[END] ➤ └ อย่ามาอยู่กับกุ้ง ┐(BL)

ตอนที่ 4 : EP.3 | ออกจะงงๆ แต่ก็โอเค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46,412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,295 ครั้ง
    24 ธ.ค. 60

3

ออกจะงงๆ แต่ก็โอเค




 

            ปัง ปัง ปัง ปัง!

            “โอ๊ยยยยยย” ผมร้องออกมาเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ก่อนจะสะลึมสะลือหยิบโทรศัพท์บนหัวเตียงขึ้นมาดูเวลา ไอ้บ้า นี่มันตีห้าครึ่งเองนะโว้ยยยยย

            “ไอ้สัสโมทย์ ออกมาวิ่งเร็ว!

            ปัง ปัง ปัง ปัง!

            “เคาะอะไรนักหนาวะ!” ผมตัดสินใจตลบผ้าห่มแล้วลุกขึ้นไปเปิดประตู

            “เชี่ยยยยย” ไอ้ทักที่ยกมือค้างไว้สะดุ้งโหยง

            “ตกใจบ้าอะไรของมึง”

            “ทำไมหน้ามึงยับยู่ยี่ขนาดนั้นอะ” มันทำเป็นสำรวจ แล้วจู่ๆ มันก็ยิ้มออกมา การเอียงคอกวนๆ แบบนั้นมันช่างดูคุกคามชะมัดเลย “โอ้โห บุญของกูแท้ๆ ที่เห็นกุ้งคนดังตอนตื่นนอน”

            ผมลูบไล้ใบหน้าเพื่อจะปลุกให้ตัวเองสดชื่น เอ๊ะ หรือเพราะเขินวะ

            “ก็กูชอบนอนคว่ำ!” ผมทำเป็นสะบัดหัว จะไม่ให้อีกฝ่ายเห็นหน้าชัดๆ อีกแล้ว แม่งงง เดี๋ยวโดนแซวอีก

            “อย่างกับกบ”

            “ฮะ?”

            “หน้ามึงอะ อย่างกับกบ”

            “หน้ากูเหี้ยเหรอ?” ผมหรี่ตา

            “เปล่า หน้ามึงบวม แก้มก็ห้อย อย่างกับกบ”

            “เอ๊าแล้วมันดีหรือไม่ดีก็บอกกูเซ่” ผมอ้าปากหาว “แล้วเป็นบ้าอะไรมาเคาะประตูเวลานี้ฮะ! เสียอารมณ์หมด กูจะตื่นเวลานี้ตอนมีอารมณ์ใส่บาตรเท่านั้นจำไว้!

            “พวกพละเค้าต้องวิ่งกันทุกเช้าโว้ย”

            “เจริญ แปลว่าทั้งเทอมกูจะต้องตื่นเพราะเสียงเคาะประตูของพวกมึงใช่มั้ย” ฮืออออ อยากจะร้องไห้

            “มาแล้วๆๆๆ” ปราโมทย์วิ่งออกมาจากระเบียง ตัวนี่เหม็นบุหรี่หึ่ง

            “พ่อมาตามแล้วโมทย์ โรงเรียนเลิกแล้ว” ผมหันไปบอกรูมเมท ขณะที่ต้องประคองตัวเองกับกรอบประตูเพราะตาเริ่มจะปิดอีกแล้ว ง่วงงงงงงง

            “ไอ้ทักทำกุ้งตื่นเหรอ เฮ้ยยยย เราขอโทษ” โมทย์หน้าเสีย

            “ไม่เป็นไรๆ ไว้วันไหนทนไม่ได้แล้วจะบอก” ผมโบกมือส่ง

            “งั้นเราจะรีบตื่นก่อนเวลา จะได้ไม่มีเพื่อนมาตามให้ลำบากกุ้งอีก”

            “อือ งั้นก็รบกวนด้วยแล้วกัน”

            รูมเมทหนุ่มจืดของผมหันไปทางเพื่อนตัวเอง

            “มึงรอแปบนะทัก ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน” จากนั้นก็แทรกตัวออกไปโดยมีเสียงตะโกนไล่หลัง

            “เร็วๆ นะมึง ช้าแล้วยังขี้แตกอีก” ไอ้ทักหันกลับมาหาผมบ้าง มันกอดอกแล้วพยักเพยิดให้ผมเข้าไปในห้อง มาดแม่งอย่างกะโค้ชทีมชาติ “เข้าไปนอนต่อดิ”

            “มึงก็อย่าขวางสิวะ” ผมพยายามจะปิดประตูแต่ติดที่มันเอาขามาขัดไว้

            “เดี๋ยวกูปิดให้ เผื่อโมทย์มันลืมของ” พูดจบไอ้ทักก็ชูนิ้วชี้ “ไปนอน”

            “เป็นพ่อเหรอมาสั่งอะ”

            ผมส่ายหัว ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงเต็มทนละ เปลืองแคลลอรี่ชะมัด

            ผมหมุนตัวกระโดดขึ้นไปบนเตียงอีกครั้ง แต่ไม่ทันจะได้หลับตาก็ต้องยกตัวขึ้นมามอง เพราะไอ้ทักมันดันเดินตามเข้ามาในห้องด้วย ประตูก็ไม่ปิด กะจะให้ยุงหอบผมไปเป็นอาหารเลยหรือไง

            “ตามมาเพื่อ?”

            “แอร์เย็น” ไอ้เด็กพละล้วงกระเป๋ากางเกงขาสั้น ทำเป็นมองนั่นมองนี่ไปเรื่อย

            “ออกไปได้แล้วววววไอ้ทัก เลิกแกล้งกูสักที กูจะนอนนนน”

            “อะไรอีกละ กูยังไม่ได้ทำอะไรมึงเลย หรืออยากให้แกล้ง?” มันเดินเข้ามายิ้มน่ากลัวๆ อยู่ปลายเตียง ผมสังเกตเห็นว่ามือของมันจับอยู่ที่เหล็ก จัดการเขย่าจนหัวของผมสั่นด๊อกแด๊กไม่เป็นอันนอน

            “โอ๊ยยยย”

            “ไหนๆๆ อยากให้แกล้งไม่ใช่ไง๊!” มันว่า มือยังไม่ยอมหยุด

            “ไอ้ทักโว้ยยยยยย กูตื่นเต็มตาแล้วเนี่ยยย” ผมลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิจ้องมัน ไม่นงไม่นอนแม่มแล้วไอ้สลัด!

