[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 12 : ♡ Chapter 11 : Fortunately Pain (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    5 พ.ค. 58

  CR.SQW






11
Fortunately Pain

 


 

            ราวกับหัวใจถูกกระชากลงมาจากตึกสูงใหญ่ ความโหวงไหวที่ช่องท้องทำให้ทั้งแขนและขารู้สึกชา อี้ชิงไม่อาจบรรยายความรู้สึกของตัวเองได้ว่าเขารู้สึกอย่างไรในวินาทีที่สบตากับดวงตาเรียวรีคู่นั้นที่เขาไม่คิดฝันว่าจะได้พบมันอีก หัวใจเต้นโลดอยู่ในอกข้างซ้ายรัวแรงจนแทบจะขาดใจ มันตอบไม่ได้ว่ารู้สึกดีใจ ปลื้มใจ ตกใจหรือเป็นความรู้สึกแบบไหน รับรู้แต่เพียงความทรมานที่กลั่นออกมาเป็นก้อนสะอื้นแล่นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้น้ำตาไหล สายตาของเซฮุนกรีดบาดเข้าไปถึงหัวใจยามที่จงอินคว้าไหล่ของเขาเข้าไปโอบ

            “ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจเกี่ยวกับที่นี่หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมอะไรก็ถามอี้ชิงได้เลยถ้าไม่เจอผม คนนี้รู้รายละเอียดโรงละครดีกว่าทุกคน อาจจะดีกว่าผมด้วยซ้ำไป”

            เสียงจงอินหัวเราะอยู่ที่ข้างหูเหมือนมาจากที่ไกลแสนไกล ตอนนี้อี้ชิงรู้สึกหูอื้อและตาลาย เขามองเห็นเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยประโยคคำถามมากมายจากเซฮุนเท่านั้น

            “ขอโทษนะครับ พวกคุณ…?” ร่างสูงเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงแหบแห้งทั้งที่สายตายังไม่ละไปไหน อี้ชิงหัวใจสั่นไหวคำถามนั้นพุ่งตรงไปที่จงอินแต่แววตากลับจ้องมองมาที่เขาราวกับต้องการจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงหัวใจ

            จงอินมีสีหน้าสงสัย ปกติเขาไม่ค่อยได้แนะนำอี้ชิงในฐานะคนรักเท่าไหร่กับเพื่อนร่วมงาน และส่วนใหญ่ก็มักจะไม่มีใครถาม พวกเขาก็แค่คาดเดาเอาจากสถานการณ์และความสนิทสนมเมื่ออยู่กันไปนานๆ เท่านั้น แต่เซฮุนกลับเลือกที่จะถามออกมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ถึงอย่างนั้นจงอินก็ไม่ได้ติดใจอะไร เขาส่งยิ้มให้เซฮุนแล้วกระชับตัวอี้ชิงเข้ามาใกล้

            “ครับ ผมกับอี้ชิงเป็นแฟนกัน ถ้ามีอะไรสงสัยไม่กล้าถามผมถามอี้ชิงก็ได้ครับ เขาตอบทุกเรื่องเกี่ยวกับผมได้เหมือนกัน”

            แววตาของเซฮุนไหววูบเมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาหันมองจงอินเพียงแวบเดียวก่อนจะเคลื่อนสายตากลับมาที่อี้ชิงอีกครั้ง ความรู้สึกในดวงตาคู่นั้นต่อให้ไม่พูดมันเขาก็รู้ว่าต่างคนต่างเข้าใจ ความเจ็บปวดที่กำลังบีบหัวใจของกันและกัน ทรมานขนาดไหนนั้นทั้งคู่คงรู้สึกไม่ต่างกันสักนิดเดียว

            อี้ชิงรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวเหมือนกับมันจะไหม้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจปล่อยให้น้ำตาไหล สายตาของเซฮุนที่มองดูเขายิ่งกว่าคำก่นด่าใดๆ ที่อี้ชิงจะจินตนาการได้ มันไม่ใช่ความโกรธแค้นแต่อย่างใด ไม่ใช่ความรู้สึกตัดพ้อน้อยอกน้อยใจปกติธรรมดา แต่สิ่งที่เซฮุนกำลังแสดงออกผ่านทางสายตา...

            คือความผิดหวังเต็มหัวใจ

            อี้ชิงขยับปากราวกับต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็เงียบ เขาไม่มีสิทธิ์พูดอะไร ในเมื่อทุกอย่างคือความจริงเช่นนั้น เขาไม่มีสิทธิ์อธิบายอะไร เพราะสิ่งที่เซฮุนรับรู้และเข้าใจมันคือเรื่องจริงที่เขาเองก็ต้องยอมรับให้ได้

            พวกเขาเจอกันอีกครั้งในวันที่สาย โชคชะตาบางทีก็เป็นตลกร้ายที่หลอกหลอนและบีบหัวใจให้ทรมานอยู่กับความจริงที่มันเจ็บปวดมากเกินไป

            “งั้นวันนี้คงไม่มีอะไรแล้วครับคุณเซฮุน ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ” ประโยคของจงอินเรียกให้อี้ชิงหลุดจากภวังค์

            เขาจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ การอยู่ในสถานที่เดียวกันไปอีกพักใหญ่ต้องไม่ใช่เรื่องดีต่อพวกเขาแน่ อี้ชิงหันไปมองแฟนหนุ่มของตัวเองทันทีและคิดว่ากำลังจะค้าน แต่ทันทีที่เขาขยับริมฝีปากและกำลังยื่นมือออกไป เสียงเย็นๆ ของเซฮุนก็แทรกขึ้นในอากาศ

