[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 2 : ♡ Chapter 01 : I never forget

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    6 ก.พ. 58

  CR.SQW





01

I never forget







 

อยากจิลงเพลงธีม 2 เพลง หน้าเพจเป็นเพลงของเซฮุน
เพลงนี้เป็นเพลงของอี้ชิง ลงไม่ได้ เลยมาลงอันนี้แทนแล้วกัน
..TT..
กดฟังระหว่างอ่านเพิ่มอรรถรสนะตะเองงง

 

Tee Shirt - Birdy








 






 

            “เฮ้ เซฮุน”

 

            เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ร่างสูงของโอเซฮุนละสายตาจากผืนน้ำสีดำเบื้องหน้าแล้วหันไปมอง ก่อนที่จะส่งยิ้มให้ผู้ชายร่างผอมโปร่งบางที่กำลังเดินเข้ามา

 

            “ลู่หาน”

 

            “กะแล้วว่ามึงต้องอยู่ที่นี่”

 

            “อย่างกูจะมีสักกี่ที่ให้ไปวะ”

 

            “เอาบุหรี่มาตัวดิ” เซฮุนล้วงกระเป๋าแล้วหยิบบุหรี่ให้เพื่อนสนิท ระหว่างรอเพื่อนจุดบุหรี่ให้ติดเจ้าตัวก็ยืนมองดูเขาด้วยรอยยิ้มนิดๆ

 

เซฮุนรู้จักลู่หานตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย ด้วยความที่มีนิสัยสบายๆ และชอบอะไรคล้ายๆ กันทำให้พวกเขาสนิทกันง่าย รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านมานานจนเริ่มจะแก่กันเข้าไปทุกที แต่เขาก็ยังคงมีลู่หานอยู่ข้างๆ เสมอไม่ว่าเมื่อไหร่ เป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากที่ทำให้คำว่าเพื่อนสำหรับโอเซฮุนมีความหมาย

 

            “หนาวจะตายห่ามายืนริมแม่น้ำ มึงนี่แม่ง”

 

            เซฮุนไม่ตอบ เขาได้แต่อมยิ้มแล้วทอดมองออกไปที่ผืนน้ำดำสนิทอีกหน

 

            “แล้วยังไงปีนี้? ได้เรื่องไหม?

 

            “” แค่เห็นสีหน้าของเพื่อนลู่หานก็พอจะเดาได้ เจ้าตัวอัดควันบุหรี่เข้าปอดก่อนจะถอนหายใจลึกๆ ผ่านซี่ฟันด้านหน้า

 

            “เหลวไม่เป็นท่าอีกตามเคย”

 

            “

 

            “ไร้สาระว่ะกูว่า มึงยังจะรอทำไมวะ ไม่มีใครเขาเอาจริงเอาจังมาสัญญากับเด็กม.ปลายปีสามหรอก”

 

            “กูสอบติดมหาลัยแล้ว”

 

            “เออ นั่นแหละ แต่มึงกับเขารู้จักกันกี่วันเองวะ นิยายมากถ้ามึงหวังจะให้เขากลับมาหา”

 

            “มึงมันพวกไม่มีความรักไงไอ้เจ๊ก” ลู่หานเบิกตาแล้วผลักอกเซฮุนเบาๆ ด้วยท่าทางหาเรื่อง

 

            “อ้าว พูดดีๆ ก็ได้ครับเพื่อนไม่ต้องมาลากถึงบรรพบุรุษกู ใครบอกมึงว่ากูไม่มีความรัก มึงถอนคำพูดเลยถอนคำพูด กูแค่ไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิตบ้าบอของมึงนี่ต่างหาก”

 

            “ต้องอย่างความรักมึงที่คอยเลี้ยงต้อยเขามาตั้งแต่อนุบาลสามจนถึงตอนนี้ขาอ่อนก็ยังไม่ได้จับป่ะวะ”

 

            “อ๊ะ ไอ้นี่” ลู่หานเหนี่ยวหลังมือขึ้นทำท่าจะตี ก่อนจะชี้หน้าคาดโทษเพื่อนสนิทที่หัวเราะเยาะใส่เขา “กูทะนุถนอมของกูเว้ย เนี่ยแหละเขาถึงจะเรียกว่ารักแท้”

 

            “ครับๆ เอาให้มึงกล้าบอกน้องเขาก่อนนะว่ารักค่อยมาพูดกันอีกที”

 

            “สมัยนี้เขาไม่บอกรักกันแล้ว อินดี้โว้ยอินดี้” เซฮุนหัวเราะออกมากับความคิดของเพื่อนสนิท ปากดีตลอดแต่พอเอาเข้าจริงกลับไม่กล้าทำอะไรสักนิด ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมาอยู่เกือบนาที

