k a l p a #Tmonger

ตอนที่ 1 : ความช่วยเหลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 448
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    6 เม.ย. 61


ลกของเราไม่ได้ใหญ่เกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีโลกใบเพียงนี้ใบเดียว

 

.

 

.

 

.

 

ฉันฝึกฝน และฆ่า เพื่อที่จะได้มาจัดการแกไอ้ลูกฆาตกร!

 

 

เฮือกก!

 

ร่างกายสะดุ้งจากเตียงนอน เหงื่อผุดไหลลงตามใบหน้าพร้อมเสียงหอบหายใจดังและเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นอย่างน่ารำคาญ มือเล็กรีบปิดมันด้วยความรวดเร็วเสร็จก็ลูบหน้าตัวเองอยู่สองสามที

 

อีกแล้วหรอวะ...

 

เมื่อตั้งสติได้แล้วเขาก็ลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปเปิดชั้นวางของหยิบสมุดเล็กๆที่เขียนด้านหน้าด้วยชื่อของเขาเองว่า ตารางการพบจิตแพทย์ : ไมเคิล บี จอร์แดน จากนั้นก็เริ่มเปิดดูวันที่ล่าสุดที่ประทับเอาไว้ สามวันก่อน.. ไมเคิลเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการอาบน้ำและสำรวจตัวเองในกระจก ชายหนุ่มพึ่งผ่านสามสิบมาหมาดๆผิวสีเข้มแบบชาวอเมริกันแอฟฟริกัน ผมถูกตัดสั้นจนทำให้เป็นทรงศีรษะสวยงาม วันนี้ไมเคิลใส่เสื้อฮู้ตตัวโปรดและกางเกงสำหรับเล่นกีฬา พอดูความเรียบร้อยเสร็จเขาก็เดินไปหยิบโทรศัพท์กดเบอร์เพื่อโทรหาใครบางคน “ฮัลโหล วันนี้หมอว่างไหม? มันเกิดขึ้นอีกแล้ว...ยา? กินครบหมด ไม่ๆฝันในเรื่องเดิมแต่คนละเหตุการณ์ ได้ งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปหาเลยนะ” พอคุยธุระเสร็จเขาก็หยิบหูฟังและเดินออกจากบ้านทันที

 

ในโลกที่เขาอยู่คือโลกแห่งความสิ้นหวัง... ถึงแม้จะมีตึกราบ้านช่องที่ทันสมัยแต่มันแค่เพียงการหลอกตัวเองของมนุษย์เพราะทรัพยากรทยอยลดหายลงทุกๆวัน รัฐบาลทั่วโลกออกกฎหมายให้หนึ่งคนต่อหนึ่งตระกูลซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการกำเนิดทายาทหรือแม้แต่งงานก็ต้องยอมใช้คนละนามสกุลตามกฎหมายแต่ก็มีบ้างพวกละเมิดกำเนิดทายาทแต่ส่วนใหญ่มักจะไม่รอดสายตาจากหน่วยตรวจตรา ปีคริสต์ศักราชก็ยกเลิกใช้มานับหนึ่งใหม่ด้วยเหตุที่ว่าพอคนต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดแม้ความเชื่อก็ไม่สามารถบรรเทาความทุกข์นี้ได้ แต่อาชีพที่นิยมกลับเป็นจิตย์แพทย์ เอาจริงๆก็ไม่น่าแปลกอยู่ล่ะมั้ง

 

ไมเคิลเดินทางมาถึงที่หน้าบ้านคุณหมอประจำตัว แต่ยังไม่ทันได้เคาะประตูก็เปิดออกเองพร้อมคนที่เขาเจอหน้าบ่อยหลังจากคนในครอบครัวล้มตายจากไปหมด

 

“น้ำแอปเปิ้ลเหมือนเดิม”

 

