[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 13 : ♡ Chapter 12 : I Love You. And I Love You, too (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 370
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    11 พ.ค. 58

  CR.SQW






12
I Love You. And I Love You, too

 


 

            คยองซูงับบานประตูปิดไว้แล้วแทรกตัวออกมาจากโรงละครใหญ่เงียบๆ มั่นใจว่ามันคงไม่มีเสียงเล็ดรอดเข้าไปกวนใจคนสองคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่บนเวที ภาพสีหน้าเคร่งเครียดของอี้ชิงและผู้ชายตัวสูงคนนั้นยังติดตาคยองซูอยู่ เขาไม่รู้ว่าทั้งคู่คุยเรื่องอะไรกัน เพียงแต่บางสิ่งบางอย่างในความสัมพันธ์นั่นสร้างความประหลาดใจให้กับเขา

          พวกเขารู้จักกันมาก่อนเหรอ?

            คยองซูไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามาใช้ที่นี่ตอนกลางวัน ในช่วงเวลาก่อนซ้อมนั้นเขามักจะต้องหาพื้นที่เงียบๆ เอาไว้สำหรับการนั่งทำสมาธิคนเดียวเสมอ และโรงละครใหญ่ก็มักจะถูกเลือกใช้ด้วยสาเหตุนั้น เพียงแต่วันนี้เขากลับพบว่าไม่ได้มีแค่เขาที่เข้ามาใช้มัน

            พี่อี้ชิงเข้ามาก่อนและดูเหมือนจะทวนท่าเต้นในส่วนที่กำลังจะต้องต่อใหม่ให้กับพวกเขา คยองซูเลยเผลอมองดูพี่เขาเพลินจนไม่ทันได้ออกไปแสดงตัวว่าเขาอยู่ตรงนี้ แต่ไม่นานหลังจากนั้นร่างสูงของใครบางคนก็ก้าวเข้ามา จากตรงนี้ค่อนข้างอยู่สูงกว่าจุดที่พวกเขายืนคุยกันตรงเวที แต่เป็นเพราะโรงละครเงียบคยองซูจึงได้ยินอยู่บ้างแต่ไม่ถนัด ดูจากสีหน้าแล้วพี่อี้ชิงดูลำบากใจที่จะคุยกับคนๆ นั้นมากทีเดียว

          จนกระทั่งพวกเขาจับมือกัน

            คยองซูเผลอหันหัวคิ้วเข้ามาชนกันทันทีที่เห็นอย่างนั้น บรรยากาศอึดอัดแผ่อยู่รอบสองคนนั้นพร้อมกับประโยคที่เขาได้ยินชัดจากปากของผู้ชายที่น่าจะชื่อว่า เซฮุน

            “พี่จะหนีไปจนเมื่อไหร่” ความเงียบเข้ามาปกคลุมหลังจากนั้น พวกเขามองดูกันราวกับกำลังชั่งใจแต่แล้วพี่อี้ชิงก็ดึงมือของตัวเองออกไปแล้วพูดว่าอยู่ที่นี่พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้จักกันก็ได้

            เขาไม่ได้อยู่ดูจนจบเพราะโทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นมาเสียก่อน โชคดีที่คยองซูปิดเสียงเอาไว้ไม่อย่างนั้นมันคงดูเสียมารยาทมากที่ทั้งสองคนจับได้ว่าเขาแอบฟัง ร่างเล็กไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นเขาเคลื่อนตัวออกมาจากห้องโดยที่ไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต แต่ถึงอย่างนั้นความสงสัยก็ยังคงติดพันในใจ

            “ฮัลโหล” คยองซูกดรับโทรศัพท์ทันทีที่ออกมาจากโรงละครได้

            [ คยองซู นายอยู่ไหน ทำไมยังไม่มา ]

            “อ๋อ อยู่ที่นี่แล้ว ฉันกำลังจะขึ้นไป”

            [ รีบมาเลย อีกห้านาทีพี่จงอินจะเรียกรวมแล้ว ฉันก็นึกว่านายป่วยหรือว่าเป็นอะไร ]

            “ฉันไม่เป็นไร เดี๋ยวเจอกันนะซุนกยู”

            ร่างเล็กกดวางหูแล้วหันกลับไปมองยังประตูโรงละครอีกครั้ง ที่สุดก็ตัดสินใจหยุดความสงสัยเอาไว้ที่ตรงนั้นแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปยังห้องซ้อมชั้นสองที่ทุกคนรออยู่

