[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 8 : ♡ Chapter 07 : Life goes on, and so do we

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    10 เม.ย. 58

  CR.SQW






07
Life goes on, so we are

 


 




 

                        ไม่ว่าจะเจ็บปวดสักแค่ไหน สุดท้ายชีวิตก็ยังคงเดินต่อไป

ชีวิตกลับสู่วงจรปกติอย่างเช่นที่เคยผ่านมา ราวกับช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นเพียงความฝัน ไม่มีอะไรการันตีทั้งนั้นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงนอกจากรูปภาพขาว-ดำจำนวนกว่าครึ่งร้อยที่กระจายตัวอยู่เต็มที่นอนของเขาในอีกอาทิตย์ต่อมา เซฮุนทำได้เพียงหยิบมันขึ้นมาแล้วดูซ้ำๆ เพื่อย้ำว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริง

รอยยิ้มในภาพถ่ายของอี้ชิงงดงามเท่าไหร่กลับยิ่งเตือนใจว่าทุกอย่างผ่านพ้นไปรวดเร็วจนน่าใจหาย เซฮุนเลือกจะเก็บความทรงจำไว้ในภาพถ่ายและเลือกจะหยิบมันมาดูซ้ำๆ ในวันที่รู้สึกรวดร้าวแทบทนไม่ไหว หวังเพียงมันจะเยียวยาจิตใจได้ แต่เหมือนยิ่งนานไปกลับยิ่งทำให้สภาพจิตใจแย่ลง

ถึงแม้จะแกล้งทำเป็นลืมมันไปและใช้ชีวิตแต่ละวันผ่านไปไม่แตกต่างไปจากเดิม แต่ในบางคืนเขาก็ยังฝัน ฝันถึงสถานที่สวยงามเหล่านั้นในปารีสที่มีพวกเขาเดินจับมือกัน และต้องสะดุ้งตื่นในกลางดึกที่หนาวเหน็บทุกครั้งเพียงเพราะสัมผัสได้ว่าไออุ่นข้างกายนั้นหายไป นานเข้ามันกลายเป็นฝันร้ายที่หลอกหลอนให้เซฮุนหวาดกลัวทุกคืนที่หลับตา

กลัวว่าต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วพบว่ามันคือความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขานอนดึก ตื่นเช้า ทำทุกทางให้ง่วงนอนที่สุดจนหลับไป กลับไปมีสภาพเหมือนเมื่อหกปีที่แล้วหลังจากช่วงปีใหม่ มันคือฝันร้ายที่เคยผ่านมาและมันไม่เคยผ่านไป เซฮุนเพียงแค่ต้องรอเวลาให้หัวใจปรับสภาพเพื่ออยู่กับมันได้ ถึงแม้ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะต้องใช้เวลาไปอีกนานเท่าไหร่ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยมันไปและหวังว่ามันจะกลายเป็นเรื่องปกติได้ในสักวันหนึ่ง

 

 

ลู่หานกับซุนกยูแวะเวียนมาหาเขาบ่อยกว่าปกติมากและเซฮุนเดาได้ว่าเหตุผลมาจากที่เขาดูเงียบไป ทั้งคู่พยายามสรรหากิจกรรมต่างๆ มาให้เขาทำมากมายไม่ให้เขาได้อยู่ว่างและนั่นแสดงให้เซฮุนเห็นว่าเพื่อนๆ เป็นห่วงเขามากแค่ไหน

วันนี้ก็เช่นกันที่ทุกคนชักชวนกันออกมาเล่นสเก็ตช์ที่ Seoul Square ทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะมา โดยลู่หานให้เหตุผลว่าโตมาจนป่านนี้ยังไม่เคยเล่นเลยอยากลองหัดเล่นดู หลังจากการล้มลุกคลุกคลานอยู่ในลานสเก็ตช์มาพักใหญ่แล้วเสียหน้ากับการโดนมิยองหัวเราะเยาะเย้ยไปแบบไม่รู้จะเอาหน้าไปพักไว้ไหนแล้ว ลู่หานกับเซฮุนก็แยกตัวออกมาเกาะขอบลานเอาไว้เพื่อพักบ้างและมองดูสองสาวที่ลากตัวไปตามลานน้ำแข็งอย่างสนุกสนานเป็นการพักผ่อนแทน

“น่ารักจริงๆ”

“ซุนกยู?