            “ผมจะเริ่มงานได้ เร็วที่สุด เมื่อไหร่ครับคุณจงอิน”

            อี้ชิงหันไปมองใบหน้านิ่งๆ ของเซฮุนด้วยความไม่เข้าใจ แววตาคู่นั้นไม่ได้จับจ้องอยู่ที่อี้ชิงแล้ว มันแทบจะดูว่างเปล่าและไร้ซึ่งความรู้สึกจนน่าใจหาย เขาไม่รู้ว่าเซฮุนต้องการอะไรแต่เขาจะปล่อยให้เซฮุนเข้ามาวนเวียนในชีวิตของเขาให้หัวใจหวั่นไหวอีกไม่ได้

            “จงอิน

            “ความจริงวีคหน้าเราก็ต้องถ่ายรูปนักแสดงสำหรับทำโปสเตอร์ชุดแรกแล้วนี่อี้ชิง ถ้าอย่างนั้นก็ให้เซฮุนถ่ายให้เลยแล้วกันนะ ผมจะได้แจ้งพวกนักแสดงให้เตรียมตัวเอาไว้”

            “จงอิน”

            “ได้ครับไม่มีปัญหาเลย” เซฮุนขัดขึ้นมาทันทีโดยไม่มีช่องว่างให้อี้ชิงแทรกแต่อย่างใด จงอินยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เขาเริ่มพูดถึงเรื่องการนัดหมายช่างแต่งหน้าและหันไปพูดกับซุนกยูเรื่องที่จะให้เตือนยองจีว่าต้องคุยกับฝ่ายคอสตูมให้เตรียมเสื้อผ้าให้นักแสดงหลัก

            “ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ” เซฮุนบอกลาทันทีเมื่อการนัดหมายทุกอย่างเรียบร้อย ถึงตอนนี้อี้ชิงได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่และไม่อาจพูดอะไรได้อีกแล้ว

            “ดีใจมากครับที่ได้ร่วมงานกัน”

            “เช่นกันครับ ไปกันเถอะซุนกยู” ร่างสูงหันไปพยักหน้าให้กับเพื่อนหญิงที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะคว้ามือของหญิงสาวไปจับเอาไว้แล้วพากันเดินออกไป

            อี้ชิงเหลือบมองมือคู่นั้นที่จับกันเดินออกไปก่อนที่เซฮุนจะเดินเฉียดไหล่เขาผ่านไปโดยไม่หันกลับมามอง รู้สึกเหมือนหัวใจกำลังกรีดร้องอี้ชิงทำได้แค่มองตามไป ซุนกยูหันมาโค้งหัวให้แต่อี้ชิงไม่อาจบังคับตัวเองให้ยิ้มให้เธอได้ เขายังคงมองแผ่นหลังของร่างสูงที่เดินออกไปผ่านบานกระจกก่อนที่ทั้งสองคนจะเลี้ยวลับมุมถนนหายไปจากสายตา

 


 

 


 

            “เซฮุน

            “

            “เซฮุน!” ร่างสูงสะดุ้งตกใจก่อนจะหันไปมองคนที่หยุดยืนอยู่ข้างกาย ซุนกยูกำลังมองดูเขาด้วยสีหน้าแปลกใจและเซฮุนก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้เดี๋ยวนี้เองว่าเขาจับมือเธอจ้ำเดินออกมาไกลแล้ว “จะรีบไปไหน?

            “เปล่า” เซฮุนปล่อยมือบางให้หลุดไป ภาพใบหน้าของอี้ชิงยังคงรบกวนจิตใจเขาอยู่ วินาทีที่สบตากัน สีหน้ากระอักกระอ่วนนั่นทำให้เขาปวดหัวใจ

            เราไม่ควรเจอกันอีกแล้วมันก็ใช่ แต่ทำไมถึงต้องทำท่าทางแบบนั้นเหมือนการเจอเขาอีกครั้งเป็นเรื่องที่ทำให้เสียใจ นั่นเป็นสิ่งที่เซฮุนทนไม่ได้

            พวกเขาเดินลงไปยังสถานีรถไฟกดบัตร T-Money ผ่านช่องประตูเข้าไป ระหว่างยืนรอรถไฟซุนกยูยังคงพูดเจื้อยแจ้ว แต่กลับไม่มีอะไรเข้าหูของเซฮุนเลย เขายังคงคิดถึงใบหน้าของอี้ชิง มือของจงอินที่โอบอยู่ตรงไหล่ ความสัมพันธ์ของสองคนนั้นที่เขาไม่มีทางรู้ว่ามันเป็นยังไง ทั้งที่รู้อยู่แล้ว ทั้งที่คิดว่าตัวเองทำใจได้แต่พอเอาเข้าจริงมันกลับยากกว่าอะไรทั้งหมดที่จะยอมรับ ว่าอี้ชิงมีชีวิตใหม่มีคนในหัวใจที่ไม่ใช่เขา

            “เซฮุน!” เสียงเรียกย้ำของซุนกยูทำให้เซฮุนหลุดจากภวังค์ เขาหันมองหญิงสาวที่กำลังมองดูเขาด้วยสายตาห่วงใย “สีหน้านายไม่ดีเลย ไม่สบายเหรอ?

            “ฉันไม่เป็นไร” ซุนกยูเงียบไป เธอยังคงมีสีหน้าเป็นห่วง

            “งั้นเรากลับกันเลยดีกว่า แวะซื้อของที่มินิมาร์ทแล้วกัน เดี๋ยวฉันทำซุปเต้าหู้ให้กินดีไหม?

