[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 21 : ♡ Chapter 19 : Choices (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 มิ.ย. 58

  CR.SQW






19
Choices

 



            “แล้วนี่พวกมึงจะเอายังไงกันต่อ” ลู่หานถามขึ้นขณะที่เขาและเซฮุนนั่งกันอยู่ที่ลานดาดฟ้ากว้างชั้นสามหน้าห้องเช่าของลู่หาน สายตามองเพื่อนตัวสูงที่กำลังจิบเบียร์กระป๋องด้วยแววตาจริงจัง


            คืนนี้ท้องฟ้าที่โซลไร้ดวงดาว แต่เซฮุนก็ยังคงพยายามมองหาแสงสว่างจากความมืดนั้น หากแต่พบเพียงความว่างเปล่ากับแสงเรืองรองที่สะท้อนมาจากพื้นถนนและตึกสูงตระหง่านไม่ใช่จากแสงดาว เขาเพิ่งเล่าให้ลู่หานฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนวาเลนไทน์และหลังจากนั้น


            ความสัมพันธ์บิดเบี้ยวของพวกเขากำลังทำร้ายความรู้สึกของคนที่ยืนอยู่ข้างกันอย่างซุนกยูและจงอิน อี้ชิงหายไปหลังจากคืนนั้นทั้งที่เขาเองพยายามติดต่อไปทุกวันแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับกลับมา เขาเพิ่งได้รู้ว่าอี้ชิงมีปัญหาก็หลังจากนั้นสองสามวัน เมื่อในที่สุดอีกฝ่ายก็ตัดสินใจติดต่อกลับมาพวกเขาจึงได้เริ่มคุยกัน


            เซฮุนรู้ว่าทั้งคู่ทะเลาะกัน และอี้ชิงก็ไม่คิดจะปิดบังความกระวนกระวายใจที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นั้น เซฮุนรู้ว่าจงอินไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันและนั่นทำให้อี้ชิงรู้สึกเป็นกังวล ถึงจะพอเข้าใจเหตุผลแต่เขาก็อดที่จะรู้สึกไม่ได้ เวลาที่เห็นอี้ชิงแสดงออกถึงความกังวลใจ รู้สึกผิดหรือเสียใจต่อจงอินแล้วเขารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกทำให้ด้านชาลงไปทุกวัน


            เซฮุนใช้เวลาในช่วงกลางวันหมดไปกับการอยู่เป็นเพื่อนกับอี้ชิงในยามที่เขาต้องการ ถึงแม้อี้ชิงจะไม่เคยปริปากขอร้องให้ทำแบบนั้นแต่เซฮุนก็ทำมันด้วยความเต็มใจ


            กับซุนกยูเซฮุนเองก็พยายามจะปรับความเข้าใจ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่พร้อมจึงไม่เปิดโอกาสให้เขาเข้าใกล้ได้เลย และเซฮุนก็เข้าใจได้ จงอินไม่มาที่โรงละครอีกเลยถึงแม้ในวันที่มีซ้อมซุนกยูดูเหมือนจะโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของเขาโดยตั้งใจ ถึงทุกคนต่างรู้ดีว่าจงอินยังไม่รู้เรื่องระหว่างเขากับอี้ชิงก็ตาม


            มันกลายเป็นหน้าที่ของเซฮุนที่ต้องคอยดูแลอี้ชิงในวันที่ไม่มีใคร เขาคอยอยู่ข้างๆ อี้ชิงในโรงละครและคอยรับส่งจากบ้านมาที่ทำงานทุกวัน แต่ก็ใช่ว่าอี้ชิงจะยินดีให้เขาทำแบบนั้น อีกฝ่ายพยายามที่จะรักษาระยะห่าง เป็นเซฮุนต่างหากที่พยายามลดช่องว่างนั้น


            “มึงไม่คิดเหรอวะว่าสิ่งที่พวกมึงทำมันผิด” คำพูดของลู่หานเรียกสายตาของเซฮุนให้ตวัดมองด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนที่ดูห่วงใยมากกว่าจะตำหนิ ร่างสูงก็ทำได้แค่เบือนหน้ากลับไปแล้วยกเบียร์ขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่


            “พวกกูไม่ได้ทำอะไรผิด”


            “มึงรู้ดีแก่ใจ”


            “กูกับพี่อี้ชิงไม่เคยมีอะไรเกินเลย”


            “แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกของพวกมึงก็ไม่ใช่” เซฮุนนิ่งไปและลู่หานก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา “กูถามจริง มึงคิดว่ามึงจะเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่”