“ไอ้ห่า! มิยองดิวะ กูไม่ใช่มึงนะจะได้มองยัยช้างลากนั่นน่ารักได้น่ะ” เซฮุนหัวเราะออกมาก่อนจะผลักหัวเพื่อนตัวเล็กกว่าไปทีหนึ่งจนลู่หานเกือบถลาหน้าลงไปบนลานน้ำแข็ง “สัส! หัวกูครับไม่ใช่ลูกบาสมึงไม่ต้องปา”

“ต่อหน้ามึงก็หัดชมมิยองแบบนี้มั่งดิวะ ไม่งั้นเมื่อไหร่จะได้สักที หา?

“ได้อะไร? สองแง่สองง่ามเดี๋ยวปั๊ดกูตีปาก” ลู่หานเงื้อมือและเซฮุนก็หัวเราะอีกครั้ง แต่แล้วร่างโปร่งกลับถอนหายใจออกมา “กูก็อยากจะชมนะ แต่พออยู่ต่อหน้าปากมันก็หนักไม่กล้าทุกทีเลยว่ะ”

“ไม่กล้าๆ ระวังหมาคาบไปแดกก่อนนะครับ ทีนี้ล่ะมึงจะฮาไม่ออก”

“กูก็คิดอยู่ ช่วงนี้ขาขึ้นของยัยนั่นเลยนะ ถ่ายแบบเยอะมากพวกนายแบบก็เข้ามาจีบให้รึ่ม กูนี่คันตีนตลอดเวลาไปรับอยากจะยันหน้าให้หงายทุกคนที่มันเข้ามา”

“แต่ติดว่ามึงต้องกระโดดใช่ไหม?

“เออ ไอ้ห่า! เพื่อนเครียดมึงนี่ก็พาตลกจัง” ลู่หานหันมาชักสีหน้าและพาให้เซฮุนส่งเสียงหัวเราะออกมาได้อีกครั้ง “เรื่องกูพักก่อนได้กูยังพอมีเวลา ว่าแต่เรื่องมึงเหอะว่ะยังไง?



“กูไม่ถามเพราะกูรอให้มึงเล่า แต่จนป่านนี้มึงก็ยังเงียบ รู้ใช่ไหมว่าพวกกูเป็นห่วง” เซฮุนพยักหน้า “โดยเฉพาะยัยนั่น”

ลู่หานพยักเพยิดไปข้างหน้า และเซฮุนก็พาสายตามองตามไป หญิงสาวสองคนที่กำลังแข่งกันสไลด์ตัวไปตามลานน้ำแข็งพร้อมรอยยิ้มสดใส เสียงหัวเราะของพวกเธอดังแว่วเข้ามาให้ได้ยินเป็นระยะ แน่นอนว่าลู่หานไม่ได้หมายถึงมิยอง

เซฮุนรู้ดี ช่วงระหว่างอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ซุนกยูใช้เวลาอยู่กับเขาแทบทุกวัน พาไปเที่ยว ดูหนัง เดินเล่น ทานข้าวแล้วแต่ว่าจะสรรหากิจกรรมอะไรมาให้เซฮุนไม่ว่าง ถึงแม้บางวันที่เซฮุนอยากจะนอนเฉยๆ อยู่กับบ้านซุนกยูก็ยังพยายามทำให้เซฮุนไม่เหงาด้วยการขนอุปกรณ์ทำขนมไปนั่งทำที่คอนโดของเขา

ไม่มีคำถามหลุดออกจากปากหญิงสาวตั้งแต่วันที่เซฮุนกลับจากปารีสแล้วกอดเธอไว้ ซุนกยูไม่ได้พูดอะไรถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยซ้ำแต่การกระทำของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นห่วงและพร้อมจะอยู่เคียงข้างในวันที่เขาอ่อนแอถึงแม้จะไม่รู้สาเหตุใดๆ

“กูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ปารีสตอนที่มึงไป และกูจะไม่ถามถ้ามึงไม่พร้อมจะเล่า แต่กูอยากพูดอะไรสักนิดได้เปล่าวะเซฮุน



