[EXO] "Dating a Superstar" (KaiSoo, ChanBaek)

ตอนที่ 23 : #ฟิคเดท : 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    27 ม.ค. 58

B B





Chapter 22

 


 

            อากาศช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเริ่มเย็นขึ้นนิดหน่อยแล้ว คยองซูกระชับเสื้อคลุมให้แนบตัวมากยิ่งขึ้นเพื่อกันลมเย็นที่พัดมา ขณะที่ตัวเองยืนอยู่ในกองถ่ายละครและสายตาจับจ้องอยู่ที่จงอินที่กำลังเข้าฉากอยู่

 

            ช่วงนี้คยองซูต้องกลับมาทำหน้าที่ผู้จัดการจำเป็นอีกครั้งหลังจากที่แบคฮยอนเจ็บหนักและพักรักษาตัวอยู่กับบ้าน จงอินกระเตงเขาไปทำงานด้วยทุกครั้งที่เขาว่าง ดูรายนั้นจะมีความสุขมากถ้าไม่นับเรื่องอาการบาดเจ็บของแบคฮยอนที่อาจต้องรักษาตัวนานสักหน่อยก็ดูจะชอบอกชอบใจเป็นพิเศษที่ได้ตื๊อให้คยองซูอยู่ข้างๆ

 

            วันนี้ก็เช่นกันที่ร่างเล็กต้องมานั่งทนหนาวอยู่ในกองถ่ายกลางแจ้งเพื่อรอให้จงอินเลิกงานแล้วกลับบ้านพร้อมกัน วันนี้เป็นคิวถ่ายซ่อมฉากบู๊ที่จงอินพลาดไม่ได้ถ่ายวันนั้น ทีมงานทั้งหมดยกกองมาปักหลักกันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งเพื่อถ่ายคิวที่พระเอกตามล่าคนร้าย เกิดการปะทะกันจนพระเอกถูกยิงเข้าที่ไหล่

 

            ด้วยความที่เป็นฉากช่วงโพล้เพล้ กว่าจะถ่ายได้จึงต้องรอให้แดดร่มแล้วต้องทำงานแข่งกับแสงที่ใกล้จะหมด ถึงแม้จะถ่ายฉากอื่นกันมาครึ่งค่อนวันแต่มาเจอฉากหินฉากสุดท้ายเข้าก็ต้องกัดฟันถ่ายต่อไปให้ได้ คยองซูมองดูจงอินที่กลิ้งอยู่บนถนนคอนกรีตมาไม่ต่ำกว่า 5 รอบแล้วก็ถอนหายใจ

 

            “คัท! โอเค ขอบคุณมากครับ” เสียงผู้กำกับสั่งคัทดังเป็นสัญญาณว่าทุกอย่างใช้ได้

 

            “ผมขอเช็คมอนิเตอร์ก่อนได้ไหมครับ” เสียงทุ้มของจงอินดังขัดขึ้น ทันทีที่ร่างสูงลุกขึ้นได้ เขาตรงรี่เข้าไปที่จอมอนิเตอร์แล้วเปิดวนดูอย่างละเอียดพลางยกมือขึ้นลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด “ผมขอแก้ซีนนี้อีกรอบได้ไหมครับ?

 

            “หืม? ทำไม?

 

            “ดูตรงนี้สิครับ ปลายขาผมสะดุดนิดหนึ่งแล้วมันดูกระตุกไม่ธรรมชาติเลย ถ้าผมลองเปลี่ยนมุมหมุนตัวลงมาแล้วเบี่ยงขวาอีกนิดน่าจะได้ภาพที่สวยกว่านี้นะครับ”

 

            “เอางั้นเหรอ”

 

            “ครับ” ผู้กำกับมองดูจงอินสลับกับจอมอนิเตอร์อย่างชั่งใจ ในที่สุดก็ตัดสินใจบอกกับทุกคนให้ถ่ายซ่อมซีนนั้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง คยองซูมองดูคนรักของเขาเดินเข้าไปในฉากท่ามกลางแสงสปอตไลท์ที่ส่องช่วยเพิ่มความสว่างให้กับบรรยากาศ เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าผากของผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นซูเปอร์สตาร์ของเกาหลี ภาพสีหน้าที่จริงจังทุ่มเท ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เหนื่อยแทบทนไม่ได้ทำให้คยองซูยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ


 

            ถึงแม้จะเหนื่อยบ้างท้อบ้างและบ่นให้ฟังอยู่ตลอดเวลา แต่คยองซูรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้คือความฝันของจงอิน การได้เป็นคิมไคจะเรียกว่าไม่ใช่ตัวตนเลยก็คงผิด ถึงมันจะเปิดโอกาสให้ทำในสิ่งที่ใจคิดไม่ได้ทุกอย่าง แต่การได้อยู่ในจุดที่ความพยายามส่งผลสำเร็จให้ชื่นชมและหล่อเลี้ยงความฝันให้เติบโตต่อไป มันก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตและหน้าที่การงาน

 

            คยองซูมองดูจงอินที่ตั้งอกตั้งใจ ล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้นถนนด้วยแววตาชื่นชม เขาประทับใจในความมุ่งมั่นแบบนั้น ความทุ่มเทจริงจังแบบที่คิมไคใช้กับงานทำให้เขารักผู้ชายที่ชื่อจงอินมากกว่าเดิมเป็นสิบเท่า

 


 

            “เหนื่อยไหม?” คยองซูถามขึ้นหลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจงอินก้มหัวขอบคุณทีมงานทุกคนก่อนจะเดินเลี่ยงมาหาเขาที่รออยู่

 

            “ถามมาได้ ลองไปกลิ้งแบบนั้นดูสักสามรอบไหม?” เสียงหัวเราะสดใสของคนตัวเล็กทำให้จงอินอมยิ้มตามแล้วผลักหัวคยองซูเบาๆ อย่างเอ็นดู มือเล็กหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ากางเกงส่งให้และจงอินรับมันไปซับเหงื่อบนหน้าผาก

 

            “ถ้าเลอะรองพื้นนายต้องเอาไปซัก”

 

            “โอ้โห พูดแบบนี้ก็บอกเลยว่าซักให้ด้วย จบ! เช็ดหน้ายังไงไม่ให้เลอะครับคุณถามหน่อยสิ”

 

            คยองซูหัวเราะอีกครั้ง คราวนี้จงอินยิ้มขำตามเขาไปด้วยก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะหยุดชะงักเมื่อมีแฟนคลับจำนวนหนึ่งเข้ามาขอลายเซ็นใกล้ๆ

 

            “ขออนุญาตฉันถ่ายรูปกับคุณด้วยได้ไหมคะไค” พวกเธอยิ้มอย่างสุภาพก่อนที่จะมีกลุ่มเด็กๆ อีก 2-3 คนตามเข้ามาและตามด้วยแก๊งแฟนบอยอีกกลุ่มใหญ่

 

            คยองซูถอยหลังออกมายืนมองห่างๆ ภาพจงอินหัวเราะกับแฟนคลับ เซ็นลายเซ็นต์ให้พวกเธอ ถ่ายรูปด้วยและยิ้มให้ทำคยองซูรู้สึกแปลกๆ ในใจ ถึงแม้ริมฝีปากของร่างบางจะยังคงระบายรอยยิ้ม แต่ลึกๆ กลับรู้สึกเศร้า โลกของพวกเขามันช่างแตกต่าง ในขณะที่คยองซูเป็นคนธรรมดาไม่มีใครสนใจ จงอินกลับมีคนให้ความสนใจไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม

 

            บางทีก็รู้สึกว่าความรักของพวกเขามันช่างดูยาก

 

            ความกังวลที่อยู่ในใจตลอดเวลาชัดขึ้นเมื่อมองจงอินยืนอยู่ตรงนั้น ความคิดที่ไม่เข้าท่าประเดประดังกลับเข้ามาในหัว ถ้ามีคนรู้เรื่องของพวกเรา ถ้าความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่สามารถเป็นความลับไปเรื่อยๆ จะทำยังไง จงอินจะสูญเสียสิ่งที่เป็นทุกวันนี้ไปไหม ความฝันที่ทุ่มเทมาทั้งชีวิตเพื่อให้ได้มันมาจะหายไปต่อหน้าต่อตาหรือเปล่า จะมีคนที่เข้าใจพวกเขาสักกี่คนในโลกกว้างใหญ่ใบนี้ จะมีสักกี่คนที่พร้อมจะอ้าแขนรับความสัมพันธ์แบบนี้ของพวกเขา