            เซฮุนมองดูซุนกยูที่ส่งยิ้มมาให้แล้วก็แอบถอนใจ ทำไมเขาถึงยังคิดมากเรื่องของอดีตที่ผ่านไป ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่เคยทำให้เขาเสียใจ ไม่เคยเดินหนีไปในวันที่เขาต้องการ คนที่พยายามทำให้เขายิ้มได้ ทำไมเขาถึงรักเธอไม่ได้…           

เซฮุนวางมืออุ่นลงบนหัวของซุนกยูแล้วโคลงเบาๆ

            “ไม่ต้องทำหรอก เหนื่อยแล้วสั่งพิซซ่ากินกันก็ได้”

            “แต่หนาวๆ กินอะไรอุ่นๆ มันจะได้สบาย”

            “งั้นกินมันทั้งสองอย่างเลยเป็นไง” ซุนกยูขมวดคิ้วแต่สุดท้ายก็ยิ้มออกมาได้

            “ก็แล้วแต่นายแล้วกัน”

            “ตกลงตามนั้น ฉันสั่งพิซซ่าแล้วเธอก็ทำซุปเต้าหู้ไป” เซฮุนขยับมือวางลงบนไหล่บาง พอดีกับที่รถไฟเทียบจอดชานชาลาเขาจึงพาตัวเองและซุนกยูเดินเข้าไป

            ช่วงเวลาเลิกงานทำให้คนแน่นเต็มรถไฟ เซฮุนพาซุนกยูเบียดเข้าไปที่มุมหนึ่งแล้วยืนโอบเธอเอาไว้ระหว่างที่รถไฟเคลื่อนไปข้างหน้า จู่ๆ ซุนกยูก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

            “เป็นอะไร?

            “ฉันรู้สึกว่าพี่อี้ชิงดูไม่ค่อยชอบนาย” เซฮุนชะงักไปทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นอีกครั้ง

            “ทำไมถึงคิดอย่างนั้น”

            “สีหน้าเขาตอนที่พี่จงอินแนะนำนายให้รู้จักดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เซฮุนเงียบไป ในขณะที่ซุนกยูก็ยังคงพูดต่อ “ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไม ปกติพี่อี้ชิงไม่ใช่คนแบบนี้เลย นายต้องไปทำอะไรให้เขาไม่ถูกใจแน่เลยเซฮุน”

            “ปกติเขาเป็นคนยังไง”

            “ก็ใจดีนะ อ่อนโยน น่ารัก เสียอยู่อย่างไม่ค่อยยิ้ม” เซฮุนหันไปมองทันที

            “ทำไม?

            “ไม่รู้สิ แต่เห็นพวกยองจีกับคยองซูบอกว่าเมื่อก่อนก็ยิ้มง่ายกว่านี้ ไม่ใช่คนช่างพูดช่างคุยเท่าไหร่หรอกนะ แต่ก็คุยเก่งกว่าตอนนี้เยอะเลยล่ะ”

            “เพราะอะไรกันนะ?” เซฮุนพึมพำกับตัวเองแต่ซุนกยูกลับคิดว่านั่นคือประโยคคำถาม

            “นั่นสิ เห็นเขาว่าตั้งแต่กลับมาจากฝรั่งเศสเมื่อต้นปีก็เงียบไปเลย ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร เออ พี่เขาไปฝรั่งเศสช่วงเดียวกับที่นายไปเลยนะ เสียดายฉันเลยไม่ค่อยได้คุยกับพี่เขาเลยไม่อย่างนั้นคงสนิทกันมากกว่านี้ พี่อี้ชิงเป็นคนที่ถ่ายวีดีโอฉันวันออดิชั่นด้วยล่ะ”

เซฮุนนิ่งไปทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยที่ไม่รู้สาเหตุ เป็นเพราะเรื่องของเราอย่างนั้นเหรอ? ที่ทำให้พี่ไม่ยิ้มเหมือนกับทุกทีเป็นเพราะว่าพี่เสียใจเหมือนกันใช่ไหม?

“แล้วคุณจงอินนี่เขาเป็นคนยังไง?

“โอ้โห ถ้าบอกว่าเพอร์เฟกต์นี่นายจะหาว่าฉันเว่อร์ไหม แต่เขาดีมากจริงๆ นะ ทั้งเก่ง ทั้งหล่อแถมยังนิสัยดีอีก น่าเสียดายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน”

“เขาคบกันมานานแล้วเหรอสองคนนั้น”

4-5 ปีได้แล้วนะ เห็นคยองซูบอกฉัน เรียกว่าแค่มองตากันก็ไม่ต้องพูดอะไรกันแล้ว”

จะมีใครรู้จักพี่ดีขนาดนั้นนอกจากผมอีกอย่างนั้นเหรอ?

