k a l p a #Tmonger

ตอนที่ 5 : เลือกไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    29 พ.ค. 61


“นี่เรากำลังจะไปไหนกันครับ”

 


“พาเจ้ากลับบ้าน”


 

ตอนนี้ไมเคิลอยู่บนยานพร้อมกับโอโคเย(ที่พร้อมฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ) ชูรีในชุดสาววัยรุ่นอเมริกา และทีชัลล่าในชุดเสื้อฮู้ตและกางเกงวอร์มสีดำ เสียงทุ้มตอบคำถามเขาทำใจเต้นแรงมากขึ้นด้วยความตื่นเต้นจะได้กลับบ้านแล้ว แต่สีหน้าอีกฝ่ายดูไม่ยินดีเท่าไหร่นัก แม้แต่ชูรีก็ไม่ค่อยพูดอะไรทั้งที่เป็นฝ่ายชวนคุยตลอด ชายหนุ่มต่างถิ่นมองวิวออกไปข้างนอกเขาจึงได้รู้ว่าอเมริกาในโลกนี้เหมือนกับโลกของเขาในสมัยก่อน ไมเคิลดีใจที่ได้เห็นมันอีกครั้งทั้งความที่ไม่มีเทคโนโลยีจนเกินไปและความสมบูรณ์แบบของธรรมชาติ


 

ยานขนาดพอดีถูกจอดลงชั้นดาดฟ้าของตึกสูงแห่งหนึ่งเมื่อมองลงไปก็มีคนสองสามคนในชุดกราวน์สีขาวออกมาคอยต้อนรับอยู่แล้ว เป็นทีชัลล่าที่เดินลงมาคนแรกตามลำดับราชนิกุลต่อด้วยอีริค ชูรี และโอโคเยคนสุดท้าย


 

“ฝ่าบาทยินดีที่ได้พบ” ชายหนุ่มบนพื้นดินกล่าวต้อนรับแขกที่มาเยือน


 

“ขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือแก่เรา จะไม่ลืมพระคุณ”


 

“เชิญทางนี้ครับ”


 

นักวิทยาศาสตร์ทั้งสามคนพาคนที่มาจากวาคานด้าไปยังห้องที่พวกเขาทำงานกันอยู่ขณะนี้


 

“ฝ่าบาทครับนี่ดอกเตอร์บรูซ แบนเนอร์นักวิทยาศาสตร์ ด้านดาราศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัยโลกคู่ขนาน” ทีชัลล่ายื่นมือจับกับนักวิทยาศาสตร์ที่สายตาดูแตกตื่นมาก ณ ตอนนี้


 

“ถ้าเราติดต่อสำเร็จเคสของคุณอีริคจะเป็นเคสแรกของโลก”


 

“เราก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น” บรูซ แบนเนอร์พากษัตริย์วาคานด้าไปยังเครื่องที่มีลักษณะคล้ายตู้อบ


 

“เครื่องนี้องค์กรเราช่วยกันสร้างเพื่ออยากทดลองเดินทางไปโลกคู่ขนานอื่นๆ แต่ยังไม่เคยมีใครลองมาก่อนเพราะการฝืนกฎของโลกคู่ขนานจะทำให้ทุกอย่างในวงจรรวนและส่งผลให้ต้องตัวเราหนึ่งในหกโลกเสียชีวิตทันที” นักวิทยาศาสตร์อธิบายปะติดปะต่อเรื่องราวจนทีชัลลาต้องถามซ้ำอีกรอบ


 

“หมายความว่า..”


 

“เคสของฝ่าบาทคือคุณอีริคได้เสียชีวิตไปก่อนแล้วผมจึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาหากส่งคุณไมเคิลกลับไปเพราะไม่มีผลกระทบของจิตวิญญาณข้างในคุณอีริคแต่ตอนนี้ผมกำลังรอให้ได้คุยกับคนในโลกฝั่งนั้น--


 

“ดอกเตอร์คะได้ยินเสียงคนจากสัญญาณโลกคู่ขนานค่ะ” ยังไม่ทันอธิบายจบหนึ่งในนักวิจัยได้เรียกบรูซให้ไปดูสถานการณ์ที่พึ่งเกิดใหม่ทันที