เขาพยักหน้ารับเมื่อหมอถามถึงน้ำที่ตนชื่นชอบจากนั้นก็เดินไปยังห้องประจำที่ภายในมีเก้าอี้นั่งสบายสองตัวหันหน้าเข้าหากันและมีเตาพิงตรงกลางที่ฟืนเก่ายังไม่ได้ทำความสะอาดให้เรียบร้อย

 

ไมเคิลนั่งลงสักพักคุณหมอก็เดินมาพร้อมน้ำแอปเปิ้ลเย็นวางลงบนโต๊ะเล็กข้างๆพร้อมนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกัน

 

“ครั้งนี้ฝันเห็นลานประลองตรงน้ำตก และผู้ชายที่เคยเล่าให้ฟังว่าเป็นกษัตริย์ร่วมประลองด้วย”

 

“แล้วคุณมองหรือ..?”

 

“ไม่ผมเป็นคนที่ไปท้าประลองเขาเอง ฝันในมุมของผู้ชายคนเดิม” เขายกน้ำแอปเปิ้ลขึ้นมาจิบเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มคอแห้งขึ้นมา

 

“ผมขอดูขวดยาทั้งหมดหน่อย” อีกฝ่ายแบมือยื่นมาหาไมเคิลจึงเปิดกระเป๋าสะพายหยิบถุงซิปล็อคภายในบรรจุกระปุกยาต่างๆที่หมอจัดไว้ให้และเจ้าตัวเองก็กินมันตามที่สั่งอย่างเคร่งครัด

 

“อืม...ก็ตรงเวลาทุกอย่าง”

 

“ผมอาจจะเป็นโรคจิตเข้าขั้นหนักก็ได้นะหมอสองปีแล้วยังไม่หายเลย กระดูกพรุนหมด” คนไข้ยังไม่วายเล่นมุขตลกร้ายถึงสุขภาพตัวเอง

 

“เห็นว่าสนิทกันหมอจะมาบอกก่อนไม่รู้จะเป็นการปลอบใจได้ไหม”

 

“?”

 

“ไมเคิลฟังนะ...คือหมอยื่นเคสของคุณไปให้โรงพยาบาลใหญ่ศึกษาตั้งแต่ครึ่งปีก่อนแล้วเขาก็ส่งเรื่องไปที่ศูนย์วิทยาศาสตร์อีกที” เจ้าของชื่อมองสีหน้าลำบากใจของหมอประจำตน

 

“มีไรก็พูดมาหมอมันจะปลอบใจได้ไม่ใช่หรือไง”

 

“คุณเชื่อเรื่องโลกคู่ขนานไหม?”

 

“ห้ะ” พอจบคำถามเขาก็อุทานทันทีอย่างตกใจ อะไรขนานๆนะ?

 

“หมอเอาอาการป่วยของคุณไปวิจัยกับศูนย์วิทยาศาสตร์มาสรุปแล้วคุณไม่ได้มีอาการป่วย แต่ทางโรงพยาบาลใหญ่ยังยืนยันไม่ได้เลยให้ยาคุณไปก่อน”

 

“ไม่ใช่อาการป่วยแล้วมันคืออะไร?”

 

“ถ้าเรียกง่ายคือๆตัวตนคุณในอีกโลกหนึ่งกำลังขอความช่วยเหลืออยู่” ตอนนี้เขาไม่รู้จะรู้สึกแบบไหน จะดีใจที่หมอบอกว่าอาการที่เขาเป็นสองปีที่ผ่านมาไม่ใช่อาการของคนป่วยหรือจะตกใจกับไอโลกคู่ขนานอะไรนี่ดี

 

“ตามหมอไปที่โต๊ะทำงานเดี๋ยวหมอจะวาดตัวอย่างให้ดู” พวกเขาทั้งคู่เดินไปอีกห้องหนึ่งซึ่งมีโต๊ะใหญ่เก้าอี้ที่ดูนั่งสบาย ไมเคิลคาดว่าน่าจะเป็นที่ทำงานประจำของหมอ

 

