อัญมณีเริงไฟ

ตอนที่ 37 : เย็นชา (80%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,767
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    21 ต.ค. 62

“พี่คีคะ”

จิรัชยามาถึงสักพักหนึ่งแล้ว เธอได้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในบ้าน เพราะบ้านของเขาเป็นกระจกใส อาจจะไม่ได้ยินนั่นไม่สำคัญ เพราะสิ่งที่เห็นทำให้มั่นใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงเลวร้าย ซึ่งเธอไม่ควรพลาดโอกาสนี้

“เท้าหายดีแล้วเหรอ” อัคคีก้มมองต่ำ เขาเห็นหญิงสาวเดินได้ปกติ ผิดกับเมื่อวานที่เหมือนจะเป็นจะตาย

“ดีจนเกือบจะเป็นปกติแล้วค่ะ ยาของคุณแม่ดีจริงๆ ทั้งกินทั้งทาตื่น เช้ามาแทบจะวิ่งได้เลยค่ะ” น้ำเสียงใสตอบอย่างฉะฉาน หวังจะใช้ความใสซื่อให้เขาเชื่อ

“เอ่อ... พี่คีคะ เมื่อวานจีนโทรไปหาพี่มลเลขามาค่ะ พี่มลบอกว่าวันนี้พี่คีจะไปทำงาน จีนเท้ายังไม่หายดี จะเป็นอะไรไหมคะ ถ้าจะขอติดรถไปด้วย” เธอลองเชิงและเติมความน่าสงสารลงไปอีกหน่อย

“แต่ถ้าพี่คีกลัวพี่อุ้มเข้าใจผิดก็ไม่เป็นไรนะคะ”

“ไปสิ”

อัคคีชิงตอบ เขาเดินนำหน้าไปทันทีโดยมีจิรัชยาเดินตาม แต่ก็ไม่วายหันมองด้านหลังอย่างสะใจ สายตาของเธอปะทะกับอัญมณีเข้า รอยยิ้มที่ผุดมุมปากอย่างผู้ชนะ ทำเอาคนเป็นพี่กำมือแน่น

“หนูอุ้มเป็นอะไรหรือเปล่าลูก” วรรณาจับแขนของสะใภ้พลิกไปมา ให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรร้ายแรง

“ไม่เป็นอะไรค่ะคุณป้า”

วรรณาและสุทินมองตามสายตาของเธอ จึงได้เห็นว่าใครกำลังขึ้นรถไปกับอัคคีอีกคน สายตาเป็นกังวลของผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนหันมองกันอย่างนึกห่วง หากไม่มีคนอื่นเรื่องในครอบครัวก็คงจบลงที่คนในครอบครัว แต่ลองได้มีคนอื่นเข้ามาแทรกแซง พวกเขาก็ไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะจบลงในทิศทางไหน

“อุ้มขอตัวนะคะ”

เธอผละออกมาจากตรงนั้น ไม่ยอมให้ใครเห็นหยาดน้ำตาที่มันกำลังจะไหลเอ่อ... เจ็บใจ เจ็บปวด เสียใจ หรือชิงชัง เธอก็ตอบตัวเองไม่ได้

 

อัญมณีขลุกตัวอยู่ที่บ้านเล็กริมน้ำจนเย็น การนั่งปล่อยวางให้จิตใจล่องลอยไปตามที่มันอยากจะไป ช่วยทำให้ร่างกายของเธอเข้มแข็งขึ้น แม้จะยังไม่เหมือนเดิมก็ตาม มือบางวางกดลงบนแผลซึ่งมีผ้าก๊อซสีขาว มันยังปวดหนึบๆเหมือนใจเธอ แต่ปวดกายไม่เท่าไหร่เดี๋ยวก็หาย แต่เธอเชื่อว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะผ่านพ้นไป ไม่ว่ามีทางออกจะเป็นเช่นไรก็ตาม

ร่างบางลุกขึ้นยืน บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดแล้ว เธอควรจะกลับบ้าน... บ้านที่เจ้าของบ้านรังเกียจเธอ ยามทุกข์ใจ เธอคิดถึงน้าสาวที่อยู่ต่างแดน และพ่อบุญธรรมที่แสนจะใจดี แต่เธอจะโทรกลับไปในตอนนี้ ก็กลัวจะเก็บเสียงสะอื้นไม่ได้ รังแต่จะทำให้ทั้งสองเป็นห่วง แค่เรื่องแต่งงานที่ไม่ได้บอกพวกท่าน รวมถึงเรื่องที่ลอบถูกทำร้าย อัญมณียังคิดไม่ตกว่าจะเริ่มเรื่องไหนก่อน เธอยังไม่อยากถูกลากตัวกลับไปในตอนนี้

