[END] ➤ └ อย่ามาอยู่กับกุ้ง ┐(BL)

ตอนที่ 15 : EP.14 | ชะ...ช่วยด้วย อ๊าาาาห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46,876
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 871 ครั้ง
    2 ต.ค. 61

14

ชะ...ช่วยด้วย อ๋าาาาห์



 

            TAK_EMPTY :

            ทำไมเช้านี้มันงุ่นง่านงุดเงี้ยวใจจังวะ

            สงสัยเป็นเพราะกลับมาจากวิ่งแล้วไม่เจอไอ้เจี๊ยบนอนปากห้อยน้ำลายยืดอยู่บนเตียงเหมือนทุกวันแหงๆ เมื่อคืนก็ไม่ได้มาหา อยากเจอจะตายแล้วห่าเอ๊ย แม่งโครตงื้ดๆๆๆๆ

            “ช่วงนี้เวลามาหากูมึงแวะตรงนั้นบ่อยเนอะ” ไอ้โมทย์ถอดรองเท้าผ้าใบก่อนจะทิ้งตัวนั่งนอนบนเตียงตัวเอง ตาแม่งมองผมที่ยืนอยู่ข้างเตียงสีเหลืองไม่กระพริบ

            แซวไม่รู้เวลาล่ำเวลา ไอ้สัดแหมด กูเขินนนน

            “เฮ้ยยยย” ไอ้โมทย์ร้องอีกครั้ง “ตัวเปียกเหงื่อขนาดนั้นอย่าไปนอนบนเตียงงง เดี๋ยวกุ้งด่า!!

            “แม่งก็ด่ากูอยู่ทุกวันสัด ชิน” ไม่สนหรอก ขอนอนซึบซับความเหลืองๆ ให้หายคิดถึงหน่อย

            ผมหยิบตุ๊กตาตัวเท่าของเจ้าของเตียงขึ้นมาดู หึ ชื่ออะไรนะ ปีเตอร์ใช่มั้ย รู้ตัวมั้ยฮะว่ามึงคือคนที่น่าอิจฉาที่สุดในหอสามแล้ว คอยดูเหอะเดี๋ยวกูจะเอามึงไปซ่อน จะโบกปูนทับให้หายสาบสูญไปเลยไอ้ห่า

            “พ่อมึงจะเป็นไงบ้างวะ”

           

            “งื้ดๆๆๆ”

            “ถึงขั้นคุยกับตุ๊กตาเลยเหรอวะ” ไอ้โมทย์กระตุกยิ้ม “กูล่ะเชื่อ”

            “อย่าสงสัยในตัวกู”

            “จ้าๆ” ไอ้เพื่อนรักสิบปียอมแพ้ เปิดเกมเล่นไม่สนใจอีกต่อไป

            เอาไงดีวะ ถ้าทักไลน์ไปตอนนี้แม่งจะตอบหรือเปล่า จะได้จับมือถือมั้ยน้อ

            ช่างแม่ง ใจมันเรียกร้อง ใครจะห้ามกูได้

           

            T : รับน้องยัง

            T : ขอให้โชคดี

 

            ผมจัดการยกกล้องขึ้นมาถ่ายมือตอนชูสองนิ้วข้างๆ กำแพงส่งตามไป อย่าให้อีกฝ่ายรู้เด็ดขาดครับว่าอยู่บนเตียงมันโดยไม่ได้รับอนุญาต เดี๋ยวยาว ถ้ามาหาไม่ได้อีกล่ะแย่เลย ใจผมเนี่ยแหละแย่

            เชี่ยยยย มือถือสั่น!!!

            ไอ้เจี๊ยบตอบผม ไอ้เจี๊ยบตอบโว้ยยยย

 

            Baby Shrimp : เครรรรรรร

            Baby Shrimp : รักนะๆๆๆๆ

 

            !!!

            ตายยยยยยยยยยย

            โบ้ม!!

            “เฮ้ยยยย” ไอ้ไมทย์ร้องลั่น “รู้ว่าบ้านรวย แต่ไม่ต้องปามือถือทิ้งก็ได้ครับสัด!!

            อยากจะบ้า ขอทึ้งหัวตัวเองแป๊บบบบ

            เมื่อกี้กูตาฝาดปะวะ รักงั้นเหรอ ไอ้เจี๊ยบรักผมแล้วใช่มั้ยยย เราจะได้บีบกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วสิเนี่ย ความร้อนแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตฉายเข้ามาในหัวเลย แม่งต้องสนุกแน่ๆ มันจะต้องน่ารักและฮอตไปพร้อมกัน!!

            ผมลุกไปหยิบมือถือที่ตกอยู่กับพื้นขึ้นมาดูข้อความอีกที

            สัดเอ๊ย ยิ้มแป้นเป็นหมาชิบะเล่นหิมะเลยกู

            ตอบว่าไงดีวะให้ดูมีชั้นเชิงและโรแมนติกไปพร้อมกัน เอาให้คนที่อ่านรู้สึกเหมือนว่าพี่ติ๊ก เจษฏาภรณ์กำลังจับมือถือกูอยู่ตอนนี้

           

            T : จริงอะ

            T : รักแล้วเหรอ

 

            แสดงออกมากไปมั้ยวะ แม่งเอ๊ย หมาแน่เลยกู แต่รุกแรงๆ แบบนี้เด็กแรดอาจจะชอบก็ได้

 

            T :

            T : อืม รักเหมือนกัน

 

            พิมพ์อย่างแมนๆ ง่ายๆ ได้ใจความ

            แต่เขินสัดๆ เลยครับ แม่งงงงงงงงง

            โอ๊ยยยย ไอ้กบ กูคิดถึงมึง งื้ดๆๆๆ

            “ไอ้โมทย์!

            “อะไร เมื่อกี้กูเห็นมึงยิ้มนะแต่ไม่กล้าทัก กลัวโดนด่า” ไอ้โมทย์เหลือบตาขึ้นมามอง

            “ไปแดกเหล็กกัน”

            “เอาแต่เช้าเลยเหรอวะ!

            “เออน่ะ”

            “ไม่ไป! แค่วิ่งกูก็เหนื่อยจะตายห่าอยู่แล้ว”

            “กูฟุ้งซ่าน ช่วยหน่อย”

            “ไปเข้าห้องน้ำไป๊”

            “ไอ้สัดแหมด” ผมเดินไปปิดทีวี ไอ้เพื่อนรักแม่งถึงกับร้องลั่น “เร็วววว”

            “จวยเอ๊ยยย จะจีบเด็กทำไมมึงลำบากเพื่อนวะ”

            “อย่าสงสัยในตัวกู เร็ว!

            “เออออ ไปก็ไป” ไอ้โมทย์ยอมแพ้



 

            ฮึบบบบบบบบบบบบบบ

            กุ้ง

            ฮึบบบบบบบบบบบบบบ

            กบ

            ฮึบบบบบบบบบบบบบบ

            เจี๊ยบ

            ห่าเอ๊ยย เสียงพี่เสกมา! ไม่ได้รักคุณเท่าไรแค่อยากจะเห็นหน้าคุณ ไม่ได้ชอบคุณเท่าไร แค่อยากจะเห็นหน้าคุณ ไม่ได้คิดถึงเท่าไร แค่อยากจะเห็นหน้าคุณ!

            “ไอ้สัดทัก มึงจะไปแข่งเพาะกายเหรอวะ” ไอ้หลุยส์โยธาสมาชิกแก๊งนักกล้ามเอ่ยถามขณะที่ผมกำลังนอนยกน้ำหนัก

            ไอ้โมทย์หันมาตอบแทน “แม่งยกมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วมึง วันนี้ใจจิตเขาไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ เดี๋ยวมึงดูนะสักพักมันจะหยิบมือถือมาเช็ค”

            “กูได้ยินนะสัด” ไอ้ห่า นินทาระยะเผาขน

            เออ แต่พูดถึงมือถือ ไหนขอหยิบขึ้นมาดูสักหน่อยดิ

            สัดเอ๊ยยยย แม่งก็ยังไม่ตอบ ทำห่าอะไรอยู่วะ

            “เพ้อถึงใครอยู่วะ” ไอ้หลุยส์ชะโงกหน้าเข้ามาเสือก “กุ้งสินกำ?”

            “น้อง”

            ” ไอ้ฝรั่งทำหน้างง

            “ไอ้โมทย์บอกมันดิ” พูดไม่ได้ ต้องยกเหล็กครับ

            เพื่อนรักผมตบไหล่ไอ้หลุยส์เบาๆ “ก่อนจะมีคำว่ากุ้ง ต้องมีคำว่าน้อง”

            ” ไอ้หลุยส์ถึงกับเอ๋อแดก “เป็นเอามากนะมึงอะ”

            “ทำไม่ได้ก็ออกจากทีมไปเลยสัด”

            “โอ๋ๆ อาจารย์ผมขอโทษคร้าบบบ” ไอ้หน้าลูกครึ่งทำเป็นยกมือไหว้ “น้องกุ้งก็ได้”

            “ดี” ไอ้สัดรู้สึกว่าแขนเริ่มจะล้า “มาก!