            ไม่มีคำตอบจากปากของเซฮุนแต่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของลู่หานแต่อย่างใด เพราะถ้าหากเซฮุนตัดสินใจได้ง่ายๆ เรื่องมันคงไม่บานปลายมาจนถึงวันนี้


            “กูไม่รู้”


            “


            “กูแค่อยากอยู่แบบนี้ต่อไป” เสียงนั้นไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบและราวกับต้องการจะบอกตัวเองมากกว่าจะเป็นคำตอบให้เพื่อนสนิท


            เขาแค่ไม่อยากให้อะไรเปลี่ยนไป เซฮุนรู้ว่าตัวเองคาดหวังกับการกลับมาพบกันอีกครั้งมากแค่ไหน เขาไม่อยากเสียอี้ชิงไปไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม ถึงแม้การได้อยู่ข้างๆ แบบนี้จะไม่มีอะไรรับประกันก็ตามว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะดำเนินไปในทิศทางไหน แต่เซฮุนมีความสุข


            อย่างน้อยเขาก็คิดว่าตัวเองมีความสุขใช่ไหม?


            “มึงก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เซฮุน” คำพูดของลู่หานราวกับผลักร่างของเขาให้ตกลงมาจากหุบเหวใหญ่ ร่างสูงหันหน้าหาเพื่อนสนิทช้าๆ และพบสายตาที่มองมาด้วยความห่วงใย “ไม่เขาหรือมึงต้องเลือกสักวันหนึ่ง”


            “


            “แล้วกูจะไม่พูดแบบโลกสวยเพียงเพราะมึงเป็นเพื่อนกูว่าเขาจะเลือกมึง”


            เซฮุนอ้าปากเพียงเพราะอยากจะพูดค้านออกไป แต่คำพูดและแววตาของลู่หานนั้นจริงใจจนสิ่งที่อยากจะพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอ


            “มึงลองคิดดีๆ ระหว่างมึงที่เขาเคยทิ้งไป กับคนที่เขาเลือกจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ที่สุดเขาจะเลือกใคร”


            “


            “กูจะไม่พูดถึงเรื่องศีลธรรมว่าพวกมึงจะทำร้ายคนที่เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวได้ยังไง แต่กูอยากให้มึงคิดถึงตัวเองเอาไว้ ถ้าคำตอบสุดท้ายที่เขาเลือกไม่ใช่มึงแล้วมึงจะอยู่ยังไง”


            “


            “แค่ความรักมันทำให้มึงทิ้งทุกอย่างบนโลกนี้เพื่อมันไม่ได้หรอกรู้ไหม อย่าใช้แค่หัวใจแต่มึงต้องใช้เหตุผลประกอบกัน”


            ฟ้ายังคงมืดไม่เห็นดาว และเซฮุนเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะพยายามหาแสงสว่างของดวงดาวได้จากไหน แม้กระทั่งจุดที่มืดที่สุดของท้องฟ้าตรงหน้าเขาก็เห็นเพียงความเวิ้งว้างที่ห่างไกลออกไป มีเพียงแสงไฟจากถนนใหญ่และตึกสูงมากมายที่ส่องประกายเข้ามาในสายตา


            เส้นสีมากมายไหลผ่านมา มันสวยงาม แต่เซฮุนรู้ดีว่ามันคือแสงจากหลอดไฟ สิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเองเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับยามราตรีที่ไร้แสงไฟ ความงามของมันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์เอาไว้


            น่าเสียดายที่ความสว่างของมันกลบความสดใสของแสงดาว



 

30%




            บรรยากาศมึนตึงระหว่างจงอินและอี้ชิงเห็นได้ชัดจนทุกฝ่ายสังเกตได้ แม้กระทั่งซงฮวาผู้กำกับและมาเรียโปรดิวเซอร์ยังไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามอะไร พวกเขาทำงานด้วยกันและพูดคุยกันตามปกติก็จริงแต่พูดกันแทบจะนับคำได้ ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อการทำงานเท่านั้นที่จงอินจะเอ่ยปากพูดอะไร


            อี้ชิงมีสีหน้ากังวลใจตลอดเวลาที่อยู่ในโรงละครใหญ่ เขาพยายามจะเข้าหาจงอินหลายครั้งวันนี้แต่อีกฝ่ายก็หลบหน้าเขาทุกครั้งไป ความอึดอัดนี้แผ่กระจายออกมาจนคนรอบข้างสังเกตได้


            “พวกเขาทะเลาะกันหรือไง?” ยองจีเอ่ยถามขึ้นในกลุ่มทันทีที่เริ่มพักองก์ระหว่างการซ้อม สายตาสลับมองระหว่างอี้ชิงที่เอาแต่จ้องมองแผ่นหลังของจงอินจากระยะไกล


