My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 9 : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 พ.ค. 57




Chapter 8



 

หลังจากวันนั้น  

 

เดียร์เริ่มลงมือทำในสิ่งที่คิดไว้

 

วันหยุดของเดียร์ ในสัปดาห์นั้น เดียร์มุ่งหน้าไปพบหมอผี ที่โต้งเคยแนะนำไว้

 

เดียร์ไม่ได้บอกใคร มีเพียงวายุเท่านั้นที่รู้เรื่อง แต่วายุก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก แม้ว่าจะคัดค้านเท่าไร เดียร์ก็ยังดื้อจะไปพบหมอผีให้ได้

 

เดียร์ขึ้นรถโดยสารประจำทางตามที่โต้งแนะนำ

 

ผู้โดยสารบนรถ ไม่ได้แน่นขนัด

 

เดียร์ยอมให้ที่นั่งกับเด็ก ผู้หญิง และคนชรา

 

คนตัวเล็กยืนเกาะเสาเหล็กที่ตั้งอยู่กลางรถไว้แน่น

 

ถ้าไม่ติดว่าเอื้อมมือไม่ถึงราวเหล็กที่อยู่บนหัวล่ะก็นะ

 

คนตัวเล็กเงยหน้ามองราวเหล็กอย่างหงุดหงิดเล็กๆ

 

“คุณครับ มานั่งตรงนี้ดีกว่า”

 

เสียงที่ดังมาจากด้านหลัง พร้อมแรงสะกิดเบาๆที่แขน

 

เดียร์หันไปตามที่มาของเสียง

 

ผู้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง ลุกขึ้นมาโหนราวเหล็ก ชี้ไปที่นั่งที่ตัวเองเพิ่งลุกออกมา

 

เดียร์มองพลางขมวดคิ้ว

 

“ไม่เป็นไรครับ” เดียร์ปฏิเสธเบาๆ

 

ชายคนนั้นเพียงส่งยิ้มให้เดียร์น้อยๆ  ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ

 

เห็นสายตาที่มองเดียร์แล้ว อดเดินหนีไม่ได้

 

เดียร์เดินไปนั่งแหมะลงไปที่ที่ชายคนนั้นให้นั่ง

 

เขาคงลุกให้นั่งเพราะใกล้จะลงแล้วล่ะมั้ง

 

เดียร์เหลือบไปมองผู้เสียสละ ก็ยังเห็นชายคนนั้นโหนราวเหล็กอยู่

 

รถโดยสารประจำทาง จอดรับ-ส่งผู้โดยสาร เป็นระยะ

 

แต่เดียร์ไม่เห็นว่าชายคนนั้นจะลงไปเลย

 

เสียงหัวเราะที่เดียร์คุ้นเคย ดังมาพักใหญ่

 

คนตัวเล็กเงยหน้ามองที่มาของเสียง ที่ยืนโหนราวเหล็กอยู่ใกล้ๆ

 

ด้วยความหงุดหงิด เดียร์จึงควักโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง

 

ก้มหน้าพิมพ์ข้อความลงไป เน้นตัวใหญ่ๆ ให้ใครคนนั้นเห็น

 

หัวเราะอะไรฮะ!!!!’

 

สายตาทิ่มแทงของเดียร์ส่งตรงไปถึงวายุ

 

ร่างสูงก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคนตัวเล็ก

 

กวาดสายตามองคนตัวเล็กตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อย่างเสียมารยาท

 

วายุเลยได้รับสายตาเคืองๆมาจากร่างเล็ก

 

เดียร์ไม่รู้ตัวเลยหรือไงนะ….

