[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 20 : ♡ Chapter 18 : I'll be here for you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 มิ.ย. 58

  CR.SQW






18
I’ll be here for you

 



            เสียงกีต้าร์โปร่งบรรเลงเป็นทำนองเพลงหวานปนเศร้าคลอไปกับบรรยากาศเหงาของค่ำคืนในปลายฤดูหนาว ดังลอดผ่านบานหน้าต่างที่ถูกเปิดกว้างรับลมยามราตรีให้พัดผ่านเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ของอพาร์ทเมนท์ห้องหนึ่งย่านอึลจิโร


            ร่างสูงโปร่งของคิมจงอินกำลังยืนพิงกรอบประตูระเบียงแล้วทอดสายตามองออกไปยังแสงไฟถนนข้างนอก ดวงตาที่เคยสดใสทอประกายวันนี้กลับหม่นลงไปอย่างเห็นได้ชัด เขาปล่อยความคิดให้ล่องลอยออกไปขณะที่ปลายนิ้วคีบบุหรี่ขึ้นแตะริมฝีปากแล้วสูดนิโคตินเข้าปอดเฮือกใหญ่ ประกายไฟที่ปลายมวนบุหรี่ลามเลียให้ขี้เถ้าร่วงหล่นลงไปบนพื้นระเบียงแต่ร่างสูงไม่คิดที่จะสนใจ


            เสียงกีต้าร์โปร่งหยุดลง เพียงชั่วอึดใจร่างสูงของผู้ชายอีกคนก็ก้าวผ่านเขาไปยืนเท้าแขนอยู่ตรงขอบระเบียงข้างกระถางต้นเดปกระเป๋าที่มีดอกสีแดงเล็กๆ เลื้อยระไปกับขดลวดที่ยึดมันไว้กับราวเหล็กที่แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ตัวใหญ่ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ที่โชว์หน้าจอว่ามีสายเข้าแต่ถูกปิดเสียงเอาไว้ให้จงอิน


            “รับไหม?


            ร่างสูงรับโทรศัพท์มาจากมือของชานยอลแล้วมองมันนิ่ง ปล่อยให้ชื่อที่คุ้นเคยกะพริบอยู่ที่หน้าจอจนกระทั่งมันดับไป แสงไฟสุดท้ายโชว์มิสคอลมาจากสายเดิมร่วมสิบสาย เขามองมันอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะยัดโทรศัพท์เก็บเข้ากระเป๋ากางเกงไปในที่สุด


            “ไหนว่าเลิกบุหรี่ไปแล้วไง” เสียงทุ้มของชานยอลเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยเอ่ยขึ้น แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จงอินยังคงทอดสายตามองออกไปยังถนนใหญ่และไม่สนใจที่จะตอบคำถาม


            ปล่อยความเงียบให้โรยตัวลงมาอีกพักใหญ่ขณะที่ชานยอลกะเทาะบุหรี่ออกมาจากกลักแล้วเริ่มจุดไฟ ควันสองสายถูกลมพัดไปในทิศทางเดียวกัน ในที่สุดก็เป็นชานยอลอีกครั้งที่เป็นฝ่ายเริ่มการสนทนาขึ้นก่อน “มึงจะอยู่ที่นี่ไปถึงเมื่อไหร่วะ”


            จงอินเบนหน้าเข้าหาอีกฝ่าย สีหน้าเรียบเฉยนั้นนิ่งเสียจนเดาอารมณ์ไม่ได้ “ถ้ามึงลำบากเดี๋ยวกูไปนอนที่อื่นก็ได้”


            “เปล่า กูไม่ได้หมายความอย่างนั้น” ชานยอลถอนหายใจ “มึงอยากจะอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ก็ได้ ถึงห้องกูจะรูหนูแต่ก็ยังมีที่พอให้มึงซุกหัวนอนอยู่ แต่มึงรู้นี่ว่าที่กูพูดหมายความถึงอะไร”


            จงอินเงียบไป เขารู้ดีว่าสำหรับเพื่อนอย่างปาร์คชานยอลแค่แบ่งที่นอนให้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถึงแม้ห้องของชานยอลจะไม่ได้ใหญ่โตอะไรแค่มีที่พอให้ซุกหัวนอนได้ ตามประสานักดนตรีรับจ้างที่ไม่ได้มีงานมีเงินมากมาย แต่มันก็สุขสบายมากพอสำหรับชีวิตชายโสดที่ไม่มีใคร


