[EXO] "Dating a Superstar" (KaiSoo, ChanBaek)

ตอนที่ 4 : #ฟิคเดท : 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    8 พ.ย. 57

B B





Chapter 03

 





 

            คยองซูตื่นแต่เช้าตรู่ ถึงแม้จะไม่มีเสียงดังโครมครามจากข้างบ้านมาปลุกอีกแล้ว ช่วงอาทิตย์แห่งความทรมานผ่านพ้นไป เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เสียงก่อสร้างจากบ้านข้างๆ เงียบลงแต่กลายเป็นว่าคยองซูก็ยังคงตื่นเช้าอยู่ อืมดีครับ มึงทำให้วินัยกูดี

 

            มองนาฬิกาตรงหัวเตียงเพิ่งจะ 8 โมงเช้า วันนี้เขามีนัดไปห้องสมุดเพื่อหาหนังสือทำรายงานกับปาร์คชานยอลตอน 11 โมง แต่ดูเหมือนว่าถ้าเขาจะโทรไปปลุกมันตอนนี้มันก็คงยังไม่มีท่าว่าจะตื่นมารับโทรศัพท์เขาแน่ๆ คิดแล้วคยองซูก็ลุกขึ้นเตรียมจะไปอาบน้ำ ไม่วายเหลือบมองบ้านข้างๆ ผ่านหน้าต่าง สวนข้างบ้านถูกตกแต่งด้วยดอกไม้หลายชนิดเป็นพุ่มแปลกตา ท่าทางเจ้าของบ้านจะเป็นคนชอบต้นไม้แน่ๆ ถัดออกมาริมระเบียงไม้ที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านเป็นสวนแบบญี่ปุ่นสวยงามเรียบง่ายที่ดูแล้วผ่อนคลายสบายตา กับชิงช้าม้านั่งขนาดสองคนตั้งอยู่ที่มุมรั้วบ้าน คยองซูอมยิ้มออกมา เดาเอาว่าที่ย้ายมาอยู่ใหม่น่าจะเป็นหญิงสาวน่ารัก หรือไม่ก็ครอบครัวเล็กๆ พ่อแม่ลูก รสนิยมดี ถึงได้แต่งบ้านน่ารักขนาดนี้ เลื่อนสายตาขึ้รมาระดับสายตา หน้าต่างของห้องหนึ่งในบ้านหลังนั้นอยู่ตรงกับหน้าต่างของเขาพอดี คยองซูอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าของห้องที่จะต้องมาอยู่ในสายตาเขาตลอดเวลานี่จะเป็นคนแบบไหนกันนะ ถ้าจะดีก็ขอให้เป็นผู้หญิงหน้าตาน่ารักๆ

 

            คิดแล้วก็เดาไปต่างๆ นานาแล้วอมยิ้ม เมื่อไหร่เพื่อนบ้านเขาจะย้ายเข้ามาน้า อยากรู้จักขึ้นมานิดๆ แฮะ

 



 

            ซูโฮโทรมาตอนประมาณเกือบเก้าโมง พอรู้ว่าคยองซูมีนัดไปห้องสมุดกับชานยอลตอน 11 โมงก็ยืนยันว่ายังไงก็จะมารับให้ได้ เอาเรื่องแขนเจ็บมาเป็นข้ออ้าง ทั้งๆ ที่คยองซูก็บอกแล้วว่าตัวเขาหายสนิทดีแล้วแต่ซูโฮก็ยังไม่ยอม สุดท้ายคนตัวเล็กก็อ่อนใจที่จะเถียงจึงนัดกันว่าซูโฮน่าจะมาถึงบ้านเขาตอนสิบโมง แต่เอาเข้าจริงกว่าจะได้ออกจากบ้านก็ปาเข้าไปแล้ว 10 โมงกว่า แต่คยองซูก็ไม่ได้รีบร้อนเท่าไหร่ ไอ้หวังจะให้ปาร์คชานยอลมาตรงเวลาได้นี่เลิกคิดไปนานแล้ว เพราะงั้นถ้าเขาจะสายสัก 10-15 นาทีก็คงไม่มีผลอะไร ยังไงก็ต้องไปนั่งรอไอ้เพื่อนตัวดีอยู่แล้ว ซูโฮไม่ได้เดินลงมาจากรถเพราะคนตัวเล็กบอกว่าเสียเวลา ทันทีที่รถสปอร์ตคันหรูจอดเทียบหน้าบ้านพร้อมกับเสียงแตรเบาๆ คยองซูก็หยิบกระเป๋าแล้วดินออกมา

 

เปิดประตูรั้วสีฟ้าอ่อนออกมาแล้วก็ต้องตกใจ เฮ้ย! นี่หลุดออกมาจากนิตยสารเล่มไหนป่ะวะ?