“กูว่ามันนานเกินไป ถึงเวลาแล้วไหมที่มึงจะใช้ชีวิตต่อไปโดยการเดินไปข้างหน้าจริงๆ สักที ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่แบบนี้”



“ถ้ามึงไม่เปิดตาเปิดใจมึงจะรู้ได้ยังไง ทางข้างหน้าอาจจะมีความสุขที่มากกว่ารอมึงอยู่ก็ได้ เลิกหันหลังไปมองอดีตแล้วมองคนที่อยู่ตรงหน้ามึงจริงๆ ตอนนี้ดีกว่าไหมวะ อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยทำให้มึงเสียใจ”

ซุนกยูลื่นและมิยองคว้าแขนเอาไว้ได้ วินาทีนั้นเธอหันมาสบตากับเซฮุนที่ยืนเกาะขอบราวอยู่ไม่ไกล รอยยิ้มสดใสส่งมาให้เขาราวกับแสงอาทิตย์แรกของวันใหม่ แสบตาจนมองแทบไม่ได้

            จริงอย่างที่ลู่หานว่าบางทีเขาอาจจะขังตัวเองอยู่กับความมืดมานานเกินไป จนลืมไปแล้วว่าการมีชีวิตอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สดใสมันอบอุ่นยังไง

 

 









 

            “โอยยย พรุ่งนี้ต้องปวดตัวมากแน่อ่ะ” มิยองโอดครวญขึ้นมาระหว่างที่พวกเขาเดินไปตามถนนในเมืองใหญ่

            “ก็ใครใช้ให้เล่นอะไรขนาดนั้นล่ะ ยัยบ๊อง!” ลู่หานว่าพลางยีหัวคนเป็นน้องอย่างแรงจนหญิงสาวกรีดร้องขึ้นมา

            “โอ๊ย ลู่เกอ! ผมยุ่งหมดแล้วเนี่ยอะไร!

            “ยุ่งก็หวีดิไม่เห็นจะยากเลย พกทั้งหวี กระจกเครื่องสำอางเป็นกระเป๋าไปไหนมาไหนอยู่แล้วไม่ใช่ไง”

            “ยุ่ง! คนเล่นสเก็ตช์แล้วลื่นหกล้มไม่เป็นท่ายังจะมีหน้ามาพูดอะไร”

            “เอ้า ก็คนมันเล่นไม่เป็นป่ะวะ”

            “อ่อน!

            “ว่าไงนะ ยัยตัวดี นี่แน่ะ!” ลู่หานเอื้อมไปล็อคคอหญิงสาวเอาไว้หลวมๆ แล้วโยกไปมา มิยองเองก็ดิ้นหนีแต่ไปๆ มาๆ ก็กลับหัวเราะออกมากันทั้งพี่ทั้งน้องจนอีกสองคนที่เดินตามมาด้วยกันส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ

            “แล้วนี่พวกพี่จะไปไหนกันต่ออีกไหม?” มิยองถามขึ้นมาแล้วซุนกยูก็หันมองหน้าเซฮุนอีกต่อหนึ่ง

            “คงไม่แล้วล่ะ พี่ว่าจะกลับเลย”

            “ว้า นี่อยากกินบิงซูอ่ะ งี้ก็ไม่มีใครไปกินด้วยกันสิ”

            “หนาวยังงี้เนี่ยนะจะกินบิงซู โธ่เอ้ย! ยัยสมองไหล” มิยองหันไปแยกเขี้ยวใส่ลู่หานก่อนจะหันกลับมาทำสายตาออดอ้อนใส่ซุนกยู

            “พี่กลับกับเซฮุนดีกว่า ไว้คราวหน้านะมิยอง”

มิยองทำปากยื่นเมื่อไม่มีใครยอมตามใจ สุดท้ายเพราะอยากกินจนทนไม่ไหวเลยต้องหันไปอ้อนพี่ชายร่วมบ้านให้ไปกินด้วยกันแทน ตอนแรกลู่หานทำเป็นอิดออดแต่พอมิยองเรียกว่า ลู่เก่อพร้อมทำหน้าอ้อนตาใสก็พ่ายแพ้จนได้ มิยองมีท่าทางดีใจเมื่อลู่หานตกปากรับคำว่าจะพาไปกินน้ำแข็งไสก่อนจะกลับบ้าน