 


 

            บรรยากาศการซ้อมเริ่มต้นขึ้นเป็นปกติ คยองซูและซุนกยูวอร์มร่างกายอยู่ใกล้ๆ กันที่มุมหนึ่งบนพื้นไม้หน้ากระจก แต่สายตาของซุนกยูเอาแต่จ้องอยู่กับร่างสูงที่อยู่ห่างออกไปที่มุมห้องที่กำลังยืนฟังเพลงแล้วนับจังหวะอยู่อย่างตั้งใจ วันนี้จงอินอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวโชว์กล้ามเนื้อช่วงแขนที่ได้รูปที่เกิดจากการฝึกฝนร่างกาย มีเสื้อกันหนาวแบบมีฮู้ดผูกอยู่ระหว่างช่วงเอวกับกางเกงวอร์มขายาวสีดำ ดูดีไม่ได้ต่างออกไปจากทุกวัน

            แต่สายตาของคยองซูนั้นไม่ได้มองด้วยความชื่นชม เขากำลังคิดสงสัยไปถึงเรื่องความสัมพันธ์ของใครบางคนกับอี้ชิงที่เขาเจอในโรงละคร จงอินจะรู้เรื่องนั้นมาก่อนไหม

            “ผู้ชายตัวสูงคนนั้นชื่อโอเซฮุนเหรอ?” คยองซูเอ่ยถามซุนกยูทั้งที่ไม่ได้มองหน้า ร่างบางตาโตและหันมามองด้วยความสนใจ

            “พวกนายเจอกันแล้วเหรอ”

            “เรียกว่าฉันเจอเขาดีกว่า คิดว่าใช่นะตัวสูงๆ ผอมๆ หน้ายาวๆ ใช่ไหม”

            “ใช่ๆ นายไปเจอเขาที่ไหน” คยองซูเงียบไปนิดหนึ่งพลางชั่งใจว่าควรจะบอกซุนกยูดีไหม แต่อะไรบางอย่างบอกเขาว่าเขายังไม่ควรรีบผลีผลามออกไป มันอาจจะเป็นอะไรสักอย่างที่เขาคิดไปเองคนเดียวก็ได้ เขาควรจะรอดูให้แน่ใจ

            “แถวชั้นล่างน่ะ เห็นสะพายกล้องด้วยเลยคิดว่าใช่” ร่างบางขยับตัวเข้าหาคยองซูพลางลดเสียงลงแต่ก็ยังคงความกระตือรือร้นอยู่ในน้ำเสียง

            “แล้วเขาดูเป็นยังไง?

            “เธอต้องการให้ฉันตอบอะไรเนี่ยซุนกยู”

            “ก็แบบหล่อไหม น่ารักหรือเปล่า หรือแค่ดูดีอะไรยังงี้ไง”

            “ไหนเธอบอกว่าไม่ใช่แฟนกันไง” ซุนกยูหน้าแดงขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ตอบปัดไป

            “ก็ไม่ใช่ไงเล่า แล้วอยากรู้ไม่ได้หรือไง”

            “ก็ดี”

            “ใช่ไหม! หมอนั่นหน้าตาดีที่สุดของรุ่นเลยนะ อ๋อ ไม่นับลู่หาน หมอนั่นก็หน้าตาใช้ได้” ซุนกยูพูดเองเออเองแล้วหัวเราะคิกคักไป ผิดกับคยองซูที่ยังคงมองดูจงอินไม่ละสายตาไปไหน ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เขารู้สึกอยากรู้เรื่องของผู้ชายที่ชื่อโอเซฮุนมากกว่านี้

            “เธอรู้จักหมอนั่นมานานแล้วเหรอ”

            “ก็ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยน่ะ”

            “แล้วก่อนหน้านั้นล่ะ รู้เรื่องเกี่ยวกับเขาไหม”

            “เซฮุนไม่ค่อยพูดเรื่องตัวเองให้ฟังเท่าไหร่หรอกก่อนที่จะเจอกันน่ะ ทำไมเหรอ?