 

ผู้ชายตัวเล็กผิวขาวจั๊ว (สูงกว่าเขานิดหนึ่ง) ยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านสีแดงสดที่เพิ่งทาใหม่ ท่าทางเหมือนพวกเนตไอดอลหรือไม่ก็ดาราในทีวี แต่ต่อให้ใช่คยองซูก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใคร สงสัยจะยืนจ้องอยู่นานเกินไป ผู้ชายคนนั้นก็เลยหันมามองด้วยความสงสัย คิ้วที่อยู่หลังแว่นตากันแดดสีดำขมวดชนกันอย่างไม่ปิดบัง คยองซูรู้สึกได้ว่ากำลังโดนสำรวจด้วยสายตาทรงพลังหลังแว่นนั่น

 

            คยองซูปิดประตูบ้านเงียบๆ แล้วหันไปส่งยิ้มให้เพื่อนบ้าน (?) ใหม่ แต่ร่างเล็กไม่มีปฏิกิริยาอะไร คราวนี้กลับกลายเป็นคยองซูที่ขมวดคิ้วมองอย่างไม่ชอบใจ เอ่อมารยาทมีไหมวะถามจริง นี่กูกำลังยิ้มให้มึงนะครับผม ยิ้มให้แล้วยังทำหน้าหยิ่งแถมยังมองตั้งแต่หัวจรดเท้านี่สถาบันไหนสอนมึงมา ถ้ามีลูกกูจะไม่เสียเวลาไปเรียนเลยเอาจริง สุดท้ายหลังจากสำรวจคยองซูจนพอใจร่างเล็กก็เมินหน้ากลับไปก่อนจะเปิดประตูรั้วสีแดงแล้วหายเข้าไปในบ้าน

 

            นี่เหรอวะ? คนที่จะมาใหม่ ไม่เป็นมิตรเลยแฮะ

 

            คยองซูคิดในใจ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอีก บ้านตั้งใหญ่ บางทีอาจจะไม่ได้อยู่คนเดียวก็ได้ เขายังมีความหวังเรื่องหญิงสาวน่ารักตัวเล็กในจินตนาการอยู่ เพราะงั้นรอดูไปก่อนคยองซู

 

            “เพื่อนบ้านใหม่เหรอ?” ทันทีที่คนตัวเล็กเปิดประตูรถเข้ามานั่งเรียบร้อย ซูโฮก็ถามขึ้นโดยที่สายตายังมองตามร่างของผู้ชายแฟชั่นจ๋าคนเมื่อกี้เข้าไปในบ้าน

 

            “งั้นมั้งครับ”

 

            “ท่าทางแปลกๆ ไม่น่าไว้ใจ ตัวเล็กต้องระวังตัวรู้ไหมครับ?

 

            “อ่า..ครับ”

 

            “มีอะไรโทรเรียกพี่ได้ตลอดเวลาเลยนะ”

 

            มือของซูโฮยกขึ้นแล้วขยี้หัวคยองซูเบาๆ อย่างเอ็นดู คนตัวเล็กไม่ได้ปฏิเสธแค่เบือนหน้าหนีแล้วก็เสมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่แค่นั้นก็ทำให้ซูโฮยิ้มออกมาอย่างเจื่อนๆ ก่อนจะขับรถออกไป

 

            ขับออกมายังไม่ทันพ้นปากซอยบ้าน รถเชฟวี่ สปาร์คสีน้ำเงินสดใสก็ขับผ่านไปด้วยความเร็วสูง

 

            “โอ้โห นี่มันซอยหมู่บ้านนะ ทำไมขับรถไม่มีมารยาทเลย”

 

คยองซูทันเห็นด้วยหางตาแวบๆ ถึงจะติดฟิล์มซะดำปื้ด ว่าคืออิเจ้าของบ้านหน้าไม่ยิ้มคนนั้นนั่นแหละ ท่าทางจะรวยใช่เล่น แต่ก็ดูเป็นคนธรรมดา ทำไมต้องทำตัวลึกลับด้วยฟะ คยองซูยู่หน้านิดหน่อย แต่สุดท้ายเขาก็เลิกสนใจไปเอง

 



 

            “ทำรายงานกันเสร็จแล้วก็โทรมาแล้วกันนะครับ เดี๋ยวพี่มารับไปทานข้าวเย็น”

 

            คยองซูไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาเอ่ยปากขอบคุณแล้วลงจากรถ ซูโฮลดกระจกฝั่งข้างคนขับลงแล้วชะโงกตัวมาโบกมือบ๊ายบายพร้อมกับยิ้ม ทำให้คยองซูจำต้องยิ้มแห้งๆ กลับไปให้ บางทีเขาก็สงสัยว่าซูโฮว่างมากนักหรือไงถึงได้มีเวลามาคอยรับส่งเขาตลอดเวลาแบบนี้

 

ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเปิดแอร์เย็นฉ่ำ มีหนังสือมากมายหลากหลายชนิดให้นักศึกษาที่รักการอ่านเป็นชีวิตเลือกสรร หลังคาสูงทำให้อากาศถ่ายเท คยองซูเดินเข้ามาด้านในแล้วเลือกนั่งตรงโต๊ะริมหน้าต่าง ที่มองออกไปเห็นสนามหญ้ากว้างที่ช่วงเย็นๆ พวกนักศึกษาชายมักใช้เป็นที่เตะบอลกัน ต้นไม้สูงที่อยู่รอบอาคารช่วยกรองแสงแดดให้อ่อนลง ก่อนจะทอลอดเข้ามาด้านใน คยองซูชอบนั่งมองต้นไม้ไปด้วยอ่านหนังสือไปด้วย เขารู้สึกว่ามันผ่อนคลายกว่าและมีที่ให้พักสายตาเวลาปวดหัว ถึงมันจะไม่ใช่อากาศบริสุทธิ์จริงๆ แต่ก็มโนได้ว่าอ่านหนังสืออยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แบบที่มีแอร์เป่าและไม่ร้อนจนเกินไป

 

            เดินไปเลือกหนังสือ 2-3 เล่มจากชั้นแล้วเอามานั่งอ่าน เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้กว่าร่างสูงของปาร์คชานยอลจะเดินเข้ามาแล้วนั่งลงตรงหน้า คยองซูมองดูนาฬิกา เกือบบ่ายโมงแล้วครับ ได้ข่าวนัดกันที่ 11 โมงครับมึง

 

            “มาป่านนี้มึงไม่โทรมาบอกกูล่ะว่าให้กลับบ้านได้” คยองซูมองเพื่อนตัวสูงที่ตอนนี้ทำหน้าง่วงสุดๆ แล้วเริ่มสไลด์ตัวเองลงไปกองกับโต๊ะไม้สีอ่อนสบายตา

 

            “กูนอนดึก”

 

            “ได้ข่าวเมื่อวานมึงรีบกลับบ้านตั้งแต่หกโมง มัวทำอะไรวะ?” คยองซูนึกไปถึงเมื่อวานที่เพื่อนหูกางเอาแต่ลุกลี้ลุกลนดูนาฬิกาก่อนจะถึงเวลาเลิกเรียนแล้วก็เด้งตัวลุกจากเก้าอี้แล้วพุ่งตัวหายไป โดยไม่อธิบายอะไรสักคำ

 

            “กดบัตรมีท”

 

            หา! มึงว่าไงนะ?...

 

            “เว็บแมร่งล่ม กว่าจะเข้าเว็บได้กูต้องรอจนเกือบตีสาม ไม่รู้แม่งอยากจะไปอะไรกันขนาดนั้นวะ” ชานยอลพูดเสียงเนือยๆ พลางเอาหน้าซุกลงไปกับวงแขน

 

           

 

            เดี๋ยวนะครับมึงจะบอกว่าที่มึงนอนดึกนี่เพราะรอกดบัตรแฟนมีทเนี่ยนะครับ เพื่อนมึง!

 

            “แล้วยังไงได้ที่ริงไซต์เลยไหมล่ะมึง?

 

            “ริงไซต์เหี้ยไรล่ะ ไม่ทันดิสัส แมร่งต้องไปรอซื้อหน้างาน แพงอีก ราคาปกติค่าขนมกูทั้งเดือนก็หมดแล้ว”

 

           

 

            “นี่กูรีเฟรชทวิตเตอร์จนหน้าสั่น เผื่อมีใครปล่อยบัตรมั่ง แต่แม่งกูว่าเก็บไว้ตอนใกล้ๆ งานแล้วโก่งราคากันแน่เลย”

 

-_-“  เจริญ!! เอาเลย ถ้ามึงคิดว่าดีมึงทำไป กูไม่ขัดอะไรทั้งนั้นครับเพื่อน

 

            “ชานยอล กูถามจริงทำไมมึงต้องติ่งไอ้ซุปตาร์หน้าดำนี่ด้วยวะ”

 

            “กูบอกแล้วใช่ไหม อย่ามาว่าไคย่ากูหน้าดำ ผิวสีน้ำผึ้งอ่ะมึง ผิวสีน้ำผึ้ง! มึงรู้จักไหม?

 

            “เออ นั่นแหละ ถ้ามึงจะไปติ่งจอนจีฮุนกูจะไม่ว่าเลยสักคำ”

 

            ชานยอลเบ้ปากใส่หน้าเพื่อนรัก “โอ้โห เขามีผัวแล้วไหมมึง นี่มึงหลุดมาจากยุคไหนเนี่ย?

