[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 14 : ♡ Chapter 13 : All we are loser

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 พ.ค. 58

  CR.SQW






13
All we are loser

 



 

            เสียงเพลงจังหวะคึกคักดังต่อเนื่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับผู้คนที่อยู่ในร้าน ไฟสลัวรางที่พอมองเห็นเพียงแค่ใบหน้าของคนฝั่งตรงข้ามกับเสียงพูดคุยดังๆ และเสียงเพลงไม่ได้เป็นอุปสรรคในการสนทนาของคนทั้งคู่แต่อย่างใด เซฮุนกำลังนั่งอยู่กับลู่หานในร้านเหล้าร้านหนึ่งในย่านบันเทิงไม่ไกลจากบ้านเช่าของลู่หานเท่าไหร่ ในมือของพวกเขาถือขวดเบียร์คนละขวด และตอนนี้ลู่หานก็กำลังมองเซฮุนด้วยสีหน้าตกใจ

            “มึงจะบอกว่าเรื่องที่มึงเล่าทั้งหมดนี่คือความบังเอิญงั้นเหรอ” เซฮุนไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่ยกขวดเบียร์ในมือขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ ลู่หานยกฝ่ามือขึ้นมาตบเข้ากับหน้าผากตัวเองก่อนจะทิ้งร่างลงไปพิงกับพนักเก้าอี้ด้านหลังพร้อมกับถอนหายใจ “โทษที แต่กูไม่รู้ว่าควรตกใจเรื่องอะไรก่อน”

            “

            “เรื่องที่รักแรกมึงตลอด 6 ปีมานี่ไม่ใช่ผู้หญิง หรือเรื่องที่พวกมึงมาเจอกันอีกทีในสถานการณ์ที่โอ้ย กูไม่รู้จะเรียกแม่งว่าอะไร”

            “เชี่ย”

            “เออ กูก็ไม่ได้อยากจะหยาบคายขนาดนั้นหรอกแต่ก็ใช่” เซฮุนแค่นยิ้มแล้วลู่หานก็เงียบไป นานทีเดียวกว่าที่จะมีใครสักคนพูดออกมาใหม่ “ซุนกยูรู้เรื่องนี้ไหม”

            เซฮุนส่ายหน้าช้าๆ และเขาก็แทบเดาสีหน้าหนักใจของลู่หานที่ตามมาได้ จริงอยู่ที่พวกเขาไม่ใช่คู่รักแต่จากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นมานานนั้นเซฮุนคิดว่าเขาเข้าใจว่าลู่หานอยากจะสื่อถึงอะไร

            ร่างสูงยกขวดเบียร์ขึ้นในอากาศและสบตากับพนักงานเป็นเชิงขอเครื่องดื่มขวดใหม่ ลู่หานไม่ได้ห้ามอะไร เซฮุนดื่มได้ถึงแม้จะไม่ใช่คนดื่มหนักเท่าไหร่ แต่วันนี้เจ้าตัวมีเรื่องไม่สบายใจถึงกับยอมคายความลับที่เก็บเอาไว้หลายปีให้เขาฟังก็คงต้องปล่อยให้ดื่มไป

            ลู่หานรู้อยู่แล้ว รู้มาตลอดว่าเซฮุนมีใครอยู่ในใจ ตั้งแต่รู้จักกันมาเพื่อนของเขาก็เพ้อหาถึงใครคนหนึ่งเพียงแต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าคนคนนั้นเป็นใคร เซฮุนเป็นคนไม่มีความลับแต่ก็ไม่ใช่คนที่จะพูดทุกเรื่อง นั่นเป็นนิสัยที่กลุ่มเพื่อนเข้าใจกันดีเพราะฉะนั้นจึงไม่เคยมีใครซักไซ้ คนที่รู้มากกว่าคนอื่นหน่อยว่าเซฮุนยึดติดกับคำสัญญา และต้องไปยืนมองฟ้าที่แม่น้ำฮันทุกปีคงมีแค่เขาและซุนกยู