            ผมเปลี่ยนออกมานอนราบเตรียมจะซิตอัพ แต่ใจมันอยากจะหยิบมือถืออกมาอีกที

            พิมพ์อีกหน่อยก็ได้วะ

 

            T : อยู่ไหนวะ

            T : คิดถึง

 

            สัดเอ๊ย เพ้ออย่างกับกำลังจีบเมียคนแรกไปได้ มาด่ากูที มาตบหัว มาไล่ถีบไล่เตะกูก็ได้ จะยอมทุกอย่างเลย แลกกับจุ๊บแค่ทีเดียวพอ โว้ยยยยยยยยย งื้ดๆๆๆ

            “ไอ้ทัก เขาไม่ตอบก็คือเขาไม่ว่าง” ไอ้โมทย์เดินมายืนข้างๆ

            “กูคิดถึงมันนิ”

            “รู้ว่าคิดถึงแต่จะทำไงได้ อยู่คนละจังหวัดเลยนะโว้ย”

            ผมนี่ถึงกับยกตัวขึ้นมามอง “หรือกูต้องไปกรุงเทพวะ!?

            ไอ้หลุยส์ทำท่าจะขำซะให้ได้ “ใจเย็นพ่อพลังม้า กูให้ยืมหนังญี่ปุ่นมั้ยสัด”

            “ไม่ต้องเสือก” กูมีอยู่เต็มเครื่องแล้วครับ แค่กูไม่อยากพึ่งมันตอนนี้

            “เออว่ะโมทย์ แต่จะไปว่ามันก็ไม่ได้หรอก เด็กมันเป็นคนมีประวัติ ไม่แปลกที่จะกังวลขนาดนี้”

            ไม่ได้ช่วยอะไรให้กูดีขึ้นเลยครับไอ้หน้าหมาหลุยส์ มึงนี่นะ

            สัดเอ๊ยยย นี่แหละครับที่กังวล ปล่อยกลับไปกรุงเทพเมืองแสงสีแบบนั้นถ้าไปซนขึ้นมาผมขาดใจตายแน่ๆ ไอ้รุ่นพี่พวกแม่งอะตัวดีเลย โดยเฉพาะไอ้หน้ากระจั๊วที่ว้ากจนไอ้กบมันร้องไห้ ดูแกวก็รู้ว่าอยากได้จนตัวสั่น หน้าตาแม่งไม่น่าไว้วางใจเลยขอบอก แถมไอ้เด็กของผมก็เป็นคนแรงที่เด๋อด๋าอยู่แล้วด้วย คุยกันไปคุยกันมาพากันไปจบที่เตียงจะทำไงอะ

            เชี่ย แล้วถ้าแม่งเป็นพี่เทคน้องเทคกันอะ?

            โอ้โห ใจกูหายไปแล้วครับ ใจกูหายไปแล้ว ไม่น่านึกถึงเรื่องนี้เลยแม่ง

           

            T : สัดเอ๊ยย มึงทำกูงุ่นง่านแล้วนะ

 

            ผมพิมพ์ข้อความไปอีกครั้งก่อนจะตั้งท่าเปลี่ยนมานอนคว่ำวิดพื้น เออ วิดแม่งเข้าไป วิดจนให้พื้นเป็นรูเลยสัด จะได้สาสมกับความงุ่มง่านในครั้งนี้

            “ทำไมมึงชอบคนนี้วะ” ไอ้หลุยส์ทิ้งตัวมานั่งข้างๆ

            “ยาว ให้เล่าคงจบพรุ่งนี้เช้า” ผมพูดหอบๆ ตามแรงวิด “แต่เอาง่ายๆ คือ แม่งน่ารักจนกูอดใจไม่ไหว อยากเก็บไว้คนเดียว”

            “ชัดเลยครับจารย์” ไอ้ลูกครึ่งหัวเราะ “แล้วมันมีทีท่าจะเลิกแรดยังอะ”

            “อย่าเรียกคำนั้น!” ผมถึงกับตวาดลั่น “กูเรียกได้คนเดียว”

            “ฮ่วย มึงคือหมาบ้าบ่หนิ” ไอ้หลุยส์ถึงกับหลุดสำเนียงท้องถิ่น

            “เออ หมาหวงก้างอะมึงเคยได้ยินปะสัด”

            “ไอ้ทักกูว่ามึงใจเย็นๆ นะ” ไอ้โมทย์ตามลงมานั่งข้างๆ บ้าง “แล้วกุ้งมันอยู่กับมึงแล้วดีขึ้นมั้ย”

            “มันก็ไม่ค่อยซนแล้วนะ แต่ไม่รู้นอกสายตาจะเป็นยังไง” เคยฝากให้หยากไย่ช่วยดูไม่รู้ได้เรื่องหรือเปล่า รายนั้นอะลั้นลาไม่ต่างอะไรจากไหร่จากไอ้เจี๊ยบเท่าไหร่หรอก แค่ยังไม่ระดับปรมาจารย์เท่า

            “แล้วมันชอบมึงบ้างหรือยัง”

            ผมถึงกับนอนแหมะราบลงไปวัดพื้นเลยครับ จวยเอ๊ยย อย่าถามแทงใจงี้สิวะ

            ผมพลิกตัวนอนหงายเอามือก่ายหน้าผากด้วยความเครียด “กูก็ไม่รู้เนี้ยยยยย ตอนเช้าแม่งส่งข้อความมาว่ารักนะๆๆ แล้วก็หายไปเลย ไม่รู้ทำไม”

            “จริงอะ” ไอ้สองตัวร้องออกมาพร้อมกัน

            “เออ” ผมยกมือถือขึ้นมาให้พวกมันดูหน้าโฮม หึ ถึงขั้นแคปมาเป็นพื้นหลังเลยอะครับ คิดว่าไงล่ะครับ

            “โห” ไอ้โมทย์ยิ้ม “ดีใจด้วยนะมึงงงงง”

            “แต่แม่งไม่ตอบกูเลยเนี่ยยยยย”

            “ใจเย็นๆ มึงบอกเขาไปรับน้องที่กรุงเทพไม่ใช่เหรอ” ไอ้หลุยส์หยิบมือถือตัวเองขึ้นมาบ้าง “เนี่ยไย่ก็ยังไม่ตอบกูเหมือนกัน”

            “เออ ของกูก็” ไอ้โมทย์ทำท่าจะหยิบของตัวเองบ้าง แต่พอเห็นสายตาของพวกผมสองคนก็ทำเป็นยิ้มแห้งๆ เก็บกลับเข้ากระเป๋าเหมือนเดิม

            “หรือกูควรไปกรุงเทพจริงๆ วะ” ผมมองหน้าพวกมัน “พวกมึงว่าไง”

            ไอ้หลุยส์วางมือมาที่บ่า หน้าตาจริงๆ สุดๆ “ทำตามใจเถอะครับจารย์”

            “ถ้ามึงเจอกันแล้วไงต่อ” ไอ้โมทย์สวน

            “จัดสักยกดีมั้ยวะ”

           

            “ถือว่าเป็นค่าแรงที่กูพยายามอดทนมา”

            ป้าบ!

            “อย่านะสัด” โอ้โห เดี๋ยวนี้มึงปีกกล้าขาแข็งถึงขั้นตบหัวกูเลยเหรอไอ้แว่น “ถึงกูไม่ได้อยากนอนกับกุ้ง แต่กูก็รักกุ้งมาก ทำอะไรไม่ดีกูเฉ่งมึงแน่”

            “มึงคิดว่ากูจะกล้าทำเหรอ” ผมจิ๊ปาก “แค่กอดแรงๆ กูยังกลัวมันกระดูกแตกคามือ”

            “เนอะ จะว่าไปกุ้งแม่งก็น่ารักนุ่มนิ่มจริงๆ นั่นแหละ” ไอ้หลุยส์ยิ้ม หึ ไม่เรียกน้องนะมึง กูทดไว้ก่อนเดี๋ยวจะจัดการ “หน้าตาไม่ตรงกับภาพลักษณ์เล้ยยย”

            เอาไงดีวะ เอาไงดี

            “ไอ้โมทย์ กูไปกรุงเทพนะ”

            ไอ้เพื่อนรักพยักหน้า “ไปเหอะ ทำตามใจ สภาพมึงเกินเยียวยาแล้วนี่”

            โอ้โห แม่งซาบซึ้งเหมือนได้รางวัลลูกกตัญญูจากซิสเตอร์ตอนม.ปลายเลยสัด

            ผมหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง คิดว่าจะส่งข้อความสุดท้ายแล้วเดี๋ยวจะรีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัวขับรถไปสุขุมวิทเลย

 

            T : กูกำลังไปกรุงเทพ

           

            ไอ้เจี๊ยบ กูขอแค่คำว่า รักนะๆๆๆๆ แบบในไลน์จากปากมึง แค่นั้นก็พอแล้วจริงๆ

            รู้ไว้เถอะว่ามันต่อชีวิตกูได้อีกหลายวันเลยแหละ



พอดับเครื่องยนต์ที่ลานจอดรถใต้ดิน ผมก็รีบพุ่งตัวไปตึกสินกำเลยครับ แต่มองซ้ายมองขวาแค่ไหนก็ไม่เจอรัศมีความสดใสของไอ้เจี๊ยบเลย พอหยิบมือถือขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นว่าข้อความชุดล่าสุดจะถูกเปิดอ่าน นี่มันโดนลักพาตัวไปแล้วรึไงวะ

 

            T : อยู่ไหน

            T : ใจคอจะไม่ตอบกูเลยดิ?