 

            “ก็” ถ้ากูจำไม่ผิดเขาเพิ่งมีซี่รี่ส์ไปไม่ใช่เหรอวะ? ดาวๆ อะไรสักอย่าง นี่กูพูดผิดตรงไหน? “เออ นั่นแหละ มึงเป็นผู้ชายนะ แล้วมึงจะมาติ่งผู้ชายด้วยกันทำไมวะ ดาราผู้หญิงสวยๆ เยอะแยะ”

 

            “เอ้า ไอ้นี่!” ชานยอลเบ้ปากใส่เพื่อนตัวเล็กอีกรอบ เหมือนจะบอกว่า เพื่อนมึงนี่ช่างไม่รู้อะไรเลยนะครับเนี่ย

 

            “ไอดอลอ่ะ มึงรู้จักไหมครับไอดอลไคย่ากูแมร่งแสนจะดี โคตรพ่อโคตรแม่หล่อ หุ่นดี ถ่ายแบบก็เท่ เล่นละครก็เก่ง เข้าวงการมา 5 ปี กวาดมาแล้วกว่า 10 รางวัล ไต่เต้าตั้งแต่ตัวประกอบเล็กๆ จนได้เล่นหนังโกอินเตอร์ โห มึงครับกูพูดเลย ถ้าแมร่งไม่มีความสามารถจริงๆ กูไม่ติ่ง”

 

            เออดี บรรยายซะเห็นภาพคิมไคของมึงยืนชูถ้วยรางวัลออสการ์เลยมั้ยสัส!

 

            “แล้วมึงไม่อายเหรอวะ เวลาแมร่งไปตามแบบนี้”

 

            “อายดิวะ” ชานยอลตอบหน้าตาเฉย แล้วยักไหล่ “แต่ทำไงได้ หัวอกแฟนบอย มึงคิดจะเข้ามาสู่หนทางสายนี้แล้ว แค่กูไปยืนมองเฉยๆ แมร่งก็หาว่ากูเกย์ละ เพราะงั้นกูจะไปแคร์ทำไมวะ”

 

            แน่นอนจริงๆ อุดมการณ์มึงแรงกล้ามากครับปาร์คชานยอล กับเรื่องเรียนมึงตั้งอกตั้งใจขนาดนี้ไหมกูอยากถาม

 

            “ได้ข่าวว่าวันนี้มีถ่ายแบบด้วย” ปาร์คชานยอลหยิบมือถือขึ้นมากดเข้าทวิตเตอร์พลางเลื่อนสายตาอ่านตัวอักษรบนหน้าจอเร็วๆ “เสียดายเป็นงานปิดไม่งั้นกูคงตามไปดู”

 

            “โชคดีเป็นของกูแล้วถ้าอย่างนั้น ไม่งั้นรายงานคงไม่เสร็จ”

 

            “อืมแต่ก่อนที่จะทำรายงาน กูขออะไรมึงอย่างได้ไหมวะ?

 

            คยองซูกลอกตามองเพื่อนตัวสูงที่กำลังส่งยิ้มมาให้อย่างมีความหมาย มึงจะเอาอะไรมึงพูดดีๆ ท่าทางแบบนี้กูว่ายังไม่ได้ทำรายงานเร็วๆ นี้แน่

 

            “กูหิวว่ะ ไปกินข้าวกับกูก่อนนะ”

 

            คยองซูถอนหายใจออกมาแรงๆ แล้วปิดหนังสือ เพื่อนหูกางกระโดดลุกขึ้นยืนท่าทางง่วงๆ เมื่อกี้หายไปเป็นปลิดทิ้ง ก่อนจะทำท่าเหมือนวิ่งเดินลิ่วออกไปจากห้องสมุด คยองซูหยิบกระเป๋าแล้วเดินตามไป

 

            รายงานกูจะเสร็จใช่ไหม ไหนตอบสิ!

 




 

.. Dating a Superstar ..

 




 

            “เอาล่ะครับ วันนี้พอแค่นี้ ขอบคุณทุกคนมาก”

 

            สิ้นเสียงสั่งการของโปรดิวเซอร์ทีมงานทุกคนก็เริ่มลงมือเก็บของ จงอินที่ก่อนหน้านี้เพิ่งจะโพสท่าถ่ายแบบถอนหายใจออกมาอย่างอึนๆ

 

            “เหนื่อยไหม?” แบคฮยอนที่เดินถือเสื้อคลุมเข้ามาเอ่ยถาม

 

            “มาก! นี่ถ้าคราวหน้ารับงานกับทีมที่ไม่โปรเฟสชั่นนอลขนาดนี้ผมขอบาย”

 

            แบคฮยอนตีแขนจงอินหนึ่งทีแล้วจุ๊ปากเสียงเบา “อย่าพูดให้ใครได้ยินรู้ไหม ทำอย่างกะนายเลือกได้ ถ้าบริษัทส่งงานมาให้นายก็ต้องทำ”

 

            จงอินกลอกตาขึ้นฟ้า “งั้นเลิกเป็นไหมล่ะ ไอ้ดาราบ้าเนี่ย!