            และหากเขาจะมาขออาศัยอยู่สักพัก ช่วยหารค่าน้ำค่าไฟ ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรให้ชานยอลปฏิเสธ แต่จงอินรู้ว่านั่นไม่ใช่ประเด็นของคำถามที่ชานยอลถามไว้


            “มึงไม่คิดจะกลับไปคุยกันดีๆ อีกทีเหรอ”


            “


            “หาว่ากูเสือกก็ได้นะ แต่กูว่าที่มึงทำอยู่นี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เมื่อเห็นว่าเพื่อนยังไม่มีท่าทีจะพูดอะไร ชานยอลก็เริ่มพูดต่อไป “ตั้งแต่กูเห็นพวกมึงอยู่ด้วยกันมา กูยังไม่เคยเห็นพวกมึงทะเลาะกันหนักเท่านี้เลยว่ะ”


            “กูไม่ได้อยากทะเลาะ”


            “แล้วถ้างั้นไม่กลับไปคุยกันดีๆ ล่ะ”


            ความเงียบของจงอินและสีหน้าบ่งบอกความรู้สึกได้ดีกว่าคำพูดมากมาย ชานยอลได้แต่ถอนหายใจ เขาได้ฟังเรื่องจากจงอินเพียงคร่าวๆ ว่าความรู้สึกของอี้ชิงเปลี่ยนไป ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ไม่อยากให้เรื่องบานปลายจนถึงกับกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นคลอนความสัมพันธ์ของทั้งคู่


            “กูรู้ว่ามึงผิดหวังนะจงอินแล้วมึงก็เสียใจ”


            “


            “แต่เรื่องบางอย่างถ้าไม่หันหน้าคุยกันให้เข้าใจ ต่างคนต่างหันออกไปช่องว่างมันก็จะยิ่งกว้างขึ้นไปอีกแล้วสุดท้ายมันอาจจะต่อติดกันอีกไม่ได้”


            จงอินหันหน้าเข้าหาชานยอลเมื่อได้ยินประโยคที่ลึกๆ เขาเองก็กลัว


            “มึงต้องถามตัวเองดีๆ ว่ายังอยากมีเขาอยู่ไหม?


            “


            “ทิฐิมันกินไม่ได้ ถ้ามึงยังรักก็แค่ให้อภัย กลับไปหาเหตุผลว่ามันเป็นเพราะอะไร แล้วช่วยกันประคับประคองกันต่อไปเหมือนกับที่พวกมึงเคยผ่านมันมา”


            ความเงียบคืบคลานเข้ามาพร้อมกับลมบางเบาวูบหนึ่งที่พาให้ต้นไม้ที่แขวนไว้ตรงระเบียงสั่นไหว ก่อนที่ใบหน้าคมเข้มจะหันมามองเพื่อนสนิทที่เขยิบเข้ามายืนใกล้ๆ


            “กูไม่เคยอยากเสียเขาไป”


            “ถ้าอย่างนั้นมึงก็ควรกลับไปคุยกันให้เข้าใจก่อนที่อะไรๆ มันจะสายไปจริงๆ”


            จงอินหันกลับไปทอดสายตามองแสงไฟบนถนนใหญ่ ขณะที่ชานยอลกลับเข้าห้องไปแล้วเริ่มเล่นกีต้าร์อีกครั้ง รู้ดีว่าควรต้องทำอะไรต่อไปแต่ความหวั่นใจก็ทำให้กลัวคำตอบ เขาจำสีหน้าของอี้ชิงตอนเอ่ยคำว่าขอโทษได้ขึ้นใจ


            ลึกๆ จงอินรู้ว่าเหตุผลที่เขาไม่ยอมกลับไป ไม่ใช่เพราะว่าไม่ให้อภัย แต่ความจริงเขากลัวว่าสุดท้ายเขาจะต้องสูญเสียอี้ชิงไปต่างหาก

 




 



            “คุณจงอินครับ คุณจงอิน!


            ร่างสูงสะดุ้งจากภวังค์ตามแรงแขนของคนตัวเล็กที่กระชากเขาไว้ เสียงกริ่งจักรยานที่ผ่านไปทำให้จงอินเข้าใจว่าเขาเกือบจะเดินเข้าไปชนจักรยานที่ขับผ่านมา เขากะพริบตาด้วยความงุนงงก่อนจะหันไปมองคนเด็กกว่าที่อยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตที่แฝงไปด้วยคำถามกำลังมองมายังเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยแบบที่จงอินคุ้นเคยทุกครั้งและรู้สึกอุ่นใจเวลาที่มองมัน


            โดคยองซูกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าเรียบนิ่งที่แสดงออกมาอาจทำให้ใครมองว่าเป็นคนเฉยชา แต่จงอินกลับเข้าใจดีว่ามันตรงกันข้ามกับความอ่อนโยนข้างในของเจ้าตัวขนาดไหน และตอนนี้แววตาคู่นั้นก็กำลังจับจ้องเขาด้วยความห่วงใย


            “ผมเรียกคุณประมาณห้าครั้งได้”


            จงอินหัวเราะเบาๆ กับน้ำเสียงน้อยใจ “ขอโทษนะ ฉันเหม่อไปหน่อย”


            “คุณไม่ควรเหม่อบนถนนนะครับ มันอันตราย” เสียงปรามของคยองซูทำให้จงอินหัวเราะออกมาได้ อย่างน้อยมันก็เป็นการเปล่งเสียงออกจากลำคอที่ทำให้รู้สึกสดใสขึ้นกว่าปกติในช่วงวันสองวันที่ผ่านมา


            ทั้งคู่กำลังเดินไปถนนคอนกรีตในสวนสาธารณะยออิโดริมแม่น้ำฮัน สองข้างทางเป็นต้นซากุระแล้งใบที่แห้งโกร๋นตามวันวัยของฤดูหนาวที่เข้ามา ไม่น่าเชื่อว่าในอีกไม่กี่เดือนให้หลังมันจะผลิดอกออกมากลายเป็นความงดงามที่ใครต่อใครต่างใฝ่หาจะชม


            จงอินเป็นฝ่ายชวนคยองซูออกมาทานอาหารกลางวัน และหลังจากนั้นเมื่อไม่ที่ไปไหนกันต่อจึงพากันมาเดินเล่นที่ริมแม่น้ำ ลมเย็นพัดมาพอให้สบายไม่รู้สึกหนาวเท่าไหร่ แต่ก็ยังคงต้องพึ่งเสื้อโค้ทสำหรับให้ความอบอุ่น แต่บรรยากาศแสนสบายก็ไม่ได้ทำให้ความว้าวุ่นภายในจิตใจของจงอินลดน้อยลงไปได้เลย


            เขายังคงคิดถึงอี้ชิง และยิ่งคิดถึงเมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกว่าทุกอย่างอาจจะจบลงไปชัดเจนมากขึ้นในความรู้สึกเมื่อวันสองวันนี้ไม่มีสายเข้าจากเบอร์โทรศัพท์เดิมที่คุ้นเคยอีกแล้ว แต่จะโทษอี้ชิงได้อย่างไร ในเมื่อเขาเองเป็นฝ่ายที่เลือกจะปฏิเสธการติดต่อไปเอง


            เขาเพียงต้องการเวลาคิดและทบทวนจิตใจ แต่ยิ่งนับวันก็ดูเหมือนความกลัวจะเกาะกุมจิตใจมากขึ้นไปอีก คำพูดของชานยอลเมื่อวันก่อนยังคงรบกวนจิตใจ เขาหนีหน้าอี้ชิงมาหลายวันแล้วและไม่พยายามที่จะคุยอะไร บางทีอาจจะถึงเวลาที่ต้องกลับไปปรับความเข้าใจกันใหม่ ถ้าเขาไม่อยากเสียอี้ชิงไปจริงๆ


            “อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะถึงรอบแสดงแล้ว คุณว่าผมจะทำได้ดีไหม?” น้ำเสียงของคยองซูติดจะประหม่า จงอินหันไปมองแล้วก็เห็นว่าคนตัวเล็กมีสีหน้ากังวลใจ มือใหญ่ถูกส่งออกไปขยี้กลุ่มผมสีดำสนิทนั้นอย่างรักใคร่เอ็นดู


            “แน่นอนอยู่แล้ว นายก็แค่ต้องมั่นใจ”


            “นั่นแหละเป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างขาดครับ”


            จงอินหัวเราะออกมา “ไม่มีอะไรแย่หรอกน่า นายทำได้ดีมากๆ เลยรู้ไหม?


            “ถึงวันนั้นคุณต้องให้กำลังใจผมด้วยนะครับ”


            “แน่นอน ฉันจะนั่งดูเธออยู่ในแถวที่ดีที่สุดเลยล่ะ”


            “คุณสูบบุหรี่ด้วยเหรอครับ” คยองซูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจเมื่อเห็นจงอินหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้แล้วเริ่มจุดไฟ


            “เลิกไปหลายปีแล้วน่ะ”


            “แล้วทำไม…?” จงอินไม่ตอบคำถามอะไร เขาเพียงแค่หันมายิ้มบางให้คยองซูแล้วก้าวเดินต่อไป


            “คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ เล่าให้ผมฟังได้นะ” เสียงของคยองซูร้อนใจจนสังเกตได้ ร่างบางซอยเท้าเร็วขึ้นพยายามที่จะก้าวขึ้นมาให้อยู่ในระนาบเดียวกับจงอินให้ทัน “ช่วงนี้คุณดูแปลกไป”


            “ยังไง?