            “หึๆ” ไอ้คนแกล้งกลับไม่ได้รู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น แถมยังหัวเราะเยาะทำหน้าทำตากวนตีนชวนประทับบาทาสุดๆ อีกตะหาก

            “ไอ้ทักกูมาแล้ว!” เสียงโมทย์ดังขึ้นมาขัดการประกาศสงครามไว้ซะก่อน

            “ไปแล้วนะจ๊ะ” ไอ้คนถูกเรียกโบกไม้โบกมือ แถมตีหน้าเศร้าแบบเฟคๆ ใส่อีกต่างหาก

            “จะไปไหนก็ไปเลย จะบอกเพื่อ!?” ผมหยิบหมอนขึ้นมาทำท่าจะขว้าง แต่

            “อุ๊ย จะว่าไปผ้าปูที่นอนลายน่ารักดีนะ” ไอ้ทักใช้เข่าเกยขึ้นมาบนเตียง ทำให้ผมได้กลิ่นสปอร์ตๆ ประจำตัวมันเต็มๆ มันมาอยู่ข้างเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ยยยยยย

           

            “ไว้ว่างๆ มานอนด้วยนะกบ” แม้อยู่ๆ จะรู้สึกตึงๆ ในใจตอนที่มันยิ้มแยกเขี้ยวจนตาหยีแบบนี้ แต่พอมันพูดเท่านั้นแหละ สติผมขาดผึง!

            ปั่ก!

            “โอ๊ยยย ดั้งกู!” ไอ้เด็กพละร้องลั่นเมื่อโดนหมอนสีเหลืองฟาดให้ที่หน้าอย่างแรง

            “กูชื่อกุ้งโว้ยยยยยยยยยยย”

            “โหเล่นแรงว่ะสัส” คนโดนฟาดยังคงจับจมูกโอดโอย

            “เจ็บจริงเหรอวะ” ผมเริ่มกังวลละ ทำลูกเค้าเสียโฉมจะซวยเอาเด้ออออ แงงงงง

            หมับ!

            “เย้ยยยยย” ผมสะดุ้งเพราะจู่ๆ มันก็ล็อคข้อมือผมไว้

            “ฝากไว้ก่อน ถ้าชอบแบบนี้คราวหน้าจะได้เล่นแรงๆ” อ้าวววววว นี่มันแกล้งเจ็บเหรอ โอ๊ยยยยย เด็กการแสดงยอมแพ้ ไอ้ทักมึงมันเจ้าเล่ห์มากกกก เชื่อไม่ได้เลย!!

            “ไปไหนก็ไปป่ะมึงอะ”

            “หึ” มันปล่อยมือ “นั่นอะไรอะ”

            ผมมองไปตามนิ้วที่มันชี้

            “ลูกชาย” ผมคว้าตุ๊กตาไซส์เท่าคนที่คว่ำหน้าอยู่ขึ้นมากอด “ชื่อปีเตอร์”

            ไอ้ทักหน้าเหวอขณะที่ผมลูบไล้ผมสีทองของตุ๊กตาในอ้อมกอดไปมา

            “มึงนี่มันโรคจิต”

            “งั้นก็อย่ามายุ่งกับกูดิ”

            “ไม่ได้ ใจมันชอบแล้ว ติด

            “พูดบ้าอะไร!” ผมทำท่าจะฟาดอีกรอบ มาชงมาชอบ มาต่งมาติดอะไร เพ้อเจ้อ!

            “ไปละนะ”

            “เออออออออออ” ผมทำท่าจะขว้างหมอน ไอ้ทักมันเลยรีบวิ่งแจ้นออกจากห้องไป ปิดประตูซะดังลั่น

            แหม ถ้าอยากจะนอนกับกูมึงช่วยเรียกชื่อกูให้ถูกต้องก่อนเหอะไอ้ทัก!! แถมมาว่าผมโรคจิตอีก มันใช้ได้ซะที่ไหนกันเล่า

            “เนอะลูก” ผมจับแก้มปีเตอร์ที่นอนพาดอยู่ในอ้อมกอด “พ่อไม่ได้โรคจิตหรอกเนอะ”

            ปีเตอร์ยังคงนิ่ง ยิ้มแป้นถึงใบหูอย่างที่เคยเป็นอยู่ทุกวัน

            แน่สิ ก็มันเป็นตุ๊กตานี่หว่า

            “หรือว่าโรคจิตจริงวะ



 

            เมื่อวานเรามีเวลาว่างหนึ่งวัน ก่อนที่จะถึงเทศกาลปฐมนิเทศยาวทั้งสัปดาห์และจะจบด้วยเฟรชชี่ไนท์ซึ่งจะจัดในวันอาทิตย์ และสัปดาห์ถัดไปหลังจากนั้นจะถึงการเปิดภาคเรียนแบบจริงๆ จังๆ สักที

            วันนี้เป็นคิวของการทำกิจกรรมตะลุยฐานต่างๆ พวกคณะอื่นๆ สนุกกันมาก แต่สำหรับเด็กสินกำที่รักสวยรักงามแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับการทรมานร่างกายเลยครับ น่าเบื่อโคตรๆ แถมจัดกลุ่มแบบคละคณะอีกตะหาก ทำให้ไม่มีเพื่อนให้คุยด้วยเท่าไหร่ เหงาจะตายยยยย

            “ว๊ายยยย อย่าสาดน้ำสิคะ!