            แต่สิ่งที่พวกเขาไม่เคยรู้ คือเรื่องราวเบื้องหลังเหล่านั้นที่เซฮุนไม่เคยพูดออกมา ลู่หานรู้เพียงแค่ว่าทั้งคู่บังเอิญเจอกันที่ปารีส ใช้เวลาด้วยกันเพียงแค่ช่วงสั้นๆ แล้วแยกกันไป ผูกกันเอาไว้ด้วยคำสัญญาที่ผ่านมาหกปีแล้ว และยืนยันว่าอีกฝ่ายคงจำไม่ได้ แต่เรื่องหลังจากนั้น รายละเอียดทั้งหมดที่ว่าคนนั้นชื่ออะไร เพศไหน เขาไม่เคยรู้เลย

            ถึงจะตกใจที่คนคนนั้นไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่ตัวเขาเองเข้าใจ แต่เพราะความผูกพันหลายปีในฐานะเพื่อนก็ไม่ได้ทำให้ลู่หานรู้สึกสงสัยอะไรมากไปกว่าความรู้สึกอึดอัดในหัวใจแทนเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด บวกกับสีหน้าของเซฮุนตอนนี้ที่ราวกับแบกโลกทั้งใบเอาไว้ เรื่องเกย์ไม่เกย์หรือมึงเป็นไบยังไง เขาคิดว่าคงต้องปล่อยผ่านไปก่อนแล้วค่อยมาซักไซ้กันทีหลังจะดีกว่า

            “มึงคงตกใจมากเลยสินะ”

            “โอ้โห กูไม่ตกใจก็บ้าแล้วครับเพื่อนมึง นี่คิดถึงตอนนอนด้วยกันแล้วกูก็เสียวตูดขึ้นมาเลย”

เสียงหัวเราะของเซฮุนดังขึ้นพร้อมกับนิ้วกลางที่ยกชูขึ้นมาแทนคำด่า ลู่หานหัวเราะออกมาขณะที่พนักงานเอาเบียร์เข้ามาเสิร์ฟ พวกเขารอจนกว่าพนักงานคนนั้นเดินออกไปจนพ้นสายตาเซฮุนจึงเริ่มบทสนทนาขึ้นมาอีกครั้ง

            “กูไม่ได้รู้สึกกับทุกคนว่ะ กูรู้สึกแค่กับเขา”

            “โชคดีของกูละ” ลู่หานพูดขึ้นพร้อมเอามือลูบอกตัวเองไปมา เซฮุนหัวเราะหยันออกมาในขณะที่ลู่หานยังคงพยายามสร้างบรรยากาศเริงร่าต่อไป “เอ้า ใครจะรู้กูยิ่งหน้าตาดีอยู่ๆ เผื่อมึงหวั่นไหว”

            ทั้งคู่หัวเราะให้กันแล้วก็ต่างคนต่างดื่มเงียบๆ ไปอีกพักใหญ่ สีหน้าของเซฮุนยังคงมีความกังวลใจถึงแม้จะดูผ่อนคลายขึ้นมาบ้างหลังจากเพื่อนรักพยายามจะทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น

            “แล้วนี่มึงคิดหรือยังว่าจะเอายังไงต่อไป”

            เซฮุนนิ่งไป นั่นเป็นคำถามที่อยู่ในใจของเขามาตลอดหลายวัน ถึงแม้อี้ชิงจะพูดให้พวกเขาทำเหมือนเป็นคนไม่รู้จักกันและเขาพยายามที่จะทำมันให้ได้ แต่ลึกๆ เซฮุนก็รู้ว่ามันยากเกินไป หากยิ่งฝืนดึงดันทำแบบนี้ต่อไปก็มีแต่จะสร้างอคติในใจพวกเขาสองคนให้สูงขึ้น และสุดท้ายความรักที่เคยเกิดขึ้นมาตลอดเวลาหกปีก็จะไร้ความหมาย