            “



“เปล่า ไม่มีอะไร” จังหวะเดียวกับที่จงอินหันมาแล้วปรบมือเรียกทุกคนให้มายืนรวมกันข้างหน้าคยองซูจึงหันกลับมายิ้มให้ซุนกยูแล้วดึงมือเธอให้ลุกขึ้นยืน “ซ้อมกันเถอะ ไป”

ซุนกยูไม่ได้ติดใจสงสัย เธอก้าวตามเพื่อนชายของเธอไปยืนรวมกับนักแสดงคนอื่นเพื่อฟังจงอินถึงกำหนดการที่จะซ้อมในวันนี้ อาจจะมีเพียงคยองซูเท่านั้นที่ยังติดใจ แต่สุดท้ายพอผ่านการซ้อมที่แสนหฤโหดไปได้พักใหญ่ คยองซูก็ลืมเรื่องที่สงสัยวันนี้ไปเสียอย่างนั้น

 


 

 


 

            เวลาผ่านไปจนกระทั่งการซ้อมเสร็จสิ้นลง เซฮุนนั่งรอซุนกยูอยู่บริเวณฟร้อนท์ด้านหน้า ในมือของเขาถือกล้องถ่ายรูปตัวใหญ่และเปิดหน้าจอค้างเอาไว้ที่รูปของใครบางคนที่เขาแอบถ่ายมา ภาพของอี้ชิงในอิริยาบถต่างๆ ไหลผ่านเข้าสู่สายตา

            เซฮุนพยายามแล้วพยายามแล้วที่จะทำเหมือนกับว่าระหว่างพวกเขาไม่มีอะไร

            แต่ทุกครั้งที่อี้ชิงผ่านเข้ามาอยู่ในสายตาเขาก็อดที่จะมองหาไม่ได้ มันเหมือนกับอี้ชิงมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาไม่สามารถละสายตาไปไหน ถึงแม้ทุกครั้งที่มองจะต้องเจ็บปวดแต่เขาก็ยังห้ามใจตัวเองไม่ได้

            อี้ชิงไม่มองเขาอีกเลยตลอดทั้งวันที่ผ่านไป ย้ำเจตนารมณ์ที่ต้องการให้พวกเขาทำเหมือนเป็นคนไม่รู้จักกัน เขาไม่รู้ว่าอี้ชิงทำได้อย่างไร ในขณะที่เขาอยากจะเข้าไปใกล้ เข้าไปกอดให้ชื่นใจให้สมกับเวลาที่หายไปที่เขาใช้เพื่อการรอคอย

          หรือบางทีระหว่างพวกเขามันอาจจะไม่มีความหมาย

            สำหรับอี้ชิงทุกอย่างผ่านไปแล้วในขณะที่สำหรับเขา ความรู้สึกทุกอย่างยังชัดเจนราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ มันยากที่จะต้องทำความเข้าใจว่าอี้ชิงลืมเขาได้และพร้อมจะปล่อยมือเขาเดินจากไป

            “เซฮุน รอนานไหม” เสียงหวานสดใสของซุนกยูดังขึ้นดึงเซฮุนออกจากภวังค์ในใจ เขากดปิดกล้องทันทีเพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นภาพที่อยู่ข้างใน

            ซุนกยูเดินตรงเข้ามาหาเขาพร้อมกับผู้ชายร่างเล็กอีกคนหนึ่งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน คนนี้คงจะเป็นคยองซูที่ซุนกยูเล่าให้ฟังบ่อยๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่เซฮุนจนเขารู้สึกแปลกใจ แต่ก็เลือกที่จะส่งยิ้มกลับไปให้และคยองซูก็ยิ้มตอบมา

            “ฉันไปก่อนนะซุนกยู ไว้เจอกัน”

            “โอเค กลับดีๆ นะ” หญิงสาวโบกมือบ๊ายบายเพื่อนตัวเล็กแล้วหันกลับมายิ้มให้เซฮุนอีกครั้ง

            “ไง เหนื่อยไหม” ร่างสูงวางมือลงบนหัวของหญิงสาวแล้วลูบเบาๆ

            “ม่ายยยย แต่อยากกินบิงซู ไปกินกัน!

