[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 15 : ♡ Chapter 14 : Everyone lives with HOPE (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 พ.ค. 58

  CR.SQW






14
Everyone lives with HOPE

 


 

            เสียงจ้อกแจ้กจอแจของเหล่าบรรดานักแสดงดังระงมไปทั่วโรงละครใหญ่ วันนี้พวกเขาย้ายลงมาซ้อมในสถานที่จริงเพื่อลงบล็อกกิ้งกับเวที เสียงหัวเราะร่าของยองจีดังกังวานก้องผสานไปกับเสียงหัวเราะของอองซอมคนอื่นๆ อี้ชิงกับจงอินกำลังยืนคุยอยู่กับซงฮวาผู้กำกับ ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการปรับท่าเต้นให้เข้ากับเนื้อเรื่อง จังหวะเดียวกับที่ซุนกยูและเซฮุนเดินเข้ามาพอดี

            “อ้าว เซฮุนวันนี้มาด้วยเหรอ” จงอินหันไปทักทายทันทีเมื่อเห็นร่างสูงของเซฮุนเข้ามาทั้งที่ไม่ใช่วันเวลาที่นัดกันไว้ในตาราง เซฮุนก้มหัวให้นิดหนึ่งตามมารยาทและตอบรับเพียงสั้นๆ ก่อนที่ใบหน้าจะหันไปทางอี้ชิง

            ทันทีที่สบตากันพวกเขาเองต่างก็ไม่รู้ว่าควรแสดงออกทางสีหน้าอย่างไร มันเป็นความรู้สึกที่เปลี่ยนไปหลังจากพยายามฝืนใจไม่มองหน้ากัน แน่นอนว่าความกังวลใจยังคงอยู่แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีฝ่ายใดที่คิดจะหลบหน้ากันอีกแล้ว คำพูดของเซฮุนส่งผ่านมาถึงอี้ชิง และอี้ชิงเองก็เห็นว่ามันคงไม่มีประโยชน์ที่จะทำร้ายกันด้วยการแสร้งทำเพียงว่าเรื่องที่ผ่านมาไม่มีความหมาย พวกเขาเพียงแค่ต้องยอมรับและดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้

            เซฮุนส่งยิ้มให้อี้ชิง ก่อนที่จะเริ่มเป็นฝ่ายทักทาย

            “สวัสดีครับพี่อี้ชิง” ความอึดอัดเกิดขึ้นทันที ซุนกยูและจงอินต่างหันมองหน้าคนของตัวเองอย่างหวาดๆ โดยเฉพาะจงอินที่มีท่าทีไม่แน่ใจว่าอี้ชิงจะแสดงออกอย่างไรกับคำทักทายนี้ ซุนกยูแตะแขนเซฮุนเบาๆ ทำนองให้เดินออกไป แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกินขึ้นเมื่ออี้ชิงส่งยิ้มบางๆ กลับไปให้พร้อมกับคำทักทายที่ทำให้หัวใจของเซฮุนพองโตขึ้นมาได้ทันที

            “สวัสดี”

            “อ่ะ เซฮุน นี่รุ่นพี่ซงฮวานายรู้จักหรือยัง” จงอินรีบเปลี่ยนเรื่องไปแนะนำผู้กำกับรุ่นพี่เมื่อเห็นว่าอี้ชิงยังมีท่าทีกระอักกระอ่วน ถึงอย่างนั้นน้ำเสียงก็ดูผ่อนคลายและสบายใจขึ้นมากเมื่อเห็นทั้งสองคนยอมคุยกันดีๆ

            เซฮุนหยุดยืนทักทายจงอิน อี้ชิงและรุ่นพี่ซงฮวาอยู่ 2-3 นาที แล้วซุนกยูก็พามาหาที่นั่งแถวหน้าเวทีเพื่อวางของก่อนที่จะออกไปเริ่มวอร์มกับคนอื่นๆ

            “ฉันเกือบหยุดหายใจตอนนายทักพี่อี้ชิง แปลกนะที่เขาคุยกับนายดีๆ ญาติดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่”

            “คุยกันนิดหน่อยน่ะก็เลยเข้าใจ”

