I KNOW THE COLORS OF LOVE

ตอนที่ 7 : OLD ROSE PANTONE #B27A78

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

OLD ROSE PANTONE RGB 178 122 120 artist :



















 หากพูดถึงดอกกุหลาบ คุณคิดถึงอะไร?

 

                คุณอาจคิดถึงความสวยงามที่ดูเรียบหรูราคาแพง คุณอาจคิดถึงความโรแมนติกของการมอบช่อดอกกุหลาบให้กับคนรัก คุณอาจคิดถึงตำนานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดอกกุหลาบที่เคยได้ยิน หรือคุณอาจคิดถึงเพลงของโอ๊ค สมิทธิ์ที่เอาไว้ร้องปลอบใจตัวเองช่วงวันวาเลนไทน์

 

                แล้วถ้าพูดถึงสีของดอกกุหลาบล่ะ คุณคิดถึงสีอะไร?

 

                คุณอาจคิดถึงสีพื้นฐานอย่างสีแดงสด คุณอาจคิดถึงสีที่น่ารักและสดใสอย่างสีชมพู คุณอาจคิดถึงสีขาวบริสุทธิ์ หรือคุณอาจคิดถึงสีดำที่มืดมิดแต่กลับมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

 

                มนุษย์ล้วนคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ผ่านเรื่องราวในความทรงจำของเรา

 

                เขาเองก็เช่นกัน

 

 

“เราเลิกกันเถอะ”

 

นิ้วเรียวกดส่งข้อความออกไปก่อนเลื่อนไปกดปุ่มบล็อคแล้ววางโทรศัพท์ลงที่โต๊ะข้างเตียง ขณะนี้เป็นเวลายี่สิบสามนาฬิกาสิบเก้านาที ถึงจะดึกแล้วแต่ก็ยังคงได้ยินเสียงการจราจรอยู่จากที่ไกล ๆ เพราะคอนโดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมือง ต่อให้มันจะเป็นชั้น 28 ก็เถอะ การจราจรในกรุงเทพมันก็เป็นเสียแบบนี้แหละ

 

ความน่าเบื่อหน่ายเกิดขึ้นกับทุก ๆ เรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของความสัมพันธ์ของคนสองคน คนเราตกหลุมรักกันอย่างง่ายดาย แต่ความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไปได้อย่างง่ายดายเช่นกัน พนักงานบริษัทอายุยี่สิบต้น ๆ อย่างไอเฟลรู้ถึงความน่าเบื่อหน่ายนั่นเป็นอย่างดี จึงทำให้เขาไม่ค่อยจริงจังกับใคร และต้องเป็นฝ่ายบอกเลิกเองทุกครั้ง

 

จบไปอีกความสัมพันธ์แล้วสินะ

 

ร่างบางในชุดลำลองที่เจ้าตัวใช้เป็นชุดนอนเอื้อมมือไปปิดโคมไฟที่ข้างเตียงก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงและหลับไปเหมือนทุก ๆ คืน

 

 

Old Rose

 

 

ไอเฟลเป็นพนักงานออฟฟิศหนุ่มหน้าตาดี

 

ในบริษัทเครื่องสำอางชื่อดังแบรนด์หนึ่งแห่งนี้ เขาเป็นคนที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง ทั้งหุ่นผอมเพรียวด้วยส่วนสูงเกือบ 180 เซนติเมตร และใบหน้าที่หล่อได้รูปจนเหมือนรูปปั้น ไหนจะความสามารถในการทำงานอีก เรียกได้ว่าเป็นคนเพอร์เฟ็คคนหนึ่งเลยก็ได้ สำหรับเรื่องความรักแล้ว เขามักจะมีเพื่อนร่วมงานหนุ่มในออฟฟิศคอยเข้าหาอยู่เสมออย่างไม่ขาดสาย แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวจึงคบกับใครไม่ค่อยได้นานนัก ทำให้สาว ๆ เพื่อนร่วมงานออกจะหมั่นไส้เขามากกว่า

 

“ไงมึง เลิกกับพี่เค้าแล้วเหรอ”

 

จอม เพื่อนสนิทที่หน้าเหมือนซาลาเปาเพียงคนเดียวของไอเฟลในออฟฟิศนี้ทักทายเขาทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะทำงาน

 

“เลิกละ น่ารำคาญ”

 

“สมกับเป็นมึงจริง ๆ “

 

