k a l p a #Tmonger

ตอนที่ 2 : คู่แห่งโชคชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    10 เม.ย. 61



“คู่แห่งโชคชะตา?” ชูรีส่งน้ำเสียงออกมาอย่างแปลกประหลาดเมื่อได้ยินเชษฐาพูดออกมาแบบนี้


 

“ใช่ พี่สัมผัสได้”

 


“ถ้าเป็นคู่แห่งโชคชะตาจริง ทำไมพี่ถึงพึ่งมารู้สึกตอนนี้มันควรจะรู้ตั้งแต่ที่พี่อีริคก้าวข้าวมาในวาคานด้าแล้ว” ทีชัลลากอดอกพลางคิดสิ่งที่เป็นไปได้จากปากของชูรี

 


“นั่นสิ พี่ก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกับเจ้า”

 


“แสดงว่าพี่อีริคเป็นโอเมก้าใช่หรือไม่” ชูรีพูดเสียงที่เบากว่าเดิมราวกับว่าจะมีคนเดินผ่านแล้วเผลอได้ยินมัน ส่วนผู้เป็นพี่ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าเบาๆเท่านั้น

 


“งั้นน้องจะไปเอาปลอกโอเมก้าให้พี่อีริคใส่ไปก่อนแล้วเราค่อยมาหาความจริงว่าสรุปแล้วใช่หรือไม่ใช่” ชูรีเดิมกลับไปที่ห้องแล็บพร้อมทีชัลลา พวกเขาเดินไปที่เตียงรักษาแต่ปรากฎว่าคนที่ควรจะอยู่บนนั้นหายไปเสียแล้ว

 


“แยกกันไปดู!เผลอไม่ได้เลย” ทีชัลลาปัดมือให้ขนิษฐาไปดูอีกทาง เขาค่อยๆอ้อมเข้าในห้องกระจกติดเหมืองไวเบรเนียม มือใหญ่หยิบกริชเล่มพอดีจากบนโต๊ะติดมือมาด้วย

 


หากต้องปริดชีพเจ้าอีกคราเพื่อความสงบสุขของวาคานด้า ข้าจักต้องทำ


 

เมื่อเดินมาเกือบริมหน้าต่างเขาก็เห็นตัวการที่หายไปยืนตรงริมหน้าต่างมองรถไฟฟ้าเคลื่อนที่คอยขนส่งไวเบรเนียมในเหมืองไปเรื่อยๆ ทีชัลลาเห็นดังนี้จึงวางมีดไว้แล้วเดินเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ

 


“เจ้ายังสนใจมันอยู่อีกหรือ”

 


“ผมเคยเห็นมันในฝัน มันคืออะไรหรอ?” มือเล็กเอาวางทาบกระจกเอาไว้แบบนั้น

 


“ถามอะไรแปลกๆก็ไวเบรเนียมไง เจ้ามาเพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ” ไมเคิลหันมามองอีกฝ่ายยังไม่เข้าใจ

 


“นี่ ผมไม่ได้ฝันใช่ไหม? ทำไมผมถึงควบคุมตัวเองได้”

 


“ข้าบอกแล้วไงว่าเจ้ายังไม่ตายข้าพาเจ้ารักษาทันเวลา” ไมเคิลขมวดคิ้วจนเป็นปม ตอนนี้เขาเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป และอยู่แปลกที่จากอเมริกาในยุคที่ไร้ศรัทธาพระเจ้า

 


โลกคู่ขนาน..

 


คำแรกที่นึกขึ้นมาในหัวเขาเป็นอย่างแรกอย่างไม่มั่นใจ

 


“ถามอะไรหน่อย..ปีนี้ปีอะไร?”

 


“หืม?..ปีนี้ปี2018

 


ชิบหายแล้ว เขามาอยู่โลกอะไรวะเนี่ย

 


“เอ็นจาดากา เจ้าต้องกลับไปที่เตียงเพื่อรักษาให้หายและการเป็นโอเมก้าไม่ควรจะเดินไปเดินมาโดยไม่มีปลอกคอป้องกัน”

 


“โอเมก้า?” ไมเคิลงงหนักกว่าเดิม โอเมก้าอะไรวะ เป็นปลารึไง

 


“ใช่ โอเมก้า เจ้าหลอกข้าไม่ได้หลอกกลิ่นจากตัวของเจ้ามันคือกลิ่นโอเมก้า” แต่ทีชัลลาไม่ได้บรรยายไปมากกว่านั้นว่ามันคือกลิ่นหอมอ่อนๆที่พยายามดึงดูดให้เข้าไปใกล้

 


“โอเมก้าคือ?”