            “คุย? พวกนายไปคุยกันตอนไหน” เซฮุนยิ้มออกมาด้วยความเบิกบานใจ เขานึกถึงเรื่องเมื่อวานนี้ นึกถึงเรื่องที่อี้ชิงยิ้มให้และยอมทักทาย ต่อไปมันคงจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นใช่ไหม

            “เมื่อวานน่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกซุนกยู เธอไปซ้อมเถอะ พี่จงอินเรียกรวมแล้ว”

            อย่างที่เซฮุนว่า ตอนนี้นักแสดงทุกคนกำลังทยอยไปรวมกันที่กลางเวทีเมื่อการซ้อมกำลังจะเริ่มต้นขึ้นโดยมีอี้ชิงและจงอินเป็นคนนำวอร์มในวันนี้ ซุนกยูเอียงคอมองอย่างสงสัยถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ติดใจที่จะเซ้าซี้อะไร ร่างบางกระโดดขึ้นไปบนเวทีและรวมกับนักแสดงคนอื่นๆ

            เซฮุนหยิบกล้องถ่ายรูปของตัวเองขึ้นมาแล้วนั่งดูทุกคนเริ่มวอร์มกันอย่างแข็งขัน สายตาของเขามองตามแผ่นหลังของอี้ชิงที่ขยับอยู่ข้างหน้าแล้วระบายรอยยิ้มออกมา เขาหวังว่าความสุขคงกำลังจะกลับมา ขอเพียงแค่ได้มองเห็นหน้า ได้มองตาแล้วหัวเราะไปพร้อมๆ กันอีกครั้ง ถึงแม้มันจะไม่ได้อยู่ในฐานะที่เขาต้องการ แต่แค่ได้ยืนข้างๆ เห็นความเป็นไปของคนที่รัก เซฮุนประทับกล้องแนบกับดวงตาก่อนจะกดถ่ายภาพแรกของวัน

            ภาพของคนที่เมื่อวานเขาแทบไม่กล้าแม้แต่จะหลับฝัน แต่ตอนนี้กำลังยืนอยู่ตรงนั้นห่างกันเพียงแค่ก้าวเดิน

 



 

            มีบางสิ่งบางอย่างแปลกไป แต่คยองซูไม่แน่ใจนักว่ามันคืออะไรกันแน่ เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดมากและอาจจะอคติมากเกินไปเสียแล้วกับความสัมพันธ์ของสองคนนั้นที่เขาเอาแต่เฝ้าสังเกตมาหลายวันนับตั้งแต่เซฮุนเข้ามาทำงาน

            ตอนแรกเขาคิดว่าเขาคงจะเลิกใส่ใจไปแล้วเมื่อเห็นสองคนนั้นมีท่าทีห่างเหินกันแถมยังดูไม่กล้าเข้าใกล้กันเท่าไหร่ ถึงแม้ภาพที่เขาแอบเห็นในโรงละครเมื่อวันแรกนั้นจะทำให้ตะขิดตะขวงใจแต่เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรคยองซูก็ปล่อยให้เรื่องนั้นผ่านไป

            แต่วันนี้ความสัมพันธ์แปลกๆ นี่กลับมาอีกครั้งและทำให้คยองซูเผลอขมวดคิ้วตามทุกครั้งที่มอง มันอาจจะดูธรรมดาในสายตาของคนทั่วไป ที่อี้ชิงกับเซฮุนจะคุยกัน ยิ้มให้กันเวลาเดินผ่านกันไป แต่ความสนิทสนมที่เพิ่มขึ้นแบบข้ามวันนี้มาจากไหนคยองซูตอบตัวเองไม่ได้ แล้วก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะต้องมานั่งคิดมากมองดูสองคนนี้ทำไม

            เซฮุนดูร่าเริงและยิ้มเก่งขึ้นมากถ้าเทียบกับการมาทำงานวันแรกๆ หมอนั่นดูสดใสเวลาที่พาตัวเองไปวนเวียนใกล้ๆ อี้ชิง และอี้ชิงเองก็ดูผ่อนคลาย เขาแทบไม่ได้เห็นอี้ชิงยิ้มมานานแล้วตั้งแต่กลับจากปารีสใหม่ๆ แต่วันนี้คยองซูกลับเห็นอี้ชิงกำลังยิ้ม เรียกว่ายิ้มก็อาจจะน้อยไป เมื่อเขาเห็นอี้ชิงกำลังหัวเราะ เพียงแค่เซฮุนทำหน้าตาแปลกๆ ใส่