 

“อยากรู้จริงๆหรือ?” วายุตอบไปแค่นั้น ก็ต้องกลั้นขำอีกรอบ

 

เดียร์ถอนหายใจแรงๆ หันหน้าหนีวายุอย่างหงุดหงิด

 

“ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงลุกให้เดียร์นั่งทั้งๆที่เขายังไม่ลง”

 

วายุว่าพลางมองไปที่ชายคนนั้น ที่ยังยืนโหนราวเหล็กอยู่

 

เดียร์ขบริมฝีปากล่างน้อยๆ พยายามไม่สนใจคำพูดของวายุ แต่คำพูดของวายุก็เข้ามารบกวนการทำงานของสมองอยู่ดี

 

เอาเป็นว่า จะเพราะอะไรก็ช่างเดียร์เองก็ไม่ได้ชอบการกระทำแบบนี้นักหรอก

 

มันน่าดีใจไหม? ทั้งๆที่เดียร์ก็เป็นผู้ชาย แต่กลับถูกผู้ชายปฏิบัติราวกับเดียร์เป็นผู้หญิง

 

คนตัวเล็กกำลังมองข้างทาง พลางคิดอะไรไปเรื่อยอย่างหงุดหงิด

 

ตอนนั้นเอง เดียร์เพิ่งตระหนักได้ว่า ใกล้ถึงที่หมายแล้ว

 

คนตัวเล็กเตรียมตัวลงจากรถ  ลุกเดินไปกดกริ่ง

 

เหลือบมองไปข้างหลัง เห็นชายคนนั้น กลับไปนั่งที่ที่เดียร์เพิ่งลุกออกมา

 

คนตัวเล็กส่ายหน้าน้อยๆ ขับไล่ความหงุดหงิด

 

เมื่อถึงเป้าหมาย คนตัวเล็กลงจากรถโดยสาร

 

ภาพที่เดียร์เห็นคือ ซอยเล็กๆ เข้าหมู่บ้านจัดสรร  หน้าปากซอยมีวินมอเตอร์ไซค์อยู่

 

เดียร์ลังเลเล็กน้อย ออกจะผิดคาดไปนิดกับภาพที่เห็น

 

เดียร์วาดภาพไว้ว่า แถวนี้จะต้องเป็นบ้านไม้เก่าๆ มีตึกโทรมๆตั้งอยู่รายล้อม แต่นี่….ไม่ใช่เลย

 

ดูชื่อซอย ชื่อหมู่บ้าน ตามที่โต้งบอกมาแล้ว ก็ใช่ทุกอย่าง

 

“มาผิดที่แล้วมั้งเดียร์ กลับเถอะ” วายุยืนเซ็ง อยู่ข้างๆ

 

เดียร์ไม่ได้สนใจวายุเท่าไร

 

คนตัวเล็กมุ่งหน้าไปทางวินมอเตอร์ไซค์

 

ยังไง พึ่งวินฯคงชัวร์กว่า

 

“ไปบ้านหมอเสือครับ”

 

พี่วินฯพาเดียร์มางส่งที่บ้านหลังหนึ่งในซอย

 

เดียร์เดาว่าหมอเสืออะไรเนี่ย คงมีชื่อเสียงพอสมควร

 

ดูจากจำนวนคนที่ออกันอยู่เต็มบ้าน

 

เดียร์นิ่งไปพักใหญ่ ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนดี  ที่แบบนี้เดียร์ก็เพิ่งมาครั้งแรกนี่ล่ะ

 

คนตัวเล็กเดินเข้าไปนั่งรวมกับกลุ่มคนที่นั่งอยู่

 

ภายในบ้านหลังนี้ ถูกจัดให้มีพื้นที่ยกสูง  ในบริเวณบ้าน ที่เดียร์เดาว่าคงเป็นห้องนั่งเล่น ถูกทำให้เป็นพื้นที่โล่ง รองรับผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามา

 

เดียร์เห็นชายวัยกลางคน รูปร่างสูงใหญ่ ใส่ชุดขาวทั้งตัว กำลังนั่งพนมมือ สวด พึมพำเบาๆ ตรงหน้าชายคนนั้นมีหญิงวัยรุ่น นั่งพนมมือตัวสั่นอยู่ใกล้ๆ 

