{ sf/os - ◦ ❝ #THE UNTAMED l #MDZS ◦△

ตอนที่ 2 : CAT DAY : XICHENG

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    10 ส.ค. 62

CAT DAY.
WARNING !! : จินตนาการของคนแต่งเองล้วนๆนะคะ
SUGGESTION : เปิดเพลงเพื่ออรรถโร้ดในการอ่านงั้บ



                                                                         

[ X I C H E N  X J I A N G C H E N G]
THEME SONG : XUE MAO JIAO 
CUTE l SWEET l OCC
RATE : PG-13
SAY HI #theuntamedbox

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
vocab.
ยามซวี = ช่วงเวลาประมาณ 05:00-06:59น.
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


แมวเป็นสัตว์ที่เย่อหยิ่งติดอันดับหนึ่งในยุทธภพ

 

เจ้าสี่ขาตัวน้อยขนนุ่มมือเหล่านั้นขึ้นชื่อเรื่องความโมโหร้าย และดื้อด้านอยู่ในที ทว่าจะเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีผู้ใดปฏิเสธได้ว่าหากถึงคราวที่พวกมันนึกอยากจะทำตัวออดอ้อนด้วยการเข้ามาคอยคลอเคลีย ส่งเสียงเรียกร้องผู้เป็นเจ้าของเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการมันช่างชวนให้น่ารักใคร่เอ็นดูมากมายเพียงใด

หลานซีเฉินเพียงแค่เคยได้ยินใครสักคนกล่าวเอาไว้เช่นนี้เท่านั้น จริงอยู่ว่าเคยพบเห็นเจ้าตัวน้อยพวกนั้นอยู่บ้างแต่ก็ใช่จะเคยคลุกคลีเลี้ยงดูเป็นเจ้าของ ถ้าหากไม่นับฝูงกระต่ายตัวกลมสีขาวสะอาดตาน้องชายอย่างหลานวั่งจีแล้วละก็ถือว่าตั้งแต่เด็กจนโตประมุขสกุลหลานยังไม่เคยเห็นที่อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่คิดจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงใดใด

ฉะนั้นแล้วซีเฉินจึงไม่ค่อยเข้าใจนิสัยของพวกมันมากมายนัก จนกระทั่งวันที่ได้ เสี่ยวมาวสีม่วง ตัวหนึ่งมาไว้ในครอบครอง

 

 

ประการแรกคือแสนเย่อหยิ่ง..ข้อนี้เห็นจะเป็นจริงไม่น้อยเลยทีเดียว

 

แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานหลายปีแล้ว แต่ประมุขสกุลหลานในยามนี้ยังไม่สามารถลืมสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของอีกฝ่ายเมื่อครั้งได้พบกันเป็นครั้งแรกได้ลง   ใบหน้าคมคายเจือแววหวานนอกจากจะไม่ส่งยิ้มให้ผู้ใดแล้วยังมักแผ่รังสีของความหงุดหงิดออกมาอยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้นระดับความยังถือเนื้อถือตัวยังมีมากพอกันกับคุณชายจินจากหลันหลิง หากไม่ใช่ญาติมิตรที่เจ้าตัวไว้เนื้อเชื่อใจเพียงแค่ฝ่ามือก็ไม่ยอมให้ใครได้แตะต้อง เป็นเช่นนี้จนไม่ว่าจะลูกศิษย์ตระกูลไหนก็ล้วนไม่กล้าเป็นฝ่ายเข้าหาเพื่อผูกมิตรกับอีกฝ่ายที่เป็นถึงทายาทสกุลใหญ่ แตกต่างกับผู้เป็นศิษย์พี่ที่มักคอยเที่ยวเล่นหยอกเย้ากับลูกหลานบ้านนั้นสกุลนี้ไปทั่ว