            “นั่นสิ ช่วงนี้ฉันไม่เห็นพี่จงอินอยู่ใกล้กับพี่อี้ชิงเท่าไหร่เลยนะ” เสียงของแจ๊คสันเสริมขึ้นอย่างสนใจ “หรือพวกเขาจะเลิกกัน”


            “ไม่ใช่! อย่าพูดมั่วๆ ได้ไหม” คยองซูแหวขึ้นทันทีจนเพื่อนทุกคนหันมองด้วยความตกใจ มีก็แต่ซุนกยูเท่านั้นที่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่หันมองสีหน้าไม่พอใจของคยองซูด้วยสีหน้าที่บอกอารมณ์ไม่ได้


            “ฉันก็แค่เดาเท่านั้นน่าซีเรียสไปได้”


            “นั่นสิ แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาไม่ได้เลิกกัน” ยองจีขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย “นายรู้อะไรดีๆ แต่ไม่บอกพวกเราเหรอคยองซู”


            “ฉันไม่รู้”


            “โกหก นายต้องรู้แน่ๆ นายสนิทกับพี่จงอินจะตาย”


            “ฉันบอกว่าฉันไม่รู้ไง” คยองซูอ้าปากเตรียมจะโวยวายให้หยุดพูดเรื่องพวกนี้สักทีได้ไหม แต่บทสนทนาทั้งหมดก็สะดุดลงไปเมื่อซุนกยูตัดสินใจลุกยืนขึ้นมากลางวง


            “ฉันจะออกไปซื้อน้ำ คยองซูไปด้วยกันไหม?” เพียงแค่มองสบตากันพวกเขาก็เข้าใจ คยองซูพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนตาม ในขณะที่ยองจีกับแจ๊คสันทำได้แค่มองตากันปริบๆ ด้วยความไม่เข้าใจว่าอยู่ๆ สองคนนี้เป็นอะไร


            ซุนกยูพาคยองซูเดินออกมาจากโรงละครเข้าสู่โถงฟร้อนท์ด้านหน้าก่อนจะถอนหายใจ เธอทรุดตัวลงนั่งตรงม้านั่งด้านหน้าประตูพลางทอดสายตามองออกไปยังโถงทางเดินที่จะนำขึ้นไปชั้นสอง


            “นายหิวน้ำไหม?


            “ไม่”


            “ฉันก็เหมือนกัน” ความเงียบเข้าครอบคลุมทั้งคู่อยู่พักใหญ่ ดูเหมือนต่างคนก็ต่างมีเรื่องกังวลอยู่ในใจที่ไม่สามารถพูดออกมาได้แต่ลึกๆ ก็พอจะรู้ว่าต่างคนต่างคิดเรื่องอะไร “ขอโทษนะที่ต้องให้นายออกมา ฉันแค่รู้สึกว่านายก็ไม่อยากอยู่ตรงนั้นเท่าไหร่”


            “ขอบใจ”


            ไม่มีคำพูดใดๆ อีก พวกเขาไม่รู้ว่าควรพูดอะไร มันไม่ใช่การพูดปลอบใจกันไปมาด้วยคำพูดสวยหรูในขณะที่ต่างคนต่างรู้ว่ามันไม่ใช่ ไม่ว่าคำพูดใดก็ดึงรั้งพวกเขาออกมาจากความเจ็บปวดในหัวใจนี้ได้ และคงไม่มีใครเข้าใจมันได้ดีไปกว่าคนที่ตกอยู่ในสถานะเดียวกัน


คยองซูเอื้อมมือของตัวเองไปแตะมือของซุนกยูที่วางอยู่บนหน้าขาเบาๆ พาสายตาของหญิงสาวให้เงยขึ้นมามอง ไม่มีรอยยิ้มถูกจุดขึ้นที่มุมปากมีเพียงข้อความในแววตาที่มองออกมาพร้อมกับสัมผัสของมือใหญ่กว่าที่กุมมือของเธอเอาไว้ ซุนกยูเบือนหน้ากลับมาแล้วบีบมือของคยองซูกลับอย่างเข้าใจ ชั่วโมงนี้ไม่มีคำพูดใดจะแทนความรู้สึกของพวกเขาทั้งหมดได้


สายตาของหญิงสาวพลันเหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งเดินออกจากประตูด้านหลังโรงละครแล้วแยกตัวออกไปยังชั้นสอง ใช้เวลาคิดเพียงแค่ครู่เดียวหญิงสาวก็ตัดสินใจ เธอลุกขึ้นยืน และราวกับคยองซูจะรู้ว่าเธอคิดจะทำอะไรมือหนานั้นกระตุกมือของเธอเอาไว้