 

ชายคนนั้นคงเป็นหมอเสือเดียร์มองไปเหนือพื้นที่ยกสูง เห็นป้ายเขียนด้วยตัวหนังสือสีทองว่า ตำหนักหมอเสือ

 

“เอ้า คนต่อไป” เสียงแหบๆดังขึ้น

 

หญิงวัยรุ่นค่อยๆคลานออกจากหมอเสือ สีหน้าเธอดูดีขึ้น ถ้าเทียบกับตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงหน้าหมอเสือ

 

เดียร์มอง พลางใจเต้นระรัว ทุกอย่างดูน่าตื่นเต้นจนเดียร์ทำตัวไม่ถูก

 

เดียร์ยังไม่เห็นมีใครไปนั่งแทนที่หญิงสาวคนนั้น กลุ่มคนที่ออกันอยู่ต่างหันมาคุยกันเบาๆ ว่าใครจะเข้าไปคุยกับหมอเสือต่อ

 

“ไอ้หนู!” เสียงแหบๆดังขึ้น ทำให้เสียงซุบซิบเบาๆ ค่อยๆหายไป

 

เดียร์ตกใจ เลิ่กลั่ก เมื่อพบว่าตัวเองกำลังประสานสายตากับหมอเสืออยู่ คนตัวเล็กหันซ้ายหันขวา ไม่แน่ใจว่าหมอเสือกำลังคุยกับเดียร์จริงหรือไม่

 

“เอ็งนั่นแหละ ไม่ต้องหันไปไหน” เดียร์ชี้ตัวเอง เป็นเชิงตั้งคำถาม

 

หมอเสือพยักหน้าน้อยๆ กวักมือเรียกเดียร์เข้าไปหา

 

“เอ็งมีปัญหาอะไรวะ ถึงต้องมาหาข้า”

 

หมอเสือถามอย่างไม่รีรอ เดียร์ที่ยังไม่ได้เรียงคำพูดถึงกับอ้ำๆอึ้งๆ “ผมผะ ผม เอ่อ..

 

หมอเสือกระตุกยิ้มน้อยๆ

 

“เอ้าๆ ว่าไง ตกลงว่าเอ็งมีเรื่องอะไรให้ข้าช่วย”

 

ใช้เวลาสักพัก เดียร์ก็รวบรวมสติได้

 

คนตัวเล็กเล่าเรื่องราวทั้งหมดของตัวเองให้หมอเสือฟัง

 

หมอเสือมีสีหน้าครุ่นคิด มือหยาบใหญ่ลูบปลายคางตัวเองเบาๆ คิ้วขมวดแน่น

 

ตอนนั้นเอง วายุที่นั่งอยู่ข้างๆเดียร์ เริ่มรู้สึกตงิดใจ

 

ทั้งๆที่วายุก็เป็นวิญญาณ

 

แต่วายุไม่เห็นการตอบสนองของหมอเสือเลย

 

หมอเสือทำเหมือนไม่รู้ ว่าวายุอยู่ข้างๆเดียร์

 

วายุพยายามสื่อสารกับหมอเสือ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ

 

หมอเสือทำเหมือนว่าวายุเป็นเพียงธาตุอากาศ

 

วายุเหลือบมองไปทางด้านหลังของพื้นที่ยกสูง

 

มีฉากกั้นอยู่ วายุเห็นชายชุดขาวประมาณ 3 คน กำลังวิ่งวุ่นอยู่ในนั้น  เห็นสำรับอาหารวางตั้งอยู่บนโต๊ะ คงเตรียมมาให้หมอเสือ

 

วายุไม่รู้ว่าเดียร์กับหมอเสือ คุยกันไปถึงไหน

 

กว่าวายุจะดึงความสนใจกลับมาที่คนตัวเล็กได้

 

เดียร์ก็ลุกขึ้น เดินตรงไปยังหลังฉากนั้น

 