 

            “มึงคิดว่ามึงจะทำแบบนี้ไปอีกสักกี่ปีวะเซฮุน”

 

            “

 

            ไม่มีคำตอบ ไม่ใช่ว่าเซฮุนไม่เคยถามตัวเองกับคำถามนี้ แต่พอถึงวันที่ 31 ของทุกปี อะไรบางอย่างก็ยังคงพาเขากลับมาที่นี่ จนกระทั่งถึงตอนนี้เซฮุนก็ไม่รู้แล้วว่าคำตอบของตัวเองคืออะไร

 

            ลู่หานส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ พลางโยนบุหรี่ที่ดูดไปได้เพียงครึ่งมวนลงบนพื้นที่เริ่มแฉะเพราะหิมะที่ตกหนาขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ตัวเขาจะพลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู

 

            “ได้เวลาแล้ว ไปกันเถอะเดี๋ยวจะสาย”

 

            “อืม”

 

ลู่หานปัดผมสีน้ำตาลอ่อนของตัวเองที่มีหิมะอยู่ประปรายก่อนจะใส่ฮู้ดทับลงไป เซฮุนขยี้บุหรี่ด้วยรองเท้าหนังสีน้ำตาล ไม่วายเหลือบมองแม่น้ำสีดำที่ไหลตัดผ่านกลางเมืองใหญ่พร้อมกับถอนหายใจ

 


 

จะมีสักครั้งที่พี่คิดถึงเรื่องพวกนั้นเหมือนที่ผมคิดถึงไหม?

 


 

เก็บคำถามที่มีไว้ในใจ เซฮุนก้าวเดินตามลู่หานที่ทิ้งช่วงไปและหันหลังให้กับผืนน้ำสีดำที่ไหลผ่านกลางเมืองใหญ่ คืนสิ้นปีผ่านพ้นไปพร้อมกับคำสัญญาที่ถูกทิ้งไว้

 

ราวกับไม่มีใครจดจำ

 







 

            สนามบินอินชอนเช้ามืดวันปีใหม่ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะไม่ค่อยมีผู้โดยสารเดินทางในคืนสำคัญ และเซฮุนกับลู่หานเป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่มายืนรอรับผู้โดยสารที่จะบินมาลงไม่กี่เที่ยวบินในเช้าวันนี้ หนึ่งในนั้นคือไฟลท์ที่มาจากอเมริกา ที่บอร์ดหน้าเกตลงเวลาว่าเครื่องจะลงจอดเวลา 03.15 .

 

            “กี่โมงแล้ววะ?” ลู่หานถามเซฮุนที่ยืนพิงเสาแสตนเลสอยู่ใกล้ๆ

 

            “03.15 .

 

            “เครื่องยังไม่แลนด์อีกเหรอวะ?” ลู่หานยังคงถามต่อไปแต่สายตาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่เกตผู้โดยสารขาเข้า

 

            “ยัง แล้วนี่มึงมองหาใคร?

 

            “หา? เปล่า” เซฮุนหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นเมื่อไฟลท์ที่ทั้งคู่รอคอยแสดงผลบนหน้าจอว่าเครื่องแลนด์ดิ้งเรียบร้อยแล้ว

 

            ใช้เวลารออยู่สักพัก คนที่สองหนุ่มรอคอยก็ปรากฎตัว หญิงสาวตัวเล็กผมสั้นสีทองประกายท่าทางกระฉับกระเฉงกวาดสายตาไปรอบๆ เมื่อสบตากับคนที่เธอมองหารอยยิ้มกว้างก็ปรากฎบนใบหน้า

 

            “เซฮุนน่า!!” ร่างสูงผายมือออกรับหญิงสาวที่โผตัวเข้ามาในอ้อมกอดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

 

            “อะแฮ่มๆ! ฉันก็อยู่ตรงนี้เหมือนกันนะซุนกยู” ลู่หานกระแอม อีซุนกยูผละจากอ้อมกอดของเซฮุนและหันไปหาลู่หาน

 

            “ไง ลู่หาน นายนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ”

 

            “หล่อเหมือนเดิมใช่ไหม?

 

            “ความเตี้ยของนาย ไม่เปลี่ยนเลย”

 

            “จ้ะ! แม่คนสูง สูงมากกกกกก” ซุนกยูหัวเราะเสียงใส ก่อนจะอ้าแขนออกกว้างแล้วลู่หานก็เข้ามากอดเธอไว้

 

            “ฉันคิดถึงพวกนายมากเลยจริงๆ”

 

            “เราก็คิดถึงเธอเหมือนกัน” ลู่หานลูบหลังหญิงสาวเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกจากกัน ซุนกยูหันกลับไปหาเซฮุนที่ยืนมองเธอด้วยรอยยิ้ม ร่างสูงวางมือหนาลงบนหัวสีทองประกายแล้วยีมันเบาๆ

 

            “ตัดผมเหรอ?