เสียงหัวใจร้องถามซ้ำๆ กับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ถึงตอนนี้เซฮุนรู้ดีว่าการตัดสินใจจะเข้าไปทำงานที่โรงละครนั้นอาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดในแบบที่เขาไม่คาดฝัน เขาต้องทนดูคนที่ครั้งหนึ่งเคยรักกันกำลังมอบความรักแบบนั้นให้กับคนอื่น

จะปฏิเสธไปก็ได้แต่หัวใจกลับร่ำร้องแทบเป็นแทบตายขอแค่ได้อยู่ใกล้ ได้หายใจและใช้บรรยากาศร่วมกัน เซฮุนรู้ว่ามันคือการดึงดันแบบที่เขาพยายามจะทำเหมือนตอนที่อยู่ด้วยกันที่ปารีส แต่วันนี้มันยากกว่านั้น ยากกว่าตรงที่ความจริงไล่ตามพวกเขาทัน แต่เซฮุนก็ยังยืนยันที่จะเจ็บปวด

มันคงไม่มีอะไรทรมานไปกว่าการไม่อาจรักกัน

เพราะฉะนั้นถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็ยังอยากรู้ว่าอี้ชิงจะยังมีความรู้สึกดีๆ ให้กันหลงเหลืออยู่ไหม มันอาจเป็นการเสี่ยงครั้งสุดท้าย อย่างน้อยเพื่อต่อลมหายใจ วินาทีที่เห็นหน้าอี้ชิงอีกครั้งเซฮุนก็ตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าจะต้องเจ็บปวดอีกสักเท่าไหร่ เขาก็ไม่อาจปล่อยให้คนตรงหน้าเดินจากไปได้อีก

 

 

50%








 

 

            “ฉันไม่เห็นด้วยเรื่องรับเซฮุนเข้ามาทำงาน” อี้ชิงพูดเสียงแข็งบนโต๊ะอาหารในเย็นวันนั้น

            “ทำไมล่ะ” จงอินขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ “ผลงานเขาดีมากนะ แถมยังไม่ติดเรื่องค่าตัวด้วย อีกอย่างดูจากตารางงานเขาก็มีเวลาให้เราเหลือเฟือ”

            อี้ชิงเม้มริมฝีปาก เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ความเหมาะสมทั้งหมดทั้งมวลนั่นแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงตั้งหน้าจะคัดค้าน

            “ฉันไม่ชอบ รู้สึกไม่ถูกชะตากับเด็กนั่น”

            “อะไรกัน นายเนี่ยนะอี้ชิง”

            “

            “นายไม่เคยตัดสินใครก่อนโดยที่ยังไม่รู้จักกันเลยนี่”

            “ก็แค่รู้สึกไม่ชอบ เหตุผลแค่นี้ไม่ได้เหรอ?” จงอินมองอี้ชิงด้วยสีหน้าผิดหวัง ก่อนที่เขาจะส่ายหน้า

            “ฉันไม่รับฟังเหตุผลนี้มันไม่ได้มีน้ำหนักมากพออะไรเลย”

            “จงอิน!” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนรักที่อยู่ดีๆ ก็ขึ้นเสียง ไม่บ่อยที่อี้ชิงจะเป็นแบบนี้และมันเป็นหนึ่งในนิสัยที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย

            อี้ชิงเหมือนจะรู้ดี เขามองเห็นแววตาของจงอินที่เปลี่ยนไป นั่นทำให้ร่างบางพยายามข่มใจและลดระดับเสียงลงมาให้อยู่ในระดับปกติ

            “ทำไมต้องเป็นคนนี้ล่ะ คนอื่นไม่มีหรือไง”

            “ฉันชอบเซฮุน เขาไม่มีที่ติอะไร”

            “จงอิน อย่ากวนได้ไหม!

            “ถ้านายจะใช้เหตุผลแค่เพราะไม่ชอบมาไล่เขาออกไป งั้นฉันก็จะให้เหตุผลแค่เพราะฉันชอบเลือกเขาเหมือนกันอี้ชิง”

            จงอินตอบเสียงนิ่ง และคราวนี้อี้ชิงรู้ว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น จงอินไม่ชอบนิสัยแบบนี้ ไม่ชอบความอคติไม่ชอบการเอาแต่ใจ ลองมาแบบนี้ถ้าเขาไม่มีเหตุผลดีๆ ให้จงอินก็จะไม่ยอมตัดสินใจเลิกจ้างเซฮุนแน่ เขารู้ดีว่าแฟนหนุ่มรู้สึกว่ามันไม่แฟร์สำหรับเซฮุนที่จะยอมตามใจเขาแล้วปฏิเสธงานไป ถึงอย่างนั้นอี้ชิงก็ยังไม่พอใจ ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ใช่ความผิดของจงอินเลย

            “ได้! ถ้านายจะว่าอย่างนั้นก็ตามใจ แต่ดูแลกันเองก็แล้วกัน อย่าให้มายุ่งกับฉัน อย่าให้เขาเข้ามาใกล้ๆ” ท้ายประโยคเหมือนกับเป็นการบอกจงอิน แต่อีกส่วนก็เป็นการเตือนใจว่าระหว่างที่เซฮุนทำงานอยู่ที่นั่นเขาจะปล่อยให้เซฮุนเข้ามาไม่ได้

            ร่างบางลุกเดินหนีหายไปในห้องนอน ปล่อยจงอินทิ้งเอาไว้กับมื้อเย็นที่หมดรสชาติไปอยู่เพียงลำพัง ร่างสูงถอนหายใจ เขาไม่เข้าใจว่าอี้ชิงหงุดหงิดเรื่องอะไร มันผิดวิสัยที่เป็นแบบนี้ มันคงมีอะไรสักอย่างในตัวเซฮุนที่อี้ชิงไม่ชอบใจ ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ยุติธรรมถ้าเขาจะยกเลิกการจ้างเพียงเพราะว่าแฟนของเขาไม่ชอบทั้งๆ ที่ตกลงทุกอย่างกันไปเรียบร้อยแล้ว คงทำได้เพียงบอกเซฮุนให้ระวังเอาไว้ อย่าไปทำอะไรให้อี้ชิงไม่พอใจเท่านั้น