 

            หรือต้องลองโทรหาดู

            หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

            โว้ยยยย ปิดเครื่องใส่กูอี้กกก อยากจะไหว้วานให้คอลเซ็นเตอร์ช่วยระบุพิกัดมือถือมาให้หน่อย ลงแดงตายแล้วเนี่ยยยยย

           

            T : ทำไมโทรไม่ติด

 

            ชิบหาย ลองอ่านข้อความตั้งแต่พิมพ์มาแม่งโครตดูเกรี้ยวกราดอะ หรือมันเห็นผมเถื่อนไปเลยปิดเครื่องหนีวะ

            งั้นทิ้งไว้อีกข้อความแล้วกัน

 

            T : อยู่ไหนวะบอกหน่อย จะไปฟังมึงบอกรัก

 

            กูนี่ก็ยิ้มแย้มกับมือถือเป็นคนเพี้ยน2018เลย งื้ดๆๆๆ หมดหนทางแล้ว ใครก็ได้ช่วยไอ้ทักด้วย

            ขณะที่กำลังหงุดหงิดใจสายตาก็ดันไปเห็นใบเฟิร์นสินกำ ผู้เป็นดาราที่โด่งดังจากบทร้ายๆ ซะก่อน ถือตุ๊กตามากับรุ่นพี่ที่น่าจะเป็นสายตระกูลเดินตามมาเป็นขบวน ลองเข้าไปถามหน่อยดีกว่า

            “พวกมึง” ไอ้พวกรุ่นพี่กระซิบกันเมื่อเห็นผม

            “วิ่งดิรอเหี้ยไร”

            อะไรของพวกเขาวะ

            ใบเฟิร์นที่ยืนงงๆ เมื่อเห็นพี่ตัวเองวิ่งกระเจิงไปคนละทางก่อนจะยิ้มให้ผม

            “ว่าไงทัก”

            “โทษนะเฟิร์น เห็นกุ้งปะ”

            “อ๋ออออ” ดาราสาวทำหน้าครุ่นคิด “ยังไม่เห็นเลยตั้งแต่เปิดตาเสร็จอะ ทำไมเหรอ”

            “เราหามันไม่เจอ”

            “ให้โทรหามั้ย”

            “โทรแล้ว เหมือนมันปิดเครื่อง”

            “อ้าว” ใบเฟิร์นดูท่าจะตกใจเหมือนกัน “เปิดตาเสร็จเป็นชั่วโมงแล้วนะ”

            “จริงอะ” บ้าเอ๊ย หายไปไหนของมึงวะเจี๊ยบ

            แต่ต้องขออีกคำถามเพื่อความกระจ่างใจ “เออเฟิร์น ใครเป็นพี่เทคมันอะรู้ปะ”

            “พี่วินไง”

            วินไหนวะ -_-

            เหมือนอีกฝ่ายจะเห็นผมทำหน้างงเลยเฉลย “วินที่เป็นว้าก”

           

            “คนที่ทักต่อยเขานั่นแหละจ้า”

            เป๊งงงงง

            ระฆังยกที่สองถูกตีแล้ว อยากจะดัดมือให้ดังกร๊อบแกร๊บ หึ พร้อมขึ้นสังเวียนแล้วครับขอบอก

            “ขอบใจมากนะเฟิร์น ยินดีด้วยนะรับน้องเสร็จสักที”

            “จ้า ยังไงก็เอาใจช่วยน้า”

            “ครับ” ผมโบกมือให้ดาราสาว

            เอาล่ะผมเริ่มเดือดจริงๆ แล้วนะ

           

            T : สัดเอ๊ยยย หายไปไหน

 

            โธ่เว้ยยย ลืมไป ไอ้เราก็โง่อยู่ตั้งนาน ต้องลองถามเพื่อนในแก๊งของมันดูไง

            ผมจัดการต่อสายหาหยากไย่ทันที

            [สวัสดีค่าเดือนนนน]

            “กุ้งอยู่กับดาวเปล่า!!

            [หา?] ปลายสายร้องเสียงหลง [เปล่า แยกกันไปตามตระกูลตัวเองอะ ทักมีไรเปล่า]

            “เราโทรหามันไม่ติด!

            [เดี๋ยวก่อนนนน ใจเย็นๆ มันลืมเปิดเครื่องมั้งงงงง]

            “ไม่รู้

            เสียงผมคงเศร้าไปอย่างเห็นได้ชัด หยากไย่เลยถอนหายใจออกมา [เดี๋ยวเราเช็คให้ อย่าเพิ่งใจร้อนนะ]

            “มันเป็นพี่เทคกุ้งเหรอ คนนั้นอะ”

            [คนไหน พี่วินอะเนอะ]

            “อืม” ชื่ออะไรก็เอาเถอะ “สองคนนั้นอยู่ด้วยกันใช่เปล่า”

            [ทักกกก ฟังไย่นะ] น้ำเสียงของดาวเจือความขบขัน [ไม่ต้องหึงเลย ไม่มีอะไรจริงๆ]

            “ไม่ได้หึง”

            [ทัก…]

            “ก็บอกว่าไม่ได้หึง

            [ทัก]

            “เออ หึงก็หึง” ต้อนซะจนมุมเลยนะแม่คนนี้ “หึงจนจะลงแดงตายอยู่แล้ว”

            [คิกๆๆๆ] หัวเราะทำไมเนี่ยยย [เชื่อเรานะ ไม่มีอะไรเลย]

            “กลัวมันจะมีอะดิ เรางุ่นง่านอะดาว งื้ดๆๆๆ”

            [เสียงอะไรอะ มีหมาอยู่ใกล้ๆ เหรอทัก]

           

            น้ำตาจะไหล โดนด่าเป็นหมา

            [เออๆ เอาเถอะ เดี๋ยวเราเช็คให้ ใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็กลับนครนายกกันแล้ว]

            “เราอยู่กรุงเทพ”

            [ตายโหง…] เสียงหยากไย่แผ่วเบาเหมือนกระซิบ [งั้นเดี๋ยวเราวางสายแล้วจัดการให้เลย]

            “ฝากด้วยนะดาว”

            [เล็กน้อยมาก เราสบายใจเวลากุ้งอยู่กับทักนะ]

            “ขอบคุณะนะครับ”

            ผมกดวางสายและเดินไปทิ้งตัวกับม้านั่งหน้าตึกสินกำ สัดเอ๊ย ถ้าป๊ารู้ว่าติดเด็กแบบนี้มีหวังโดนเตะตายคาตีนแหงๆ

           

            T : มึงเจอกูแน่

 

            หึ ว่าจะละมุนละม่อมแล้วนะ สงสัยต้องสวมบทไอ้ทักเดือนพละพันธุ์หมาบ้าซะแล้ว (ฉายาที่เพื่อนตั้งให้) คอยดูเหอะ เจอกันกูจะฟัดซะให้เข็ด เอาให้เหลือแต่กระดูกเป็นเล้งต้มแซ่บเลยไอ้ห่า

            ไหนลองดูหน้าแชทอีกทีดิ

            ฮะเฮ้ย ตากูฟาดเปล่าวะ อ่านแล้ว!

            อ่านนแล้ววว

            โว้ยยยย อ่านแล้วววว

            อ่านแล้วจริงใช่มั้ยไหนดูอีกที

            อ่านแล้วจริงด้วย

            โว้ยยยยย งื้ดๆๆๆ ไอ้เจี๊ยบจ๋า

            แล้วทำไมไม่ตอบวะ

            หึ สงสัยอยากให้เกรี้ยวกราดอีกรอบ

 

            T : แหกตาอ่านได้สักทีเนอะ

            T : อยู่ไหนสัด

            T : ไอ้นั่นมันเป็นพี่เทคมึงเหรอ

            T : หึ ไปหวานกันอยู่ที่ไหนล่ะ

 

            ดูเหมือนครั้งนี้จะได้ผลเพราะไม่นานนักแม่งก็ตอบกลับมาสักที

 

            Baby Shrimp : ใจเย็นนนน

 

ใจเย็น?

โอ้โหหหหห กูตะเกียกตะกายทุ่มเททุ่มเทให้เธอทุกอย่าง ชนิดแทบตายแบบนี้ มึงตอบกูกลับแค่สองคำง่ายๆ แค่นี้อะนะ มันน่างับหูให้ขาดแล้วถุยทิ้งข้างทางซะให้เข็ด

 

T : กูต้องถามมึงอีกรอบมั้ยว่าอยู่ไหน รับน้องเสร็จแล้วไม่ใช่ไง!?

