[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 28 : ♡ Chapter 25 : Au Revoir

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    28 ก.ค. 58

  CR.SQW
 
 
 
 
 
 

25
Au Revoir

 

 

 

            ขณะเดียวกัน ในห้องพักนักแสดงด้านหลังโรงละครของเฟบิวลากำลังวุ่นวาย เพราะอีกไม่ถึงชั่วโมงการแสดงละครเวทีเรื่องเจ้าชายน้อยก็จะเริ่มต้นขึ้น นักแสดงหลายคนง่วนอยู่กับการแต่งหน้าและทำผม บางส่วนติดไมค์เรียบร้อยแล้วและหามุมนั่งทำสมาธิของตัวเองเงียบๆ ฝ่ายฉากกำลังตรวจดูความเรียบร้อยบนเวทีเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเปิดให้ผู้ชมเข้ามาในโรงละครได้

 

            คยองซูนั่งอยู่หน้ากระจกพลางมองเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของตัวเอง เขาอยู่ในชุดสีเขียวสว่างตัดด้วยผ้าพันคอสีเหลืองอย่างที่เจ้าชายน้อยควรจะมี ผมสีดำของเขาถูกปัดเสยไปด้านหลัง จนถึงตอนนี้ใครๆ ก็พูดว่าเขาเป็นเจ้าชายน้อยที่ดีที่สุดเว้นก็แต่ผมสีทองเหมือนทุ่งข้าวสาลีที่เขาไม่มี แต่คยองซูก็ยังคงสงสัยทุกครั้งที่มองผ่านดวงตาของตัวเองลึกเข้าไป เขาสามารถมีจิตใจแข็งแรงได้เท่าครึ่งหนึ่งของเจ้าชายน้อยหรือไม่

 

            หลายครั้งที่ความไม่มั่นใจทำให้เขาพลาดโอกาสดีๆ คยองซูรู้ว่าตัวเองมีศักยภาพมากแค่ไหนเพียงแต่เขาไม่กล้าพอที่จะดึงมันออกมาใช้อย่างเต็มที่ หลายครั้งที่คิดว่าตัวเองเกือบทำได้ดีแต่สุดท้ายก็หยุดตัวเองด้วยการบอกว่ามันยังไม่ดีพอ

 

            ความฝันอยู่ใกล้แต่กลับเหมือนห่างออกไปเพียงเพราะใจบอกตัวเองว่าทำไม่ได้ เขารู้ดีว่าตัวเองอ่อนแอเกินไป และทำให้พลาดโอกาสมากมายที่หล่นเข้ามาให้คว้าเอาไว้ เว้นแต่ครั้งนี้

 

            คยองซูเดิมพันตัวเองไว้กับบทบาทของเจ้าชายน้อย ทุกคนบอกว่าเขาทำได้ดีแต่เขาว่ามันก็ยังดีไม่พอ จนวันที่ท้อใครบางคนบอกว่าเขาต้องเชื่อในศักยภาพของตัวเอง ใบหน้าของคิม จงอินปรากฏขึ้นในความคิด จากคนที่ไม่มีความมั่นใจสักนิดจงอินอยู่เคียงข้างเขา สอนเขาและพูดเสมอว่าเขาทำได้

 

            จนวันนี้เขากำลังจะเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยความมั่นใจที่ได้รับมาจากผู้ชายชื่อคิม จงอิน

 

            คยองซูหายใจเข้าลึกก่อนหลับตาเมื่อได้ยินเสียงทีมงานฝ่ายฉากเดินเข้ามาบอกว่าเหลือเวลาอีก 15 นาทีเพื่อเตรียมตัวแสตนด์บาย เขาผ่อนลมหายใจออกทางริมฝีปากก่อนจะค่อยๆ ลืมตาแล้วเบิกตากว้างเมื่อเห็นดอกกุหลาบลอยอยู่ตรงหน้า

 

            ใบหน้าเปื้อนยิ้มของคิม จงอินปรากฏสู่สายตาทันทีที่เขาหันไป

 

            “คุณจงอิน!

 

            “ไง”

 

            “คุณมาเมื่อไหร่ครับเนี่ย”

 

            “สักพักแล้วล่ะ มัวแต่คุยกับพี่ซงฮวาเลยเข้ามาช้า คิดว่าจะไม่ทันเวลาแสตนด์บายเสียแล้ว”

 

            “” คยองซูพูดอะไรไม่ออกได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยสายตาอธิบายไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าควรจะแสดงออกอย่างไร หัวใจมันพองโตขึ้นมาด้วยความยินดีเมื่อเห็นจงอินยืนอยู่ตรงนี้ และดูเหมือนร่างสูงจะเข้าใจ เมื่อรอยยิ้มอ่อนโยนคลี่ออกก่อนจะยื่นดอกกุหลาบให้

 

            “ฉันบอกแล้วนี่ว่าจะมาดูนาย ฉันก็ต้องทำตามสัญญาสิใช่ไหม” คยองซูทำได้เพียงยิ้มให้แล้วรับดอกกุหลาบไปก่อนพยักหน้าเบาๆ โดยไม่มีคำพูดใด รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมาไม่วินาทีใดก็วินาทีหนึ่ง “ตื่นเต้นไหม?

