[Fanfic]Ep!LoGue VaLenT!ne My Heart OnLy You [SSxHP]

ตอนที่ 7 : The imbecilic thing I feel is...love?!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 ก.พ. 57

 

ย้อนกลับไปเมื่อครู่ที่ผ่านมา

    

     เด็กหนุ่มผมบลอนด์ยื่นมือออกไปรับขวดยาที่ศาสตราจารย์ปรุงยายื่นมาให้ และยิ้มขอบคุณให้อาจารย์คนโปรดของตัวเอง ก่อนจะหันไปแบ่งยาให้กับวีสลีย์และเกรนเจอร์ ขณะเดียวกันร่างสูงก็ละความสนใจจากเด็กในความปกครองบ้านตัวเองเช่นกัน


     “เอ้านี่ ตักไปซะ ฉันเสียสละให้เธอใช้ก่อน เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เป็นสุภาพบุรุษอีก เขาพูดเยาะพลางส่งขวดยาให้คนที่ตัวเองเรียกว่ายัยเลือดสีโคลนอย่างเสียไม่ได้


     “เฮอะ รู้จักมีน้ำใจเป็นกับเขาด้วยรึเนี่ย ขอบใจย่ะ เฮอร์ไมโอนี่เหยียดยิ้มแขวะทายาทมัลฟอยอย่างหมั่นไส้ พลางยื่นมือไปรับขวดยาจากอีกฝ่ายมาตักแบ่งส่วนของตัวเองขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะทาบางๆ
ที่แผลพองบน
หลังมือ ‘
โอ๊ย!’ เด็กสาวสะดุ้งและสะบัดมือร้องเบาๆเพราะความแสบ


 

     “นี่รอน เดี๋ยวฉันทาให้  นายโดนไปเยอะเหมือนกันไม่ใช่เหรอ


     ไม่เป็นไรเฮิร์ม เดี๋ยวฉันทาเอง รอนส่ายหน้าน้อยๆ แต่ก็ต้องตอบรับเมื่อเห็นสายตาดุๆที่
สาวเจ้าส่งมา


     “ก็ได้ เขายื่นมือออกไปให้เพื่อนสาวอย่างหวาดๆ แต่ก็ผ่อนคลายลงเมื่อมือเล็กของเธอตักยาจากขวดมาทาให้อย่างเบามือที่สุด  โธ่ นึกว่าจะแสบกว่านี้ซะอีก เธอทำซะอย่างกับมันแสบมากอย่างงั้นล่ะ’


     “ขอบใจนะ เด็กหนุ่มผมแดงยิ้มก่อนจะหันไปหาเด็กหนุ่มผมบลอนด์ และยื่นขวดยาให้อีกฝ่าย


     “เอ้านี่ ฉันคืนนาย พวกเราใช้เสร็จเรียบร้อยแล้ว


     “อะไรของนายอีกห๊ะ จ้องอยู่ได้


     “นายแพ้แล้ว  ต้องทำตามที่ฉันสั่ง วีสลีย์ มัลฟอยจ้องเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์สักครุ่แล้วเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นแขนข้างที่โดนน้ำยาลวกไปให้คนตรงหน้า


     “ฉันแพ้อะไรนายตรงไหนไม่ทราบ แล้วทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งคนอย่างนายด้วย


     “ข้อแรก นายปรุงน้ำยาเสร็จไม่ทันเวลาในคาบ


     “แต่นั่นมันเพราะหม้อยาของแฮร์รี่ดันระเบิดต่างหากเล่า ไอ้เฟอเรตงี่เง่า เขาย่นจมูกอย่างไม่พอใจ
อีกฝ่ายที่อยู่ดีๆก็มาหาว่าเขาแพ้แล้วยังจะให้ทำตามคำสั่งอะไรอีก



     “นั่นล่ะประเด็น ใครเป็นคนบอกนายว่าหม้อยาของพอตเตอร์มันมีปัญหา ใครเป็นคนดึงนายออกมาจากวิถีระเบิดของหม้อกันล่ะหา รึว่านายความจำสั้นจนต้องใช้ลูกแก้วเตือนนความจำแบบลองบัตท่อม
กันล่ะ
เจ้าของดวงตาสีเทาเหยียดยิ้มและยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆกับเจ้าของดวงตาสีฟ้าอย่างเจ้าเล่ห์



     “ถ้านายจำไม่ได้ฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้ก็ได้นะว่านายรอดมาได้ยังไง


     “เฮ้ๆๆๆ หยุดตรงนั้นล่ะ อย่าเข้ามาใกล้ฉัน เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์รีบยกมือดันตัวคนเจ้าเล่ห์
บ้านสลิธีรินออกไปห่างๆด้วยความตกใจ 



     “เออ ฉันรู้แล้ว นายช่วยฉัน! ชัดพอรึยัง


     “ในเมื่อรู้แล้วก็ทายาให้ฉันซะ”


     “มีมืออีกข้างก็ทาเองเซ่!! แค่นี้ก็ทำเองไม่เป็นรึไงมัลฟอย”


     “หึ! แต่นายยังให้เกรนเจอร์ทาให้เลย ถ้าฉันอยากให้นายทาให้มันจะมีปัญหาอะไรไม่ทราบ!”


     “ว่าไงนะ!? นายพูดบ้าอะไร


     “เรื่องของฉัน


     “ถ้างั้นมันก็เรื่องของฉันเหมือนกัน เฮอร์ไมโอนี่ทายาให้ฉันแล้วมันหนักหัวนายรึไง”


     แต่นายยังไม่ได้ตอบแทนที่ฉันช่วยนายเลยนะ หาเรื่องแบบนี้มันเป็นวิธีตอบแทนคนที่ช่วยชีวิตรึไง
วีสลีย์ ทายาให้ฉันซะที แผลมันพองขนาดนี้แล้วเห็นมั้ย ไม่เต็มใจก็ต้องทำ ฉันช่วยชีวิตนาย ฉันมีสิทธิ์สั่ง!!”


    ฮึ่ย! ใครสั่งให้นายมาช่วยฉันไม่ทราบ


     “ความจริงฉันก็ไม่ได้ตั้งใจช่วยนายหรอก ฉันตั้งใจช่วยพอตเตอร์ต่างหากเล่า!!” มัลฟอยตอกกลับอย่างไม่ลดละ พลางชี้ไปที่พอตเตอร์ที่นอนอยู่บนเตียง แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าทำให้เขาเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา เสียงตะเบ็งของเขาดึงความสนใจของเพื่อนนักเรียนต่างบ้านไปยังตำแหน่งที่เขาชี้
และทั้งสองคนก็ต้องเป็นอันตะลังกับการเป็นประจักษ์พยานกับสิ่งที่ได้เห็นเหมือนกัน


 

     ศาสตราจารย์ปรุงยาสุดโหดแห่งฮอกวอตส์หยุดอยู่ข้างเตียงนักเรียนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่อริตลอดกาล
ของเจ้าตัว  
ร่างสูงยื่นมือออกไปลูบเนื้อตัวของพอตเตอร์อย่างเผลอไผล แถมคนที่อยู่บนเตียงยังครางเสียงหวานและบิดเร่าอย่างช่วยไม่ได้อีก


 

     ฉันแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงแข่งเลยสินะ พอตเตอร์ คุณชายสลิธีรินแค่นหัวเราะกับตัวเองด้วยความเจ็บใจอย่างบอกไม่ถูก เขากำหมัดแน่นและหันหน้าหนีจากภาพบาดตาตรงหน้า      


   

      ไม่จริงใช่มั้ยแฮร์รี่นาย…” รอนยืนค้างนิ่งพึมพำซ้ำไปซ้ำมากับภาพที่เห็น ราวกับเผชิญหน้ากับบ็อกการ์ดที่เขารู้สึกสะพรึงกลัว