 

            “อืม เหมาะไหม?

 

            “ก็ดี แต่ฉันชอบเธอผมยาวมากกว่า” ซุนกยูเบะหน้า

 

            “นายนี่ต้องคิดต่างฉันตลอดเลยสินะ” เซฮุนหัวเราะออกมาก่อนที่เขาจะโอบบ่าหญิงสาวเอาไว้หลวมๆ

 

            “หิวไหม? ทานอะไรมาหรือยัง?

 

            “ให้ตอบจริงๆ คือหิวมาก แต่เวลานี้ยังมีอะไรให้กินอยู่เหรอ?

 

            “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พวกเราจัดการไว้แล้ว” ลู่หานพูดขึ้นบ้างขณะที่ตัวเองเริ่มออกแรงดันรถเข็นของซุนกยูให้ขยับไปข้างหน้า

 

            แต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินกันไปไกลเท่าไหร่ ทั้งกลุ่มก็ต้องชะงักฝีเท้าเอาไว้เมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามา


 

            “พี่ซุนกยู”

 

            “มิยอง!” สองสาวโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง ซุนกยูลูบผมนุ่มสลวยสีน้ำตาลอ่อนยาวด้วยความรักใคร่

 

            “นึกว่าจะมาไม่ทันเสียแล้ว” หญิงสาวหน้าตาน่ารัก ผมยาวดัดเป็นลอนคลายทำท่ากุมซี่โครงตัวเองไว้แล้วหอบตัวโยนเพราะเพิ่งวิ่งมาในระยะทางไกล

 

            “มัวไปทำอะไรอยู่ล่ะ ถึงมาสาย” เสียงลู่หานถามขึ้นลอยๆ แล้วมิยองก็หันมาเบะปากใส่ ก่อนจะหันกลับไปคุยกับซุนกยูต่อ

 

            “ฉันตื่นสายน่ะ วันนี้มีถ่ายแบบตั้งสามงาน พอถึงบ้านก็หลับเป็นตาย ขอโทษน้า” มิยองทำท่าอ้อนซุนกยูเหมือนเด็กน้อยจนคนเป็นพี่หัวเราะออกมาได้

 

            “ไม่เป็นไรหรอกน่า มาก็ดีแล้ว พี่คิดถึงเธอจัง”

 

            “ฉันก็คิดถึงพี่เหมือนกันเลย”

 

            “นี่ เดี๋ยวพวกเราจะไปกินข้าวกัน มิยองไปด้วยกันไหม?

 

            “ไปสิ แน่นอนว่าต้องไป!

 

            “โธ่เอ้ย ยัยอ้วน! กินตอนนี้ระวังตัวบวมเป็นหมูหรอก” ลู่หานที่เดินมาอยู่ข้างๆ เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ดีดหน้าผากมนจนมิยองต้องหยีตาตัวเอง

 

            “ลู่เกอ! อ้วนตรงไหน? เค้าอ้วนตรงไหน? หา!!” มิยองโวยวายอย่างรำคาญใจ ผิดกับลู่หานที่หัวเราะออกมาเพียงแค่ได้แกล้งนิดหน่อย และยังคงหัวเราะอยู่อย่างนั้นถึงแม้มือบางจะฟาดลงมาซ้ำๆ

 

            “คู่นี้ก็ยังทะเลาะกันอยู่ได้ไม่เปลี่ยนเลย” ซุนกยูพึมพำออกมากับเซฮุนที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางมองภาพที่ลู่หานกับมิยองตีกันแล้วอมยิ้ม

 

            “ไม่มีอะไรเปลี่ยนหรอก ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย”

 

            “นายเองก็เหมือนกันใช่ไหม?