“เดียร์จะไปไหน!” วายุเผลอฉวยข้อมือเล็ก แต่คว้าไม่ได้ วายุคว้าได้เพียงอากาศ วายุมองมือตัวเอง ขมวดคิ้วน้อยๆ ….ทำไม

 

เดียร์หายเข้าไปในหลังฉาก วายุตามเข้าไปอย่างหงุดหงิด

 

มันชักจะแปลกๆแล้วนะ ไอ้หมอเสืออะไรเนี่ย

 

“เดียร์ กลับเถอะ ผมว่าที่นี่มันมีอะไรแปลกๆ” วายุตามมานั่งข้างเดียร์  ชายชุดขาวคนหนึ่ง ที่เดียร์เดาว่าคงเป็นลูกน้องหมอเสือ ยกสำรับอาหารมาให้เดียร์

 

วายุขมวดคิ้วมุ่น “เดียร์ อย่ากินนะ!

 

คำเตือนมาก่อนที่เดียร์จะวางมือลงบนช้อน

 

เดียร์ชะงักไปเล็กน้อย มองหน้าวายุอย่างชั่งใจ

 

สุดท้าย คนตัวเล็กยอมเก็บมือให้เรียบร้อย นั่งนิ่งๆ รอจนกว่าหมอเสือจะเข้ามา

 

“เดียร์เข้ามาทำไม?” วายุถามอย่างโมโห ไม่รู้ทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วย

 

คนตัวเล็กมองซ้ายมองขวา อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้น หันมาคุยกับวายุ “หมอเสือเขาบอกว่าให้เข้ามารอไง ไม่ได้ยินหรือ?” เดียร์กระซิบเบาๆ 

 

“แล้วเดียร์ก็เข้ามาง่ายๆ?”

 

“ทำตามเขาไปก่อนเถอะ เขาบอกว่าเขาจะช่วย”  

 

“เดียร์ ผมขอบอกอีกครั้งว่า ให้เดียร์กลับ ผมชักไม่ไว้ใจที่นี่แล้ว”

 

เดียร์ถอนหายใจแรงๆ “พอฉันจะช่วย นายกลับบอกให้ฉันกลับ นายต้องการอะไรกันแน่ วายุ”

 

“แต่มันต้องไม่ใช่วิธีนี้สิ” วายุชมวดคิ้วมุ่น

 

“วิธีนี้นี่แหละ ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย” เดียร์ว่าจบก็หันไปยกแก้วน้ำที่วางอยู่ข้างสำรับอาหาร  คนตัวเล็กยกแก้วน้ำจ่อริมฝีปาก

 

“อย่าดื่ม เด็ดขาด”

 

เดียร์ไม่สนใจคำเตือนวายุแล้ว คนตัวเล็กกระกดน้ำลงผ่าลำคอไปสามอึก

 

วายุมองอย่างหงุดหงิด

 

ร่างสูงตัดสินใจออกไประงับอารมณ์ที่ด้านนอก

 

ปล่อยให้เดียร์อยู่ในฉากกั้นคนเดียว  “คนอะไร ดื้อชะมัด!” วายุบ่นอย่างหงุดหงิด

 

ร่างสูงออกมายืนพิงเสาบริเวณหน้าบ้านของหมอเสือ

 

มองไปข้างใน เห็นหมอเสือกำลังรดน้ำมนต์ให้หญิงวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง  ใส่ชุดนักเรียนเสียด้วย สงสัยเด็กม.6

 

วายุนั่งพิจารณาพิธีกรรมของหมอเสือ

 

มีหลายอย่างที่หมอเสือทำ

 

ทั้งดูดวง ทำนาย รับสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าวิญญาณ ใบ้หวย

 

วายุดูไปก็ขำไป เหมือนว่าเป็นเรื่องน่าขันเสียเหลือเกิน

 