 

อย่าบ่ายเบี่ยงคร้าบอย่างบ่ายเบี่ยง

 

Baby Shrimp : เสร็จแล้วววว กูอยู่โรงแรมXXกับพี่เทค

 

………

หัวผมชาไปแล้วเรียบร้อย

ใจเย็นไอ้ทัก ไอ้กุ้งมันอาจจะผิดพลาด มันเอ๋อ มันมึน มันอาจจะพิมพ์ผิดหรืออะไรสักอย่างแน่ๆ ลองถามให้แน่ใจอีกครั้งดูซิ

 

T :...

T : กูให้โอกาสพิมพ์อีกที

 

ทิ้งจังหวะไม่นาน ข้อความจากอีกฝ่ายก็เด้งขึ้น

 

Baby Shrimp : โรงแรมXX

 

เอ่อ

 

T : …

 

กูไม่ทนแล้วแม่ง!

ผมรีบเด้งตัวลุกขึ้นหมายจะพุ่งตรงไปยังรถตัวเองที่จอดอยู่ใต้ดิน มือไม้นี่สั่นเทิ้มไปหมดอย่างกับเจ้าเข้า

 

T : กูกำลังไป

 

หึ ทิม คุก คุณสบายใจได้เลยครับ ไอโฟนรุ่นใหม่ยังมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม พิสูจน์แล้วด้วยมือผม ที่ตอนนี้บีบมันแน่นแต่ไม่มีท่าทีว่ามันจะพังทลายเลย

เพราะที่เจ็บ คือมือของกูครับ

โอ๊ย




น้องกุ้งน่ารัก ใครไม่รักก็บ้าแล้ว


ตึ๊งดึ่ง!

            แงงงงงง มันไลน์กลับมาหาแล้วววว

           

            T : อยู่ห้องไหน อย่าให้ต้องถามรีเซปชั่น

            Baby Shrimp : ห้องไหนอะไรรรรรรร อยู่บาร์ใกล้ๆ ล็อบบี้

            T : ….

 

            ไอ้บ้าเอ๊ยพิมพ์มาแบบนี้แม่งไม่ได้มาเล่นๆ แน่นอน ซวยแล้ว ผมต้องแบนแต๊ดแต๋แน่ๆ เลยยยยยย

            ผมชะเง้อมองไปที่ประตูใหญ่ แล้วก็เห็นใครคนหนึ่งตัวสูงปรี๊ดใส่หมวกแก๊ปสีดำ สวมแจ็คเก็ตสีเดียวกันทับเสื้อยืดสีขาว ดูจากสไตล์ไม่ต้องสืบเลยครับ ไอ้ทักแน่นอน

            มันมองซ้ายมองขวาอยู่สองสามทีอย่างกับหมาล่าเหยื่อ ก่อนในที่สุดมันจะเจอผมจนได้

            โว้ยยย จำเป็นจะต้องตาแข็งขนาดนั้นเลยมั้ยเล่า!

            “พี่เทคๆ” ผมสะกิดไหล่พี่วิน

            คนถูกเรียกหมุนเก้าอี้มามอง “หืม

            “มันมาโน่นแล้ว”

            เมื่อไอ้ทักเห็นพี่วิน แม่งถึงกับกระตุกมุมปาก สาวเท้าก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ หมายจะจัดการพี่เทคของผมเป็นศพแรก!

            “แบบนั้นปกติปะวะ” พี่วินกลืนน้ำลาย

            “มะไม่รู้อะพี่ มันก็เกรี้ยวกราดอยู่ทุกวัน”

            ไอ้ทักก้าวขาเร็วขึ้นกว่าเดิม

            “เอ่อ” ผมเริ่มหน้าซีด “ผมว่าไม่ปกติละ

            แล้วก็เร็วขึ้นกว่าเดิมอี้กกกกก

            “เหวออออ” กูว่าท่าไม่ดีละ พี่บาร์เทนเดอร์   !! ผมขอปีนเข้าไปซ่อนในนั้นได้ม้ายยยยย

            “มึง!

            มึงกับกู หรือมึงกับพี่วินวะ ไงก็เหอะ ช่วยด้วยยยยยยย

            “อ้าว” เกือบจะเกิดสงครามโลกที่ครั้งที่สามอยู่แล้ว ดีนะที่เสียงของพี่ปอยดังขึ้นซะก่อนทุกอย่างเลยเงียบไปถนัด ไปเติมหน้ามาเสร็จแล้วเหรอทวดดดดดด นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ววววว

            ไอ้ทักอ้าปากค้าง ถึงภาพลักษณ์แม่งจะเป็นพวกไม่ติดตามละเม็งละคร แต่มันต้องรู้แน่ว่าพี่ปอยคือใคร สวยและดังขนาดนี้!!

            “เอ่อ

            พี่ปอยยิ้มหวานเหมือนเวลาได้เล่นเป็นนางเอก จัดการเสยผมยุ่งๆ ไปด้านหลังให้ดูเซ็กซี่จนอีกฝ่ายหน้าแดง “เพื่อนกุ้งเหรอจ๊ะ”

               ไอ้ทักเหลือบตามองผม “ครับ

            “พี่เป็นทวดกุ้งเองงงงง” พี่ปอยแจกความสดใส ต่างจากตอนว้ากอย่างกับคนละคน “กุ้งบอกแล้วว่าจะมีเพื่อนมาหา มาสิๆ มานั่งด้วยกันก่อนนนน”

            พี่ปอยลากแขนไอ้ทักให้ไปนั่งข้างๆ คนมาใหม่ชะโงกผ่านหัวคุณทวดมามองผมไม่วางตา แถมยังทำเป็นเกรี้ยวกราดใส่พี่วินด้วย นิสัยไม่ดีเลยยยยย          

            “อีเหี้ย” พี่ปอยหันมากระซิบลอดไรฟัน “ไม่บอกกูล่ะว่างานดีขนาดนี้ หล่อจนไม่กล้าวีนเลยอะ”

            เอ๊า แล้วทีผมล่ะว้ากเอาๆ สองมาตรฐานชะมัดเลย ฮือออออ

            “แฮะๆ”

            “คิกๆ” พี่ปอยยังทำเป็นตลกต่อ “ดื่มอะไรดีคะลูก”

            “ผมขับรถครับ”

            “หา? มึงขับรถด้วยเหรอ” ผมส่งเสียงถาม

            ” อ้าว หน้าแตกกลางอากาศ โดนเมินครับโดนเมิน แง

            “เอาน่า ถือว่าพี่ได้เลี้ยงเพื่อนหลาน แก้วเดียวเองงงง” สภาพพี่ปอยแม่งเหมือนตัวร้ายเวลาจะวางยาพระเอกเลยอะ

            “ผมต้องไปส่งมัน” ว่าแล้วไอ้ทักก็ชี้มาทางผม

            ผมถึงกับขมวดคิ้วเลย เดี๋ยวนะ ตกลงกันไว้ตอนไหนเอ่ยยยย หรือทำอาชีพเป็นพนักงานขับอูเบอร์ หื้มมมม

            แต่อย่าพูดอะไรออกไปดีที่สุดครับ เดี๋ยวมันควักปืนยิงสวนขึ้นมาแล้วจะยุ่ง พี่ยามหน้าประตูตรวจอาวุธมันหรือยังวะ

            “โห ถ้างั้นยิ่งต้องกินเลยยย” พี่ปอยยังทำหน้าที่สาวเชียร์เบียร์ไม่เลิก “เห็นมันบอกว่าคอนโดอยู่แยกหน้านี้เอง ไม่มีด่าน สบายใจได้”

           

            ไอ้เดือนพละมันยังจ้องหน้าผมไม่เลิกจริงๆ

            “ครับ” ไอ้ทักพยักหน้า “แก้วเดียวพอนะครับ”

            “งี้สิ” พี่ปอยยิ้มให้บาร์เทนเดอร์ “เอาอะราวเดอะเวิล์ลเอ็กซ์ตร้าทุกอย่างสามช็อตค่ะ”

            ขวับ! ถึงกับหันไปมองคอแทบหลุด

            เดี๋ยววววว แก้วเดียวคือแก้วเดียวเบาๆ แล้วพอปะทวดดดดด ไม่ใช่แก้วเดียวแล้วตายยยย สั่งเหมือนจะเอาแอลกอฮอล์ไปล้างลำไส้เลยบ้าเอ๊ยยยย แรงสุดด้วยเนี่ยยยยยเมนูเนี้ยยยย

            “พี่ชื่อปอยนะ” คุณทวดแนะนำตัวกับคนมาใหม่ “เป็นรุ่นทวดของสายตระกูลน้องกุ้ง”

            “สวัสดีครับ” ไอ้ทักยกมือไหว้ “แม่ผมชอบพี่มาก”

            “ว๊ายยยย” พี่ปอยหัวเราะ “พูดเหมือนกุ้งเลย ฝากขอบคุณด้วยนะจ๊ะ”

            พอมันได้ยินชื่อผมก็เหลือบมองมาอีกครั้ง ผมเลยบุ้ยปากให้ไปทีนึง แต่มันก็ไม่สนใจ

            ฮืออออออ เอาทิชชู่คีบผมออกไปที หัวเน่า

            “แล้วนั่นพี่เทคน้องกุ้ง ชื่อวินจ้า รู้จักหรือยัง?”