            “คุณไม่ไปที่โรงละครเลย แม้กระทั่งวันที่มีซ้อมเต้นคุณก็ไม่ไป”


            “คนอื่นก็อยู่นี่ ฉันจะโดดบ้างไม่ได้หรือไง”


            “ คนอื่นที่พูดถึงนี่คือพี่อี้ชิงเหรอครับ” จงอินชะงักฝีเท้าของตัวเองนิดหนึ่ง แต่สุดท้ายก็เดินต่อไปยิ่งย้ำถึงความผิดปกติให้คยองซูรู้สึกร้อนใจหนักขึ้นไปอีก “พวกคุณดูแปลกไป”


            “


            “มีอะไรหรือเปล่าครับ?


จงอินเงียบไป ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้แม่น้ำมากขึ้นอีก


“ถ้าละลาบละล้วงเกินไปผมขอโทษด้วยนะครับ” จงอินหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจเมื่อได้ยินอย่างนั้นก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่พื้นสนามหญ้าแล้วหันออกไปทางแม่น้ำกว้างใหญ่


“ไม่หรอก ฉันตั้งใจจะเล่าให้ฟังอยู่แล้ว”



“นั่งสิ”


คยองซูขมวดคิ้วมองอย่างไม่ค่อยสบายใจ ร่างเล็กหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ แล้วมองควันบุหรี่เป็นสายที่จงอินพ่นออกมาด้วยความรู้สึกไม่ชอบเท่าไหร่


“ถ้าฉันบอกว่า ฉันกับอี้ชิงอาจจะเลิกกัน นายจะว่ายังไง?” ประโยคลอยๆ นั้นทำเอาคนฟังตาโตด้วยความตกใจ


“เป็นไปไม่ได้!


“ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนใช่ไหม?


จงอินหันมายิ้มบางให้คยองซูพร้อมกับแววตาที่ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกใจหาย


“แต่พวกคุณรักกันออกจะตาย”


“ฉันไม่ค่อยแน่ใจเรื่องนั้นหรอกคยองซู”


“ทำไมครับ มันเกิดอะไรขึ้น” อยู่ๆ ภาพของอี้ชิงกับเซฮุนก็วาบขึ้นในความทรงจำทำให้คยองซูชะงักไป หรือจะเป็นเพราะเหตุผลนั้น


จงอินสูดควันบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วปล่อยมันออกมาพร้อมกับถอนหายใจ


“สำหรับอี้ชิงมันอาจจะไม่ใช่ความรักอีกต่อไปแล้วก็ได้”


“ทำไมถึงคิดอย่างนั้นครับ พี่อี้ชิงไม่


“วันที่เจอกันครั้งสุดท้าย ฉันถามเขาว่ามันไม่เหมือนเดิมแล้วใช่ไหม? เขาไม่พูดอะไรนอกจากคำว่าขอโทษ”


จงอินทอดสายตามองผืนน้ำที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับสีหน้าของอี้ชิงในคืนนั้นที่วนกลับมา เขาพยายามยิ้มเพื่อให้คยองซูรู้สึกว่าตัวเขาไม่น่าเป็นห่วงจนเกินไป แต่เขาไม่อาจปิดกั้นความอ่อนไหวผ่านแววตาคู่นั้นได้ และจงอินไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ายิ่งพยายามแสดงความเข้มแข็งออกมามากเท่าไหร่ คนที่มองดูอยู่แล้วเห็นว่าความจริงมันไม่ใช่กลับเจ็บปวดยิ่งกว่า


“คุณจงอิน” คยองซูไม่รู้เลยว่าเขาจะทำอะไรได้ดีไปกว่าการปลอบใจด้วยคำพูดโง่ๆ เหมือนกับที่ผ่านมา และเขารู้ดีว่ามันไม่ได้ช่วยเยียวยาอะไรจงอินได้เลย


“ขอโทษนะ นายเลยต้องมารับรู้เรื่องบ้าๆ พวกนี้กับฉันด้วย แต่ฉันก็แค่ไม่รู้ว่าจะหันไปหาใครเท่านั้นเอง” จงอินถอนหายใจออกมาก่อนจะหันมาฝืนยิ้มให้คยองซูโดยที่ไม่มองหน้า