            โอเคละเว้นไว้คนนึง มุนินดูท่าจะมีความสุขมากๆ ที่ทำกิจกรรมแบบนี้ พวกรุ่นพี่ผู้ชายที่เฝ้าตามฐานคงจะเป็นสิ่งที่มันโปรดปราณมากเลยทีเดียว ยิ้มซะเคลิ้มเชียว หมั่นไส้!

            “น้องกุ้ง!” เสียงหนึ่งเรียกผมขณะที่กำลังต่อคิวเข้าแถวเพื่อจะเล่นฐานสะพานเชือก ซึ่งต้องข้ามบึงขนาดใหญ่และมันมีสีไม่ได้น่าลงไปว่ายเล่นเลย ให้ตายเหอะ

            “อ้าวพี่เก่ง!” ผมยิ้มร่าเมื่อเห็นว่าคนนั้นคือใคร รุ่นพี่คณะวิทย์ที่เจอตอนอยู่กรุงเทพนี่เอง

            “เป็นไงบ้าง ไม่ติดต่อพี่บ้างเลย”

            “ก็โอเคดีนะพี่”

            เอ จะตอบไงดีอะ ผมเป็นพวกไม่ค่อยอยากกลับไปคุยกับคนที่เคยนอนด้วยเท่าไหร่อะสิ มันแปลกๆ อะ

            “พวกเพื่อนๆ พี่มันให้ขนมมาให้อะ” พี่เก่งชูถุงขนาดใหญ่ขึ้นมาโชว์ ข้างในมีของกินเล่นเยอะจนถุงเต่งเลยทีเดียว

            “โห เขาเอามาให้กุ้งกันทำไมอะ”

            “อ้าว” พี่เก่งส่ายหัว “ก็พวกมันปลื้มกุ้งไง”

            “อ่า” ผมชะโงกเข้าไปในถุงเพื่อจะดูว่ามีขนมอะไรบ้าง จะมีแอลฟี่มั้ยอะ อยากกินช็อกโกแลต

            “รับไปสิ”

            “แล้วในนี้มีของพี่หรือเปล่าครับ” ผมยิ้มหวาน

            “ไม่มีหรอก” พี่เก่งยิ้มกลับมาเหมือนกัน “พี่ไม่อยากเหมือนคนอื่น พี่เหนือกว่าพวกนั้นหลายระดับแล้ว”

            ทันทีที่พี่เก่งพูดจบผมก็ก้มหน้าหงุดเพราะความเขิน อ๋ออยยยยย รู้นะว่าจะหมายถึงอะไร ดีนะเนี่ยที่พูดเบาๆ เดี๋ยวคนอื่นได้ยินหมด

            “งั้นผมฝากไว้กับพี่ก่อนนะ เดี๋ยวผมไปเอา”

            “ถ้างั้นยินดีเลย” พี่เก่งลดถุงนั้นลงข้างตัว “สนุกมั้ยวันนี้”

            “อืมเหนื่อยอะ ง่วงด้วย อยากจะนอนมากๆ เลย” ผมบอก

            “มานั่งพักตรงนั้นมั้ยล่ะ” พี่เก่งผายมือไปยังพวกอ่อนแอที่เป็นลมทำหน้าโอดโอยอยู่ในเต็นท์พยาบาล

            “ไม่เป็นไรอะพี่ หมดนี่ก็ฐานสุดท้ายและ”

            “เก่งมาก... งั้นพี่ไปดูน้องๆ ก่อนนะ” พี่เก่งโค้งหัวให้ผมทีหนึ่งก่อนจะเดินแยกไป

            “เก่งมากกก” เสียงกระแหนะกระแหนดังอยู่ด้านหลัง ผมเบ้ปากพร้อมกับหันไปเห็นไอ้ทักที่ยืนเท้าเอวทำปากยื่นปากยาวอยู่ด้านหลัง

            มันโผล่มาจากไหนวะเนี่ยยยยย

            “สาระแนนัก” ผมกอดอก

            “แฟนคลับมึงเหรอ?”

            “รู้ดี!

            “อ้าว ก็เขายิ้มแป้นเวลาคุยกับมึงแบบนั้นอะ ไม่เมาเนื้อก็คือหลงมึงหัวปักหัวปำชัดๆ เอ๊ะหรือว่าคนนี้จริงจัง จะคบเป็นแฟนเลยงี้?”

            “จะยังไงมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวมั้ยเล่า!

            “ทีหลังก็อย่าประเจิดประเจ้อสิ” มันว่า เลิกคิ้วให้ข้างหนึ่ง “อย่าบอกนะ ว่ามึงนอนกับคนนี้แล้ว?”

            โอ๊ยยยย กูล่ะขี้เกียจอธิบาย

            “เออ!” ผมกระแทกเสียงใส่ สะบัดหน้าหนีปล่อยเลยตามเลย

            “โอ้โห เล่นเดือนมหาลัยปีที่แล้วซะด้วย”

            “รู้ดีไปหมด”

            “ก็กูเป็นเดือนคณะ กูเข้ากองประกวดก็ต้องรู้ปะวะ”

            “ถ้างั้นก็เทียบหน้าตัวเองกับหน้าเขาแล้วกัน มึงเตรียมตัวตกรอบแรกได้เลย” ผมพูดขณะที่แถวเริ่มเคลื่อนตัว ตอนนี้ผมก้าวขามาบนสะพานเชือกเรียบร้อย ตอนแรกทำท่าจะสนุกนะ พอเจอไอ้ทักนี่ทำเอาหมดอารมณ์เลยอะ

            “จะว่าไปมึงก็เป็นคนเดียวนะที่คิดว่ากูไม่หล่อ”

            “อี๋ มั่นใจในตัวเองไปปะ” ผมพูดไปด้วยขณะที่ตาก็มองดูเท้าตัวเองไม่ให้ก้าวพลาด “เทียบกับพี่เก่งแล้วอย่างกับเทวดากับหมาใน”

            “มึงว่าพี่เขาเป็นหมาได้ไง ไม่มีกาลเทศะเล้ย”

            “กูด่ามึงต่างหากไอ้โง่”

            “อ้าว ได้!” ผมรู้สึกถึงแรงสั่น “ว่ากูเป็นหมาในใช่มั้ย!