 

            “

 

            เซฮุนไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ยิ้มบางๆ กลับไปให้พลางโอบไหล่ร่างบางอีกครั้งแล้วพาเดินนำออกไป ตามมาด้วยลู่หานที่เข็นรถเสื้อผ้าให้แต่ก็ยังคงเดินเถียงกับฮวังมิยองไปตลอดทาง

 

 


 

            ณ อีกมุมหนึ่งของสนามบิน มีเครื่องบินจากนิวยอร์คลงแลนด์ดิ้งในเวลาไล่เลี่ยกัน กระเป๋าสัมภาระถูกเข็นออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าพร้อมกับร่างของผู้ชายสองคนที่เดินออกมาเคียงข้างกัน

 

            อี้ชิงในชุดเสื้อกันหนาวมีฮู้ดสีน้ำตาลเดินออกมาพลางเช็คเอกสารในมือของตัวเองเพื่อเก็บใส่กระเป๋าสะพายข้าง ที่เดินข้างๆ คือคิมจงอินแฟนหนุ่มในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวตัวยาว

 

            “ถึงบ้านแล้ว” จงอินเปรยขึ้นเมื่อตัวเองเดินพ้นจากประตูผู้โดยสาร อี้ชิงหันมองหน้าแฟนหนุ่มของตัวเองขำๆ

 

            “เพิ่งจะลงเครื่องเท่านั้นน่าจงอิน”

 

            “อยู่โซลก็เหมือนอยู่บ้านแล้วสำหรับฉัน”


 

            “นี่ยังไม่ทันจะได้ย้ายไปนิวยอร์คนายก็โฮมซิกเสียแล้ว อีกหน่อยจะทำยังไงหา?

 

            “ถ้ามีนายฉันก็คิดถึงบ้านน้อยลงล่ะน่า” อี้ชิงหัวเราะออกมาก่อนจะก้าวขาเดินเคียงข้างไปพร้อมกัน

 

            พวกเขาเพิ่งกลับมาจากการทำงานที่หนักหนาในนิวยอร์ค ที่มาพร้อมกับข้อเสนอที่ยิ่งกว่าความฝัน งานที่ทั้งคู่ไปออกแบบท่าเต้นให้นั้นพาให้พวกเขาได้รู้จักกับผู้จัดการโรงละครแห่งหนึ่งที่บรอดเวย์ เขาติดใจในความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของทั้งคู่เลยอยากให้ทั้งคู่ไปอยู่ร่วมงานด้วยกัน

 

            อี้ชิงไม่เคยคิดฝันว่าโอกาสที่เขาเคยคิดถอดใจไปแล้วหลายครั้งจะกลับมาหาเขาในวันนี้ การได้ข้อเสนอให้ไปประจำในโรงละครที่บรอดเวย์เป็นอะไรที่เขาไม่คิดว่าจะได้ทำอีก หลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้นที่ทำให้เขาไม่สามารถขยับขาเต้นได้ตามที่ใจฝัน จนต้องจบความฝันการเป็นนักเต้นของตัวเองลงแล้วผันตัวมาทำงานด้าน Choreograph

 

            ถึงการเป็นนักออกแบบท่าเต้นจะไม่ใช่หนทางอาชีพในแบบที่ตัวเองคิดนัก แต่มันก็ยังช่วยเติมเต็มความฝันทำให้เขามีพลังที่จะทำในสิ่งที่เขาอยากทำต่อไป และการที่มีจงอินมาเป็นเพื่อนคู่คิดคอยอยู่เคียงข้างและช่วยกันแชร์ความฝันก็ทำให้อะไรมันง่ายขึ้น

 

            เพียงแต่บางครั้งในมุมที่เขาที่เขาไม่เคยปริปากพูดมัน ความรู้สึกว่างเปล่ายังคงร้องเรียกเขาอยู่ในซอกหลืบของความทรงจำที่ไม่เคยถูกเติมให้เต็ม

 

            มีบางคืนที่เขายังคงฝันถึงสัมผัสอบอุ่นที่ไม่อาจลืมมัน ฝันดีของฤดูหนาวที่อุ่นจนไม่อยากลืมตา แต่พอถึงจุดหนึ่งก็สะดุ้งตื่นแล้วพบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่ในโลกความจริงที่ปวดปร่าและไม่อาจเรียกหวนอดีตให้กลับคืนมาได้อีก

 

            เขาเองที่เลือกเดินผ่านมันมา และฝังหัวใจไว้กับความเหน็บหนาวในช่วงปลายเดือนธันวาของเมื่อหกปีแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะคร่ำครวญหรือแม้แต่โหยหาไออุ่นจากมัน

 

            หรือเพียงแค่คิดถึงใครคนนั้น

 

            อี้ชิงเหลือบสายตามองแฟนหนุ่มที่เดินเคียงข้าง ทุกครั้งที่เผลอไผลหวนคิดถึงอดีตอันแสนหวาน เขาต้องพาตัวเองกลับมาสู่ความจริงทุกครั้ง หลังกลับจากปารีสเมื่อหกปีที่แล้วอี้ชิงใช้เวลาทั้งหมดหนึ่งปีเต็มไปกับการทำทีสิสให้จบเพื่อสานความฝัน เขาสำเร็จปริญญาสาขาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาการออกแบบท่าเต้นได้ในที่สุดอย่างสวยงาม และในช่วงเวลาระหว่างที่คว้างและไร้ความมั่นใจว่าตัวเองจะเดินต่อไปในเส้นทางสายนี้ต่อดีหรือเปล่า จงอินก็เดินเข้ามาในเวลานั้น


