[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 17 : ♡ Chapter 16 : A Night of Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 มิ.ย. 58

  CR.SQW






16
In a Night of Love

 



 

            บรรยากาศของมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา มหาวิทยาลัยหญิงอันดับหนึ่งของประเทศเกาหลีแม้ว่าจะเป็นช่วงปิดเทอมก็ยังคงมีผู้คนเดินกันอย่างคึกคัก ทั้งนักศึกษาและบรรดาคณาจารย์รวมไปถึงบุคคลทั่วไป อาจเพราะอาณาเขตของมหาวิทยาลัยที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟใต้ดินและย่านการค้าทำให้ถึงแม้ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยหญิงแต่ก็มียังมีบรรยากาศของผู้คนโดยเฉพาะบริเวณประตูด้านหน้ามหาวิทยาลัย

            มหาวิทยาลัยนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามของสถาปัตยกรรมสวยๆ ของอาคารที่สะดุดตามากกว่ามหาวิทยาลัยอื่นทั่วไป ในปีหนึ่งๆ มีนักศึกษาหญิงมากมายที่ต้องการจะสอบเข้ามาเรียนที่นี่ให้ได้เพื่อความมีหน้ามีตาและสามารถการันตีคุณภาพได้ว่าจบมาแล้วจะมีหน้าที่การงานที่ดี

            วันนี้อี้ชิงเข้าร่วมอภิปรายที่นี่ในหัวข้อแนวโน้มของการเติบโตในธุรกิจบันเทิงและศิลปะการแสดงในประเทศเกาหลีใต้และประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่จัดขึ้นโดยคณะศิลปะการแสดงของระดับปริญญาโท มีการเชิญวิทยากรในสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อนี้ และอี้ชิงเป็นหนึ่งในนั้น

            ถึงแม้จะอยู่ในช่วงปิดเทอมและตรงกับวันวาเลนไทน์พอดี ก็ยังมีคนให้ความสนใจเข้าร่วมการอภิปรายนี้ค่อนข้างมาก ทั้งนักศึกษาปริญญาโทในมหาวิทยาลัยเองก็ตาม รวมไปถึงบุคคลทั่วไปจากหลากสาขาอาชีพ

            หลังจากการอภิปรายที่ยาวนานร่วมสามชั่วโมงผ่านไป อี้ชิงไม่แปลกใจที่เมื่อเดินออกจากห้องมาแล้วจะพบร่างสูงของโอเซฮุนยืนรออยู่ เซฮุนอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยแจ๊คเก็ตยีนส์ขนาดพอดีตัว กางเกงยีนส์เข้ารูปและหมวกแก๊ปที่ขับให้ใบเรียวรีนั้นยิ่งดูดีมากขึ้นอีกเหมือนกับไอดอลดังๆ สักคนหนึ่ง เขาเห็นเซฮุนตั้งแต่อยู่ในห้องบรรยาย ถึงแม้เด็กคนนั้นจะนั่งอยู่แถวหลังสุดห่างไกลจากผู้คนส่วนใหญ่ แต่สายตาของอี้ชิงก็ยังคงมองเห็นได้

            เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร แต่เขาเชื่อว่าไม่ว่าเซฮุนจะยืนอยู่ที่ไหนหรืออยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย สายตาของเขาก็จะถูกดึงดูดไปให้เจอเซฮุนได้ทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขารู้ก่อนที่จะเดินออกมาด้วยซ้ำว่าเซฮุนกำลังรอ

            ย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน ขณะที่อี้ชิงกำลังรอที่จะเข้าร่วมการบรรยาย เขาได้รับข้อความจากเซฮุน ช่วงนี้พวกเขาคุยกันบ่อยขึ้นถึงแม้จะแค่ในข้อความเท่านั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการถามสารทุกข์สุกดิบกันทั่วไป ว่าวันนี้เป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน ทำอะไร สบายดีไหม ซึ่งช่วงแรกอี้ชิงรู้สึกกังวลกลัวว่ามันจะดูมากเกินไป แต่พอเวลาผ่านไปก็กลายเป็นการโต้ตอบกันไปมาจนเป็นเรื่องธรรมดา

วันนี้ในข้อความที่เซฮุนส่งมาหาเนื้อความถามว่าอี้ชิงอยู่ที่ไหน ร่างบางตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มโดยที่ไม่ได้คิดอะไรว่าเขามีเข้าร่วมการอภิปรายที่มหาวิทยาลัยอีฮวา ข้อความจากเซฮุนหายไปสักพักก่อนที่เด็กตัวสูงจะส่งกลับมา

 

            คุณได้รับข้อความจาก SEHUN :

                        ผมไปหาได้ไหม?


