[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 6 : ♡ Chapter 05 : To establish ties

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 มี.ค. 58

  CR.SQW





05
To establish ties

 

 

 

 

          “ไม่ได้ จุนซู นายต้องเร็วกว่านี้”

            “อีก อีก อีก”

            “ใช่ อย่างนั้น เอาล่ะ พร้อมกันนะทุกคน 1 2 3 และ 4 และ 5 และ 6 7 8 เทิร์น!! ยองจี! ก้าว ก้าว กระโดด แตะ Walk Around ดี!

            “โอเค พักได้ แล้วอีก 15 นาทีเราจะมาทวนใหม่ตั้งแต่ต้น”

            สิ้นเสียงคำสั่งของจงอิน นักแสดงทุกคนก็ทิ้งตัวลงกับพื้นเวที บ้างเหยียดขาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า บ้างโกยอากาศเข้าปอดและพากันออกไปดื่มน้ำที่ด้านหน้าโรงละคร มีเพียงคยองซูที่มองตามร่างสูงที่ยืนหัวเราะพูดคุยอยู่กับนักแสดงอีกด้านของเวที ก่อนที่จะแยกตัวออกไป

            คยองซูเบนสายตากลับมามองเพื่อน 2-3 คนที่กระโดดลงจากเวที แล้วทอดสายตามองเก้าอี้ในโรงละครที่ว่างเปล่าไร้ผู้คนแทนการพักสายตา เหนื่อยเกินกว่าที่จะพาตัวเองเดินออกไปหาน้ำท่ากินด้านนอกเพราะในโรงละครไม่ให้นำน้ำหรือขนมเข้ามา

            วันนี้เป็นครั้งแรกที่มีการซ้อมรวมกันทั้งโปรดักชั่นใหญ่ จงอินต่อท่าขึ้นเพลงใหม่ให้เมื่อประมาณชั่วโมงก่อน จนถึงตอนนี้พวกเขาเพิ่งจะได้หยุดพักครั้งแรก และหลังจากนี้คงจะต้องมีซ้อมต่อกันอีกสักพัก

            “โอ๊ย โหดจัง” เสียงโอดครวญที่ดังขึ้นข้างๆ ทำให้เขาหันไปมอง หญิงสาวผมสั้นประบ่าที่เพิ่งเข้ามาเป็นนักแสดงใหม่เมื่อไม่กี่วัน นอนราบลงไปกับพื้นด้วยท่าทางที่ดูเหนื่อยอ่อน คยองซูนึกขำกับท่ากางแข้งกางขาของหญิงสาวที่ไม่ได้ดูไว้ท่าความเป็นกุลสตรีสักนิด เขายังไม่รู้จักเธอแต่ก็พอจะได้ยินจากที่ยองจีเล่าให้ฟังบ้างว่าเธอมีดีกรีเป็นถึงนักเรียนนอก และค่อนข้างมีพรสวรรค์ทีเดียว

            “คุณจงอินน่ะเหรอ?

            “ใช่ นี่กะว่าจะเอาให้ตายกันตั้งแต่ซ้อมวันแรกเลยใช่ไหมเนี่ย” คยองซูหัวเราะร่า

            “เห็นอย่างนั้นเขาใจดีนะ เก่งมากด้วย”

            “ฉันไม่ได้บอกนี่ว่าเขาไม่เก่ง” ซุนกยูยันตัวขึ้นมาแล้วนั่งชันขาหันมาทางคยองซู “แต่เรื่องใจดีนี่ขอดูกันไปยาวๆ ดีกว่า”

            คยองซูหัวเราะออกมา รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวตรงหน้าขึ้นมาสนิท จงอินมักจะถูกมองแบบนี้เสมอสำหรับนักแสดงใหม่ที่ยังไม่ค่อยสนิท ด้วยบุคลิกที่ดูจริงจังเวลาทำงานทำให้ทุกคนเกือบคิดไปว่าเขาเป็นคนซีเรียส แต่ความจริงจงอินแค่ต้องการทำทุกอย่างให้ดี เขามักจะอยู่คิดท่าคนเดียวดึกๆ และซ้อมแยกให้สำหรับใครที่ไม่มั่นใจอย่างเช่นคยองซู เวลาส่วนตัวจงอินมักจะใจดีและคุยด้วยง่าย แต่เวลาซ้อมทีไรจงอินจะดูเปลี่ยนไปคล้ายเป็นคนละคน

            “ค่อยๆ ปรับตัวไปก็ได้ ที่นี่ไม่มีคนใจร้ายหรอก ทุกคนเป็นคนดี”

            “นายด้วยสิใช่ไหม?” คยองซูหัวเราะออกมา

            “อันนี้ก็ต้องแล้วแต่เธอจะตัดสิน”