            “หนาวอย่างนี้เนี่ยนะ”

            “ในร้านมันก็มีฮีตเตอร์ไหมล่ะ ไปเหอะนะ ไปกันๆ” มือบางคว้าชายเสื้อของเขาแล้วเขย่าอยู่อย่างนั้นจนเซฮุนหัวเราะออกมาได้

            “อ่ะๆๆ ไปกันๆ”

            “จะกลับแล้วเหรอซุนกยู” เสียงทุ้มของจงอินทำให้ทั้งสองคนหันไปมองแล้วก็เห็นนักออกแบบท่าเต้นทั้งสองยืนอยู่ตรงนั้น

            “ค่ะ พี่จงอิน” หญิงสาวส่งเสียงตอบในขณะที่เซฮุนยืนนิ่ง สายตาทอดมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของจงอิน อี้ชิงไม่แม้แต้จะเงยหน้ามามอง “แล้วพี่สองคนล่ะคะจะกลับแล้วเหรอ”

            “ใช่เลย วันนี้ล้ามาก ว่าจะไปหาขนมอร่อยๆ กินเสียหน่อย”

            “ไปกินบิงซูด้วยกันไหมครับ” ไวเท่าความคิดเซฮุนก็เอ่ยปากชวนออกไป มือยาววาดแขนโอบลงไปบนไหล่ของซุนกยูแล้วดึงเข้ามาใกล้ เรียกดวงตาสั่นไหวของอี้ชิงให้ตวัดขึ้นมามองหน้าเขาจนได้

            “ใช่ค่ะ ไปด้วยกันไหมคะพี่จงอิน พี่อี้ชิงไปด้วยกันนะคะ”

            “เอ่อ” จงอินมีท่าทีอึกอักเขามองอี้ชิงสลับกับซุนกยูและเซฮุนที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าเพราะไม่แน่ใจว่าแฟนตัวเองจะคิดอย่างไร เขารู้ดีว่าอี้ชิงไม่ชอบอยู่ใกล้เซฮุน พวกเขาเพิ่งจะทะเลาะกันเรื่องนี้ไปและจงอินก็ไม่อยากให้มันมากระทบจิตใจจนทำให้อี้ชิงไม่พอใจขึ้นมาอีก

            “ไปสิจงอิน ฉันก็อยากจะกินบิงซู” ร่างสูงดูมีท่าทีแปลกใจ ในขณะที่อี้ชิงมองหน้าเซฮุนนิ่ง สีหน้าของพวกเขาไม่ได้บ่งบอกอะไร มีเพียงแววตาเท่านั้นที่ต่างคนต่างเข้าใจ

            อี้ชิงมองดูแขนของเซฮุนที่โอบอยู่ตรงไหล่ของซุนกยูแล้วตวัดสายตาขึ้นสบกับดวงตาท้าทาย ความปวดแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาที่หัวใจทำให้เขาเผลอกัดฟันเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าเซฮุนต้องการทำอะไร แต่ในเมื่ออี้ชิงลั่นวาจาไปแล้วว่าเขาจะทำเหมือนเซฮุนเป็นคนไม่รู้จักเขาก็จะทำให้ได้ ถ้าเด็กคนนี้คิดว่าต้องการจะทำให้เขาหวั่นไหว อี้ชิงก็จะไม่ยอมแพ้และพร้อมจะทำให้เซฮุนเข้าใจว่าเรื่องระหว่างพวกเขาควรจบลงไปได้สักที

 

 

50%



 

            บรรยากาศในร้านน้ำแข็งไสไม่ได้เย็นชื่นใจเหมือนกับที่ควรจะเป็น มีเพียงแค่ซุนกยูและจงอินที่ยิ้มอยู่ ในขณะที่อี้ชิงและเซฮุนทั้งคู่เอาแต่นั่งจ้องน้ำแข็งไสที่อยู่ตรงหน้านิ่ง พวกเขาตักกินไปได้ไม่กี่คำเท่านั้นระหว่างที่ฟังซุนกยูคุยจ้อเรื่องขำขันที่เกิดขึ้นในโปรดักชั่นละครเวที

            “หลังจากนั้นยองจีก็กระโดดเข้ามาแล้วบอกว่าเรื่องหน้าเธอจะเล่นเป็นเจ้าหญิง ฮยอนอา เธอหลบไปข้างหลังเลยนะพี่จงอินต้องไปเห็นตอนที่ยัยนั่นพูด ตลกจริงๆ แล้วเธอก็หมุนตัวถอยไปทำท่าวิ่งขึ้นปราสาทแบบเอลซ่าพร้อมกับร้องเพลง Let it go” ซุนกยูหัวเราะออกมาทั้งๆ ที่น้ำแข็งไสยังเต็มปากอยู่อย่างนั้น ในที่สุดเธอก็สำลักออกมาเสียงดังแล้วก็ไอยกใหญ่