 

            “ครับ”

 

            “ทำให้เต็มที่ เหมือนกับตอนที่ซ้อมก็พอเข้าใจไหม” คยองซูพยักหน้าให้ พวกเขาปล่อยให้ความเงียบเข้ามาโอบอุ้มความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ก่อนที่จงอินจะยื่นมือออกมาตรงหน้าคนตัวเล็กกว่า

 

            คยองซูเหลือบสายตามองฝ่ามือหนานั้นอยู่ครู่เดียวก่อนจะวางมือตัวเองลงไปแล้วจงอินก็บีบมันเบาๆ อย่างให้กำลังใจ คยองซูรู้ดีว่าเขาไม่อาจคาดหวังได้กับความสัมพันธ์ที่ไกลกว่านี้ในช่วงเวลาอันใกล้ ยิ่งกับช่วงเวลาแสนสั้นก่อนที่จงอินจะหายไป เขารู้ว่ามันไม่มีความหมายลึกซึ้งอะไรมากไปกว่าความใจดีของร่างสูงเหมือนกับที่เคยมี ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากให้ช่วงเวลาหยุดอยู่ที่ตรงนี้ตลอดไป

 

            มือหนาข้างหนึ่งจับมือคยองซูเอาไว้ แล้วมืออีกข้างก็ยกขึ้นลูบผมของเจ้าชายน้อยตัวเล็กแผ่วเบา

 

            “นายทำได้มากกว่าที่นายคิดนะคยองซู แค่ต้องมั่นใจ ฉันจะนั่งดูนายอยู่ตรงที่ที่นายจะมองเห็นฉันได้ เพราะฉะนั้นทำมันให้เต็มที่”

 

            “

 

            “อย่าให้เสียชื่ออาจารย์คนนี้ล่ะรู้ไหม?” จงอินหัวเราะเบาๆ เช่นเดียวกับคยองซู หยดน้ำใสไหลหล่นจากปลายหางตากลมแผ่วเบา ก่อนที่คยองซูจะยกนิ้วตัวเองขึ้นมาหยุดมันไว้ เขาไม่อยากให้จงอินกังวลอะไรถึงแม้จะในวันสุดท้ายที่พวกเขาจะได้เจอกันก็ตาม

 

            “ผมจะทำให้เต็มที่ คุณต้องดูผมให้ดีนะครับ”

           

 

 

ทุกคำที่ผมอยากจะบอกให้คุณฟัง ทุกความรู้สึกของผมที่ถ่ายทอดผ่านมัน

            คุณต้องตั้งใจฟังให้ดีนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

            การแสดงเริ่มต้นขึ้นในอีกประมาณครึ่งชั่วโมงให้หลัง ทันทีที่ม่านเปิดขึ้นและเพลง overture เกริ่นนำก็ราวกับมันดึงดูดทุกคนเข้าไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยความฝัน เนรมิตทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดขึ้นบนนั้นด้วยพลังของศิลปะการแสดง

 

            จงอินยิ้มเมื่อเด็กผู้ชายตัวเล็กคนนั้นเดินออกมาบนเวที ใบหน้าใคร่รู้อย่างเด็กน้อยนี้แตกต่างไปจากคยองซูที่เขารู้จักอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้โกหกสักนิดที่บอกว่าคยองซูทำมันได้ดี มิติของความเป็นเด็กผู้ชายที่แตกต่างจากเด็กธรรมดานี้เพิ่มเสน่ห์ให้กับคนตัวเล็กจนไม่อาจกะพริบตาหนี ยิ่งมีองค์ประกอบอื่นบนเวทีเสริมยิ่งทำให้คยองซูราวกับเป็นเจ้าชายน้อยที่หล่นลงมาจากดาวบี 612 จริงๆ

 

            ละครดำเนินไปช่วงแรกด้วยความสนุกสนานท่ามกลางเสียงหัวเราะขำขันกับความซื่อไร้เดียงสาของเด็กผู้ชายคนนั้น และจงอินเองก็อดที่จะหัวเราะตามไม่ได้ จนกระทั่งถึงช่วงจังหวะที่เจ้าชายน้อยขอร้องให้นักบินวาดปลอกปากแกะให้ คยองซูแสดงสีหน้าไม่พอใจก่อนจะแย้งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหมือนกับจะร้องไห้