 

“ฮัลโหล นี่คือเสียงจากโลกโอเมก้าเวิร์สถ้าได้ยินช่วยตอบเราด้วยครับ...” หัวหน้างานวิจัยยืนพูดใส่ไมค์ไปเรื่อยๆพร้อมดูหน้าจอตัวเลข พิกัดต่างๆไปด้วย เสียงคลื่นที่ขาดๆหายๆคล้ายคลื่นวิทยุที่กำลังจูนตัวเอง


 

“จากโลกมนุษย์ได้ยินเสียงจากโลกโอเมก้าเวิร์สชัดเจนครับ” เสียงที่ตอบกลับมาทำเอานักวิทยาศาสตร์ร่วมยี่สิบชีวิตในห้องพากันกอดด้วยความดีใจ บ้างก็ตบมือส่งเสียงออกมาด้วยความยินดี


 

“คุณชื่ออะไร”


 

“บรูซ แบนเนอร์เรียกผมว่าบรูซ” ดอกเตอร์เจ้าของโครงการทำหน้าเหวอเมื่อตนเองในโลกคู่ขนานก็เป็นนักวิทยาศาสตร์เหมือนกัน


 

“คนจากโลกของคุณหลุดมาอยู่ที่นี่ คุณรู้หรือไม่”


 

“ผมรู้ครับตอนนี้ร่างของคุณไมเคิลอยู่ที่ศูนย์เราพร้อมกับเพื่อนของเขาด้วย”


 

“แซคหรอ? ผมขอคุยกับเขาได้ไหม?” พระภราดรของทีชัลลาแทรกขึ้นมาจากมุมห้องพร้อมเดินไปที่ด้านหน้าอย่างว้าวุ่น


 

“ไมเคิลนั่นนายหรือ?..” ประโยคแรกจากเสียงที่คุ้นเคยทำเอาเจ้าของชื่อน้ำตาคลอเล็กน้อย


 

“หมอเป็นยังไงบ้าง? สบายดีไหม?” โทนเสียงอ่อนที่กษัตริย์วาคานด้าคิดว่าเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนก็พาลให้รู้สึกกระอักกระอ่วงใจเล็กน้อยจนเผลอกอดอกตัวเอง


 

“นายทำให้ฉันลำบากไมเคิล” เพื่อนของเขาหัวเราะไมเคิลเม้มปากแล้วก้มหน้าลงอมยิ้มเขาดีใจถึงที่สุดที่ได้คุยกับเพื่อนสนิทอีกครั้งแต่..ชายหนุ่มเผลอนึกถึงทีชัลลาอยู่เพียงชั่วครู่..อะไรกัน ความรู้สึกนี้


 

“อยากกลับมาไหม? ไม่ ฉันหมายถึงถ้าที่นั่นไม่ได้แย่แล้วมันทำให้นายมีความสุข..”


 

“ฉันอยู่นี่แล้วยังไงต่อ? นายก็อยู่คนเดียวอะนะแซค?” ถึงแม้ว่าจะมีบุคคลที่สาม ที่สี่คอยฟังอยู่ด้วยแต่พวกเขาก็ให้ความเคารพอีกฝ่ายโดยที่ไม่พูดอะไรทั้งสิ้นตลอดบทสนทนา


 

“แค่อยากน้อยฉันรู้ว่านายไม่ตาย ฉันก็หายห่วงแล้วเพื่อน” น้ำเสียงสบายๆของแซค แอฟรอนไม่ได้ทำให้ไมเคิลหายหนักใจสักนิด เขาไม่อยากทิ้งเพื่อนสนิทไว้คนเดียว..แต่ เขาก็มีความรู้สึกบางอย่างที่ยังหาสาเหตุไม่ได้


 

“แล้วแต่คุณนะครับอีริค ทางองค์กรเราไม่อยากบังคับแค่นี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในงานวิจัยมากแล้ว” ดอกเตอร์เจ้าของโครงการพูดขึ้น


 

“เอ่อ..ฉันขอคุยกับพี่อีริคสักครู่ได้ไหมคะ” ชูรีที่ยืนหลังห้องเอ่ยขัดจังหวะขึ้นมาเรียกให้ชายอายุมากกว่าออกจากห้องใหญ่ออกไปคุยตรงทางเดิน


 

“มีอะไรหรือชูรี?”