            “เฮ้ยยย อย่าเขย่า” ผมเอี้ยวคอไปดุ เห็นไอ้ทักมันกำลังแยกเขี้ยวแกล้งผมอยู่

            “ทำไม กลัวตก? เล่นแรงๆ แบบนี้ชอบไม่ใช่เหรอ?”

            “กูไม่อยากตกน้ำ!!!

            “ว่ายน้ำไม่เป็นล่ะสิ!

            “กูไม่อยากเปียก!” ผมร้อง หันไปแยกเขี้ยว “หยุดสักทีดิ๊!

            “ตกเลย! ตกไปเลยไอ้กบ!

            “กูชื่อ เหวออออออ” จังหวะนั้นเองที่สะพานเชือกเอนไปทางซ้าย จนหน้าผมเกือบจะจุ่มลงไปในน้ำสีขุ่นนั้นแล้ว

            “ฮ่าๆๆๆ”

            “ไอ้ทัก มึงนี่มัน” ทนไม่ไหวแล้วนะ!!

            “เฮ้ย!!!

            ป๊าบบบ!

            ผมยกขาถีบไปที่ท้องคนด้านหลังอย่างแรง ประทับรอยจากรองเท้าไนกี้คู่แพงของผมไว้ให้ชื่นชม

            “เหวออออออ” เวรละ ไม่รู้ว่าขาสั้นเกินไปหรือไง จากที่ตั้งใจแค่จะกำจัดไอ้ทักเท่านั้น สุดท้ายกลายเป็นว่าผมพลาดท่าเสียหลักตกลงไปในน้ำพร้อมๆ กับไอ้เด็กพละปากดี แงงงงง

            ตู้ม!!

          “แค่กๆๆๆ” ผมสำลักแทบตาย แต่ไอ้ทักกลับพ่นน้ำสีขุ่นๆ ออกมาจากปาก ทำอย่างกับว่าตัวเองเป็นแมวน้ำ

            อี๋ เหม็นโคลนชิบเป๋ง!! สกปรก!!

            “ไอ้ทัก เพราะมึงเลย!” ผมตวาดใส่ไอ้ตัวสูงที่ตกลงมาในบึงพร้อมกัน

            “เอ๊ากูเกี่ยวอะไรอะ มึงเป็นคนถีบกูแล้วล้มลงมาเอง”

            “ดูดิ๊! น้ำสกปรกขนาดเนี้ย!

            “มึงก็เว่อร์

            “น้องกุ้ง! เป็นอะไรหรือเปล่า!?” ไอ้ทักยังไม่ทันได้พูดจบ พี่เก่งที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนถามมาจากโคนต้นไม้ที่สะพานเชือกถูกผูกไว้

            “โอเคครับพี่!” ผมตอบกลับรุ่นพี่คณะวิทย์ไป แต่ตายังจ้องไปที่ไอ้ตัวต้นเหตุอย่างคาดโทษ

            “มองขนาดนั้นจะกัดคอกูเลยมั้ยฮะ อารมณ์เสียทำไม แฟนมึงมาดูอาการแล้วนี่”

            “เลิกกวนตีนกูสักที! ไม่ใช่แฟนโว้ยยยยย!!

            “เอ๊า สรุปก็แค่เป็นผู้โชคดีอีกคนที่ได้นอนกับมึงเหรอเนี่ย?”

            “ไอ้ทัก!!” ผมอยากจะซัดหน้าหล่อๆ ของมันซะจริงๆ ฮึ่ยยยยย

            “อืม” มันทำเป็นกอดอกครุ่นคิด แต่การที่มันตัวเปียกและท่อนล่างจมอยู่ในน้ำแบบนี้มันเป็นภาพที่ออกจะขัดๆ กันหน่อยนะครับ “จะว่าไปมึงหาแฟนเป็นตัวเป็นตนเลยก็ดีนะ จะได้เลิกแรดสักที”

            “มึง!

            “เฮ้ยยยยย” มันตกใจถอยหลังไปเมื่อเห็นผมพุ่งตัวเข้าไปหา “จะทำบ้าอะไรฮะ!

            “มึงโดนแน่!

            “ออกไปไอ้สัสกบ! เดือดอะไรของมึงวะเนี่ยยยยย”

            ไอ้ทักว่ายน้ำหนีออกไปตรงบริเวณน้ำลึก แต่คิดเหรอว่าจะหนีผมได้ หึ นอกจากบ้านอยู่ติดทะเลแล้วกูยังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำเก่าด้วยโว้ย มึงได้เจอฉลามกุ้งแน่ แชมป์ประจำเขตเชียวนะสัส!

            ผมจัดท่าฟรีสไตล์สี่คูณร้อยตามมันไปจนทันแล้วจัดการซัดมันเละ เลยเป็นหน้าที่ของพี่ๆ สต๊าฟที่ต้องกระโดดตามลงมาในบึงเพื่อจะช่วยชีวิตพวกเรา แถมยังต้องมาทำหน้าที่ห้ามทัพมวยกลางน้ำอีกด้วย

            สภาพตอนนี้ชุลมุนมาก ไอ้พวกเด็กปีหนึ่งคนอื่นๆ ไม่เป็นอันทำกิจกรรม ต่างมามุงดูเหตุการณ์ตรงหน้าแถมยังส่งเสียงร้องอย่างกับเชียร์มวย

            เป็นไงล่ะ มีมวยทะเลโชว์ด้วย คุ้มฉิบหายได้เป็นเฟรชชี่ปีนี้



            “ฮ้าดดดดชิ้ว!” ไอ้ทักจามลั่น ขณะที่ตัวมันกำลังห่มผ้าบรรเทาความหนาวเช่นเดียวกันกับผม ตอนนี้เราทั้งคู่ตัวดำเกรอะกรังเพราะน้ำโคลน ต่างกันตรงที่ไอ้ทักมีถุงน้ำแข็งเล็กๆ ประคบหน้าผากที่ปูดโปน อันเกิดจากหมัดข้างขวาของผม