 

            อี้ชิงไม่ได้ตอบกลับไป หัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีโดยที่หาเหตุผลไม่ได้ เขาไม่อยากเป็นฝ่ายบอกให้เซฮุนมา มันดูเป็นการยอมรับมากเกินไป แต่อีกใจก็ไม่อยากปฏิเสธ อี้ชิงเลือกที่จะเงียบเอาไว้และเขารู้สึกไม่แปลกใจที่สุดท้ายจะเห็นร่างสูงเดินเข้ามาในห้องบรรยายระหว่างที่การอภิปรายผ่านไปได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง

            เซฮุนเงยหน้าขึ้นมองจังหวะเดียวกับที่อี้ชิงเดินออกมา รอยยิ้มแบบที่คุ้นตาปรากฎขึ้นตรงหน้ารู้ตัวอีกทีอี้ชิงก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

            “ถ้าช้ากว่านี้ผมกะว่าจะกลับบ้านแล้วนะ”

            “แล้วใครใช้ให้มารอล่ะ”

            “โห พูดอย่างนี้ผมกลับบ้านนะ” เซฮุนมีสีหน้ากระเง้ากระงอด อี้ชิงไม่ตอบเอาแต่ยิ้มก่อนที่ร่างบางจะเดินนำไปข้างหน้าแสร้งว่าทำเป็นไม่ใส่ใจโดยมีร่างสูงของเซฮุนเดินตามมาติดๆ “พี่อี้ชิง ใจคอนี่ไม่คิดจะสนใจกันจริงดิ”

            “นายมารอก็มาเอง แล้วก็พูดเองว่าจะกลับ ฉันยังไม่เห็นได้พูดอะไร”

            “งั้นแสดงว่าถ้าผมไม่กลับแล้วพี่จะให้ผมอยู่ด้วยได้ใช่ไหม” เสียงของเซฮุนมีแววดีใจ และอี้ชิงก็เหนื่อยใจที่จะเอ่ยห้าม ความจริงเขาเองก็อยากจะคุยกับเซฮุนบ้างเหมือนกัน พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าคิดจะหยุดคุยกันสักชั่วโมงสองชั่วโมงก่อนกลับบ้าน

            “ก็แล้วแต่นายแล้วกัน”

            ได้ยินอย่างนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของเซฮุนก็คลี่ออกกว้าง ก่อนที่ร่างสูงจะเดินตีคู่ขึ้นมาข้างๆ อี้ชิง

            “ประเด็นที่พี่พูดถึงบนเวทีผมว่าน่าสนใจดีนะ”

            “นายมาทันตอนฉันพูดด้วยเหรอ” แกล้งถามไปอย่างนั้นทั้งที่ความจริงเห็นอยู่แล้วว่าเซฮุนมานั่งฟัง

            “ทันสิ ผมชอบที่พี่พูดถึงความเข้าใจด้านงานศิลปะของผู้บริโภคที่ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจบันเทิง”

            “ก็มันจริงนี่ หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนความเข้าใจทางด้านงานศิลปะเพื่อต่อยอดในธุรกิจค่อนข้างล้าหลัง ทำให้ธุรกิจบันเทิงย่ำแย่จนเรียกได้ว่าเกือบจะถอยหลังลงคลอง ทั้งที่บุคลากรที่มีคุณภาพก็พร้อมแต่ขาดความเข้าใจของผู้ชมและกำลังทรัพย์ด้านการลงทุนทำให้งานที่ออกมาซ้ำและน่าเบื่อ”

            “ในฐานะคนทำงานศิลปะผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยล่ะครับ”

            “งานศิลปะต้องการการพัฒนาควบคู่ไปกับการบริหารธุรกิจ ไม่อย่างนั้นศิลปินก็จะไม่มีรายได้ที่ดีมากพอและก็จะกลายเป็นอยู่ไม่ได้ในระบบทุนนิยมแบบนี้”

            เซฮุนปรบมือเสียงดังสองสามทีจนคนแถวนั้นหันมามองกันเป็นตาเดียว อี้ชิงหน้าเหรอหราด้วยความตกใจก่อนจะหันไปเอ็ดเซฮุนยกใหญ่

            “นี่! ทำอะไรน่ะ”

            “ผมโคตรภูมิใจในตัวพี่เลย” รอยยิ้มกว้างที่แสนจะจริงใจบ่งบอกว่าเซฮุนคิดอย่างนั้นออกมาจากข้างในจริงๆ อี้ชิงรู้สึกเขินจนแทบทนไม่ไหว เขาเบือนสายตาหลบไปก่อนที่จะสาวเท้าต่อไปยังทางเดินระหว่างตึกเรียนเพื่อมุ่งหน้าไปทางด้านหน้ามหาวิทยาลัย

            “ฉันไม่ได้มีดีอะไรนักหนาให้นายภาคภูมิใจหรอกเซฮุน”

            “พี่เป็นคนเก่งออกจะตาย พี่เปลี่ยนไปมากรู้ไหมตั้งแต่วันสุดท้ายที่เราเจอกันที่สถานีรถไฟ Paris Nord

            อี้ชิงชะงักฝีเท้าของตัวเองนิดหนึ่งเมื่อเซฮุนพูดถึงวันเก่าๆ ที่ผ่านไป จากวันนั้นถึงวันนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งความคิด ทัศนคติในการดำเนินชีวิต ความฝันและเป้าหมายแต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยคือสิ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจ ความรู้สึกโหยหาใครบางคนที่โลกบังเอิญเหวี่ยงให้มาเจอกันในวันนั้นมันไม่เคยหายไปรังแต่จะมากขึ้นด้วยซ้ำในวันที่พวกเขาสองคนกลับมาบังเอิญเจอกันใหม่