 

            “คิมจงอิน!” แบคฮยอนเรียกชื่อน้องชายเสียงดุ “ไหนตอนแรกใครที่อยากจะทำนักหนาจนฉันต้องลาออกมาดูแลนาย ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งได้งานที่ฉันอยากทำแท้ๆ”

 

            หางเสียงมีแววตัดพ้อ ทำให้จงอินเหลือบตามองพี่ชาย เขารู้ว่าแบคฮยอนเสียสละให้เขาขนาดไหน ความจริงมันก็เป็นความฝันเขาเองที่อยากจะเป็นนักแสดง อยากเป็นนายแบบ ไม่งั้นคงไม่พยายามอย่างหนักจนมีวันนี้ แต่บางทีมันก็เหนื่อย

 

            “โอเคๆ ผมเข้าใจแล้ว ไม่งอแงแล้วโอเคไหม?” แบคฮยอนยิ้มสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมหน่อย ความจริงเขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่มากมายที่ไม่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก การได้มาดูแลน้องชายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเขามากกว่า แล้วพอทำๆ มา เขาก็สนุกกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ

 

            “แล้วนี่ไม่ลืมอะไรทิ้งไว้ที่บ้านเดิมแล้วใช่ไหม?” จงอินพยักหน้า “ดี รถขนจะไปเอาของบ่ายนี้แล้วก็เอาเข้าไปให้ที่บ้านใหม่เลย นึกดีๆ แล้วกันถ้าลืมอะไรเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันค่อยให้คนเข้าไปเอาอีกที”

 

            “แบคฮยอน”

 

            “หืม?

 

            “สวนญี่ปุ่นผมสวยไหม?

 

            “แน่นอน ฉันก้อปแบบที่นายอยากได้เป๊ะๆ ไม่ลืมชิงช้าที่นายขอเอาไว้ด้วย”

 

            คิมจงอินอมยิ้ม ถึงจะโตเป็นควายขนาดนี้เขาก็ยังอยากได้ชิงช้าอยู่ อาจจะเป็นความทรงจำในวัยเด็ก ตอนที่พ่อกับแม่ยังอยู่ชอบพาเขากับแบคฮยอนไปสนามเด็กเล่น ในขณะที่เด็กชายแบคฮยอนไปขุดทราย เด็กตัวดำอย่างจงอินกลับชอบนั่งชิงช้าแล้วให้แม่แกว่งให้ ตอนที่พ่อกับแม่เสียไปตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุได้ 10 ขวบ แบคฮยอนในวัย 14 ปีพาเขาที่ยังอยู่ในชุดสีดำไว้ทุกข์ไปสนามเด็กเล่นที่พ่อกับแม่พาไปบ่อยๆ

 

            พี่แบคฮยอนจงอินอยากเล่นชิงช้า แบคฮยอนจูงมือน้องตัวเล็กไปนั่งที่ชิงช้า ก่อนจะออกแรงแกว่งให้โดยไม่พูดอะไร

 

            สูงอีกไม่ได้เหรอ เด็กชายจงอินร้องบอกในขณะที่เด็กชายแบคฮยอนส่งแรงเพิ่มขึ้นอีกนิดเพราะกลัวน้องจะกลิ้งตกลงมา หลังจากออกแรงแกว่งอยู่นานก็เริ่มเหนื่อย ในที่สุดแบคฮยอนก็นั่งลงบนชิงช้าข้างๆ จงอินแล้วออกแรงดันให้ชิงช้าเคลื่อนช้าๆ แทน

 

            พ่อกับแม่อยู่บนนั้นใช่ไหมพี่แบคฮยอน

 

จงอินในวัย 10 ขวบไม่ได้เด็กเกินไปที่จะไม่รู้ว่าความตายคืออะไร แต่ก็ไม่ได้เข้าใจเสียทีเดียว แบคฮยอนหันมองหน้าน้องชายที่กำลังมองขึ้นไปบนฟ้าแล้วน้ำตาจะไหล ถึงจะไม่ใช่พ่อแม่เขาที่จากไป (พ่อแม่ของแบคฮยอนเสียหลังจากนั้นอีกหลายปี) แต่การที่เป็นคนใกล้ตัวที่เห็นหน้ากันแทบทุกวันก็ทำให้เขาใจหายอยู่ดี ยิ่งมองเห็นหน้าน้องชายเวลานี้เขายิ่งรู้สึกสงสารจับใจ

 

อืม…’

 

เสียงสั่นๆ ของพี่ชายทำให้เด็กน้อยจงอินหันมามอง พี่แบคฮยอนร้องไห้ทำไม?’

 

แบคฮยอนไม่ได้ตอบเขาก็แค่ร้องไห้

 

พ่อกับแม่บอกว่าเป็นเด็กผู้ชายต่อให้เสียใจขนาดไหนก็ต้องห้ามร้องไห้ง่ายๆ

 

‘…’

 

พี่แบคฮยอนสงสารจงอินเหรอ

 

แบคฮยอนเม้มปากแน่น เด็กชายตัวเล็กมองหน้าเขาแล้วส่งยิ้มมาให้

 

จงอินไม่เป็นไร พี่แบคฮยอนอย่าร้องไห้

 

‘…’

 

เด็กชายจงอินเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า จงอินอยากขึ้นไปหาพ่อกับแม่บนนั้นจัง

 

ใจหายวูบ แบคฮยอนดึงร่างน้องตัวเล็กเข้ามากอด

 

อย่าพูดแบบนั้นจงอิน นายต้องอยู่กับพี่เข้าใจไหม ห้ามไปไหนเด็ดขาด!’