 

“น้องไม่อยากให้พี่กลับไป”​ หญิงสาวพูดออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมไมเคิลรู้สึกสงสัยทั้งที่เขาอาศัยอยู่ได้เพียงไม่กี่วัน


 

“ทำไมล่ะครับ?”


 

“ไม่ได้อยากให้ลำบากใจนะคะแต่...” ชูรีเม้มปากเหมือนคิดอะไรมากมายอยู่ในหัว

“พี่คือคู่แห่งโชคชะตาของทีชัลลาถ้าพี่กลับไปท่านพี่เขาคงจะไม่มีคู่ครอง ไม่มีทายาท” มันซับซ้อนยิ่งกว่านั้นแต่ชูรีไม่รู้ว่าเธอจะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจได้ เธอมีสีหน้าวิตกอย่างเห็นได้ชัด


 

“เพราะเหตุผลนี้สินะ?”


 

“คะ?”


 

“จริงๆ ผมก็รู้สึกได้สักพักแล้วความรู้สึกที่อยากอยู่ใกล้ๆมันบอกไม่ถูก มันเป็นเพราะฝ่าบาทคือคู่แห่งโชคชะตาสินะ” ไมเคิลแตะไหล่ปลอบใจ


 

“น้องไม่บังคับนะคะแค่บางทีพี่อีริคคงจะอยากได้เหตุผลที่อยู่ที่นี่ต่อ” ในเวลาที่ไม่ถึงห้านาทีทั้งสองพากันกลับเข้าไปที่ห้อง


 

“คือ..ผมขอคุยกับหมอเพื่อนผมได้ไหมครับ?” ไมเคิลเดินไปที่ด้านหน้าอีกครั้งโดยขออนุญาตนักวิทยาศาสตร์ทั้งสองโลกแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่


 

“ว่าไง?”


 

“หมออยู่คนเดียวได้ไหม? เหงารึเปล่า” แซคได้ยินเสียงอ่อยๆของเพื่อนสนิทก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา


 

“ไม่เหงาหรอกคุณ คนไข้ผมตั้งเยอะถ้าคุณอยู่ที่นั่นแล้วหลับสบายไม่ฝันร้าย กินดี และมีความสุข ผมก็หายห่วง”


 

“อืม ขอบใจหมอดีใจที่มีเพื่อนแบบหมอนะ”


 

เมื่อคำตอบเป็นที่ประจักษ์แล้วทั้งสองก็คุยกันพอให้รู้ความเป็นไปของอีกฝ่าย ไมเคิลรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดนึงเมื่อดอกเตอร์บรูซบอกว่าจะไม่เลิกติดต่อกับโลกเดิมของเขาแน่นอน เชื้อพระวงศ์วาคานด้าและองครักษ์ร่ำลาพากันขึ้นยานเพื่อที่จะกลับวาคานด้า เขาสังเกตว่าทีชัลลาเงียบจนผิดปกติดั่งเช่นขาไป ชูรีคอยแจกแจงข้อมูลต่างๆที่จำเป็นตลอดทางจนถึงที่หมายและประตูเปิดออกพวกเขาสองคนคุยเรื่องตลกจนหัวเราะเสียงดังดูไม่มีอะไรแต่จู่ๆชายในร่างอีริคก็ถูกดันจนติดแผงควบคุมยานอย่างรุนแรงเล็กน้อย


 

“ยังมีหน้ามาหัวเราะสบายใจได้เจ้ารู้รึไม่ว่าตัดสินใจผิดครั้งใหญ่เอ็นจาดากา!” แรงโทสะทั้งหมดลงไปกับแรงกระแทกจนทั้งชูรีหรือแม้กระทั่งโอโคเยก็พยายามห้ามเอาไว้ อีริคนิ่วหน้าด้วยความเจ็บและหวาดกลัวสายตาอีกฝ่าย


 