           

            เงียบ

            สัดเอ๊ย ได้ยินแต่เสียงพนักงานล้างแก้วในบาร์ เกร๊งๆๆๆ

            เอาไงดีวะ เปลี่ยนเรื่องคุยดีมั้ย คุยเรื่องสภาพภูมิอากาศของประเทศโบลิเวียก็ได้ ฮือออ อึดอัดโว้ยยยย

            “เอ่อ” พี่ปอยยิ้มแห้งๆ “เดี๋ยวกินเสร็จเราจะไปไหนกันต่อดีวิน”

            พี่เทคของผมยิ้มบางๆ “ผมได้หมด ทวดจะไปไหนอะ”

            “อยากไปทองหล่ออะ”

            “ทองหล่อ!!” ผมตาลุกวาววว โว้ยยย บ้านหลังที่สอง “อยากไปอะ”

            “ไปมั้ยลูก”

            “ปะ” ยังตอบไม่ทันเต็มปากเต็มคำ สายตาก็ดันไปเห็นไอ้ทักนั่งกอดอกเหม่อมองเหล้าในบาร์อยู่แล้ว

            หึ ถึงจะทำเป็นไม่สนใจแต่รู้เลยนะครับว่าหูผึ่ง ฮืออออ เอาไงดีวะเนี่ยยย

            “ไม่ไปดีกว่าครับ” ผมยิ้มขืนๆ “รู้สึกง่วงมากเลย”

            ผมกับพี่ปอยมองหน้าอย่างรู้กัน

            เข้าใจผมนะพี่ ฮือออ

            “ไปรถพี่เนอะ”

            “ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับมารถที่ม.ตอนเช้าก็ได้” พี่วินพยักหน้า “ไปกันเลยเนอะ”

            พี่ปอยเอนตัวมากระซิบ “ไปสิ จะรอทำเหี้ยอะไรล่ะเกินเยียมยาขนาดนี้ เดี๋ยวมีฆาตกรรมหมู่”

            โชคดีนะครับทุกคน ฝากดิ้นเผื่อผมด้วยยยย

            “ไปละนะน้องเทค ยังไงเดี๋ยวไว้คุยกัน” พี่วินเข้ามากอดผมก่อนจะหอมมาที่หัวเบาๆ ก่อนจะชี้ไปที่น้องลูกเจี๊ยบตัวเบ้อเร่อที่นั่งพิงอยู่บนเก้าอี้ที่ว่าง “อย่าลืมเอาตุ๊กตากลับบ้านด้วย”

            “บ๊ายบายพี่วิน” ผมโบกมือ “ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับ”

            พี่วินเหล่ไปทางไอ้ทักที่รับเครื่องดื่มมาจากพนักงาน “หวังว่าไอ้คนที่อุตส่าห์ถ่อมาจากนครนายกจะดูแลน้องเทคได้นะ”

            ไอ้ทักถึงกับหันมามองตาขวาง

            แง้ ไปกระตุกหนวดเสือทำม้ายยยยย

            “ไปแล้วๆๆ โอกาสหน้าเจอกันใหม่นะหลาน” พี่ปอยพุ่งตัวเข้ามากอดบ้าง ทำให้ไอ้ทักที่ทำทีจะลุกจากเก้าอี้ทิ้งตัวลงกลับที่เดิม “ตายแน่ลูก”

            ฮือออออออออออออออ

            ผมนั่งมองพี่ๆ ทั้งสองเดินกันออกไปก่อนจะหันกลับมาพบเจอกับความว้าเหว่ ก็ไอ้ทักมันไม่คุยกับผมสักคำเลยอะ

            “หึ” ไอ้คนใส่หมวกเหลือบตามามอง “อยู่กับพี่เทคที่โรงแรมXX

           

            “กูก็ดิ้นไปดิ”

           

            “ทีหลังพิมพ์ให้มันรู้เรื่องหน่อย ถือว่าสงสารกันบ้าง”

            ฮืออออ เรื่องนี้จริงๆ ด้วยยยยย

            ผมกระเถิบเข้าไปนั่งที่เก่าของพี่ปอย พยายามทำตัวลีบแบนเหมือนกระดาษเอสี่ให้มากที่สุด “ทัก

            “ไว้ค่อยคุย”

           

            แหม่ไอ้สัด แล้วเปิดประเด็นมาเหมือนกูต้องซาบซึ้งด้วย โดนเบรกเฉ้ยยยย

            ผมมองไอ้ทักยกแก้วขึ้นกระดก อึกๆๆๆๆ เหมือนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ของเหลวไหลลงผ่านคอจนเห็นแรงกระเพื่อมใกล้ๆ ลูกกระเดือก อื้อหือ ไม่ได้มีอะไรพิเศษก็จริงแต่ร้อนแรงมาก ไอ้บ้าเอ๊ยยยย

            “ไป”

            ”สัมผัสได้แต่ความเย็นชา

            ไอ้ทักเดินตามผมที่อุ้มตุ๊กตาน้องลูกเจี๊ยบตัวเบ้อเร่อนำทางเพื่อออกมายังด้านนอกโรงแรม ผมเกือบจะโบกมือเรียกแท็กซี่อยู่แล้วถ้าไอ้ทักมันไม่เรียกไว้ซะก่อน

            “จะไปไหน”

            “อ้าว กลับห้องไง”

            “ก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอว่ากูขับรถมา”

            เอออ ลืมมมมม “ขอโทษๆ”

            “ใส่ใจกูบ้างดิ๊”

            แงงงง ลืมแค่นิดเดียวเอง ใจเย็นเด้

            “คันนี้”

            ผมมองตามที่มันชี้ “จริงอ่ะ!?

            “อืม”

            โว้ยยยยย ชีวิตนี้ผมจะรายล้อมด้วยคนมีตังค์ไม่ได้นะ

            ผมยิ้มแป้นออกมาเมื่อเห็นว่ามันคือ BMW Z4 อีกหนึ่งรถในฝันที่ไอ้กุ้งอยากได้เป็นเจ้าของงงง ติดอยู่ที่เป็นคนขี้ขลาดไม่กล้าขับรถ คุณแม่เลยไม่กล้าซื้อให้ ฮือๆๆๆๆ เห็นแล้วใจมันบอกว่าใช่ ถ้าเป็นคนที่ถูกใจจะนอนกอดทั้งวันเลยยยย ขอปีนขึ้นไปถูไถบนกระโปรงรถหน่อยได้ม้ายยยย

            “ขึ้นรถสักที”

            “รถมึงเท่มากเลยทักกกก”

            “อืม”

            หง่ะ ตื่นเต้นกับกูหน่อยเซ่

            ผมเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้านใน กลิ่นหนังเตะจมูกผมเป็นอย่างแรก โว้ย เป็นบุญแท้ๆ ที่ได้นั่งรถหรูหรามีระดับแบบนี้อะ

            “เอาไว้ข้างหลัง”

            “หา?”

            ไอ้ทักมองนิ่งๆ “เอาตุ๊กตาของมึงไว้ข้างหลัง”

            “อ่อๆ” ผมทำอย่างที่มันสั่งอย่างว่าง่าย

            “ใครให้”

            “พี่เทค”

            “เหอะ” ไอ้ทักส่ายหัว “คาดเข็มขัด”

            “รู้แล้วววววว”

            แม่งเอ๊ยยยย ทำไมรู้สึกว่าวันนี้แม่งมีอำนาจเหนือผมมากๆ

            “โกรธกูเหรอ?”

            “ไว้ค่อยคุย”

            โว้ย ไม่คุยตอนนี้จะให้ไปคุยตอนไหน วันพระเรอะ กูร้อนลนใจจนจะบ้าตายแล้วววววววว

            “กูขอโทษนะ” ผมกระซิบ

           

            “ไม่รู้ว่าเรื่องไหนบ้างที่ทำให้มึงหงุดหงิด กูขอโทษทุกเรื่องเลย” ผมย่นจมูกด้วยความเศร้า ฮือออ ไม่อยากทำให้ใครอารมณ์เสียเลยนะพูดตรงๆ

            ไอ้ทักยังไม่เปลี่ยนท่าที แต่กลับถอดหมวกแก๊ปสีดำของมันมาใส่ไว้ที่หัวผม

           

            “ฝาก”

            “อ่าๆ”

            “เอามือมา”

            ผมมองไปที่มือของอีกฝ่ายซึ่งแบรออยู่ก่อนแล้ว ถึงจะงงๆ แต่ก็ยอมจับไปแต่โดยดี

            ไอ้ทักกุมมือผมไว้แน่นแล้ววางไว้ตรงหน้าตักไม่ใกล้ไม่ไกลจุดยุทธศาสตร์ ถึงจะทำให้หน้าร้อนฉ่าแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันอบอุ่นขึ้นมาเฉย

            “อยากให้หายก็ฮีลกูที”


              รถจอดเทียบตรงจุดส่งหน้าคอนโดของผม บอกเลยนะครับว่าเราทั้งสองเงียบกันตลอดทาง แรกๆ ผมก็ลองชวนคุยนั่นนี่ไปเรื่อยๆ แต่มันก็ตอบกลับมาแค่ว่า อืม เออ เหรอ

            โว้ยยยย ถ้ากูคุยเรื่องตลาดหุ้นมึงก็จะอืมๆ เหมือนรู้เรื่องใช่มั้ยฮะ

            “ไปละนะ”

            “อืม

            ผมทำท่าจะเปิดประตูแต่

            กึก!