วายุเกือบปักใจเชื่อแล้วเชียว ถ้าไม่ทันสังเกตเห็นตอนที่หมอผีบอกว่าคุยกับผี

 

วายุมองไปรอบๆ ไม่เห็นมีใครเลย..ไม่มีใครที่เป็นเหมือนเขาเลย

 

วายุเห็นเพียงหมอเสือ….คุยคนเดียว

 

กลุ่มคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น ก้มลงกราบกันแทบไม่ทัน

 

วายุขมวดคิ้วมุ่น ชักไม่ดีแล้ว

 

ตั้งท่าจะเข้าไปบอกเดียร์อีกรอบ ก็ต้องชะงักไป

 

รู้ว่าเตือนเท่าไร เดียร์ก็ไม่ฟัง ถึงบอกไป เดี๋ยวเดียร์ก็หาว่าวายุหลอกอีก

 

วายุไม่ห็นทีท่าว่าหมอเสือจะเข้าไปหาเดียร์ และเดียร์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะออกมา

 

จนใกล้พลบค่ำ กลุ่มคนที่มารอหมอเสือทั้งวัน ทยอยพากันกลับ

 

จนคนสุดท้ายกลับไป

 

วายุหันไปมองนาฬิกา … 1 ทุ่ม

 

วายุเห็นหมอเสือเดินเข้าไปกระซิบกับลูกน้อง

 

ก่อนลูกน้องทุกคนจะแยกย้ายพากันมาปิดประตู หน้าต่างทุกบาน  คงจะปิดตำหนักแล้ว แล้วเดียร์ล่ะ?

 

วายุเห็นหมอเสือถึงเดินเข้าห้องไปห้องหนึ่ง ออกมาพร้อมพานเงินติดมือมาด้วย

 

หมอเสือเดินเข้าไปในฉากกั้นที่เดียร์อยู่

 

วายุกระแทกตัวนั่งลงพื้นแรงๆอย่างหงุดหงิด

 

ทำไมเดียร์ยังรอมันอยู่ได้นะ

 

 ทั้งๆที่มันช่วยเดียร์เป็นคนสุดท้าย

 

วายุนั่งมองลูกน้องชุดขาวของหมอเสือปิดตำหนักจนเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้น ทุกคนถอดชุดขาวออก  เปลี่ยนเป็นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่ละคนเดินเข้าออกห้องโถงกับห้องนอน หายเข้าไปในฉากกั้น ทีละคน

 

ทำไมต้องรีบเปลี่ยนชุด?

 

เปลี่ยนชุดแล้วเข้าไปในฉากกั้นได้ด้วยหรือ?

 

“วายุ!!!

 

เสียงใสๆดังขึ้น วายุลุกพรวดทันที

 

เสียงนั่น! … เสียงของเดียร์!!

 

“ฮึก! วายุ!... ชะ ช่วย….อ๊ะ!” วายุวิ่งพรวดเข้าไปหลังฉากกั้นทันที

 

 

 

# My dear

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาแล้วค่ะ ^_^

มาลงตอนกลางวันบ้าง ฮี่ๆๆๆ

 

ว่าแล้วก็กลับไปเข็นตอนต่อไป …. คึคึคึ

 

 

 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ ^_^  













นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #22 Ice lemon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 19:56
    เดียร์ดื้นโฮกกกเลยอ่ะ แล้วทำไมไม่เอะใจอัไรเลยเนี้ย แค่บอกว่าเป้นหมอผี แต่ดันมองไม่เห้นวายุ ก้พิลึกแล้ว =_=;;
    #22
    0
  2. วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 17:22
    บางครั้งการดื้อและไม่ฟังใครก็ทำให้เราอันตรายได้นะเดียร์ อีกอย่างเราว่ามันก็ไม่เข้าท่าตั้งแต่แรกแล้วด้วย เอาล่ะสิ วายุจะช่วยเดียร์ยังไงล่ะเนี่ย
    #6
    0