            เซฮุนแอบส่งกระดาษอะไรบางอย่างให้อี้ชิง และพออี้ชิงอ่านก็ไม่สามารถเก็บรอยยิ้มได้ ร่างบางยัดกระดาษแผ่นนั้นลงกระเป๋าก่อนจะหันไปมองเซฮุนที่ชูนิ้วโป้งแล้วยิ้มให้ อี้ชิงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้พร้อมกับส่ายหน้า และตอนนี้สองคนนั้นก็กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้แถวหน้า เปิดดูรูปในกล้องที่เซฮุนถ่ายไปพร้อมๆ กัน

            “ดูอะไรน่ะ” ยองจีคลานเข่าเข้ามาหาคยองซูที่นั่งอยู่กับพื้นเวทีแล้วเอาแต่จ้องมองคู่ของอี้ชิงกับเซฮุนไม่วางตา ขณะนี้เป็นเวลาพักซุนกยูหายไปเข้าห้องน้ำ และจงอินก็หลบไปคุยกับผู้กำกับ

            คยองซูไม่ได้ตอบ แต่ไม่จำเป็นหรอก ยองจีก็แค่มองตามสายตาไปเท่านั้น

            “เซฮุนหมอนั่นหล่อนะ”

            “อืม”

            “นายว่าพี่อี้ชิงจะหวั่นไหวไหม?

            “ยัยบ้า” คยองซูเขกหัวเพื่อนสาวไปหนึ่งทีจนยองจีร้องโอดโอยแล้วก็ก็ลูบหัวป้อยๆ “พูดอย่างนั้นได้ยังไงน่ะ ให้เกียรติพี่เขาบ้าง”

            “โธ่ ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เป็นฉันมีเด็กหล่อๆ แบบนั้นมาอยู่ใกล้ก็ต้องมีหวั่นไหวบ้างเป็นธรรมดา”

            “ของซุนกยูน่ะ”

            “ยัยนั่นบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”

            “แล้วเธอก็เชื่อเหรอยองจี สมองนี่เท่าเม็ดถั่วหรือไงน่ะ”

            “โห คยองซูมากไปย่ะ ฉันก็ไม่ได้เชื่อหรอกแต่เจ้าตัวบอกไม่ใช่แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ” ยองจีโวยวายออกมา ก่อนจะหันสายตาไปมองเซฮุนด้วยดวงตาพราว “หรือว่าฉันจะจีบดี”

            “เอาเข้าไป”

            “แหม ก็เขาหล่อนี่”

            “ถ้าเธอจะจีบทุกคนที่หล่อล่ะก็ไปจีบแจ๊คสันไป”

            “โอ้โห ไอ้เจ๊กนั่นน่ะนะ จะเป็นคนสุดท้ายบนโลกที่ฉันอยู่ด้วยเลยจะบอกให้” คยองซูหัวเราะออกมาเมื่อเอ่ยถึงคู่กัดของยองจี ร่างเล็กเบ้หน้าพร้อมกับทำท่ายี้ก่อนที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเป็นเรื่องอื่น

            คยองซูยังคงพูดไหลไปตามที่ยองจีชวนคุย แต่สายตาก็ยังคงจับจ้องอี้ชิงกับเซฮุนเป็นพักๆ ถึงปากจะบอกยองจีว่าคิดอย่างนั้นไม่ดีแต่เขาก็อดที่จะคิดไม่ได้เหมือนกัน มีอะไรบางอย่างระหว่างสองคนนี้ที่ทำให้เขารู้สึกว่าในอนาคตอาจจะเกิดเรื่องไม่ดี ถึงอย่างนั้นคยองซูก็ไม่อยากคิดให้มากไปกว่านี้ เขาเชื่อว่าอี้ชิงเป็นคนดีและมีสติมากพอที่จะไม่ทำร้ายจงอิน แต่ก็อดจะเป็นห่วงไม่ได้