 

มือเล็กๆ โอบหลังพี่ตัวใหญ่พลางลูบมือไปมาอย่างปลอบใจ กลายเป็นว่าคนที่ร้องไห้ใหญ่โตกลับเป็นแบคฮยอนเสียเองที่สงสารน้องจับใจ จงอินแค่ตาแดงแต่เขาไม่ได้ร้องไห้ ตั้งแต่นั้นแบคฮยอนก็สัญญากับตัวเองไว้ ว่าเขาจะดูแลน้องชายคนนี้ให้เหมือนน้องในไส้ที่คลานตามกันมา

 

และนี่เป็นเหตุผลที่แบคฮยอนไม่ขัดใจอะไรเลยที่จงอินอยากได้ชิงช้าไว้ในสวนญี่ปุ่นข้างบ้าน ถึงเขาจะรู้สึกว่ามันดูเด็กน้อยและผู้หญิงไปสักหน่อยแต่เขารู้ดีว่าบางทีคิมจงอินก็ชอบหนีไปนั่งทำ MV มองท้องฟ้ามองพระจันทร์แล้วแกว่งชิงช้าอยู่ในสนามเด็กเล่นตอนกลางคืนคนเดียวบ่อยๆ

 

“เข้าบ้านใหม่ งั้นเย็นนี้ต้องฉลองใช่ไหม?” จงอินวาดแขนโอบรอบคอพี่ชายตัวเล็กแล้วแลบลิ้นเลียปาก ก่อนที่จะโดนคนเป็นพี่ขมวดคิ้วใส่

 

“ฉลองอะไร พรุ่งนี้แกต้องถ่ายละครแต่เช้าไงจำไม่ได้เหรอ”

 

“นิดหน่อยน่านิดเดียวจริงๆ”

 

จงอินมองหน้าพี่ชายตัวเล็กด้วยสายตาเว้าวอน แบคฮยอนขมวดคิ้วแต่สุดท้ายก็ถอนหายใจเพราะใจอ่อน “เออ ตามใจ แต่ถ้าพรุ่งนี้แกตื่นสายฉันจะกลับไปสมัครทนายจริงๆ ด้วย”

 

จงอินยักไหล่ ปากก็พูดไปแต่เอาเข้าจริงแบคฮยอนก็ปลุกเขาให้ตื่นจนได้ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นที่คนอย่างคิมจงอินต้องกังวลอะไร จัดไปยาวๆ

 





 

.. Dating a Superstar ..

 





 

            กว่าจะหลังขดหลังแข็งทำรายงานจนเสร็จก็ค่ำมืด ชานยอลก็งอแงจะพักตลอดเวลาถ้าไม่โดนสายตาอาฆาตของคยองซูที่ส่งกลับไปให้ในวินาทีสุดท้ายเขาคิดว่าป่านนี้รายงานก็คงยังไม่เสร็จ หลังจากแยกกันแล้วคยองซูก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันที คนตัวเล็กรู้สึกดีที่วันนี้ซูโฮติดงานกะทันหันมารับเขาไม่ได้ ไม่งั้นคงโดนหลอกล่อพาไปกินข้าวที่ไหนกว่าจะได้เข้าบ้านก็คงดึกอีก เขาไม่ใช่คนชอบสังสรรค์เท่าไหร่ในขณะที่ชานยอลชอบมาก มันมีเพื่อนหลายกลุ่มและมักจะออกไปสังสรรค์นู่นนี่นั่นบ่อยๆ ความจริงวันนี้มันก็ชวนๆ อยู่แต่คยองซูเหนื่อยเกินกว่าที่จะแบกร่างตัวเองไปไหน ในหัวตอนนี้คิดถึงผ้าห่มกับที่นอนนุ่มๆ อย่างเดียวเท่านั้น เออบางทีก่อนนอนอาจจะพักสมองด้วยการอ่านหนังสือนิยายสยองขวัญฆาตกรรมสักหน่อย (สาบานว่านี่คือการคลายเครียด?)