 

            “ถ้าใครคนหนึ่ง รักดอกไม้ดอกหนึ่งซึ่งมีเพียงดอกเดียวเท่านั้นในดวงดาวนับพันล้านดวง เพียงแต่เขาได้มองดูมันเท่านั้นก็ทำให้เขามีความสุขพอแล้ว เขาจะรำพึงกับตัวเองว่า ดอกไม้ของฉันอยู่ที่นั่นบนดาวดวงหนึ่งนั้นแต่ถ้าแกะกินดอกไม้ดอกนั้นไปเสียก็เปรียบเสมือนดวงดาวทุกดวงดับพรึบพร้อมกัน ในสายตาของเขาผู้นั้น…’ เรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องไม่สลักสำคัญรึ?

 

            การระเบิดอารมณ์ของเจ้าชายน้อยเกี่ยวกับดอกกุหลาบของเขาชวนให้จงอินคิดถึงดอกกุหลาบอีกดอกที่เขาทิ้งไว้ ป่านนี้อี้ชิงคงจะกำลังเดินทางออกไปยังสถานที่ที่เขานัดหมาย จงอินไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ผิดหรือถูกอย่างไร แต่หลังจากการคิดใคร่ครวญถึงความจริงและสิ่งที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายรอบก็ทำให้เขาเข้าใจ มันอาจถึงเวลาที่เขาต้องยอมรับความจริงแล้วก็ได้ ดอกไม้ของเขาอาจไม่ได้มีความสุขนักที่ถูกปลูกเอาไว้ผิดที่ผิดทาง ถึงเวลาที่จะต้องปล่อยให้เธอออกไปค้นหาแสงสว่างแล้วปล่อยเกสรดอกไม้ให้ปลิวออกไปบ้าง

 

            เขาไม่รู้ว่าอี้ชิงจะมีสีหน้าอย่างไรเมื่อรู้ว่าสุดท้ายเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันเป็นแค่แผนอำพรางไม่ให้อี้ชิงสามารถปฏิเสธได้ จากที่อยู่ด้วยกันมาเขารู้ดีว่าคนรักของเขาเป็นอย่างไร ถ้าอี้ชิงตัดสินใจไปแล้วก็คงไม่มีทางทำให้เจ้าตัวยอมไป มันอาจดูเป็นวิธีที่ใจร้ายแต่เขาคิดว่ามันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับช่วงเวลาที่แสนจะยากอธิบายแบบนี้

 

            เราทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะเลือกความสุขของตัวเองกันสักที

 

 

 

            ซุนกยูในร่างของดอกกุหลาบกระแอมไอ ก่อนที่ดวงตาแข็งกร้าวแต่ซุกซ่อนไว้ด้วยความอ่อนแอนั้นจะเหลือบไปมองเจ้าชายน้อยที่ยืนถือฝาครอบแก้วเอาไว้

 

            “ฉันรักเธอจริงๆ นะ” ความอ่อนหวานที่แสดงออกผ่านแววตานั้นทำให้คยองซูชะงักไป “เธอไม่รู้หรอกหรือ” คยองซูในคราบเจ้าชายน้อยยังคงนิ่ง “มันคงเป็นความผิดของฉันเองแต่ไม่เป็นไร อันที่จริงเธอเองก็โง่พอๆ กับฉัน จงพยายามทำตัวเองให้เป็นสุขเถิดแล้วก็ทิ้งเจ้าฝาครอบแก้วนั้นเสีย ฉันไม่ต้องการมัน”

 

            “แต่ลม…"

 

“ฉันไม่ได้เป็นหวัดรุนแรงถึงขั้นนั้นหรอก อากาศเย็นๆ ตอนค่ำคืนทำให้ฉันสดชื่น ฉันเป็นดอกไม้นะ”

 

“แต่พวกสัตว์ร้าย

 

          “ฉันก็ต้องทนพวกตัวหนอนบ้างถ้าฉันต้องการรู้จักกับผีเสื้อ ดูเหมือนว่าเป็นสิ่งสวยงามทีเดียว มิเช่นนั้นใครที่ไหนเล่าจะมาเยี่ยมเยียนฉันในเมื่อเธอจากไปไกล ส่วนพวกสัตว์ร้ายนั้นฉันไม่กลัวมันหรอก ฉันมีหนามแหลม”

 

            คยองซูยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่หันไปไหน เขามีท่าทางลังเลใจจนกระทั่งซุนกยูเบี่ยงตัวหันหน้าหนีไปเพื่อซ่อนน้ำตาตัวเองเอาไว้แล้วเอ่ยปากไล่อย่างเย็นชา

 

          “อย่ามัวชักช้าร่ำไรอยู่เลย น่ารำคาญออกในเมื่อเธอตัดสินใจจะไปแล้วก็ไปเสีย”

