อัญมณีเริงไฟ

ตอนที่ 1 : จากลา (40%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    19 ก.ค. 62

อัญมณีเริงไฟ

ตอนที่ 1

ดวงตาคู่หม่นเพ่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ทั้งที่ทัศนียภาพเบื้องนอกมืดสนิทในยามเที่ยงคืน ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นเอนกายหลับสบายระหว่างการเดินทางอันยาวนาน บนสายการบินชื่อดังจากออสเตรเลียสู่ประเทศไทย บางสิ่งบางอย่างทำให้อัญมณีไม่สามารถข่มตาลงได้ เธอสับสนระหว่างดีใจกับเสียใจที่ต้องกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง หลังจากไม่ได้มาที่นี่เกินสิบปี ก็คงตั้งแต่มารดาเสียชีวิต... ชีวิตของเธอกับพี่สาวฝาแฝดก็มีอันต้องแยกจากกันถาวร

อัญญารินทร์... แฝดผู้พี่อยู่กับบิดาที่เมืองไทย ส่วนเธอ... แฝดผู้น้อง แม่ได้พากลับมาเลี้ยงดูที่บ้านกับยายและน้าสาว ทว่าสิ้นจากแม่ไปไม่นานนัก ยายก็มีอันต้องจากไปอีกคน ชีวิตของเธอเหมือนเรือน้อยที่แล่นฝ่าคลื่นลูกใหญ่ในมหาสมุทร เธอยังโชคดีที่มีน้าอร... อรไพลิน น้าสาวแท้ๆ ที่รักเธอเหมือนลูก น้าอรได้สามีเป็นชาวออสเตรเลีย และลงหลักปักฐานอยู่ที่โน่น เมื่อทราบข่าวก็บินกลับมาจัดการทุกอย่างจนเสร็จสิ้น และพาเธอกลับไปใช้ชีวิตที่ต่างแดน มันไม่ง่ายเลยสำหรับเด็กหญิงวัยสิบขวบที่ต้องจากบ้านจากเมืองที่คุ้นเคยไปอยู่เมืองไกล ที่แตกต่างทั้งอาหาร ภาษา วัฒนธรรม และผู้คน เธอต้องเรียนรู้และปรับตัว บ่อยครั้งที่แอบร้องไห้คิดถึงเมืองไทย คิดถึงแม่ ยาย และบ้านสวน

อัญมณีเรียนจบสาขาการออกแบบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับต้นๆ ของโลก เธอไม่เคยทำให้น้าสาวกับพ่อบุญธรรมต้องผิดหวัง หญิงสาวเพิ่งขออนุญาตอรไพลินกลับมาทำงานที่เมืองไทยสำเร็จเมื่อต้นเดือนที่แล้ว กำหนดการเดินทางคือต้นปีหน้า ซึ่งยังมีเวลาอีกเกือบเจ็ดเดือนในการเตรียมตัว แต่แล้วข่าวร้ายกลับทำให้เธอต้องรีบเดินทางกลับเมืองไทยโดยด่วน...

... อัญญารินทร์ฆ่าตัวด้วย หญิงสาวเลือกจบชีวิตตัวเองลงเหมือนดังแม่ อัญมณีแทบช็อคกับข่าวที่ได้รับรู้จากผู้หวังดีที่ส่งอีเมลให้เธอเมื่อวานเช้า แม้ว่าเธอกับอัญญารินทร์จะไม่ได้รู้สึกรักหรือผูกพันเหมือนพี่น้องคู่อื่นๆ อาจเพราะความห่างที่พรากความไว้ใจไป แต่เธอกับพี่สาวก็ยังคงติดต่อผ่านเฟซบุ๊กและอีเมลอยู่บ่อยครั้ง มันคงเป็นเรื่องบังเอิญที่เพื่อนสนิทเล่าให้เธอฟังอย่างขันๆ ว่าได้เจออัญญารินทร์บนเฟซบุ๊กและทักผิดคิดว่าเป็นเธอ ทำให้อัญมณีตามไปเซิร์จหาจนเจอกันในโลกโซเชียล แต่จากที่พูดคุยกัน เธอรู้ดีว่าพี่สาวเป็นคนพูดน้อย เรียบร้อย ถนัดฟัง ถนัดอ่านเสียมากกว่าโต้ตอบ แม้ว่าช่วงนี้เธอจะยุ่งกับงานประจำจนได้คุยกันน้อยลง แต่อัญญารินทร์ก็เข้าใจ เธอยังคงจำภาพรอยยิ้มของคนเป็นพี่ดีใจยามที่รู้ว่าน้องสาวจะกลับเมืองไทยได้ดี แล้วทำไมถึงทิ้งเธอไปตลอดกาลเช่นนี้ อัญมณีกระพริบตาถี่ๆ ไล่หยาดน้ำชื้นให้ร่วงหล่นจากแพขนตางอน ก่อนจะเช็ดซับมันเบาๆ

“ผู้โดยสารจะรับเครื่องดื่มไหมคะ”