          ซึ่งเขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น

            “กูไม่รู้ว่ะ แต่กูไม่อยากให้เขาหายไปอีก”

            “กูเข้าใจมึงนะ มันยากที่จะทำใจในเมื่อคนที่รอมาตลอดมายืนอยู่ตรงหน้า”

            “

            “แต่กูก็อยากให้มึงคิดดีๆ ชีวิตแม่งมีปัจจัยที่มากกว่าความรักมึงก็น่าจะรู้นี่ อีกอย่างกูอยากให้มึงนึกถึงคนข้างหลังที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย แค่เขาไม่รู้ก็น่าสงสารจะตายห่า อย่ายัดเยียดความน่าสมเพชให้พวกเขาอีกเลยว่ะ”

            “

            “กูไม่เชื่อหรอกว่าทางออกมันจะมีทางเดียว ออกหน้าไม่ได้ก็ต้องออกหลังบ้าน หลังบ้านไม่ได้หน้าต่างก็ยังมี ค่อยๆ คิดดีแล้วก็คิดเผื่อพวกที่อยู่ข้างพลังพวกมึงด้วย”

            ลู่หานอมยิ้มแล้วมองหน้าเพื่อนสนิทที่กำลังหลุบตามองขวดเบียร์ในมือ ยื่นขวดเข้าไปชนกันเรียกสายตาของเซฮุนให้หันมามองก่อนที่จะยกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม

 



 

 



 

            ในห้องซ้อมเต้นขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่เล็กไม่ใหญ่ วิทยุเครื่องเล็กกำลังทำหน้าที่ขยายเสียงบทเพลงไพเราะ ดังมากพอที่จะทำให้ร่างสูงใหญ่ที่นั่งจมอยู่กับตัวเองที่มุมห้องไม่ได้ยินเสียงใครบางคนที่เดินเข้ามา

            “ทำอะไรอยู่เหรอครับคุณจงอิน”

            “เฮ้ย!

            เสียงที่ดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้จงอินสะดุ้งตกใจและเผลอทำสมาร์ทโฟนในมือหล่นลงไปกับพื้นเสียงดัง คนตัวเล็กกว่ามีสีหน้าสงสัยดวงตากลมขยายกว้างขึ้นขณะมองดูจงอินตาลีตาเหลือกเก็บมือถือบนพื้นขึ้นมา

            “ตกใจอะไรขนาดนั้นกันครับ”

            “โทษทีฉันนึกว่าเป็นคนอื่นน่ะ” สายตามีคำถามของคยองซูขณะที่นั่งลงทำให้จงอินที่กำลังเลิ่กลั่กยิ้มแห้งออกมา “ฉันนึกว่าเป็นอี้ชิง”

            “มีความลับกับพี่อี้ชิงเหรอครับ”

            “ฮ่าๆ ก็ไม่เชิงหรอกนะเพียงแต่มันยังบอกไม่ได้”

            “อ๋อครับ” คยองซูยิ้มให้แล้วจงอินก็เอียงคอมองด้วยความแปลกใจ ทั้งคู่มองตากันปริบๆ อยู่เกือบนาที

            “นายไม่ถามต่อเหรอ”

            “ถามทำไมครับ ถ้าคุณอยากบอกคุณก็บอกสิ” จงอินหัวเราะออกมาเสียงลั่น

            “นายนี่มันเด็กดีจริงๆ นะคยองซู”

            “ผมไม่ใช่เด็กดีหรอกครับ แต่ถ้าคุณไม่อยากให้ผมรู้ผมไม่อยากรู้ก็ได้”

            “ทั้งๆ ที่ความจริงนายอยากรู้น่ะเหรอ”

            “เอ่อครับ” จงอินก็หัวเราะออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นคยองซูยกมือขึ้นเกาท้ายทอยของตัวเองเบาๆ เขาชอบที่คยองซูเป็นเด็กแบบนี้ วางตัวดีและไม่ทำให้เขาอึดอัด ถึงอย่างนั้นท่าทีของเด็กนี่กลับทำให้เขารู้สึกอยากรู้จักและพร้อมจะให้ความสนิทสนมมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

            “ฉันกำลังดูของขวัญให้อี้ชิงน่ะ”

            “ของขวัญ?