            เซฮุนที่นั่งเงียบอยู่นานถึงกับตกใจ เขาคว้าทิชชู่ที่อยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาซับหน้าซับตาให้ซุนกยู การกระทำทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของอิ้ชิง

            “เสียมารยาทจริง” หญิงสาวหัวเราะแห้งทั้งที่ยังไอ จนจงอินหัวเราะออกมาจนได้

            “ไม่เป็นไรหรอกเซฮุน พวกเธอสองคนนี่น่ารักกันดีนะ คบกันนานแล้วใช่ไหม”

            “เอ่อ ไม่ใช่นะคะ! พวกเรา” ซุนกยูตาโตด้วยความตกใจรีบยกไม้ยกมือขึ้นมาปฏิเสธแต่แล้วก็ชะงักคำพูดเอาไว้เมื่อเซฮุนรวบมือทั้งสองข้างของเธอไปแล้วพูดแทรกขึ้นมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            “ตั้งแต่มหาลัยแล้วล่ะครับ”

“เซฮุน!” ซุนกยูปรามเบาๆ แต่เซฮุนไม่ได้สนใจ เขาจับมือซุนกยูเอาไว้แล้วมองหน้าอี้ชิงนิ่ง อีกฝ่ายไม่ได้แสดงออกอะไร แต่แววตาที่มองตอบกลับมาแข็งกร้าวจนเซฮุนสัมผัสได้ อี้ชิงกำลังรู้สึกขุ่นใจและเริ่มจะโกรธ “แต่พวกเราไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกนะคะพี่จงอิน”

“ตอนนี้ยังครับแต่ผมกำลังพยายามอยู่ เธอนี่เงียบปากสักสามนาทีได้ไหมซุนกยู”

“ฮ่าๆ เหมาะกันดีนะ”

“ขอบคุณครับ” เซฮุนส่งยิ้มกลับไปให้ เขามองหน้าจงอินอยู่ครู่หนึ่งแล้วเคลื่อนสายตามาจับอยู่ที่อี้ชิง “คุณสองคนก็เหมาะกันดีนะครับ”

อี้ชิงรู้สึกว่าตัวเองกำลังหน้าชา อาจเพราะสายตาของเซฮุนที่มองมาด้วยแววตาขมขื่นนั่น หรืออาจจะตั้งแต่เซฮุนบอกจงอินว่ากำลังเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงคนนั้น อี้ชิงไม่รู้ว่าเซฮุนต้องการให้เขารู้สึกอะไร แต่ถ้าเด็กนั่นต้องการทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวเขาก็ต้องยอมรับว่าเซฮุนทำได้และทำได้ดี

“คบมาตั้ง 4-5 ปี ฉันก็ไม่รู้แล้วว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกันยังไง ว่าไหมอี้ชิง” ร่างบางยังคงมองหน้าเซฮุนนิ่งจนจงอินต้องเรียกซ้ำ เขาถึงหันมายิ้มให้แฟนหนุ่ม เซฮุนยกมุมปากขึ้นแล้วแค่นยิ้ม

“บางทีไอ้ความรู้สึกว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกันนี่มันอาจจะไม่มีก็ได้นะครับ”



“มันอาจจะอยู่ที่ว่า รัก หรือ ไม่รัก มากกว่า”

            ความเงียบเกิดขึ้นทันทีเพราะทุกคนที่ไม่แน่ใจว่าเซฮุนพูดถึงเรื่องนี้ทำไม อาจจะมีเพียงอี้ชิงเท่านั้นที่เข้าใจ ร่างบางกัดฟันแน่นและเริ่มรู้สึกว่าน้ำตาพาลจะไหล ซุนกยูที่เห็นท่าไม่ค่อยดีดึงเสื้อของเซฮุนกระตุกเบาๆ เป็นทำนองให้พูดอะไรบ้างก่อนที่ทุกคนจะเข้าใจผิดกันไป

            “ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะหมายถึง ใคร เป็นพิเศษหรอก”