 


“หืม”


 

“โอเมก้าคืออะไร..”

 

“...” 

 

ทีชัลลาแทบไม่อาจเชื่อหูตัวเองบนโลกนี้ยังมีอีกหรือที่ไม่รู้จักการแบ่งเพศที่มากกว่าชายหญิง


 

“เจ้าไม่รู้ได้อย่างไรท่านอาอึนโจบูไม่เคยสอนเจ้าบ้างเลยหรือ” ไมเคิลรู้สึกว่าตัวเองยิ่งพูดกับอีกฝ่ายยิ่งไม่แน่ใจว่าพูดภาษาเดียวกัน เขาเลยตัดสินใจไม่ตอบอะไรแล้วเดินกลับไปที่เตียงอย่างเดิมโดยมีหญิงสาวที่ได้ยินว่าเป็นน้องสาวของกษัตริย์ผู้นั้นรออยู่ก่อนแล้ว


 

“พี่อีริคน้องขอเจาะเอาเลือดไปตรวจหน่อยนะ” ชูรีเดินมาพร้อมถาดที่ในนั้นประกอบไปด้วยสายยาง สำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ และเข็มที่ดูทันสมัย ปลายของมันแหลมคมจนชายหนุ่มที่ในชีวิตไม่เคยอยากยุ่งอะไรกับของมีคม(ยกเว้นมีดทำอาหาร)หน้าซีดทันที


 

“เจ้าเป็นอะไร? ยื่นแขนให้ชูรีสิ” ทีชัลลาที่ยืนข้างๆเอ่ยขึ้นมาบ้าง


 

“รีบๆทำนะไม่ชอบเข็มฉีดยา..” ไมเคิลนั่งลงบนเตียงค่อยๆยื่นแขนออกอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่ทางด้านเจ้าหญิงและกษัตริย์วาคานด้ากลับจังงังเป็นที่เรียบร้อยเพราะมันช่างดูขัดแย้งกับรอยแผลเป็นที่อีกฝ่ายทำไว้เสียเหลือเกิน ชูรีหยิบสายยางมาผูกไว้ที่ปลายต้นแขนจากนั้นเอาสำลีเช็ดตรงข้อพับแขน


 

ไมเคิลพยายามทำตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอเพื่อจะทำให้ตัวเองไม่โดนเจาะเลือดแต่นั่นก็เป็นข้อเสียที่ทำให้เขาเองอิดออดในการไปรับวัคซีนในแต่ละทีเช่นกัน


 

เมื่อเขาสำผัสความเย็นของน้ำยาจากข้อพับของตัวเองได้มืออีกข้างก็เผลอดึงเสื้อของทีชัลลามากำไว้แน่นจนชายหนุ่มแก่กว่าเผลอมองด้วยสายตาที่เอ็นดู ด้วยความก้าวหน้าของอุปกรณ์ต่างๆในวาคานด้าทำให้ชูรีไม่เสียเวลามาก เธอแทงเข็มลงไปที่แขนค้างไว้สองวิแล้วดึงออกอย่างรวดเร็วแต่ก็มีเสียงเล็ดในลำคอของคนโดนเข็มออกมาเล็กน้อย


 

“เจ็บไหม?” ทีชัลลาถามคำถามที่ไม่สมควรจะถามนักฆ่ามืออาชีพอย่างคิลมองเกอร์ แต่พอหลังจากฟื้นขึ้นมาทำไมกลายเป็นคนละคนเลยก็ไม่รู้ อีกฝ่ายได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นมอง มือเล็กจึงปล่อยจากการกำเสื้อออกแล้วลูบบริเวณที่มันยับให้กับมาเรียบเหมือนเดิม ด้วยความอับอายไมเคิลเลยไม่ตอบอะไรไปอีกรอบตอนนี้เขากำลังหาวิธีอธิบายยังไงเพื่อไม่ให้พวกเขาตกใจในสิ่งที่เจ้าตัวต้องการจะบอก


 

“อ..เอ่อ ขอถามอะไรหน่อย”


 

“ว่ามา”


 

“รู้จักโลกคู่ขนานไหม?” และเป็นครั้งที่สองที่ชูรีและทีชัลลามองหน้ากันอีกรอบ


 

“เราเคยได้ยินมันแต่มันก็เป็นเพียงแค่ตำนานเล่าขานเท่านั้น”



“แล้วถ้ามันเกิดขึ้นจริงล่ะ?”