“ฉันไม่เป็นไรหรอกคยองซู” เธอหันมาบอกเพื่อนชาย สบตากันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่คยองซูจะปล่อยมือ ซุนกยูสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะพาร่างทั้งร่างเดินปลิวตามร่างสูงไปยังชั้นสอง


เธอพบเขาอยู่ตรงบันไดที่กำลังจะมุ่งไปชั้นสาม ไม่ต้องใช้เวลานานในการตัดสินใจร่างบางก็ถลาเข้าไปจับข้อมือของเซฮุนให้หันกลับมามอง


“ฉันมีเรื่องจะคุย ตามมาหน่อยได้ไหม” เซฮุนมองหญิงสาวอยู่เพียงครู่ก็พยักหน้าแล้วยอมให้หญิงสาวพาเดินขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าของอาคาร


สายลมเย็นพัดผ่านและเพราะไม่ได้ตั้งตัวว่าจะออกมาข้างนอกพวกเขาจึงไม่เตรียมเสื้อคลุมเพื่อป้องกันความหนาว ทันทีที่ก้าวออกไปสายลมแรงก็เผลอทำให้ซุนกยูโอบกอดตัวเองกันไว้ไม่ให้สั่น


            “ฉันอยากถามเรื่องพี่จงอินกับพี่อี้ชิง” ไม่รอให้เสียเวลาอยู่นานซุนกยูก็เริ่มประโยคคำถาม “พี่จงอินรู้เรื่องนายแล้วเหรอ”


            “ยัง”


            “


            “แต่เขาคงจะโกรธเรื่องคืนนั้น”


            ซุนกยูแหงนหน้ามองท้องฟ้ากว้าง พยายามข่มความรู้สึกให้ไหลย้อนกลับเข้าไปข้างในอย่างสุดความสามารถ


            “ฉันเองก็ไม่อยากให้อภัยนายเรื่องนั้น”


            “ฉันรู้ และฉันก็คงไม่ว่าถ้าเธอจะทำแบบนั้น”


            “แต่นายรู้ว่าฉันทำไม่ได้”


            “


            “ต่อให้ฉันจะหลบหน้านาย โกรธนาย ไม่เข้าใจนาย แต่สุดท้าย...” ซุนกยูถอนหายใจ “เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน”


            “ซุนกยู


            “ฉันจะไม่พูดเรื่องความรู้สึกของฉันและหวังว่านายจะเคารพมันด้วยการไม่พูดถึงเหมือนกัน” หญิงสาวเงียบไปอึดใจราวกับรวบรวมกำลังใจที่จะพูดออกไปอีกครั้ง “แต่วันนี้ฉันไม่ได้จะมาพูดเรื่องนั้น”


            “


            “ฉันอยากให้นายตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเซฮุน”


            “


            “นายก็เห็นนี่ว่าพวกเขารักกัน ในฐานะเพื่อนฉันไม่อยากเห็นนายทำผิดแบบนั้นต่อใครแม้จะไม่ใช่พี่จงอิน”


แววตาของซุนกยูเปลี่ยนไปในขณะที่เดินเข้ามาใกล้ เซฮุนรู้ว่าเธอพยายามเก็บความปวดร้าวไว้ในใจและพยายามแสดงออกถึงความห่วงใยในฐานะเพื่อนออกมาถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่ทำได้ลำบากเหลือเกิน


“ตัดใจเถอะเซฮุน”



“ฉันไม่ได้พูดเพื่อหวังให้นายกลับมา แต่ฉันพูดในฐานะ เพื่อนคนหนึ่ง” ซุนกยูค่อยจับมือของเซฮุนที่อยู่ข้างตัวขึ้นมาจับเอาไว้แล้วลูบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “บางเรื่องหรือบางคนเราก็ทำได้แค่ปล่อยให้มันเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป”



“อย่าทำให้หัวใจมันเหนื่อยเกินไปกว่านี้เลยเซฮุน”

 




 



            โรงละครยามร้างไร้ผู้คนเงียบสนิทจนราวกับว่าไม่เคยผ่านความรื่นเริงใด หากเพียงกลิ่นไอบางอย่างบ่งบอกว่าหลายชีวิตโลดแล่นอยู่ในที่แห่งนี้ผ่านตัวละครมากมาย ราวกับโลกเสมือนจริงที่นำพาหลากหลายชีวิตมาหัวเราะและร้องไห้ร่วมกัน เปรียบได้กับเวทีชีวิตฉากใหญ่ที่ย่อส่วนลงมาให้เล็กลง