 

            ร่างเล็กสะดุ้งจากภวังค์เมื่อมือหนาของจงอินวางพาดลงบนไหล่แล้วพลิกตัวให้เขาเดินหันหลัง กลุ่มแฟนคลับยังคงมองตามแล้วส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเสียงดัง จงอินแค่หันไปโบกมือแล้วยิ้มให้ คยองซูมองดูใบหน้าคมคายที่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนนั้นแล้วก็ลอบถอนใจ ถ้ามันจะมีอะไรสักอย่างบนโลกนี้ที่ทำให้พวกเขายืนเคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไปได้ เขาก็อยากจะทำ

 

            “หิวไหม?

 

            “ไว้กลับไปกินที่บ้านก็ได้”

 

            “เอางั้นเหรอ?

 

            “อืม โทรไปถามพี่แบคฮยอนกับชานยอลด้วยว่ากินอะไรหรือยัง”

 

            “โอเค ได้”

 

           

 

 “เป็นอะไร?” เสียงจงอินถามขึ้นทั้งๆ ที่ใบหน้าไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ

 

            “เปล่านี่”

 

            “อย่าโกหกน่า หน้านายดูไม่ค่อยสบายใจ”

 

           

 

            “ตอนนี้ฉันปลอบไม่ได้ ไว้กลับบ้านไปค่อยว่ากันตกลงไหม?” จงอินหันมายิ้มแยกเขี้ยวให้ และนั่นทำให้คยองซูมีรอยยิ้มบางๆ ออกมาได้ บางทีเขาอาจจะคิดมากเกินไป เขาไม่ควรเอาเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นมาบั่นทอนจิตใจ แค่ทำทุกวันให้มันดีที่สุดก็น่าจะพอแล้วใช่ไหม?

 


 

-----



 

            รถพอร์ชคาเรร่าสีแดงจอดลงตรงหน้าบ้านคยองซูในท้ายที่สุด พร้อมกับใบหน้าของคิมจงอินที่ฟุบลงไปกับพวงมาลัย


 

            “เหนื่อยชะมัดเลยให้ตาย”

 

            “ไม่เอาน่า ถึงบ้านแล้วไงจะได้พักแล้วนะ” คยองซูหัวเราะออกมา ก่อนจะตั้งท่าเตรียมออกจากรถ แต่จงอินกลับคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ พอหันกลับมาก็สบเข้าสายตาที่มองมาตาละห้อย

 

            “กินจาจังมยอนที่บ้านนายได้ไหม? ไหนๆ บ้านนู้นเขาก็ทานข้าวกันหมดแล้ว” คนตัวเล็กมองดูคนขี้อ้อนแล้วก็ถอนหายใจพร้อมกับยิ้ม มือเล็กเอื้อมไปจับแก้มจงอินให้ยืดออกอย่างหมั่นไส้

 

            “จะไม่ได้ก็เพราะโอ้เอ้เนี่ยแหละ ลงไปเร็ว” จงอินดีดตัวขึ้นนั่งทันทีด้วยแววตาสดใสเมื่อได้ยินอย่างนั้น ร่างสูงคว้าถุงจาจังในมือคนตัวเล็กไปถือไว้ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเดินออกไป คยองซูมองตามท่าทางดีอกดีใจนั้นไปแล้วก็ส่ายหัวช้าๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้

 


 

            พอเข้ามาถึงในบ้านร่างสูงก็ทรุดนั่งลงกับโซฟาทันทีด้วยความเหน็ดเหนื่อย คยองซูเดินเลยเข้าไปในครัวแล้วหยิบชามใบใหญ่ออกมา เขานั่งลงกับพื้นหน้าโซฟาข้างๆ คนตัวสูงกว่า หยิบรีโมทขึ้นมาเปิดโทรทัศน์ ก่อนจะเทจาจังสองถุงลงไปรวมกันในชามเดียว

 

            “นายดูทีวีตั้งแต่เมื่อไหร่?