            เหนือกว่าสิ่งอื่นใด หากจะมีใครสักคนต้องเสียใจ เขาหวังว่าจะไม่ใช่คุณจงอิน

 


 

 


 

            เสียงฮัมเพลงดังขึ้นผสานกับเสียงตะหลิว กระทะ และเสียงหั่นผักในห้องครัว อี้ชิงในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังทำอาหารมื้อค่ำสำหรับสองคนหลังกลับจากการฝึกซ้อมเรียบร้อย เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสของมือหนาโอบกอดมาจากด้านหลังก่อนที่จงอินจะวางคางลงบนไหล่ อี้ชิงหันมองใบหน้าของแฟนหนุ่มที่อยู่ใกล้ๆ แล้วส่งยิ้มให้ ก่อนจะหันกลับไปวุ่นวายอยู่กับกระทะตรงหน้าต่อพร้อมกับฮัมเพลง

            “อารมณ์ดีจังนะวันนี้”

            “อย่างนั้นเหรอ”

            “ใช่ ไม่เห็นนายร้องเพลงแบบนี้มาพักใหญ่แล้ว”

            “แล้วไม่ดีหรือไง” จงอินมองใบหน้าของอี้ชิงที่กำลังยิ้มแล้วก็พลอยยิ้มตามออกมาได้ จมูกโด่งกดฝังลงไปที่แก้มขาวๆ อย่างเอาแต่ใจ

            “ดีสิ ฉันอยากเห็นนายอารมณ์ดีแบบนี้ทุกวัน”

            “พูดเหมือนฉันเป็นคนอารมณ์ร้อนมากเลยนะจงอิน”

            “ไม่ใช่น่า ก็แค่ช่วงก่อนนี้นายดูเครียดๆ เท่านั้น” ร่างบางชะงักนิดหนึ่งพลันนึกไปถึงก่อนหน้า ที่เขากลับมายิ้มได้ก็เพราะเซฮุน พอคิดอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกสะท้อนใจ

            “ฉันสบายใจขึ้นแล้วน่ะ”

            “ดีแล้วล่ะ” จงอินผละตัวออกมาก่อนจะหันไปหยิบของกินเล่นตามโต๊ะที่อี้ชิงเตรียมเอาไว้หยิบใส่ปาก “วันนี้ฉันนึกว่านายจะเหวี่ยงซะแล้วนะ”

            “เรื่องอะไร?

            “ก็ที่เซฮุนเข้ามาทักเมื่อตอนบ่าย ฉันคิดว่านายจะไม่โอเคเสียอีก”

            “

            “แต่วันนี้ฉันเห็นพวกนายคุยกันได้แล้วนี่ใช่ไหม”

            “อ๋อ ใช่”

            “ไปสนิทกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

            “ไม่ได้สนิท!” อี้ชิงตกใจและเผลอตัวปฏิเสธออกไปเสียงดังจนจงอินหันมองด้วยความสงสัย “ไม่ได้ถึงกับสนิทก็แค่เด็กนั่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร”

            “ฉันบอกนายแล้วอี้ชิงว่าเซฮุนเป็นเด็กที่ใช้ได้”

อี้ชิงเงียบไปเขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองกำลังเต้นรัว ถึงแม้จะพยายามทำเหมือนว่าไม่มีอะไร แต่ลึกๆ ในใจความรู้สึกกังวลกำลังกัดกินหัวใจของเขาจนรู้สึกหวั่นไหว กลัวว่าจงอินจะผิดสังเกต กลัวว่าจงอินจะรู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ใช่อย่างที่จงอินคิด แต่อีกใจก็กำลังค้านว่าพวกเขาไม่ได้ทำผิดอะไร



“ฉันดีใจนะถ้าพวกนายเข้ากันได้ จะได้ทำงานกันอย่างสบายใจ”