 

     เฮอร์ไมโอนี่ตะลึงเล็กน้อยกับช็อตเด็ดระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ เด็กสาวเจ้าแผนการไม่พูดอะไร
แต่อดยิ้มออกมาไม่ได้ เธอนึกขอบคุณความไม่เอาไหนเรื่องการปรุงยาของเพื่อนสนิทตัวเองที่ทำให้ความสงสัยและข้อสันนิษฐานทุกเรื่องได้รับความกระจ่าง  แฮร์รี่ชอบศาสตราจารย์สเนปอย่างที่คิดไว้ไม่ผิด แต่ก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักอย่าง ส่วนศาสตราจารย์ปรุงยาเองก็ดูเหมือนจะสับสนกับความรู้สึกของตัวเองอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ความอคติและทิฏฐิที่มีต่อแฮร์รี่มันฝังรากลึกซะจนยากจะยอมรับ



     เธอถอนใจพลางส่ายหน้ากับพฤติกรรมดื้อแพ่งของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นศาตราจารย์และเพื่อนรักของตัวเอง ต่างคนต่างชอบอีกฝ่ายแล้วแท้ๆ แต่ยังทำเป็นพ่อแง่แม่งอน คนนึงก็พูดจาเชือดเฉือน คอยผลักใสทั้งๆที่เริ่มรู้สึกห่วงใย อีกคนก็ช่างประชดไม่ต้องการความสนใจทั้งที่ในใจเรียกร้อง ตกลงจะเอายังไงกันแน่เนี่ย เจ้าของผมน้ำตาลบ่นพึมพำ อยากให้เขารับความรู้สึกแต่ไม่ยอมบอก ไม่แสดงออก แล้วเขาจะไปรู้กับนายมั้ย จะรอให้ฉันไปบอกแทนรึไงนะ’

 

     รอนที่เพิ่งหายตะลึงจากภาพตรงหน้าหันมาสะกิดถามเพื่อนสาวอย่างสงสัย แต่ท่าทางของเด็กสาว
ผมน้ำตาลดูจะมีความสุขออกนอกหน้ากับการกระทำที่อึ้ง ทึ่ง เสียว ซะเหลือเกิน ไม่ๆๆ แค่อึ้ง กับ ทึ่ง
ก็พอ แค่นี้เขาก็ช็อคมากพอแล้ว คนอย่างสเนปเนี่ยนะจะมาทำอะไรแบบนี้ ลำพังแค่ตอนที่ศาสตราจารย์ปรุงยาปรี่เข้าไปรับตัวเพื่อนของเขาไว้ตอนที่ล้มลงมาก็เกินความคาดหมายแล้ว    



     “นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย เฮอร์ไมโอนี่ ทำไมสเนปถึงได้แล้วทำไมแฮร์รี่ถึงโอ๊ย!! ไม่เข้าใจ


     “เมื่อเช้าฉันบอกเธอไปรอบนึงแล้วนะรอน


     เธอบอกอะไรตอนไหนเนี่ย ไม่เห็นจะรู้เรื่อง…” รอนขมวดคิ้วใส่อีกฝ่าย พยายามนึกถึงคำพูดอะไรก็ตามของเด็กสาวเจ้าแผนการที่พูดกับเขาเมื่อเช้า


     เป็นไปได้มั้ยที่แฮร์รี่จะชอบ



     คำพูดเมื่อเช้าที่เธอเผลอหลุดปากออกมาและเขาได้ยิน แต่ไม่ชัดนัก ลอยขึ้นมาในหัว จำได้ว่าเขาถามเธอว่าเป็นใครแล้วก็ถูกปัดไป เด็กหนุ่มผมแดงเอาคำพูดครึ่งๆกลางๆนั้น มาปะติดปะต่อกับพฤติกรรมของแฮร์รี่ช่วงนี้นี้แปลกๆไป  เขาอ้าปากค้างเพราะคำตอบที่อยู่ตรงหน้าชัดเจนซะจนไม่สามารถคิดเป็นอย่างอื่นได้อีก แฮร์รี่ชอบสเนป!
ให้ตายสิ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย! แฮร์รี่เพี้ยนไปแล้วแน่ๆ



     นายกับสเนปเป็นศัตรูเปิดเผย แถมเกลียดกันจนแทบจะร่ายคาถาสาปกันทุกครั้งที่เห็นหน้าด้วยซ้ำ
เขาหาเรื่องหักคะแนน
กริฟฟินดอร์หาเรื่องพวกเรา ทำตัวร้ายกาจ พูดจาถากถางซะขนาดนี้ นายเองก็โดนไม่ใช่น้อยเลย แล้วทำไมถึงได้ไปชอบคนร้ายกาจแบบนี้ลงเนี่ย!


 

     “นี่มันบ้าชัดๆ แฮร์รี่ชอบสเนปงั้นเหรอ นี่มันสเนปนะ! ไอ้ผมมันเยิ้ม...


     “เธอไม่ควรพูดแบบนั้นนะรอน


     “หรือเธอว่าไม่จริงล่ะ สเนปร้ายกาจแค่ไหนเธอก็รู้


     “ข้อนั้นฉันไม่เถียงหรอก แต่ยังไงเขาก็เป็นอาจารย์นะ ที่สำคัญเธอไม่เห็นรึไงว่าศาสตราจารย์ช่วยชีวิตแฮร์รี่ ไม่ได้ช่วยแค่ครั้งเดียวด้วย ทุกปีที่แฮร์รี่ตกอยู่ในอันตราย ศจ.สเนปถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนจ้องจะทำร้าย แต่ความจริงเป็นเขาที่มาช่วยแฮร์รี่ตลอดไม่ใช่รึไง แล้วแบบนี้เธอคิดว่ายังไงล่ะ”


     โธ่เอ้ยยย! ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว ก็สเนปทำตัวร้ายกาจจนติดอันดับอาจารย์ที่นักเรียนเกลียดได้ขนาดนี้เองทำไมล่ะ ไม่เข้าใจจริงๆ แฮร์รี่ไปเหยียบหางเขาตั้งแต่ชาติปางไหนถึงได้ตามจงเกลียดจงชังกันไม่เลิก
ซะที”


 

     “คิดดีๆสิ ถ้าเขาเกลียดขนาดนี้จริงๆจะมาเสี่ยงช่วยแฮร์รี่ทุกปีทำไม เขาอาจมีความจำเป็นก็ได้ เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังหน้ากากความร้ายกาจ เย็นชา และเกลียดชังต่อทุกคน รวมถึงแฮร์รี่


     “เธอเข้าข้างสเนปตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย เฮอร์ไมโอนี่


     “ฉันไม่ได้เข้าข้างสักหน่อย แต่ไม่มีใครเป็นคนดีหรือเลวสุดขั้วหรอกนะ ฉันก็แค่เห็นข้อดีเรื่องนี้
ของเขาก็เท่านั้นเอง เวลาเปลี่ยนคนได้เชื่อสิ  ไม่งั้นแฮร์รี่คงไม่มาชอบศาสตราจารย์
สเนปหรอก



     ‘ที่สำคัญ ศาสตราจารย์ก็คงไม่มาชอบแฮร์รี่ด้วย…’ ประโยคสุดท้ายเจ้าของผมน้ำตาลพึมพำกับตัวเองเบาๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ยิน แค่ความจริงที่ว่าเพื่อนสนิทของพวกเขามีใจให้ศาสตราจารย์ปรุงยาสุดโหดของฮอกวอตส์ก็ทำให้รอนแทบรับไม่ได้แล้ว ถ้าขืนรู้ว่าอีกฝ่ายก็รู้สึกไม่ต่างกัน เพียงแต่เอาความเกลียดชังปิดกั้นตัวเองแล้วล่ะก็ เพื่อนขี้โวยวายคนนี้คงได้สลบคาที่แน่นอน เธอได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมของคนตรงหน้า    


