่ยหูอย่างตั้งใจฟัง

มันไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกมอง ผมจึงมีโอกาสได้สังเกตแผ่นหลังกว้างและยาวนั้นขยับขึ้นลงตามจังหวะได้อย่างไม่ต้องหลบซ่อน

            อยู่ๆ ผมก็ยิ้มออกมา มันเป็นยิ้มแบบ... ไม่รู้ดิ อย่างกับว่าเสียงร้องของมันนั้นช่วยบำบัดให้ผมสดใสขึ้นมาได้อย่างนั้นแหละ

            ผมตัดสินใจวางปากกา ก่อนจะลุกขึ้นไปยังมุมห้องนั้น ถือวิสาสะหย่อนตูดนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามคนที่กำลังเล่นดนตรี

            แล้วเสียงกีต้าร์ก็หายไป ไอ้ทักทำหน้าฉงนเหมือนหมาใส่ผมทันที

            “กูกวนมึงเหรอ” คนตรงข้ามหน้าเสีย

            “เปล่า” ผมทำเป็นเอียงคอ “แค่อยากมาดู”

            ไอ้ทักเกือบจะยิ้มออกมาแวบหนึ่ง... จริงๆ นะผมรู้สึกได้ แต่มันดันกลบเกลื่อนด้วยการทำหน้ากวนตีนอย่างที่เคยทำประจำ

            “กูเขินเลยนะครับเนี่ย”

            “มึงจะโชว์ร้องเพลงเหรอ”

            “ก็ทำได้แค่เนี้ย” ไอ้ทักทำหน้าเหม็นเบื่อ “รุ่นพี่ก็บอกว่าแม่งโคตรจะเบสิก แต่จะให้กูไปเต้น เหาะเหินตีลังกาก็ไม่ไหวว่ะ”

            “แต่มึงเป็นเด็กพละนะ?”

            “กูเรียนวิทย์กีฯ” ไอ้ทักเท้าคาง “กูเก่งแต่เรื่องมวลกล้ามครับน้องกุ้ง”

            ผมกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินมันพูดชื่อเล่นจริงๆ ฮึ่ยยยยย ไม่ใช่กบ ไม่ใช่ไก่อะเนอะ

            “มันต่างกันยังไงอะ”

            “เอาง่ายๆ กูสอนมึงได้ว่าออกกำลังกายแบบไหนถึงจะดูดี แต่กูจะไม่สามารถเอ็นเตอร์เทนให้คนหมู่มากสนุกได้หรอก” ไอ้ทักถอนหายใจ “เฮ้อ ทำไมไม่เลือกเดือนจากนันทนาการก็ไม่รู้”

            “คงหล่อไม่เท่ามึงมั้ง”

            ไอ้ทักเลิกคิ้วหนึ่งข้างทันที

            “กูหมายถึง มึงขี้เหร่น้อยที่สุดไง” ผมเกาท้ายทอย โอ๊ยยย พอกูพูดตรงๆ นี่ก็มีปัญหาจังเลยนะ

            “อ่า ก็คงงั้น” มันพยักหน้า “แล้วนี่มึงจะนั่งดูกูจริงๆ อะ?”

            “เออ”

            “ฮึ่ยยย เขินมากกว่าเดิมแล้วเนี่ย”

            “เป็นบ้าอะไรนักหนา!!” ผมหมั่นไส้อาการสะดิ้งแบบเฟคๆ ของมันซะเต็มประดา

            “อะๆ งั้นกูจะเล่นให้มึงฟัง ดีไม่ดีบอกด้วย โอเค้?”

            ผมอมยิ้ม “ก็ได้”

            “ทำไมทุกครั้งที่มึงทำลอยหน้าลอยตาแล้วกูรู้สึกว่ามึงแรดสุดๆ เลยวะ”

            “เห็นมั้ย กูว่าแล้วว่ามึงต้องด่ากูด้วยคำนี้” ผมกลอกตา ตั้งใจยื่นคางเข้าไปเพื่ออธิบายให้ชัดๆ “กูไม่ได้แรด กูแค่สดใสที่สุดในวิทยาเขตนี้”

            “เหรออออออ” ไอ้ทักทำหน้าเหม็นเบื่อ “ไม่เข้าใจ แรดขนาดนี้ทำไมยังมีแต่คนชอบวะ” มันยื่นหน้าสวนเข้ามาบ้าง

            “มึงจะยื่นหน้าเข้ามากัดคอกูหรือไงฮะไอ้ไดโนเสาร์”

            เวร!

            “ฮึ? กูอะนะไดโนเสาร์?”