จะเพราะเขา... หรือเพราะยังไม่ได้ชำระความ เธอเองก็ยังไม่แน่ใจ

เท้าบางเดินมาเรื่อยเปื่อยจนหยุดอยู่ที่ใต้ต้นลดาวัลย์ กลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้เธอผ่อนคลาย อัญมณีเอื้อมมือไปแตะที่ช่อของมัน กลีบบางเบาร่วงหล่นลงมา เธอหลับตาพริ้มสูดกลิ่นหอมให้เต็มปอด นึกถึงใครบางคนที่จากโลกที่โหดร้ายนี้ไปก่อนแล้ว ถ้าตอนนี้อัญญารินทร์ยังคงอยู่ เธอคงไม่ต้องมาพบเจอเรื่องราวที่เจ็บปวด ไม่ต้องเจอคนที่ใจร้าย ไม่ต้องเจอพวกสารพัดพิษอย่างแม่เลี้ยงและน้องสาว แต่ในทางกลับกัน... พี่สาวเธอคงเป็นคนเจอเรื่องแย่ๆ บางทีสิ่งที่เธอเจออาจจะไม่ได้เศษเสี้ยวที่อัญญารินทร์เจอเลยด้วยซ้ำ

เมธียืนมองภาพนั้นอยู่ห่างๆ มันเหมือนภาพซ้อนทับ เพราะครั้งหนึ่งอัญญารินทร์ก็เคยเป็นเป้าให้เขามองอย่างนี้ ภาพผู้หญิงที่ยกมือขึ้นไหว้กราบกรานให้เขาหยุดทำร้ายเธอ มันน่าเวทนา สงสารและหดหู่ใจ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกทำ เพียงเพราะเจ้าของหัวใจเป็นคนสั่ง

 

ค่ำคืนนี้อัญมณีก็ยังคงนอนไม่หลับ เธอรอจนเสียงรถของอัคคีกลับเข้ามา หญิงสาวมองดูนาฬิกาเกือบเที่ยงคืน เธอเอื้อมมือปิดไฟที่หัวเตียง นอนลืมตาในความมืด ภาวนาให้ตัวเองกลับมาเข้มแข็งดั่งวันวาน เธอไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้เลย

คืนนี้ก็เหมือนเมื่อคืน เสียงฝีเท้าหนักๆ หยุดลงที่หน้าบานประตู เขาเคาะเรียกอยู่หลายหนแต่เธอไม่เปิดให้ เธอให้เด็กขนข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปให้เขาอีกห้องหนึ่ง ในเมื่อเขายกห้องนี้ให้กับเธอ เธอก็จะใช้ความเป็นเจ้าของห้องให้เต็มที่

“งานยุ่งเหรอลูก” วรรณาเองก็ยังนอนไม่หลับ รีบลุกจากเตียงเมื่อได้ยินเสียงรถของบุตรชาย

“ครับ” อัคคีโกหก เขาออกจากบริษัทตั้งแต่บ่าย แล้วไปดื่มเหล้าต่อจนเกือบเที่ยงคืน โดยมีจิรัชยาติดสอยห้อยตามไปด้วย

“ข้าวของของลูก หนูอุ้มให้เด็กขนไปไว้อีกห้องแล้ว” ชายหนุ่มพยักหน้า มองบานประตูห้องนอนของตัวเองอย่างชั่งใจ

“แม่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกทั้งสอง แต่ทำแบบนี้ลูกคิดดีแล้วเหรอ คีไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือยอีกต่อไปแล้ว ลูกจะควงผู้หญิงคนอื่นไปไหนมาไหน กลับกันดึกๆ ดื่นๆ ทั้งที่เมื่อวานเพิ่งแต่งงานกัน มันถูกต้องแล้วเหรอ” เขาไม่แปลกใจว่าทำไมมารดารู้เรื่องทั้งหมด คงเป็นเลขาที่โทรมารายงาน และประติดประต่อเรื่องราวเองด้วยส่วนหนึ่ง

“ถ้ากลับกัน... หนูอุ้มเป็นคนทำบ้าง คีจะรู้สึกยังไง”

“ไม่รู้สึกอะไรครับ”

“แม่ผิดหวังในตัวคี เมื่อวานหนูอุ้มแผลเลือดออก ต้องไปล้างแผลทำแผลใหม่ที่โรงพยาบาล คีใจร้ายใจดำไม่ไปเยี่ยมน้องสักนิด ทั้งที่แผลนั่นหนูอุ้มได้มาเพราะช่วยคีไว้ แม่ไม่คิดเลยว่าลูกชายของแม่จะเป็นคนใจดำถึงเพียงนี้” อัคคีลูบใบหน้าตัวเองช้าๆ เขายังคงยืนนิ่งเงียบฟังมารดาต่อว่าโดยไม่ปริปากเถียงสักคำ