     “พูดไปเธอก็หาว่าฉันเข้าข้างศาสตราจารย์สเนปอยู่ดี เธอคงไม่เข้าใจหรอกรอน จนกว่าตัวเองจะชอบใครสักคนทั้งๆที่เกลียดกันแทบตายแบบแฮร์รี่


     “พวกเธอแสดงความเห็นเรื่องพอตเตอร์กันพอรึยัง มัลฟอยที่นั่งเงียบมาพักใหญ่หันกลับมาพูดเสียงเขียวใส่อีกสองคนที่เถียงกันหน้าดำคร่ำเคร่ง  แค่เห็นพอตเตอร์อยู่ในอ้อมกอดของหัวหน้าบ้านสลิธีรินเขาก็รู้สึกจุกจนพูดไม่ออกแล้ว ยังจะมาได้ยินบทสนทนาที่ตอกย้ำความจริงนี่อีก 


     เขากับพอตเตอร์ก็เกลียดกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งเหมือนกับศ.นั่นแหละ แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะเกลียดสักหน่อย ทั้งๆที่เขาเป็นฝ่ายยื่นไมตรีให้ก่อนพิธีคัดเลือกด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธมันไปอย่างไม่ใยดี แล้วไปเป็นเพื่อนกับวีสลีย์และยัยเลือดสีโคลนแทนแบบนี้อีก แต่ศักดิ์ศรีตระกูลมัลฟอยมันค้ำคออยู่ ความรู้สึกเสียหน้าเป็นฝ่ายชนะความเสียใจที่ถูกปฏิเสธมิตรภาพตั้งแต่เริ่มต้น เขาเลยตามหาเรื่องตลอดเวลาที่ผ่านมา หวังจะให้อีกฝ่ายสนใจเขาบ้าง แต่ดูเหมือนสิ่งที่พรีเฟคบ้านสลิธีรินทำ มันไม่ได้ช่วยให้เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์สนใจเลยสักนิด กลับยิ่งรู้สึกเกลียด หลังๆยิ่งแล้วใหญ่ พอตเตอร์เปลี่ยนมามองเขากลับด้วยสายตาที่สมเพชและเหนื่อยหน่าย มันเจ็บยิ่งกว่าเกลียดให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยซะอีก

 

     ทั้งๆที่เขาร้ายกับนายขนาดนั้น แต่นายก็ยังชอบเขาจนได้  เราแพ้ศาสตราจารย์สเนปราบคาบจริงๆสินะ เด็กหนุ่มผมบลอนด์ก้มหน้าถอนใจยาวอย่างผิดหวัง พอตเตอร์ไม่เคยสนใจเขาเลย ไม่แม้แต่จะคิด ในเมื่อความจริงมันชัดเจนแล้วว่าพอตเตอร์ชอบศจ.สเนป เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ แต่การยอมรับมันช่างยากเย็นเหลือเกิน

 

     “เฮอะๆ พูดแบบนี้อิจฉารึไงมัลฟอย อย่าบอกนะว่านายชอบแฮร์รี่ ดูทำหน้าเข้าสิ ตลกชะมัด


     “หึ! เพราะคนอย่างฉันไม่เคยชอบไม่เคยรักใครใช่มั้ย นายถึงเห็นว่ามันเป็นเรื่องตลกแล้วก็เที่ยวชี้
ให้เพื่อนรักดูว่าฉันจะมีแผนงี่เง่าอะไรมาหาเรื่องพวกนายอีก ใช่สิ ไม่ว่าฉันพยายามทำอะไรก็เลว
ในสายตาทุกคนทั้งนั้นแหละ
 
พวกนายไม่ได้เป็นลูกของผู้เสพความตายนี่ จะไปเข้าใจอะไร!”
ทายาทตระกูลมัลฟอยขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ


 

     “เออ! ฉันไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมนายต้องคอยตามหาเรื่องรังควาญพวกเราทุกวี่ทุกวัน แล้วก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมเวลาเห็นหน้านาย ทั้งๆที่รู้ว่าต้องทะเลาะกันด้วยเรื่องงี่เง่า แต่พอนายไม่อยู่ให้ทะเลาะ มันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าจาดอะไรไป” คนถูกขึ้นเสียงตอกกลับอย่างหงุดหงิดเช่นกัน ก่อนจะรีบยกมือตะครุบปากเมื่อรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกไป


     “เมื่อกี้ว่าไงนะ มัลฟอยหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง  นายจะบอกว่ารู้สึกขาดฉันไม่ได้สินะ


     “อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ฉันก็แค่รู้สึกสงบขึ้นเพราะไม่มีคนหาเรื่องทะเลาะก็แค่นั้นแหละ ไม่ได้พิศวาสอะไรคนอย่างนายสักหน่อย


     “งั้นเหรอ ถ้างั้นก็มาทายาให้ฉันซะที รอมาชาตินึงแล้วนะเฮ้ย


     “ทำไมต้องทำตามคำสั่งนายด้วย มีมือก็ทาเองสิ


     “ตามใจ เฮอะ แค่นี้ก็ไม่กล้า ไม่รู้หมวกคัดสรรเลือกมาอยู่กริฟฟินดอร์ได้ไงเนี่ย แหกตาชัดๆ


     “ใครว่าฉันไม่กล้า!! มันจะมากไปแล้วนะมาดูถูกเด็กกริฟฟินดอร์แบบนี้”


     “กล้าจริงจะรออะไรอีกล่ะวีสลีย์ พรีเฟคบ้านสลิธีรินเหยียดยิ้มมุมปากใส่เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ที่หยิบขวดยาขึ้นมาทาแผลให้เขาจนได้ ในที่สุดก็ยอมทำให้แต่โดยดีซะที พูดง่ายๆแบบนี้ตั้งแต่แรกก็หมดเรื่อย ค่อยน่ารักหน่อย


     “ประสาท!! เก็บคำพูดไว้ใช้กับคนที่นายชอบเหอะ”


     “แต่นายก็ยอมทายาให้ฉันแล้วนี่ แสดงว่านายก็เป็นห่วงฉันเหมือนกัน มัลฟอยตอบปัดนอกประเด็น


     “ฉันทำเพราะไม่อยากถูกใครบางคนทวงหนี้บุญคุญยันชาติหน้าต่างหากเล่า รอนขึ้นเสียงสูงใส่คนตรงหน้า


     “เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ แต่ฉันว่า ยังไม่ได้ยินคนแถวนี้พูดอะไรตอบแทนความดีที่ฉันช่วยเลยนี่


     “นายต้องการอะไรจากฉันอีกเนี่ย ไอ้เฟอเรตงี่เง่า แค่นี้ยังไม่พอรึไง


     “ไม่ จนกว่านายจะพูดคำนั้นให้ฉันได้ยินวันนี้ เดี๋ยวนี้ คิดว่าจะรอพูดชาติหน้ารึไง


     ก็ได้ข…ขอบใจ” เจ้าของตาสีฟ้าหน้าแดงขึ้นมาฉับพลันและเบือนหน้าหนีเมื่อคุณชายบ้าน
สลิธีรินจู่ๆก็เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ๆ และคว้ามือที่เขาทายาให้ไว้แน่น เขาต้องรีบพูดปัดๆไปอีกครั้งเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำนั้น



     ขอบใจมัลฟอย!! ชัดพอมั้ย ปล่อยมือฉันได้รึยัง นี่ก็เสียเวลามาเยอะแล้ว  รีบกลับไปซะที ฉันก็ต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวศาสตราจารย์มักกอนนากัลหักคะแนนบ้านตัวเองอีก เด็กหนุ่มผมแดงชักมือคัวเองที่ถูกเด็กหนุ่มผมบลอนด์จับไว้แน่น แล้วลุกพรวดออกไปจากห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว ‘ฮึ่ย! วันนี้มันทำบ้าอะไรของมันไอ้เฟอเรตงี่เง่า แล้วฉันเป็นบ้าอะไรวะ ทำไมต้องไปหน้าแดงใส่มันด้วย โว้ยยย!!!’


     เขากัดฟันกรอดสบถกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปยังห้องเรียน ทำให้ไม่ทันเห็นว่าคนที่ถูกพาดพิงถึงส่ายหัวน้อยๆพลางลอบยิ้มอย่างขบขันกับพฤติกรรมของเขาอยู่ ก่อนจะเดินตามออกไปโดยไม่คิดจะหันหลับไปมองศาสตราจารย์ปรุงยากับพอตเตอร์ให้รู้สึกเจ็บใจขึ้นมาอีกครั้ง

 
............................................................


 

ย้อนกลับมาปัจจุบัน

     “อ้าว เซเวอร์รัส บังเอิญจริงๆ ฉันว่าจะไปหาอยู่พอดี เสียงหญิงวัยกลางคนดังขึ้นพร้อมมือที่ตบลงบนบ่าของสเนปเบาๆ ทำให้เจ้าตัวตวัดสายตาดุดันมองหาคนที่มาขัดจังหวะความคิดของเขา

 

     “มีอะไรหรือครับป๊อปปี้


     “พอดีฉันว่าจะขอให้เธอช่วยปรุงยาเพิ่มน่ะ ยาหลายตัวในชั้นมันร่อยหรอแล้ว เฮ้อ นักเรียนพวกนี่ขยันป่วย ขยันเจ็บตัวกันเหลือเกิน


     “ต้องการยาอะไรเป็นพิเศษไหมครับ จะได้เตรียมไว้ให้มากหน่อย


     อืมก็พวกยาฟื้นฟูกำลัง ยาทาแผลมาดามพอมฟรีย์ยกมือขึ้นลูบคางเมื่อนึกถึงรายการยาที่ต้องการ “เอ้อ ยาแก้ช้ำในนี่ฉันขอด่วนหน่อยนะเพราะมันหมดตู้ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนช่วงแข่งควิดดิชน่ะ”

 

     “ครับ ศาสตราจารย์ปรุงยารับคำพลางทวนรายชื่อยาที่ต้องปรุงเพิ่มในใจ ยาฟื้นฟูกำลังไม่ค่อยมีนักเรียนใช้เท่าไหร่ ยาทาแผลอาจต้องใช้มากหน่อยเพราะนักเรียนเจ็บตัวด้วยเรื่องไร้สาระกันบ่อยเหลือเกิน เขาเพิ่งหยิบให้เด็กสามคนนั่นใช้ไปเมื่อครู่ ส่วนยาแก้ช้ำในก็…บ้าจริง!


     “ทำไมคุณไม่บอกล่วงหน้า!”


     “มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า ทำไมเธอถึงได้ตกใจขนาดนั้น เธอไปห้องพยาบาลมาเหรอ”


     “ผมต่างหากที่ต้องถามว่าคุณไปไหนมา ทำไมถึงไม่อยู่ในห้องพยาบาล!” ชายหนุ่มขึ้นเสียง ทำเอาผู้
สูงวัยกว่าสะดุ้งเล็กน้อยกับท่าทางและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน 



     “ฉันไปเยี่ยมเพื่อนที่เซนต์มังโกน่ะ พอดีเธอเพิ่งคลอดเมื่อเช้า ก็เลยอยู่นานไปหน่อย พยาบาลประจำ
ฮอกวอตส์ตอบชายหนุ่มตรงหน้าไปเพื่อให้เขาใจเย็นลง “ว่าแต่ใครเป็นอะไรรึเปล่า เซเวอร์รัส



     “จะใครซะอีกล่ะป๊อปปี้ หึ หาเรื่องเอาตัวเองมานอนห้องพยาบาลอีกจนได้


     “ตายจริง พอตเตอร์บาดเจ็บเหรอ สีหน้าเธอเจื่อนลงทันทีเมื่อรู้ว่ามีนักเรียนบาดเจ็บช่วงที่เธอไม่อยู่ในหน้าที่


     “เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เธอถามว่าฉันหายไปไหน แสดงว่าเธอพาพอตเตอร์ไปห้องพยาบาลสินะ แต่ฉันไม่อยู่เธอเลยต้องรักษาแทน ใช่อย่างนั้นหรือเปล่า


     สเนปสะดุ้งกับคำถามของอดีตอาจารย์ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของตัวเอง เขาพูดปัดอีกฝ่ายไปเพราะไม่ต้องการตอบคำถามที่ชวนอึดอัด


     ผมจะกลับไปดูว่าที่ห้องทำงานยังมียาพวกนี้เหลืออยู่หรือเปล่าจะได้เอามาแก้ขัดไปก่อน ถ้าจะรอปรุงใหม่คงต้องรออีกเป็นชั่วโมง เดี๋ยวผมจะเอามาฝากไว้ที่คุณอีกรอบ”


     “เฮ้อ เธอนี่ดื้อรั้นเหลือเกิน ฉันดูออกนะว่าเธอเป็นห่วงพอตเตอร์ขนาดไหน ไม่อย่างนั้นคงไม่พร่ำบ่นเรื่องที่เขาชอบเอาตัวไปเสี่ยงอันตราย ไหนจะยาที่เธอปรุงแล้วเอามาฝากให้ฉันรักษาเขาอีก ไม่มีใครทุ่มเทเสียสละตัวเองมาตามดูแลคนที่ตัวเองเกลียดสุดชีวิตได้ตลอดเจ็ดปีแบบนี้หรอก


     “คุณคงไม่คิดว่าผมอยากทำแบบนี้หรอกนะ ผมแค่ทำหน้าที่ดูแลเด็กชายผู้รอดชีวิต พ่อพระใจบุญ
กอบกู้โลกเวทมนตร์ตามคำสั่งอัลบัสก็เท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าที่บังคับ ปานนี้ผมปล่อยพอตเตอร์ตามยถากรรมตั้งแต่
ปีหนึ่งแล้ว”


 

     “ถึงตอนนี้แล้วยังจะมาปากแข็งอีก มาดามพอมฟรีย์จ้องอีกฝ่ายราวกับจะมองให้ทะลุความคิด
ฉันรู้ว่าถึงพูดไปเธอก็ต้องหาเหตุผลมาแย้งจนได้ แต่ฉันขอแนะนำในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์ของเธอ ยังไงอายุและประสบการณ์ฉันก็มากกว่า” 
 หญิงวัยกลางคนหยุดพูดชั่วครู่ราวกับจะนึกคำพูดที่ทำให้ชายหนุ่มหัวดื้อสุดเย็นชาคนนี้รู้ตัวสักที


 

     “เธออาจปฏิเสธและหันหลังให้คนทั้งโลกได้ แต่ปฏิเสธความรู้สึกตัวเองไม่ได้หรอกนะ ยอมรับใจ
ตัวเองสักที เธอชอบไม่สิ ต้องบอกว่าเธอรักเขาแล้วล่ะเซเวอร์รัส



     นักปรุงยาหนุ่มตะลึงกับสิ่งที่เธอพูด‘อะไรนะ?! รักอย่างนั้นหรือ …’ รอยยิ้มเหยียดที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวผุดขึ้นบนใบหน้าของสเนป คนอย่างเขาไม่คู่ควรกับคำว่ารักด้วยซ้ำ เขาทำให้คนสำคัญที่สุดอย่างลิลี่เดินออกไปจากชีวิตด้วยตัวของเขาเอง เพราะคำพูดร้ายกาจที่เขาเลือกใช้เพื่อไม่ให้ตัวเองดูเป็นคนน่าสมเพชว่าเป็นผู้ชายแต่ยังให้ผู้หญิงมาคอยปกป้องแบบนี้  