 

            พวกเขารู้จักกันในการออดิชั่นละครเพลงเรื่องหนึ่ง ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกันก่อนที่ต่างคนต่างเข้าไปแสดงความสามารถให้คณะกรรมการดู อี้ชิงไม่ผ่านแม้แต่รอบคัดเลือกเพราะถึงช่วงที่ต้องหมุนตัวเขากลับทำไม่ได้เพราะช่วงขาที่แข็งแรงไม่พอ แต่จงอินกลับสามารถทำมันได้อย่างสวยงาม

 

            ความสัมพันธ์ของพวกเขาควรหยุดที่ตรงนั้น หากพวกเขาไม่ได้บังเอิญเจอกันอีกครั้งเมื่อรุ่นพี่ที่รู้จักชวนให้อี้ชิงมาเป็นผู้ช่วยซ้อมเต้นให้กับนักแสดงกลุ่มเล็กๆ ในการแสดงช่วงสั้นๆ ของโรงเรียนสอนเต้นแห่งหนึ่ง และที่นั่นเขาก็ได้เจอจงอิน

 

            เพราะเคยเจอกัน คุยกันถูกคอแถมยังรสนิยมคล้ายๆ กัน ทำให้พวกเขาสนิทกันได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ จงอินมีความฝันเช่นเดียวกับเขา อยากเต้น อยากทำละคร อยากออกแบบท่าเต้นให้กับศิลปินมากมาย และอยากทำงานที่บรอดเวย์เหมือนกัน พวกเขาคุยกันเป็นวรรคเป็นเวร แลกเปลี่ยนทัศนคติและชีวิตระหว่างกัน

 

            จงอินเป็นคนพาเขาไปรู้จักกับทีมงานของสถาบันสอนการแสดงแห่งหนึ่งและช่วยฝากให้เขาเป็นครูผู้ช่วยออกแบบท่าเต้นให้กับโรงเรียนนั้น จุดเริ่มต้นเล็กๆ ทำให้ความฝันของเขากลับมา พวกเขาใช้เวลาคุยกันเกือบปีจนกระทั่งตัดสินใจคบกันในช่วงปลายฤดูฝนของเมื่อราวๆ 4 ปีที่ผ่านมา

 

            จงอินอยู่กับเขาในวันที่ดีที่สุดและในวันที่แย่ที่สุด แม่เริ่มป่วยด้วยโรคมะเร็งและจากไปในปีถัดมา หลังผ่านช่วงเวลาที่หนักหนาของการทำใจ พวกเขาก็ตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่คอนโดแห่งหนึ่งและเริ่มใช้ชีวิตคู่ด้วยกันตั้งแต่นั้นมา

 

            จงอินเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา และเพราะเหตุนั้นเขาบอกตัวเองเสมอว่าจะไม่ทำให้จงอินต้องเสียใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงมีบางอย่างที่เก็บไว้

 

            “กลับบ้านเลยไหม?” ร่างสูงถามระหว่างที่ดันกระเป๋าของตัวเองมาเรียกแท็กซี่ด้านหน้าที่จอดรอไว้

 

            “ยัง นายกลับก่อนเลย ฉันฝากกระเป๋าไปด้วยได้ไหม?

 

            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” จงอินยิ้มแล้วลูบผมนุ่มของอี้ชิงอย่างรักใคร่ เหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างแล่นขึ้นมาจุกที่คอเมื่ออี้ชิงนึกขึ้นมาว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร

 

            สิ่งหนึ่งที่จงอินรักษาเอาไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย คือการเป็นคนไม่ซักไซ้ จงอินไม่เคยถามว่าในทุกเช้าของวันปีใหม่ทำไมอี้ชิงจะต้องไปที่นั่นซ้ำไปซ้ำมาทุกปี ตลอดเวลา 5 ปีที่คบกันมาจงอินถามคำถามเกี่ยวกับชีวิตก่อนหน้าที่เราเจอกันน้อยมาก และอี้ชิงไม่แน่ใจว่านั่นเป็นข้อดีหรือเปล่า เพราะทุกครั้งที่ทำแบบนี้เขามักจะรู้สึกผิดต่อจงอินทุกที แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังห้ามตัวเองไม่ให้กลับไปที่นั่นทุกปีไม่ได้