            การซ้อมในวันนี้จบลงไปแล้ว ทั้งทีมงานและนักแสดงต่างกลับไปพักผ่อนเพื่อจะกลับมาเคี่ยวกรำซ้อมกันในวันต่อไป แต่ร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวแรกตรงกลางเวทียังไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน เพราะเขามีบางสิ่งที่กำลังรอคอย


            เพียงไม่นานการรอคอยก็สิ้นสุดเมื่อเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากพื้นไม้บนเวทีก็บ่งบอกว่ามีใครกำลังเดินเข้ามา ร่างบอบบางของผู้เป็นที่รักตรงหน้าเรียกรอยยิ้มบางออกมาจากใบหน้าเรียวรีได้อย่างไม่ต้องพยายามอะไร


            “เหนื่อยไหม?” เซฮุนเอ่ยถาม เมื่ออี้ชิงทรุดกายลงนั่งตรงขอบเวทีแล้วหย่อนขาลงมาตรงหน้าเขา ร่างบอบบางส่ายหน้าแทนการตอบคำถามพร้อมกับระบายรอยยิ้มบาง เซฮุนสำรวจเครื่องหน้าที่มีแววอ่อนล้านั้นแต่ไม่ได้พูดอะไร


            “กลับกันเถอะ” อี้ชิงทำท่าจะหย่อนกายลงมาจากเวทีแต่ก็ต้องหยุดเมื่อเซฮุนก้าวเข้ามาแล้วเอามือแตะที่หน้าขาของเขาเอาไว้


            “ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่”


            “เรื่องอะไร?


            “เรื่องของเรา” อี้ชิงนิ่งไป เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของคนเด็กกว่าตรงหน้าแล้วก็รู้สึกเสียวแปลบในใจ รู้ดีว่าสักวันเวลาแบบนี้ต้องมาถึง เวลาที่ใครสักคนต้องตัดสินใจและสิ่งที่เซฮุนบอกผ่านแววตาก็ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจไปแล้วครึ่งหนึ่ง


            ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกที่คอทั้งที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้พูดอะไร อี้ชิงพยายามข่มมันเอาไว้แล้วรับฟังสิ่งที่เซฮุนต้องการจะบอกอย่างตั้งใจ


            “ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เวลาที่จะมาตั้งคำถามโง่ๆ แต่ผมอยากให้เราคุยกันแบบจริงใจ”


            “


          “พี่รักผมไหม?


            คำถามนั้นเกือบทำเอาอี้ชิงกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เขาพ่นลมหายใจพร้อมกับกระตุกรอยยิ้มที่มุมปาก


            “เด็กโง่ ถามอะไร?” มือบางเอื้อมขึ้นไปโอบใบหน้าของเซฮุนเอาไว้ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือไล้เบาๆ ที่ข้างแก้ม “ฉันไม่เคยไม่รักนาย”


            เซฮุนยิ้มถึงแม้มันจะเป็นยิ้มที่ฝืดเฝื่อนเต็มทีแต่มันก็มาจากหัวใจ


            “แล้วพี่รักเขาหรือเปล่า?


            รอยยิ้มบนใบหน้าของอี้ชิงจางลงไปจนกระทั่งเรียบสนิท มีเพียงแววหวั่นไหวในดวงตาพร้อมกับหยดน้ำใสที่คลอขึ้นมาเท่านั้นที่เป็นคำตอบให้เซฮุนเข้าใจ


            “ผมมีความสุขมากที่เราได้กลับมาเจอกันอีก พี่ก็ด้วยใช่ไหม?” อี้ชิงพยักหน้า เขามีความสุขมาก มากเสียจนลืมไปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาก็ได้ เซฮุนราวกับความฝันที่ก่อร่างเป็นความจริงอยู่ตรงหน้าแต่ไม่สามารถจับต้องได้ เขาหลงรักวันวานที่ผ่านไปแต่เขาก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน


            “ผมผิดเองที่กลับเข้ามาในวันที่มันสายเกินไป แล้วคิดจะเรียกร้องให้อะไรกลับมา ผมอยากเห็นแก่ตัวรั้งพี่เอาไว้เหมือนสามวันสุดท้ายที่เราได้เจอกันที่ปารีส แต่ผมรู้ว่ามันทำไม่ได้”


            “


            “ผมไม่ควรจะมีส่วนทำให้ความสุขของพี่พังทลาย”