            “ฉันไม่ตัดสินคนที่ยังไม่รู้จักกันดีหรอก บางทีเขาอาจจะมีเหตุผลในการกระทำที่ต่างไปก็ได้”

            “งั้นเรามาค่อยๆ ทำความรู้จักกันไป แล้วหลังจากนั้นเธอค่อยคิดก็ได้ว่าฉันเป็นยังไง”

ซุนกยูมองดูเพื่อนร่วมงานคนใหม่ของตัวเอง พลางยิ้ม เธอพอใจกับคำตอบนี้และคิดว่าคนตรงหน้าดูเป็นคนไม่มีพิษมีภัยและน่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี

            “สวัสดี ฉันอีซุนกยู”

            “โดคยองซู” ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กัน ก่อนที่มือของคยองซูจะยื่นออกมาข้างหน้า “ได้ข่าวว่าเธอเพิ่งกลับจากอเมริกา ฉันต้องทักทายแบบอเมริกันด้วยหรือเปล่า”

            ซุนกยูหัวเราะออกมาแล้วเอื้อมมือออกไปจับมือผู้ชายตรงหน้าเขย่าเบาๆ

            “ยินดีที่ได้รู้จักคยองซู”

            “ยินดีเช่นกัน”






 

            ห้องซ้อมใหญ่ว่างเปล่า หลังจากการซ้อมเต้นที่ยาวนานทำให้ทุกคนรีบแยกย้ายกันกลับบ้านหลังจากนั้น แต่คยองซูยังไม่กลับ เขาพาตัวเองขึ้นมาชั้นสองและเริ่มซ้อมในส่วนของตัวเอง ร่างบางยืนอยู่ตรงกลางห้องสี่เหลี่ยมกว้างพลางเดินไปตามบล็อกกิ้งในความทรงจำพร้อมกับท่องจำบทในส่วนของเขา

            คยองซูมักใช้เวลาหลังการซ้อมเต้นของทุกวันในการทวนบทและบล็อกกิ้งด้วยตัวเอง เขาไม่ใช่คนเก่ง ติดจะลืมง่ายด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นถ้าไม่พยายามมากกว่าคนอื่นเขาก็อาจจะทำได้ไม่ดี และคยองซูไม่อยากให้ใครต้องมารู้สึกไม่ดีที่เขาจะเป็นตัวถ่วง

            ถึงแม้ทุกวันนี้เขาสามารถรับบทนำในการแสดงหลายเรื่องของที่นี่ได้อย่างไร้ข้อกังขาและเป็นเอกฉันท์ แต่สำหรับคยองซูนั้นเขายังคงต้องพยายามทำมันต่อไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะเป็นนักแสดงที่ดีในความคิดของตัวเองให้ได้ในสักวัน ซึ่งสำหรับตอนนี้นั้นมันยังไม่พอ

            ร่างเล็กยังคงซ้อมต่อ ถึงแม้ข้างนอกฟ้าจะเริ่มมืดลง เขาหยุดเมื่อได้ยินเสียงประตูเลื่อนเปิดเบาๆ และหันไปมองคนที่มีผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจของเขากำลังยืนระบายยิ้มอยู่ที่ประตู

            “ยังไม่กลับเหรอคยองซู”

            “ยังครับ”

            “ขยันนะ ไม่เหนื่อยหรือไง วันนี้ก็ซ้อมไปตั้งเยอะแล้ว” จงอินเดินเข้ามาใกล้ สายตาจับอยู่ที่ตัวเขาเองในกระจกบานใหญ่ แล้วเริ่มขยับท่าทางที่อยู่ในความคิดออกมา คยองซูมองดูแล้วคลายยิ้มน้อยๆ

            “ผมแค่ทวนบทกับบล็อกกิ้งเฉยๆ ครับ เดี๋ยวอีกสักพักก็คงกลับ แล้วคุณจงอินล่ะครับ อยู่ทำอะไร?

            “ฉันกำลังจะกลับ พอดีผ่านมาเห็นนายเลยแวะเข้ามา ไหน ซ้อมไปถึงไหน ให้ฉันช่วยต่อบทให้ไหม?” คยองซูตาโตด้วยความตกใจ เขาไม่อยากให้จงอินต้องมาลำบาก อีกอย่างวันนี้ก็เหนื่อยกันมามากแล้ว ร่างสูงควรจะได้รีบกลับไปพักผ่อน

            “ไม่เป็นไรครับ คุณจงอินจะกลับแล้วไม่ใช่เหรอ?