จอมตบบ่าเพื่อนของตัวเองก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ถึงผู้หญิงในออฟฟิศนี้จะไม่ค่อยเป็นมิตรกับไอเฟล เขาก็ยังมีเพื่อนสนิทอย่างจอมที่เข้าใจเขาทุกเรื่องอยู่ ส่วนพวกผู้ชายก็ไม่ต้องพูดถึง เขากล้าพูดเลยว่าภายในหนึ่งเดือนหลังจากนี้จะต้องมีคนเข้ามาจีบเขาอีกแน่นอน ไอเฟลไม่เคยต้องรอนานหรอกเรื่องแบบนี้น่ะ

 

“มึงคิดว่ามึงจะเทคนอื่นไปแบบนี้เรื่อย ๆ เลยมะ”

 

สิ้นคำถามของจอม ดวงตาคมยังคงไม่ละสายตาออกจากหน้าจอพาวเวอร์พ้อยต์ มองผ่านเลนส์แว่นกรองแสงสีน้ำเงินที่เพิ่งหยิบมาใส่เมื่อครู่ตามลูกศรในจอคอมพิวเตอร์ไปทุกครั้งที่ลาก เขาไม่ได้พูดอะไรออกไป

 

“ทุกที เงียบใส่กูตลอด”

“วันนี้พรีเซนเตอร์คนใหม่ของแบรนด์จะเข้ามาคุยงานนะ ที่กูกับมึงต้องไปด้วยกันอ่ะ ลืมยัง”

 

“อ้าว เราได้พรีเซนเตอร์คนใหม่แล้วเหรอวะ”

 

คราวนี้ไอเฟลถึงยอมละสายตาออกมามองหน้าเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ของเขาแทน แต่จอมก็ทำหน้าเหยเกและสับสนตอบกลับมา

 

“มึงไปอยู่ไหนมาเนี่ย กูว่ากูส่งข้อมูลให้แล้วนะ”

 

ไม่ได้ไปอยู่ไหนมาหรอก ช่วงอาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับแฟนเก่าที่เพิ่งบอกเลิกไปเมื่อคืน เอาจริงเขาก็บอกเลิกมาทั้งอาทิตย์แล้ว แต่ก็ยังโดนตื๊อไม่เลิกจนสุดท้ายก็เลยต้องบล็อคไปเหมือนที่เห็น มากไปกว่านั้นคือช่วงที่โดนตามตื๊อ แฟนเก่าของเขาให้ดอกกุหลาบช่อใหญ่มา ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของการแสดงออกถึงความรักทั่วไป ติดที่ว่า ไอเฟลเกลียดดอกกุหลาบ ทำให้เขาตัดสินใจที่จะเลิกกับคน ๆ นั้นอย่างจริงจัง แอบคิดนิดหนึ่งว่าถ้าเขาบังเอิญเดินเจอแฟนเก่าตัวเองในออฟฟิศจะเป็นยังไง คนนี้เลิกกันไม่สวย อาจจะโดนเขม่นใส่ก็ได้

 

“ส่งมาอีกรอบหน่อยน้าเพื่อน”

 

“เออ ๆ ส่งไปในเมลล์ละ ลองเช็คดู”

 

ไอเฟลหันตัวกลับมา หน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดเว็บอีเมลล์ของตัวเองที่มีแจ้งเตือนขึ้นว่ามีอีเมลล์เข้าใหม่ 1 ฉบับ จากนายจอมยุทธ์นั่นแหละ เขากดโหลดไฟล์ pdf ที่แนบมากับอีเมลล์นั่นแล้วจึงเปิดอ่าน ในนั้นมีบรีฟงานเบื้องต้นและตารางงานที่ค่อนข้างชัดเจน รวมถึงข้อมูลของพรีเซนเตอร์คนใหม่ด้วย

 

“มีน กิตติภัทร...”

 

“เออใช่ ชื่อพรีเซนเตอร์ใหม่เราเองอ่ะ เห็นว่าเป็นดาราดังด้วยนะ”

 

จอมพูดขึ้นเมื่อได้ยินอีกฝ่ายอ่านชื่อออกเสียง

 

“ไม่มีรูปเหรอวะ”

 

“กูไม่ได้แปะไว้อ่ะ เสิร์ชกูเกิ้ลก็มีแหละลองดู เผื่ออยากเห็น”

 

ได้รับคำตอบดังนั้นมาไอเฟลจึงก๊อปปี้ชื่อนั่นไปใส่ลงในกูเกิ้ลก่อนกดค้นหา รูปภาพมากมายของคนที่เป็นเจ้าของชื่อนี้ขึ้นมา เป็นดาราชายหน้าหล่อที่ออกจะดูเป็นแนวตี๋ ๆ ไปซะนิดหน่อย ถูกใจวัยรุ่นสมัยนี้ที่ชอบหน้าพิมพ์เกาหลี ดูแล้วน่าจะมีแฟนคลับเยอะไม่เบา