            อี้ชิงร้องไห้ เซฮุนเองก็เช่นกัน ต่างคนต่างผลัดกันเช็ดน้ำตาให้แก่กันแล้วพยายามที่จะมองหน้ากันเอาไว้ มันเป็นช่วงเวลาของความสุขและความทรมานใจ ความสัมพันธ์ของพวกเขาเปราะบางเกินไปและอาจแหลกสลายหายไปง่ายๆ นั่นเป็นสิ่งที่ทั้งคู่เข้าใจดี


          “ความสุขส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันคือนายเซฮุน”


            อยากดึงเซฮุนมากอดไว้ อยากบอกว่าอย่าไป แต่อี้ชิงรู้ดีว่าเขาเห็นแก่ตัวมากเกินไป เขาตอบตัวเองไม่ได้ว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่เขาอยากได้มากที่สุด ระหว่างความรักที่โหยหามานานและไม่มีทางที่จะลืม มันเหมือนไฟ ร้อนรุ่มและพาให้หัวใจโลดแล่นไปไกลทุกครั้งที่อยู่ใกล้กัน แต่กับจงอินนั้นมันคือความผูกพัน พวกเขามีกันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกัน


            ความกลัวแบบเดิมกลับมา เหตุผลที่เขาเลือกจะหนีหน้าเซฮุนมาจากปารีสนั่นคือความกลัวอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะพังลงเมื่อไหร่ เพราะรักมากเกินไปจนกลัวว่าอะไรที่เห็นว่าดีในอนาคตอาจจะไม่ดีก็ได้ เพราะกลัวว่าถ้าเลือกผิดจะเสียใจหากเขาจับมือเซฮุนเดินออกไป ความแตกต่างทั้งช่วงวัย ความคิด และทัศนคติอาจทำให้เราจบลงได้ในวันหนึ่ง


            การเลือกเซฮุนคือการเริ่มต้นใหม่ เดินออกไปในโลกที่เขาไม่รู้จัก ในขณะที่จงอินคือระยะปลอดภัย เขามั่นใจว่าจะจับมือจงอินไปได้จนถึงวันสุดท้ายของปลายทางชีวิตของเราทั้งคู่


            “พี่จำคืนสุดท้ายของเราปารีสได้ไหม?” อี้ชิงพยักหน้า แววตายังคงจ้องมองใบหน้าของเซฮุนด้วยความรักใคร่ราวกับอยากเก็บมันเอาไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ “พี่บอกว่า ถ้าเราไม่เคยเจอกันมันคงดีกว่าพี่ยังคิดแบบนั้นอยู่ไหม?


            น้ำตาของเซฮุนไหล อี้ชิงใช้ปลายนิ้วไล่เช็ดมันออกไป นิ้วหัวแม่มือคลึงเบาๆ ที่ข้างแก้มก่อนจะส่ายหน้าแล้วปล่อยให้น้ำตาของตัวเองไหลลงมาเช่นกัน


            “ไม่เหมือนกับที่นายบอก มันดีแล้วที่เราเจอกัน”


            “


          “ต่อให้เจ็บกว่านี้อีกกี่ครั้ง ฉันก็ยังดีใจที่เราได้รักกันอยู่ดี”


            และราวกับเกินจะเก็บกั้นความรู้สึกเอาไว้ ทำนบน้ำตาก็พังทลายลงมาเกินจะห้ามไหว เสียงสะอื้นดังก้องและไหล่เล็กก็ลู่ลง เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากการร้องไห้ เซฮุนคว้าร่างบางมากอดเอาไว้ เสียงสะอื้นเบาๆ ที่ดังอยู่ข้างหูยิ่งทำให้อี้ชิงรู้สึกราวกับหัวใจถูกฉีกกระชากออกไป นิ้วมือทั้งสิบนิ้วกำเสื้อของเซฮุนเอาไว้แน่นแล้วซบหน้าลงกับไหล่แกร่ง


            “ไม่เป็นไร เราจะผ่านมันไปได้ ไม่เป็นไรครับ” เสียงสั่นๆ ของเซฮุนราวกับใช้ปลอบตัวเองมากกว่าจะปลอบอีกฝ่าย เขาเองก็ทนแรงกดดันไม่ไหวอีกต่อไป พวกเขาทำได้แค่กอดกันร้องไห้อยู่ในโรงละครกว้างใหญ่ปล่อยให้ความรู้สึกไหลไปกับน้ำตา


            ก่อนที่เสียงที่ชวนให้ใจหายจะดังขึ้นจากประตูทางเข้าใหญ่


            “นี่ใช่ไหม?...เหตุผลในคำว่า ขอโทษของนาย”





















- TBC -


100%
แจกยาทัมใจกันไปคนละสองแผง TT

//สาดดราม่ากระจาย

ยังไหวกันอยู่ไหมพี่น้อง?