แอร์โฮสเตสเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าไฟสำหรับอ่านหนังสือบริเวณที่นั่งของเธอยังคงเปิดสว่าง

“กาแฟสักถ้วยก็ดีค่ะ”

เพียงไม่นานแอร์คนสวยก็เดินกลับมาพร้อมด้วยกาแฟกลิ่นหอมยั่วยวน อัญมณีรับมันมา ก่อนจะปรายตามองควันกรุ่นที่ลอยขึ้นสูงเหนือขอบแก้วอย่างเลื่อนลอย

“ทำไมโง่นัก ทำไมเลือกที่จะหนี... เหมือนแม่”

อัญมณีไม่รู้เรื่องของแม่มากนัก เพราะยายและน้าปิดเรื่องราวไม่อยากให้เธอรู้ แต่เมื่อโตขึ้นเธอจึงได้รู้ว่าที่มารดาเสียชีวิตลง ก็เพราะตรอมใจที่บิดามีครอบครัวใหม่ ทั้งที่ยังไม่เลิกรากับคนเป็นแม่ด้วยซ้ำ

ใช่...พ่อสวมเขาให้แม่ หญิงสาวหลับตาลงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย บางทีการเติบโตขึ้นก็ไม่ได้ทำให้เรามีความสุข กลับตรงกันข้าม... เธอไม่อยากรับรู้เรื่องราวเห็นแก่ตัวของใครสักนิด

“เดินทางปลอดภัยนะลูก ฝากบอกอ้อนด้วยว่าน้ารักอ้อนเสมอ” เพราะเดนนิส... สามีของอรไพลินป่วยกะทันหัน ทำให้อรไพลินไม่อาจร่วมเดินทางมากับอัญมณีด้วยในครั้งนี้

“เจอกันที่เมืองไทยนะคะน้าอร”

“ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก เรื่องคอนโดของหนู น้าจะกำชับให้เขาเร่งมือแก้ไขให้โดยด่วน”

“อุ้มจะไปพักกับแพรวก่อนค่ะ ถ้าคอนโดเสร็จเมื่อไหร่จะย้ายไปค่ะ”

อรไพลินอดห่วงหลานสาวไม่ได้ นางกับหลานไม่เคยต้องห่างกันไกล จนเดนนิสต้องจับมือนางไว้พลางพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้ปล่อยวาง เขาบอกเสมอว่าอัญมณีโตพอที่จะรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้ว และเขาเชื่อมั่นในตัวเธอยิ่งกว่าคนเป็นน้าเสียอีก เธอเก่งและแกร่ง ต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาว เขาซึ่งเป็นทั้งน้าเขยและพ่อบุญธรรมจะอยู่ข้างเธอเสมอ

“อุ้มโตแล้ว แกไม่ใช่เด็กสิบขวบเสียหน่อย” อัญมณียิ้มน้อยๆ เมื่อนึงถึงบทสนทนาเมื่อเช้าก่อนจะจากกันมา

“แด๊ดดี้ต้องรักษาตัวเองให้หายไวๆ นะคะ แล้วเจอกันที่ไทยค่ะ”

เธอก้มลงหอมแก้มของผู้มีพระคุณ ก่อนจะหันกลับมาโอบกอดน้าสาว กระเป๋าใบเล็กถูกลากออกมายื่นให้คนขับรถของบ้าน เธอโบกมือลาอีกครั้งก่อนจะขึ้นรถ แอบเห็นน้ำตาของอรไพลินไหลแต่เจ้าตัวก็รีบเช็ดมันออก

“น้าอรสัญญาแล้วนะคะว่าจะไปหาอุ้มที่เมืองไทย” เธอลดกระจกลงทวงถามอีกครั้ง อรไพลินพยักหน้าทั้งน้ำตา

“น้าอรไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ อุ้มไม่มีวันอ่อนแอเหมือนแม่ เหมือนอ้อนเด็ดขาด!

สายตาวาวโรจน์มุ่งมั่นกับเรื่องราวในอดีต เธอไม่เคยลืมน้ำตาของแม่วันที่ท่านนอนซมและฝากฝังเธอไว้กับยาย แต่ตอนนั้นเธอยังเด็กยังไม่รู้ว่ากำลังจะสูญเสียของรัก วันนั้นเจ็บปวดเพียงใดเธอไม่เคยลืม

 

“น้าอรคะอุ้มถึงเมืองไทยแล้วนะคะ” หญิงสาวไม่ลืมที่จะรายงานให้น้าสาวรับรู้ ทันทีที่เท้าย่างเหยียบแผ่นดินไทย

“เดี๋ยวอุ้มให้แพรวมารอรับค่ะ... บายนะคะ”

หญิงสาวจัดการเช็คอินที่โรงแรม เก็บกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยก็เดินไปตามทางออก มุ่งตรงไปยังรถสาธารณะที่จอดรอรับผู้โดยสาร อันที่จริงเธอไม่ได้นัดกับแพรววนิต แต่ไม่อยากให้อรไพลินไม่สบายใจจึงจำเป็นต้องโกหก