“จริงๆแล้วเคสความฝันซ้ำๆไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับวงการแพทย์วิธีรักษาก็แค่ปลดล็อคจิตใต้สำนึกบางอย่างแต่สำหรับคุณ ผมเช็คประวัติหรือปัญหาในใจ เรื่องคุณตัวคนเดียวในครอบครัวก็ดูไม่กระทบจิตใจหรือแม้ปัญหาสภาพบ้านเมืองในโลกของเราคุณก็ดูชินกับมันไปเสียแล้ว” แพทย์หนุ่มไม่พูดเปล่าหยิบกระดาษสีขาวธรรมดาและปากกาแถวนั้นเริ่มวาดวงกลมเรียงเป็นแนวนอนขึ้นมาหกวง

 

“โลกคู่ขนานคือ โลกที่มีเหตุการณ์ตรงข้ามกับโลกของเราทั้งหมดเช่นวันนี้มีให้เลือกระหว่างพายกับเค้กคุณจะเลือกอะไร?”

 

“พาย”

 

“ถ้าคุณเลือกพาย ตัวตนของคุณอีกโลกหนึ่งจะเลือกกินเค้ก” ไมเคิลมองหน้าอีกฝ่ายที่ทำสีหน้าจริงจังกับคำอธิบายที่กล่าวมาทั้งหมด

 

“วิจัยที่นักวิทยาศาสตร์กำลังค้นคว้าข้อมูลล่าสุดมีหกโลกคือโลกมนุษย์ โลกของสัตว์ และโลกกึ่งสัตว์กึ่งมนุษย์อย่างละสองโลก” เขาฟังคำอธิบายอย่างเพลินๆก่อนจะสะดุดอะไรบางอย่าง

 

“เดี๋ยวๆ โลกกึ่งคนกึ่งสัตว์? แบบข้างบนเป็นคนข้างล่างเป็นม้าแบบนี้หรอ?”

 

“ไม่ใช่ ร่างกายเป็นคนแต่แบ่งเผ่าพันธุ์แบบสัตว์ต่างหาก” ไมเคิลฟังแต่เขาก็ไม่ได้นำมาใส่ใจอะไรถึงรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี

 

“หมอจะบอกผมว่าฝาแฝดหนึ่งในห้าโลกนี้อยากให้ผมช่วยอะไรงั้นหรอ? ถ้าเป็นคนเดิมๆแบบในฝันเขาแข็งแกร่งและเป็นนักฆ่าคิดว่าไม่น่าใช่” หมอหันมามองอย่างเป็นห่วงพร้อมเอื้อมมือมาแตะไหล่

 

“ไมเคิล ฉันพูดในฐานะเพื่อนนะถ้าวันไหนตื่นมาแล้วไม่โอเคจริงๆโทรหาฉัน” สรรพนามเปลี่ยนไปจากเดิมเพราะความเป็นห่วง นายแพทย์แซค แอฟรอนเป็นเพื่อนกับเขาสมัยมัธยมมาเจอกันอีกทีก็ตอนที่เขารับรักษาอาการฝันร้ายนี้ แต่ที่ใช้คำเป็นทางการเพื่อให้ดูเป็นการเป็นงานขึ้นมานิดหน่อย

 

“ฉันรู้แซค ทั้งชีวิตฉันตอนนี้ก็มีแค่นายแล้วที่คอยเป็นเพื่อน” ไมเคิลตบหลังเพื่อนเบาๆ

 

หลังจากที่ไปพบหมอเสร็จเขาก็กลับมาที่ห้องของตัวเองที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผนังทาสีเทาอ่อน เฟอร์นิเจอร์ข้างในก็โทนนี้เสียส่วนใหญ่  ไมเคิลทำงานฟรีแลนซ์ต่อจนหัวค่ำจากนั้นก็หาไรทำคลายเครียดเช่นฟังเพลง ดื่มชาแอปเปิ้ล คนส่วนใหญ่คิดว่าการนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุดแต่ไม่ใช่สำหรับเขามันเปรียบเหมือนการได้ออกไปใช้ชีวิตอีกโลกหนึ่งโดยที่เราไม่ได้บังคับมันด้วยซ้ำ