            “งั้นแยกกันตรงนี้เลยไหม” ซุนกยูพูดขึ้นแล้วทุกคนก็ตกลงปลงใจตามนั้น ทั้งสองคนยืนมองดูคู่พี่น้องนอกไส้ที่เดินเถียงกันห่างออกไปแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างรู้ใจ อันที่จริงใครๆ ดูก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าสองคนนี้มีใจเพียงแต่ปากหนักด้วยกันทั้งคู่เลยรอกันไปรอกันมาอยู่อย่างนั้น เซฮุนถึงพยายามพูดให้ลู่หานกล้าๆ สารภาพรักออกไปจะได้ใจตรงกันสักทีแต่หมอนั่นก็ยังวางท่ามากมายและไม่กล้าที่จะพูดอยู่นั่น จากคู่ที่ลุ้นง่ายเลยกลายเป็นลุ้นยากไปเสียอย่างนั้น

            หลังจากยืนส่งทั้งสองคนจนคล้อยหลังได้สักพัก เซฮุนกับซุนกยูก็เดินต่อไป อากาศตอนกลางคืนหนาวและลมก็พัดแรงแต่ทั้งสองคนก็ยังคงมีเรื่องมาพูดคุยกันได้เรื่อยๆ ไม่หยุด อาจเพราะรู้จักกันมาด้วยระยะเวลาที่ไม่ใช่น้อยเลยทำให้สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องจนลื่นไหล

            เดินผ่านคลองชองเกชอนได้ยินเสียงน้ำไหลเอื่อยยิ่งพาบรรยากาศให้ผ่อนคลาย บรรยากาศงดงามเงียบสงบท่ามกลางเมืองใหญ่ยิ่งพาให้ชวนหลงใหลและนั่งพักหย่อนใจ ยิ่งหากรู้ประวัติของการขุดลอกคลองสายนี้จากที่เป็นแหล่งเสื่อมโทรมแล้วถูกปรับปรุงจนกลายเป็นความสวยงามยิ่งทำให้คลองนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก

            เซฮุนผ่อนฝีเท้าลงเมื่อร่างบางเริ่มก้าวไปข้างหน้าและร้องเพลงออกมาโดยไม่สนใจใคร รอยยิ้มกระตุกขึ้นที่ริมฝีปากของร่างสูงแสดงถึงความพึงพอใจในเสน่ห์แบบที่เขาคุ้นเคย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหากจะมีผู้หญิงสักคนที่เขานิยามให้ว่าคือความสดใส ซุนกยูยังคงเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้นตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนถึงปัจจุบัน

            เขาชอบเสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากบางนั้น ชอบท่าทางที่ไม่อ่อนไหวและไม่แข็งกร้าวจนเกินไป ชอบทัศนคติในการใช้ชีวิต ชอบมุมมอง ชอบความคิดของผู้หญิงคนนี้และชอบความมีมิติที่หลากหลาย หากเพียงหัวใจเขาไม่ได้มีใครครอบครองเอาไว้ คงไม่แปลกที่เขาจะหลงรักผู้หญิงคนนี้ได้ง่ายดายเพียงเพราะสิ่งที่เธอเป็น

            ซุนกยูเริ่มเต้นตามแบบที่เธอชอบ เธอช้อนสายตาหันกลับมามองเซฮุนด้วยแววตาสนุกแบบปิดไม่มิดและเรียกเสียงหัวเราะจากร่างสูงได้ นานมาแล้วที่เขาเคยมองตาคู่นี้แล้วตัดสินใจเลือกให้เป็นดวงตาที่สำคัญรองจากใครบางคน

            ถ้าเราเจอกันก่อนหากเพียงเขารั้งความสัมพันธ์ของเราต่อไป

            อะไรๆ มันจะเปลี่ยนแปลงได้ไหม?