อี้ชิงไม่ได้ตอบอะไร และเขารู้ว่าตัวเองสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อยากแสดงความกังวลใจออกไปให้จงอินเห็นจึงทำได้แค่เงียบเอาไว้ ในหัวเอาแต่คิดฟุ้งซ่านกลัวว่าจงอินจะบังเอิญสังเกตเห็นอะไร กลัวว่าสิ่งที่เขากับเซฮุนแสดงออกต่อกันจะกลายเป็นสนิทสนมเกินไป เมื่ออยู่ๆ จงอินเข้ามากอดเขาจากข้างหลังจึงทำให้อี้ชิงเผลอสะดุ้งอย่างแรงด้วยความตกใจ

“อะไรกัน เป็นคนขวัญอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่” เสียงทุ้มของจงอินหัวเราะอยู่ข้างหูไม่ได้สร้างความสบายใจ กลับทำให้อี้ชิงรู้สึกไม่ดีเข้าไปใหญ่

ลมหายใจอุ่นเป่ารดบริเวณกกหูไล่มาจนถึงต้นคอ อ้อมกอดของจงอินกระชับแน่นขึ้นและอี้ชิงก็รู้ดีว่าจงอินกำลังต้องการอะไร

“ไม่เอาน่าจงอิน ฉันกำลังทำกับข้าวอยู่”

“เดี๋ยวค่อยทำก็ได้ ยังไม่หิว”

“จงอิน” จมูกโด่งเป็นสันคลอเคลียซอกคอขาวอย่างเอาแต่ใจ ขบเม้มไปตามผิวเนื้ออ่อนแต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เกิดร่องรอยทิ้งเอาไว้ อี้ชิงพยายามส่งเสียงร้องห้ามแต่ดูเหมือนว่าแฟนตัวสูงไม่ได้สนใจจะฟัง

เมื่อเห็นว่าที่สุดก็คงห้ามไม่ได้ อี้ชิงเลยปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไป มือหนาของจงอินเอื้อมไปปิดเตาไฟก่อนจะดึงรั้งร่างของอี้ชิงเข้ามาใกล้ แผ่นหลังซบลงไปกับแผ่นอกหนาและอี้ชิงก็เอียงคอให้อีกฝ่ายสัมผัสได้ตามแต่ใจ

มือของจงอินลูบไล้ไปตามส่วนต่างๆ ของกายบางเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ภายในก่อนจะค่อยๆ พลิกกายของอี้ชิงให้หันหน้าเข้ามา ทั้งคู่สบตากันชั่ววินาทีก่อนที่ริมฝีปากจะประกบเข้ามาแลกสัมผัสกัน ปลายลิ้นร้อนกวาดต้อนไปทั่วโพรงปากจากความอ่อนโยนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน แขนของอี้ชิงโอบรอบคอจงอินเอาไว้ ในขณะที่ร่างสูงรั้งกายของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้อีกจนแทบไม่มีช่องว่าง

ทุกสิ่งควรจะเป็นไปอย่างที่มันเคยเป็นมา เซ็กส์ที่เข้ากันได้เหมือนกับทุกคราและไม่เคยได้รับการปฏิเสธหากมีใครสักคนเรียกร้อง หากไม่ใช่เพียงแต่ในความเร่าร้อนของอารมณ์ในกายหัวใจจะไม่นำพาภาพของใครฉายขึ้นมาในมโนสำนึกของอี้ชิง

!!!

รู้ตัวอีกทีมือของเขาก็ขยับออกไป จงอินเซผงะไปด้านหลังด้วยความตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัวว่าจะได้รับการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยแบบนั้น แขนของอี้ชิงค้างอยู่ในอากาศ ทั้งคู่สบตากันท่ามกลางความเงียบอยู่หลายนาทีโดยไม่มีใครพูดอะไร

อี้ชิงตกใจมากกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป สบตาจงอินก็เห็นแต่ความไม่เข้าใจและเขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะพูดอะไรในสถานการณ์กระอักกระอ่วนใจแบบนี้ มันแย่มากและคงไม่ผิดหากจงอินจะไม่เข้าใจ