            ในห้องที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ อี้ชิงทิ้งตัวคว่ำหน้าลงบนที่นอนกว้าง เขารู้ดีว่าเขาทำตัวแย่แค่ไหน ทะเลาะกับจงอินในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องแถมยังทำให้แฟนหนุ่มไม่พอใจ ปกติเขาไม่เคยงี่เง่าอะไรแบบนี้แต่คงเพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเซฮุน

            ในหัวเขาเต็มไปด้วยดวงตาเรียวรีคู่นั้น ภาพสีหน้าของเซฮุนตอนที่เจอกัน ยิ่งพยายามสลัดมันออกไปกลับยิ่งชัดเจนในความทรงจำ หัวใจเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นแววไหวหวั่นในดวงตา รู้สึกเจ็บแต่เขารู้ว่าเซฮุนคงเจ็บมากกว่า ทั้งๆ ที่คิดว่าเรื่องของพวกเขาจะจบลงแล้วตั้งแต่วันนั้น โชคชะตากลับกลั่นแกล้งกันให้พวกเขาวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง

          ทำไม?...

            มีความรู้สึกเกิดขึ้นมากมาย สับสนจนรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ เขากระวนกระวายเพียงเพราะรู้ว่าเซฮุนจะมาอยู่ใกล้ๆ ลึกๆ มันคือความดีใจ ทั้งที่คิดว่าจะไม่ได้เห็นใบหน้าของเด็กคนนั้นอีกตลอดไปแต่ตอนนี้พวกเขากลับมายืนอยู่ใกล้กันเพียงแค่เอื้อมมือก็สัมผัสได้ แต่ความคิดนั้นยิ่งทำร้ายเมื่อความเป็นจริงคือพวกเขาไม่สามารถปล่อยให้หัวใจใกล้กันได้อีกต่อไป

          มันผิดผิดไปหมดทุกอย่างไม่ว่าจะมองไปทางไหน

            อี้ชิงมองไม่เห็นหนทางที่พวกเขาจะกลับมาเริ่มต้นกันได้ใหม่ การเจอกันครั้งนี้จึงไม่อาจพูดได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับหัวใจ อี้ชิงหลับตาลง ภาพรอยยิ้มของเซฮุนกลับมาให้คว้าไขว่ เม้มริมฝีปากจนแน่นแล้วกดความรู้สึกลงไป

            จะทำได้ยังไง? ในเมื่อตอนนี้เสียงของหัวใจกำลังร่ำร้องแต่ชื่อ

.. โอเซฮุน ..

 


 

 


 

            สำหรับเซฮุนแล้วช่วงอาทิตย์ที่ผ่านไปเป็นความทรมานอย่างยิ่ง เขานับวันนับคืนรอให้ถึงวันแรกที่จะได้เข้าไปทำงานในโรงละครด้วยความตั้งใจ ถึงแม้ภายนอกจะทำเหมือนกับไม่สนใจอะไร แต่แท้จริงแล้วข้างในของเขาอยากพบอี้ชิงอีกครั้งให้ได้

            รูปเก่าๆ ถูกรื้อออกมาจากตู้เสื้อผ้าแล้ววางรวมกันเป็นกองใหญ่ หลายคืนที่หลับไปพร้อมกับรูปมากมายที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำของพวกเขาที่ฝรั่งเศส เซฮุนคิดว่าเขากำลังเป็นบ้า หัวใจเขากลับมาเต้นผิดจังหวะอีกครั้งจนน่ากลัวว่าจะกลายเป็นโรคหัวใจ ยิ่งรู้ว่าอี้ชิงใช้ชีวิตอยู่ที่ไหน มีตัวตนอยู่ในโซล ความรู้สึกโหยหาก็ถาโถมเข้ามามากมาย

            เขาแอบกลับไปที่โรงละครตามลำพังอยู่หลายครั้ง ไปยืนเฝ้าอยู่หลายชั่วโมงเพียงเพื่อต้องการเห็นอี้ชิงบ้าง แต่ก็ดูเหมือนว่าอี้ชิงจะไม่ได้เข้าไปที่นั่นอีกเลยตลอดช่วงอาทิตย์นั้น ยิ่งทำให้เซฮุนกระวนกระวายใจ การกาปฏิทินที่ผ่านไปกลายเป็นกิจวัตรใหม่ที่เซฮุนตื่นเช้ามาทำทุกวัน

            ในที่สุดก็ถึงวันนั้น วันแรกที่จะได้เข้าไปทำหน้าที่ในฐานะช่างภาพคนใหม่ เซฮุนตื่นแต่เช้าตรู่ หรือจะให้ถูกก็คงต้องบอกว่าแทบไม่ได้นอนเลยก็ได้ ซุนกยูมารับเขาตอนสายๆ แล้วพวกเขาก็ออกเดินทางไปโรงละครด้วยกัน ระหว่างทางซุนกยูชวนเขาคุยเจื้อยแจ้วเหมือนกับทุกวัน และเซฮุนก็ยิ้มขำไปกับซุนกยูได้ในทุกเรื่องราว

            “วันนี้นายดูอารมณ์ดีนะเซฮุน”

            “เหรอ? คงเพราะฉันนอนเต็มอิ่มล่ะมั้ง”

            “ใต้ตาดำเป็นแพนด้าแบบนี้สินะที่เขาเรียกนอน” ซุนกยูแขวะตอบแล้วเซฮุนก็ขำ เขาตอบเลี่ยงไปว่าเพราะงานที่คุยคอนเซปต์ค้างไว้เดือนหน้าเคลียร์จนจบก็เลยรู้สึกดี