 

ไมเคิลนับยาตัวเองที่ต้องกินก่อนนอนแล้วเทน้ำใส่แก้ว

 

หมอเอาอาการป่วยของคุณไปวิจัยกับศูนย์วิทยาศาสตร์มาสรุปแล้วคุณไม่ได้มีอาการป่วย แต่ทางโรงพยาบาลใหญ่ยังยืนยันไม่ได้เลยให้ยาคุณไปก่อน

 

มือที่เต็มไปด้วยยาหลายเม็ดรอเจ้าของใส่มันเข้าปากกลับเปลี่ยนใจเอามันใส่ตลับเหมือนเดิม...อย่างมากก็แค่นอนไม่หลับวะ

 

.

 

.

 

.

 

บางทีเราอาจจะพอรักษาเจ้าได้..

 

ทำไม? เพื่อที่จะได้ขังข้า? ไม่ต้อง ฝังข้าไว้แม่น้ำที่พี่น้องบรรพชนโดดหนีจากเรือเถอะเพราะพวกเขารู้ว่าความตายยังดีกว่าอยู่ปราศจากอิสระ

 

 

เฮือกกกก!!

 

 

ไมเคิลตื่นมาพร้อมกับการหายใจเอาออกซิเจนอย่างรุนแรงและไอออกมาเป็นเลือด เขาแน่นหน้าอกเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศ มือรีบคว้าหาโทรศัพท์เพื่อกดเบอร์ที่คุ้นเคย

 

“ฮัลโหล หมอ..หายใจไม่ออก ตื่นมาไอเป็นเลือด เออ ไม่ไหวว่ะเอารถพยาบาลมารับเลย”

 

เมื่อวางสายเสร็จเขาก็ลงนอนนิ่งพยายามหายใจเข้าให้ได้มากที่สุดแต่พอทำมันเขาก็ไอสำลักออกมาพร้อมกับเลือด ไมเคิลค่อยๆพยุงตัวนั่งเพื่อไปห้องน้ำ ในขณะที่ลุกขึ้นเสียงเปิดประตูจากหมอเพื่อนสนิทก็เข้ามาทันที

 

“เดี๋ยว...ขอล้างเลือดก่อน”

 

“ยังจะมาห่วงอะไรแบบนี้อีกรถพยาบาลอยู่ข้างล่างรีบไปเร็ว” ไมเคิลโดนช้อนแขนพยุงออกจากห้องแถวไปที่รถพยาบาล เขาถูกจัดให้นอนลงพร้อมเครื่องช่วยหายใจครอบที่ปาก

 

อีริค..

 

เสียงแว่วจากในหูเหมือนกำลังเรียกแต่ทว่าเขาไม่ได้ชื่ออีริค..แต่มีมันเป็นชื่อที่อยู่ในฝันและเขาก็ไม่ได้หลับอยู่นี่?

 

ทีชัลลา ถอยออกไปข้าทำงานไม่สะดวก

 

เสียงอะไร?

 

“คุณอย่าหลับนะ...ไมเคิลได้ยินฉันไหม” เสียงหมอแซคเรียกใกล้ๆพร้อมตบเข้าที่แก้มเบาๆเรียกสติ ไฟฉายส่องเข้าที่ดวงตาอีกฝ่าย

 

ไมเคิลรู้สึกตัวเองเหนื่อยล้า อยากหลับตา อยากพักผ่อน แต่ก็ยังรู้สึกตัวได้เสียงจากหมอและแรงสั่นสะเทือนที่กระทบตัวตลอดเวลา

 

ถ้าหลับไปครั้งนี้จะฝันอีกไหมนะ?

 

“ไมเคิล..ตื่นก่อน! ไมเคิล!!

 

“คุณหมอคะ คนไข้ไม่หายใจแล้ว!!

 

ก็แค่ง่วงเลยหลับไปเฉยๆเหลวไหลหน่า

 

.