“ฉัน

“ทำกับข้าวต่อเถอะ ฉันจะไปอาบน้ำก่อน” จงอินหันหลังเดินออกไปจากครัวทันที

ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นหัวใจของอี้ชิงไหววูบ เขาอยากจะเดินเข้าไปขอโทษแต่ก็ไม่รู้จะมีคำแก้ตัวใดที่ดีพอ หัวใจเจ็บแปลบขึ้นมาเพียงแค่เห็นสายตาตัดพ้อของจงอิน รู้สึกหายใจไม่ออกและอึดอัดจนแทบอยากจะหายตัวไป

ร่างบางถอนหายใจหันกลับไปจุดไฟที่เตาแล้วทำกับข้าวต่อ อาหารเย็นมื้อนั้นผ่านไปพร้อมกับความเงียบ ถึงแม้ทั้งคู่จะพยายามทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่ความปกติแต่ก็ไม่มีอะไรที่เหมือนเดิมอีก

คืนนั้นไฟในห้องนอนดับลงเร็วกว่าปกติ สองคนนอนหันหลังให้กัน ไม่มีการสวมกอดกันไม่มีการจูบบอกให้ฝันดี ไม่มีการหยอกล้อเล่นเหมือนกับทุกที และไม่มีใครที่สามารถข่มตาให้หลับได้ลง

 

 

70%

 
 

            “นอนไม่หลับเหรอครับคุณจงอิน” คยองซูเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นจงอินอ้าปากหาวติดกันเป็นครั้งที่สี่ ร่างสูงหันมายิ้มแล้วเสยผมตัวเองหนึ่งที

            “นิดหน่อยน่ะ ขอโทษนะ”

            “ผมเห็นคุณหาวหลายครั้งแล้ววันนี้” คยองซูสำรวจใบหน้าคมของร่างสูงและเห็นแววความอิดโรยในดวงตา

            จงอินยิ้มบางๆ พลันนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกไม่ค่อยดีแล้วมันก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาข่มตาหลับไม่ได้สักทีถึงแม้เวลาจะผ่านไปเกือบค่อนคืน แม้กระทั่งตื่นมาตอนเช้าสถานการณ์ก็ยังคงไม่ดี จงอินตัดสินใจออกมาข้างนอกแล้วโทรเรียกคยองซูออกมาให้เดินเป็นเพื่อนโดยที่ทิ้งอี้ชิงไว้ที่ห้อง เขาไม่อยากอยู่ในสถานการณ์อึดอัดกันสองคนในเวลานี้บางทีอาจต้องให้เวลากันและกันเพื่อที่จะปรับอารมณ์ให้คงที่

            “แต่ฉันคงไม่ดูโทรมมากหรอกใช่ไหม”

            “ไม่ครับ ไม่เลย คุณยังดูดี” คยองซูยิ้มให้อีกก่อนจะวางนิ้วชี้สองข้างไปที่ใต้ตาตัวเอง “ถึงขอบตาตรงนี้จะทำให้คุณดูเป็นหมีแพนด้าไปหน่อยก็เถอะ”

            จงอินหัวเราะออกมา รู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่เลือกโทรหาคยองซูเป็นคนแรกและโชคดีที่คยองซูว่างที่จะมาเดินเล่นเป็นเพื่อนเขา ทั้งคู่เดินไปตามถนนที่เป็นย่านการค้า ในช่วงสุดสัปดาห์บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก มีทั้งบรรดานักเรียนนักศึกษาและคนทั่วไปเดินสวนกันไปมา

            นอกจากเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายแล้วจุดประสงค์ที่จงอินเรียกคยองซูออกมาก็เพื่อจะให้ช่วยเดินเลือกซื้อแหวนด้วยกัน พวกเขาใช้เวลาเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้แลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ตามแต่ที่จะสรรหามาพูดคุยกัน

            “คุณอ่านเจ้าชายน้อยไปถึงไหนแล้วครับ”

            “จบที่นักสำรวจแนะนำให้เจ้าชายลงมายังโลกน่ะ”

            “คุณอ่านช้าจัง ผมนึกว่าคุณอ่านใกล้จะจบแล้วเสียอีก”

            “ก็มันไม่มีเวลาเลยนี่นา” คยองซูแกล้งถอนหายใจออกมาดังๆ แล้วจงอินก็ยกมือขึ้นมายีผมสีดำสนิทอย่างหมั่นเขี้ยว “ฉันอ่านจบน่า”