 

 

 

นั่นสิ
ในเมื่อตัดสินใจจะไปแล้วก็คงไม่มีอะไรให้ต้องลังเลอีกต่อไป

 

 

 

            จงอินไม่เคยเข้าใจ และไม่เคยคิดจะเข้าใจเลยจนกระทั่งได้มาเห็นเรื่องราวทั้งหมดจริงๆ ก็วันนี้ หลายต่อหลายครั้งที่คยองซูหันมาสบตากับเขาด้วยสายตาที่มีความหมายราวกับต้องการจะสื่อให้รู้ถึงสาส์นที่อยู่ข้างใน ความรู้สึกทั้งหมดและความสัมพันธ์ของพวกเขาทุกคนส่งผ่านมาจากเรื่องนี้จนบางทีก็รู้สึกมองเห็นภาพอื่นซ้อนทับเข้ามา

 

            เรื่องความสัมพันธ์ยากเสมอและเรื่องของการจากลาก็ไม่ง่าย เราเสี่ยงต่อการร้องไห้เมื่อเราปล่อยตัวให้สร้างความสัมพันธ์ขึ้นมา

 

          ไม่มีใครยอมตายเพื่อเธอหรอก แต่สำหรับดอกกุหลาบของฉัน แน่ละ คนผ่านไปมาตามธรรมดาก็คิดว่าดอกกุหลาบนั้นเหมือนๆ กับพวกเธอ แต่ว่าดอกกุหลาบดอกเดียวนั้นมีความสำคัญกว่าเธอทั้งหมด เพราะเป็นดอกกุหลาบซึ่งฉันรดน้ำ เพราะว่าฉันได้ถนอมไว้ในฝาครอบ และเพราะว่าเป็นดอกกุหลาบของฉัน ฉันจึงได้หาฉากมาบังลม ฉันจึงทนฟังเขาบ่น ฟังเขาโอ้อวด แม้กระทั่งฟังเขานิ่งเงียบ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่าเป็นดอกกุหลาบของฉัน

 

            ไม่ว่าใครต่างมีดอกกุหลาบที่เราอยากทุ่มเทให้ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าเขาจะทำให้เราเจ็บ เสียใจหรือว่าร้องไห้ แต่เราก็ยังคงยิ้มได้เพียงแค่เขาหันมายิ้มให้ เรายังคงอดทนกับเรื่องไม่เป็นเรื่องของเขา ยังคงเฝ้ารอให้เขาผลิดอกงดงาม แค่เพียงเห็นเขาเติบโตชูก้านแข็งแรงก็ทำให้หัวใจพองโตได้ การเสียสละเพื่อดอกไม้ของตัวเองคงไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำและหากยังต้องเดินอยู่บนหนทางของจักรวาลการเสียสละเช่นนั้นคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

 

            อยากครอบครอง อยากดึงรั้ง อยากปล่อยมือกัน หรืออยากหนีไป ทุกสิ่งวนเวียนอยู่ในคำว่า ความสัมพันธ์ ที่ผูกกันไว้ด้วยคำสั้นๆ คือคำว่า รัก เท่านั้น

 

            เราจะตัดสินได้อย่างไรว่าความรักของใครยิ่งใหญ่กว่า มันคงตัดสินกันลำบากเกินไป ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองในการตัดสินใจ จะอยู่หรือจะไปไม่ได้หมายความว่ามันแปลว่าไม่รัก

 

            วันนี้จงอินถึงได้เข้าใจ

 

 

 

            เรื่องราวดำเนินมาจนถึงช่วงสุดท้าย จงอินรู้สึกใจหายเมื่อนักบินพบว่าเจ้าชายน้อยกำลังวางแผนกับงูให้พาเขากลับไปยังดวงดาวแสนไกล เดินทางกลับไปหาดอกไม้ที่ไม่รู้ว่าจะยังอยู่ดีมีสุขหรือไม่ อาจจะโดนต้นไทรแทงรากขึ้นมาแย่งอากาศหายใจ หรืออาจโดนลมพัดปลิวออกไปในจักรวาลแต่เจ้าชายน้อยก็ยังเลือกจะกลับไป

 

            พลังของเด็กคนนี้ทำให้เขาเกือบเสียน้ำตาให้ ความเหงาที่แผ่กระจายออกมาในบทสนทนาง่ายๆ ระหว่างเจ้าชายน้อยกับนักบินทำให้จงอินรู้สึกลำคอตีบตัน มันช่างเหมือนกัน เหมือนกันจนน่าใจหาย

 

            หยดน้ำตาคลออยู่ในดวงตากลมใส ณ ตอนที่คยองซูยิ้มแล้วบอกกับนักบินว่าเขากำลังจะไป

 