 

            “หืม?

 

            “ปกติไม่ค่อยเห็นเปิดเลยนึกว่าซื้อมาประดับไว้บ้านไว้อย่างนั้นๆ” ร่างสูงพูดด้วยความสงสัยก่อนจะถดตัวลงจากโซฟาลงมานั่งบนพื้นข้างๆ กัน

 

            “ก็เปิดไว้บ้านจะได้ไม่เงียบไง”

 

            “เหรอ?

 

            “อืม ปกติชานยอลเปิดน่ะ เลยชิน” จงอินพยักหน้าอย่างเข้าใจและคงไม่ถามอะไรต่อถ้าอยู่ๆ หน้าจอไม่ขึ้นไตเติ้ลละครที่เขาเล่นขึ้นมา ร่างสูงหันขวับไปมองร่างเล็กที่ยังคงมีท่าทางไม่สนใจ

 

            “อย่าบอกนะว่านายเปิดดูฉันน่ะ”

 

            “อ้าว นี่มันละครนายนี่นา โอ้ เล่นเวลานี้เหรอไม่เห็นเคยรู้เลยนะ” โคตรจะเนียนเลยครับคุณคยองซู จงอินแค่นยิ้มออกมาก่อนจะวาดแขนไปล็อคคอคนตัวเล็กเอาไว้อย่างหมั่นไส้ คยองซูหัวเราะชอบอกชอบใจ ในที่สุดจงอินก็ปล่อยแขนออกแล้วเริ่มลงมือทานจาจังมยอนไปดูทีวีไปด้วยกัน

 

            “โอ้โห ทำไมนายนี่มันโง่จัง” คยองซูขมวดคิ้วมุ่นเมื่อถึงฉากที่พระเอกเข้าใจนางเอกผิดด้วยเหตุผลง่ายๆ มือที่ถือตะเกียบชี้หน้าคิมไคที่อยู่ในจอสี่เหลี่ยมแล้วพูดใส่อารมณ์

 

            “เฮ้ย! นั่นมันใช่ฉันที่ไหน”

 

            “นั่นแหละ ฉันจำชื่อตัวละครไม่ได้ นายเล่นฉันก็ถือว่าเป็นนาย ดูดิแล้วก็งอนตุ๊ปป่องไปเลยใช้ได้ที่ไหน ปล่อยให้เขานั่งร้องไห้เนี่ยนะ โห กลับมาดิวะ กลับมา!

 

            “อินนะเราน่ะ”

 

            “เออดิ ทำไมพระเอกถึงโง่แบบนี้นะ” คยองซูเอาตะเกียบจิ้มลงไปชามจาจังแรงๆ “ถ้าไม่ติดว่าหล่อนะจะเชียร์นางเอกให้พระรองไปแล้ว!

 

            “หืม? เมื่อกี้นายว่าไงนะ”

 

            “หา?

 

            “พูดใหม่ดิ เมื่อกี้นายบอกว่าถ้าฉันอะไรนะ” คยองซูหลบสายตากลับมาที่จาจังชามเบ้อเริ่มแล้วก็เริ่มเขี่ยเส้นไปมา

 

            “บอกว่านายโง่ไง โง่อย่างนี้ยกนางเอกให้พระรองไปดีกว่า”

 

            “หื้ม ไม่ดิ” จงอินส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มทะเล้น “ก่อนที่นายจะบอกว่ายกให้พระรองน่ะ นายพูดว่าถ้าฉันทำไมนะ”

 

            “ฉฉันพูดถึงตัวละครที่นายเล่นน่ะ”

 

            “นั่นแหละ พูดมา”

 

           


 

            “คยองซู”

 

            “เออๆๆ ฉันบอกว่านายหล่อ โอเค จบป่ะ!!” จงอินหัวเราะออกมาดังลั่น ในขณะที่คนตัวเล็กแทบจะมุดหน้าลงไปชามจาจังด้วยความอาย แต่แล้วก็ต้องเขินหนักยิ่งกว่าเดิมเมื่อคนตัวสูงเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้แล้วจุ๊บที่มุมปากเบาๆ ให้หนึ่งทีเป็นรางวัล


 

            “เดี๋ยวเหอะ ทำบ้าอะไร”


 

            “รางวัลไง ไม่ชอบเหรอ?