 

            เดินเรื่อยๆ มาจนถึงหน้าบ้านคยองซูก็ต้องชะงักฝีเท้าอยู่หน้าประตูรั้วสีฟ้าอ่อน เขามองเข้าไปที่บ้านข้างๆ

 

เปิดไฟแล้ว แสดงว่าเจ้าของบ้านท่าทางแปลกๆ เมื่อเช้าเข้ามาอยู่แล้วใช่ไหมนะ นึกแล้วก็เบ้หน้า ดูไม่เป็นมิตรไม่น่ารู้จักเลยสักนิด เอาเถอะ เขาก็อยู่ส่วนเขา เราก็อยู่ส่วนเราไปไงคยองซู ว่าแล้วก็เปิดประตูรั้วแล้วก็เดินเข้าบ้าน

 

            แช่น้ำอุ่นสบายใจแล้วก็ออกมาหยิบหนังสือที่หัวเตียงแล้วเอนตัวลงนอนอ่าน คิ้วเริ่มจะขยับเข้ามาชนกันเรื่อยๆ เมื่อเริ่มอินและลุ้นกับเรื่องราวในหนังสือ ตายไปแล้วสี่ กำลังลุ้นว่าจะมีศพที่ห้า คิ้วขมวดแน่นเมื่อฆาตกรหลอกล่อให้เหยื่อลงไปชั้นใต้ดิน แล้วค่อยๆ ย่องตามลงไป มันกำลังเงื้อมืดที่อยู่ในมือแล้วออกแรง…..

 

            “เบบี๊โด้นคร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย ทูวววนายยยยยยยยยท์….

 

            เชี่ยยยยย!! อะไรวะนั่น!!

 

เสียงตะโกนแหกปากร้องเพลงดังลั่นจนคยองซูสะดุ้งเกือบตกเตียง เขาหันไปมองที่หน้าต่างอย่างสะพรึง ยิ่งกว่าหนังสยองขวัญที่เพิ่งอ่าน ถ้ามึงจะแหกปากเสียงดังแล้วยังเสือกร้องไม่เพราะขนาดนั้นมึงจะร้องออกมาทำม้ายยยยยยย ทิ้งหนังสือในมือลงแบบฉุนๆ แล้วกระชากผ้าม่านหน้าต่างเปิดออกก่อนชะโงกหน้าลงไปดู

 

ใครคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนชิงช้าในสวนญี่ปุ่นสวยที่ทำใหม่ ในมือถือกระป๋องเบียร์เอาไว้แล้วโยกตัวแกว่งชิงช้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง คยองซูเห็นแค่หน้าด้านข้าง จากแสงไฟที่หน้าต่างห้องนั่งเล่นในบ้านส่องมา ทำให้มองเห็นหน้าไม่ชัด รู้ว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่ท่าทางจะเมาใช่เล่น กำลังตะโกนร้องเพลงพลางหัวเราะสนุกสนาน

 

มึงมาสนุกอะไรตอนกูจะนอนครับขอถาม! ยังไม่ทันที่จะเปิดหน้าต่างออกไปด่า คยองซูก็ได้ยินเสียงใครอีกคนตะโกนมาจากในบ้าน ฟังไม่ค่อยชัดแต่น่าจะบอกให้คนที่อยู่ข้างนอกหยุด เพราะทันทีทันใดนั้นผู้ชายคนนั้นก็หยุดแกว่งชิงช้า กระดกเบียร์ที่เหลือจนหมดแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป

 

คยองซูผละออกจากหน้าต่างกลับมาที่เตียง มองหนังสือที่ถูกโยนทิ้งเอาไว้นิ่งๆ พอ! ฟีลล่งฟีลลิ่งกูไปหมดละ จะลุ้นศพที่ห้าสักหน่อยหมดอารมณ์เลย ว่าแล้วก็หยิบหนังสือกลับไปวางไว้ที่หัวเตียงแล้วล้มตัวลงนอน ในหัวนึกไปถึงบ้านข้างๆ ผู้ชายแปลกๆ ไม่เป็นมิตรที่แต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารเมื่อเช้า กับคนเมาที่ร้องเพลงโวยวาย

 

โอ้ยตาย!!! นี่เพื่อนบ้านกูเป็นอะไรวะครับ?!

 

