น่ารำคาญ! เจ้าอยากรู้จักก็ไปรู้จักเสียคนเดียว อย่าเอาคนพวกนั้นมาวุ่นวายกับข้า

หลานซีเฉินที่บังเอิญผ่านไปได้ยินได้ยินอีกฝ่ายกำลังโต้เถียงกับผู้เป็นพี่ที่บอกให้หัดแจกจ่ายรอยยิ้มเพื่อหาสหายเอาไว้เสียบ้างในครานั้นยังนึกส่ายหน้า หากถือดีเช่นนี้อีกหน่อยในภาคหน้าคุณชายผู้นี้คงยากไร้ผู้คอยเกื้อหนุนยามได้ยากเป็นแน่ ทว่าในตอนนี้กลับคิดว่าดีเท่าไรแล้วที่เสี่ยวมาวของตนยังคงเย่อหยิ่งถือตัวอยู่อย่างเคย

กาลก่อนผู้อื่นเคยเข้าถึงยากมาเช่นไรในทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง ซ้ำยังดูจะมากขึ้นตามภาระหน้าที่ที่เจ้าตัวแบกไว้บนสองบ่า จึงไม่มีผู้ใดเข้าหา ไม่มีผู้ใดแตะต้องเสี่ยวมาวตัวน้อยได้เหมือนอย่างที่ประมุขสกุลหลานทำอยู่เหมือนดั่งตอนนี้

 

          เวลาต้นยามเหม่ายังเช้านัก แมวตัวน้อยที่ควรจะโดนกกกอดอยู่บนเตียงบัดนี้กลับอยู่ในชุดอาภรณ์สีม่วงปักลายดอกบัวเก้ากลีบสัญลักษณ์ประจำท่าเรือสัตบงกชเสียเรียบร้อยแล้ว ผ้าคาดเอวสีม่วงเข้มถูกรัดรอบสอบเอวอย่างเรียบร้อย เหลือเพียงอย่างเดียวคือเรือนผมสีสำสนิทที่ยังคงถูกปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังบาง


            อาเฉิง

            หืม อีกฝ่ายเอ่ยตอบรับทั้งที่ยังสาละวนอยู่กับการมัดรวบเส้นผมในกำมือ


            ประมุขสกุลหลานหัวเราะมองคิ้วเรียวที่ขมวดมุ่นอย่างขัดใจที่รวบเท่าไรเส้นผมเจ้ากรรมก็ยังไม่เรียบร้อยดังที่ใจหวังก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มนวลเสียอีกครั้งหนึ่งเรียกให้ร่างหน้ากระจกหมุนกายเดินกลับมาหากัน


            หันหลังสิ

            ต้าเกอ!”

            ต้าเกอแค่จะมัดผมให้เจ้าเท่านั้น

            รีบเอ่ยแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้ที่ตีน้ำเสียงแข็งใส่กันเพราะโดนวงแขนโอบรัดรอบเอว เป็นซีเฉินที่รั้งเอากายโปร่งเจ้าของกลิ่นดอกบัวหอมอบอวลให้ทั้งตัวลงมานั่งบนหน้าตักโดยไม่ทันตั้งตัว

            นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามเรือนผมนุ่มลื่นราวผ้าไหมเนื้อดี เส้นผมสองช่อข้างขมับถูกจับแยกออกก่อนจะถูกถักไขว้กันไปมาให้กลายเป็นเปียเส้นเล็กอย่างละเมียดละไมไม่ให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกเจ็บ ส่วนที่เหลือถูกกำรวบไว้ในฝ่ามือหนา ใช้หวีไม้เนื้อดีค่อยๆสางเส้นไหมดำเงาให้เรียบราวกับถูกทอให้กลายเป็นผืนผ้า และสุดท้ายจึงค่อยมัดทั้งหมดรวมเข้าด้วยกันเป็นทรงเหมือนอย่างที่เจียงเฉิงชอบทำเป็นประจำ

 

            มันทำให้เคลื่อนไหวง่ายและไม่ร้อน เจ้าตัวเคยว่าไว้เช่นนั้น

 

            เรียบร้อยแล้ว

            ลำคอขาวผ่องเผยสู่สายตาเมื่อไร้กลุ่มผมยาวระเกะระกะ ประมุขสกุลหลานซุกใบหน้าลงบนซอกคอนวลเนียนไร้รอยตำหนิ กดปลายจมูกและริมฝีปากลงกับผิวนุ่มสูดกลิ่นดอกบัวหอมหวานของเสี่ยวมาวตัวน้อยบนตักเสียหนึ่งครั้งแล้วจึงยอมปล่อยให้คนที่ใบหูซับสีแดงระเรื่อผุดลุกหนีไป

 

            นั่นทำให้รอยยิ้มอ่อนละมุดวาดขึ้นบนใบหน้าบุรุษอันดับหนึ่งบนแผ่นดิน


 .