            “ใช่ แหวนน่ะ” จงอินหันหน้าจอสมาร์ทโฟนให้ร่างเล็กดูแบบแหวนมากมายที่เขานั่งเลือกอยู่ในอินเตอร์เน็ต คยองซูมองแล้วก็นิ่งไปเขาไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรเพียงแต่กำมือที่อยู่บนหน้าขาแน่นขึ้นอีกนิด รอยยิ้มที่พยายามยกขึ้นมาเกร็งจนน่าประหลาดใจ

            “เนื่องในโอกาสอะไร วันครบรอบเหรอครับ”

            “เปล่า ไม่ใช่หรอก” จงอินอมยิ้มกับตัวเองในมือก็เลื่อนหน้าจอดูแบบแหวนไปเรื่อยๆ “ฉันลืมวันครบรอบของเราไปตั้งแต่ปีที่สองที่คบกันแล้วล่ะ”

            “” เสียงหัวเราะขื่นๆ ของคยองซูแทรกเบาบางรวมกันอยู่กับเสียงหัวเราะของจงอิน ถึงอย่างนั้นตัวก็ยังคงนั่งนิ่งรออีกฝ่ายพูดต่อไป

            “แค่รู้สึกว่าช่วงนี้เขาเหนื่อยน่ะ แล้วก็มีปัญหาหลายอย่างที่ฉันไม่รู้ว่าเรื่องอะไร มันทำให้เราทะเลาะกันบ่อยขึ้นมีแต่เรื่องไม่เข้าใจ ก็เลยคิดว่าอยากจะหาของขวัญดีให้ๆ แค่นั้นเอง”

            “

            “ตลกเนอะ อยู่ด้วยกันมาก็ตั้งหลายปี เพิ่งจะมาคิดให้แหวนเอาตอนปีที่ห้านี่”

            “ไม่หรอกครับ มันขึ้นอยู่กับความพร้อมมากกว่า”

            จงอินมองดูคยองซูที่ยิ้มบางๆ ให้อย่างเข้าใจ ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของเด็กคนนี้ที่คอยสนับสนุนสิ่งที่เขาคิดและทำให้เขารู้สึกมั่นใจ ไม่ว่าจะเรื่องน้อยนิดแค่ไหนดูเหมือนว่าคยองซูจะทำให้เขาเชื่อได้ว่าทุกอย่างมันจะเป็นไปด้วยดี

            “ดูเหมือนขอแต่งงานเลยใช่ไหม”

            “แล้วไม่ใช่เหรอครับ?

            “ฮ่าๆ ไม่รู้สิ ความจริงฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยจนกระทั่งเรากำลังจะย้ายไปอยู่ด้วยกันที่นิวยอร์ก”

            “

            “พวกเรามาไกลจากจุดเริ่มต้นกันมาก ตั้งแต่แม่อี้ชิงเสียไปเขาก็ไม่มีใคร พอย้ายมาอยู่ด้วยกันฉันก็เลยอยากจะดูแลเขาให้ดีที่สุด ฉันคิดว่ามันคงไม่จำเป็นหรอกเพราะเราก็อยู่ด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้นความสัมพันธ์มันก็ยังมีเส้นกั้นบางๆ คงไม่ต้องพูดกันถึงขั้นแต่งงานหรอก เรียกว่าอยากใช้ชีวิตพึ่งพิงกันและกันในฐานะครอบครัวดีกว่า”

            ดวงตาของจงอินทอประกายและคยองซูก็สัมผัสได้ถึงความสุข ร่างเล็กยิ้มออกมาเพราะความสุขของผู้ชายตรงหน้าก็เทียบได้ว่าคือความสุขของเขา ถึงแม้จะต้องพยายามกลั้นน้ำตา ถึงแม้จะเจ็บเมื่อรู้ว่าความรักของจงอินที่มีให้อี้ชิงนั้นมากมายขนาดไหน แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ายินดีจากหัวใจให้คนๆ นี้ได้พบเจอกับความสุขและมีรอยยิ้มได้ตลอดไปเท่านั้น