            “อ้าว” ผมหันไปทำหน้างง “ล็อคทำไมอะ?”

            “โทษๆ” มันปลดล็อคให้อีกครั้ง

            กึก!

            “ง่ะ” ล็อคอีกแล้ว! อะไรวะเนี่ย

            “มึงลืมตุ๊กตา”

            “อ๋อ” ก็บอกสิวะ มัวแต่เย็นชาอยู่นั่นแหละ

            ผมปีนไปด้านหลังหวังจะคว้าน้องลูกเจี๊ยบ แต่สายตาดันไปเห็นไอ้ทักเอี้ยวคอมามองซะก่อน ตอนนี้สายตาปะทะกันเต็มที่ กระแสไฟฟ้าดังเปรี้ยะๆๆ เลย

            “มีอะไรเหรอ”

            “เปล่า” ไอ้ทักส่ายหัวแล้วทำเป็นมองพวงมาลัย

            โอเค สงสัยต้องเคลียร์ ไว้ก่อนนะน้องลูกเจี๊ยบ ขอจัดการกับคนนี้ก่อนนะลูก

            ผมเขย่าแขนของอีกฝ่าย

            “หายได้แล้วน่า”

            “อืม หายแล้ว”

            “ทักกกกก มึงเป็นแบบนี้เค้าเรียกไม่หายยยย” ผมดีดดิ้นอยู่บนเบาะ “อย่าทำให้กูร้อนลนใจสิ นี่กูแคร์มึงนะ”

            “จริงเหรอ

            เอ่อ ทำไมมันทำหน้าจริงจังขนาดนั้นอะ

            “ทักกูเริ่มเครียดจริงๆ แล้วนะ”

            อีกฝ่ายทำเป็นยิ้ม แต่รู้เลยนะครับว่าฝืน “เออ หายแล้วน่า”

            “ทัก”

            “หายแล้วจริงๆ”

            ทำไมขี้งอนจังวะ เดือนพละหรือน้องทักอนุบาลหนึ่งทับหนึ่ง เด็กน้อยเอ๊ยยยย

            หรือต้องลองใช้วิธีที่แม่งเคยทำกับผมดู

            “จะทำอะไร” ไอ้ทักหน้าเหวอเมื่อผมใช้นิ้วสะกิดแก้มมันไปมา โห หน้าใสเหมือนกันนะเนี่ย

            “เร็ววว หายโกรธได้แล้วน่า” ผมยังไม่เลิกเขี่ยๆ ถูๆ

            “ก็บอกว่าหายแล้วไง”

            “ยังอีก” ผมเร่งเลเวลความเร็วของนิ้ว จนเริ่มรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังกลั้นยิ้มไม่ให้ระเบิดออกมา

            “พอเลยพอ” มันทำท่าจะปัดมือออก แต่ผมชักกลับมาได้ทัน

            หึ จะไม่กลับเป็นเหมือนเดิมใช่มั้ย ด้ายยยย

            “จะทำอะไรอีกฮะ!” ไอ้ทักหดคอหนีเมื่อผมทำเป็นยื่นหน้าเข้าไปหา

            “หึหึ”

            “เฮ้ยยย อะไรของมึง”

            “ทัก” กูยอมใช้วิธีนี้เพื่อมึงเลยนะ

            “มึงจะ อุบ!” ไอ้ทักเบิกตาโพลงเมื่อผมมอบจุ๊บเล็กๆ น่ารักตะมุตะมิแบบที่โดนจากมันตอนริมระเบียง

            งง งงล่ะสิมึง

            ไม่ใช่แค่มึง กูก็งง แงงงงงง กล้าทำไปได้ยังไง

            ไอ้ทักช็อคไปสองนาทีก่อนจะร้องลั่น “โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”

            “คิกๆๆๆ”

            ไอ้เดือนมหาลัยจับพวงมาลัยเขย่าตัวยกใหญ่อย่างกับคนบ้า “อะไรของมึงเนี่ยยยยย กูอุตส่าห์ทำฟอร์มมมมม”

            “อ้าวเหรอออ” ผมบุ้ยปาก

            “เนี่ยยยย เสียหมาเลยสัด ว่าจะโหดๆ เย็นชาๆ” ไอ้ทักกัดกระพุ้งแก้ม “มึงนี่นะ

            “ช่วยไม่ได้ มัวแต่อืมๆ เออๆ อยู่นั่นแหละ”

            “แม่ง” ไอ้ทักหัวเราะกับตัวเองก่อนจะฟุบลงกับพวงมาลัยเหมือนคนยอมแพ้ วะฮ่าๆ บอกเลยว่าเกมนี้ผมชนะ “มึงขี้โกง ปล่อยท่าไม้ตายใส่กูอะ”

            “สมน้ำหน้า เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง” พอละ สบายใจ หยิบน้องลูกเจี๊ยบแล้วขึ้นห้องไปอาบน้ำนอนกันดีกว่า

            “จะไปไหนฮะไอ้แผนเยอะ”

            “เหวออออออ” ผมร้องลั่นเมื่อไอ้ทักเกี่ยวแขนไว้กับเอวผมแล้วดึงมานั่งอีกฝั่งจนสะโพกกระแทกกับเกียร์อย่างแรง โอ๊ยยยยย

            ดะเดี๋ยวนะ รถไอ้ทักมันใช้เกียร์ออโต้ไม่ใช่เรอะ ทะทำไมความรู้สึกเหมือนเกียร์กระปุกแบบเนี้ยยยย

            บ้าแล้วววว นี่ผมไม่นั่งทับเกียร์ นั่งทับตักมันอยู่ตะหากกกก

            “ปล่อยน่าเดี๋ยวคนเห็นนนน”

            “รถกูฟิล์มดำ”

            “ที่กูจะหมายถึงคือให้มึงเลิกทำ ไม่ใช่ให้มึงบรรยายสรรพคุณรถไอ้เชี่ยยย” ฮือออ พี่ยามอยู่ไหน ช่วยผมด้วยยย

            “คิดถึง” เสียงทุ้มๆ ดังอยู่ที่ต้นคอ

            “เอออ รู้แล้ว ไม่งั้นมึงไม่มาหากูถึงที่นี่หรอก”

            “ถ้ารู้แล้วคิดถึงกันบ้างมั้ย”

            โชคดีเหมือนกันนะที่หันหน้าออกมาแบบนี้ ไม่งั้นอีกฝ่ายแม่งรู้แน่ว่าผมหน้าแดงขนาดไหน

            ผมสะกดจิตตัวเองให้ใจปกติ ก่อนจะเอี้ยวคอไปมองมัน “ก็มาอยู่ด้วยแล้วนี่ไง”

            ไอ้ทักยิ้มอีกครั้งเมื่อผมใช้นิ้วสะกิดแก้มมันไม่เลิก “ที่มึงพิมพ์มาในไลน์ มึงไม่ได้ตอบกูส่งๆ ใช่มั้ย”

            “หา? ข้อความไหนอะ”

            อยู่ๆ มันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาให้ดู ทันทีที่หน้าจอสว่างวาบผมก็มองเห็นพื้นหลังหน้าโฮมได้ชัดเจน

 

            Baby Shrimp : เครรรรรรรร

            Baby Shrmp : รักนะๆๆๆๆ

 

            โห ถึงขนาดเอามาตั้งเป็นรูปหน้าจอเลยเหรอวะ

            แม่ครับผมเขินนนนนน

            “ว่าไง” ไอ้ทักเลิกคิ้ว คาดคั้นคำตอบ

            “เอาจริงๆ กูจะไม่โกหกนะ” ผมย่นจมูก “กูตอบไปส่งๆ”

            ” โอ๊ยยย หน้าหงอยเลยอะ ฟังให้จบก่อนเซ่

            “แต่ถึงกูจะตอบส่งๆ ก็เป็นเพราะกูกำลังรีบ” ผมหยิกแก้มมัน “ไม่ได้หมายความว่ากูจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้นสักหน่อย”

            “จริงอะ?” แหมมม สวนทันควันเลยนะมึง

            “เออ”

            “ดีใจจังว่ะ” ไอ้ทักซุกไหล่ผม มือนี่รัดเอวจนกระดูกผมจะหักอยู่แล้ว แอ่กกกก

            “ปล่อยน่า กูอยากอาบน้ำนอนละ”

            “บอกรักก่อน บอกแบบในไลน์”

            เดี๋ยวววว เอาจริงอะ

            โอ๊ยยย หน้าตาหื่นกระหายแบบนี้ คงไม่ได้มาเล่นๆ แล้วววว

            “ปล่อยยยยย”