            หึ สมน้ำหน้า ซ่าดีนัก

            ผมยังคงมองมันตาขวาง มันจึงเลือกที่จะไปนั่งสั่นอยู่ที่อีกฟากของเต็นท์ จังหวะนั้นเองที่พี่หมอซึ่งเป็นรุ่นพี่จากคณะแพทย์ผู้รับผิดชอบจุดปฐมพยาบาลเดินเข้ามา หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาบอกไว้ว่าจะไปหยิบยามาให้ หน้าตาดีเชียวล่ะ

            “อะน้องกุ้ง เอาไว้ทานดักไข้นะ” พี่หมอยิ้มแย้มแจ่มใส ออร่าความเท่เปล่งประกายออกมาจากสีผิวที่ขาวจัด

            “แล้วผมอะพี่” ไอ้ทักลุกขึ้นมา

            “อ้าว นึกว่ามาด้วยกันพี่เลยให้ไปแบ่งเอง”

            “ไม่ได้มาด้วยกันครับ”

            “งั้นพี่จะจัดมาให้อีกชุด”

            “ไม่เป็นไรพี่” ผมพูดอย่างเหนื่อยหน่าย “เดี๋ยวผมแบ่งให้มันเอง”

            “เหอะ” ไอ้ทักทำหน้าบึ้ง ก่อนจะถอยกลับไปนั่งที่เดิม

            พี่หมอใจดียังคงไม่ไปไหน หันมายิ้มโชว์ฟันขาวแสดงความห่วงใยอย่างต่อเนื่อง

            โอยยยย อย่าดิพี่ ใจสั่นแล้วน้า

            “ไม่เจ็บตรงไหนนะเรา”

            “ไม่เลยครับ” ผมยิ้มหวาน “พี่หมอชื่ออะไรหว่า”

            “พี่ชื่อโน่”

            “อ่า ชื่อเท่ดีนะครับ”

            “แค่กๆ” จู่ๆ ไอ้ทักก็กระแอมไอ ผมกับพี่หมอเลยหันไปมอง แต่พบว่ามันแสร้งทำเป็นมองนกมองไม้มองเพื่อนๆ ที่ทำกิจกรรมกันอยู่แทน

            ยัง ยังไม่เลิกกวนตีน

            “ขอบคุณครับน้องกุ้ง”

            “โห่ พี่โน่จะไม่ปล่อยให้กุ้งแนะนำตัวเลยเหรอ รู้ชื่อก่อนซะแล้ว”

            “ใครไม่รู้จักเราบ้างฮะ ฮอตขนาดนี้”

            “เดี๋ยวๆ ฮอตอะไรเล่า แค่เด็กปีหนึ่งธรรมดาๆ เองครับ”

            “ไม่ธรรมดาแล้วล่ะมั้ง เพื่อนๆ พี่ทั้งหญิงและชายตามกรี๊ดขนาดนี้”

            ผมเอียงคอ มอบแววตาขบขันให้คู่สนทนา “แล้วพี่กรี๊ดกับเขาหรือเปล่าอะ?”

            พี่โน่อมยิ้ม คล้ายกับว่าเขิน

            “กรี๊ดสิ ก็น่ารักขนาดนี้”

            โอ๊ยยยยย อย่าหยอดกันเยอะเซ่

            แงงงง จาอาววว จาอาวววว

            ผมทำเป็นเอียงอายยิ้มมุมปาก แต่ตาดันไปเห็นไอ้ทักที่ย่นจมูกพร้อมกับเบะปากคล้ายจะอ้วกก็เลยถลึงตาใส่

            โธ่ ไม่มีพรสวรรค์ในการแอ๊วแบบกูอะดิ หวายๆๆๆ

            “เฮ้ยไอ้โน่ น้องโอเคปะ” พี่เก่งเดินเข้ามาสมทบ สายตาที่มองผมนั้นดูเป็นห่วงเป็นใยเหลือเกิน โอ๊ยยยย อยู่ดีๆ ก็ถูกขนาบข้างโดยหนุ่มเท่ตั้งสองคน ใจหวิววววว

            “มึงจะดูถูกความสามารถของกูเกินไปแล้ว” พี่โน่หันไปตบหัวเพื่อน โอ๊ยย เพิ่งจะเคยเห็นหมอคูลๆ ก็วันนี้ ลบภาพคุณลุงดุๆ ชอบขู่ตอนเด็กๆ ไปหมดสิ้นเลย

            ฉีดยาให้กุ้งหน่อยนะคร้าบบบบบบ (กระพริบตาปริบๆ)

            “ไม่เจ็บเนอะ” พี่เก่งคุกเข่าลงข้างๆ

            “ถามเหมือนพี่โน่เลยอะ” ผมยิ้มตอบ “ไม่เป็นอะไรเลยครับ จริงๆ”

            “เดี๋ยวเลิกกิจกรรมแล้วก็กลับห้องล่ะ นอนพักผ่อนเยอะๆ เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นมาปฐมนิเทศกับอธิการฯ แต่เช้า”

            “โอ๊ย ผมนอนเป็นตายแน่ๆ พี่ไม่ต้องเป็นห่วง เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” ผมบุ้ยปาก

            “เด็กดี... งั้นพี่ไปดูน้องคณะก่อนนะ เดี๋ยวฝากไอ้โน่ดูต่อ”

            “ขอบคุณพี่เก่งมากนะครับ”

            หลังจากพี่เก่งเดินออกไปจากเต็นท์ ผมโดนต่อคิวดูแลโดยพี่โน่ทันที

            “กลับหอคนเดียวได้ใช่มั้ยครับ”

            “ได้ครับ แต่กลับกับพี่ดีกว่า” ผมทำตาแป๋ว

            “โอ้โห...” เกิดเสียงร้องเบาๆ จากไอ้ตัวที่กำลังประคบหน้าผาก หน้ามันแสดงความช็อคเต็มที่ อย่างกับไม่เคยเห็นใครรุกหนักขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

            แต่คนที่ผมพูดด้วยอย่างพี่โน่กลับยิ้ม เขาแค่พยักหน้า จากนั้นก็หันไปทางเด็กพละหัวโนที่มุมห้อง

            “ถ้าโอเคแล้วน้องกลับได้เลยนะครับ”

            “เอ่อ...” ไอ้ทักอ้ำอึ้ง มองผมสลับกับพี่หมอไปมา “ผม

            “หรือน้องต้องการอะไรอีกหรือเปล่า?”