“ทีชัลลา!! พี่สงบสติอารมณ์หน่อยไม่เห็นเหรอว่าพี่อีริคเขาเจ็บนะ” ชูรีดึงแขนผู้เป็นพี่ออกในขณะเดียวกันองครักษ์สาวก็คอยกันไม่ให้เกิดการทำร้ายขึ้น เมื่อเห็นดังนั้นกษัตริย์วาคานด้าไม่ตรัสอะไรอีกและเดินกลับเข้าวัง


 

พี่อีริคอย่าไปสนใจเลยนะคะ ลึกๆแล้วทีชัลล่าก็ดีใจที่พี่อยู่ต่อที่นี่” หญิงสาวพูดปลอบใจให้อีกฝ่ายพอชื้นใจได้บ้างแต่ชายหนุ่มเองก็ไม่เห็นว่าการกระทำสักครู่นี้เป็นการแสดงออกความดีใจตรงไหน เขารู้สึกเหมือนจะช้ำเล็กน้อยที่หลังด้วยแรงที่เหมือนมากกว่าคนธรรมดาทั่วไปอีริคเลยโอดครวญเล็กน้อยในตลอดที่เดินเข้าวังจนถึงห้องนอนตนเอง พอถอดเสื้อหันหลังให้กระจกก็พบรอยช้ำแดงอย่างที่คาดการณ์เอาไว้และบังเอิญกับจังหวะเสียงเคาะประตูห้องพอดีเลยต้องหันไปมองอัตโนมัติ


 

“เห็นชูรีบ่นว่าปวดเลยเอายามาให้” ทีชัลลากลับไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องทำงานได้สักพักก็โดนชูรีตามมาบ่นติดๆจนต้องเดินหนีแล้วหยิบยามาให้ตามระเบียบ


 

“ขอบคุณมากครับฝ่าบาทวางไว้เลยเดี๋ยวผมค่อยทา” ชายหนุ่มอายุน้อยกว่าไม่ได้ตั้งใจตอบห้วนแต่ดันมัวยุ่งอยู่กับแผ่นหลังสีเข้มของตัวเอง นอกจากไม่ชินกับรอยแผลเป็นบนร่างกายยังตัวใหญ่เทอะทะไปนิด ถ้าเขาลองบีบแอปเปิ้ลด้วยมือเปล่ามันคงจะแหลกคามือ


 

เมื่อได้รับการเมินเฉยกษัตริย์วาคานด้าถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้องนอนจากนั้นเปิดฝาหลอดยาบีบครีมลงมือหยาบกระด้างที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานักจากการฝึกฝนเป็นแบล็คแพนเตอร์


 

“ใจคอจะไม่สนใจข้าเลยรึไง ข้าทำให้เอง” ด้วยแรงจากสมุนไพรรูปหัวใจทำให้อีริคไม่สามารถต้านแรงที่ดึงแขนเขากางได้ ทีชัลลาป้ายยาตรงที่รอยแดงบนหลังหมุนวนให้เนื้อยาซึมและเย็นขึ้นระหว่างที่อัลฟ่าหนุ่มทายาให้ก็ไม่มีการสนทนาใดๆทั้งสิ้นจนเขาต้องเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน


 

“ยังโกรธข้าอยู่หรือ..” น้ำเสียงอ่อนลงจนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ทีชัลล่ารู้ดีว่าเขาถูกฝึกให้เด็ดขาด เป็นอัลฟ่าที่ดุดันเพื่อเป็นผู้นำประเทศในอนาคตจึงไม่แปลกที่เวลามีโทสะจะรุนแรงไปบ้าง


 

“..”


 

“หืม ทำไมไม่ตอบข้า” ไม่ใช่ว่าเขาโกรธคล้ายยังคงสับสนมากกว่าพอนำทุกอย่างมาวิเคราะห์แล้วมันก็อาจจะจริงที่ความคิดอยู่ต่อที่นี่มันไม่ถูก แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่ดีนี่? พอทายาเสร็จเอ็นจาดาก้าก็หันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องตน


 

“เปล่าครับฝ่าบาทคือ..”