 

            ” จงอินหัวเราะเบาๆ ในลำคอเมื่อเห็นคนตัวเล็กไม่ตอบอะไร เขามองใบหน้าสีแดงของคยองซูและยิ้มออกมา

 

            “นายยังไม่บอกฉันเลยว่าเมื่อตอนเลิกกองนายเป็นอะไร”

 

            “เปล่า ไม่มีอะไร”

 

            “ฉันรู้ว่านายมีเรื่องไม่สบายใจ”

 

            ” คยองซูเขี่ยเส้นในชามจาจังไปมา แล้วจงอินก็อดทนรออย่างตั้งใจ เสียงในทีวีดังเป็นพื้นหลังแต่กลับไม่มีใครสนใจมันแล้วตอนนี้ คยองซูเหลือบมองดูหน้าจอจังหวะเดียวกับที่กล้องซูมหน้าของจงอินให้เขาเห็นชัดๆ ใครอีกคนที่เขาไม่รู้จักกำลังแสดงอยู่ในทีวี

 

            “ที่ฉันเคยถามนายเรื่องของพวกเรา ว่าถ้ามีใครรู้เข้านายจะทำยังไง?

 

           


 

            “ฉันก็แค่คิดขึ้นมาแล้วก็ลองถามตัวเองดูน่ะ”

 

            “แล้วได้คำตอบว่าไง”

 

           

 

           

 

            “ฉันไม่รู้” จงอินมองดูคนรักตัวเล็กที่เอาแต่เขี่ยเส้นจาจังในชามไปมาอย่างประหม่า ก่อนที่เขาจะวางตะเกียบลงแล้วจับไหล่คยองซูให้ขยับหันหน้าเข้าหากัน มือหนาจับมือคนตัวเล็กสองข้างให้ประสานกันบนตักแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลม

 

            “ฟังนะ”

 

           

 

            “ฉันตอบไม่ได้หรอกว่าถ้ามีคนรู้เรื่องของเราแล้วจะเป็นยังไง สิ่งที่นายกลัวฉันยอมรับเลยว่าฉันก็กลัวเหมือนกัน”

 

           

 

            “แต่เราจะใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดระแวงแบบนั้นตลอดเวลาไม่ได้”

 

            “แต่

 

            “ไม่ว่าสุดท้ายมันจะเป็นแบบไหน สิ่งหนึ่งที่ฉันมั่นใจคือฉันจะหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราให้ได้และฉันจะไม่มีวันถอดใจจากนาย ฉันสัญญา”

 

            จงอินยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า เรียกความมั่นใจของคยองซูให้กลับคืนมา นั่นสินะ เขาไม่รู้ว่าควรจะกลัวทำไมกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงในวันข้างหน้า อย่างน้อยเขาก็มั่นใจได้ว่ามือของจงอินจะไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ สุดท้ายพวกเขาจะต้องผ่านมันไปให้ได้

 

            จงอินจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับให้คำมั่นสัญญา และได้เป็นรอยยิ้มรูปหัวใจที่ส่งกลับมา ใบหน้าคมเคลื่อนเข้าใกล้อย่างอ่อนโยนก่อนจะแตะริมฝีปากบางเบาแล้วกดย้ำเพิ่มความมั่นใจ คยองซูหลับตาเอียงหน้าปรับองศารับสัมผัสที่มาจากหัวใจ เขาซึมซับความรู้สึกของจงอินได้ สัมผัสแรกที่สั่นเกิดจากความไม่มั่นใจ แต่หลังจากนั้นกลับเปลี่ยนไป เขารู้ว่าจงอินกังวลไม่ต่างกัน แต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมานั่งหวาดระแวงแล้วทำให้ทุกวันไม่มีความสุข