            พวกเขามาถึงโรงละครก็เลยเวลาพักทานข้าวพอดี และทุกคนก็เริ่มที่จะเตรียมตัวซ้อมกัน

            “อ้าว คุณเซฮุนมาแล้วเหรอครับ”

            “เรียกผมเซฮุนเฉยๆ ก็ได้ครับ” เซฮุนโค้งหัวให้จงอินอย่างสุภาพ ถึงแม้ในใจจะรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้างแต่ก็ต้องทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไร

            “งั้นถ้าคุณสะดวกใจจะเรียกผมว่าพี่เหมือนกับคนอื่นๆ ผมก็ยินดีนะครับ”

            “ครับ”

            “ทานอะไรมาหรือยังครับ ความจริงที่ห้องพักของเรามีอาหาร--

            “เรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณมาก”

            “งั้นผมขอตัวไปเตรียมตัวซ้อมก่อนนะครับ เซฮุนก็เดินดูนู่นนี่ได้ตามสบายเลยนะ” จงอินยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะเดินแยกไป ซุนกยูเองก็ขอแยกตัวกับเซฮุนที่ตรงนั้นและเตรียมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดวอร์มเพื่อจะซ้อมได้ถนัด

            เซฮุนหยิบกล้องออกมาแขวนไว้ พร้อมกับปรับค่าแสงอะไรนิดหน่อยระหว่างนั้น สายตาของเขายังคงมองไปรอบๆ เพื่อมองหาคนที่เขาต้องการพบมากที่สุดแต่ก็ยังไม่เห็นว่าอี้ชิงอยู่ตรงไหน ที่สุดเซฮุนก็ตัดสินใจว่าจะเดินถ่ายภาพไปรอบๆ โรงละครเก็บบรรยากาศของสถานที่ก่อนเป็นลำดับแรก

            เซฮุนเดินเรื่อยมาในตึกพลางคิดว่าจะเริ่มที่โรงละครก่อน เขาวนเวียนอยู่แถวฟร้อนท์ด้านหน้าพักหนึ่งจนกระทั่งเจอทางเดินแคบที่เอียงลาดลงไปอีกชั้น เซฮุนก็เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าที่นี่มีชั้นใต้ดินอยู่อีกชั้นหนึ่ง วันนั้นจงอินไม่ได้พาเขาเดินลึกเข้ามาถึงจุดนี้

            สังเกตเห็นป้ายที่แขวนเอาไว้เหนือทางเดินว่า STAFF ONLY จึงพอจะเดาได้ว่าเส้นทางนี้คงเป็นเส้นทางที่ใช้เชื่อมต่อไปยังด้านหลังของเวที เดินเรื่อยมาไม่นานเซฮุนก็พบประตูสองบานขนาบข้างอยู่ซ้ายขวา ตรงสุดทางเป็นประตูบานใหญ่หนาที่คาดว่าคงเป็นทางพาเข้าไปหลังเวที

            เซฮุนลองเปิดดูห้องที่ฝั่งซ้ายก่อน ห้องนั้นไม่ได้ล็อก เมื่อเปิดประตูเข้าไปเซฮุนก็พบกับห้องแต่งตัวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ มีราวแขวนเสื้อผ้าตั้งกองอยู่ที่มุมหนึ่ง 2-3 ราว กับโต๊ะกระจกสำหรับแต่งหน้ายาวเหยียด เซฮุนงับประตูปิดคิดว่าอีกห้องที่อยู่ตรงข้ามกันก็คงจะเป็นห้องแต่งตัวเหมือนกัน

            เขากลับมาให้ความสนใจที่ประตูใหญ่ที่สุดทาง ก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป ความมืดกับแสงสีม่วงอ่อนของ Black Light ดึงดูดเขาเข้าไปด้านในทันที เซฮุนมองไปรอบตัวด้วยความสนใจ ทางเดินด้านหลังมืดและไม่กว้างเท่าไหร่ แต่ก็เพียงพอที่จะไว้เป็นที่ซ่อนฉากได้ เซฮุนแทบจินตนาการไม่ได้ว่าเวลาที่พวกเขาต้องยัดฉากทั้งหมดของการแสดงเข้าไปซ่อนอยู่ด้านในพวกเขาทำได้อย่างไรกันในพื้นที่เล็กแบบนั้น

            สายไฟต่างๆ ถูกม้วนกองรวมกันและเซฮุนต้องใช้สมาธิในการเดินไม่ให้เผลอไปสะดุดมัน ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวดังมาจากพื้นไม้ด้านหน้าเวที เซฮุนเดินเข้าไประหว่างช่องที่มีผ้าม่านกั้นเป็นแนวทางเข้าออกนักแสดงแล้วยื่นหน้าเข้าไปมอง

            อี้ชิงกำลังเต้นอยู่บนนั้น ถึงมันจะเป็นเพียงการขยับตัวน้อยๆ ไปตามจังหวะเพลงเหมือนกับแค่นึกทวนสิ่งที่กำลังจะทำ เซฮุนก็มองว่ามันช่างดูงดงาม เรียวขาที่ยืดไปข้างหน้าแล้ววาดมาทางด้านหลังกับแขนยาวที่ราวกับกวาดเอาอากาศตรงหน้านั้นเข้ามาหาตัวช่างดูสง่างาม ดวงตาแน่วแน่ที่มองตรงไปข้างหน้าสะกดทุกอย่าง ใบหน้าได้รูปนั้นถึงแม้จะไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมาแต่เซฮุนก็สัมผัสได้ถึงรัศมีของความสุขที่แผ่ออกมาจากลมหายใจ