            “ฉันไม่รีบหรอก กลับไปก็ไม่รู้จะทำอะไร” ร่างสูงยักไหล่ก่อนจะนั่งลงไปเปิดบทของคยองซูอ่านผ่านๆ “พออี้ชิงไม่อยู่ รู้สึกว่าห้องมันกว้างเกินไป มันอดเหงาไม่ได้น่ะ”

            รอยยิ้มที่ร่างสูงส่งมาให้ กับคำพูดสุดท้ายทำให้คยองซูรู้สึกปวดแปลบที่ใจ เขาไม่รู้ว่าควรทำสีหน้าอย่างไหนถึงจะเหมาะสม สุดท้ายเลยเลือกที่จะเฉยไว้ แล้วกดความรู้สึกข้างในให้จมลงไป ร่างเล็กหยัดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามพลางมองหน้าคนตัวสูงที่ยังคงมีรอยยิ้มน้อย

            “พี่อี้ชิงกลับวันไหนครับ”

            “อีก 3-4 วันแหละ ช่วงนี้ก็สบายๆ ทำห้องรกเท่าไหร่ก็ได้ไม่มีใครด่า”

            “ปกติคุณทำห้องรกเหรอครับ”

            “ฮ่าๆ ไม่หรอก ก็มีขี้เกียจบ้าง แต่อี้ชิงเขาชอบห้องโล่งๆ น่ะ” คยองซูพยักหน้า แววตาของจงอินที่พูดถึงคนรักทำให้เขารู้สึกหดหู่ มันเป็นประกายและเต็มไปด้วยความรักในแบบที่คยองซูอยากให้สายตาแบบนั้นหันมองกลับมาที่เขาบ้าง

            จะดีแค่ไหนหากคนในบทสนทนาที่จงอินกำลังพูดถึงและแสดงสีหน้าแบบนั้นเป็นเขา

            ถึงอย่างนั้นคนตัวเล็กก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกลั่นความเศร้าออกมาเป็นรอยยิ้มบาง เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงเรื่องการแย่งชิงอะไรแบบนั้น พี่อี้ชิงเป็นคนดีเกินกว่าที่เขาจะทำร้ายได้ลง และอีกอย่างคยองซูรู้ดีว่าจงอินรักอี้ชิงมากเกินกว่าที่จะหันมาสนใจเขา ความมั่นคงและซื่อสัตย์ที่ของคนที่เฝ้ามองมาตลอดนั้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เขาหลงรักผู้ชายคนนี้

            “แล้วยังไง นี่ยังจะซ้อมต่อไหม?

            “คงไม่แล้วครับ”

            “ดี งั้นไปทานข้าวกัน”

            “หา! อะไรนะครับ” คยองซูตาโต พลางมองร่างสูงที่หยัดตัวยืนขึ้นแล้วส่งยิ้มให้เขา

            “มีร้านไส้ย่างแถวฮงแดอร่อยมาก เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

            “ไม่เป็นไรครับ” คยองซูยืนขึ้นละล่ำละลักปฏิเสธเมื่อจงอินเสนอตัวแบบนั้น แต่เจ้าตัวกลับยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม

            “ถือว่าไปกินเป็นเพื่อนฉันแล้วกัน” สายตาที่มองมาพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ แบบนั้นทำให้คยองซูปฏิเสธไม่ได้ แล้วก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูกเมื่อคนตัวสูงกว่าวาดแขนโอบลงมาที่ไหล่ ความจริงไม่ใช่ว่าไม่อยากไป แต่เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรทำยังไงไม่ให้แสดงอาการเขินออกมาจนจงอินจับสังเกตได้ เหลือบสายตามองคนตัวสูงที่ถือวิสาสะคว้ากระเป๋าของเขาขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะโอบพาเขาเดินออกจากห้องแล้วมันก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

            ความสุขสั้นๆ ถึงแม้จะไม่คงอยู่ตลอดไป แต่คยองซูก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพียงแค่นี้ก็ทำให้หัวใจพองโตจนไม่อยากคิดว่าความทรมานของการแอบรักมันเป็นอย่างไร

 

 

 

 

ร้านไส้ย่างร้านโปรดของจงอิน เป็นร้านเล็กๆ ไม่ใหญ่ มีโต๊ะอยู่เพียงแค่ 2-3 ตัวเท่านั้น โชคดีจริงๆ ที่คืนนี้พวกเขาเป็นเพียงโต๊ะเดียวภายในร้านทำให้บรรยากาศสบายๆ คยองซูได้รู้เพิ่มอีกอย่างว่าคนตัวสูงสนุกกับการกินแค่ไหน จงอินดูมีความสุขพลางชวนคยองซูคุยยกใหญ่

“ดีจังที่นายทานได้ ปกติฉันไม่ค่อยได้มาทานเท่าไหร่ทั้งๆ ที่ชอบมาก”

“ทำไมล่ะครับ”