 

            สัมผัสอ่อนโยนแปรเปลี่ยนไปตามความรู้สึกที่มากขึ้น รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังบางก็เอนลงแนบกับพื้นพรมเรียบร้อยแล้ว มือหนาที่เคยเกาะกุมมือเล็กไว้บนหน้าตัก ตอนนี้ข้างหนึ่งกลับไล้วนอยู่ที่ข้างแก้มแผ่วเบา ส่วนอีกข้างนั้นยังคงสอดประสานมือเล็กเอาไว้มั่น

 

            จงอินละริมฝีปากออกมามองหน้าคนรักของเขานิ่งพลางเขี่ยปอยผมให้พ้นไปจากใบหน้า คยองซูเพิ่งจะรู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่าพวกเขาทั้งคู่อยู่ในท่าล่อแหลมขนาดไหน

 

            “เอ่อจาจังมยอน”

 

            “เดี๋ยวค่อยกินก็ได้”

 

            “แต่ว่าชานยอลอาจจะกลับมา” ร่างสูงมองคยองซูดวงตาเป็นประกายก่อนที่จะยกตัวเองขึ้นแล้วเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ที่ตัวเองวางเอาไว้บนโซฟา

 

            “ฮัลโหล แบคฮยอน คืนนี้ไม่นอนบ้านนะ อ้อ ฝากชานยอลด้วยล่ะ ไม่ต้องให้กลับมาเหมือนกัน โอเคนะ” คยองซูได้ยินเสียงโวยวายเบาๆ ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ตอนที่จงอินตัดสายทิ้งแล้วโน้มตัวกลับลงมา “แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วนะ”

 

            “นายนี่มันร้ายจริงๆ”

 

 

            “ฉันร้ายได้กว่านี้อีกจะบอกให้ ลองดูไหมล่ะ” คนตัวเล็กหัวเราะเบาๆ ด้วยความอ่อนใจ และจงอินก็ยิ้มรับอย่างภาคภูมิ ใช้เวลาสบตากันชั่ววินาที ก่อนที่มือบางจะโอบรอบคอร่างสูงใหญ่พร้อมๆ กับที่จงอินโน้มตัวลงไป จูบที่อ่อนหวานเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย ถูกแลกเปลี่ยนกันราวกับต้องการเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหาย

 

            “ฉันรักนายคยองซู”

 

            “ฉันก็รักนายคิมจงอิน”


























- Talk -


เรื่องราวหลังจากนั้น...
ขอให้หยิบถุงกาวในมือขึ้นมาแล้วดมค่ะ 55555
ขอให้มีความสุขกับการมโนนะคะ