            ซุนกยูกระโดดไปตามหินที่เชื่อมสะพานทีละก้อน ก่อนจะหมุนตัวกลับมาแล้วสบตากับเซฮุนที่ยืนมองอยู่ที่ฝั่ง วินาทีนั้นภาพของใครบางคนซ้อนทับเข้ามาแล้วทำให้รู้สึกว่าน้ำตาจะไหล หัวใจถูกบีบเมื่อรู้สึกถึงความห่างไกลที่แม้จะยืนอยู่บนผืนดินเดียวกันแต่ก็ไม่มีทางสัมผัสถึงกันได้

            เขาไม่ได้ต้องการให้ใครมาแทนที่ใคร แต่อาจถึงเวลาที่เขาต้องเก็บกดความเจ็บปวดเอาไว้แล้วเริ่มต้นใหม่ และหากจะเริ่มต้นอีกสักครั้งกับใคร เขาก็มีคำตอบให้หัวใจเพียงแค่คำตอบเดียว

            เซฮุนนั่งลงกับพื้นหินขั้นบันได ก่อนจะส่งยิ้มให้ซุนกยูที่เข้ามานั่งใกล้ ร่างเล็กเหยียดขาลงไปจนสุดเกือบแตะโดนผิวน้ำที่รินไหลแล้วเหยียดแขนขึ้นเหนือหัวก่อนจะวาดลงไปค้ำหลังตัวเองเอาไว้พลางแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่มีตึกสูงใหญ่บดบังไปครึ่งหนึ่ง

            “วันนี้สนุกจังนะว่าไหม?

            “อืม”

            “ไม่น่าเชื่อเลยว่าอย่างนายจะเล่นสเก็ตช์ไม่ได้น่ะเซฮุน” ซุนกยูหัวเราะคิกเมื่อนึกถึงหน้าเซฮุนกับลู่หานที่พยายามจะไถลตัวไปตามพื้นน้ำแข็งลื่นๆ ด้วยท่าที่ทุกลักทุเลอย่างที่สุด

            “ก็ฉันไม่เคยเล่นมาก่อนนี่”

            “งั้นก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ไว้คราวหน้าเรามาเล่นกันอีกไหม ฉันจะสอนนายหมุนตัวเอาแบบท่ายากๆ ให้ลู่หานอึ้งไปเลยเป็นไง--

            “ขอบใจนะซุนกยู”

            “ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันน่ะเคยเป็นแชมป์ไอซ์สเก็ตช์สมัยประถมเลยนะจะบอกให้”

            “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกน่า” ซุนกยูเลิกคิ้วขึ้นแล้วหันมองเซฮุนด้วยความแปลกใจ “เรื่องที่คอยเป็นเพื่อนฉัน ทุกอย่างที่เธอทำขอบคุณนะ”

            “

            “

            “ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่เห็นนายโอเคขึ้นฉันก็สบายใจแล้ว” ซุนกยูยิ้มให้เซฮุนจากใจ หญิงสาวเอื้อมมือข้างหนึ่งมาวางบนมือของเซฮุนแล้วบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

            “เธอนี่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่”

            “ยังไง?

            “ตั้งแต่ตอนที่คบกัน ก็มีแค่เธอเท่านั้นที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างฉันแบบนี้”

            “

            “ถ้าวันนั้นฉันรั้งเธอไว้ไม่ให้ไป ไม่ยอมรับคำบอกเลิกของเธอง่ายๆ วันนี้พวกเราจะเป็นยังไง”

            “เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วน่ะเซฮุน จะไปพูดถึงวันเก่าๆ ทำไม?” รอยยิ้มของซุนกยูเจื่อนลงไป ก่อนที่ร่างบางจะหยัดตัวลุกขึ้นยืน “กลับกันเถอะ ดึกแล้ว--

            คำพูดสุดท้ายขาดห้วงไปเมื่อร่างสูงคว้ามือของเธอไปจับไว้ เซฮุนช้อนตามองขึ้นมาจากด้านล่างและพูดในสิ่งที่หากเป็นเมื่อหลายปีซุนกยูคงดีใจจนน้ำตาไหล

            “เรากลับมาคบกันไหม?