 

แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น

 

ยิ่งเลื่อนดูรูปด้วยความสงสัย ก็ยิ่งทำให้ไอเฟลมั่นใจมากขึ้นว่าเจ้าของชื่อนี้เป็นใคร ตกใจตั้งแต่เห็นชื่อแล้วแต่ก็พยายามคิดว่าอาจจะมีมีน กิตติภัทรในวงการบันเทิงหลายคนก็ได้ แต่จะไปมีได้ไง มีน กิตติภัทรที่เป็นดาราก็มีอยู่แค่คนเดียวเนี่ยแหละ ไอ้คนที่หน้าเหมือนเต้าหู้แบบนี้ก็มีอยู่แค่คนเดียวด้วย เขารู้จักดีเลยด้วยซ้ำ

 

“มึงจำเรื่องแฟนเก่ากูที่กูเคยเล่าได้ป่ะวะ”

 

แม่งเอ๊ย

“คนไหนล่ะ ปีนึงมึงคบตั้งกี่คน”

 

“คนแรกเลยอ่ะ”

 

“อ๋อ ที่เหี้ย ๆ เลยทำให้มึงฝังใจมาจนวันนี้ใช่ปะ จำได้ดิ ทำไมอ่ะ”

 

เวรกรรมอะไรของกูที่จะต้องมาร่วมงานกับแม่งวะเนี่ย

 

 

Old Rose

 

 

                “สวัสดีครับ มีนนะครับ”

 

ชายหนุ่มร่างโปร่งหุ่นดีหน้าตี๋และมีออร่าจับอย่างเห็นได้ชัดว่าเป็นดาราปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของไอเฟล ห้องประชุมที่มีกันแค่ไม่กี่คนนั้นเงียบยิ่งกว่าป่าช้าและสร้างความอึดอัดให้ไอเฟลอย่างมาก เขาจ้องหน้าดาราหนุ่มคนนั้นอยู่หลายรอบเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าไม่ผิดคน

 

และก็เป็นมีนคนนั้นจริง ๆ

คนที่ไอเฟลรู้จักดี และเกลียดที่สุด

 

“คุณมีนครับ นี่เป็นพนักงานของทางแบรนด์เราที่จะคอยดูแลคุณมีนตลอด 2 วันนี้นะครับ”

 

หัวหน้าของไอเฟลและจอมเริ่มทำการแนะนำตัวทั้งสองคนให้ จอมที่ดูจะมีสติที่สุดในสถานการณ์นั้นจึงเริ่มแนะนำตัวก่อน

 

“ผมชื่อจอมนะครับ เรียกผมจอมได้เลย แล้วก็...”

 

                “ไอเฟล”

 

                เขาเงยหน้าขึ้นทันทีที่พูดชื่อตัวเองจบ

 

                “ผมไอเฟลครับ”

 

                สายตาของทั้งคู่สบกันอย่างจริงจัง

 

                หัวของไอเฟลขาวโพลนไปชั่วขณะ ความรู้สึกมากมายที่บอกไม่ถูกได้ถาโถมเข้ามาในเวลาอันสั้น ทั้งสับสน อึดอัด และตื่นเต้น ยิ่งได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่ดูจะตกใจไม่แพ้กันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกกลัวจึงละสายตาออกมาก่อน แต่ทว่ามีนยังคงมองหน้าเขาอยู่แบบนั้น

 

                การบรีฟงานดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีเรื่องงานใด ๆ เข้าหัวของไอเฟลเลย ต่อให้จะพยายามโฟกัสกับงานที่จอมกำลังบรีฟคร่าว ๆ ให้กับทุกฝ่ายแค่ไหน เขาก็ทำได้แค่เพียงพยักหน้าไปเหมือนเข้าใจทุกเรื่อง ทุกครั้งที่ไอเฟลเผลอมองไป อีกฝ่ายก็มองกลับมาตลอดราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับเขา ใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ เขามั่นใจว่าเขาไม่เหลือความรู้สึกดี ๆ ให้แฟนคนแรกคนนี้แล้ว ออกจะเกลียดเข้าไส้เสียด้วยซ้ำ ก็นะ เลิกกันไปเกือบจะสิบปีแล้ว ใครจะไปคิดว่าจะได้กลับมาเจอกันอีก

 

                “เอ้อ ผมลืมของที่จะให้คุณมีนเฉยเลย จอม ไปเอาของกับผมหน่อยได้ไหม”

 

                หัวหน้าพูดแทรกขึ้นมาหลังจากจอมอธิบายงานสุดท้ายเสร็จ

 

                “เอ่อ.. ได้สิครับ แต่แล้วไอเฟลล่ะครับ?”