            “ใช่ ฉันเปลี่ยนไปมาก” ประโยคที่ตอบออกมาแฝงความนัยบางอย่างที่พาเอาความเงียบเข้ามาแทรกกลางช่วงสั้นๆ ชั่วอึดใจ

            “ผมชอบเวลาที่พี่มองไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ราวกับโลกทั้งใบเป็นของพี่และพี่จะต้องคว้ามันมาให้ได้”

            “

            “วันนี้ผมเห็นพี่ทำตามเป้าหมายในชีวิตได้ทีละอย่าง ผมก็อดที่จะภูมิใจกับพี่ไม่ได้”

            “ฉันเคยบอกแล้วนี่ว่าส่วนหนึ่งของสิ่งเหล่านั้นต้องขอบคุณนาย”

            “

            “ถ้าเราไม่เจอกันตอนนั้น ฉันอาจจะยอมแพ้และถอดใจกับอนาคตทุกวันนี้ไปไกลแล้วก็ได้”

            “ถ้าอย่างนั้นผมก็ควรยิ่งดีใจที่ตัวเองมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในความฝันของพี่ด้วยเหมือนกัน”

            สายลมหนาวของเดือนกุมภาพัดมาอีกครั้ง พาใบไม้ใบเล็กที่ปลิดปลิวร่วงหล่นอยู่ตามทางให้ปลิวไสว ทั้งคู่ไม่มีคำพูดใดที่จะคุยกันอีกราวกับบทสนทนาถูกดูดกลืนหายลงไป ดวงตาสองดวงที่จับจ้องกันเอาไว้ไม่อาจอธิบายความรู้สึกที่อยู่ภายในออกมาเป็นคำพูดได้ ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ยังสัมผัสถึงมันผ่านความอบอุ่นในใจ

            “เราขึ้นไปข้างบนกันไหม”

เซฮุนชี้มือขึ้นไปยังโบสถ์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินด้านหน้ามหาวิทยาลัย บันไดหินทอดตัวสูงขึ้นไปส่งให้ตัวโบสถ์มีลักษณะโดดเด่นเห็นชัดแม้จะมองมาจากด้านหน้ามหาวิทยาลัยก็ตาม

อี้ชิงพยักหน้าให้ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเคียงกันขึ้นบันไดไป ด้านบนนี้ค่อนข้างเงียบทีเดียวเนื่องจากเป็นเวลาเย็นแล้วและโบสถ์ก็ถูกปิดประตูเอาไว้ ลานดินกว้างหน้าประตูทอดตัวว่างเปล่าพวกเขาเดินอ้อมไปทางด้านซ้ายแล้วหยุดนั่งกันที่ม้าหิน

แสงแดดอ่อนจางทอลอดผ่านกิ่งก้านของต้นไม้ไร้ใบเข้ามาให้ความนุ่มนวลสู่พื้นส่งผลให้อากาศอบอุ่นขึ้นเล็กน้อยถึงอย่างนั้นก็ยังมีความเย็นของช่วงปลายฤดูหนาวหล่อเลี้ยงเอาไว้ ใบไม้แห้งกรอบที่อยู่ตามกิ่งปลิดปลิวร่วงหล่นสู่พื้นตามแรงลมที่พัดไหว เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กของนักศึกษาดังขึ้นไกลออกไป มีบางกลุ่มที่เดินผ่านไปมาบริเวณนั้นใช้พื้นที่บริเวณบันไดเป็นที่นั่งจับกลุ่มคุยกันบ้าง นักท่องเที่ยวบางคนที่เดินขึ้นมาเพื่อถ่ายรูปบ้าง เซฮุนและอี้ชิงนั่งมองพวกเขาเหล่านั้นอยู่นานโดยที่ไม่มีการสนทนาใด

“ผมเคยคิดว่าอยากให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันอย่างนี้ตามลำพังบ้าง”



“ไม่สิ ถึงตอนนี้ผมก็ยังคิด”

“เซฮุน

“ผมรู้ว่าพี่ลำบากใจมาก แต่ผมก็ยังอยากที่จะใช้เวลาอยู่กับพี่บ้างอยู่ดี ผมขอโทษนะ” เซฮุนยิ้มจางๆ และรอยยิ้มบางนั้นก็ทำให้หัวใจของอี้ชิงสั่นไหว ร่างบางส่ายหน้าช้าๆ อาจจะเป็นครั้งแรกตั้งแต่พวกเขากลับมาเจอกันใหม่ที่อี้ชิงนึกอยากจะพูดอย่างที่ใจอยาก

“ไม่ต้องขอโทษหรอก นายไม่ได้ทำผิดอะไร”



“ฉันต่างหากที่ควรจะรู้สึกผิด”



“ที่บางครั้งยังคิดอยากใช้เวลาอยู่กับนาย” เสียงใบไม้หวีดหวิวดังราวกับเสียงของคนใกล้หมดลมหายใจ ไม่มีใครมองหน้ากัน ทั้งคู่ต่างทอดสายตามองออกไปยังพื้นดินโล่งว่างเปล่าเบื้องหน้า มองดูฝุ่นทรายที่ถูกพัดไป และใบไม้ที่ขยับเคลื่อนไหวเมื่อต้องแรงลมไปมา

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้พี่คิดว่าพี่จะไปตามสัญญาไหม”