            แต่กับตอนนี้ความรู้สึกมันต่างออกไป

            หลังจากปล่อยตัวเองให้ใจเต้นอยู่ชั่วครู่และให้ความเงียบโรยตัวลงมาอยู่เกือบนาทีร่างบางก็ทรุดตัวนั่งลงไปใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าดีใจ และหากจะให้พูดกันแบบไม่ทรยศหัวใจเธอยังพร้อมจะกลับไปเคียงข้างเซฮุนในทุกวินาที แต่ความจริงคือสิ่งที่รู้กันดี

            “นายรู้คำตอบดีเซฮุน ว่าเรากลับไปเริ่มกันใหม่ไม่ได้”

            “

            “อย่าคิดว่าฉันปฏิเสธนาย เราต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ คำตอบไม่เคยอยู่ที่ฉัน ไม่เคยอยู่ที่ฉันเลยเซฮุน”

            “แต่ว่า--“ นิ้วเรียวแตะที่ริมฝีปากของเซฮุนเป็นเชิงไม่ให้พูดอะไร รอยยิ้มบางๆ เกลี่ยไปทั่วใบหน้าแต่แววตาของซุนกยูกลับหม่นลง

            “ฉันไม่อยากกลับไปเจ็บอีกแล้วเซฮุน”

            ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง ก่อนที่สองมือหนานั้นจะกุมมือซุนกยูเอาไว้

            “ขอโทษ ฉันขอโทษ”

            “

            “ฉันรู้ว่าทำให้เธอเจ็บมามากเพราะอดีตที่ฉันไม่เคยยอมตัดมันออกไป แต่ฉันไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ซุนกยู ฉันอยากเริ่มต้นใหม่ ยังไม่ต้องตอบรับตอนนี้ก็ได้ รอให้เธอมั่นใจฉันจะเป็นฝ่ายขยับเข้าไปเอง”

            “

            “ขอแค่เธอให้โอกาสฉันอีกสักครั้งได้ไหม?” ร่างบางเม้มปากแน่น หัวใจกับสมองกำลังค้านกันอย่างรุนแรงข้างใน ภาพความสุขตอนที่เคยอยู่ด้วยกันวนกลับมาให้คว้าไขว่ แต่เธอรู้ดีว่าหากเอื้อมมือเสี่ยงจะดึงรั้งมันเอาไว้อาจแลกมาด้วยความเสียใจอีกครั้ง

แต่ถึงอย่างนั้น

            “ฉันไม่ได้บอกว่าเราจะกลับไปคบกันได้”

            “

            “แต่คำตอบสำหรับคำถามนั้นนายรู้ดีอยู่แล้วว่าฉันจะตอบว่าอะไร”

เซฮุนดึงตัวซุนกยูเข้าไปกอดไว้แทนคำขอบคุณ มันช่างเป็นกอดที่แสนไม่มั่นใจ หวั่นไหวจนทำให้หัวใจเจ็บ แต่เธอก็ยังเต็มใจรับอ้อมกอดนั้นไว้ถึงแม้จะรู้ว่ามันแสนเปราะบางแค่ไหน หยดน้ำตาไหลรินลงมาโดยที่เซฮุนสัมผัสไม่ได้

แม้รู้ว่าไม่มีอะไรที่จะเชื่อมั่นได้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่หากมันจะช่วยเยียวยาหัวใจของเซฮุนได้ แม้หัวใจตัวเองอาจจะต้องแหลกสลายอีกครั้งก็คงไม่เป็นไร

 







 

 










- Talk -

ขอโทษค่ะ หายไปนานทีเดียวเพราะมัวแต่ปิดเล่มอีกเรื่อง
แล้วก็มีงานเข้ามามากมายก่ายกองแบบแยกร่างไม่ได้
หวังว่าจะยังไม่หนีกันไปนะคะ ><

กลับมาตอนนี้หลายคนอาจจะขัดใจ (รึป่าว?)
เพราะเซฮุนยอมแพ้เสียแล้ว TT
แต่ก็นะคะ ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้าค่ะไม่ว่าเจ็บแค่ไหนเราก็เดินไปอยู่ดี
ไม่ว่าจะพร้อมหรือไม่พร้อม วิธีของเซฮุนอาจไม่ถูกต้องที่สุด
แต่มันก็คงเป็นอีกหนทางนึงที่จะทำให้ลืมได้เร็วขึ้น (มั้ง?)
ความรักในชีวิตคนเราอาจเกิดขึ้นหลายครั้งค่ะ
คนที่เรารักที่สุดอาจไม่ใช่คนที่จะจับมือเราเดินไปสู่อนาคตก็ได้
ไม่มีอะไรแน่นอนเลยจริงๆ
เรื่องราวหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อ เอาใจช่วยพวกเขานะคะ