            พวกเขาเดินผ่านรถเข็นขายบุงออปังรูปปลา คยองซูหยุดยืนหน้าร้านก่อนจะหันมาหาจงอินที่ยืนล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทอยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้ม

            “คุณอยากกินไหมครับ”

            “เอาสิ”

            “คุณลุงครับ ขอสองตัวครับ”

            คยองซูรับขนมปังรูปปลาสอดไส้ถั่วแดงร้อนๆ หอมฉุยมาไว้ในมือ ก่อนจะยื่นตัวหนึ่งให้จงอิน แล้วเริ่มอมลมเข้าไปในปากเป่าไอความร้อนออกจากขนมของตัวเอง จงอินมองดูด้วยสายตานึกเอ็นดู

            “นายนี่มีความสุขกับการกินจริงๆ”

            “ผมมีความสุขกับทุกสิ่งที่ชอบเสมอครับ” และผมก็มีความสุขจริงๆ เวลาอยู่กับคุณ

คยองซูได้แต่คิดแต่ไม่กล้าพูดออกไป พวกเขายังคงเดินต่อไปตามถนนสายใหญ่สายตาสอดส่ายตามหาร้านที่ขายจิวเวลรี่หรือเครื่องประดับเพื่อจะแวะเข้าไปดูด้านใน

จงอินรู้สึกดีขึ้นมากแล้วถึงอย่างนั้นก็ยังคงไม่สบายใจ นึกถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาเมื่อไหร่ความไม่เข้าใจก็มักจะทำให้เผลอถอนหายใจทุกที

“มีเรื่องอะไรกับพี่อี้ชิงเหรอครับ” ในที่สุดร่างเล็กก็ตัดสินใจถาม จงอินเงียบไปพักหนึ่งแล้วคยองซูก็หยุดรอเพื่อเปิดโอกาสให้จงอินตัดสินใจว่าอยากจะเล่าให้เขาฟังหรือไม่

“นึกว่าจะไม่ถามแล้วนะนี่”

“สีหน้าคุณดูกังวลทุกทีเวลาเราเข้าร้านจิวเวลรี่ผมเลยคิดว่าคุณคงมีเรื่องไม่สบายใจ”

“ฉันไม่ค่อยแน่ใจ” จงอินเงียบไปครู่หนึ่ง “มันเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเปลี่ยนไป”

“ทะเลาะกันเหรอครับ”

“ไม่เชิงหรอก แต่ก็ไม่ค่อยดี”



“อย่างที่เธอรู้ ความจริงช่วงหลังๆ มานี่ เราไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่”

“บางทีความเข้าใจก็ต้องใช้ช่องว่างกับเวลานะครับ” จงอินยิ้มให้แต่ไม่มีคำพูดอะไร ในหัวกำลังคิดตามคำที่คยองซูพูด บางทีเขาคงต้องให้เวลาแล้วก็แบ่งช่องว่างให้กันและกันบ้าง

“นายนี่ดูเข้าใจความรักดีจังเลยนะ”

“ไม่หรอกครับ ผมแค่มองไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น อันที่จริงผมว่าผมไม่เข้าใจมันเลย”

“แต่นายให้คำแนะนำดีๆ กับฉันตลอด”

“เพราะผมเป็นคนนอกในเรื่องของคุณสองคนมั้งครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องของผมผมเองก็เอาตัวไม่รอด” จงอินยิ้มก่อนจะวางมือลงบนผมนิ่มของคยองซู

“นายสมควรจะมีความรักที่ดีคยองซู”

“แต่ความรักไม่เคยตัดสินกันที่ความดีนะครับ”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ” จงอินเลื่อนมือลงมาโอบบ่าคนตัวเล็กแล้วพาเดินต่อ “ฉันก็หวังว่าสักวันนายจะเจอความรักที่ดีและฉันจะเป็นคนหนึ่งที่ดีใจกับมันจริงๆ”