ขอบคุณสำหรับกำลังใจในทุกคอมเม้นที่ทำให้มีแรงมากขึ้นจากงานที่ทำนะคะ
ทั้งในนี้และในทวิตเตอร์ด้วยนะ เวลาเราเหนื่อย เราก็หยิบคอมเม้นกลับมาอ่านซ้ำๆ นี่แหละค่ะทำให้ยิ้มได้ทุกวัน
ขอบคุณจริงๆ ค่ะ และขอบคุณที่ยังรอกันนะคะ :)


#CrossroadHL




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #350 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 08:37
    หัวใจหล่นวูบ เฮือกกกก
    #350
    0
  2. #317 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:28
    ตัดตอนนี้ได้แบบ ฟ้าผ่า ? คำนี้ก็พอได้อยู่ งื้อๆ
    #317
    0
  3. #285 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 13:34
    แค่เห็นชื่อตอนต่อไปในทุกๆครั้งที่อ่าน ไม่อยากอ่านตอนต่อไปเลย เพราะมันบีบหัวใจ ไม่อยากให้ใครเจ็บเลย
    ทุกคนล้วนแต่มีความรักที่เป็นเฉพาะของแต่ละคนทั้งนั้น
    #285
    0
  4. #254 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 10:38
    ไม่กล้าอ่านตอนต่อไปเลยยยยยย
    #254
    0
  5. #253 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 10:38
    โอ้ยยยย ช็อคแรงงงงงง แงงงง จงอิ้นนนน ฮือออ กรีดร้องง ดราม่าอ่าาาา เจ็บๆๆๆๆ
    #253
    0
  6. #170 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 23:57
    อ่านแล้วรู้สึกกดดันแทนเซฮุน ใจน้องก็คงไม่อยากทำให้ความรักของอี้ชิงและจบอินต้องพังหรอก แต่ความรู้สึกคนเรามันก็ห้ามยากกกก ชอบที่เซฮุนกับอี้ชิงกอดกันร้องไห้มากกก ให้อารมณ์ที่แบบบบ...เศร้าจนอธิบายไม่ได้ ล่ะนี่จงอินมาเห็นอีกกกก จะเลิกกันดีๆมั้ย อี้จะเลือกใคร ฮืออออิออิ
    #170
    0
  7. #169 BunnyXing (@septemberissue) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 23:51
    "นี่ใช่ไหม?...เหตุผลในคำว่า 'ขอโทษ' ของนาย" .................... เหมือนโดนไม้หน้าสามจากที่ไหนก็ไม่รู้ฟาดลงมา มันเจ็บปวดมาก ทำไมเรารู้สึกว่าจงอินไม่ได้บังเอิญมาเจอ เหมือนมีคนตั้งใจให้มาเจอสองคนนี้อยู่ด้วยกัน ง่ายๆ เหมือนมีคนไปบอกหรือฉันดูละครมากไป ระหว่างเซฮุนกับอี้ชิงมันตัดยาก ต่างก็เหมือนรักแรก รักที่ผูกพัน รักที่ไม่ได้ต้องการลาจาก แต่ทุกอย่างจบลงอย่างกระทันหัน แบบที่ไม่มีใครต้องการ ต่างฝ่ายต่างเจ็บและไม่อยากเจ็บอีก จนอี้ชิงมีจงอิน นี่คือเกราะป้องกันอดีต อดีตที่เคยมีสิ่งดีๆแต่ต้องหยุดลง จงอินเป็นเกราะป้องกันให้อี้ชิงได้ทุกอย่าง แต่ยังมีเส้นใยบางๆที่รอคอยจะขัดตลอดเวลา นั่นคือความผูกพันของเซฮุนที่มีต่ออี้ชิง แง้งงงงง เราว่าเราอินมากไปมั้ย ร้องไห้ไปขำไป 5555555555
    #169
    0
  8. #168 Laytiny (@farxing) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 23:39
    ยังไหวอยู่ค่ะ..อ่าเหื้อออออออออออ ดราม่ามากมาย ตอนหน้าคงดราม่ามากกว่านี้แน่ๆ อี้ชิงเอ้ย น่าสงสารจังเลยลูก สงสารมันทั้งเรื่องเลย ขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องของหัวใจ ทำไมถึงได้ยากลำบากขนาดนี้นะ เสียใจจจ
    #168
    0
  9. วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 19:12