 

“เจ้าป่วยรึเปล่าเอ็นจาดากา” ทีชัลลาเอามือเอื้อมลงจับที่แขนแต่ทันทีที่แตะลงก็เหมือนมีกระแสไฟฟ้าดูดจนเจ็บแปลบทั้งคู่


 

“โอ๊ย..ทำไมที่นี่ไฟฟ้าสถิตแรงขนาดนี้เนี่ย” ไมเคิลชักมือออกลูบแขนตัวเองเบาๆ


 

ไม่..มันไม่ใช่ไฟฟ้าสถิตแต่มันคือกระแสสายสัมพันธ์ของคู่แห่งโชคชะตาต่างหาก


 

สิ่งนี้มันทำให้ทีชัลล่ามั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าเอ็นจาดากาคือคู่แห่งโชคชะตาของเขาเพียงแต่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าทำไมถึงพึ่งรู้สึกตัวเอาป่านนี้


 

“ผมอยากอาบน้ำ” ไมเคิลพูดขึ้นมาเพราะรู้สึกไม่สบายตัวจากเสื้อผ้าที่ใส่และทรงผมที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลยมันต้องไม่สระผมนานแค่ไหนนะถึงจะเกาะเป็นกลุ่มได้ขนาดนี้


 

“เอายังไงดีทีชัลลา ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เรื่องพี่อีริคนอกจากเราสองคน” ชูรีหันไปขอคำปรึกษาจากเชษฐา


 

“งั้นพาอีริคไปพักที่ห้องพี่ก่อน”


 

“ห้องน้องก็มีทางเข้าลับ น้องว่าไปที่ห้องน้องดีกว่า”


 

“แต่เอ็นจาดากาเป็นผู้ชายนะชูรี”


 

“เป็นผู้ชายแล้วไง? พี่น่ะสิถ้าเขาเป็นคู่แห่.. พี่ก็รู้มันอาจจะเสี่ยงกว่าเดี๋ยวน้องพาไปเอง” หญิงสาวพาคนที่พึ่งฟื้นจากความตายออกไปจากห้องแล็บ เธอพาคนที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องตนเข้าทางเดินที่มีเพียงคนในราชวงศ์เท่านั้นเดินเข้าออกได้ ชูรีเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้าไป ภายในห้องนอนถูกตกแต่งอย่างทันสมัยเหมือนห้องในคอนโดทั่วไปผิดกับสถาปัตยกรรมภายนอก


 

“ห้องน้ำอยู่ขวามือส่วนผ้าเช็ดตัวอยู่ในตู้หยิบได้เลย เรื่องชุดเปลี่ยนเดี๋ยวน้องจะเอาจากห้องทีชัลลามาให้” จบประโยคชูรีก็เดินออกจากห้องไปปล่อยให้ไมเคิลอยู่ตามลำพัง เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำขนาดกระทัดรัดจากนั้นถอนเสื้อผ้าออกแล้วสำรวจรอยแผลเป็นตามตัวที่เรียงกันจนพอเดาได้ว่าเจ้าของร่างกายตั้งใจทำมัน ไมเคิลจัดการทำความสะอาดรวมทั้งพยายามสระผมให้สะอาด เขาใช้หวีค่อยๆสางมันจนผมหายเป็นก้อน


 

“พี่อีริคน้องเอาเสื้อผ้าเปลี่ยนวางไว้บนเตียงนะ” ไมเคิลรอให้เสียงประตูปิดออกไปก่อนจึงพันผ้าเช็ดตัวออกมานอกห้องน้ำมองดูเสื้อฮู้ตและกางเกงวอร์มสีดำ ใกล้ๆมีปลอกคอเรียบๆวางอยู่


 

เป็นเครื่องประดับท้องถิ่นมั้ง..


 

เขาถือคติเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มือเล็กจัดแจงใส่เสื้อกางเกงให้เรียบร้อยจากนั้นหยิบปลอกมาสวมที่คอ มันปกปิดคอเขาอย่างแน่นหนาแต่ก็ไม่ได้ทำให้อึดอัดแต่อย่างใด


 

“ทำไมน้ำยาซักผ้าที่นี่หอมจัง” ไมเคิลพึมพำคนเดียวแล้วสูดดมกลิ่นเสื้อที่ตนใส่อยู่ หอมแบบอธิบายไม่ถูกมันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและอบอุ่นในเวลาเดียวกันแต่หารู้ไม่ว่าเป็นกลิ่นอัลฟ่าของทีชัลลา


 