“ไปที่วัดนี้ค่ะ” หญิงสาวยื่นที่อยู่ในโทรศัพท์ให้กับคนขับ ไม่นานนักรถแท็กซี่ก็จอดเมื่อถึงจุดหมาย

อัญมณีค่อยๆ ก้าวลงจากรถ ใจหวิวๆ อย่างบอกไม่ถูก มองไปในศาลาวัดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เพราะบิดาของเธอคือนักธุรกิจ ลูกสาวตายทั้งคนคงไม่แอบจัดงานเล็กๆ หรอก หญิงสาวเหยียดยิ้มที่มุมปาก

เมื่อใกล้เวลาอันสมควร ผู้คนต่างทยอยขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์บนเมรุ อัญมณียืนมองจากที่ไกลๆ แต่ภาพมันก็ชัดพอ เมื่อเห็นว่าผู้หญิงวัยกลางคนที่กำลังจับมือให้กำลังใจบิดา คือผู้หญิงหน้าด้านที่แย่งพ่อไปจากแม่ อีกด้านหนึ่งก็คงเป็นผลผลิตที่เกิดจากหญิงร้ายชายเลว จิรัชยา... เจ้าของชื่อลงท้ายในอีเมล ผู้แจ้งข่าวให้เธอรู้ว่าอัญญารินทร์ได้จากโลกใบนี้ไปแล้ว

อัญมณีรอจนผู้คนบนเมรุบางตา เธอค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดทีละชั้น สายตาจับจ้องภาพขาวดำของพี่สาว ความทรงจำในวัยเด็กเธอแทบไม่มีเหลืออยู่เลย เธอสองคนถูกแยกจากกันตั้งแต่ห้าขวบ มือบางลูบไล้แตะรูปภาพเบาๆ น้ำตาหยดแรกไหลริน แต่เธอก็รีบเช็ดมันโดยเร็ว

“อุ้มกลับมาแล้วนะอ้อน... กลับมาตามสัญญา เสียดายอ้อนไม่รออุ้ม แต่ไม่เป็นไร... สักวันเราก็คงได้เจอกัน หลับให้สบายนะ... ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรอีก”

เธอวางดอกไม้ลงเป็นคนสุดท้าย หญิงสาวมองภาพพี่สาวฝาแฝดอีกครั้ง เหมือนเธอกำลังยืนส่องกระจก อัญญารินทร์กับเธอมีใบหน้าเหมือนกันมาก... มากเสียจนคิดว่าเป็นคนคนเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่น้าอรเคยบอกว่าแยกเธอสองคนออกได้นั่นคือ... แววตา

“นั่นอุ้มใช่ไหมลูก”

เสียงร้องทักจากทางด้านหลัง ทำเอามือบางที่วางอยู่บนภาพถ่ายถึงกับชะงัก ปรับสีหน้าวาวโรจน์ให้โศกเศร้าอย่างที่ควรจะเป็น ร่างบางค่อยๆ หันกลับมาเผชิญ

“อุ้ม! อุ้มจริงๆ ด้วย! อุ้มลูกพ่อ!

อติรุจดีใจมากที่ได้เจอบุตรสาวคนเล็กที่เกิดจากภรรยาเก่า เขาโผเข้ากอดเธอไว้ปล่อยโฮด้วยความดีใจและเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับบุตรสาวอีกคน

ฝากบังอาจรักในรูปแบบอีบุ๊คด้วยนะคะ ^^ 

บังอาจรัก
ไอลดา
www.mebmarket.com
“เธอรู้ใช่ไหมว่าสินค้าที่มีตำหนิ มักราคาต่ำเสมอ บางทีก็อาจจะขายไม่ได้เลย...” หญิงสาวชะงักนิ่งเม้มปากสนิท ด้วยพอรู้ว่าเขาต้องการสื่ออะไร“... ตราบใดที่เธอยังใช้หนี้ฉันไม่หมด ก็อย่าได้ริไปทำตัวชั้นต่ำกับใครอีก”“คุณพฤกษ์ พุดไม่ได้...” เธอพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะไม่รู้ว่าพฤกษ์เห็นตอนที่ภวัตคว้าเธอไปกอดหรือเปล่า“คงโกหกจนเคยชินสินะ” น้ำคำถากถางทำเอาเธอทำตัวไม่ถูก“พุดบังเอิญเจอกับพี่วัต”“ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องของเธอ สิ่งที่ฉันอยากรู้คือเธอไปทำความมักง่ายอะไร ขณะที่ยังเป็นสินค้าของฉันอยู่”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

53 ความคิดเห็น

  1. #1 jeanie~☆ (@jeanie-star) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 02:40

    อะไรที่ทำให้อ้อนถึงเลือกที่จะทิ้งอุ้มไปกันนะ


    รอติดตามนะคะ สู้ๆ ค่ะ

    #1
    0