คำถามที่ต่างคนต่างรู้ว่ามันไม่มีความหมาย คำถามลอยๆ ที่ถึงแม้จะมีคำตอบว่าอะไรมันไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงปัจจุบันหรืออนาคตของทั้งคู่ให้ดีขึ้นได้

อี้ชิงถอนหายใจก่อนจะแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่แสงสีส้มเข้มของพระอาทิตย์พาดทาเป็นสัญญาณว่าดวงตะวันกำลังจะลาลับหายไป

“ไม่ว่าคำตอบจะคืออะไร ความจริงคือเราย้อนเวลากลับไปไม่ได้อีกเซฮุน”

“พี่ทำให้ผมเข้าใจความหมายของเวลา”



“ว่ามันเดินไปข้างหน้าและเราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้”



“แต่หลายครั้งผมก็ยังรู้สึกอยากหมุนเวลากลับไปกลับไปเพื่อรอใหม่”

อี้ชิงหันมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเซฮุนที่ทอดสายตามองตรงไปข้างหน้า สีหน้าของเซฮุนไม่ได้แสดงความร้าวรานใจอย่างที่เคยเป็นมา เวลาช่วยเยียวยาให้ทุกอย่างดีขึ้นแล้วถึงอย่างนั้นแววตาก็ยังคงมีร่องรอยของอดีตอยู่ข้างใน ความปวดร้าวที่แฝงตัวอยู่ในเงาสะท้อนที่หวั่นไหวใครจะรู้ดีแก่ใจนอกจากอี้ชิงเอง



“และผมเชื่อเต็มหัวใจว่าครั้งนี้พี่จะมา”

หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาในดวงตาทั้งสองของร่างบางและอี้ชิงก็พยายามที่จะกลืนมันลงไป อดีตกลับไปแก้ไขไม่ได้ ถึงอย่างนั้นคำตอบก็รู้ดีแก่ใจว่าหากมีปาฏิหาริย์สักนิดย้อนคืนเวลากลับไปได้เขาคงไม่เลือกที่จะวิ่งหนีหัวใจของตัวเองเหมือนอย่างที่ทำมา บทเรียนราคาแพงในวันที่สายไปสอนเขาว่าบางสิ่งบางอย่างก็มีอำนาจเหนือกาลเวลามากมาย เขาประมาทความรัก ประมาทเวลา ประมาทโชคชะตาจนเกินไป เล่นตลกกับหัวใจจนนำมาซึ่งความเจ็บปวดของหัวใจ ใช่เพียงแต่ตัวเองแต่กลับกลายเป็นสร้างความร้าวรานใจให้คนรอบข้างซ้ำอีก

“กลับกันเถอะครับ” เป็นครั้งแรกที่เซฮุนตัดบทสนทนา ร่างสูงลุกขึ้นยืนพร้อมกับรอยยิ้มกว้างแบบคนที่เข้าใจ อยู่ๆ อี้ชิงก็รู้สึกใจหาย

พวกเขาเดินลงจากบันไดหน้าโบสถ์ในช่วงที่แสงสุดท้ายกำลังจะจางหายไปพอดี เซฮุนส่งยิ้มให้อี้ชิงอีกทีและบอกลาก่อนจะหันหลังเดินจากไป ร่างสูงล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกง แผ่นหลังกว้างภายใต้แจ๊คเก็ตยีนส์ค่อยๆ เดินห่างออกไป เป็นครั้งแรกที่อี้ชิงทำได้เพียงแค่มองตามมันไป ก่อนที่แผ่นหลังนั้นจะกลืนหายไปกับฝูงคน

หัวสมองว่างเปล่าขาวโพลน เขาไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าพาตัวเองออกมายังถนนใหญ่ตอนไหน อี้ชิงได้แต่เดินไปเรื่อยๆ ตามถนนใหญ่ที่ประดับประดาไปด้วยแสงไฟ เพลงรักสร้างบรรยากาศโรแมนติกล่องลอยอยู่ในอากาศตามจังหวะที่ก้าวเดินไป บรรยากาศของค่ำคืนแห่งความรักท่วมท้นอยู่เต็มเมืองใหญ่ แต่อี้ชิงกลับสัมผัสไม่ได้ถึงความอบอุ่นใดๆ เลย

คำถามของเซฮุนกลับมาก้องอยู่ในหัว ทั้งๆ ที่รู้ว่าคิดไปก็ไม่ได้อะไรแต่กลับห้ามความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองไม่ได้ หากย้อนเวลากลับไปได้เขาจะทำอย่างไร เขาจะเลือกให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาหยุดลง ณ ตรงนั้นแล้วปล่อยให้มันเป็นอย่างทุกวันนี้ไหม และหากย้อนกลับไปได้เขาจะยังกลัวอยู่หรือไม่

ภาพแผ่นหลังของเซฮุนที่เดินจากไป รอยยิ้มแบบที่แสดงให้เห็นว่าเด็กคนนั้นกำลังจะถอดใจ ความเจ็บปวดในดวงตาที่เซฮุนสะสมมาตลอดหลายปีกำลังหลอกหลอนให้รู้สึกมวนหัวใจ สับสน หาทางออกไม่ได้ อึดอัดจนรู้สึกอยากหยุดหายใจ มันอาจเป็นเพราะเขาคนเดียวที่ทำให้เรื่องทั้งหมดมันวุ่นวาย เป็นเขาเองที่ตัดสินใจไม่ได้ ทิ้งเซฮุนเอาไว้ในอดีตและขังจงอินไว้กับปัจจุบันที่ไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตพวกเขาจะจบลงตรงไหน

แวบหนึ่งที่ความสับสนตีกันในใจจนอยากกรีดร้องออกมาให้ได้ ชั่วเสี้ยววินาทีที่ภาพของเซฮุนเด่นขึ้นในหัวใจ มโนสำนึกบอกว่าเขามีที่ที่จะต้องกลับไป อี้ชิงยื่นมือออกไปโบกแท็กซี่ที่ขับผ่านมาแล้วบอกที่หมาย รถสีดำเคลื่อนออกไปท่ามกลางแสงสีจากถนนในเมืองใหญ่ พาอี้ชิงไปยังสถานที่ที่เขาต้องไป มีใครบางคนกำลังรออยู่ที่นั่นรอให้เขากลับไป

 

 

 

 

            ตั๋วหนังสองใบในมือเย็นเฉียบจนสัมผัสได้ ซุนกยูไม่รู้ว่าตัวเองนั่งรออยู่ตรงนี้มานานเท่าไหร่ รู้เพียงว่าพวกเขาไม่อาจไปทันรอบหนังได้แล้ว กระดาษตั๋วหนังเย็นชืดอยู่ในมือและราวกับจะบาดหัวใจให้เลือดไหล เธอบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าอย่าคาดหวังถึงสิ่งที่มันจะเป็นไปแต่มนุษย์เราก็เป็นแบบนี้ใช่ไหม เราจะห้ามตัวเองไม่ให้ตั้งความหวังได้อย่างไร

            กล่องช็อคโกแลตในมือที่บรรจงตื่นมาทำแต่เช้าตรูก็ยังคงถูกถือไว้ ซุนกยูมองมันแล้วรู้สึกว่าน้ำตาจะไหล โทรศัพท์หลายสายที่โทรเข้าไปแต่ไม่ได้รับสัญญาณตอบรับจากเลขหมายปลายทางทำให้หัวใจรู้สึกชา

            มันอาจเป็นเพราะอากาศก็ได้ ซุนกยูปลอบตัวเองอย่างนั้น ที่เธอรู้สึกเหน็บหนาวที่หัวใจไม่ใช่เพราะติดต่อเซฮุนไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาปล่อยให้เธอรออยู่หลายชั่วโมงโดยที่ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน ทั้งที่นัดกันเอาไว้ ตกลงกันไว้แล้วว่าเราจะไปดูหนังด้วยกัน แล้วต่อด้วยการทานอาหารค่ำในร้านที่เธออยากไป

            และเพราะคาดหวังใช่ไหม?

            ในหัวใจมันถึงได้เจ็บขนาดนี้

            ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอเฝ้าแต่บอกตัวเองว่าความหวังหมดลงไป เฝ้าแต่บอกตัวเองให้พร้อมทำใจหากยืนยันที่จะวางหัวใจเอาไว้ตรงนี้ หลายครั้งที่คิดอยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วเดินหนีไปแต่ความเป็นเพื่อนก็ยังบอกให้เธออยู่ และก็พร้อมจะให้อภัยถึงแม้ความเจ็บปวดในหัวใจบางครั้งจะไม่ได้เข้าข่ายความรู้สึกของการเป็นเพื่อนก็ตามที

            ถึงอย่างนั้นเธอก็ควรจะรู้ดี

            ซุนกยูมองกล่องช็อคโกแลตในมือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตัดสินใจลุกขึ้นยืน เธอวางมันลงไปบนม้านั่งที่เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงผ่านไปในการนั่งรอก่อนจะวางตั๋วหนังสองใบทับลงไป หยดน้ำตารินไหลแต่เธอบอกตัวเองในใจว่าเป็นเพราะอากาศมันหนาวจนเกินไป

            กระชับเสื้อโค้ทให้ห่มเข้ากับตัว นี่เดือนกุมภาใช่ไหม? ทำไมรู้สึกหนาวเหมือนกับเดือนธันวากำลังจะพ้นไป เธอรู้สึกเหมือนหิมะกำลังตก ตกและทับถมอยู่ในหัวใจของตัวเอง

            เพราะอะไรหรือเซฮุน?