            “คุณนี่รักดอกกุหลาบของคุณมากเลยนะครับ”

จงอินยิ้มในแบบที่คยองซูไม่กล้าคิดว่ารอยยิ้มแบบนี้จะส่งผ่านมาถึงเขา

            “ก็ฉันมีดอกกุหลาบของฉันอยู่ดอกเดียวนี่นา”

คยองซูยิ้มตอบกลับไปทั้งที่ต้องพยายามกลั้นความหวั่นไหวที่ขอบตา เขากะพริบตาถี่ๆ ไล่ก้อนสะอื้นที่จุกขึ้นมาที่คอให้กลับไป จะไม่มีวันทำให้จงอินลำบากใจเพียงเพราะแค่หยดน้ำหยดเดียวที่ไหลออกจากตาเด็ดขาด นั่นคือสิ่งที่คยองซูสัญญากับตัวเองเอาไว้ ร่างเล็กขยับตัวเข้าไปใกล้พลางมองเข้าไปในจอสมาร์ทโฟนในมือที่มีแบบแหวนอยู่ในนั้นมากมาย

“พี่อี้ชิงน่าจะเหมาะกับอะไรเรียบๆ มากกว่าไม่ต้องหวือหวามากเท่าไหร่ หรือถ้าตัดสินใจแล้วต้องการคนไปเดินช่วยเลือกหรือให้กำลังใจตอนจ่ายเงินผมไปเป็นเพื่อนก็ได้นะครับ”

จงอินหันมายิ้มให้เด็กน้อยที่นั่งอยู่ข้างเขาก่อนจะยิ้มให้ มือหนาวางลงบนผมสีดำก่อนจะยีมันไปมาแล้วโคลงเบาๆ จนศีรษะของร่างเล็กโยกไปตามแรงเคลื่อนไหว แลกกับรอยยิ้มของจงอิน แลกกับความสุขและความสบายใจ แลกกับการได้ยืนเคียงข้างในฐานะแบบนี้ตลอดไป ต่อให้ต้องกลั้นน้ำตาอีกมากเท่าไหร่ ต้องกลับไปกอดตัวเองร้องไห้อีกนานแค่ไหน คยองซูก็พร้อมจะทำจนกว่าวันเวลาจะพรากพวกเขาให้จากกันไป

 



 

 



 

            เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นไม้เป็นจังหวะประสานไปกับเสียงดนตรีเบาบางที่ดังมาจากวิทยุเครื่องเล็กที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของเวที สีหน้าของร่างบางที่กำลังเคลื่อนย้ายไปตามจังหวะนั้นมีริ้วรอยของความกังวลฉายชัดอยู่เต็มใบหน้า

            ไม่บ่อยนักที่อี้ชิงจะใช้การเต้นในการเยียวยา และเป็นการบ่งบอกได้ว่าสภาวะจิตใจข้างในนั้นแย่และสับสน ถึงแม้จะไม่สามารถใช้กำลังขาได้อย่างที่ตั้งใจไว้ดังแต่ก่อนเนื่องจากอุบัติเหตุตอนวัยรุ่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเต้นไม่ได้อีก มันอาจจะไม่ดีที่สุดและไม่สามารถยึดเป็นอาชีพแต่ก็ยังหล่อเลี้ยงอี้ชิงในวันที่ความแข็งแกร่งกำลังสั่นคลอน

            ความเงียบของโรงละคร และสมาธิที่หมดไปกับการจับจังหวะมักจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น ได้อยู่กับตัวเองและทบทวน แต่กับวันนี้มันกลับต่างออกไป ความกังวลไม่ได้หายไปมีแต่จะเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ผ่านไปและเขาเองก็ห้ามตัวเองไม่ได้ที่จะไม่ให้ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้