.

.


 

ประการที่สองโมโหร้าย..ข้อนี้ทำเอาหลานซีเฉินหลุดหัวเราะกับตัวเองราวคนบ้า ข้อนี้ก็เห็นจะเป็นตามนั้นอย่างโต้แย้งไม่ได้

 

ไม่ได้เรื่อง!!!!!!!!! กางแขนออกไปให้สุดมือ พวกเจ้าต้องหนักแน่นยิ่งกว่านี้!!!”

ขอรับ!!!!!”

ยิ้มสิ่งใดกันนักหนา!!!!!!!!!ซ้อมต่อไปอีกคนละยี่สิบชุด!!!!!!”

 

            ประกายสีม่วงของจื่อเตี้ยนในมือลั่นเป็นประกายแปลบปลาบเมื่อไม่มีใครฝึกวิชาในวันนี้ได้ดั่งใจประมุขสกุลเจียงเลยแม้แต่คนเดียว หลานซีเฉินที่ยืนมองอยู่ทางด้านหลังได้แต่ทอดถอนหายใจมองบรรดาลูกศิษย์แห่งเหลียนฮวาอู้ส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาทางตนอย่างยากจนหนทาง

            เจียงเฉิงเป็นเช่นนี้เสมอ แต่ไหนแต่ไรมาเพียงแค่สิ่งใดไม่ถูกไม่ควรก็พร้อมจะชักซานตู๋วฟาดเข้าใส่โดยยไม่เกรงกลัว ยิ่งยามนี้เป็นถึงประมุขแห่งสกุลเจียง รับภาระหน้าที่ในการดูแลทั่วทั้งท่าเรือสัตบงกชไว้เพียงผู้เดียวโดยไร้ผู้ใดคอยช่วยเหลือแบ่งเบาภาระยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่าจะตัวจะเอาจริงเอาจังกับทุก ๆ เรื่องมากขึ้นเพียงใด


 

            แล้วถ้าหากถามว่าเจียงเฉิงเคยโมโหร้ายใส่ตนไหมน่ะหรือ ?


 

            รอดูอีกสักเดี๋ยว..


 

            ต้าเกอ!!!!!!!!!!”

            ซีเฉินวางพู่กันในมือลงหลังจากที่ปลีกตัวจากการฝึกซ้อมออกมานั่งในหอทบทวนหนังสือของเหลียนฮวาอู้  อาจารย์ชั่วคราวเงยหน้าขึ้นจากตำราจำแนกหมวดหมู่มารและปีศาจที่ตระเตรียมไว้สำหรับให้ความรู้ลูกศิษย์สกุลเจียง มองร่างโปร่งภายใต้อาภรณ์สีม่วงเดินตึงตังเข้ามาใกล้ ใบหน้าเจือเค้าหวานแดงก่ำที่ยังไม่รู้ว่ามาจากสาเหตุใด


ผู้ที่ถูกเรียกว่าต้าเกอส่งยิ้ม เอ่ยถามเสียงนุ่มนวลที่เย้าอารมณ์อย่างน่าโมโหเหลือเกินในสายตาคนฟัง


มีอะไรหรืออาเฉิง

หลานฮวั่น นี่ท่านกล้าถามว่ามีอะไรงั้นหรือ!!!!!!”

เรียกนามจริงเช่นนี้คงไม่พ้นเจ้าตัวจะเริ่มอารมณ์ร้อนขึ้นมาเสียแล้ว กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของนามเดือดเนื้อร้อนใจสิ่งใดนัก หนึ่งหยกสกุลหลานทำเพียงแค่มองตามปลายนิ้วของเสี่ยวมาวตัวน้อยตรงหน้าที่จี้ย้ำลงไปบนจุดแดงช้ำจุดหนึ่งข้างลำคอของตน


ท่านแอบทำรอยนี่หลังจากถักผมให้ข้าใช่หรือไม่!!!!!!!”