     ชายหนุ่มบ้านสลิธีรินตัดสินใจเดินเข้าสู่เส้นทางศาสตร์มืดเต็มตัวด้วยการเป็นผู้เสพความตาย มันทำให้จิตใจของเขาเริ่มด้านชาต่อความรู้สึกเสียใจและผิดหวัง ไม่รับรู้หรือยินดียินร้ายกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ตอนที่เขารู้ว่าจอมมารพรากชีวิตของลิลี่ ทำให้เธอจากเขาไปตลอดกาล หัวใจของเขาแทบแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ต่อให้เขาสำนึกผิดและร้องไห้จนไม่มีน้ำตาก็ไม่อาจเรียกคนพิเศษของเขากลับคืนมาได้ 

 

     เซเวอร์รัส สเนป ถอนตัวจากการเป็นผู้เสพความตายและแปรพักตร์มาเป็นสปายสองหน้า อย่างไรก็ดี เขาหันหลังให้กับสิ่งที่เรียกว่าความรักมาสิบกว่าปีแล้วและไม่คิดว่าชีวิตที่เหลือต่อจากนี้จะมีความรักได้อีก น่าขำสิ้นดี ศาสตราจารย์ปรุงยาที่เย็นชา ร้ายกาจ เกลียดชังทุกอย่างรอบตัวขณะเดียวกันก็เป็นที่รังเกียจในสายตาคนอื่นจะกลับมามีความรู้สึกแบบนั้นได้อย่างไรกัน  


     “ผมไม่รู้”ชายหนุ่มขมวดคิ้วพลางหรี่ตามองอีกฝ่ายและเอ่ยคำตอบทิ้งท้ายก่อนจะเดินหายลับไป
ตามทาง


 ...........................................................

 

     “เธอโอเคมั้ยแฮร์รี่ เสียงใสของเพื่อนรักเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง  ร่างระหงเดินมานั่งลงบนเตียงพลางยื่นมือตบไหล่เพื่อนตัวเองเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ


     “ฉันไม่เป็นไร เด็กหนุ่มส่ายหน้า เขาฝืนสู้กับความรู้สึกจุกในลำคอ พยายามพูดด้วยเสียงและสีหน้าปกติที่สุดเพื่อไม่ให้เธอเป็นห่วง


     “อย่าฝืนเลยแฮร์รี่ ถ้าทนไม่ไหวก็ระบายออกมาเถอะ เธอก็รู้ฉันยินดีรับฟังเสมอนี่นา” เฮอร์ไมโอนี่
ยิ้มบางๆ
 
เขารู้ว่าเธอเป็นเพื่อนคนเดียวที่เป็นห่วงเป็นใยเขาเหมือนพี่น้อง เด็กสาวสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยที่คนอื่นอาจมองข้าม แต่ว่าความช่างสังเกตที่มากเกินไปของเธอคราวนี้มันทำให้เขากังวลเหมือนกัน เด็กหนุ่มผมดำพอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้ความลับของเขาเข้าซะแล้ว ถึงได้คอยพูดเป็นนัยแบบนี้ เขาไม่รู้ว่าเธอจะรับมันได้หรือเปล่า ความลับของเขามันเป็นเรื่องประหลาดเสมอ  เหมือนตัวเขาเอง


 

     “ขอบใจนะเฮอร์ไมโอนี่ แต่ฉันกลัวเธอลำบากเปล่าๆ แค่นี้ก็รบกวนเธอมากแล้ว


     ฉันไม่เห็นว่าการที่ฉันนั่งให้คำปลอบใจมันจะลำบากตรงไหน อีกอย่าง เธอกลัวอะไรแฮร์รี่ กลัวที่ฉันจะรู้ความจริงว่าเธอชอบศาสตราจารย์สเนป หรือกลัวว่าจะต้องเจ็บเพราะผิดหวังกันแน่”


     เจ้าของดวงตาสีมรกตกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น เฮอร์ไมโอนี่รู้แล้วจริงๆ แต่คำถามที่เธอย้อนถามกลับมามันแทงใจเขาซะเหลือเกิน ใช่ เขากลัว ศาสตราจารย์ปรุงยาเป็นคนซับซ้อนเข้าใจยาก แถมเจ้าอารมณ์ อยู่ดีๆก็อ่อนโยนกับเขาขนาดนี้ แต่ชั่วครู่เดียวก็กลับมาเย็นชาได้เร็วจนน่าตกใจ  เขาไม่รู้จริงๆว่าร่างสูง
คิดอะไรอยู่ และรู้สึกยังไงกับเขากันแน่ ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ลึกๆแล้วเด็กหนุ่มก็ยังแอบหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมรับความรู้สึกของเขา
  เขาอยากสาปตัวเองจริงๆ ทำไมถึงต้องชอบคนเย็นชาร้ายกาจอย่าง
สเนปด้วย


 

     “ก็คงทั้งสองอย่างนั่นแหละ แฮร์รี่แค่นหัวเราะกับตัวเอง ถึงขนาดนี้จะปิดเธอไปก็คงไม่มีประโยชน์แล้ว


     “เธอเห็นว่าฉันเป็นคนใจแคบขนาดนั้นเลยรึไงกันนะ


     “เปล่านะ ฉันก็แค่กลัวว่า เอ่อ…เธอจะ รับไม่ได้”


     “จะบอกให้นะ แค่เป็นเพื่อนกับเธอคำว่ารับไม่ได้มันก็หายไปจากสารระบบฉันตั้งนานแล้ว เด็กสาวผมน้ำตาลเอ่ยอย่างติดตลก


     “เธอจะบอกว่าฉันประหลาดก็ว่ามาเถอะ ไม่เห็นจะต้องอ้อมซะขนาดนั้น ฉันไม่ว่าอะไรหรอกน่า


     “ไม่หรอก คนเราชอบตัดสินคนอื่นว่าผิดหรือประหลาดเพราะเขาแตกต่าง แต่ฉันคิดว่ามันคือความแตกต่างที่ต้องได้รับความเข้าใจ ก็เหมือนพวกมักเกิ้ลบอร์นถูกเรียกว่าเลือดสีโคลนนั่นแหละ แต่พวกเขาไม่ได้ผิดอะไรสักหน่อย เธอยักไหล่และเอ่ยต่อไป 

 

     “ส่วนเรื่องของความรู้สึก มันอาจจะเจ็บบ้างเป็นธรรมดา แต่ว่าเวลาและความเข้าใจจะเปลี่ยนแปลง
ทุกอย่างได้ ให้เวลาเขาหน่อยแฮร์รี่ ความรู้สึกของเธอจะต้องส่งถึงเขาแน่นอน
สาวเจ้าแผนการยิ้มพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย
ให้เพื่อนรักมั่นใจในคำพูดของตัวเองว่าไม่มีทางผิดเพี้ยนแน่นอน


 

     แฮร์รี่เม้มปากแน่น เวลาอาจเปลี่ยนความรู้สึกของใครหลายๆคนได้ แต่สำหรับศาสตราจารย์ปรุงยา
สุดโหดแห่งฮอกวอตส์แล้วล่ะก็ มันจะมีความเป็นไปได้สักแค่ไหนเชียว  ถ้าเทียบกับการที่เขาเอาชนะจอมมารได้ ยังจะดูมีความเป็นไปได้มากกว่าซะอีก