ก๊อก ก๊อก


 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกความสนใจของไมเคิลไปจากเสื้อผ้าเสียงเปิดประตูเข้ามาจนเขาได้พบผู้ที่มาเยือนใหม่


 

“เป็นอย่างไร ใส่ได้ไหม?” เป็นเจ้าของเสื้อผ้าแวะมาเยี่ยมเยียนแขกที่ห้องน้องสาว


 

“ไม่คิดว่ากษัตริย์พื้นเมืองอย่างคุณจะมีเสื้อกางเกงประเภทนี้ด้วย” ไมเคิลกางแขนสองข้างออกคำแซวทำให้ทีชัลลาอดยิ้มไม่ได้


 

“ไม่ใช่คนอเมริกาไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใส่ของแบบนี้นะอีริค”


 

“เดี๋ยว..ที่นี่มีอเมริกาด้วยหรอ?” ทีชัลลาขมวดคิ้วอีกครา


 

“ถามแปลก อเมริกาเป็นบ้านเกิดเจ้าแท้ๆ” ไมเคิลค่อยๆเก็บความรู้ภูมิหลังของเจ้าของร่างกายนี้ เขาสำรวจวิวตรงหน้าต่างห้องนอนระหว่างที่คุยไปด้วยโดยทีชัลลามองตามอยู่ตลอด


 

“แล้วที่นี่ที่ไหน?”



“วาคานด้า”


 

“อ๋อ..”ที่ไหนวะ


 

“อ๋อ นี่คือรู้?”


 

รู้ทันอีก


 

“ไม่รู้หรอก..อ๋อ ตามมารยาท” ไมเคิลยักไหล่และพูดเสริมต่อ


 

“เสื้อผ้าที่นี่หอมดีนะ ใช้ส่วนผสมท้องถิ่นหรอ?”


 

“หืม”


 

“เนี่ย..”


 

แขกต่างถิ่นดึงเสื้อขึ้นมาดมจากนั้นเดินไปหาแล้วยกเสื้อให้ดม กษัตริย์วาคานด้ามองอย่างไม่เข้าใจยอมดมเสื้อตัวเองตามคำบอกแต่ก็ไม่ได้กลิ่นอะไรจากเสื้อผ้าเป็นพิเศษมีเพียงแต่กลิ่นอีกฝ่ายที่กลบจนหมด เขาดมได้ไม่ถึงสองวิก็ผละตัวเองออกก่อน


 

“อ่าว..ไม่ได้กลิ่นหรอ” ไมเคิลไม่เชิงถามเพียงแต่พึมพำกับตัวเองเท่านั้น


 

ถึงแม้ว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาพบกับอะไรที่แปลกใหม่แต่ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกอะไรขนาดนั้นเหมือนได้มาพักผ่อนเพียงเท่านั้น


 

“เจ้าอยู่นี่ไปก่อนชั่วคราวเดี๋ยวสักพักชูรีจะนำสำรับมาให้ถ้าหิวก็กินได้เลย” ทีชัลลาพูดเสร็จก็ออกจากห้องเดินไปที่ห้องโถงใหญ่ที่มักใช้ในการรวมตัวของเครือญาติ องครักษ์ และที่ปรึกษา


 

“พวกท่านออกไปก่อนข้าขอคุยกับท่านแม่เพียงลำพัง” เสียงทุ้มเอ่ยคำขอแกมสั่งเพราะคำสั่งของกษัตริย์ถือเป็นที่สิ้นสุด สมาชิกที่อยู่ห้องโถงใหญ่พากันออกไปจากห้องทันทีจนเหลือเพียงพระราชินีวาคานด้าเท่านั้น


 

“มีเรื่องอะไรหรือลูก”


 

“ลูกมีเรื่องที่อยากจะตรัสกับท่านแม่สองสามเรื่อง..” ทีชัลลาใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงเพราะเกรงว่าถ้าใช้น้ำเสียงอื่นอาจทำให้มารดาตนตื่นตระหนกไปก่อน


 

“พูดออกมาทีชัลลา”


 

“ตอนนี้เอ็นจาดากาอยู่ที่ห้องชูรีลูกตัดสินใจที่จะไว้ชีวิตเขา” ชายหนุ่มลอบสังเกตสีพระพักต์พระราชินีว่าเป็นอย่างไร


 

“เรื่องนี้แม่เคารพการตัดสินใจลูก ลูกเป็นกษัตริย์แล้วแม่เชื่อว่าทางที่ลูกเลือกลูกคิดถี่ถ้วนแล้ว” เขาโล่งอกที่ได้ประโยคนี้ออกมา


 