 

“ไม่โทสะแต่กลับเรียกข้าแบบนี้งั้นหรือ..” ทีชัลลาลูบแก้มอีกฝ่ายอย่างเผลอตัวตามสัญชาตญาณนิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากหนาไปมาจนเห็นเขี้ยวทองข้างใน เมื่อยิ่งใกล้ชิดกลิ่นโอเมก้าที่มันคละคลุ้งขึ้นตามอารมณ์เจ้าตัวมันดึงดูดให้เขาเข้าใกล้จนแนบริมฝีปากตนลงไปแม่เหล็กเมื่อมาติดกันแล้วก็ยากที่จะดึงมันออก.. ทีชัลลาเคล้าคลึงสัมผัสความนุ่มของริมฝีปากอีกฝ่ายจนอีริคเริ่มรู้สึกไปกับมันมือทั้งสองข้างเริ่มเกาะไหล่เมื่อขาจู่ๆก็อ่อนลง โอเมก้าส่งเสียงในลำคอเล็กน้อยและเผยอปากออกเพื่อจูบครั้งนี้ดูดดื่มมากขึ้น ความหลงใหลที่ไม่สามารถต้านทานกันได้เพราะแรงแห่งโชคชะตาจนสุดท้ายคนเริ่มก็ต้องเป็นฝ่ายหยุดเสียก่อนตามมาด้วยเสียงหอบหายใจดังคละเคล้าไปทั่วห้อง


 

“ที่ข้าว่าตัดสินใจผิดหมายถึงถ้าอยู่ที่นี่เจ้าก็จะไม่สามารถเลือกคู่ครองเองได้ จากเมื่อกี้เจ้าน่าจะรู้แล้วว่าคู่แห่งโชคชะตาเจ้าเป็นใครถึงแม้เจ้าจะไม่ได้รักข้า เจ้าก็ไม่สามารถเลือกได้เอ็นจาดาก้า” ทีชัลลาบอกความจริงไปทั้งหมดมาถึงขั้นนี้แล้วเมื่ออีกฝ่ายเลือกมาแบบนี้ก็ไม่มีเหตุจำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป

 


“งั้นถ้าคิดว่าผมยังไม่รัก..”


 

“?”


 

“พี่ก็ทำให้รักให้ได้สิครับ”

 


มันก็เป็นจริงอย่างที่คนตรงหน้าพูดมีทางเดียวที่จะทำได้คือทำให้อีกฝ่ายรักจริงๆเสียเลยแต่ลองมานับวันแล้วถ้าผ่านช่วงฮีทได้โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็คงเป็นไปตามที่บอกอยู่หรอก..

 


TBC

 


ไม่ได้อัพนานมากคิดถึงทุกคนเลยเราปิดเทอมแล้วเลยมีเวลาแต่งแต่มันก็สะดุดตรงฉากกุ๊กกิ๊กหน่อยๆไม่ถนัดเลยฮือออ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะคะยังไงก็ติดตามต่อเรื่อยๆน้า

 

ฝากคอมเม้นท์หน่อยน้าแล้วเจอกันตอนหน้าค่าาา

B
E
R
L
I
N
?
Oxygen Blue Curve - Crosshair
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #36 543106B (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 21:34

    เพิ่งเจอเรื่องนี้ ชอบมากเลยค่ะฮืออออ อีริคเวอร์ไมเคิลน้องมากกกก ชอบบบบ รอตอนต่อๆไปอยู่นะคะ❤️

    #36
    0
  2. #35 Mkill (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 21:04

    คิดถึงเรื่องนี้จัง พี่ทีสู้ๆๆนะคะทำให้น้องรักให้ได้น้าาาา

    #35
    0
  3. #34 J.Cecille (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 12:09
    น้อง!!!!!! โอ้มายก็อดดดด!!!
    #34
    0
  4. #33 J.Cecille (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 12:09
    น้อง!!!!!! โอ้มายก็อดดดด!!!!
    #33
    0
  5. #32 ชื่อช้อยค่ะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 05:57
    ก็ทนทรมาณหน่อยสิพี่ที55555555 ทำให้น้องรักให้ได้ น้องอุตส่าห์อยู่ต่อแล้ว! รีบเลย!
    #32
    0