 

                “ไอเฟลก็อยู่กับคุณมีนไง ฝากด้วยนะไอเฟล”

 

                “ครับ? อ่า ครับ...”

 

และจอมกับหัวหน้าของเขาก็ได้ออกจากห้องประชุมไป เหลือเพียงแค่ไอเฟลและมีน กับบรรยากาศที่น่าอึดอัดจนไอเฟลอยากจะกระโดดลงจากตึกตอนนี้ แล้วทำไมหัวหน้าถึงจะมาให้ของอะไรพรีเซนเตอร์ใหม่ แล้วทำไมถึงลืมไว้ในห้อง แบบนี้มันเหมือนจงใจแกล้งไอเฟลกันชัด ๆ

 

“ไอเฟล”

 

เวรละ โดนทักอีก

 

“ใช่ไอเฟลใช่มั้ย”

 

                “อ่า..”

 

                “จำเราได้มั้ย”

 

                ใครจะลืมมึงก่อน

 

                “อืม จำได้”

 

                “เป็นไงบ้าง”

 

เอาล่ะ นี่มันเหมือนฉากในนิยายน้ำเน่าที่พระเอกกับนางเอกได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากแยกกันไปคนละทาง ไอเฟลไม่คิดว่าชีวิตของเขาจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เขาได้กลับมาเจอกับคนที่เขาปักใจเกลียดและเป็นปัจจัยให้เขากลายเป็นคนแบบในปัจจุบันนี้อีกครั้ง เพื่อฟังคำทักทายโง่ ๆ อย่าง เป็นไงบ้าง

 

“ก็ดี”

“แล้วมีนล่ะ?”

 

“ช่วงนี้งานยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไหร่ เหมือนยิ่งโตยิ่งงานเยอะเลย ฮ่า ๆๆ “

 

“เหรอ ก็เห็นงานเยอะมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วนี่”

 

มีนดูจะตกใจกับคำพูดเมื่อครู่ แต่จู่ ๆ เขาวางศอกลงตรงโต๊ะก่อนจะเท้าคางตัวเองก่อนจะยิ้มออกมา

 

“ไอเฟลก็ไม่เปลี่ยนเลยเหมือนกันนะ”

 

ไม่เปลี่ยน? ไอเฟลเนี่ยนะไม่เปลี่ยน พูดเลยว่าไอเฟลตอนนี้ไม่เหลือคราบไอเฟลตอนม.ปลายที่เป็นเด็กซื่อ ๆ คนนั้นอีกแล้วแน่นอน การที่โดนแฟนคนแรกพูดอะไรแบบนี้ใส่มันเหมือนหยามใส่หน้ากันชัด ๆ ริมฝีปากบางกำลังจะขยับปากพูดอะไรสักอย่างแต่หัวหน้าและจอมก็เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน บทสนทนาของทั้งคู่จึงหยุดอยู่แค่นั้นเสียดื้อ ๆ

 

ฝากไว้ก่อนเถอะ ยังต้องเจอกันอีกวัน

 

 

Old Rose

 

 

ไอเฟล พอเถอะ เราบอกไปชัดมากแล้วนะ

 

ไอเฟลพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ มีอะไรที่ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ

 

เออ ตอนนี้เราคบกับน้องอยู่ และเราก็ไม่เคยรักไอเฟลแม้แต่วินาทีเดียวเลยที่คบกัน พอใจรึยัง!’

 

นาฬิกาดิจิตัลบอกเวลา 04.42 น. ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นจากภวังค์ ลุกขึ้นนั่งบนเตียงก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจที่รัวจนเหมือนหอบ สองมือยกขึ้นลูบหน้าตัวเองแล้วขึ้นไปขยี้ผมที่เสียทรงจากการนอนดิ้นไปมา

 

ไอเฟลฝันถึงเหตุการณ์สมัยม.ปลาย

 