            น้ำแข็งไสละลายลงไปจนแทบจะกินไม่ได้ และหัวข้อสนทนาก็ถูกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอย่างพร้อมอกพร้อมใจ บรรยากาศที่เหมือนจะตึงเครียดไปครู่หนึ่งเริ่มกลับมาสดใส แต่หลังจากประโยคนั้นของเซฮุนอี้ชิงกลับไม่พูดอะไรอีกเลย จนกระทั่งในที่สุดชั่วโมงแห่งความทรมานของการทานของหวานก็หมดไป

            พวกเขาแยกย้ายกันที่หน้าร้าน เซฮุนโค้งลาจงอินอย่างสุภาพและหันมาทางอี้ชิง สายตาคมกริบมองราวกับกรีดผ่านเข้าไปถึงหัวใจก่อนที่เขาจะโค้งลงไปให้อี้ชิงเช่นกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจของอี้ชิงกระตุกไหว เขาจับชายเสื้อของจงอินแน่นและพากันเดินออกไป ไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงรอยร้าวในหัวใจของทั้งคู่ที่ดูจะกว้างขึ้นไปมากกว่าเดิม

 


 

            “นายโอเคใช่ไหมเซฮุน”

            “หา?

            “ฉันถามว่านายโอเคอยู่ใช่ไหม?” ซุนกยูถามขึ้นระหว่างที่พวกเขาเดินกลับบ้านด้วยกันริมถนนสายใหญ่ ท้องฟ้ามืดแล้วและไฟจากถนนก็ส่องสว่างให้ความสดใสของเมืองกลางคืน สายไฟกลมยังคงประดับประดาอยู่ตามถนนและร้านรวงใหญ่ๆ เพื่อรอต้อนรับเทศกาลใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ที่กำลังใกล้เข้ามา เซฮุนหันมองหน้าเพื่อนสาวที่เอ่ยถามเขาออกมาโดยที่ไม่ได้หันมามองหน้า

            “เธอหมายถึงเรื่องอะไร”

            “ที่เธอพูดในร้านบิงซู ฉันรู้ว่าเธอคิดถึง เขา

            เขา ที่ซุนกยูไม่เคยรู้เลยว่าเป็นใคร เขา ที่มีพื้นที่อยู่ในหัวใจของเซฮุนตลอดเวลา

            “ฉัน

            มือเรียวเล็กของซุนกยูค่อยสอดปลายนิ้วทั้งห้าประสานเข้ามากับฝ่ามือของใหญ่ของเซฮุนแล้วบีบแน่นราวกับต้องการจะถ่ายเทพลังให้ ร่างสูงหันไปมองรอยยิ้มสดใสที่ส่งมาให้เป็นกำลังใจให้กับเขา

            “ไม่เป็นไรหรอกเซฮุน ไม่เป็นไร ถึงนายจะไม่พูดออกมา ฉันก็รู้ว่ามันยังต้องใช้เวลาอีกหน่อย เพราะฉะนั้นอยู่กับฉันไม่ต้องพยายามเข้มแข็งก็ได้รู้ไหม”

            เซฮุนหยุดปลายเท้าของเขาเอาไว้ก่อนจะดึงร่างบอบบางมากอด แสงไฟถนนส่องประกายสวยงามเป็นพื้นหลังราวกับภาพวาดของคู่รักในเมืองใหญ่ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาคงมองพวกเขาด้วยสายตาอิจฉาและคงคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข

            แต่กลับไม่ใช่

            มือบางโอบกอดร่างสูงเอาไว้ปล่อยให้เซฮุนวางคางลงบนไหล่ ซุนกยูชอบสัมผัสของมือใหญ่ที่ลูบไล้อยู่บนเส้นผมของเธอ แม้มันจะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยที่เซฮุนทำให้เธอได้ เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นที่ข้างหูและส่งผลถึงหัวใจที่อ่อนยวบราวกับเปลวเทียนที่ละลาย

            “ฉันรักเธอซุนกยู ฉันรักเธอ

            “อืมฉันรู้”

            “

            “ฉันก็รักเธอ”

            คำว่ารักที่หมายความกันคนละความหมาย สร้างความสุขได้แต่ก็สร้างความปวดร้าวในใจได้เช่นกัน ร่างบางปล่อยน้ำตาให้รินไหลในขณะที่ใบหน้ายังคงไว้ซึ่งรอยยิ้มอย่างที่มีให้เซฮุนเสมอ ไม่ว่าเซฮุนจะรักเธอด้วยความหมายอะไร