หูยยยย!! นี่เค้าบอกรักกันจริงจังครั้งแรกเลยนะ
#เปลี่ยนเรื่อง #หนีคดี


ปล.โปรดให้อภัยชะนีที่เอาดีทาง NC ไม่ได้ด้วยค่ะ *กราบบบบ*



#ฟิคเดท










 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

871 ความคิดเห็น

  1. #850 Mysweet_Dyo (@MYSweet_Dyo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 02:16
    กี๊สสสสส แค่นี้ก็เขินตัวแตกแล้ว ฮือ เป็นของกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ TT
    #850
    0
  2. #813 PiPoTweeTy (@PiPoTweeTy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:30
    เขินนนนนน ฮ่อลลล ตายไปเล๊ยย
    #813
    0
  3. #783 _tangkwajiya (@_tangkwajiya) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 12:46
    กรีดร้องงงงง
    #783
    0
  4. #752 Yui (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 16:46
    คนเค้ารักกันเนอะ
    #752
    0
  5. #723 071097 (@071097) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 15:41
    จงอินถึงขั้นโทรไปบอกแบคเลย กลัวมีคนมาขัดจังหวะว่างั้น5555
    #723
    0
  6. #690 namhom-3449 (@namhom-3449) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 22:46
    งุ้ยยย น่ารักกกคยองซูสอนจงอินมาเยอะเเล้วให้จิงอินสอนบ้าง มีมาบอกรงบอกรักฟินนนนน
    #690
    0
  7. #651 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 11:53
    โง้ยยยยยย จงอินแกมันร้าย วรั้ยยยยยยยย น่ารักทั้งคู่เลย
    #651
    0
  8. #620 viewvy_tangmo (@viewvy_tangmo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 08:35
    เขินหน่ะ รักกันสุดสุดเลย ถึงกะทิ้งยอลไใว้บ้านนู้นเลย
    #620
    0
  9. #596 thedreamer (@guitardreamer) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กันยายน 2558 / 23:03
    หลังจากนั้นคือไรรรรรรรร งอววววว
    #596
    0
  10. #549 Whitepearl_2001 (@mooktapa2001) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 12:18
    ชานแบคจะเป็นไงล่ะเนี่ยย
    #549
    0
  11. #508 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 14:08
    งู้ยยยยยยยยยยยยยย
    #508
    0
  12. #466 DeeDee (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 19:31
    ไคโด้พาฟินน
    #466
    0
  13. #458 MSEKY (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 12:10
    อ๊ากกกกก ขอมโนต่อได้ไหม กรี๊ดดหวานอะไรขนาดนี้
    #458
    0
  14. #449 viewvy_tangmo (@viewvy_tangmo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 19:21
    โอยยยยน่ารักแบบไม่ต้องมีเอ็นซีก็ได้เนาะ
    จงอินเป็นผู้ชายน่ารักของคยองซูคนเดียวจริงๆ
    #449
    0
  15. #373 brownbearO.O (@brown-bb) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:20
    ตรงนี้เลยหรอ จงอินนนนน
    นายมันร้ายๆ >,<
    #373
    0
  16. #353 Gigss (@kikdame) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:28
    5555 อย่าให้มโนเองซิเดี๋ยวจะฮา
    #353
    0
  17. #321 baifernxoxo (@baifernxoxo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:06
    ไม่ต้องมีเอ็นซี ณ วินาทีนี้ก็ฟินค่ดๆแล้วววว -///-
    #321
    0
  18. #300 onno (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 21:45
    หมอนขาดแล้วค่าา
    #300
    0
  19. #299 eylse (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 21:42
    ละมุนน
    #299
    0
  20. #298 หมีไคกัมจง (@my-girl12) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 19:55
    5555555555 เหมือนตายแล้วตายอีก หมอนขาดไปหลายใบละ โอ๊ยยยยยย เขินนนนนนน ฟินนนนนนนนนน
    #298
    0
  21. #292 dear (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 23:00
    คือต้องดมกาว แล้วมโนเอาใช้มั้ยคะ 5555

    ไรท์เตอร์สู้ๆๆนะ ฟิคเรื่องแรกของไคโด้ ที่เราอ่านเลย

    และมันทำให้เราชอบไคโด้ ด้วย 5555
    #292
    0
  22. #291 Rean Sweetlemon (@mercutery) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 09:39
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกก
    ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็จะผ่านไปด้วยกันสองคนเนอะ จงอินก็ฉวยโอกาสไม่ไหวละ แต่จะว่ามากก็ไม่ได้ในเมื่อคยองซูเค้ายอมให้ฉวยเองด้วยนิ 
     
    เราขำที่ไรท์บอกว่าให้หยิบถุงกาวมาดมแล้วมโนเอง5555555 
    //ตัดภาพไปที่เพดาน
     
    งี้ชานแบคก็ต้องค้างคืนด้วยกันสินะ สินะ สินะ 
    #291
    0
  23. #288 white pillow (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 21:28
    โอ้มายก็อดด โคดน่ารักอ่ะะ สู้ๆนะไรท์
    #288
    0
  24. #286 PYD (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 11:52
    ตามหา nc ค่ะไรท์เตอร์ 55555

    หวานกันเหลือเกินน

    งาบคยองแล้ว จงอินต้องรับผิดชอบรู้ม๊ายยย

    #286
    0
  25. #285 kamijang (@kimkyukun) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 11:04
    จงอินนี่บอกให้คยองมั่นใจหน่อยก็ไม่ได้ จ้องจะงาบอย่างเดียว แต่ชอบนะ อิอิ
    #285
    0