รู้ตัวเสียแล้วหรือเสี่ยวมาว

ข้าไม่ใช่ลูกแมว!!!!!!”

ซีเฉินหัวเราะ คว้ามือเรียวสวยของคนที่ยืนเถียงกันหน้าดำหน้าแดงขึ้นมาสอดประสานไว้ไม่ให้แส้จื่อเตี้ยนอาวุธประจำกายลั่นเปรี๊ยะออกมาใส่กันเสียก่อน คาดว่ายามนี้เจียงเฉิงคงรู้ตัวดีแล้วว่าเหตุใดเหล่าศิษย์ที่ตนสอนในวันนี้ถึงได้พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บ่อยครั้งนัก


ให้อภัยเถิดอาเฉิง

ท่านช่างพูดงายนัก ป่านนี้คนในเหลียนฮวาอู้คงพูดกันไปถึงไหนต่อไหน!”

พูดอย่างไร?

ก็พูด..!!!!!!!!!”

พูดว่าเจ้าเป็นของข้าอย่างนั้นหรือ

นี่ท่าน!!!!!!!!!”


อุ้งมือเสี่ยวมาวน้อยเริ่มทุบตีลงมาตามตัวของเขาเสียแล้ว แม้ความจริงหลานซีเฉินจะรู้สึกผิดไม่น้อยที่เผลอใจฝากฝังรอยสีชาดช้ำไว้บนผิวเนื้อหอม แต่ก็ยอมรับในคราวเดียวกันว่าชอบใจนักยามเสี่ยวมาวตัวนี้เขินอายเสียจนพวงแก้มเนียนแดงปลั่งราวกับใกล้ระเบิดเต็มทน หรือจะเป็นเพราะโมโห ? ช่างมันเถิด หลานซีเฉินไม่คิดสนใจ จะอย่างไรเสียเขาก็มีวิธีรับมือทั้งหมดนั่นอยู่แล้ว

 

ต้าเกอผิดไปแล้ว เจ้าหยุดโมโหได้หรือไม่อาเฉิงคนดี

            นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามหลังมือเรียวงามอย่างเชื่องช้า ปลอบโยนอารมณ์ร้อนของลูกแมวที่โกรธกันเสียจนขนฟู


 

            ก่อนที่จะโดนเจ้าตัวหยิกลงมาบนฝ่ามืออย่างแรงแล้วขึงตาใส่ยามได้ยินประโยคถัดมา


 

            หากเจ้าไม่พอใจ ต้าเกอจะให้เจ้าเอาคืนเสียตอนนี้ดีหรือไม่?

            “หลานฮวั่น!!!!!!”


 .

.

.


          ประการที่สามดื้อด้าน..แน่นอนว่าเป็นดังนั้น ซ้ำร้ายยังดื้อเงียบมากเสียด้วย

 

 

            ดึกมากแล้ว พักก่อนเถิดอาเฉิง

            ข้ายังคิดไม่ตก ต้าเกอ ท่านนอนก่อนเถิด

            “ตอนนี้เจ้าล้านัก สอนเหล่าศิษย์แล้วตอนเย็นยังออกล่าภูตผี อย่างไรเสียก็คงยังคิดทางแก้ปัญหาไม่ออก สู้นอนพักเอาแรงก่อนไม่ดีกว่าหรือ

 

            ท่าเรือสัตตบงกชเวลานี้กำลังประสบปัญหา เกิดข้อขัดแย้งกับเหล่าสกุลน้อยที่ตั้งเงื่อนไขให้ฝ่ายสกุลเจียงเสียเปรียบมากกว่าที่ควรจะเป็นในการแลกเปลี่ยนค้าขาย แต่หากจะตัดรอนเหล่าสกุลนั้นออกไปเสียก็ไม่สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากสินค้าและสมุนไพรสำคัญล้วนส่งตรงมาจากเมืองเหล่านั้นเป็นจำนวนมาก 