ทีชัลลา..พี่อีริคหายใจแล้ว!!

 

ไมเคิลสะดุ้งพรวดเดียวจนไอออกมาอีกรอบ


ถึงโรงพยาบาลแล้ว?

 

เขากวาดสายตาไปรอบๆก็พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตัวเองไม่คุ้นตามาก่อนแต่ดันคุ้นเคยเพราะเคยเห็นในฝัน

 

“เอ็นจาดากาเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ไมเคิลหันไปทางด้านขวาก็เห็นชายหนุ่มที่ประคองเขาอยู่มีท่าทางน่าเกรงขามอยู่ตลอดเวลา และเขาก็เหมือนจะจำอีกฝ่ายได้ กษัตริย์ที่อยู่ในฝัน

 

“นี่ฉันยังไม่ตื่นอีกหรอเนี่ย” คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพึมพำกับตัวเอง

 

“ไม่ เอ็นจาดากาเจ้ายังไม่ตาย ข้าตัดสินใจจะไม่ขังเจ้าในคุกเลยพาเจ้ามารักษา” ผู้เป็นกษัตริย์บอกเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

 

แต่เดี๋ยว! เขาไม่ได้ชื่อเอ็นจาดากา!!

 

“ทำไมฝันคราวนี้มันสมจริงแบบยี่สิบมิติขนาดนี้ หยิกผมทีผมจะได้ตื่น” ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนจะงงมากกว่ากันระหว่างคนที่ฟื้นจากความตายกับคนที่ไว้ชีวิต

 

“ให้ข้าหยิกเจ้าทำไม?”

 

“หยิกเองก็ได้วะ” ไมเคิลถลกแขนเสื้อออกก็แทบจะเป็นลมกับผิวหนังที่แขนของตนมันถูกทำให้เป็นรอยแผลเป็นอย่างนับไม่ถ้วน

 

ในขณะที่เขายังอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่หายหญิงสาวจากทางซ้ายมือก็เดินมาพร้อมกับหน้าจอคอมอะไรบางอย่าง

 

“พี่อีริค ตอนนี้น้องอยากให้พี่อีริคนอนลงไปก่อนเดี๋ยวแผลจะแย่ไปกว่านี้”

 

“ผมไม่ได้ชื่ออีริค”

 

หญิงสาวหันมามองหน้าเขาและมองหน้าชายที่อยู่ตรงข้ามอีกครา

 

“สมองก็ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไร” ไมเคิลโดนมือใหญ่ที่ดูแล้วเจ้าของอาจจะผ่านอะไรมาหลายอย่างสังเกตจากสัมผัสที่โดนคางเขาบังคับให้หันมาหาชายหนุ่มอีกฝั่ง

 

ผมหยักศกตัดไว้ความยาวพอสวยงาม สายตาที่เด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นตัดกับขนตายาวที่มันทำให้สายตาคู่นี้อบอุ่นอย่างน่าประหลาด หนวดเคราไว้ค่อนข้างหนาตรงบริเวณคางแต่ก็ไม่ได้รกรุกรังแต่อย่างใด โดยรวมแล้วคือถ้าหากเขาเป็นผู้หญิงอาจมีเคลิ้มได้

 

ไมเคิลตกใจเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายผละออกอย่างรวดเร็วแล้วเดินหนีออกไปจากห้องทันที

 

“อ่าว แล้วพี่จะไปไหนน่ะ? ทีชัลลา” สาวน้อยออกไปตามพี่ชายที่เดินเกือบอยู่ทางออกของห้องแล็บ

 

“ชูรีพี่รู้สาเหตุบางอย่างแล้ว” สีหน้าลำบากใจของทีชัลลาแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนชูรีเริ่มเป็นห่วง

 

“สาเหตุ?”