            “สิ่งที่สำคัญนั้น ตามองไม่เห็นหรอก

 

            “แน่นอนการขานตอบที่กระท่อนกระแท่นของแจ๊คสันที่รับบทเป็นนักบินช่วยเสริมให้มันยิ่งน่าเศร้าเข้าไปใหญ่ คยองซูระบายยิ้มบางก่อนจะแหงนหน้ามองสูงขึ้นไป

 

          “เช่นเดียวกับดอกไม้ ถ้าเธอรักดอกไม้ซึ่งอยู่บนดาวดวงหนึ่ง เธอจะรู้สึกเป็นสุขที่จะมองดูท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงดาวทุกดวงดูประหนึ่งว่ามีดอกไม้ประดับทั้งสิ้น”

 

            “

 

          “ในตอนกลางคืน เธอจะมองดูดวงดาว บ้านฉันเล็กเกินกว่าที่จะชี้ให้เธอเห็นได้ว่ามันอยู่ที่ใดสำหรับเธอดวงดาวของฉันก็จะเป็นดาวดวงหนึ่งในบรรดาดาวทั้งหลาย ดังนั้นเธอจะชอบดูดาวทุกดวง

 

            “

 

          “คนเรามีดวงดาวที่ไม่เหมือนกัน สำหรับคนที่เป็นนักเดินทาง ดวงดาวก็จะเป็นผู้นำทาง สำหรับผู้อื่นมันเป็นเพียงแสงสว่างจุดเล็กๆ เท่านั้นส่วนเธอ เธอจะมีดวงดาวซึ่งยังไม่เคยมีใครมีเหมือน

 

            คยองซูกวาดสายตามองไปยังสิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นท้องฟ้ากว้างไกล ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าจะหายไปเมื่อหันมองแจ๊คสันเพื่อนนักบินของเขา

 

          “คืนนี้เธอรู้ไหมอย่ามานะ”

 

          “ฉันจะไม่จากเธอไป”

 

            และจริงอย่างที่นักบินหนุ่มว่า เขามาส่งเจ้าชายน้อยของเขาจนได้ถึงแม้จะโดนห้ามปรามเท่าไหร่ การจากลายากแค่ไหนนักแสดงทั้งคู่ถ่ายทอดมันออกมาผ่านสีหน้า ท่าทางและแววตาจนคนดูอดใจหายตามไม่ได้

 

            คยองซูที่ดูตัวเล็กอยู่แล้วกลับยิ่งดูเล็กลงไป เมื่อเดินขึ้นไปบนฉากที่ทำเป็นเหมือนเนินทรายเล็กๆ หน้าพระจันทร์ดวงกลมใหญ่ ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้มาก่อนทำให้ตัวของเขาสั่นและในที่สุดก็ยืนไม่ไหว เจ้าชายน้อยทรุดนั่งลงไปกับเนินทรายในขณะที่นักบินน้ำตาไหลอาบหน้าระหว่างที่มองไป

 

          “เธอรู้ไหมดอกไม้ของฉัน ฉันรับผิดชอบเขาและเขาช่างอ่อนแอเสียนี่กระไร เขาช่างไร้เดียงสา เขามีหนามเล็กๆ เพียง 4 ที่ด้วยกันไว้ป้องกันตัวจากภัยทั้งหลาย

 

            ถึงตรงนี้คยองซูร้องไห้ เขาไม่สามารถเก็บกั้นความกลัวเอาไว้ได้ในฐานะเจ้าชายน้อย เมื่อในที่สุดเขาตัดสินใจยืนขึ้นแล้วส่งยิ้มให้นักบินของเขาทั้งที่มีน้ำตามากมายมันเป็นภาพที่ทรงพลังจนจงอินที่นั่งดูอยู่ข้างล่างเผลอยกมือขึ้นมาปิดเสียงสะอื้นของตัวเองไว้

 

            “นั่นไงแค่นี้เอง ราวกับคำบอกลาสุดท้ายเมื่อเจ้าชายน้อยหันหลังกลับไปเขาทรุดลงที่ตรงนั้นพร้อมกับแสงสว่างจ้าแสบตาแล้วร่างของคยองซูก็หายไป

 

            เสียงปรบมือดังขึ้นสนั่นโรงละครกึกก้องทะลุม่านสีแดงที่ปิดกั้นโลกของตัวละครไว้ข้างใน เช่นเดียวกับจงอินที่ปรบมือเสียงดังผสานไปกับเสียงผู้ชมคนอื่น น้ำตายังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย ไม่อาจอธิบายความรู้สึกนี้ได้ แต่ลึกๆ เขาเชื่อในการตัดสินใจ

 

            การตัดสินใจของทุกคนไม่ว่าใคร การตัดสินใจของเจ้าชาย

หรือแม้กระทั่งการตัดสินใจของเขาเอง

 