            “เร็วววว

            “ปล่อยยยย อ่าห์” อย่ากัดคอออออ

            “บอกทีเดียว มึงจะอิสระสมชื่อแน่นอน”

            ผมบุ้ยปากเลย หึ่ยยย “ทัก”

            “กูให้บอกรัก ไม่ใช่บอกทัก” เจ้าของชื่อตบหัวผมเบาๆ “เร็ววว”

            “ทัก”

            “ยังอีก”

            “ทัก”

            “ไอ้เจี๊ยบ

            “ทักรี่”

           

            เป็นไปตามคาดครับ ทั้งผมทั้งมันยิ้มแป้นมองหน้ากันแบบอยากจะหัวเราะซะให้ได้ โว้ยยยย มึงเขินกูก็เขินเนี่ยยยย

            “แบบนี้ได้มั้ย” ผมงับคางมันไปทีนึง

            “ผิดคาดนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าโอเค้” ไม่โอเคแล้วม้างงงง ยิ้มแป้นขนาดนี้

            “ปล่อยน่า กูจะไปละ” ผมคลานกับเบาะฝั่งตัวเอง หยิบกระเป๋าและน้องลูกเจี๊ยบเตรียมจะออกจากรถ

            “ฝันดีครับ”

            ผมหันมาบุ้ยปากใส่มันทีนึง ใจก็นึกขึ้นมาได้ นี่มันจะเอาไงกับชีวิตต่อวะ

            “มึงจะไปไหนต่อ”

            “กลับม.

            “หา!?” ผมนี่ถึงกับปิดประตูอีกทีเลย “มึงบ้าหรือเปล่า ค่ำๆ มืดๆ มันอันตราย”

            “ห่วงกู?”

            “เออดิ ไม่ห่วงก็ใจดำเกินไปแล้ววว” ผมดึงแขนเสื้อมัน “ค้างกับกูที่นี่นะๆ ตอนเช้าแวะไปบ้านกูที่บางขุนเทียนกับพวกไอ้อู๋แล้วค่อยกลับด้วยกัน”

            “เอางั้นเหรอ” ไอ้ทักเลิกคิ้ว “มึงแน่ใจนะว่าจะให้กูค้างด้วย”

            “ก็ดีกว่าตีรถกลับม.มั้ยล่ะ”

            ไอ้ไดโนเสาร์ของผมยิ้มแป้น เอ๊ะ แปลกๆ ไงชอบกล “งั้นรีบบอกทางไปลานจอดรถเลย”




             ทันทีที่ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ สายตาเห็นไอ้ทักยืนมองชั้นวางกรอบรูปของผมด้วยมาดนักสืบ แม่งสำรวจตั้งแต่รูปสมัยเด็กตัวเท่าเมี่ยงไล่มาถึงตอนโต ผมค่อนข้างจะอายๆ ก็ได้แต่เกาหัวแกรกๆ อยู่ด้านหลังมัน จริงๆ ก็นึกเขินด้วยแหละพอเห็นมันถอดเสื้อแจ็คเก็ตออกเหลือแต่เสื้อยืดกับกางเกงยีนแบบนี้

            โว้ยยยย เสื้อตัวเล็กหรือมึงตัวใหญ่ว่ะ แขนจะปริอยู่แล้วโว้ยยยยย

            “ไปอาบน้ำ” ผมส่งเสียง อีกฝ่ายรู้ตัวเลยหันมามอง

            ไอ้ทักยิ้มแป้น “อาบก่อนมาแล้ว”

            “โห ตรรกะอะไรของมึงเนี่ย” ผมส่ายหัว “รีบไปอาบเลย”

            “อาบแล้วกูจะใส่อะไรนอนอะ” มันขมวดคิ้ว “ไซส์มึงกูคงยัดไม่ลงแน่ๆ”

            เออว่ะ จริงของมัน เสื้อของมันเองก็คงอยากจะร้องขอความช่วยเหลือให้เลิกระเบิดแขนเสื้อได้แล้วเหมือนกันสินะ

            “รังเกียจกูเหรอ” ไอ้เดือนมหาลัยเดินเข้ามาใกล้ “ตัวเหม็นใช่มั้ย”

            “เออดิ”

            พูดไปงั้นแหละครับ วันนี้ตัวมันหอมมาก แอบดมมาตั้งแต่ตอนที่นั่งตักแล้ววววว

            “งั้นเดี๋ยวกูนอนโซฟาก็ได้”

            “อย่ามาทำเป็นพระเอกแถวนี้” ผมกระโดดขึ้นเตียง “นอนด้วยกันนี่แหละน่า กูก็พูดไปงั้น”

            ไอ้ทักยืนอารมณ์ดีอยู่สักพักก่อนจะสอดตัวตามเข้ามาในผ้าห่มบ้าง แต่แทนที่จะหลับตา มันดันนอนหนุนมือโชว์วงแขนเหลือบมองมาทางผมซะงั้น โว้ยยยย

            “วันนี้ไม่กอดเหรอ” ไอ้ไดโนเสาร์ยิ้มมุมปาก

            แหม่ รู้ดีจังนะ เดี๋ยวจะโดน

            “กำลังพยายามไม่ให้ท้ายมึงมากไป” ผมแยกเขี้ยว

            “หึ” ไอ้ทักเขยิบเข้ามาใกล้ เดี๋ยววว กูยังไม่อนุญาตเลย “มึงมีเสื้อสีเหลืองกี่ตัวเนี่ย”

            ผมมองตามที่นิ้วมันชี้ ตอนนี้ผมกำลังสวมเสื้อสีเหลืองอ๋อยลายดอกทิปลิบสีขาวครับ น่ารักมั้ยล่ะ อิๆ

            “เยอะมาก ชนิดที่ถ้าเกิดกูเปิดตู้เสื้อผ้าออกมามึงต้องแสบตาแน่นอนเพราะมันจ้าซะเหลือเกิน คิกๆ”

            “ก็ดี” มันทำเป็นเนียนเหยียดแขนสอดเข้ามาใต้หัวผม “สีเหลืองเหมาะกับมึงที่สุดแล้ว”

            เอ๊า นี่มันโมเม้นท์หวานซึ้งอะไรล่ะเนี่ย

            “ทัก”

            “หืม” มันส่งเสียงอยู่เหนือหัว

            “กูนับถือในความพยายามของมึงมากเลยนะ”

            “ทำไมวะ”

            “กูดีใจมากๆ ที่มึงไม่เคยขอนอนกับกูเลย” ผมว่า “กูอะถึงจะแรดกับคนอื่นขนาดไหน แต่พอมีคนบอกว่าจะมาจีบ แม่งล้วนเข้ามาเพราะอยากจะนอนกับกูทุกคน”

           

            “บางทีกูก็เซ็งนะ”

            “อืม แต่มึงก็ไปขอนอนกับคนนู้นคนนี้ไม่ใช่เหรอ”

            “ไม่นับดิ อันนี้หมายถึงคนที่บอกว่าจะเข้ามาจีบ”

            โอ๊ยยย จะอธิบายยังไงให้มันรู้เรื่องวะ

            “อืม มันเจ็บใช่มั้ย”

            “เออดิ ในสายตาพวกมันแม่ง กูก็คงไม่ต่างอะไรจากวัตถุเลย” ทำไมเสียงเริ่มสั่นได้ล่ะเนี่ย ฮือออ

            “อืม” ไอ้ทักยกตัวขึ้นมามอง “พูดจบยัง”

            “หะ

            “จบแล้วเนอะ”

            “จะจบแล้ว” อะไรวะ สายตาแบบนั้นแม่งไม่น่าไว้วางใจเลย

            ยังสงสัยไม่ได้นาน คนด้านบนก็ก้มลงมาประทับริมฝีปาก ครั้งนี้มันไม่มีท่าทีหยอกล้อเหมือนก่อน ผมรับรู้ได้ถึงความจริงจังผ่านท่วงทีของลิ้นเปียกๆ แต่อบอุ่นของมัน เหมือนอีกฝ่ายต้องการแชร์ความรู้สึกต่างๆ ผ่านการกระทำให้ผมรับรู้ และอยู่ๆ ใจของผมก็เปิดออก เหมือนกับมีประตูอะไรสักบาน ที่ยินดีต้อนรับมันเข้ามาอย่างไม่เคอะเขิน

            บ้าเอ๊ย ทำไม ทำไมผมถึงน้ำตาไหล ไหลแบบไม่รู้ตัวด้วย

            “ฮรึก”

            “ร้องไห้ทำไม” ไอ้ทักถอนปากตัวเองออกไป ใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มด้วยความเอ็นดู

            “ฮรึก ไม่รู้ ฮรึกกก” ผมตระกองกอดคนตัวโตด้วยความตื้นตัน “กู กูดีใจอะ”

            “ดีใจทำไม” คนด้านบนยังคงย่นคิ้วไม่เลิก

            “ดีใจ ดีใจมากๆ”

           

            “ดีใจที่เป็นมึงอะ”