            ได้ยินเสียงรองเท้าที่กระทบพื้นไม้ของโรงละคร อี้ชิงหันไปมองแล้วก็พบเซฮุนกำลังเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ร่างบางหยุดเต้นทันทีและทำท่าจะเดินหนีไปอีกทาง หากแต่เสียงของเซฮุนดังขัดขึ้นเสียก่อน

            “ใจคอพี่นี่คิดแต่จะหนีหรือไง”

            “ฉันไม่ได้หนี”

            “ผมบอกแล้วว่าพี่จะหลอกใครก็หลอกไปแต่พี่หลอกตัวเองไม่ได้หรอก” อี้ชิงกำมือแน่นก่อนจะค่อยๆ หันมาเผชิญหน้ากัน

            “มีอะไร”

            “ผมก็แค่อยากให้เราคุยกันดีๆ”

            “ฉันจำได้ว่าเราคุยกันไปหมดแล้ว”

            “พี่พูดเองเออเองอยู่คนเดียวจะเรียกว่าเราคุยกันได้ยังไง” อี้ชิงเงียบไปเพราะจนใจจะพูด ร่างบางเม้มปากแน่น เป็นเวลาหลายนาทีที่ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบกล้ำกราย “ผมทำได้ดีไหม?

            “หมายถึงอะไร”

            “ที่พี่อยากให้ผมทำเป็นคนไม่รู้จัก พี่ว่าผมทำได้ดีไหม”

            “จะมาถามทำไม”

            “ผมก็แค่อยากรู้เพราะผมอยากทำให้พี่พอใจ”

            “เซฮุน!” ประโยคที่เหมือนกวนกันทำให้อี้ชิงตวัดสายตามามองด้วยความไม่พอใจ แต่พอเห็นสายตาตัดพ้อของคนเด็กกว่าที่มองมาหัวใจกลับวูบไหว “

            “พี่พอใจแล้วใช่ไหม?

            “

            “ที่เป็นแบบนี้พี่คิดว่ามันดีแล้วใช่ไหม”

            เป็นอีกครั้งที่อี้ชิงเงียบไป สายตาของเซฮุนที่มองมากำลังทำลายกำแพงความแข็งแรงทั้งหมดที่สร้างขึ้นมาใหม่

            “พี่เคยคิดถึงความสุขของเราบ้างไหม?

            “ความสุขของเรามันตายไปตั้งแต่เรากลับจากปารีสแล้วเซฮุน มันจะไม่มีความสุขของเราอีก”

            “พี่อยากให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ น่ะเหรอ”

            “

            “

            “แล้วมันจะมีอะไรดีกว่านี้ได้เหรอเซฮุน” ประโยคคำถามถูกเอ่ยออกไปเสียงสั่น อี้ชิงมองไม่เห็นหนทางที่อะไรจะดีขึ้นมาถ้าพวกเขายังอยู่ใกล้กัน ความฝันจบลงไปแล้วเมื่อวาน วันนี้มีเพียงความจริงเท่านั้นและพวกเราก็คงหนีมันไม่พ้น

            “แต่มันต้องไม่ใช่ทางออกเดียวที่เรามี”

            “แต่ฉันมองไม่เห็นทางออกที่ดีกว่านี้” อี้ชิงทำท่าจะขยับเดินหนี แต่เซฮุนกลับอ้อมมาขวาง

            “เราไม่จำเป็นต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมก็ได้นี่ เป็นแค่พี่น้องหรือคนรู้จักกันก็ได้ แต่อย่าทำแบบนี้ อย่าทำเหมือนกับว่าเรื่องที่ผ่านมาของเรามันไม่มีความหมาย”

            “

            “ผมอยู่เคียงข้างพี่ได้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องรักกัน ไม่ได้เหรอพี่อี้ชิง”

            “

            “ผมจะไม่ทำให้พี่ลำบากใจ ผมจะไม่ทำให้พี่มีปัญหากับพี่จงอิน ถ้าพี่อยากให้เรื่องของเราจบผมก็จะจบ แล้วเราก็มาเริ่มต้นกันใหม่ ผมจะเป็นแค่น้องชาย จะเป็นแค่คนที่บังเอิญผ่านมา แต่ได้โปรดอย่าใจร้ายกับผมได้ไหม?