 



 





 

            สายลมหวีดหวิวพัดพาความหนาวจนบาดผิวมาให้ ลำพังแค่หิมะที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสายก็ทำให้อากาศทั่วไปเย็นจนสั่น แต่ลมที่พัดมาจากแม่น้ำกลับเพิ่มความเย็นยะเยือกมากกว่านั้น แต่ถึงแม้จะหนาวร่างบางก็ยังคงหยัดยืนอยู่บนกองหิมะสีขาวราวกับไม่รับรู้ถึงอุณหภูมิรอบกาย


 

            ลมหายใจที่เป่าออกมาเป็นไออาจจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่บ่งบอกได้ว่าร่างกายยังคงมีปฏิกิริยากับอากาศรอบข้าง อี้ชิงทอดสายตามองแผ่นน้ำเบื้องหน้าที่ยังคงเป็นสีดำสนิท วิวทิวทัศน์จากตรงนี้มองไปที่อีกฟากฝั่งเป็นตึกสูงมากมายที่เรียงรายแทงยอดขึ้นสู่ท้องฟ้า สีส้มอ่อนจางทาทาบขึ้นมาเมื่อถึงเวลาที่ฟ้าใกล้จะสางรับแสงตะวัน

 

            ถึงอย่างนั้นตรงนี้ก็ยังคงมืดอยู่

 

            หลายปีแล้วที่อี้ชิงมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่ ที่ริมแม่น้ำฮัน เขาไม่อยากจะนับว่าเวลาผ่านไปนานสักกี่ปีที่เขาทำอย่างนั้น รู้เพียงแต่มันกลายเป็นกิจวัตรที่เขาต้องทำมันในทุกปี ดวงอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นมาสู่สายตา เป็นสัญญาณเริ่มต้นของปีใหม่ และเป็นสิ่งย้ำเตือนใจให้คิดถึงใครบางคนในอดีตที่ผ่านมา

 

            ย้ำเตือนว่าเขาทำผิดสัญญาแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะลืม

 

            มือข้างหนึ่งที่ล้วงอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทสีน้ำตาลดึงอะไรบางอย่างออกมา แผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งพร้อมรูปถ่ายคุ้นตาที่อี้ชิงเก็บมันเอาไว้ติดตัวเสมอตลอดเวลาไม่ว่าจะไปที่ไหน มันเป็นรูปถ่ายขาว-ดำของตัวเขาเอง ที่กำลังหันหน้าด้านข้าง มองแม่น้ำแซนที่ไหลผ่านนครปารีส ที่ที่ความทรงจำอันแสนงดงามเกิดขึ้นที่นั่นและเขาก็เลือกที่จะจบมันลงที่นั่นเช่นกัน

 

            ดูผ่านๆ มันคงเป็นเพียงรูปถ่ายธรรมดา หากแต่เมื่อนึกถึงสายตาอบอุ่นของใครบางคนที่มองดูเขาผ่านเลนส์แล้วกดชัตเตอร์ถ่ายภาพนี้ออกมากลับทำให้หัวใจสั่น ลายมือตวัดสวยงามที่เซ็นอยู่ด้านหลังภาพว่า My eyes on you ยังคงเรียกน้ำตาให้ไหลซึมได้ที่ขอบตาทุกครั้งที่มองดูมัน แม้กระทั่งจดหมายที่บอกให้เขามารอที่แม่น้ำฮันในคืนวันปีใหม่นั้นทำให้อี้ชิงรู้สึกปวดหัวใจทุกครั้ง ที่รู้ว่าตัวเองเลือกจะเพิกเฉยต่อมันและทำลืมไป

 

            เขาทำผิดที่เลือกปฏิเสธหัวใจ แต่เขาก็ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก

 

            มันสายเกินไปที่จะดึงรั้งเวลากลับมา แล้วเขาก็ไม่มีคำแก้ตัวใด ความกลัวที่เกิดจากความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ที่ไม่รู้เรียกว่าความรักได้หรือเปล่าทำให้เขาไม่กล้าเดินหน้ากับมัน เชากลัวที่จะรักเด็กคนนั้น กลัวความเสียใจ กลัวว่าสิ่งที่ดีที่สุดจะกลายเป็นสิ่งที่แย่ที่สุด

 

            กลัวทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่ากลัวอะไร

 