            โอ๊ยยยยยยย หลุดปากพูดคำด่าที่รู้แค่คนเดียวออกไปจนได้ มันรู้หมดแล้วเนี่ยยย

            “ลืมๆ ไปซะ”

            “แล้วมาทำโวยวายเวลากูเรียกกบ โถไอ้กบเอ้ย โอ๊ย!!

            นี่!! หมั่นไส้ ถีบขาแม่งซะเลย!!

            “เจ็บสัส ...โดนไข่กู” ไอ้ทักหน้าเขียว กุมของรักสูดปากเหยเกด้วยความเจ็บปวด

            “จริงอะ” เวรเอ๊ยยย เมื่อกี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้โดนน้องชายมันนะสาบานได้!!

            “ฮึ กูล้อเล่น” อ้าว ไอ้สัสทัก

เนี่ยยย แม่งก็ชอบเล่นอย่างเนี้ยยยยย

ไอ้เด็กพละทำเป็นยิ้มเก๊กๆ ยักคิ้วหลิ่วตา “ถ้ามึงโดนไข่กู ขามึงได้หักวิ่งแจ้นไปใส่เฝือกแล้ว”

            “พพูดบ้าอะไรเนี่ย”

            “พอๆ เลิกยุกยิก! จะฟังกูมั้ยฮะ!

            “ยุกยิกบ้าอะไรเล่า!” ผมทำเป็นเอามือเกาแก้ม ลามไปปิดหูแดงๆ ไม่ให้อีกฝ่ายเห็น “เล่นสักทีดิ”

            “เห็นเธอเดินมาไกลๆ ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร หน้าเธอสวยที่สุดเลย ท่ามกลางผู้คนมากมาย สายตาเธอเป็นประกาย อย่างนางฟ้าอยู่ตรงนี้

            ไอ้ทักเหลือบขึ้นมามองเป็นระยะๆ ผมรีบหลบตาแล้วโคลงหัวเอ็นจอยกับจังหวะดนตรี

            “อยากจะมอง อยากจะมอง อยากมอง ลึกเข้าไป อยากจะรู้ในใจเธอนั้นคิดอะไร ไอ้ทักหยุดแปบนึงแล้วยกนิ้วชี้มาทางผม

            “เป็นบ้าเหรอ” ผมเบ้ปาก

            “เธอจะเหงา เธอจะเหงา เธอจะเหงา เหมือนกันบ้างไหมเธอ แค่อยากให้เธอได้รู้ อยากให้เธอลอง เธออาจจะยังไม่พร้อม จะยอมรักใครจริงสักคน โอกาสดีๆ อย่างนี้จะมีอีกกี่หน จะเป็นไปได้ไหม ให้เราสองคนได้มาคุยกัน

            มันใช้นิ้วเรียวข้างเดิมนั้นโซโล่อยู่สักนาทีจากนั้นก็หยุด นั่นทำให้ผมรู้สึกตัวและเอนหลังตรงติดเบาะอย่างเก้ๆ กังๆ

            เคลิ้มขนาดนี้ ใครก็ได้ส่งมันไปไอแคนซียัววอยซ์สิ

            “ว่าไง” มันเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

            “ก็ดี

            “จริงใจปะเนี่ย”

            “เห็นกูเป็นคนตอแหลเหรอ” ผมมองหน้าหาเรื่อง “บอกว่าดีก็ดีดิ”

            “แล้วมึงว่าคนอื่นจะชอบปะ?”

            “อืม... กูว่ามึงได้ใจสาวๆ ชัวร์”

            “แล้วมีสิทธิ์ชนะมั้ยอะ?”

            “ก็ถ้าไม่มีใครเสียงดีเท่ามึงอะนะ... ไม่แน่ๆ”

            ไอ้ทักแยกเขี้ยว ทุกอย่างกำลังจะดีอยู่แล้วเชียวถ้ามันไม่ระเบิดหัวเราะลั่นซะก่อน

            “ฮ่าๆๆๆๆๆ”

            “

            อะไรของมันวะ

            “นี่มึงคิดว่ากูจะใช้เพลงนี้ประกวดจริงๆ เหรอ?”