            ไอ้ทักหยิบมือผมขึ้นมาจูบเบาๆ “ขอบคุณมาก กูยินดี”

            “ฮรึก”

            “เลิกร้อง” ไอ้ทักเช็ดน้ำตาให้ผมอีกครั้ง “มึงแม่งโคตรไม่เหมาะกับน้ำตา”

           

            “นอนกับกูนะ” ไอ้ทักแนบหน้าผากของมันลงมา “แล้วไม่ต้องไปนอนกับใคร เชื่อใจกู กูดูแลมึงเอง”

            “ฮือออออออ” เลิกซึ้งได้แล้วอีเหี้ย กูไม่อยากร้องห้ายยยยยย

            “นะ ตอนนี้เลย กูทนมานานพอแล้ว”

           

            “นะครับ”

            “อย่าทิ้งกูนะ”

            ” ไอ้ทักคลี่ยิ้มออกมา ทำอย่างกับว่านั่นเป็นคำพูดที่ไร้สาระที่สุดในโลก “น้องกุ้งน่ารัก ใครไม่รักก็บ้าแล้ว

           

            “กูไม่อยากเป็นคนบ้าว่ะ”

          


แฮะๆ สวัสดีคร้าบไรต์เตอร์นะคร้าบบบ

ผมจำเป็นจะต้องตัดส่วนนี้ออกไป

เพื่อทำตามกฎอย่างถูกต้อง

เพราะผมต้องขอบคุณเด็กดีที่กรุณามีแพลตฟอร์มลงนิยายให้อ่านกัน

 

เอาเป็นว่าถ้าใครอยากรู้ว่าอ่านได้ที่ไหน

ลองเข้าไปในเพจผม หรือทวิตเตอร์ของผมนะครับ

 

อืม จริงๆ ก็ไม่มีอะไรเลยนะ เล่าคร่าวๆ ให้เอามะ

อะ สมมุติว่าทักคือนิ้วชี้ กุ้งคือปากกาที่ตกอยู่ในซอกแคบๆ บนโซฟา

นิ้วชี้เนี่ยก็อยากจะจิ้มเข้าไปเอาปากกาซะให้ได้เลย

แต่ยังไง๊ยังไงซอกโซฟานั้นก็เล็กเกินกว่านิ้วใหญ่ๆ ของเราจะเข้าถึง

ทำไงดี

 

เอ๊ะ ยังไงก็ไม่ได้อารมณ์แฮะ ถ้างั้นไปหาอ่านดีกว่านะครับ

ไม่มีอะไรมากหรอก แต่ผมกลัวไว้ก่อน

แต่สัญญานะครับ ถ้าอ่านแล้ว ช่วยกลับมาหวีดกันในนี้เหมือนเดิมน้า

ผมรออ่านคอมเม้นท์ของชาวเด็กดีเสมอครับ





          ขะเข้าออกเป็นเปิดปิดลิ้นชักเลยนะไอ้เหี้ย

            ไอ้ทักย่นคิ้วใส่ผมอีกครั้ง คราวนี้มันถึงกับส่ายหน้า มะมีปัญหาอะไรอ่า

            มันปล่อยให้ผมเป็นอิสระ ทันทีที่ทุกอย่างกลับเข้าที่เข้าทาง ผมก็นอนแผ่หลาอย่างเหนื่อยอ่อน

            ผมมองร่างสูงใหญ่ในเงามืดลุกออกจากเตียง ทันทีที่ไอ้เดือนมหาลัยกดสวิตช์ไฟ ทุกอย่างก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง และแน่นอน มันเห็นอะไรต่อมิอะไรเต็มตาไปหมดจนผมต้องเอาผ้าห่มสีเหลืองมาปิดท่อนล่างของตัวเองไว้

            โว้ยยยย อะไรของมันเนี่ยยยย

            ตอนแรกไอ้ทักยังหันหลังอยู่ผมจึงไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไร แต่ยังไม่ทันส่งเสียงถาม แม่งก็เดินเกาคางมองมาทางผมอย่างคนใช้ความคิดซะแล้ว

            “กูจะถามตรงๆ นะ”

            ” ผมได้แต่นิ่งอยู่ใต้ผ้าห่ม รู้สึกได้เลยว่าเหงื่อไหลเข้าตาตัวเอง แอ่กก แสบ

            ไอ้ทัก ผู้ที่เปลือยท่อนบนและเป้ากางเกงยีนบวมเป่งเอนตัวพิงบานประตูก่อนจะกระตุกยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่กำลังบอกว่า อยู่ๆ มันก็ได้ของมีค่าแต่ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

            “นี่มึงยังซิงอยู่ใช่มั้ยฮะไอ้เจี๊ยบ?”


TBC*

 :hao7: :hao7: :hao7: :hao7:

มาแล้วนะครับมาแล้ว
ขอไม่พูดอะไรมากนะครับ เจ็บคอ (ไม่สบายอะ แหงะ)

ไม่ต้องการอะไรมากครับ ต้องการแค่ไอ้ทักคลานเข้ามากราบพร้อมพวงมาลัยก็พ่อ

หัวใจพ่อมันปวดร้าวตะเตือนใตตตตต U_____U

ฝากคอมเม้นท์ โหวต หรือแชร์ให้เพื่อนมาร่วมเอ็นดูน้อง
เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมได้นะครับ


หรือจะมาหวีดกันที่แทค #อย่ามาอยู่กับกุ้ง ในทวิตได้นะครับบบ


พูดคุยกันได้ที่ https://www.facebook.com/thene0classic
หรือ #อย่ามาอยู่กับกุ้ง ก็ได้นะฮัพ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 871 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,510 ความคิดเห็น

  1. #5489 sealers (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 21:42
    ตลกตอนกุ้งร้อง โดนเชือดหรอลูก55555
    #5,489
    0
  2. #5465 Jibangrin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 01:26

    โอ้ยยย รู้สักที!! 555555
    #5,465
    0
  3. #5458 After_TeaTime (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 20:07
    รู้ความจริงสักที่ลูก!55555555น้องเคยบอกไปแล้วววว ถึงขั้นไปตามหาcutเพื่อมาฟิน แต่กลับได้ความขำมาแทน5555555 เสียงน้องโหยหวนเกิ๊นนนนน
    #5,458
    0
  4. #5452 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 19:18
    อิแม่ มี nc ไหมคะ!!!!
    #5,452
    0
  5. #5376 Shipnielong (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 16:23
    ไม่ซิงแล้วค่ะ เป็นของทักแล้ว
    #5,376
    0
  6. #5302 lills (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:07
    555555555555น้องงงงง
    #5,302
    0
  7. #5287 toonytoony (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:57
    5555555
    #5,287
    0
  8. #5227 PaulaPum (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 02:43
    ทักโคตรรั่วเลยเว้ยยย555
    #5,227
    0
  9. #5206 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 11:57
    โอ้ยยยยยยยยยยยยย
    #5,206
    0
  10. #5139 minshgyu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 23:36
    ใจบางมากตอนนี้ฮืออออ
    #5,139
    0
  11. #5018 PCY_BBH_PLOY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 16:21
    อร๊ายยยยยยย
    #5,018
    0
  12. #4964 ojay2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:20
    กรี้กดดดดดดดดดดดด
    #4,964
    0
  13. #4951 AunApikana (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 02:04
    อ่านตรงปีเตอร์นะโดนฆ่าหมกป่ามาเม้นก่อนวงวารน้อง//ไปอ่านต่อ
    #4,951
    0
  14. #4909 mmyu24 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 11:31
    น้องบอกไปแล้วนะ ดันเมาเองงง
    #4,909
    0
  15. #4889 MManatsawan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 19:29
    555555 ก็ซิงอยู่อะดิ 555555
    #4,889
    0
  16. #4850 PPSnook (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 09:55
    เขาก็บอกไปแล้ว ตัวเองเมาจำมะได้เอง
    #4,850
    0
  17. #4752 Jaov27 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 07:28
    น่ารักมากเลยค่ะะะ
    #4,752
    0
  18. #4730 BangJae_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 21:32
    ขำอ่ะ555555555555
    #4,730
    0
  19. #4662 Ilo_harlveen (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 01:33
    บอกไปตั้งนานแล้วนะว่าซิงงง
    #4,662
    0
  20. #4605 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 08:16

    ซิงโว้ยยยยยย

    #4,605
    0
  21. #4485 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 00:16
    หืออออออ
    #4,485
    0
  22. #4465 qwrhnm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 10:39
    ฮื่อ ทักไม่อ่อนโยนกับน้อนเรยอ่ะ แต่ยังดีที่ยับยั้งช่างใจ!!!!
    #4,465
    0
  23. #4362 PareWaPkh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 20:03
    ใช่ น้องยังซิง5555
    #4,362
    0
  24. #4207 ManitaWadwaree (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 19:09
    อ๊ายยยยยยยยยย 0;;0
    #4,207
    0
  25. #4204 เพียงเสียงพิณ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 12:44
    สิ่งเลอค่าาาา

    ชัดหรือยังพี่ทักกกกกก

    555555
    #4,204
    0