 

          Au Revoir …
          Au Revoir, Petit Prince

 

 

 

 

 

 

 

 

            กว่าอี้ชิงจะกลับมาถึงห้องคอนโดท้องฟ้าก็มืดแล้ว เขาเสียเวลากับการปรับอารมณ์ให้เป็นปกติหลังจากเดินดูนิทรรศการอยู่นานโดยมีผู้ชายที่ชื่อลู่หานเป็นคนปลอบ ทำนบน้ำตาพังทลายอย่างห้ามไม่ได้ อี้ชิงร้องไห้จนตาบวมไปหมด เขาไม่กล้าแบกสภาพนั้นกลับบ้านเพื่อให้เกิดคำถาม ใช้เวลาหมดไปกับการเดินเที่ยวเล่นอยู่นานจนในที่สุดก็ตัดสินใจกลับบ้าน ถึงอย่างนั้นความรู้สึกต่างๆ ก็ยังคงอัดแน่นอยู่กับเขา

 

            ไม่รู้ว่าจงอินทำแบบนี้เพื่ออะไรและทำไปทำไม แต่เขาไม่คิดจะถาม หากว่ากลับมาถึงบ้านแล้วจงอินไม่เอ่ยปากพูดอะไรเขาจะทำเหมือนกับว่าทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นแล้วลืมเรื่องในวันนี้ไป

 

แสงสว่างจากไฟถนนที่สาดเข้ามาวินาทีที่ไขกุญแจประตูเข้าไปทำให้รู้ว่าจงอินยังไม่กลับมาถึงห้อง ร่างบางขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างที่ไม่ใช่เรื่องดีเกาะกุมหัวใจทันทีที่เห็นห้องว่างเปล่าไร้คนที่เคยรอเขาอยู่ข้างใน

 

รีบสลัดความคิดนั้นออกไปจากหัวแล้วเปิดไฟ บางทีจงอินอาจจะต้องการเวลาเหมือนกันก็ได้ มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขาที่ต้องตัดสินใจยอมให้เขาไป

 

อี้ชิงกำลังจะเดินเข้าไปในครัวอยู่แล้วถ้าพอดีสายตาไม่เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ตามหามาตลอดหลายวันวางอยู่บนโต๊ะรับแขก รูปภาพขาวดำของเขาที่เซฮุนเป็นคนถ่ายถูกวางไว้อย่างดีบนกระดาษจดหมายสีขาวสะอาดตา

 

มือเท้ารู้สึกชาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าใครที่อยู่ๆ สามารถเอารูปมาวางอย่างนี้ได้ เขาทรุดลงไปบนโซฟาก่อนจะเอื้อมมือสั่นๆ ไปหยิบจดหมายที่รองอยู่ข้างใต้มันขึ้นมาเปิด

 

 

ถึง อี้ชิง

                   ถ้านายมีโอกาสได้หยิบมันขึ้นมานั่นก็คงแสดงว่าฉันไม่ได้อยู่ข้างๆ นายอีกแล้ว…’

 

 

            หัวใจหล่นวูบเพียงแค่ประโยคแรกที่ขึ้นมาอี้ชิงพับจดหมายก่อนจะลุกพรวดขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนทันทีในหัวมีแต่คำว่าเป็นไปไม่ได้ มันต้องไม่ใช่แบบนี้ ตีกันไปมาจนจับใจความไม่ได้ เขากระชากประตูตู้เสื้อผ้าเปิดออกแล้วก็ตัวชาเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าของจงอินไม่อยู่แล้ว กระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ที่ทยอยเก็บของลงไปเมื่อหลายวันก่อนก็หายไปด้วย เขาถลาไปยังตู้ข้างเตียงรื้อเอกสารทั้งหมดออกมา พาสปอร์ต วีซ่า และเอกสารที่ทำงานทั้งหมดไม่มีชื่อคิม จงอินอยู่ในนั้นเลยสักใบ นอกจากของพวกนั้นทุกอย่างที่นี่ก็ยังคงเหมือนเดิม

 

นี่มันเรื่องบ้าอะไร!