            “อ้าว

            “มึงเป็นคณะคู่แข่งนะคร้าบบบ ขืนเอาเพลงที่จะใช้แข่งจริงมาเล่น มึงก็เอาไปบอกคนอื่นหมดดิ”

            “ไอ้สัส” ผมเอื้อมมือไปทุบไหล่มันดังอั่ก “แล้วจะเล่นหาป้ามึงเหรอ”

            ไอ้ทักร้องโอดโอยแต่ก็ฝืนอธิบายต่อ

            “เอ๊า ก็มึงบอกว่าอยากดูกูเล่น กูก็เลยเลือกเพลงนี้ให้มึงไง

            พอได้ยินอย่างนั้น อารมณ์ที่พุ่งพล่านก็ดับลงทันที ดับแบบดับมอด ดับสนิท ไม่มีทางฟื้น อย่างกับมีคนเอาน้ำมาสาดแล้วกระโดนเข้าไปกระทืบๆๆๆ กองฟืนที่ดับมอดนั้นไม่ให้มีเศษไฟเหลือสักจุดเดียว

            หมายความว่ามันร้องเพลงนี้ให้ผมฟังถูกมะ? ไม่ได้เข้าข้างตัวเองเนอะ

            ง่า...ไหงเป็นงี้ได้อ่ะ

            “มึงนี่มันน่ารำคาญ กูไปนอนและดีกว่า” ผมก้มหน้างุด ลุกพรวดจากเก้าอี้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

            “เดี๋ยวดิ” ไอ้ทักใช้คอกีต้าร์ดันตัวผมไว้ หน้ามันเริ่มเสีย “นี่โอเคปะเนี่ย”

            “กูเบื่ออะ” ผมมุ่ยหน้า “มึงชอบกวนตีน”

            “โถกุ้งยังไม่ชินอีกเหรอ มีเวลาไหนบ้างฮะที่กูไม่แกล้งมึง”

            “เออ ระวังกูทนไม่ไหวขึ้นมาแล้วกัน”

            “หึ” มันส่ายหัวอย่างยอมแพ้ “เออๆ ขอโทษๆ ไปนอนเหอะ กูนี่แม่งมาไล่ที่มึงชัดๆ”

            “รู้ตัวก็ดี” ผมทำเป็นกลอกตารีบพุ่งไปคว้าข้าวของจากโต๊ะ ใช้สายตาเหลือบไปที่ไอ้ทักซึ่งกำลังจ้องมาแปบนึง ก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องโดยไม่ล่ำลากันสักคำ

            “เดี๋ยวไอ้กุ้ง!

            ผมหมุนตัวเพราะเสียงนั้นเรียกไว้ ไอ้ทักโผล่หัวออกมาจากประตูกระจก ใบหน้ายิ้มแป้นจนเปลือกตาหยีแทบไม่เห็นลูกตาดำ

            “เดี๋ยวจะหาว่าเสียเวลา”

            “...”

“งั้นถือว่าทนๆ ฟังกูร้องเพลงกล่อมแล้วกันเนอะ”

            “

“คืนนี้ก็... อย่านอนดิ้นแล้วกัน”

            ผมอ้าปากค้างจนกระทั่งมันมุดหัวกลับไป ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเกือบนาที

            เมื่อกี้ ผมไม่ได้หูฟาดใช่มั้ย แล้วไหนจะรอยยิ้มแบบไม่เฟคอย่างที่มันชอบทำนั่นอีก...

โอ๊ยยยย ใจ... อยู่ๆ ก็ใจบาง มันออกจะหวิวๆ

            ผมผลักประตูเข้าไปอีกครั้ง ไอ้คนที่อยู่ในห้องสะดุ้งจนเกือบจะทำกีต้าร์หลุดมือ

            “เมื่อกี้มึงพูดอะไรนะ?” ผมส่งเสียงถาม

            “ก็...” ไอ้ทักเลิกคิ้ว “บอกว่าอย่านอนดิ้นไง”

            “มันคือการบอกให้ฝันดีใช่ปะ?”

            ไอ้ทักสตั๊นท์ไปเสี้ยวนาทีตอนที่ได้ยิน ก่อนจะอ้าปากพูดต่อด้วยใบหน้าเรียบเฉย “อย่านอนดิ้น ก็คือ อย่านอนดิ้น”

            “...”

            “แต่ถ้ามึงจะตีความอย่างนั้น...” ไอ้เดือนพละยักไหล่ “กูก็ไม่มีปัญหานะ”

            ผมไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้อีกต่อไป เข้าใจคำว่ายิ้มแก้มปริแล้วว่าเป็นยังไง บ้าเอ๊ยยย ทำไมต้องมาทำให้มันเห็นด้วยเนี่ยยยย

            “มึงก็สู้ๆ แล้วกัน” ผมชี้ไปที่เครื่องดนตรีในมือมัน

            “บอกกูหรือกีต้าร์?”