ต้อนรับการกลับมาด้วยการหวีดกันดังๆ พร้อมคอมเม้นจะพลังใจฟูมากจริงๆ
55555 ขอบคุณทุกคนมากค่ะ

รักเหมือนเดิม ^^


#CrossroadHL





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #337 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 06:06
    สงสารทุกคนเลย หน่วง
    #337
    0
  2. #304 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 21:36
    ลู่หานพูดถูกดีใจที่เซฮุนพยายามที่จะเริ่มต้นใหม่ เซฮุน สู้ๆนะ
    #304
    0
  3. #273 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 23:39
    มันเป็นเรื่องที่ดีที่เซฮุนจะเริ่มต้นใหม่อยากที่อี้ชิง และคนรอบข้างบอก แต่ถ้าคบเพื่อให้ลืมใครมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกหรอก เพราะยังไงเราก็คิดถึงเขาอยู่ดี
    ยอมรับมันแล้วให้มันเป็นไปของมันเอง รักใครสักคนมันไม่ได้ตัดใจกันง่ายๆหรอกนะ
    #273
    0
  4. #239 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 08:44
    เดี๋ยวต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ ฮืออออ
    #239
    0
  5. #70 RaySek (@raysek) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 09:03
    ไม่น้าาาาาาาาาาาเซฮุน ตัดใจซะแล้วหรอ แต่เข้าใจนะ อี้ชิงก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากเองว่าให้เซฮุนลืมให้เริ่มใหม่ จริงๆสงสารเซฮุนที่ต้องมาจมอยู่กับอดีตเป็นปีๆทั้งๆที่ก็รู้ว่ายังไงก็ไม่สมหวัง การที่ให้เซฮุนเปิดใจกับใครใหม่อาจจะเป็นหนทางที่ดีกว่าก็ได้ มันลืมยากแต่ถ้าใช้เวลาเราว่าลืมได้แน่ๆ แต่ยังไงก็เถอะเชียร์เซฮุนอี้ชิงอ่ะ เรื่องนี้สงสารเซฮุนมากกว่าอี้ชิงอีก ยึดมั่นในรักมากๆเมื่อไหร่อี้ชิงจะยอมรับใจตัวเองซะที แบบนี้เจ็บกันทุกฝ่าย
    #70
    0
  6. #69 แบม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 12:42
    ม่ายยยยยยยยยยย เซฮุน อย่าเพิ่งถอดใจได้ไหม T^T
    #69
    0
  7. #68 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 10:22
    มันดีแล้วนะแบบนี้จะได้ตัดใจจริงๆเพราะอี้ชิงเขามีจงอินแล้วเนอะงุนๆต้องตัดใจให้ได้จะได้ไม่เสียใจอีกส่วนชิงเราจะรอว่าจะเอาไง
    #68
    0
  8. #67 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 07:40
    สงสารเซฮุนรู้สึกมากเจ็บมาก ยิ่งภาพถ่ายรู้สึกแบบมันตอกย้ำ ช่วงเวลาที่มีควรสุขมันผ่านไปเร็วเสมอท ส่วนซุนกยูเป็นคนที่สดใสตลอด ก็ดีที่เซฮุนกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเอาตัวเองออกจากความรู้สึกเดิมๆ แต่ซุนกยูก็น่าสงสารเพราะว่าถ้าเซฮุนเจอกันอี้ชิงอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเซฮุนจะคุมความรู้สึกไม่ให้กลับไปได้อีกไหม แล้วซุนกยูจะเสียใจมากแน่ๆ เซฮุนนนน ;__; น่าจับตีก้นน สู้ๆนะคะพี่ไรท์ ทำหลายอย่างต้องเหนื่อยมากแน่ๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #67
    0
  9. #66 BunnyXing (@septemberissue) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 02:17
    ก็สงสารซุนกยูนะ แต่อีกใจคือสงสารคนสองคนที่จริงๆควรรักกันได้แต่กลับมีบางอย่างที่ทำให้ใครอีกคนต้องปฏิเสธ แง้งงงงง เจ็บปวด
    #66
    0
  10. #65 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 01:39
    เซฮุนนนน แอบสงสารซุนกยูเบาๆTTTTTTTTTTTTTTTTT 
    #65
    0