“อี้ชิงเขาไม่ชอบ จะชวนคนอื่นก็ไม่รู้จะไปทานกับใคร อีกอย่างฉันก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนกับใครเท่าไหร่ด้วย”

“เหรอครับ”

“ใช่ ปกติอี้ชิงเขาไม่ชอบทานเครื่องใน แต่ถ้าเป็นเนื้อย่างล่ะก็หมอนั่นสู้ไหว แต่ก็ไม่ค่อยได้ออกมากินกันเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะทานอยู่แถวหอมากกว่า”

“งั้นวันนี้คุณต้องทานเยอะๆ เลยนะครับ” คยองซูพูดพลางส่งยิ้มให้ จงอินเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าใสแล้วก็ยิ้มตาม ร่างสูงคีบชิ้นไส้ย่างที่อยู่ในเตาวางให้บนจาน

“นายก็เหมือนกัน ต้องทานเยอะๆ รู้ไหม”



“ร้านนี้อร่อยมาก ลองแล้วจะติดใจ” คยองซูมองดูชิ้นเนื้อในจานนิ่ง เขาไม่รู้จะนิยามความรู้สึกตัวเองอย่างไร แต่มันคือความดีใจ และส่งผลให้รอยยิ้มคลี่ออกมา

“ถ้าผมติดใจแล้วไม่มีใครมาทานด้วยอีกผมจะแย่เอานะครับ”

“ก็บอกฉันสิ ไว้เรามากินด้วยกันอีก ถ้าเรื่องไส้ย่างนี่ฉันไม่เกี่ยงอยู่แล้ว” คยองซูหัวเราะ จงอินมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเอ็นดู คยองซูไม่ใช่คนยิ้มเก่งนักเขารู้ แต่วันนี้คนตัวเล็กดูอารมณ์ดีและนั่นทำให้คยองซูดูดีขึ้นเป็นไหนๆ เมื่อมีรอยยิ้มรูปหัวใจประดับอยู่บนใบหน้า

            “โซจูไหม?

            “ครับ” คยองซูพยักหน้าพร้อมใช้สองมือยกแก้วโซจูขึ้นมาเพื่อรับการรินให้ของอีกฝ่าย

“คออ่อนหรือเปล่า?

“ดูเหมือนเป็นอย่างนั้นครับ แต่ว่าไม่” จงอินเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ

“แสดงว่าดื่มเก่งสิใช่ไหม?

“ก็บ้างครับ เวลานัดเพื่อนที่มหาลัยก็ไปดื่มกันตลอด”

“ถ้าอย่างนั้นสงสัยวันหลังฉันต้องชวนนายมาดื่มเป็นเพื่อนบ่อยๆ บ้าง”

“พี่อี้ชิงไม่ชอบดื่มเหรอครับ”

“ไม่ค่อยหรอก” จงอินว่าพลางรินโซจูเติมให้แก้วของตัวเอง “รายนั้นเขามาสายสุขภาพ ถ้าไม่ใช่เทศกาลหรืองานสังสรรค์ก็ไม่แตะหรอก”

“ก็ดีนะครับ”

“นายมีแฟนไหม?” จู่ๆ จงอินก็ถามขึ้นมาโดยไม่คิดอะไร แต่ทำเอาคยองซูเกือบสำลักโซจูที่เพิ่งจิบเข้าไปออกมา

“มไม่มีครับ”

“ทำไมล่ะ?

 “นั่นสิครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไม” คยองซูมีคำตอบอยู่แล้ว แต่เขาเลือกที่จะตอบอีกอย่าง และคำตอบนั้นก็ทำให้จงอินยิ้มขำ

“ไม่มีใครเข้ามาเลยหรือไง”

“ก็มีบ้างครับ แต่ไม่รู้สิ ผมอาจจะมีปัญหาเรื่องการสร้างความสัมพันธ์”

“ยังไง?

“ผมคงยังไม่ถูกทำให้เชื่องล่ะมั้ง”

“หา?” จงอินทำสีหน้าแปลกใจเมื่อคยองซูใช้คำแปลกๆ ออกมา ร่างเล็กมองดูสีหน้าของคนตรงหน้าแล้วก็อดขำไม่ได้ เขายิ้มก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมออกไป

“คุณจำสุนัขจิ้งจอกในบทละครเจ้าชายน้อยของเราได้ไหมครับ”

“พอนึกได้น่ะ”

“ครั้งแรกที่มันเจอกับเจ้าชายน้อย เจ้าชายน้อยขอให้มันมาเล่นด้วยกัน แต่มันกลับพูดออกไปว่า ฉันเล่นกับเธอไม่ได้หรอก ฉันยังไม่ถูกทำให้เชื่อง

“ทำให้เชื่องคืออะไร?