            เสียงของเซฮุนสั่นขณะที่พยายามพูดทุกอย่างออกมา เขาคิดมาแล้วทั้งคืนว่าจะต้องมาหาอี้ชิงเพื่อทำความเข้าใจ เขารู้ดีว่ามันคือความงี่เง่าที่เขารังแต่จะยื้อเวลาเอาไว้ แต่ให้เขาทนมองเห็นอี้ชิงหันหลังให้แล้วเดินจากไปอีกครั้งมันก็เกินกว่าที่หัวใจจะทนได้ไหว

            เซฮุนคิดว่าต่อให้ต้องพยายามฝืนตัวเองมากเท่าไหร่ หรือความสัมพันธ์ของพวกเขาจะต้องเปลี่ยนไปสักแค่ไหน เขาก็จะอดทนเอาไว้ ไม่มีอะไรทรมานไปกว่าการที่ปล่อยให้อี้ชิงเดินจากไป เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากรัก ไม่ต้องรักกันก็ได้ ให้เขาเป็นอะไรสักอย่างในชีวิตเล็กๆ ของอี้ชิงได้ไหม ไม่ว่าจะในฐานะอะไรเขาก็ยินดีจะเคารพการตัดสินใจทั้งหมด

            อี้ชิงไม่ตอบคำถาม เอาแต่ทอดสายตาลงมองพื้นกระดานที่อยู่ใต้เท้าเอาไว้ เซฮุนไม่รู้ว่าอี้ชิงกำลังคิดอะไร แต่ที่แน่ๆ ร่างบางคงกำลังลำบากใจกับภาระที่เขาทิ้งเอาไว้ให้ตัดสินใจ เซฮุนขยับเข้าไปหา หวังว่าจะพยายามพูดอีกสักครั้งแต่เสียงของอี้ชิงกลับดัง และเซฮุนสัมผัสได้ว่ามันสั่นแค่ไหน

            “อย่า

            “

            “อย่าเข้ามาใกล้”

            “

            “เพราะถ้านายก้าวเข้ามาฉันคงทนไม่ไหว ฉันคงจะแพ้ให้นายแน่ๆ เลยเซฮุน”

น้ำตาของอี้ชิงไหล ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นเองที่ร่างสูงโปร่งของเซฮุนก้าวเข้าไปแล้วกอดอี้ชิงเอาไว้ เขาสัมผัสได้ถึงไหล่บอบบางที่กำลังสั่น อี้ชิงสะอื้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้และเปล่งเสียงร้องไห้ออกมาราวกับเด็กๆ กำแพงที่ฝืนสร้างเอาไว้หลอกตัวเองว่าแข็งแรงเสียเต็มประดาพังทลายลงมาเพียงเพราะอ้อมกอดของเด็กคนนี้ที่ไม่เคยยอมแพ้กับเรื่องของเขาไม่ว่าจะต้องเจ็บสักกี่หน

เช่นเดียวกับเซฮุนที่ปล่อยให้หยดน้ำตารินไหล เขากระชับกอดคนเป็นพี่เอาไว้ราวกับต้องการปลอบใจ ถึงแม้มือทั้งสองข้างกำลังสั่น ถึงแม้หัวใจจะปวดร้าวแต่เซฮุนก็ยังคงพยายามยิ้ม ยิ้มให้กับความเมตตาของโชคชะตาที่ไม่มีอยู่จริง ยิ้มให้กับความฝันที่หล่อเลี้ยงความจริงไม่ให้เจ็บปวดจนเกินไป