            “ไม่ใช่ครับ คือ” ไอ้ทักเหลือบมองผมแล้วก็ถอนหายใจ

            ถอนหายใจเนี่ยนะ? เป็นบ้าอะไรอีกล่ะ

           

            “ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับ” ไอ้ทักพูดนิ่งๆ สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงออกอะไรมากมาย

            หืม... มันจะฝากผมทำไมวะ ไม่ต้องทำมาเป็นสร้างภาพว่าเป็นห่วงหรอกจ้า รู้ทันหรอกไอ้บ้าเอ๊ย

            “ได้เลย” พี่โน่พยักหน้า ก่อนกลับมายิ้มให้ผมอีกครั้ง “เดี๋ยวพี่ไปคุยกับเพื่อนก่อน เรารอพี่อยู่ตรงนี้นะ”

            “ครับผม”

            หลังจากพี่หมอสุดเท่เดินออกไปแล้ว ไอ้ทักก็ลุกขึ้นมา มันเหล่มองผมทั้งๆ ที่มือยังประคองถุงน้ำแข็ง ผมเอียงคอจ้องมันอย่างตั้งใจกวน แต่ทว่ามันกลับทำเป็นเมินเดินผ่านไปเฉยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แหงะ

            “อ้าว ไม่ร่ำไม่ลาเลยหรือไง”

            ไอ้ทักมองผมด้วยหางตา

            “อืม” คนที่ผมถามกระแทกเสียงกลับมา

            “เอ๊า เป็นบ้าอะไรอีก...”

            ปัง!

            อยู่ๆ ไอ้ทัก คนเด็กพละที่กำยำและยังตัวสูงเป็นเปรตก็เตะเข้าให้ที่ถังขยะจนเสียงดังสนั่น จนมันกระเด็นไปหลายเมตรและทิ้งหลักฐานเป็นขยะมากมายปลิวว่อนไปทั่ว ผมตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าจนต้องหยุดพูดทั้งๆ ที่ยังไม่จบประโยค

            ไอ้ทักหมุนตัวกลับมา ผมชะงักขาตัวเองทันทีเมื่อเห็นแววตานั้น มันน่ากลัว และไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นบนใบหน้าของคนอย่างมันด้วย

            ไอ้ทักเดินปรี่เข้ามาจนผมตกใจ

            “อย่าทำกูนะ” ผมถอยกรูดด้วยความกลัว

            ถ้ามันจะวิ่งเข้ามาเตะคว่ำเหมือนถังขยะที่เห็นตรงหน้า บอกเลยนะ ผมตายครับ ตัวมีอยู่แค่นี้เอง เผลอๆ ขาดสองท่อน เอาไปให้หมอต่อก็ไม่ได้ด้วย แงงง ช่วยผมที

            “เหอะ” ไอ้ทักเสยผมแบบลวกๆ ดูก็รู้ว่าอารมณ์เสีย แต่ที่งงกว่าคือมึงจะเดือดทำไมอะ

            “เกิดอะไรขึ้นวะ ผีเข้าเหรอ”

            “เปล่า”

            “แล้วงอแงอะไรฮะ”

            ไอ้เด็กพละกัดกระพุ้งแก้ม จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาเท้าเอว ดูเผินๆ เหมือนกำลังต่อสู้กับอารมณ์ตัวเองอยู่

            “ขอโทษ” อยู่ๆ ไอ้เด็กพละก็พูดออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

            “ฮะ!?

            “ไม่ได้ยินหรือไงวะ!” มันทำหน้าดุอีกครั้ง ผมเลยไม่อยากตอบโตแบบกวนๆ อีกแล้ว

           

            “ดูแลตัวเอง”

            “มึง

            “ช่างแม่ง ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ถึงอยากพูดแบบนี้” ไอ้ทักโยนถุงน้ำแข็งทิ้งลงกับพื้น ยกนิ้วโป้งขึ้นมานวดจุดที่บวมเป่งนั้น ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะยุบลงเลย

           

            “ก็เจ็บดี” ไอ้ทักฝืนยิ้ม “ทำให้รู้ว่ากูไม่ควรเสือก”

            “ทักคือกูอะ

            มันไม่ฟังผมพูด ก้าวขายาวๆ เดินหนีไปอย่างดื้อๆ และทิ้งผมไว้ตรงนั้น

            อ้าว แล้วแบบนี้ผมต้องทำยังไงอะ




            ตลอดเวลาที่ท่านอธิการบดีให้โอวาทต้อนรับนิสิตใหม่ พวกเราคณะสินกำต่างหลับคอพับคออ่อนกันเป็นแถว แต่คณาจารย์ทุกท่านเขาคงจะชินแล้วล่ะ ก็แหมเด็กคณะนี้มันชอบทำตัวแปลกแยกอยู่เรื่อย

            ไม่นานนักหลังจากชั่วโมงแห่งการปฐมนิเทศจบลงไป เวทีก็ถูกส่งต่อให้เป็นหน้าที่ของพี่สภานิสิตจัดกิจกรรมให้น้องๆ ฟื้นตัวกันต่อ ซึ่งกิจกรรมแรกก็คือการเล่นเวฟ แม่มโคตรสิ้นคิดเลย