“คุณถามคำถามเดียวกับเจ้าชายน้อยเลย” คยองซูหัวเราะ “ทำให้เชื่องของสุนัขจิ้งจอกคือการสร้างความสัมพันธ์ สำหรับฉันเธอเป็นเพียงเด็กผู้ชายเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งเหมือนๆ กันกับเด็กชายอื่นๆ อีกแสนคน ฉันไม่ต้องการเธอ และเธอก็ไม่ต้องการฉันเช่นเดียวกัน ฉันก็เป็นเพียงสุนัขจิ้งจอกธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง เหมือนสุนัขจิ้งจอกอื่นๆ แสนตัว แต่ทว่าเมื่อใดเธอคุ้นเคยใกล้ชิดกับฉัน เมื่อนั้นเราต่างก็ต้องการซึ่งกันและกัน เธอก็จะเป็นเด็กคนเดียวในโลกสำหรับฉันและฉันก็จะเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวเดียวในโลกสำหรับเธอด้วย

“นี่นายจำไลน์ของสุนัขจิ้งจอกได้ทั้งหมดเลยเหรอ?” คยองซูหัวเราะอีกครั้ง

“ผมชอบน่ะครับ ก็เลยแอบจำเอาไว้” คราวนี้กลายเป็นจงอินที่หัวเราะร่างสูงนึกสนุกขึ้นมาและอยากจะรู้ว่าคยองซูจำมันได้ทั้งหมดไหม

“แล้วอย่างนี้จะทำให้เชื่องต้องทำยังไงล่ะ”

เธอจะต้องมีความอดทน ต้องนั่งห่างจากฉันหน่อยในตอนแรก ฉันจะชายตามองดูเธอ จากนั้นเธอก็อย่าพูดอะไรเลยนะ เพราะภาษาคือที่มาของความเข้าใจผิด และเธอค่อยเขยิบเข้ามาใกล้ๆ ฉันมากขึ้นทีละน้อย

“อย่างนี้เหรอ?” จงอินถามพลางขยับเก้าอี้ของเขาเข้ามาใกล้ เรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวเล็กได้อีกครั้ง

และเธอก็ควรจะมาในเวลาเดียวกันเสมอ เป็นต้นว่า ถ้าเธอเคยมาตอนบ่ายสี่โมง ประมาณสักบ่ายสามโมงฉันก็เริ่มเป็นสุขแล้ว พอสี่โมงฉันก็จะรู้สึกตื่นเต้นและกระวนกระวาย ฉันจะรู้จักคุณค่าของความสุข” คยองซูเว้นไปนิดหนึ่ง “แต่ถ้าเธอมาไม่เป็นเวลา ฉันจะไม่มีวันรู้ว่าเมื่อไหร่ฉันควรจะเตรียมใจฉันไว้

ประโยคสุดท้ายน้ำเสียงของคยองซูต่างออกไป โชคดีที่จงอินไม่ทันได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงอะไร ร่างสูงยังคงดูสนุกและตื่นเต้นที่เห็นว่าคยองซูสามารถจำบทในส่วนที่ไม่ใช่ของตัวเองได้ยาวขนาดนี้

“นายนี่ทำให้ฉันทึ่งจริงๆ”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับคุณจงอิน”

“แต่นายเป็นคนมีพรสวรรค์มากเลยนะคยองซู เชื่อฉันเถอะว่านายจะไปได้ไกล”

“ขอบคุณมากครับ”

“แล้วก็เลิกพูดสุภาพกับฉันเถอะ จะเรียกฉันว่าพี่เหมือนคนอื่นๆ ก็ได้”



“มาเริ่มสร้างความสัมพันธ์แบบสุนัขจิ้งจอกกับเจ้าชายน้อยกันดีไหม ฉันจะเริ่มแยกซ้อมตัวต่อตัวให้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยเป็นไง”

“ก็ได้ครับ” คยองซูยิ้มรับบางๆ แต่ในใจกลับรู้สึกหวั่นไหว ถ้าหากจงอินจะรู้สักนิดว่าสุดท้ายความสัมพันธ์ของเจ้าชายน้อยและสุนัขจิ้งจอกจบลงอย่างไร คงไม่มีทางพูดกับเขาเรื่องสร้างความสัมพันธ์แบบนั้นได้ง่ายๆ

ถึงแม้สุนัขจิ้งจอกจะสำคัญกับเจ้าชายน้อยมากเพียงใด แต่สุดท้ายเจ้าชายน้อยก็ต้องกลับไปหาดอกกุหลาบของเขา ณ ดวงดาวอันแสนไกลอยู่ดี

 

 

 

 

            “ขอบคุณนะครับสำหรับอาหารมื้อนี้”

            “ไม่เป็นไรหรอก ไว้คราวหน้ามาดื่มด้วยกันอีกนะ”

            “แต่ถ้าคราวหน้าคุณไม่ยอมให้ผมช่วยจ่ายอีก ผมก็คงต้องขอปฏิเสธนะครับเพราะผมเกรงใจ” จงอินหัวเราะออกมาแต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้าให้ เด็กคนนี้ถึงแม้จะดูอ่อน แต่กลับหัวแข็งใช้ได้

            “กลับดีๆ ล่ะ”

            “แล้วคุณจงอินล่ะครับ กลับยังไง?