            ไม่รู้เลยว่าสุดท้ายตัวเองจะต้องมานั่งจมกับความเสียใจและรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา ไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าโอ เซฮุนจะยังจำสัญญาที่เคยให้ไว้ได้ไหม เด็กนั่นจะยังมารอเขาทุกปีที่แม่น้ำฮันหรือเปล่า จะยังจำเรื่องราวของเราสองคนได้ไหม ระยะเวลา 6 ปีมันนานเกินไปที่จะคาดหวังให้อะไรกลับมา ชีวิตของทุกคนต้องก้าวเดินไปข้างหน้า และตัวเขาเองก็เดินผ่านมันมาไกลเกินไป

 

            อีกครั้งที่อี้ชิงเสียน้ำตาให้กับแสงอาทิตย์แรกของปีใหม่ แนบรูปใบเก่าไว้ตรงตำแหน่งเดียวกับหัวใจ ได้ยินเสียงแว่วของเด็กผู้ชายคนหนึ่งผ่านสายลมที่พัดมาจากที่ไกลแสนไกล

 

          “เราจะได้เจอกันผมเชื่ออย่างนั้น สักวันเราจะได้เจอกันอีก”

 



 

          นายจะรู้ไหม?... ฉันไม่เคยลืม

























- Talk -

 

มองย้อนกลับไป...
บางครั้งเราก็ปล่อยให้ใครบางคนเดินผ่านชีวิตเราไปอย่างไม่น่าให้อภัย


แล้วคุณล่ะ?
เคยทำใครหล่นหายไประหว่างทางบ้างหรือเปล่า

 


#เปิดคลับฟรายเดย์ เชิญติดแท็ก >>
#CrossroadHL


พี่อ้อยพี่ฉอดไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่มีวาโยรออยู่ค่ะ 555






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #331 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 00:43
    น้ำตาซึมเลย ชอบมากๆเลยบีบหัวใจจริงๆโอ้ยยย ฮรือ
    #331
    0
  2. #329 HoneyB9410 (@HoneyB9410) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 08:26
    อี้ชิงมีจงอินแต่เซฮุนไม่มีใคร สงสารคุณโอ T______T
    #329
    0
  3. #328 skyruri_me (@skyruri_me) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 20:27
    คลาดกันซะงั้น เสียดาย 555 ทำไมรู้สึกว่าคนที่น่าสงสารไม่ใช่ฮุนเลย์ แต่เป็นจงอิน เหมือนอี้ไม่เคยรักจงอินเลย แต่ที่คบกันแค่เพราะเข้าขากันได้ดี คุยกันีู้เรื่อง จงอินก็ต้องรู้บ้างแหละ
    #328
    0
  4. #297 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 20:27
    6ปีเลยนะ ที่เซฮุนกับอี้ชิงต้องจากกัน อี้ชิงกลัว ส่วนเซฮุนรอ แต่6ปีอะไรๆก็เปลี่ยนไป ต่างฝ่ายต่างมีคนของตัวเอง ใช่ไหม? ลุ้นมากว่าทั้ง2จะลงเอยยังไง ด้วยรัก (พึ้งไปอ่านSF มาฮื่อ
    #297
    0
  5. #267 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 23:28
    คือทั้งสองก็ยังคิดถึงกันอยู่ แต่มาคนละเวลา
    เซฮุนก็ยังมารอเช่นเดิม อี้ก็ยังมาตอนเช้าๆทุกปี
    แต่จงอินก็เป็นคนดี
    #267
    0
  6. #233 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 14:15
    โอยยยยย พี่วาโยคะะะะะ เจ็บปวดมากเลยค่ะะะะ ทำไมกัน ฮือ ดราม่าาาา T_________T สงสารน้องฮุนอ่า T__________T
    #233
    0
  7. #172 lonewufan88 (@exocharinrat12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 01:54
    อี้ชิงเลือกที่จะผิดสัญญาแต่จิตใจก็ยังผูกติดกับเรื่องนี้อยู่ดี ไม่มีความชัดเจน.. เซฮุนเองก็ยังคงรอทุกปีและรออยู่เสมอโดยที่ไม่รับรู้อะไรเลย..
    #172
    0
  8. #131 ชิงชิงคนมึน (@magiclenam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 05:06
    แค่เริามต้นก็หน่วงแล้วอ่ะ ทำไงดี ฮืออออ
    #131
    0
  9. #130 ชิงชิงคนมึน (@magiclenam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 05:06
    แค่เริามต้นก็หน่วงแล้วอ่ะ ทำไงดี ฮืออออ
    #130
    0
  10. #103 Beau-BeKL (@beaunutsara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 22:02
    อินจัด T___T ฮรื่อ ขอให้ได้เจอกันนะ สิ่งที่เซฮุนพูดน่ะ เราก็หวังอย่างนั้น TT
    #103
    0
  11. #100 meixing (@meifang_yixing) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 01:44
    ต้มมาม่าแล้วสินะ ไม่เอานะอย่างร้องไห้สิอี้ชิง อีกคนเขาก็ยังรอนายอยู่นะ ปาดน้ำตา.
    #100
    0
  12. #59 wilamango (@wilawila) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 00:14
    เศร้าจัง อี้ชิงคงมีเหตุผลเนอะเซฮุน
    #59
    0
  13. #49 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 06:21
    งืออออออจะมาเจอกันไงล่ะมีแฟนใหม่แล้วด้วย
    #49
    0
  14. #24 lukwasclt (@lukwa-js) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 07:55
    เจอกันเร็วๆเถอะ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง ต่างคนก็ต่างมีแฟนแล้ว
    #24
    0
  15. #21 miso (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 22:20
    มันเจ็บปวดไปแล้ว เศร้า. เมื่อไรจะได้อจอกันค่ะเนีย. แล้วจงอินจะเป็นหงนะถ้ารู้ว่าอี้รักเซฮุน