            แต่เอาเถอะ สุดท้ายก็เป็นภาพที่สวยงามจนผมต้องมาอัปสตอรี่ลงไอจีเลยแหละ

            “เอาล่ะค่ะปีหนึ่งทุกท่าน” พี่จะสภาฯ คว้าไมค์มาประกาศ “ก่อนจะถึงเฟรชชี่ไนท์ในสุดสัปดาห์นี้ เราจะพาน้องๆ ดาวเดือนตัวแทนแต่ละคณะมาให้ทุกคนยลโฉมกันก่อนน้าว่าสวยหล่อขนาดไหน”

            “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด”

            พอได้ยินคำว่าดาวเดือน ไอ้พวกที่นั่งเซ็งโลกจะเป็นจะตายก่อนหน้านี้โห่ร้องกันเป็นแถวอย่างกับได้โดปเอ็มร้อย เอ๊าที่พวกมึงหลับจนจะล้มพับก่อนหน้านี้คืออะไรวะ

            แต่เอาจริงนะ ผมก็อยากเจอดาวเดือนเหมือนกัน แต่ไม่ใช่จากคณะตัวเองนะ


            


            ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวานผมยังไม่เห็นหน้าไอ้ทักเลย ถามไอ้โมทย์ก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน จะไปเคาะประตูห้องก็ไม่ใช่เรื่อง ความรู้สึกผิดทุกอย่างแม่งถาโถมเข้ามาได้ยังไงผมก็ยังงงๆ ซึ่งสุดท้ายผมก็ไม่ได้ไปกับพี่โน่ เพราะเปลี่ยนใจกลับมานอนกอดปีเตอร์อยู่ที่เตียงตัวเอง เหงานิดหน่อยแต่ก็โอเคนะ (รันทดชิบเป๋ง)

            ผมชะโงกดูหนุ่มสาวบนเวที แต่ยังไม่พบคนที่ตามหาเลย

            ดาวเดือนถูกส่งไมค์ต่อกันไปเรื่อยๆ และในที่สุดก็ถึงคิวหยากไย่คนสวยที่พอได้ออกสื่อก็เหมือนมีโดนใส่ถ่านเพิ่มเอเนจี้ มีแววความฉลาด สมาร์ท และสวยกว่าปกติมากกกกกกเลยทีเดียว

            “สวัสดีค่ะ หยากไย่ จากเอกออกแบบแฟชั่น ดาวคณะ

            “เดี๋ยวค่ะๆ คณะนี้เขาไม่ได้แนะนำตัวแบบนี้กันไม่ใช่เหรอ?”

            “เฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!

            นั่นไง เสี้ยมกันเข้าป้ายยย แล้วคณะอื่นมันจะไม่หมั่นไส้เราได้ยังไงฮะ

            หยากไย่ยิ้มมุมปากแบบผู้ดี “พอดีเราสองคนถูกสั่งห้ามไม่ให้แนะนำตัวจนกว่าจะได้ตำแหน่งค่ะ เขาว่ามันเสียภาพลักษณ์”

            “หูยยยยยยยยย”

            มึงก็มั่นหน้าเกิ๊นนนนนน ไย่เอ๊ย ระวังโดนปาไข่เน่าเด้ออออ

            “ว๊าย แรงอะ งั้นไปที่คนต่อไปเลยเนอะ”

            แล้วก็มาถึงที่

            “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

            เสียงกรี๊ดกระหึ่มนั้นดึงความสนใจผมให้เพ่งไปที่เวทีอย่างตั้งใจอีกครั้ง ผู้ชายในชุดนิสิตถูกระเบียบก้าวขายาวๆ ออกมาข้างหน้า ออร่าเป็นประกายเกินกว่าคนอื่นๆ จนทำให้ใจผมเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ  สังเกตเห็นว่ามันเซ็ตผมและแต่งหน้าจนดูดีกว่าตอนปกติ ทำไมมันไม่ทำแบบนี้บ่อยๆ นะ ดูดีจะตายไป

            และไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ผมรู้สึกดีใจเหลือเกินที่ได้เห็นมันอีกครั้ง ถึงแม้จริงๆ แล้วจะไม่ได้นานเท่าไหร่ แต่ความรู้สึกของผมไม่ต่างกับร้อยปีเลยอะ เพ้อเจ้ออีกแย้ววววว แง

            “ทักครับ จากคณะพละศึกษา”

            ท่ามกลางเสียงเชียร์ อยู่ๆ ผมก็กระตุกยิ้มออกมา โชคดีไปที่ไอ้อู๋และเพื่อนที่นั่งข้างๆ กำลังจดจ่ออยู่บนเวทีจึงทำให้ไม่มีใครเห็น ฟู่ววว! รอดตัว

            “ตายแล้ว ทำไมหน้าผากช้ำแบบนั้นล่ะคะลูก” พิธีกรชี้ไปยังจุดที่ว่า หากมองจากหน้าจอใหญ่ๆ ที่อยู่ด้านหลังซึ่งกำลังจับภาพอยู่ ก็จะเห็นว่ามันยังคงเป็นรอยสีแดงๆ ปนม่วง “จะหายทันวันประกวดมั้ยเนี่ย?”

            “ผมหวังว่าจะหายทันครับ ผมก็ไม่อยากทำให้เพื่อนๆ ผิดหวัง”

            ความรู้สึกผิดกระแทกเข้าที่ท้องจนจุกสัสๆ ฮือออออ

            “ตายแล้ว ใครกันคะ! อย่าให้เจอนะเดี๋ยวพี่จะตีให้ก้นลายเลย!