“แม่ขอล่ะคี มีอะไรก็หันหน้าคุยกันให้เข้าใจ ไม่ใช่ผัวไปทางเมียไปทาง มันจะเป็นครอบครัวได้ยังไง ไม่เห็นแก่หน้าแม่ก็ให้เห็นแค่หน้าคุณอาบ้าง นึกถึงวันที่คีรั้นจะแต่งงานกับหนูอุ้มให้ได้สิ”

“ผมจะหย่า” เขาประกาศกับคนเป็นแม่ นางถึงกับยกมือขึ้นทาบอก

“แต่งเมื่อวาน วันนี้พูดถึงเรื่องหย่า”
“จะช้าจะเร็วก็ต้องหย่ากันอยู่ดี หย่าให้เสร็จทุกอย่างจะได้จบ”

“เอาเถอะ... ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่มันถูกต้องและดีแล้ว ก็เชิญทำได้ตามสบาย ให้เห็นพ่อกับแม่เป็นแค่หัวหลักหัวตอก็พอ จะข้ามกันไปข้ามกันมาก็เอาเลย” วรรณาผิดหวังอย่างรุนแรง นางกลับห้องนอนไปเงียบๆ ทิ้งให้อัคคียืนกุมขมับเคร่งเครียดเพียงลำพัง

 

เช้าวันใหม่... ใครๆ ต่างก็ให้กำลังใจเสมอว่าพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้ แต่เปล่าเลย... มันใช้กับอัญมณีไม่ได้ เช้านี้สถานการณ์ภายในบ้านชวนอึดอัดใจน่าดู เพราะวรรณาและสุทินเคร่งเครียดราวกับมีเรื่องให้ขบคิด ส่วนใบหน้าของอัคคีนั้นไม่ต้องพูดถึง เหมือนผีดิบที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน ซึ่งคงไม่ต่างจากเธอเท่าใดนัก

“นั่นหนูอุ้มจะไปไหนแต่เช้าเหรอลูก” วรรณาถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวลงมาจากชั้นบน ด้วยเสื้อผ้าหน้าผมที่ค่อนข้างดูเป็นทางการ

“อุ้มจะเข้าบริษัทน่ะค่ะ แล้วจะเลยไปคอนโดด้วยค่ะ”

“กว่าหนูอุ้มจะทำงาน มันอีกสองเดือนไม่ใช่เหรอลูก” สุทินเป็นห่วงและสนใจสะใภ้ ยิ่งกว่าบุตรชายที่นั่งจิบกาแฟอยู่อีก

“อุ้มเปลี่ยนใจแล้วค่ะคุณลุง อยู่บ้านเบื่อๆ อุ้มก็เลยขอเข้าไปทำงานก่อนน่ะค่ะ”

“โธ่หนูอุ้ม แผลก็ยังไมหายดีเลย”

คนเป็นแม่เหลือบเห็นว่าสายตาของอัคคีก็มองไปยังส่วนที่เอ่ยถึง แต่แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น เขาก็หันกลับมาสนใจกับอาหารเช้าต่อ

“ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ อุ้มขอตัวก่อนนะคะ... เผื่อรถติด”


ฝากอีบุ๊ก อัญมณีเริงไฟ ด้วยนะคะ 

อัญมณีเริงไฟ
ไอลดา
www.mebmarket.com
“ฉันจะหย่ากับเธอ จากนั้นเธอจะไปลงเหวลงนรกที่ไหนก็เชิญ!” “ฉันไม่หย่า!” หญิงสาวสวนกลับทันที ด้วยรอยยิ้มที่บอกให้เขารู้ว่าฝันไปเถอะ“ใครหย่าก็คงโง่น่าดู มีสามีออกจะหล่อเหลาเอาการ กิจการใหญ่โต ทรัพย์สินเงินทองก็มากมี ชาตินี้คงใช้ไม่หมด ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่โง่หย่ากับคุณ ตอนแต่งฉันก็ไม่ได้อยากแต่ง คุณอยากแต่งเองไม่ใช่เหรอ แล้วตอนหย่า... ทำไมฉันต้องหย่าตามความคิดของคุณด้วยล่ะ”“กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงแล้วเหรอ”“จริงๆ ก็ไม่ได้ปิดบังอะไรนะคะ แต่คุณเองที่ดูคนอย่างฉันไม่ออก”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

54 ความคิดเห็น