            ซีเฉินเสนอตัวที่จะช่วยออกหน้าเป็นธุระไกล่เกลี่ยให้ หากเจ้าตัวขอร้องไว้ด้วยเหตุผลว่าไม่อาจพึ่งพาผู้อื่นให้ช่วยเหลือตนไปได้ตลอดชีวิต ลำพังสกุลหลานที่เขาต้องจัดการก็มีปัญหามากมายเกินว่าจะเก็บเรื่องอื่นมาใส่ใจแล้ว แค่คำพูดเพียงเท่านั้นจึงจำต้องยอมให้เสี่ยวมาวน้อยแก้ไขมันด้วยตนเอง

 

            เชื่อต้าเกอ นอนพักผ่อนให้เต็มแรง วันพรุ่งนี้มาหารือกันยังไม่สายเกินไป

            กายสูงกว่าผายมือไปตรงหน้า รับฝ่ามือนุ่มของผู้ที่เพิ่งวางพู่กันในมือลงเข้ามากระชับกันไว้ก่อนจะออกแรงเล็กน้อย ช่วยฉุดดึงร่างโปร่งบางให้ลุกขึ้นจากตั่งตัวเล็ก เดินจับมือพากันออกจากหอตำรากลับไปยังเรือนพักของประมุขสกุลเจียง

 

            อย่าเครียดไปนักอาเฉิงคนดี

            นิ้วโป้งอุ่นของหยกสกุลหลานกดลงกลางหว่างคิ้วที่ยังคงขมวนมุ่นอยู่แม้เจียงเฉิงจะฝังตัวเองลงไปในผ้าผืนนุ่มแล้วก็ตามที ซีเฉินวาดรอยยิ้มอ่อนโยนให้คนที่พยักหน้ารับก่อนจะดับตะเกียงไฟดวงน้อยข้างเตียงให้มอดดับ วงแขนกระชับร่างน้อยอวลกลิ่นดอกบัวเข้ามากอดไว้ดังเช่นที่ทำเสมอยามเข้าสู่ห้วงนิทราพร้อมกัน


 

            แต่ก็อย่างที่เคยพูดไปแล้วนั่นแหละ เสี่ยวมาวตัวน้อยนี่ช่างดื้อเงียบเกินกว่าใคร

 


            เสียงแหวกผ้าห่มดังขึ้นกลางดึก มีหรือที่ผู้บำเพ็ญเซียนมาหลายปีเช่นประมุขสกุลหลานจะไม่รู้ตัวว่าลูกแมวน้อยข้างกายกำลังย่องหลบออกจากเรือนพักตรงไปยังหอตำราเพื่อขบคิดปัญหาที่คั่งค้าง ดูท่าจะเรียกกลับมานอนอีกรอบก็คงจะป่วยการ

เช่นนั้นถึงได้แสร้งหลับสนิทปล่อยอีกฝ่ายใช้เวลาขบคิดเพิ่มอีกสักครึ่งชั่วยามถึงค่อยลอบตามเข้าไปในหอตำรา จุดกำยานหอมให้ร่างโปร่งหลับใหลแล้วจึงอุ้มนำตัวกลับมานอนบนเตียงอุ่นดังเดิม



( เลื่อนหาประการที่4แล้วอ่านต่อได้เลยนะคะ)

CLICK



  T A L K W I T H M E   

วันนี้ใครชิบซีเฉิงลุกออกมา ไม่ต้องกลัว ลุกขึ้นมาเลย เสียงของพวกแกมีความหมายนะเว้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ติชมได้ตามอัธยาสัยเลยจ้า ยินดีรับฟังเสมอเลย

จะเม้นท์ในแอพไหนก็ได้ตามที่สะดวกเลยคั้บ 

หรือไปติดแท็กเล่นๆกันใน #theuntamedbox ได้น้า




B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #14 Maxkey Mc (@agentwannabe4869) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 21:58

    โหหห มีแต่คู่ที่ชิป มันช่างดีต่อใจเหลือเกินนนนน
    #14
    0