 

            อี้ชิงนั่งลงบนเตียงนอนด้วยความรู้สึกสับสนในใจ ไม่แน่ใจว่านี่มันเรื่องจริงไหมหรือเขาเพียงแค่คิดมากเกินไป แต่สิ่งที่เห็นมันจะเข้าใจไปได้แบบไหนบ้าง สายตาเหลือบเห็นจดหมายของจงอินที่ตัวเองกำไว้ มือสั่นเทาของเขาค่อยๆ เปิดอ่านมันอย่างตั้งใจ

 

 

 

ถึง อี้ชิง

ถ้านายมีโอกาสได้หยิบมันขึ้นมานั่นก็คงแสดงว่าฉันไม่ได้อยู่ข้างๆ นายอีกแล้ว ต้องขอโทษด้วยที่ตัดสินใจไปโดยไม่ปรึกษาหรือไม่บอกลา แต่ฉันคิดว่ามันคงจะดีกว่าสำหรับเราทั้งคู่และสำหรับตัวฉันเอง

ถ้าเห็นนายร้องไห้ฉันก็คงไม่กล้าจะไปแน่ๆ

อย่าโทษตัวเองกับเรื่องนี้เลยนะ แล้วก็อย่าร้องไห้ฉันคงทนไม่ได้ถ้ารู้ว่านายไม่มีความสุขกับสิ่งที่ฉันตัดสินใจ ฉันรู้ว่ามันยากสำหรับเราทั้งคู่ขนาดไหน แต่มันจะผ่านไปแล้วเราจะมีความสุขกับมันได้สักวันหนึ่ง

เราอยู่ด้วยกันมานาน เข้าปีที่ 5 แล้วใช่ไหม? ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่รักนาย แล้วฉันก็เชื่อว่านายรักฉัน นายพิสูจน์เรื่องนั้นให้ฉันเห็นนับครั้งไม่ถ้วนและฉันสัมผัสได้ ขอบคุณสำหรับทุกวันที่อยู่ข้างกัน ขอบคุณความรักของเราที่ทำให้รู้ว่าชีวิตฉันยังมีความหมาย

แต่เราอาจจะอยู่ด้วยกันมานานเกินไป จนแยกไม่ออกว่าความรักกับความผูกพันต่างกันอย่างไร

ฉันเคยสัญญากับแม่นายเอาไว้ ว่าจะทำให้นายมีความสุขให้ได้ จะรักษารอยยิ้ม รักษาเสียงหัวเราะของนายให้อยู่ตลอดไป แต่วันนี้ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะทำสำเร็จได้ด้วยตัวของฉันเอง

กลับไปหาเขาเถอะถ้าอยากไป ใช้เวลาดีๆ กับเขาทดแทนช่วงที่มันหายไปเพราะนายมาอยู่กับฉัน ถ้าเราฝืนเดินกันต่อไปทั้งที่ต่างฝ่ายต่างอยากปล่อยมือ ฉันกลัวว่ามันจะพังด้วยมือของเรามากกว่ามือใคร

สักวันหนึ่งที่เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็นอดีตไปได้เมื่อไหร่ ฉันหวังว่าเราจะกลับมายิ้มและหัวเราะให้กับมันได้ หรือหากวันนั้นโลกหมุนให้ฉันกับนายมาเจอกันอีกครั้งในวันที่ต่างคนต่างไม่มีใคร ฉันก็ขอแอบหวังว่ามันจะยังมีพื้นที่ว่างในเรื่องราวของนายให้ฉันกลับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งได้ใหม่

ฉันไม่รู้จะบอกอะไรนายได้อีก นอกจาก

ฉันรักนาย...เหมือนกับที่เคยรักตลอดมาและตลอดไป

ดูแลตัวเองให้ดีนะ
จงอิน

 

 

 

            ไม่นับวันที่เสียน้ำตาให้กับการจากไปของเซฮุนนี่คงเป็นครั้งแรกที่อี้ชิงร้องไห้หนักราวจะขาดใจ เสียงสะอื้นของเขาดังก้องสะท้อนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบที่ครั้งหนึ่งเคยมีมากกว่าหนึ่งคนอาศัย บัดนี้ห้องนี้กลับดูกว้างใหญ่และเคว้งคว้างเมื่อมองไปไม่เห็นใครนอกจากตัวเขาเอง

 

            เคยคิดถึงวันที่ต้องเลิกรากันไปแต่ไม่ทันคิดว่าหากเกิดขึ้นจริงแล้วจะเป็นอย่างไร ความทรมานที่บีบคั้นในหัวใจนี้เหมือนกับจะทำให้หัวใจแตกสลาย เขาควรจะดีใจที่ในที่สุดก็ไม่มีห่วงที่ผูกรั้งเขาไว้ให้กลับไปหาเซฮุนไม่ได้ แต่น้ำตาที่ยังไหลมันเป็นเพราะความเสียใจใช่ไหม?