            เพราะอะไร

 

 


 

            เสียงเดียวที่ทำลายความเงียบในห้องคอนโดนี้ได้คือเสียงนาฬิกาที่ดังคลออยู่ในอากาศแต่มันกลับยิ่งกดบรรยากาศให้หนาหนักเข้าไปอีกสำหรับคิมจงอิน

            ร่างสูงเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้งกับเวลาที่ผ่านไป ใกล้จะล่วงเข้าวันใหม่แต่อี้ชิงก็ยังไม่กลับมา อาหารบนโต๊ะมากมายเย็นชืดไปหมดแล้วแต่ยังไม่พร่องลงไป จงอินไม่ทานอะไรเพราะสัญญากับอี้ชิงเอาไว้ว่าจะรอ

            อาหารจีนสองสามอย่างที่บรรจงทำหน้าตาไม่ดีนักเพราะเขาไม่ถนัดและไม่คิดจะทำเลย แต่เปิดสูตรเพียงเพราะมันเป็นอาหารที่อี้ชิงชอบถูกวางทิ้งไว้ จงอินเอื้อมหยิบตะเกียบแล้วลองชิมมันเข้าไป รสชาติฝาดเฝื่อนที่ได้รับทำให้ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ

            โทรศัพท์ถูกวางทิ้งเอาไว้หลังผ่านการโทรออกไปแล้วหลายสายแต่ปลายสายก็ไม่ได้รับการตอบกลับมา ข้อความถูกส่งออกไป จากความร้อนรนใจกลายเป็นความห่วง ความกังวลและแปรเปลี่ยนเป็นความทดท้อใจ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอี้ชิง

            เกิดอะไรขึ้นกับความรักของเรา?

            เปลวเทียนที่ถูกวางเอาไว้กลางโต๊ะถูกไฟหลอมจนละลายลงไปกว่าครึ่งลำ เขามองดูมันอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่พยายามไม่ตั้งคำถามอะไร พยายามทำความเข้าใจ พยายามมาตลอดที่จะทำให้ทุกอย่างดี แต่นับวันกลับยิ่งไม่เข้าใจ

            จงอินเอื้อมมือเข้าไปหยิบกล่องแหวนในกระเป๋ากางเกงออกมา มือหนาบรรจงเปิดมันออกมาเพื่อมองเงาสะท้อนแววตาของตัวเอง แหวนเงินเกลี้ยงส่องประกายต้องแสงไฟสะท้อนให้เห็นความเจ็บปวดในดวงตาของตัวเองที่เขาไม่คิดจะได้เห็นมัน

            กว่า 5 ปีที่ผ่านมาพวกเขาฟันฝ่าเรื่องราวต่างๆ ด้วยกันมามากมาย ผ่านวันที่กอดกันหัวเราะร้องไห้ แบ่งปันทั้งช่วงเวลาทุกข์และช่วงเวลาสุขใจ ความจริงเขาก็ไม่ใช่คนโลกสวยขนาดที่คิดฝันว่าวันเหล่านั้นจะไม่หายไป เพียงแต่เขาคิดว่าหากใช้ความรักความเข้าใจประคับประคองจับมือกันไปพวกเขาจะผ่านมันไปได้

            อี้ชิงรักเขามาก เขามองเห็นจากแววตาและความห่วงใย และเขาเองก็ตอบแทนความรักที่ผ่านมาของอี้ชิงได้อย่างเท่าเทียมเช่นกัน จนเขาแทบไม่คิดอีกแล้วว่าจะมีเรื่องใดแยกเราจากกันได้ เส้นด้ายบางๆ ที่ผูกพวกเขาเอาไว้ถักทอจนเป็นสายใยที่เหนียวเสียจนยากจะตัดขาด

            อนาคตที่พวกเราร่วมกันสร้างเอาไว้ ถึงแม้จะไม่บอกด้วยคำพูดใด แต่มันก็แทนคำสัญญาว่าเราสองคนจะสร้างมันไปด้วยกัน

            แล้ววันนี้มันเกิดอะไร?

            เกิดอะไรขึ้นกับความรักของเราที่เคยมีให้กันมากมาย

            จงอินฟุบหน้าลงกับฝ่ามือแล้วกุมแหวนเอาไว้ หัวใจรู้สึกมันจะขาดและเต็มไปด้วยความสับสนในใจ มีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปแต่เขาไม่รู้ว่าคืออะไร

            บางทีความผูกพันที่มีมานานอาจถึงเวลาที่ต้องมองกันใหม่ ความรักอาจไม่เพียงพอสำหรับความเข้าใจอีกต่อไป เขาเฝ้าแต่บอกตัวเองให้เข้าใจเหมือนกับที่เคยเข้าใจแต่ทำไมมันถึงทำไม่ได้เหมือนกับทุกครั้ง คำขอร้องของเขาไม่ได้ส่งผ่านไป หัวใจของเขายังอยู่ที่อี้ชิงอยู่ไหม

            เสียงในหัวใจมีแต่คำถามมากมาย

            เพราะอะไรอี้ชิง?

            มันเป็นเพราะอะไร

 

 

 

 

            สายลมหนาวพัดหวีดหวิวผสานไปกับเสียงน้ำไหลกระทบฝั่งเบาๆ เซฮุนทอดสายตามองออกไปยังผืนน้ำดำสนิทของแม่น้ำฮันยามค่ำคืน อากาศหนาวกว่าปกติอาจเพราะยืนอยู่ริมน้ำ ลมหนาวของเดือนกุมภาพัดผ่านมาแล้วผ่านไป

            บรรยากาศในคืนนี้สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ไม่ได้เงียบเหงาดั่งเช่นคืนวันปีใหม่ อาจเพราะมันยังไม่ดึกมากเท่าไหร่และอากาศอุ่นขึ้น ผู้คนจึงยังคงใช้เวลากันอยู่ที่ริมแม่น้ำไม่ไปไหน คู่รักหลายคู่เดินจับมือ โอบกอดกันไปตามริมฝั่ง นั่งตามม้านั่งใต้แสงจากโคมไฟ เซฮุนยืนมองภาพเหล่านั้นด้วยความนิ่งสงบก่อนสายตาจะหันกลับไปทอดมองผืนน้ำที่อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง

            ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเลือกมายืนอยู่ที่นี่เหมือนกับในวันปีใหม่ เซฮุนหวนนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ผ่านมายาวไกล ความเจ็บปวดทรมานที่เริ่มต้นขึ้นและไม่เคยจางหายไป การรอคอยที่แสนยาวนานของเขาเริ่มต้นขึ้นที่นี่และไม่รู้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่

            เขาบอกอี้ชิงว่าเหมือนกับทำใจได้ ทั้งที่อันที่จริงความรู้สึกไม่ได้เปลี่ยนไปจากวันที่ผ่านไปเลยสักครั้ง เขายังคงรักอี้ชิงนั่นคือความจริงในหัวใจ และแม้พยายามจะหักห้ามความรู้สึกเท่าไหร่ ความรู้สึกรักกลับยิ่งมากมายขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป ยิ่งได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในวันที่ความหวังหมดลงไป ยิ่งตอกย้ำความต้องการที่จะใช้เวลาอยู่กับคนๆ นี้มากขึ้นเท่านั้น

            แต่ทุกอย่างมันไม่ง่าย

            เซฮุนถอนหายใจ มองออกไปยังผืนน้ำที่ตัดกับท้องฟ้ากว้างใหญ่ ภาพตึกรามประดับประดาไปด้วยแสงไฟจากอีกฝั่งแม่น้ำพร่าเบลอราวกับความฝัน บางครั้งเขาเองไม่รู้ว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ที่ใดกันระหว่างอดีตหรือปัจจุบัน ความจริงหรือความฝัน

            เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นด้านหลังใกล้เข้ามา เซฮุนเงี่ยหูฟังจนแน่ใจในทิศทางของมันก่อนที่เขาจะหันกลับไป ดวงตาเรียวรีคู่นั้นสบตากับดวงตาหวานที่เต็มไปด้วยความสับสนในใจ เขารู้ดีก่อนที่จะหันมาเสียอีกว่าจะเห็นใคร

            “ผมบอกพี่แล้วใช่ไหม”

            “

            “ว่าผมเชื่อเต็มหัวใจว่าพี่จะมา”

            แขนยาวอ้าออกกว้างรับร่างบอบบางของคนอีกฝั่งเข้ามา อ้อมแขนที่โอบรัดกอดเขาเอาไว้กับใบหน้าที่ซุกอยู่กับแผ่นอกหนาเรียกน้ำตาให้รื้นขึ้นมาคลออยู่ที่ขอบดวงตา เป็นอีกครั้งที่เซฮุนไม่แน่ใจว่าเขามีชีวิตอยู่ในเวลาไหน

            อยู่กับอดีตที่ไม่ยอมจากไป หรืออยู่กับความฝันที่จะพลันหายไปทันทีที่ลืมตา

            วงแขนของอี้ชิงโอบรัดแน่นเข้ามาราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะหายไป เจ็บปวดกับความจริงที่ทรมานหัวใจ เจ็บปวดกับความสับสนในใจ เขาทรยศจงอินไม่ได้ แต่เขาก็ไม่อาจทรยศหัวใจ พวกเขารักกันไม่ได้แต่มันคงต้องมีสักทางให้ตัดสินใจ

            มันผิดที่พวกเขาเลือกจะอยู่ตรงนี้ ผิดที่เลือกทำตามหัวใจ

            ได้โปรดจับมือฉันไว้ได้ไหม?

            แค่จับมือกันเอาไว้จนกว่าพวกเราใครสักคนจะตัดสินใจได้ว่าควรทำอย่างไร







 




 












- TBC -

สำหรับ #ทีมจงอิน ... เราขอโทษ TT

อย่าลืมเข้าไปทำแบบสอบถามรวมเล่มให้เรานะคะที่รัก
เปิดโพลถึงวันที่ 7 มิ.ย. นะคะ
>> 
http://goo.gl/forms/U8RJlHhvxC



#CrossroadHL



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #346 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 17:21
    จับมือกันไว้ ฮรึก ได้อยู่ด้วยกันแล้วความรักของเซฮุนกับอาอี้ ไม่มีอะไรมาขวางกันได้เชื่อว่าไคยังไงก็เข้าใจ
    #346
    0
  2. #313 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:01
    สงสาร สงสาร นี้สินะที่เรียกว่าความรัก
    #313
    0
  3. #282 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 23:30
    #ทีมจงอิน เราเสียใจแทน