            “ฉันเดินออกประตู 2 แล้วก็ข้ามไปอีก 2 บล็อกก็ถึงแล้วไม่ไกลหรอก”

คยองซูพยักหน้ารับพลางหมุนบัตร T-Money ในมือตัวเองไปด้วย เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรอีก แต่ในใจกลับยังไม่อยากแยกกันง่ายๆ โอกาสที่จะได้ใกล้ชิดจงอินมีน้อยเหลือเกินและมันกำลังจะหมดไป

“พรุ่งนี้เจอกันที่โรงละครสักบ่ายสองแล้วกันนะตกลงไหม?

“ครับ” คยองซูรับคำ เขาคิดว่าตัวเขาควรจะไปได้แล้วเพราะไม่รู้จะยื้อเวลาออกไปอีกให้ได้อะไร แถมอากาศยังเย็นขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ กว่าร่างสูงจะเดินกลับถึงที่พักก็คงอีกไกล เขาไม่อยากให้จงอินป่วยหรือไม่สบาย คยองซูหมุนตัวหันหลังแต่แล้วก็นึกขึ้นได้

“คุณจงอินครับ”

“หืม?

“คุณเคยอ่านเรื่องเจ้าชายน้อยที่เป็นวรรณกรรมจริงๆ ไหมครับ”

“ไม่หรอก ทำไมเหรอ?” คยองซูล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบหนังสือเล่มบางขึ้นมาหนึ่งเล่ม หน้าปกของมันเป็นสีขาวมีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ยืนอยู่บนดวงดาวที่มีภูเขาไฟ

“ผมติดตัวมาด้วย ถ้าคุณสนใจผมให้คุณยืมอ่านได้นะครับ”

” จงอินมองหนังสือในมือเล็กแล้วยิ้มออกมา ก่อนจะรับมันมาถือไว้ “เอาสิ”

“ถ้ามีเวลาผมอยากให้คุณลองอ่านดู มันเป็นหนังสือที่ดีจริงๆ ครับ” รอยยิ้มบนใบหน้าของคนตัวเล็กที่แสดงถึงความสุขที่กระจายออกมาทำให้จงอินอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ เขามองดูหนังสือในมือสลับกับใบหน้าของคยองซู

“ได้ ไว้อ่านจบแล้วฉันจะคืนให้นะ”

“ครับ” คยองซูโบกมือลา แล้วหันหลังเดินเข้าไปในประตูซับเวย์ ก่อนที่จะลงบันไดร่างบางหันกลับมายิ้มให้คนตัวสูงที่ยังคงยืนมองอยู่อีกครั้ง จงอินเองก็ยิ้มให้เช่นกัน ก่อนที่ขาเรียวยาวจะก้าวไปอีกทางเพื่อกลับอพาร์ทเมนท์

 

 

 

 

            จงอินทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มทั้งๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำ สองมือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูเวลาก่อนเป็นอย่างแรก สามทุ่มครึ่ง ป่านนี้อี้ชิงจะกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน

            มือเรียวเปิดกล่องข้อความแล้วพิมพ์ลงไป ห้องมันกว้างเกินไปเวลาที่ไม่มีอี้ชิงอยู่ด้วยกัน ปกติพวกเขาก็ไม่ได้หวานกันขนาดนั้น แต่ก็เรียกว่าอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลา หลายปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันมา มันนานเกินกว่าที่จงอินจะรู้สึกว่าถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่งไปชีวิตจะดำเนินต่อไปอย่างไร

            ถึงอย่างนั้นความคิดถึงก็ไม่ได้สร้างความทรมานเท่าไหร่ เมื่อรู้แก่ใจว่าอีกเพียงแค่ไม่กี่วันคนรักก็จะเดินทางกลับมา หลังจากใช้เวลานั่งมองหน้าจออยู่สักพัก แต่ไม่มีการตอบกลับมา จงอินจึงคิดว่าเขาควรจะลุกไปทำอย่างอื่นเพื่อเป็นการฆ่าเวลาระหว่างรอ