- TBC -


ปาร์คชานยอล แน่นอนจริงๆ


#ฟิคเดท


by.@iiyogurtzaa









 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

871 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 20:05
    คิมไค

    โคตรรั่ว
    #860
    0
  2. #831 YunewG (@qawsedrftg990468) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 20:38
    ศพที่ห้าอาจจะเป็นเพื่อนข้างบ้าน 5555555555
    #831
    0
  3. #822 REAL LIFE IS NOT LIKE THAT (@220225452002) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 20:31
    อีคิมกำจง555555ขำ
    #822
    0
  4. #798 PiPoTweeTy (@PiPoTweeTy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:53
    หมดกัน คิมไคสุดเท่ โอ่ยขำ 555555555
    #798
    0
  5. #764 _tangkwajiya (@_tangkwajiya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 07:30
    ชานยอลต้องอกแตกตาย5555
    #764
    0
  6. #735 Yui (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 09:24
    หัวอกแฟนบอย....อยากให้เจอตัวจริงคิมไค
    #735
    0
  7. #704 071097 (@071097) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 12:36
    ทำไมแบคต้องทำหน้าหยิ่งใส่คยองด้วยอะ แล้วเมื่อกี่คิมไคของพี่ชานร้องเพลงใช่ไหม55555555
    #704
    0
  8. #631 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 01:39
    ชอบอ่ะ ตลกดี อ่านตอนเด็กๆแล้วน้ำตาจะไหล อุลจิมานะแบคฮยอน
    #631
    0
  9. #601 viewvy_tangmo (@viewvy_tangmo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 22:03
    แล้วเธอจะถูกใจ โดคยองซู~
    #601
    0
  10. #534 อารีวรรณ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 22:09
    ทำไมคิดถึงอิพี่ปาร์คตอนexo'Showtime วะเนี่ยยยยยย5555555+
    #534
    0
  11. #518 freedomandpeace (@gdzost) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 15:49
    ปาร์คโคตรติ่งไคเลยจริงๆ5555555
    #518
    0
  12. #489 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 01:07
    ถถถถ เพื่อนบ้านเจอกันครั้งแรกก็แอนตี้กันซะแล้ว 
    #489
    0
  13. #429 viewvy_tangmo (@viewvy_tangmo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 13:13
    ทำไมบยอนต้องทำหยิ่งด้วยอะ
    ไหนมาเจอกันหน่อยเด๊ กิกิ
    #429
    0
  14. #395 dovy_bubble (@pakjira-nest) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:15
    ปาร์คชานยอลนี่ติ่งตัวพ่อจริมๆ
    #395
    0
  15. #310 brownbearO.O (@brown-bb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 16:41
    งืออ ตอนเด็กน่ารักจังจงอิน
    คงเหนื่อยใช่มั้ยล่ะงานแบบนี้น่ะ
    เดี๋ยวคงได้เห็นหน้าชัดๆของเพื่อนบ้านแล้วละน้าา คยองซู
    #310
    0
  16. #289 หมีไคกัมจง (@my-girl12) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 07:13
    เขามาอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกันแล้วเจ้าข้าเอ้ยยยยยย แอบขำซูโฮสงสัยจะหลงเสน่ห์คยองซูมากนะเนี่ย แกะแกะแกะแกะ
    #289
    0
  17. #159 ribbon blue (@onine) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2557 / 17:59
    5555555ตลกอ่ะ นี่จะรักกันยังไง
    #159
    0
  18. #120 mamawiwi (@mamavivi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 19:52
    จงอินแอบน่ารักและฮาไปพร้อมกัน มีอยากได้ชิงช้าและสวนญี่ปุ่น
    #120
    0
  19. #99 Nannapak Whangchai (@dh15) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 02:32
    อยากจะขำให้ลั่นบ้าน ปาร์คชานยอลพลีชีพกับการติ่งมาก 5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555 คือแบบ...ปากก็บ่นว่าเออคนจะอยากไปงานมีททำไมกันเยอะแยะ แต่ตัวเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นนะ เผื่อแกจะลืม ไอ้พี่ปาร์ค 55555555555555555555555555555 โอ๊ยแบบ...คือแต่ละตอนนี่มีแต่ขำๆ จริงๆอยากจะบอกว่าฟิคนี้คลายเครียดให้เราได้ตั้งแต่อินโทรเลยด้วยซ้ำ 55555555555 ชอบเวลาคยองซูแขวะใครต่อใครในใจอ่ะ มันฮาดี ถึงนางจะไม่พูดออกมาแต่ทุกประโยคแซะประโยคแขวะของนางนี่ขำและเจ็บทุกประโยคบอกเลย 5555555555555555 แล้วไอ้ที่จงอินนั่งชิวช้าแหกปากร้องเพลงนี่แบบ...มันเกินคำว่านั่งทำเอ็มวีที่แพคฮยอนบอกไว้เยอะเลยนะ โอยตาย เราเป็นคยองซูนะแม่จะปาขวดน้ำใส่ 55555555555555555555 แต่ตอนย้อนอดีตแอบประทับใจเด็กชายคิมจงอิน ชอบที่บอกว่า จงอินไม่เป็นไร โหย หล่อเลย หล่ออยู่ตอนเดียวตั้งแต่อ่านมา ถถถถถถถถถถ
    #99
    0
  20. #73 pinkkypan (@snowmafia) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 22:58
    ผมนี่ปวดหัวแทนคยองซู 5555555555 ไม่เอายะคยองนะ ด้อนครายนะ
    #73
    0
  21. #41 t-t-thn (@thn-56) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 19:15
    ตลกชานยอล มีกดบัตรมีท แก้ต่างให้อีกว่าไม่ดำแต่ผิวสีน้ำผึ้ง 555555555
    ไคย่าาาา 555555555555555
    #41
    0
  22. #34 hyperxnae (@wishshine) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 13:04
    ชานยอลผู้เป็นตัวแทนของติ่งทั้งปวง
    55555555555555555 นอนดึกเพราะกดบัตรมีท
    พูดไปคยองซูก็คงไม่เข้าใจ
    #34
    0