            สำหรับซุนกยูคำว่า รัก ที่เธอมอบให้ก็มีเพียงความหมายเดียว

            ไม่ว่าเมื่อวาน

วันนี้

พรุ่งนี้

 

 

หรือตลอดไป


























- Talk -


การจ้องจะเอาชนะกันด้วยการประชดประชัน
ไม่เคยทำให้ชีวิตคู่นั้น...ราบรื่นเลย

(พี่อ้อยพี่ฉอดไม่ได้กล่าว วาโยเป็นคนกล่าว)

50% ก่อนนะที่รัก 
พอมันไม่มีเวลามันก็ต้องทยอยอัพแบบนี้นะคะ ฮืออ ToT


------------------------------------------------------


ใจคอคิดว่าทั้งคู่จะประชดกันได้จริงๆ น่ะหรือ?
*กะพริบตาปริบๆ*

อย่าเรียกพาร์ทแรกว่า 50% ถ้าพาร์ทหลังจะสั้นแค่นี้ TT
แต่เราคิดว่าเอาตอนที่เหลือไปไว้ตอนหน้าดีกว่า
ก็เลยขอตัดจบแต่เพียงเท่านี้สำหรับตอนนี้นะคะ


รักเหมือนเดิมนะ


#CrossroadHL






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #342 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 10:16
    เจ็บปวด ??
    #342
    0
  2. #309 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 22:21
    ประชดกันแล้วมีแต่เจ็บ สวสารคนรอบข้างทั้ง2คนด้วยแง้ ทั้ง จงอินทั้งซุงกยู ควรเชียร์ใครดี งื้อๆ ถ้าตัวรองเลวสักหน่อยก็คงดี
    #309
    0
  3. #278 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 22:52
    เขาประชดกันค่ะ
    มีแต่เจ็บกับเจ็บด้วยกันทั้งคู่
    #278
    0
  4. #245 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 10:01
    รักพี่วาโยยยย ฮืออออ แต่จะเจ็บปวดอีกกี่ตอนคะะะ ใจสลายยย
    #245
    0
  5. #115 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 18:12
    โอยย ตอนนี้ใจเต้นตุ้บๆ ทั้งคู่เลย เซฮุนก็เอาเรื่อง อี้ชิงก็แข็งฮือออ ดันมีพยานรู้เห็นเหตุการณ์อีก มันต้องมีปมต่อไปแน่ๆ สงสารจงอินผู้ที่ไม่รู้อะไรเลย ทำตัวสบายใจ โดยที่ไม่รู้อะไรอยู่เบื้องหลัง สงสารซุนกยูอีก ไม่รู้คำว่ารักของเซฮุนจะหมายถึงรักแบบไหน พูดลอยๆ หรือรู้สึกจริงๆ
    #115
    0
  6. #114 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 22:00
    ฮุนประชดอี้ก็ทำไปเถอะแต่ก็เจ็บทั้งสองคนเลยนะรักกันแต่อยู่ด่วยกันไม่ได้ทรมานดีนะ
    #114
    0
  7. #113 The pieces (@ohneiei) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 03:18
    หน่วงไปอีกกก อย่าพยายามจะเอาชนะกันดีกว่านะ ฮือออเจ็บปวด
    #113
    0
  8. #112 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 02:32
    โอยยยยย ทั้งสองคนนนน ใจเย็นๆนะ เล่นสงครามมประสาทกันทำไมมม
    #112
    0
  9. #111 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 02:21
    มันสั้นแต่มันอึดอัดมากเจอกันบ่อยแถมยังพุดใส่อีกต้องการสื่ออะไรอยากให้จงอินสงสัยมากกว่านี้หราาา
    #111
    0
  10. #110 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 19:26
    ตาต่อตาฟันต่อฟันหรอคิดว่าดีแล้วหรอสองคนจงอินด้วยนะไม่น่าเลยเรากลัวอะไรไม่ดีมันจะเกิดขึ้น
    #110
    0
  11. #109 Beau-BeKL (@beaunutsara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 16:33
    โอยยยย คิดจะทำอะไรง่าาา ประชดกันหรอ ไม่ดีหรอก ม่ายยยน้า TT แค่นี้ยังเจ็บไม่พอใช่ม้าย ถถถถ
    #109
    0
  12. #108 แบม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 23:02
    กรี๊ดดดดดดดด ทำไมต้องทำประชดกันแบบนี้ T T
    #108
    0