     “เอาล่ะ ฉันจะกลับไปเรียนต่อแล้ว นอนรอมาดามพอมฟรีย์ไปก่อนก็แล้วกัน ออกจากห้องพยาบาลเมื่อไหร่ค่อยเอาเลคเชอร์ของฉันไปจด เด็กสาวผมน้ำตาลมีทีท่ารีบร้อนเมื่อหันไปมองนาฬิกาในห้อง เธอลุกจากเตียงพลางโบกมือลาแล้วเดินไปยังประตูเพื่อมุ่งหน้ากลับห้องเรียน ร่างบางยังไม่ทันก้าวพ้นหน้าประตูดี บุคคลที่ถูกกล่าวถึงก็เดินสวนเข้ามา เด็กสาวหยุดอยู่ตรงนั้นสักพักก่อนจะพยักหน้าแล้วหายลับตาไป มาดามพอมฟรีย์คงคุยกับเธอเรื่องที่เขาได้รับบาดเจ็บ แล้วก็ไล่ให้อีกฝ่ายรีบกลับไปเรียนวิชา
ต่อไป



     “ขอโทษด้วยที่ฉันไม่ได้อยู่ห้องพยาบาลเมื่อกี้ เป็นยังไงบ้างพอตเตอร์ ยังเจ็บอยู่ไหม


     ไม่เป็นไรครับมาดาม ยังเจ็บนิดหน่อย แต่คงไม่เป็นอะไรมากแล้วครับ เขายิ้มและเตรียมจะขยับ
ลงจากเตียง แต่หญิงสูงวัยกว่าส่งสายตาปรามเป็นเชิงสั่งให้กลับไปนอนบนเตียงซะ เด็กหนุ่มชะงักและ
ทำตามคำสั่ง ปล่อยให้มาดามพอมฟรีย์ร่ายคาถาตรวจเช็คร่างกายตัวเองอย่างละเอียดอีกครั้ง



     เธอลดไม้กายสิทธิ์ลงพลางถอนใจและพึมพึมกับตัวเองเบาๆเมื่อนึกถึงนักปรุงยาหนุ่ม มิน่าล่ะ พอพูดถึงยาที่หมดไปแล้วถึงได้กระวนกระวายขนาดนั้น ไม่ใช่แค่เพราะหน้าที่ หรือเห็นแก่ลิลี่ เอฟเวนส์
แต่เป็นเพราะตัวเด็กหนุ่มเลยต่างหาก เซเวอร์รัส เป็นห่วงพอตเตอร์จริงๆ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือรักนั่นล่ะ เขาอาจจะไม่รู้ตัวว่ารักนักเรียนคนนี้เข้าให้แล้ว แต่ถึงจะรู้ก็ดูท่าจะไม่ยอมรับง่ายๆซะด้วยสิ



     “ดูเหมือนศาสตราจารย์สเนปจะรักษาให้แผลเธอเรียบร้อยแล้ว เธอเลิกคิ้วเอ่ยต่อไปเมื่อรู้ว่าไม่มีบาดแผลอะไรหลงเหลืออยู่บนตัวของเขาทั้งนั้น


     “ครับ เด็กหนุ่มพยักหน้าเล็กหน่อยเป็นเชิงตอบรับ


     “เธอยังไม่หายดีนักหรอกนะพอตเตอร์แรงระเบิดของหม้อยาทำให้เกิดอาการบาดเจ็บภายในด้วยนิดหน่อย แต่ฉันเสียใจที่จะต้องบอกว่ายาแก้ช้ำในมันหมด และเธออาจจะต้องรอจนกว่าศาสตราจารย์สเนปเอายามาให้ ระหว่างนี้เธอนอนพักไปก่อน เดี๋ยวฉันจะปลุกเธออีกครั้งถ้าได้ยาแล้ว อ้อ อย่าคิดจะลุกไปไหนเด็ดขาดเชียว” มาดามพอมฟรีย์เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ปล่อยให้เด็กหนุ่มบ้าน
กริฟฟินดอร์นอนพักสงบๆบนเตียงกิตติมศักดิ์


 

     บาดแผลภายนอกของแฮร์รี่ได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกจุกจากแรงกระแทกตอนหม้อยาระเบิดอยู่  แต่ถ้าจะให้นอน เขาก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรขนาดนั้น เจ้าของดวงตาสีมรกตพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับ ภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว สัมผัสแผ่วเบาจากนิ้วเรียวยาวของศาสตราจารย์ปรุงยายังคงติดตรึงอยู่บนตัวของเขา ยากที่จะลบเลือนความรู้สึกดีอย่างประหลาดนั้นได้ เด็กหนุ่มสะบัดหน้าเพื่อไล่ความคิดที่เตลิดไปไกล เขาสั่งตัวเองให้ข่มตาลงก่อนจะผลอยหลับไปโดย
ไม่รู้ตัว

 

................................................................


 

     หลังจากออดบอกเวลาคาบเรียนแรกดังขึ้น ซีเรียสละสายตาจากนักปรุงยาหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะพาตัวเองกลับไปที่ห้องเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เพื่อเริ่มสอนคาบแรกของเขา เป็นคาบรวม
ของนักเรียนปี 
บ้านเรเวนคลอและฮัฟเฟิลพัฟ ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวพลางยิ้มให้เด็กทั้งสองบ้านอย่าง
เป็นกันเอง



     “เอาล่ะ ฉันแนะนำตัวสั้นๆอีกครั้งแล้วกัน ฉันชื่อซีเรียส แบล็ก ทุกคนคนรู้แล้วนะว่าฉันเป็นอาจารย์ใหม่ของพวกเธอปีนี้ วิชานี้อาจดูง่ายๆ สบายๆ สำหรับพวกเธอ แต่ฉันก็อยากให้ทุกคนรู้ว่ามันก็ยังมีความสำคัญหากใครต้องการเป็นมือปราบมารหลังจบจากฮอกซ์วอตส์ไปแล้ว อีกอย่างตราบใดที่คนที่คุณรู้ว่าใครยังมีชีวิตอยู่ ไม่แน่เธออาจจะได้ใช้คาถาที่ฉันสอนเพื่อป้องกันตัวจากผู้เสพความตายวันใดวันหนึ่งก็ได้


     เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้องเมื่อศาสตราจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดพูดถึงคนที่ไม่ควรเอ่ยนามและการต่อสู้กับเหล่าลูกน้องของเจ้าแห่งศาสตร์มืด รวมทั้งผู้คุมวิญญาณ เขากระแอมไปครั้งหนึ่งเพื่อเรียกความสนใจของนักเรียนให้กลับมายังห้องเรียนอีกครั้ง


     “วันนี้ฉันจะให้พวกเธอเรียนคาถาที่ใช้ป้องกันตัวเองที่น่าจะได้ใช้ประโยชน์จริงอย่างอิมเปดิเมนต้า แล้วค่อยจับคู่ดวลคาถากันตอนช่วงท้ายคาบ อาจารย์หนุ่มให้นักเรียนทั้งหมดพูดคาถาตามช้าๆชัดๆ
ให้ถูกต้องก่อนจะเริ่มขั้นต่อไปคือการออกเสียงให้หนักแน่นเต็มพลัง แค่สองขั้นตอนแรกก็กินเวลาไปเกือบครึ่งคาบแล้วเพราะนักเรียนหลายๆคนยังออกเสียงผิดๆถูกๆ แต่เขาก็ยินดีเสียเวลาไล่ให้พวกเขา
ออกเสียงถูกต้องแม่นยำจริงๆ เพราะหากเริ่มต้นผิดตั้งแต่ออกเสียงก็ไม่มีทางใช้คาถาได้แน่นอน