เขาขยี้บุหรี่ลงกับพื้นหญ้าก่อนจะกะเทาะมวนใหม่ออกมาคาบไว้แล้วหยิบไฟแช็คขึ้นมาเตรียมจุดไฟ หากแต่มือน้อยข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาแล้วคว้าไฟแช็คในมือของเขาเอาไว้ จงอินเงยหน้าขึ้นสบตากับคยองซูแล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นที่มองมายังเขาราวกับอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกของเขาเองที่สะท้อนออกมา


มือเล็กอีกข้างคว้าบุหรี่ออกจากปากของร่างสูงใหญ่ ก่อนจะวางมันทิ้งไป จงอินไม่สามารถอธิบายความคิดของคยองซูผ่านแววตาคู่นั้นได้ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกดีจนอยากจะร้องไห้ออกมาเพียงเพราะรู้สึกว่ามีใครบางคนที่เข้าใจ


“พอเถอะครับ มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น”



“ผมอยู่ตรงนี้เสมอถ้าคุณหันมา และผมจะอยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะโอเค”


จงอินยิ้มบางให้กับคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า ขอบตาร้อนขึ้นมาแต่ไม่มีน้ำตาให้ไหล มือหนาค่อยๆ เกาะกุมมือเล็กที่อยู่บนพื้นหญ้าเอาไว้ ก่อนจะสอดประสานเรียวนิ้วทั้งห้าลงไปแล้วบีบมันก่อนจะรับรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายที่บีบตอบกลับมาราวกับให้กำลังใจ


สบายใจทุกครั้งที่มีคยองซูอยู่ใกล้ๆ ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ดีว่าความรู้สึกของเขายังคงห่างไกลกับความรู้สึกดีแบบชู้สาวมากแค่ไหน คยองซูทำให้เขาสบายใจแต่ไม่ใช่คนที่เขารัก ความเอ็นดูมีให้ในฐานะน้องชายที่หากเป็นสายเลือดเดียวกันได้เขาก็คงจะดีใจ


ฉันโอเค แต่ช่วยอยู่ตรงนี้ต่ออีกสักหน่อยจะได้ไหม?


ไม่มีคำตอบใดนอกจากแรงบีบที่ส่งผ่านจากมือเล็กไปสู่มือใหญ่ เขารู้ว่าจงอินต้องการกำลังใจ และรู้ดีว่าตอนนี้คนตรงหน้าอ่อนแอแค่ไหน ถึงแม้จะไม่สามารถทำให้จงอินกลับมายิ้มได้ราวปาฏิหาริย์เหมือนกับใคร แต่เขาก็ดีใจที่จงอินยังเลือกเขาเป็นที่พักพิงใจในวันที่ต้องการใครสักคน และต่อให้ต้องพยายามฝืนความรู้สึกของตัวเองแค่ไหนคยองซูก็บอกตัวเองเอาไว้ว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยให้จงอินล้มลงไปเพียงลำพัง





















- TBC -


หลายครั้งที่เราไม่กล้าตั้งคำถาม เพียงเพราะว่ากลัวคำตอบ

.....

ตอนนี้สั้นหน่อยนะคะ จะชดเชยให้ด้วยการ

อัพตอนต่อไปภายในวันสองวันนี้ค่ะ :)



#CrossroadHL






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #349 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 08:29
    คยองน้อยสงสารจับใจ
    #349
    0
  2. #316 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:20
    ตอนนี้มีแค่จงอินคนเดียวที่ยังไม่รู้เรื่องสินะ แง้ จะปลอบจงอินยังไงดี
    #316
    0
  3. #284 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 13:18
    จิงอินแค่เอ็นดูคยองแบบน้องชาย จงอินนี่ดีจริงๆ รักแค่อี้ชิงคนเดียว น่าสงสารอะ
    อยากให้เขาเคลียร์กันให้รู้เรื่องไปเลย
    #284
    0
  4. #252 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 10:33
    เศร้าจังจงอินนาาา
    #252
    0
  5. #160 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 19:12
    คุยกันเถอะจะได้เข้าใจกันหรือถ้าจะเลิกกันมันจะได้เคลียเลย
    #160
    0
  6. #159 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 03:38
    สงสารจงอินจับใจ แต่ก็นะ เซฮุนเองก็น่าสฃสารมานานแล้วเหมือนกัน รีบๆกลับไปคุยกับอี้นะจงอินนะ
    #159
    0
  7. #158 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 01:15
    สงสารจงอินจังต้องคุยให้รู้เรื่องนะอย่าหนีปัญหาแบบนี้เลยนะ
    #158
    0