            ไม่มีเสียงเพลงใดๆ แต่อี้ชิงขยับตัวไปราวกับท่วงทำนองดังก้องอยู่ทั่วห้องใหญ่ ไม่มีแสงสปอตไลท์ฉายลงมาแต่ดูราวกับว่าเวทีกำลังโอบอุ้มอี้ชิงเอาไว้ เซฮุนเผลอยิ้มออกมาด้วยความปลื้มใจ ไวเท่าความคิดร่างสูงกระชับกล้องในมือขึ้นมาแล้วบันทึกภาพนั้นเอาไว้

            เสียงชัตเตอร์ที่ดังขึ้นในความเงียบทำให้อี้ชิงหยุดการเคลื่อนไหว เขาหันไปมองตามทิศทางของเสียงด้วยความตกใจและมองเห็นร่างสูงกำลังยืนแอบอยู่ตรงม่านใหญ่

            “เซฮุน

            “พี่ยังเต้นได้ดีไม่มีที่ติเลยจริงๆ”

            “นายเข้ามาที่นี่ทำไม” เสียงห้วนของอี้ชิงพารอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของคนที่เด็กกว่า เขาขยับตัวเดินเข้าไปหาทั้งที่ใจกำลังหวั่นไหว

            “ผมกะจะเข้ามาถ่ายบรรยากาศในนี้ ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่”

            “ถ้างั้นก็ถ่ายไป”

“พี่อี้ชิง” อี้ชิงเตรียมจะเดินหนี แต่เสียงของเซฮุนที่เรียกเอาไว้ก็ทำให้ขาทั้งสองข้างไม่ยอมขยับไปไหน เสียงของเซฮุนยังคงมีอิทธิพลเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่ “พี่ไม่ดีใจหรือไงที่เราเจอกัน”





ความเงียบที่ยาวนานเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา กัดกร่อนลมหายใจที่แสนเบาให้ขาดห้วงไป อี้ชิงเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะบังคับตัวเองให้พูดออกไปได้

“ฉันควรจะดีใจหรือไง” ร่างบางเดินหนีไปทันทีแต่ยังไม่ทันที่จะไปได้ไกล มือก็ถูกคว้าไว้แล้วดึงเข้ามาให้เผชิญหน้าอีกคน

แววตาของอี้ชิงมีแววสั่นไหวชัดเจนในจังหวะแรกที่สบตากัน อาจเป็นเพราะสายตาของเซฮุนนั้นแสดงออกชัดเจนว่าเจ็บปวดกับคำพูดนั้นแค่ไหน แววตาของเซฮุนมีคำพูดมากมายและอี้ชิงก็เข้าใจมันได้ เขาอยากดึงน้องเข้ามากอดไว้ บอกว่าทุกอย่างไม่เป็นไร เขาดีใจเหลือเกินที่ได้พบกัน แต่ก็รู้ดีว่าทำแบบนั้นไม่ได้

“พี่จะหนีไปจนเมื่อไหร่” เสียงของเซฮุนบ่งบอกถึงความร้าวรานใจ อี้ชิงยังคงกัดฟันเอาไว้ ถึงแม้ดวงตาของเขาจะเริ่มพร่าเพราะที่ขอบตาคลอไปด้วยหยดน้ำใส

เขาจะไม่ร้องไห้...

“ฉันมีอะไรจะขอร้องนาย” อี้ชิงพูดขึ้นพร้อมกับดึงมือออกจากการเกาะกุมอย่างไร้เยื่อใย “อยู่ที่นี่เราไม่จำเป็นต้องรู้จักกันก็ได้”



“ฉันไม่อยากตอบคำถามของใครว่ารู้จักนายได้ยังไงโดยเฉพาะจงอิน”

เซฮุนรู้สึกชา เขารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงมาแล้วความเจ็บปวดก็ไหลบ่าไปทั่วร่างกาย มันแทบทำให้เขาหยุดหายใจกับคำขอร้องที่ออกมาจากปากอี้ชิง ที่เขาไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้

อี้ชิงหลบสายตาไป และเซฮุนก็ปล่อยให้ตัวเองดำดิ่งลงไปสู่ความเงียบอยู่เป็นนาทีโดยที่ไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดออกมาได้

“ถ้าพี่คิดว่ามันดีที่สุดก็ได้” คำพูดกระท่อนกระแท่นถูกเค้นออกมาพร้อมกับลมหายใจที่แผ่วเสียจนเซฮุนรู้สึกถึงมันไม่ได้ ดวงตาแดงก่ำแต่กลับไม่มีน้ำตาให้ไหล เขาไม่เข้าใจอี้ชิงและไม่คิดว่าตัวเองจำเป็นต้องทำความเข้าใจ



“แต่ผมอยากให้พี่จำเอาไว้”



“พี่จะหลอกใครก็ได้ แต่พี่หลอกตัวเองตลอดไปไม่ได้หรอก”

เซฮุนมองเสี้ยวหน้าของอี้ชิงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไป ทิ้งให้อี้ชิงอยู่เพียงลำพังในความอ้างว้างของโรงละครใหญ่ รอจนกระทั่งแน่ใจว่าเซฮุนเดินพ้นจากตรงนี้แล้วร่างบางถึงหันไปมองตามทิศทางที่เด็กคนนั้นเดินจากไป