 

“ใช่ สาเหตุที่พี่ตัดสินใจพาเอ็นจาดากามาให้เจ้าช่วยชีวิต”

 

“แล้วมันเป็นเพราะอะไร?” ชูรีจับแขนพี่ชายเอาไว้พร้อมซักไซร้สิ่งที่อีกฝ่ายจะบอกจากนี้

 

“เพราะเอ็นจาดากาเป็นคู่แห่งโชคชะตาของพี่ยังไงล่ะ”

 

 

TBC

 

 

สวัสดีค่ะทุกคนอย่างแรกเลยขอบคุณที่อ่านตอนแรกจบนะคะหวังว่าจะชอบกันน้าา ฟิคเรื่องนี้ถูกเซ็ทจักรวาลทุกอย่างโดยเราเอง(ฺฮาาาา) ยังไงก็ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ

ติชมคอมเม้นท์ดได้น้า ;__;  แล้วก็ฝากแฮชแทคฟิค #fickalpa สามารถคอมเม้นท์ในทวิตเตอร์ผ่านแท็คนี้หรือพูดคุยได้นะคะเพราะเราจะไปส่องอิอิ

 

ไว้เจอกันตอนหน้าค่า X)

B
E
R
L
I
N
?
Oxygen Blue Curve - Crosshair Select AllCopy To Clipboard
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #30 เรารา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 13:13
    ติดตามค่าา น่าสนใจมากๆฟ
    #30
    0
  2. #29 fakanda (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 15:46
    แล้วน้องไมเคิลบี จะไปมีฝีมือสู้เท่าอีริคเรอะะ หรือเอาวิชานินจาในอนิเมะเข้าสู้><
    #29
    0
  3. #15 MaLifeSuckz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 08:11
    แง้ บุพเพสันนิวาส เวอร์ชั่นวาคันด้ามาก ๆ น่าติดตามง่ะ คือเป็นทั้ง ABO ทั้งคู่ขนาน ด้วย
    #15
    0
  4. #9 J.Cecille (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 00:36
    โอ้โห คือมันดียยย์ // กดตุ่มเฟบ
    #9
    0
  5. #8 KillerxTB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 04:53
    ฮือหืออออออออแอ โลกคู่ขนานแบบนี้น่าสนุกจังเลยค่ะ แปลกแหวกแนวดีเราชอบบบบ น้องไมค์บีมาอยู่ในร่างอีริค งั้นอีริคจริงๆก็คงตาย? อยู่ในร่างของไมค์บี...? อย่างงั้นใช่ไหมอ่าคะ...? ยังไงก็รอติดตามนะคะ สนุกดีเราชอบบบ
    #8
    0
  6. วันที่ 7 เมษายน 2561 / 18:44
    ชอบอ่าาาา  ติดตามนะคะ
    #7
    0
  7. #6 พี่ทีของน้องเอ็น (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 11:10
    โอ้ยยย คือดีงามมากกกกกก เขียนลื่นเห็นภาเลยค่ะ รอติดตามนะคะะ 💕💕
    #6
    0
  8. #5 JH_Wick98 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 08:14

    อยากจะกริ๊๊ดออกมาดังๆ แงง ชอบมากเลยค่ะ เนื้อเรื่องดีมากๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ จากนักฆ่ากลายน้องเลย ฮืออ

    #5
    0
  9. #4 elic (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 20:13
    กรี๊ดดดดดดดดดด เป็นกำลังใจให้คนเขียนค้า
    ขอบคุณที่มาช่วยกันพายเรือน้อยๆขแงพวกเรานะคะ
    รอแนวนี้มานานแล้วด้วย

    นี่เราแอบลุ้นมากว่าสรุปแล้วฝ่าบาทจะคู่กับอีริคหรือไมเคิล
    รอติดตามตอนต่อไปน้า
    #4
    0
  10. #3 InGGy_IM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 19:36
    กำลังรออ่านแนวนี้อยู่เลยสู้ๆนะคะ
    #3
    0
  11. #2 Porche_pen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 18:21
    กรี๊ดดดด มีคนแต่งโลกคู่ขนานแล้วววว ดีจัยค่ะ รอติดตามนะคะะะ
    #2
    0