            น้ำอุ่นทำให้ร่างกายผ่อนคลายขึ้น ร่างสูงเดินออกจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูที่พันไว้รอบคอ ปลายผมเปียกน้ำลู่แนบไปกับศีรษะ และมีหยดน้ำเกาะอยู่บริเวณไหล่กว้าง จงอินเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบชุดนอน มันถูกจัดเรียงเป็นระเบียบอยู่บนไม้แขวนเสื้อแยกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นของอี้ชิงและฝั่งหนึ่งเป็นของเขา มีบางชุดที่พวกเรามักใส่สลับกันก็จะอยู่ในที่ที่อี้ชิงจัดสรรเอาไว้แล้วว่าสามารถหยิบได้ง่าย

            หลังเปลี่ยนชุดเสร็จร่างสูงก็กระโจนลงเตียงอีกครั้ง ขยี้ผมด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง อี้ชิงตอบกลับมาแล้ว

 
 

21.30  คิดถึงนะ

          Yixing : says
            คิดถึงเหมือนกัน เดี๋ยวซื้อขนมไปฝากนะ 21.53

 
 

            จงอินยิ้มกับข้อความนั้น แล้วพิมพ์ตอบกลับไปอีกครั้ง

 
 

22.05  รีบกลับมาได้แล้ว


 

            อี้ชิงไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีกหลังจากนั้น ไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ จงอินคิดว่าแฟนเขาคงจะกำลังยุ่งเหยิงอยู่กับการเวิร์คชอปให้กับเด็กๆ หรือไม่ก็กำลังสนุกสนานกับการทานอาหารฝรั่งเศสกับพวกอาจารย์ของที่นู่นอยู่

            เขาไม่ใช่คนเซ้าซี้และไม่ชอบตั้งคำถาม จงอินรู้สึกว่าชีวิตคู่คือการมีพื้นที่ร่วมกันบนชีวิตของใครของมัน เขาไม่ต้องการก้าวก่ายชีวิตของอี้ชิงมากถ้ามันไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อความสัมพันธ์ การระแวงที่นำมาซึ่งความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจนั้น จงอินคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ความรักไม่มั่นคง เขาเชื่อใจอี้ชิงมากพอที่จะไม่คิดเล็กคิดน้อยในเรื่องพวกนั้น

            จงอินวางโทรศัพท์ลงกับหัวเตียง พลางเหลือบไปเห็นหนังสือปกสีขาวที่วางอยู่ริมสุดปลายโต๊ะข้างๆ ใบหน้ามุ่งมั่นของคยองซูลอยขึ้นมาในห้วงความคิด จงอินยิ้มนิดๆ เมื่อนึกถึงบทสนทนาและการทานข้าวในวันนี้ที่ทำให้รู้ว่าคยองซูเป็นเด็กที่น่าสนใจกว่าที่เขาคิด มือหนาเอื้อมไปหยิบหนังสือขึ้นมา มองดูหน้าปกที่เขียนชื่อเรื่องเอาไว้เหมือนนิทานเด็กว่า เจ้าชายน้อย

            มันคงจะดีกว่าหากเขาจะชวนเจ้าชายน้อยมาร่วมสนทนาในคืนนี้ ดีกว่าจะโดดเดี่ยวอยู่ในค่ำคืนที่ยาวนาน บางทีหลังจากการได้คุยกันก่อนนอนคืนนี้ อาจจะทำให้เขานอนหลับฝันดีก็ได้















- Talk -

เมื่อใดเธอคุ้นเคยใกล้ชิดกับฉัน
เธอจะเป็นเด็กคนเดียวในโลกสำหรับฉัน
และฉันก็จะเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวเดียวในโลกสำหรับเธอด้วย...

เริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์แล้ว
อย่าลืมรับผิดชอบความสัมพันธ์นั้นแล้วรักษามันให้ดีนะคะ

ps. many thanks for inspired quotes from "Le Petit Prince"