            “หึ ไม่เป็นไรหรอกครับ” ไอ้ทักพ่นลม แปลกมากที่ท่าทางของมันไม่ได้ดูขี้เก๊กเลย กลับเป็นธรรมชาติน่ามองสุดๆ ผู้ชายด้วยกันมันดูออกน่ะ “สมควรโดนแล้ว จริงๆ น่าจะโดนมากกว่านี้ด้วยซ้ำครับ”

            “ต๊ายย เอาจริงนะ พี่ว่ามันฟังดูโรแมนติกยังไงๆ ก็ไม่รู้อะ” พิธีกรยิ้มเขินๆ

            “แล้วที่ถามว่าใครทำ” ไอ้ทักหันหน้ามาทางจุดที่นั่งของคณะศิลปกรรม ไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ว่ามันกำลังสอดส่ายสายตาหาใครบางคน

            ผมย่นคิ้วพร้อมกับกัดกระพุ้งแก้มในจังหวะที่ดวงตาคมๆ คู่นั้นจับจ้องมาทางนี้พอดี ผมยืดตัวขึ้นมองไปที่ใบหน้าคมๆ อันหล่อจัดนั้นอย่างสังเกตท่าที

            จะทำอะไรของมันอีกล่ะ

            ความหงุดหงิดปนความสงสัยทั้งหมดหายไปในทันที เมื่ออยู่ๆ อีกฝ่ายก็ระบายยิ้มออกมา เป็นยิ้มแบบที่ไม่มีการกวนตีน ไม่ใช่ยิ้มที่ลองเชิงและด่าผมทีหลังเป็นการตบหัว ผมเจอพวกนั้นมาหมดแล้ว และครั้งนี้มันไม่เหมือนกับพวกนั้น

            มันทำให้ผมรู้ว่านี่แหละ ยิ้มของไอ้ทัก ยิ้มจริงๆ

            ยิ้มแบบจริงใจ

            ตัวแทนคณะพละกระชักไมค์ในมือก่อนจะส่งเสียงพูดแทรกทะลุความเงียบ

            “กุ้ง คณะศิลปกรรมศาสตร์ ต่อยผมในบ่อโคลนเมื่อวานนี้ โทษฐานที่ปากหมาครับ”


TBC*

 :hao7: :hao7: :hao7: :hao7:


เค้าว่าคนปากหมามักมีปม
งี้ก็แปลว่า...

อิอิ

ขอบคุณทุกเสียงตอบรับที่ให้น้องกุ้งนะคร้าบบบ
ยังไงก็ฝากบวกเป็น คอมเม้นท์ เป็นกำลังใจได้นะฮ้าฟฟฟ


พูดคุยกันได้ที่ https://www.facebook.com/thene0classic
หรือ #อย่ามาอยู่กับกุ้ง ก็ได้นะฮัพ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.295K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,510 ความคิดเห็น

  1. #5484 sealers (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 20:03
    ออกตัวจองแล้วววว
    #5,484
    0
  2. #5439 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 14:02
    อยู่ๆ ก็เขิน พูดถึงแฟนออกสื่อแบบนี้คือไรอ่ะ!
    #5,439
    0
  3. #5431 After_TeaTime (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 03:07
    ทักหนูไม่ต้องหึงขนาดนั้นลูก มันไม่ได้มีไร555 ถึงมีก็แค่นอนกอดกัน...อ่า จริงๆก็น่าหึงอยู่ แต่ไม่ต้องห่วงลูก น้องยังเวอร์จิ้นอยู่5555555
    #5,431
    0
  4. #5423 Jibangrin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 18:17

    เขิงงงงงงง
    #5,423
    0
  5. #5412 dang24 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 18:07

    ทักครแมนๆอิอิ

    #5,412
    0
  6. #5365 Xialyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 12:29
    ชอบน้องละสิ อิอิ
    #5,365
    0
  7. #5364 Shipnielong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 12:24
    คือทักชอบน้องแล้วใช่ป้ะ ใช่ม้าาาาาา
    #5,364
    0
  8. #5343 TooinloveToletgo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 03:46
    สุดจัด
    #5,343
    1
    • #5343-1 Hisaki Ukinamae(จากตอนที่ 4)
      23 มีนาคม 2562 / 11:37
      ปลัดบอก
      #5343-1
  9. #5335 PATASIQI (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 20:01
    ชั้นชอบบบบบบบ
    #5,335
    0
  10. #5329 PINKLAND (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:54
    โอ้โหเลยยย
    #5,329
    0
  11. #5292 lills (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:24
    ทักหงอยเลยยย
    #5,292
    0
  12. #5221 PaulaPum (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 15:32
    คนจริงงง55555
    #5,221
    0
  13. #5196 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 08:06
    โอ้โหทัก 555555555555555555
    #5,196
    0
  14. #5190 Callmeyou (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 12:56
    อื้มม ไอที่เจ็บอ่ะไม่ใช่ที่แผลแล้วมั้งง
    #5,190
    0
  15. #5120 supamas1845 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 10:26
    ฉลามกุ้ง!!! 555555 ขำจนปวดกรามมม
    #5,120
    0
  16. #4946 AunApikana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 23:28
    น้องไม่เป็นโรคจิตเด้อออน้องเป็นเด๋อนิดๆ
    #4,946
    0
  17. #4939 ojay2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 20:07
    โอ้โหหหห แบบนี้
    #4,939
    0
  18. #4898 mmyu24 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 23:55
    ทีมทักแล้ววว
    #4,898
    0
  19. #4882 K_57 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 23:33
    ทักนี่แอบชอบกุ้งแล้วแบบมีความหลังอะไรรึเปล่า ขอเดาค่ะ55555
    #4,882
    0
  20. #4853 MManatsawan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 15:54
    ทักกกกกกก
    #4,853
    0
  21. #4842 PPSnook (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 13:15
    ทัก เปลี่ยนไป
    #4,842
    0
  22. #4807 Dek-Wann (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 14:12
    น่ารักนะ แกล้งกันไปแกล้งกันมา หยอกกันไปหยอกกันมา เดี๋ยวเถอะ
    #4,807
    0
  23. #4791 inunu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 08:17
    โถๆ เจ้าทักเอ๊ย หึงเค้าล่ะสิ
    #4,791
    0
  24. #4787 chanisara195 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 07:36
    แงงงงเขินทัก
    #4,787
    0
  25. #4760 Pupns (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 04:02
    เขินแบบจะบ้าตายแล้วค่ะ5555
    #4,760
    0