หากไม่อาจให้พวกเขารักกันได้ แล้วจะพานำพาพวกเขากลับมาเจอกันอีกทำไม

เสียงกระซิบทุ้มต่ำดังขึ้นที่ข้างหู ทำให้มือสองข้างของอี้ชิงที่แนบอยู่ข้างลำตัวยกขึ้นมากอดเซฮุนเอาไว้ พวกเขาไม่อาจย้อนกลับไปวันที่เริ่มต้นรู้จักกันใหม่ ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่อาจอยู่กับปัจจุบันโดยปราศจากอดีตได้

“พวกเราก็แพ้ด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละครับ”

 

 

แพ้แล้ว
          เราต่างก็แพ้

 

 

แพ้ให้กับโชคชะตา

แพ้ให้กับความหวั่นไหว

แพ้ให้กับอดีตแพ้ให้กับความรักที่จับต้องไม่ได้

 

 

และแพ้ให้กับหัวใจของตัวเอง




















- Talk -

คนเราจะทำอะไรได้บ้างที่จะรั้งความรักให้อยู่กับเราจนวินาทีสุดท้าย?
จงอภิปราย .... (10 คะแนน)

#CrossroadHL







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #343 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 11:47
    เราก็แพ้เหมือนกัน ฮรือ??อะไรจะบีบใจขนาดนี้ แพ้กับฟิคเรื่องนี้ดีงามพระรามแปด
    #343
    0
  2. #310 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 22:33
    พวกเราแพ้ทั้งคู่ สงสาร ไม่รู้จะสงสารใครดี แต่ลู่หานพูดถูกทุกอย่างเลย คนข้างหลังน่าสงสารสุด
    #310
    0
  3. #279 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 23:15
    ไม่รู้จะสงสารใครดี
    จงอินก็ดีมาก เซฮุนก็รักมาก
    #279
    0
  4. #246 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 10:08
    ฮืออออ ให้อภิปรายนี่คงๆด้0คะแนนค่ะ จุกกก เจ็บบบ เขากอดกันค่ะะ ฮืออออ
    #246
    0
  5. #119 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 21:38
    สงสาฮุนเลย์รักกันแต่ก็นะมนทำอะไรไม่ได้แล้วจะต้องทำยังงั้ยถึงจะรักกันได้แต่จงอินก็แสนดีน่าสงสารอีกนะถ้าจะเลิกกัน
    #119
    0
  6. #118 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 08:35
    ...สองคนนี้สรุปว่าจะเอายังไงกับชีวิตที่บอกว่าแพ้แล้วคือจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรอ......ที่ไรท์ให้อภิปรายนี่โห่วววถ้าเป็นเราก็จะทำทุกอย่างให้เขามีความสุขอ่ะจะได้รักเรานานๆแต่กรณีของอี้ชิงกับเซฮุนที่ต่างฝ่ายต่างก็มีคนใหม่แล้วจะคิดถึงแค่ตัวเองไม่ได้จงอินจะเสียใจแค่ไหนแต่ชิงกับฮุนก็ไม่ได้ตกลงจะกลับมาคบกันนี่หว่า55555แต่ตอนนี่อี้ชิงก็เหมือนนอกใจจงอินอ่ะเพราะรักเซฮุนหนิหรือจริงๆแล้วตลอดมาอี้ชิงนอกใจเซฮุนไปหาจงอินแต่เราสงสารเซฮุนอ่ะเราไม่สงสารอี้ชิงเลย5555555
    #118
    0
  7. #117 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 01:58
    โอยยย น้ำตาจะไหลลล เจ็บและจุก
    #117
    0
  8. #116 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 00:01
    โอ้ยย ตอนนี้ดราม่าเศร้าแรง สงสารหมดทุกคน ;__; สถานะอะไรก็ได้ของเซฮุน ของแค่มีพื้นที่ยืนอยู่ข้างๆ มาซบอกเรามาเพื่อนรัก สงสารคยองรักเค้าแต่ก็พูดไม่ได้ โอ้ยยกลั้นน้ำตา จุกอกแทน
    #116
    0