#CrossroadHL






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #335 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 01:21
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ชอบภาษาของไรท์มากทำไมถึงทำให้รีดน้ำตาซึมบ่อยจังคะ ??
    #335
    0
  2. #302 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 21:19
    หน่วงทั้ง2คู่ หลงรักจงอิน หลงรักน้องโด้ หลงทุกตัวละครในเรื่องนี้มันเป็นความรักที่อ่านแล้วเหมือนอิ่มใจแต่มันไม่อิ่มใจ แอ๊ะรีดเดอร์เริ่มงงแล้ว ><
    #302
    0
  3. #271 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 23:08
    ไคโด้ อีกฝ่ายไม่คิออะไร แต่อีกฝ่ายนี้คิดมากเลย แต่รู้ว่าไม่ควรก็ดีแล้ว
    มันเป็นสิ่งดีดีที่มีให้กันทั้งนั้น
    #271
    0
  4. #237 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 08:09
    น่ารัก
    #237
    0
  5. #190 lonewufan88 (@exocharinrat12) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 03:20
    เราไม่ชิปไคซู เราชิปชานซู และปกติจะข้ามตลอดเวลาเจอคู่ที่ไม่ได้ชิป แต่ฟิคของไรท์เราอ่านทุกฉากทุกตอน T-T จงอินทำแบบนี้กับคยองซูดูแลดีพูดคุยกันเยอะขึ้น ความรู้สึกของคยองคงจะยิ่งเตลิด ส่วนอี้ชิงเอง.. ก็คงจะอยู่กับเซฮุนสินะ
    #190
    0
  6. #46 Rean Sweetlemon (@mercutery) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 10:17
    โอ้ย ฮรึกกกก สงสารคยองซู 
    เราว่าน้อยคนมากๆที่จะสามารถทกตัวได้เหมือนคยองซู สามารถมองคนที่ตัวเองรักไปมีความสุขกับคนอื่นแล้วยังสามารถทำตัวคุยปกติได้ขนาดนี้ ภายนอกทำตัวปกติแต่ข้างในเจ็บมาก ฮืออออออออออออออ

    จงอินก็ไม่ได้รู้ตัวเล้ยยยยยยยยยยยยยยยย แต่ถ้าจงอินรู้ตัวก็คงไม่ปฎิบัติกับคยองซูแบบนี้ 

    แล้วยิ่งมาเปรียบเทียบกับเจ้าชายน้อยแล้วยิ่งจะร้องไห้ (จริงๆก็เคยเรื่องนี้มาแล้วแต่นานมากจนจำไม่ได้ค่อยได้ อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้อยากกลับไปอ่านใหม่อีกรอบเลย) 

    เรื่องนี้บีบหัวใจนัก ร้องไห้ล่วงหน้า T___T
    #46
    0
  7. #45 เป็ดร้องก๊าบ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 23:49
    เราพึ่งมาได้อ่านเรื่องนี้หลังอ่านsfมานานเเล้วเราชอบวิธีการเขียนการบรรยายของไรท์มากเลยอ่ะมันดูมีความหมายในทุกๆคำบรรยายดีมากกกกกเห็นภาพแบบเป็นฉากๆชอบเวลาไรท์ยกตัวอย่างจากหนังสือเจ้าชายน้อยมากคืออธิบายความรู้สึกทั้งหมดได้ดีจริงๆว่าจะไปเอาเรื่องเจ้าชายน้อยมาอ่านอีกรอบ55555แต่งๆต่อไปเรื่อยๆน้าาารออยู่ค่ะ



    ps.ขอเม้นรวบเลยนะไม่ว่ากันเนาะ

    ps2.เราชอบtalkท้ายเรื่องที่ไรท์เขียนนะเหมือนฟังClub Friday แล้วพี่ฉอดพี่อ้อยให้ข้อคิดเลย555
    #45
    0
  8. #44 wishyouL (@laytoheart) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 15:57
    ว้าวววว ลงตัวจังเลย ชอบมากๆที่เอาบางส่วนจากเจ้าชายน้อยมาเป็นแรงบันดาลใจ อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกหนาวๆเย็นๆ ชอบมากเลยค่ะ ^ ^
    #44
    0
  9. #43 แบม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 12:22
    โอ้ยยยยย ปวดไตเลยแต่ละคู่
    #43
    0
  10. #42 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 08:58
    ถึงสุนัขจิ้งจอกจะสำคัญต่อเจ้าชายเพียงใดเจ้าชายก็กลับไปหากุหลาบอยู่ดี คยองคงคิดว่าตัวเองเป็นจิ้งจอกสินะ
    #42
    0
  11. วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 23:35
    เริ่มความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายน้อยกับสุนัขจิ้งจอกแล้วสิ รอฮุนเลย์ที่ปารีสนะค่ะ
    #41
    0
  12. #40 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 22:30
    คยองได้มากินข้าวกับพี่จงอิน ดีที่ได้มากับคนที่ชอบแต่ไม่ดีตรงที่เค้ามีแฟนแล้ว แอบเอ็นดูคยองอ่า แต่สำหรับคนที่เคยอ่านเจ้าชายน้อยละมาเปรียบเทียบความสัมพันธ์กับสองคนนี้ ละรู้สึกเศร้าอะ สุดท้ายเจ้าชายน้อยที่ทำให้หมาจิ้งจอกเชื่องแล้วก็กลับไปหาดอกกุหลาบอยู่ดี เพราะไม่ว่ายังไงต้องรับผิดชอบทุกความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น รอดูฮุนเลย์สามวันที่ปารีส ;_;
    #40
    0