    #21
    0
  16. #15 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:45
    อ่านตอนนี้แล้วน้ำตาจะไหล ยังไม่มีใครลืมใคร TT
    #15
    0
  17. #13 rinrin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:55
    ฮืออออออ อี้คบกับจงอินนานมากๆอะ รักไม่รักก็ต้องผูกพันธ์กันมากแน่ๆ แล้วน้องฮุนจะมาแทรกได้อย่างไร T^T
    #13
    0
  18. #11 RaySek (@raysek) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:13
    ดราม่าจริงๆค่ะ แต่ชอบมากเลย
    แล้วอย่างงี้เซฮุนกับอี้ชิงจะรักกันได้ยังไง
    ถึงจะใจตรงกันก็เถอะ แต่ตอนนี้อี้ชิงมีจงอินแล้ว มันไม่ง่ายเลยนะ
    ถ้าอี้ชิงยังไม่มีใครมันก็คงง่าย เพราะเซฮุนก็ไม่มีใคร
    โฮยยยยย แค่คิดก็เศร้า
    จงอินไม่ได้ผิดอะไรแต่เราเชียร์เซฮุนอ่ะ
    อยากให้เซฮุนกับอี้ชิงได้เจอกันเร็วๆจัง

    ขอบคุณที่แต่งฟิคคู่นี้นะคะ หาอ่านยากมากกกกกก
    #11
    0
  19. #10 krisluzumlay (@krisluzumlay) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:34
    เรื่องนี้ดราม่ามาเต็มเลยค่ะ อี้ชิงยังไม่ลืมสัญญาแต่ก็มีแฟนคือจงอิน แล้วดูเหมือนจงอินจะรักอี้ชิงมาก หน่วงดีแท้

    แล้วก็นะ เซฮุนก็ยังคงรอ รอ รอ แล้วก็รอ 6 ปีผ่านไปก็ยังมาที่เดิม ที่ๆเคยนัดกันไว้ อี้ชิงก็มานะ แต่ก็คลาดกันหรือโชคชะตายังไม่พามาเจอกันก็ไม่รู้ แค่นี้ก็หน่วงแล้ว เวลาอ่านมันตื้อๆในอก จุกๆแทนทั้งสองฝ่าย คนที่ต้องเสียใจที่สุดคืออี้ชิง ไม่ใช่จงอินแน่นอน
    #10
    0
  20. #9 แบม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:20
    ฮึ้ยยยยยย ร้องไห้ได้ไหม แงงงงงงง ต่างคนต่างไม่ลืม
    #9
    0
  21. #8 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:49
    สงสารทั้งคู่เลยอะต่างคนต่างไม่ลืม แต่สงสารเซฮุนมากกว่าที่จมอยู่กับอดีต ส่วนอี้ชิงถึงแม้จะมีอดีตที่ไม่ลืมแต่ก็มีจงอินข้างๆ ฮืออออ เซฮุนยังมีหวังไหมม ถ้ารู้ว่าอี้มีแฟนแล้วคงเจ็บมากๆน่าดู ส่งเบอร์พี่อ้อยพี่ฉอดไปให้ฮุน
    #8
    0
  22. #7 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:49
    สงสารทั้งคู่เลยอะต่างคนต่างไม่ลืม แต่สงสารเซฮุนมากกว่าที่จมอยู่กับอดีต ส่วนอี้ชิงถึงแม้จะมีอดีตที่ไม่ลืมแต่ก็มีจงอินข้างๆ ฮืออออ เซฮุนยังมีหวังไหมม ถ้ารู้ว่าอี้มีแฟนแล้วคงเจ็บมากๆน่าดู ส่งเบอร์พี่อ้อยพี่ฉอดไปให้ฮุน
    #7
    0