น้ำตาที่ถูกเก็บเอาไว้ไหลพรั่งพรูลงมาไม่ขาดสาย อี้ชิงทรุดลงไปกับพื้นเวทีเพราะไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะยืนไหว เขาไม่รู้แล้วไม่รู้อีกแล้วว่าควรทำอย่างไร กับหัวใจที่เจ็บปวดเหมือนกำลังจะตาย ทำไมทุกอย่างถึงไม่ง่าย ทำไมทุกอย่างถึงผิดพลาดไปเสียมากมายแบบนี้

 

















- Talk -

ถูกที่แต่ผิดเวลา แค่นั้นเราก็รักกันไม่ได้แล้ว
แต่ถ้าผิดที่แล้วยังผิดเวลา ความรักของเราอาจจะมีค่าแค่หยดน้ำตาก็ได้

:'(

100% แล้ว ...
แนะนำให้เอาผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นประคบตาก่อนนอน
พรุ่งนี้ตื่นมาตาจะได้ไม่บวม

/ยิ้มอ่อน
รักนะ 



#CrossroadHL





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #341 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 10:04
    เป็นฟิคที่บีบหัวใจจริงๆ
    #341
    0
  2. #308 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 22:13
    มันเจ็บนะเทอ เจ็บจนพิมออกมาไม่ถูก
    #308
    0
  3. #277 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 22:35
    มันบีบหัวใจอะ
    คนที่เรารักอยู่ตรงหน้า แต่เรารักเขา แสดงออกไม่ได้ ทรมานนะ
    #277
    0
  4. #244 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 09:24
    อี้ควรจะบอกจงอินไปเลยยยย บอกความจริงเลยงี้ ฮือออออ
    #244
    0
  5. #107 Beau-BeKL (@beaunutsara) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 18:01
    เศร้า ...มาก T^T เซฮุนคงจะเจ็บมาก อี้ชิงก็พยายามข่มใจ โอ้ยยยย ไรท์เตอรรรรรรรรรรร์ หน่วงค่ะหน่วงงง
    #107
    0
  6. #98 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 16:52
    50% หลังนี่ดราม่า อี้ชิงเหมือนสร้างกำแพงป้องกันของตัวเองแล้ว อยู่ๆก็เหมือนพังลงเฉยเลย สงสารทุกคนเลย
    #98
    0
  7. #97 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 10:59
    ....เราว่าอี้ชิงทำถูกแล้วถึงจะต้องหลอกตัวเองแต่เพื่อสิ่งที่ถูกต้องอาจจะเจ็บเหมือนจะตายแต่เรื่องของอี้ชิงกับเซฮุนมันคือสิ่งที่ผิดถ้าหากมันเกิดขึ้นอีกต้องจำไว้แล้วตอนนี้อี้ชิงเริ่มทะเลาะหกับจงอินแล้วด้วยโอ้ยยยเซฮุนเหมือนดีใจลึกๆคือโครตเจ็บรักเขามากจนตัดใจไม่ได้เลยสินะแล้วยังต้องทำเป็นไม่รู้จักกันอีกจะทำได้ไหม.....ช่วงที่เซฮุนพูดแบบติดๆขัดๆน้ำตาเกือบไหลมันจี้ดมากเราจินตนาการออกเลยว่ามันเป็นยังไงเหมือนจะร้องออกมาอยู่แล้วแต่ไม่ร้องแล้วค่อยๆพูดออกมาเศร้ามากอ่ะ
    #97
    0
  8. #96 KBLC (@bamza881) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 09:43
    ปวดใจเหลือเกินน. ㅠㅠ สู้ๆน่ะคะะะ
    #96
    0
  9. #95 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 01:46
    หน่วงมากหน่วงสุดดดๆๆ เจ็บปวดแทนเลย
    #95
    0
  10. #94 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 22:57
    สงสารอะ ไม่รู้จะสงสารใครดี ได้มาเจอกันจนได้ ถ้าเป็นเซฮุนกับอี้ชิง คงหน้าชาใจวูบ ยิ่งตอนที่เซฮุนรู้ว่าอี้ชิงเป็นแฟนจงอินอะ หน่วงมาก ทั้งที่มีความรู้สึกอยู่เต็มอะแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อี้ชิงก็คงเจ็บทั้งที่ไม่คิดว่าจะมาเจอกันแล้ว ตอนอี้ชิงเห็นซุนกยูกับมือกับเซฮุน ในใจคงหน่วงมาก เพราะตัวเองปฏิเสธที่ตรงนั้นมาแล้ว จะฝืนยิ้มให้ก็ยังลำบากเลย แอบเสียใจแทนซุนกยูตรงที่เซฮุนยังทำให้ตัวเองรักไม่ได้ซักที ทั้งที่มันคนดีๆอยู่ข้างๆแท้ๆ เซฮุนยังดื้อด้านเรื่องอี้ชิงจริงๆ
    #94
    0
  11. #93 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 20:18
    ....เจ็บและหน่วงตั้งแต่ตอนแรกมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าความหน่วงมันจะลดลงเลยรู้สึกว่ามันกำลังหาเรื่องมาใส่ตัวเองเซฮุนนะคือแกอาจจะปฏิเสธไปหรือยังไงก็ได้ที่ไม่ต้องเจอกันแต่ก็ยอมเจ็บอีกแล้วนี่ยิ่งใกล้กันยิ่งอันตรายเรานึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าจงอินจับได้ขึ้นมาจะเป็นยังไง........แต่ลึกๆคนอ่านอย่างเราดีใจที่เซฮุนไม่ยอมแพ้นะแต่นั่นแหละจงอินเค้าก็ดีอ่ะทำยังไงอ่ะอี้ชิงเธอแหละหลายใจ55555555
    #93
    0