เขาไม่ได้ฝันถึงเรื่องนี้มานานมากจนเขาเกือบลืมคำพูดเหล่านั้นไปหมดแล้ว คงเป็นเพราะเมื่อวานเขาดันได้เจอต้นเหตุฝันร้ายที่เคยตามหลอกหลอนเขาถึง 5 ปี เขาจึงกลับมาฝันถึงเรื่องนี้อีกครั้ง แต่จะว่าไปเขาก็จำมันได้ดีทีเดียว เขาในวัย 16 ปีที่โดนทำร้ายจิตใจจนมันได้ตายจากเขาไปแล้วนั้นไม่มีทางลืม

 

หลังจากที่ตาสว่างและไม่มีอารมณ์จะกลับไปนอนแล้ว ไอเฟลก็เปิดสวิตซ์โคมไฟแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จอยู่ตรงหัวเตียงออกมา นิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อคหน้าจออย่างแม่นยำก่อนจะเลื่อนเปิดแอพลิเคชั่นต่าง ๆ ตามที่ตัวเองชอบเล่น แต่เวลาเกือบตี 5 แบบนี้ ไม่ว่าแอพไหนก็เงียบกริบกันทั้งนั้น คนที่อัพเดทนู่นนี่ในเวลาแบบนี้ ถ้าไม่เป็นบอทก็คงเป็นคนที่นอนไม่หลับแบบไอเฟลนี่แหละนะ

 

เขากดเข้าไปที่แอพโปรดอย่างอินสตราแกรม ไถไทม์ไลน์ลงแบบผ่าน ๆ พร้อมกดไลค์ไปแบบสุ่ม ๆ เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ ปลายนิ้วชี้จิ้มไปยังหน้า Explore อย่างตั้งใจก่อนที่ตาของเขาจะไปเห็นรูปของคน ๆ หนึ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตา ซึ่งนั่นก็คือมีน ไอเฟลเบะปากให้กับเจ้ากรรมนายเวรของตัวเองแต่ก็กดเข้าไปดูไอจีของดาราหนุ่มด้วยความอยากรู้อยากเห็น ยอดคนฟอลที่ลงท้ายด้วยอักษร M นั้นไม่น่าแปลกใจเท่าไร นิ้วจิ้มไปยังรูปโปรไฟล์ที่หน้าสุดแสนจะขี้เก๊กนั่นเพื่อดูมายสตอรี่

 

ก็พวกเรื่องทั่วไปแหละ

 

เขาพูดในใจก่อนจะจิ้มที่หน้าจอไอโฟน X ไม่ใส่เคสเพื่อจะดูมายสตอรี่ต่อไป แต่นิ้วเจ้ากรรมและความเบลอจากที่เพิ่งตื่นนอนทำให้เขามือลั่นไปโดนปุ่ม Quick Reactions และอีโมจิรูปหัวใจก็ลอยขึ้นมาจากข้างล่างในชั่วพริบตา

 

ชิบหายละ

 

ไอเฟลลุกขึ้นนั่งในท่าที่ดีกว่าเดิม เขาวางโทรศัพท์ตัวเองไว้ที่ตักแต่เหม่อลอยไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ หัวเขาตีกันยิ่งกว่าตอนที่โดนหัวหน้าสั่งให้แก้งาน รีบเปิดกล่องแชทที่ตัวเองเพิ่งลั่นส่งอีโมจิหัวใจสีแดงขึ้นมาเพื่อหาปุ่ม unsend

 

แต่โชคไม่เข้าข้างไอเฟล จุดสามจุดขึ้นที่กล่องข้อความจากอีกฝ่าย มันเด้งขึ้นเด้งลงก่อนที่จะมีข้อความเป็นตัวอักษรโผล่ขึ้นมาว่า

 

ไม่นอนเหรอ 55555’

 

มือรีบรัวส่งข้อความกลับไปโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองอะไรทั้งนั้น

 

นอนละ บาย

 

ถ้าไอเฟลจะสถาปนาให้วันไหนสักวันในปีนี้เป็นวันที่แย่ที่สุด ไอเฟลคงต้องมอบมงและสายสะพายให้วันนี้ได้รับรางวัลไปอย่างสวย ๆ แม้ไอเฟลจะไม่ได้รู้สึกยินดีด้วยเลยก็ตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #12 Shipper (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 22:12

    รอติดตามพล็อตเเฟนเก่าเลยค่า เลิกกันจนทำให้อีกคนหนึ่งฝั่งใจ เเถมยังต้องโคจรมาทำงานร่วมกันอีก เเบบนี้ไอเฟลจะรอดไหมอ่ะ 555เเค่ส่องไอจาเค้ายังมือลั่นกดส่งหัวใจไปให้มีนเลย รอลุ้นอ่านในเล่มนะคะ

    #12
    0