            “ใครมีหูก็ได้ยินไป”

            ไอ้ทักกระตุกยิ้มบ้างพร้อมทั้งผงกหัวให้ ก่อนจะเป็นฝ่ายผมเองที่ถอยออกมาจากห้อง

            แว๊กกกกกกกกก พูดอะไรของกูเนี่ยยยยยย

            ผมยกสองมือขึ้นปิดหูขณะที่วิ่งขึ้นบันไดไปอย่างรีบร้อน (แล้วก็มานึกขึ้นได้ว่ากูไม่ได้หนีอะไรนี่หว่า ...งงเวอร์)

พอถึงหน้าห้องตัวเอง ผมก็ยืนพิงกำแพงหัวเราะคิกคักอย่างกับคนโดนจี้เอว

            นี่อะน้า แล้วจะไม่ให้มีคนด่ามึงว่าแรดได้ยังไงไอ้กุ้งเอ๊ยยยยยยย



TBC*

 :hao7: :hao7: :hao7: :hao7:



วันนี้เลยมาเสิร์ฟบทที่ 4 ให้นะคร้าบบบบบ

ยังไงก็ฝากโหวต คอมเม้นท์ เป็นกำลังใจให้หน่อยน้า

พูดคุยกันได้ที่ https://www.facebook.com/thene0classic
หรือ #อย่ามาอยู่กับกุ้ง ก็ได้นะฮัพ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.215K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,510 ความคิดเห็น

  1. #5440 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 14:13
    แรดน้อยย
    #5,440
    0
  2. #5424 Jibangrin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 18:25

    กี้ดดดกดดก น้องงงง
    #5,424
    0
  3. #5366 Shipnielong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 12:32
    ตอนนี้คือเขิน หวีดไม่ไหวแล้ววววว
    #5,366
    0
  4. #5293 lills (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:39
    55555555555555อ่อยกันทำไมม
    #5,293
    0
  5. #5222 PaulaPum (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 16:17
    ผลัดกันอ่อยยยยย
    #5,222
    0
  6. #5197 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 08:24
    อ่อยกันไปอ่อยกันมา5555555
    #5,197
    0
  7. #5191 Callmeyou (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 13:12
    มันอะไรกันหนอคู่นี้
    #5,191
    0
  8. #5185 0924211827 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:49
    รู้สึกว่า มาอ่านเรื่องนี้แล้วความบ้าเข้าสิงสู่สติอันน้อยนิดที่เหลืออยู่
    #5,185
    0
  9. #5013 PCY_BBH_PLOY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 11:16
    เค้าจีบกันใช่มั้ยยยยย
    #5,013
    0
  10. #4981 MaiNatkamon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 23:38
    น่ารักอ่ะ เหมือนจีบกันอยู่
    #4,981
    0
  11. #4940 ojay2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 20:21
    หูยยยยยย เริ่มและๆๆ
    #4,940
    0
  12. #4899 mmyu24 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 00:07
    จีบกันแบบเนียนๆหรอคะะะ
    #4,899
    0
  13. #4883 K_57 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 23:52
    น้องกุ้งน่ารักกกก
    #4,883
    0
  14. #4862 baamviva (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 22:23
    งือ ไม่ไหว น่ารักสุดๆ เค้าจีบกันค่ะคุณนนนนนร
    #4,862
    0
  15. #4792 inunu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 08:36
    น้องกุ้งผู้สดใสที่สุดในมหาลัย กนูไม่แรดจ้ะ 555555
    #4,792
    0
  16. #4681 Aon Meyjforever (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 22:21
    โถ~ ตาทักมุกจีบน้องกุ้งไม่เนียนไปเรียนมาใหม่เลย 😂😂 ร้องเพลงจีบเขาก็บอก
    #4,681
    0
  17. #4652 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 11:35
    ร้องเพลงจีบเขาใช่มั้ยยยย
    #4,652
    0
  18. #4638 Mistyblack (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 20:41
    แหมมมม อย่าจะร้อง(แหม)ดังๆ
    #4,638
    0
  19. #4624 maybee23 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 16:01
    หู้ยยยยยย ไม่เบาน่ะจ่ะ555555
    #4,624
    0
  20. #4527 kimleehyun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 21:39
    เค้าไม่ได้เรียกว่าแรด เค้าเรียกว่าเป็นคนเฟรนด์ลี่ สดใส แบบไสยๆ555
    #4,527
    0
  21. #4490 Sasithorn Sadsang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 06:37
    แง เขินๆ
    #4,490
    0
  22. #4474 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 17:10
    ให้ตายสิงื้อๆๆๆ
    #4,474
    0
  23. #4469 Kim Hyo Wook (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 22:04
    คิดถึงพี่เอกกกก ด๊าวด่าว5555
    #4,469
    0
  24. #4456 qwrhnm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 16:46
    บ้าเอ้ยอ่านตอนทำงานอ่ะ หยุดยิ้มเขินตามน้อนกุ้งไม่ได้เล่ย แง้ง ♡♡ ทำไมเขาน่ารักกันจังเลยคะคุณขา
    #4,456
    0
  25. #4347 PareWaPkh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 14:08
    แล่วๆๆๆ เขินนะ
    #4,347
    0