    แต่ความรักไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ไม่มีอะไรกำหนดผิดหรือถูกได้ในบางครั้ง
    #282
    0
  4. #249 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 10:24
    แงงงงง โอ้ยยยยยยยยยยย สงสารจงอินอีก สามตอนรวดละน้าาาาาา แต่จงอินบะต้องเข้าใจแน่ๆ แต่ก็ยากนะ ฮืออออ
    #249
    0
  5. #157 KRAY~ (@jip-316) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 11:43
    #ทีมเซฮุน จร้าาาาา อิอิ อี้ชิงกลับไปหาน้องเลยนะ เรารู้ว่าอี้ไม่ได้รักจงอิน แค่สงสารแต่อี้รักเซฮุนใช่มั้ยล้าาาา
    #157
    0
  6. #149 Rean Sweetlemon (@mercutery) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 21:41
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ตอนนี้มัน มัน!!! กหวด่าฟห่ดาสหก่ดาฟ่ดาสกหฟ
    สงสารจงอิน สงสารซุนกยู ฮือออออออออออออ 
    ที่ผ่านมาสงสารเซฮุนกับอี้ชิงนะ เราเข้าใจความรู้สึกที่รักกันแต่คบกันไม่ได้ แบบ..ตัดใจไปแล้วแต่ก็เจ็บปวด
    แต่ตอนนี้ขอด่าสองคนนี้ทีเถอะ ลืมไปแล้วเหรอว่าสัญญาอะไรกับใครไว้ ห๊ะะะะะะะะะะะ 
    แต่ขอด่าอี้ชิงมากกว่านิดหน่อย ถ้าตัดใจจากเซฮุนไม่ได้ก็ต้องเลือกเซ่!!! อย่ามาเก็บเธอไว้ทั้งสองคนแบบนี้ ฮืออออ เราสงสารจงอิน
    ไหนจะทำอาหาร เตรียมแหวน โอ้ยยย เจ็บปวดแทน T_T
    แค่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้รู้แล้วป่ะว่าจริงๆแล้วตัวเองเลือกใครน่ะอี้ชิง 
     
    #149
    0
  7. #147 BunnyXing (@septemberissue) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 23:54
    ความรักที่แท้จริงมันมีทั้งทุกข์และสุขจริงๆ เหมือนเซฮุนกับอี้ชิงจะรู้ใจตัวเองแล้ว แต่ยังยืนอยู่บนความเป็นจริงไม่ได้ ความทรมานเลยตกอยู่ที่จงอินกับซุนกยู เอาใจช่วยทุกคนนะ
    #147
    0
  8. #146 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 10:37
    อยากกอดจงอินมากๆ รักอี้ชิงมาก แต่อี้ชิงก็ทำตามหัวใจตัวเอง ซุนกยูก็รอเก้อเลย เอ็นดู ช็อคโกแลตก็เก้อไปพร้อมๆกับคน
    #146
    0
  9. #145 แบม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 11:28
    โอ้ยยยยย จงอิน ฮืออออออ ความรักนี่มันยากจัง สงสารจงอิน แงงงงงง
    #145
    0
  10. #143 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 02:22
    เซฮุนอี้เลือกทำตามหัวใจตัวเองแล้วช่ายมั้ยถึงจะผิดกับคนที่รักก็ทำไปให้ถึงที่สุดเพราะยังงั้ยเค้าก็รักกันมาตลอดแต่จงอินก็ไม่เคยได้สังเกตุหรือคิดอะไรเลยต่อจากนี้จะเป็นยังงั้ยก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้วล่ะสงสารจงอินที่ไม่เคยเพือใจเอาไ้ว้เลยนะ
    #143
    0
  11. #142 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 23:55
    .... อ่านฟิคเรื่องนี้ทำให้คต้องพิมพ์คำว่าสงสารจงอินบ่อยมากเซฮุนกับอี้ชิงไม่คิดถึงใจคนที่เค้ารอพวกเธออยู่บ้างเลยหรอเสียใจมากผิดหวังแทนจงอินด้วยเราสงสารเค้าเค้าไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแค่มาทีหลังถ้าอี้ชิงเป็นแบบนี้คบจงอินไมอ่ะเฮ้ออออถ้าจงอินไม่ไหวแล้วขอเลิกอี้ชิงจะเสียใจขนาดนี้ป้ะอย่าหลายใจเลือกๆสักทีแล้วบอกความจริงเลยคนที่เค้ารักเธอจะได้ไม่ต้องเหมือนโดนหลอกแบบนี้เค้าจะได้ทำใจด้วย....ฮุนเลย์หน่วง มากกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยเสียใจฮุนคงดีใจมากเลยสินะอี้ชิงฮือออเราเสียใจมากเธอผิดนัดจงอินคนที่เป็นแฟนเธอใจร้ายมากถึงเราจะแอบเชียร์น้องฮุนแต่แบบนี้มันไม่ไหวจริงๆ
    #142
    0
  12. #141 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 23:16
    ฮือออออ ร้องไห้ จงอินไม่เป็นไรไม่เป็นไร TT ฮรึกกกก ในที่สุดอี้ก็ทำตามหัวใจตัวเองแล้ว ดีใจแทนน้องฮุนด้วยนะ
    #141
    0
  13. #140 เป็ดร้องก๊าบ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 22:31
    ม่ายยยยยยสมาชิก#ทีมจงอินแบบเราจะร้องไห้😭😭😭😭น้องดำของพี่อ่อยยยยยบีบหัวใจ
    #140
    0
  14. #139 A'YMP (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 21:08
    คือดีใจกับเซฮุนอ่ะ ที่อี้ทำตามหัวใจตัวเองแล้ว

    แต่เราสงสารจงอินง่ะ ฮื่อออๆ มันหน่วงๆ
    #139
    0