 

            5 ปีที่มีแต่เรื่องดีๆ มากมาย กับคนที่อี้ชิงเคยคิดว่าจะเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะฝากชีวิตเอาไว้ เขาผิดเองที่บีบคั้นให้จงอินต้องเลือกทำในสิ่งที่ดูใจร้าย ถึงอย่างนั้นก็ยังคงเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย อี้ชิงทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้แล้วปล่อยให้ภาพของจงอินในห้องสี่เหลี่ยมย้อนกลับมาทำร้าย

 

 

 

            ถ้าวันหนึ่งหากเรื่องราวเหล่านี้ผ่านพ้นไปแล้วโลกหมุนย้อนเราให้กลับมาเจอกันใหม่ฉันจะจับมือเธอให้แน่นกว่าเดิม จะตอบแทนความรักของเธอจนเธอแทบสำลักความสุขออกมาได้

            ถึงวันนั้นเราจะมีบ้านหลังใหญ่ๆ แล้วอยู่ด้วยกันไปจนวันสุดท้ายเลยนะ

 

 

 

            Au Revoir …
            Adieu mon amour

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- TBC -

 

All I want is nothing more …

.

.

.

บางความสัมพันธ์คนที่จากไปก็ใช่ว่าไม่เจ็บ

 

“สำหรับเจ้าชายน้อย สื่งซึ่งจับใจฉันยิ่งคือความซื่อตรงของเขาต่อดอกไม้

คือภาพดอกกุหลาบดอกหนึ่งซึ่งส่องแสงเจิดจ้าในตัวเขา

ดุจเปลวไฟในตะเกียงแม้ในยามที่เขาหลับอยู่…”

 

ขอบคุณเจ้าชายน้อย
ขอบคุณเหลือเกิน ขอบคุณ

 

ปล.

Au Revoir แปลว่า ลาก่อนนะ
Adieu mon amour แปลว่า ลาก่อนนะ ที่รัก

 

-------------------------------------------

#งานขาย

Crossroad เปิดจองแล้วรู้ยัง?
ถ้ายังเข้าไปอ่านเล้ยยยย ถึง 16 ส.ค. นะจ้ะ >> http://goo.gl/fuqPxh

 

 

#CrossroadHL

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #356 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 09:55
    ความผูกพันธ์จองจงอินกับอี้ชิง เห็นมั๊ยจงอินเข้าใจขอให้ได้อยู่ด้วยกันนะเซฮุนกับอาอี้ บีบหัวใจอีกแล้ว น้ำตาไหล
    #356
    0
  2. #323 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 00:28
    เจ้าชายน้อยเป็นวรรณกรรมที่เศร้ามากๆ จงอินนายต้องเจอคนที่รักนายด้วยหัวใจแล้วนายก็รักเค้า คยองซูอยู่ข้างนายตลอดนะ ร้องไห้มันบีบหัวใจมากๆค่ะไรท์เอาจริงๆ ถ้าเป็นอี้ชิงไม่รู้ว่าต้องทำยังไงทางไหนคือดีสุด ~~~
    #323
    0
  3. #291 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 15:00
    รักจงอินจริงๆ เธอทำเพื่อคนที่เธอรัก ให้เขาได้มีความสุขจริงๆ แม้ตัวเองจะต้องบาดเจ็บขนาดไหน
    #291
    0
  4. #262 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 11:20
    จะทำใจอ่านตอนต่อไปได้อย่างไร
    #262
    0
  5. #261 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 11:08
    ชอบมากเลย จะอยู่จะไปไม่ได้แปลว่าไม่รัก
    #261
    0
  6. #260 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 11:07
    ฮืออออ น้ำตามาาาาาค่ะะะะะะ แงงงงงงงงงง จงอินใจร้าย ไม่คิดว่าจะทำกับพี่อี้งี้ อือออออออออ
    #260
    0
  7. #211 Beau-BeKL (@beaunutsara) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 12:48
    ฮือออ ร้องไห้ตามอี้ เข้าใจว่ามันคงเจ็บปวดมาก สงสารทั้งอี้ทั้งจงอินเลยTT
    #211
    0
  8. #206 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 12:27
    ...สะเทือนใจมากที่สุดทำไมอี้ชิงโชคดีขนาดนี้ผู้ชายดีๆทั้งสองคนเสียสละตัวเองเพื่อความสุขของอี้ชิงคือมันสะเทือนใจกับการตัดสินใจของจงอินสงสารเนื้อหาจดหมายมันแบบพูดไม่ออกเลยจริงอี้ชิงเหมือนน่าสงสารแต่จริงๆไม่เลยมีแต่คนรักคนเสียสละให้ตลอดได้โอกาศดีๆแล้วทำให้ดีเลย
    #206
    0
  9. #204 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 00:54
    ไม่คิดว่าจงอินจะเลือกแบบนี้แต่อยู่ไปก็ไม่มีความสุขเลือกที่เป็นฝ่ายไปดีกว่า
    #204
    0
  10. #203 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 22:42
    โง้ววววววววว เศร้าาา จะร้องไห้ตามชิงแล้วว TT
    #203
    0
  11. #200 Sunlight (@cupcake-sweetie) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 21:57
    สงสารคยองกับจงอิน แงงงงงงงง
    #200
    0