    ไรต์มันเป็นการครบ 100% ที่ทรมานมาก ในที่สุดจงอินก็รู้เรื่องจนได้ สิ่งที่จงอินกลัวมันกำลังจะเกิดขึ้น นี่ไม่อยากเห็นจงอินเจ็บเลยจริงๆ ต่อให้จากนี้จะมีใครจะมาดามใจก็เถอะ! ปล.1 ชอบฉากที่ฮุนกับอี้ร้องไห้แล้วผลัดกันเช็ดน้ำตา มันเศร้าแล้วก็ทรมานแต่มันละมุน ปล.2 ตอนนี้คนที่ทรมานยิ่งกว่าทั้งสามคนคือเรา TT____TT
    #167
    0
  10. #166 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 17:37
    ร้องไห้ตามฮุนชิงไปแล้วน่าสงสารรักกันแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้จงอินก็มารูความจริงอีกจะทำยังงั้ยต่อไปล่ะ
    #166
    0
  11. #165 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 16:35
    .... ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงฮืออออออารมณ์ตอนนี้เฟลมากคือถึงเวลาแล้วที่จงอินจะรู้ความจริงสงสารหมดเลย ถ้าจงอินมาตอนที่สองคนตกลงจะเลิกกันเสร็จแล้วก็ดีสิแต่นี่มาตอนกอดกันเลยฮืออย่าทำแบบนี้มันเจ็บปวดเกินไปเริ่มกลัวจงอินแล้วเค้าจะโกรธขนาดไหนเนี่ยน้องฮุนด้วยอี้ชิงอีก
    #165
    0
  12. #164 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 16:16
    อ่านจบละอยากกอดจงอินเลย เอาหน้ามาซบที่อกแล้วบอกว่านายยังมีเรา สงสารจงอินเจอฮุนเลย์กอดกันร้องไห้พอดี ฮุนเลย์กอดกันร้องไห้มันแบบดูเศร้า แล้วก็ดูรักกันมากอะ เหมือนพยายามซึมซับกันและกัน ประคับประคองความรู้สึกที่เปราะบางกันไว้ เซฮุนจะว่าดีก็ดีคือช่วยดูแลอี้ชิงในช่วงเวลาอ่อนแอ จะว่าไม่ดีก็ไม่ใช่ มันกลางๆ ที่เซฮุนต้องมาทำความรักของคนสองคนสั่นคลอนแต่ก็โทษเซฮุนคนเดียวไม่ได้หรอก อี้ชิงก็ด้วยแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผิด ถ้าในเรื่องของความรู้สึก แต่ถ้าศีลธรรมก็อีกเรื่องนึง เซฮุนโชคดีมากที่ยังมีซุนกยูอยู่ ดีที่ซุนกยูไม่หนีไปไหนทั้งที่ตัวเองก็เจ็บมาเยอะ แถมซุนกยูพูดได้ดีให้เซฮุนคิดอีกด้วย ไหนตอนนี้จะมีคยองซูถึงจะรับรู้ถึงความแปลกของพี่ทั้งสองคน ก็ออกมาปกป้องคยองซูเจ็บ แต่ก็เลือกจะทำแบบนั้นคือดีอะ สงสารหมดสงสารทุกคน สื่ออารมณ์ตัวละครได้ดีมากตั้งแต่ตัวแรกถึงตัวสุดท้าย ทำให้เศร้าไปด้วยกันได้
    #164
    0
  13. #163 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 11:10
    สงสารเซฮุนก็สงสารนะไม่สมหวังซักที่ เป็นแค่คนไร้สถานะข้างๆเค้า แต่ก็ยังดีที่ได้ดูแลเค้าในช่วงที่อ่อนแอ แต่เซฮุนก็ยังง้อซุนกยูไม่สำเร็จอยู่ดี ระวังนะถ้าเค้าหายไปนายอาจเสียใจ พี่ลู่พูดได้ดีมาก ดึงเพื่อนไว้เลยนะ ให้เพื่อนได้คิด
    #163
    0
  14. วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 07:19
    อย่าว่าแต่อี้เลย เราเองยิ่งอ่านยิ่งโลเล(เหมือนเป็นนางเอกเอง5555) เลือกไม่ถูกระหว่างเซฮุนกับจงอิน มันยากมากจริงๆ ไม่ต้องเอาเรื่องถูกหรือผิดนะ เอาแค่ความรู้สึกล้วนๆ มันก็ยากมากแล้ว ถ้าถึงเวลาที่อี้ต้องเลือก อี้ก็คงไม่พ้นต้องเจ็บอยู่ดีไม่ว่าจะเลือกใคร
    #162
    0
  15. #161 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 01:03
    พี่หานชอบคำพุดมากกดี
    #161
    0