“เรื่องที่สอง..เรื่องคู่แห่งโชคชะตาของลูก”


 

“ลูกหาเธอเจอแล้วหรือทีชัลลา” คนเป็นแม่ยิ้มแย้มทันทีที่มีโอกาสจะได้เห็นเจ้าสาวของลูกชายเธอในอนาคต


 

“เอ่อ..ท่านแม่ ลูกว่า..คู่แห่งโชคชะตาลูกคือเอ็นจาดากา” ทีชัลลาพูดออกมาอย่างตะกุกตะกักราวกับโดนจับได้ว่าทำความผิดอะไรมา ราชินีวาคานด้าหันมามองเขาด้วยสีหน้าที่คาดเดายาก


 

“แม่ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้นนะ” 


 

“ทำไมหรือ? เพราะเขาเป็นบุรุษแบบลูก?”


 

“โอ..ทีชัลลาแม่ยังไม่เคยบอกลูกซีนะ” หญิงสาววัยกลางคนเดินเข้ามาวางมือบนไหล่ลูกชาย


 

“ครับ?”



“คนที่มีสายเลือดเดียวกันไม่สามารถเป็นคู่แห่งโชคชะตากันได้”

 


TBC

 


ฮาฮาฮา ตอนสองมาแล้วนะคะสั้นกว่าตอนแรกนิดเดวอิอิ ฝากคอมเม้นท์ด้วยนะคะหรือแท็คฟิค #fickalpa ในทวิตน้าหรือมาaskก็ได้นะคะที่ https://ask.fm/piimeieiถ้าเปิดแล้วเจอจะเข้าไปตอบและเจอกันตอนหน้านะคะว่าพี่ทีเขาจะทำยังไงต่อ อิอิอิ

B
E
R
L
I
N
?
Oxygen Blue Curve - Crosshair Select AllCopy To Clipboard
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #31 เราราา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 13:19
    ม่ายยยยย เป็นได้ซีแงแอ
    #31
    0
  2. #16 MaLifeSuckz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 08:51
    แหมมมมม เสือผ้าหอมมมมม หอมขนาดไหนเนี่ยะ ตอนเอริคเอาไปให้ฝ่าดม นี่แบบเขินแทน แง้ 55555555
    #16
    0
  3. #14 J.Cecille (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 10:51
    ตอนหลังต้องมีประเด็นไมค์ที่ทะลุมาอยู่นี่แน่ๆ เพราะท่านแม่บอกแบบนั้น แล้วฝ่าบาทก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อนด้วย โห ซับซ้อน
    #14
    0
  4. #13 ชื่อช้อยค่ะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 07:41
    จังงังแน่ๆ555545 ตอนนี้เป็นไมค์นะคะฝ่าบาท ไปถามให้รู้เรื่องนะคะ55555 อีกอย่างจะคำพูดคำจาน่าจะสังเกตได้นะ555 น้องดูนุ่มนิ่มน่ารักไปหมดเลยอ่ะ><
    #13
    0
  5. #12 Pray for me (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 06:01

    ที่สัมผัสไม่ได้ตั้งแต่แรกเพราะนั้นคืออีริค แต่เพิ่งสัมผัสตอนนี้เพราะนั้นคือไมค์สินะ? ท่านแม่คะ เขาไม่ใช่สายเลือดกันค่ะท่านแม่!!!!! ???? ขอบคุณสำหรับฟิคมากนะคะ ????

    #12
    0
  6. #11 KillerxTB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 00:49
    ตอนนี้ไมค์อยู่ในร่างอีริคถือว่าไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแล้ว ._. เป็นคู่กันแล้วย่อมได้!!! อิอิ

    อยากรู้จังเลยร่างแท้จริงของไมค์เป็นยังไงบ้าง? แล้วตอนนี้วิญญาณอีริคไปอยู่ไหน? หรือสลับกันนะ -0- อยากใส่ใจไปหมดแล้วค่ะตื่นเต้น~~~ จะรอนะคะ ชอบมากกกก <3
    #11
    0
  7. #10 aimnah (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 00:47
    กรี๊ดดด ชอบบบบบบบ ชอบมากๆค่ะ พล็อตน่าอ่านน่าติดตามมากๆ ความรู้สึกที่ไมเคิลไม่รู้ว่าตัวเองคือโอเมก้านี่โคตรน่าเอ็นดูอ่ะ แต่ฝ่าบาทนี่ต้องอดทนหน่อยล่ะมั้ง555555 จบตอนก็ยิ่งอยากต่อไปอีกค่าาา /รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่าาาา
    #10
    0