คยองซูคลี่ยิ้มให้จงอินเช่นกัน เขาเองก็หวังให้เป็นอย่างนั้น หวังว่าจงอินจะเจอความรักที่ดี หวังว่าจะไม่มีเรื่องให้คนตรงหน้านี้เสียใจ พวกเขาทั้งคู่จะมีความสุขเมื่อข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ ความอึดอัดไม่สบายใจจะมลายหายไปกับกาลเวลา วันที่คยองซูทำใจได้ว่าความรักที่เกิดมามันจะผ่านไป และวันที่ความรักของจงอินจะกลับมาประคับประคองกันเดินต่อไปเหมือนวันเก่าที่ผ่านมาพร้อมกับความเข้าใจ

แต่ลึกๆ เราต่างรู้โลกดำรงอยู่บนความไม่แน่นอน ความสุขในวันนี้พริบตาเดียวอาจหายไป และความทุกข์ในใจก็คงไม่อยู่ไปชั่วนิรันดร์

และเพราะเรารู้อย่างนั้น เราเองจึงต่างหวัง

หวังว่าสักวันจะเป็นวันที่ดี

 




 

มีเพลงมาฝาก :)
 



 














TBC

เราทุกคนมักจะดำรงชีวิตด้วยความหวัง
แม้ในบางครั้งมันจะเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ

But the world keeps spining around ...

#CrossroadHL





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #344 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 12:40
    จงอินเมื่อไรจะรู้สึกกับคยองจะได้ไม่มีใครเจ็บ ฮรืออ
    #344
    0
  2. #311 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 22:45
    สงสารจงอิน จงอินมาอยู่กับเค้าเถอะ ไม่ก็คยอง
    #311
    0
  3. #280 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 23:50
    มีบางอย่างกำลังเปลี่ยนไปจริง
    #280
    0
  4. #247 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 10:15
    สงสารจงอินจังงงงง ฮือ แต่ก็ยังดีที่มีคยอง
    #247
    0
  5. #127 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 16:24
    ครึ่งหลังมาแล้ว สงสารจงอิน ;__; ต้องคิดมากอยู่แบบนั้น ยังดีที่มีคยองซูอยู่ด้วย ชอบตอนที่บอกว่าสักวันจะเจอความรักที่ดี แต่ไม่รู้ว่าเจอแล้วแต่ทำไรไม่ได้ก็ น่าสงสาร
    #127
    0
  6. #126 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 22:00
    สงสารจงอินนะความรักไม่ราบลื่นซะแค่นี้ก็บอได้แล้วว่าอนาคตต้องเป็นยังงั้ยยังดีทีจงอินยังมีคยองค่อยเป็นเพื่อนทีปรึกษาแต่ก็น่าสงสารพอกัน
    #126
    0
  7. #125 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 00:30
    โอ่ยยน เซฮุนกับอี้ชิงหันมาคุยกันเริ่มยิ่มให้กันแล้ว ดีใจอ่ะอย่างน้อยสองคนนี้ก็ยิ้มให้กันได้คุยกันได้ แต่ก็อีกใจนึงก็สงสารจงอิน อยู่ดีๆก็โดนปฏิเสธ คยองซูดามใจ เย้ยย คยองจะทำไรเปล่าอะ กลัวใจ เป็นคนนิ่งๆแต่ท่าทางเหมือนคิดตลอดเวลา ยอมใจ
    #125
    0
  8. #124 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 07:37
    เราว่าอี้ชิงไม่ดีเลยไม่ชอบอ่ะเกลียดอ่ะสงสารจงอิน มากเหมือนสวมเขา อี้ชิงหักหลังความรักของจงอินสงสารมาก
    #124
    0
  9. #123 trisia_gill (@trisia) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 01:55
    สงสารจงอินจัง
    #123
    0
  10. #122 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 01:13
    จงอิ๊นนนนนนนน TT ตอนนี้จงอินน่าสงสารมากเลยอ่ะ TT แต่เซฮุนก็น่าสงสาร ง้้อวววว
    #122
    0
  11. #121 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 01:10
    จงอิ
    #121
    0
  12. #120 แบม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 01:08
    อยากให้ฮุนเลย์สมหวัง แต่ไม่อยากให้จงอินเสียใจ สามพีเถอะค่ะ กราบแรง 5555555555
    #120
    0