     “ศาสตราจารย์คะ คาถานี้มันช่วยเราได้ยังไงบ้าง


     ชายหนุ่มหันไปตามเสียง นักเรีนเรเวนคลอคนหนึ่งที่ถามขึ้นมา “คาถาอิมเปดิเมนต้าเป็นคาถาที่ใช้
สกัดภัย ใช้เวลาศัตรูเข้ามาประชิดในระยะใกล้ คนที่ถูกคาถานี้จะถูกผลักกระแทกออกไป ทำให้เรามีเวลาเตรียมตัวรับมือกับคาถาต่อไปที่มาโจมตี



     เด็กนักเรียนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้กับคำตอบที่ได้รับ หลังจากนั้นเขาก็ให้นักเรียนเข้าแถวเรียงหน้ากระดานแถวละ 5คน แต่ละคนก้าวออกมาหน้าห้องเพื่อใช้ไม้กายสิทธิ์ร่ายคาถาใส่กรสอบทรายที่เขาเอามาใช้เป็นอุปกรณ์ในการซ้อมแทนการเสี่ยงใช้นักเรียนเป็นคู่ต่อสู้กันเอง คนที่ได้ฝึกแล้วก็ออกจากแถวไปเพื่อให้คนอื่นๆมีโอกาสสลับกันขึ้นมาร่ายคาถาบ้าง เด็กทั้งสองบ้านดูจะเกร็งๆกันในช่วงแรก แต่พอผ่านไปสักพักทุกคนก็ผ่อนคลายลง และออกจะเริ่มสนุกกับคาบเรียนของศาสตราจารย์คนใหม่ของพวกเขา มันดีกว่าคาบเรียนปีห้าของยายคางคกอัมบริดจ์มากเลยทีเดียว

 

     ทุกอย่างดูจะผ่านไปได้อย่างราบรื่นจนมาถึงช่วงท้ายคาบที่ร่างสูงให้นักเรียนดวลคาถากันเหมือนที่พวกเขาเคยทำตอนปีสอง ในชมรมต่อสู้ของล็อกฮาร์ต  ทุกคนจับคู่และดวลกันด้วยคาถาง่ายๆที่สามารถป้องกันได้ด้วยคาถาปลดอาวุธ แต่ทุกคนในห้องก็ต้องแตกตื่นไปตามๆกันเมื่อมีเปลวไฟลุกพรึบขึ้นกลางห้อง ตามมาด้วยเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ภาพที่เห็นตรงหน้าคือนักเรียนฮัฟเฟิลพัฟคนหนึ่งกองอยู่ที่พื้น ตามเนื้อตัวมีแผลไฟไหม้เป็นบริเวณกว้าง

     ฉันบอกพวกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่าใช้คาถาที่มันอาจทำให้เพื่อนบาดเจ็บ!!” ซีเรียสพูดเสียงห้วนด้วยความไม่พอใจพลางกวาดตามองหาคนร่ายคาถานั้น แต่ไม่มีทีท่าว่าใครจะก้าวออกมายอมรับ ชายหนุ่ม
ผมดำรีบร่ายคาถาดับไฟทันที



     “วันนี้พอแค่นี้ คาบเรียนจบแล้ว ชายหนุ่มประคองเด็กที่บาดเจ็บส่งห้องพยาบาลทันทีที่พูดจบโดย
ไม่ได้หันกลับไปสนใจเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในห้องเรียนหลังจากที่เขาออกไปแล้ว ทำให้เขาไม่ได้เห็นว่ามีนักเรียนคนหนึ่งมองตามเพื่อนตัวเองที่ถูกพาไปห้องพยาบาลด้วยความรู้สึกผิดไปจนลับสายตา

 
 

...........................................................



     เหตุการณ์วุ่นวายเมื่อเช้าในคาบเรียนวิชาปรุงยาและป้องกันตัวจากศาสตร์มืดผ่านไปราวสองสาม
ชั่วแล้ว สเนปยังคงวุ่นอยู่กับการตรวจรายงานในห้องทำงานส่วนตัว เจ้าของตาสีรัตติกาลถอนใจยาวเมื่อเหลือบมองนาฬิกา เขาละมือจากกองการบ้านนักเรียนที่ตรวจอยู่ก่อนจะเดินไปห้องแล็บเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของยาที่เขาปรุงเพิ่มให้กับห้องพยาบาลเพราะเขายาที่เขาสำรองไว้ก็หมดเช่นกัน ซึ่งนั่นหมายความว่าพอตเตอร์จะได้ใช้มันเป็นคนแรก พูดง่ายๆก็เหมือนกับเขาตั้งใจปรุงยาเพื่อเด็กอวดดีนั่นโดยเฉพาะ ศาสตราจารย์ปรุงยาดับไฟที่หม้อยาแต่ละหม้อแล้วเทน้ำยาแต่ละชนิดแบ่งใส่ขวดก่อนจะมุ่งหน้า
ไปยังห้องพยาบาลพร้อมกับยาที่จัดลงกล่องอย่างเรียบร้อย



     หัวหน้าบ้านสลิธีรินเดินอย่างรีบร้อนไปตามทางจากห้องทำงาน ทั้งๆที่เขาก็รักษาแผลให้เด็กหัวดื้อ
ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าต้องรีบไปห้องพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  ทำไมกัน มันเป็นเพราะความรู้สึกบ้าๆที่มาดามพอมฟรีย์พยายามบังคับให้เขายอมรับตัวเองอย่างนั้นหรือ ความรัก… เขารัก
พอตเตอร์งั้นหรือ
 ตลกสิ้นดี  
มันต้องไม่ใช่แบบนั้นสิ



     ชั่วครู่หนึ่งเขารู้สึกหงุดหงิดเหมือนความโกรธมันเริ่มสุมในใจ แต่เขาโกรธอะไรอยู่กันแน่ ระหว่างพอตเตอร์ที่หาเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัวอีกจนได้ หรือโกรธตัวเองที่ทำอะไรเกินเลยกับเด็กหนุ่มไปแบบนั้น ร่างสูงสะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป พลางสาวเท้าเดินอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกใครบางคนขวางทางไว้ซะก่อน


 

     “หลีกไป เจ้าของใบหน้าคมเข้มขมวดคิ้วและเอ่ยเสียงเข้มเป็นเชิงสั่งทั้งๆที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองว่าอีกฝ่ายคือใคร หากแต่คนตรงหน้าดูจะไม่ยอมให้ความร่วมมือง่ายๆ


     ไม่ได้ยินหรือไงฉันบอกให้หลีก!!” เขาขู่เสียงเย็นก่อนจะเงยหน้าขึ้นหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาพิฆาต


     “รีบร้อนซะจริงนะสเนป มีอะไรสำคัญถึงขนาดต้องตวาดใส่คนที่บังเอิญเดินผ่านมาเลยรึไง

 

     “ไม่ใช่เรื่องของแก หลีกไปแบล็ก!” เขากัดฟันกรอดแล้วพยายามเดินเลี่ยงจากคนตรงหน้าที่กีดขวางทางอยู่


     “ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนาย แบล็กจ้องตาเขาด้วยสายตามุ่งมั่น แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะคุยกับใคร
ทั้งนั้น จุดมุ่งหมายเดียวที่เขานึกถึงคือห้องพยาบาลและเขาจะต้องไปให้ได้



     “แต่ฉันไม่มีความจำเป็นต้องคุยกับแก!!” นักปรุงยาเลือดผสมใช้มือดันอีกฝ่ายให้ออกไปจากทางด้วยความหงุดหงิดรำคาญเต็มทน และเดินต่อไปโดยไม่สนใจเสียงประท้วง


     “เฮ้!! เดี๋ยวก่อนสิ นั่นนายจะไปไหน”


     หยุดเดินตามฉันซะทีมันน่ารำคาญ!!” ร่างสูงขู่ด้วยน้ำเสียงอันตรายอีกครั้งพลางกระชับกล่องยาในมือแล้วสาวเท้าเร็วขึ้นเพื่อหนีคนด้านหลังที่เดินตามมาตลอดทาง เขาขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเพราะความพยายามดูจะไร้ผล


     อีกฝ่ายยิ่งเร่งฝีเท้าตาม สเนปเดินมาตามทางจนถึงหน้าห้องพยาบาล เสียงฝีเท้าที่เดินตามมาสะดุดกึกพร้อมเจ้าตัวที่เซถลามาชนหลังของคนที่เป็นคู่อริอย่างจังเพราะอีกฝ่ายหยุดเดินกะทันหันทำให้ซีเรียสเบรกตัวเองไม่ทันศาสตราจารย์ปรุงยาตวัดหางตามองคนที่เดินตามเขามาตลอดทางด้วยสายตาเหี้ยมทันทีที่เห็นมือข้างหนึ่งของอีกฝ่ายเกาะเอวเขาไว้แน่น แบล็กสะดุ้งก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เขาฝืนยิ้มแห้งๆและรีบปล่อยมือที่เกาะกุมคนตรงหน้าก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ


     สเนปเดินเข้าไปหามาดามพอมฟรีย์และวางกล่องยาที่ปรุงมาเติมห้องพยายาลให้เพื่อนร่วมงาน หญิงวัยกลางคนรับของที่ต้องการจากชายหนุ่ม และกำลังจะถามอะไรเพิ่มเติมแต่ก็ต้องหยุดไปเพราะอีกฝ่ายหมุนตัวออกไปจากห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว


     “พอตเตอร์ตื่นได้แล้ว ฉันได้ยาจากศาสตราจารย์สเนปแล้วนะ เธอส่ายหน้าน้อยๆพลางเอ่ยเรียกเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง   และลุกจากโต๊ะเพื่อเอายาไปเก็บ ก่อนจะหยิบยาที่เธอบอกให้ศาสตราจารย์หนุ่มปรุงมาเพิ่มด่วนมาให้เขา  


     พอตเตอร์ตื่น…โอ้ เมอร์ลิน!!” มาดามพอมฟรีย์อ้าปากค้างด้วยความตกใจเพราะเด็กหนุ่มผู้รอดชีวิตได้หายไปจากเตียงเรียบร้อย แม่มดพยาบาลถอนใจและบ่นอุบอย่างเหนื่อยหน่ายกับความรั้นสุดขั้วของคนไข้รายนี้ ทั้งที่สั่งแล้วสั่งอีกว่าให้นอนพักไปอย่าลุก แต่ก็ยังไม่วายลุกจากเตียงไปจนได้ คงจะอาศัยจังหวะที่เธอวุ่นอยู่กับนักเรียนคนอื่นและงานเอกสารถือโอกาสหลบไปเงียบๆแน่ บ้าจริง ตัวเองยังไม่หายดีแท้ๆ แต่ทำอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นล่ะ เห็นทีคราวหน้าต้องจับมัดไว้กับเตียงซะแล้ว
‘เหลือเกินจริงๆ จะรีบไปไหนของเขาเนี่ยพอตเตอร์…’


 

TBC.

 

writer talk: มาอัพฟิคแล้วนะขอร้บ ยังอยู่ในโหมดดราม่ากันเล็กน้้อยถึงปานกลาง และอาจจะดราม่าต่ออีกสักตอนสองตอนแล้วก็ถึงเวลาสวีทซะที

A/N:  เซฟเราแลดูรำคาญกับพฤติกรรมที่แลดูเป็นโสตลเกอร์ของซีเรียสเอามากๆ ที่จริงไรท์เตอร์ก็โดนสโตล์กเหมือนกันครับ หงุดหงิดมากกก แทบอยากกระโดดถีบหน้าคนๆนั้นเลย ทำอะไรไม่ได้เลยเอามาลงกับตัวละครซะเลย งานนี้ซีเรียสรับกรรมไป = = ฮ่าๆๆ


ยังไงก็ขอบคุณรีดเดอร์ที่ติดตามผลงานฟิคของผมเสมอมานะครับ โค้งงามๆ (_ _)


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

128 ความคิดเห็น

  1. #124 kay (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:24
    สงสารมัลฟอยไม่เป็นไรนะ นายยังมีรอนคอยดามหัวใจอยู่ 5555 ชอบคู่นี้ถึงแม้จะไม่ถูกกันแต่ก็มีความน่ารัก ส่วนอีกคู่เฮ้อ นี่ก็กินมาม่ากันอยู่ ปากแข็งกันเก่ง หงุดหงิดจริงๆ

    เฮิร์มคือกัปตันเรือใหญ่มาก สู้ๆนะ เธอต้องบังคับเรือนี้ไปให้ถึงจุดหมาย
    #124
    0
  2. #107 Detective Patt (@csi-patt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 20:26
    มาม่า (ดราม่า) ได้ตลอดเวลา แต่ก็ชอบบบบบ #อ่านต่อๆ
    #107
    0
  3. #97 NuCee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 19:45
    ฟิน >/////<



    ตูดแข็ง เอ้ย ปากแข็งชะจริงๆ
    #97
    0
  4. #96 NuCee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 19:23
    ฟิน นิดๆเลยนะเนี่ย
    #96
    0
  5. #72 ลักยิ้ม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 01:05
    ดราม่า >////<

    #72
    0
  6. #42 Rafael_Riddle (@lee-seung-woo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2557 / 22:43
    อ้ากกกกกกกกกกกกก ไรเตอร์คนนี้น่ารักที่สดุในสามโลกเลยยยย
    แต่รี่ไปไหน!!!!!!!
    เด็กดื้อคนนี้ชอบลุกออกจากเตียงตลอด!!!!!!!!
    งานต้องให้คุณสามี เอ่ย!!! คุณศ.ตามหาอีกแล้วสิเนี้ยย 
    สุ้ๆนครับบ แล้วมาอัพตอนใหม่เร็วๆน่า รีดเดอร์คนนี้จะรอครับ^^
    #42
    0
  7. #39 Maru maru (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 18:32
    คราวนี้มายาวสะใจมากกกกก ><

    กินมาม่ารอได้ค่ะ ขอแค่มีน้ำตาลมาก็พอ

    อัพไวๆนะคะ สนุกมากๆ
    #39
    0
  8. #38 13778 (@pingxin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2556 / 21:47
    ดราม่า มากก แต่สนุกที่ซูด มาอัฟต่อเร็วนะค่ะ
    #38
    0
  9. #37 Panisa Tippiizz (@lolaly) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2556 / 20:28
    เง้ออออออ ชอบบบบบบบบบบบบบ กหหสรพหแสยำหดาระด งื้ออออออออ เขิลลลล ชอบบบบบบบบ ฟิคแนวนี้ -////- สู้ๆนะคะ ของเค้าเค้าไม่ได้อัพนานมากอ่ะ มาอ่านเรื่องนี้แบบบบ ฟินเฟ่ออออ เง้อออ ศ. นางก็ซึนเหมือนเดิม รี่ก็ดื้อ แถมมีคนมาหึงงงง ไม่ได้อ่านนานมากคู่นี้ (เพราะไม่มีคนแต่งต่อ) สนอง นี๊ด สุดๆ สู้ๆนะคะ ทั้งเม้นทั้งโหวตมาต่อไวๆเน้ออออ คิๆ >_________<" เป็นกำลังใจให้นะคะ <3
    #37
    0
  10. #36 Rokugatsu Giugno (@Senji) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2556 / 23:59
    ดราม่าเบาๆ ไม่เข้มข้นเท่าตอนก่อน

    ฉากรอนกับเดรมุ้งมิ้งมากเลยอะ อกหักปุ๊บ เหมือนจะหาคนดามใจได้แล้วนะเดร -w-

    ส่วนสเนป...รอดูว่าคุณพี่แกจะหายซึนเมื่อไหร่
    #36
    0