My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 8 : Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 พ.ค. 57



Chapter 7



เดียร์ขมวดคิ้วมุ่นกับประโยคของวายุ

 

มือบางยกขึ้น ตั้งใจจะผลักร่างสูงออกไปจากตัว

 

ตอนนั้นเองที่คนตัวเล็กเพิ่งคิดถึงความเป็นจริงได้

 

เดียร์เดินทะลุร่างของวายุ ลงแรงเท้าก้าวออกไป

 

 น่ากลัวว่าเท้าจะบวม

 

วายุได้แต่มองตามร่างเล็กที่เดินออกไป

 

สายตาคมฉายแววไม่พอใจ

 

วายุไม่แน่ใจว่าไม่พอใจการกระทำตัวเอง

 

หรือไม่พอใจท่าทางของคนตัวเล็กกันแน่

 

เดียร์เดินมาทิ้งตัวที่เตียงกว้าง

 

เสียงโทรทัศน์ที่ดังเข้ามา ทำให้เดียร์แน่ใจว่า พู่กันคงอยู่ในห้องนั่งเล่น

 

เดียร์มองไปทางห้องน้ำ พลันนึกหงุดหงิดกับการกระทำและคำพูดของใครบางคน

 

ไม่ชอบการกระทำที่ดูคุกคาม เหมือนที่วายุเพิ่งทำลงไป

 

เดียร์จะเปิดใจหรือไม่เปิดใจ มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับใครคนนั้น

 

มาขอให้ช่วย ก็จะช่วย

 

อย่าทำเป็นอ่านใจเดียร์ได้หน่อยเลย

 

ร่างเล็กกำลังคิดอะไรไม่ตกอยู่คนเดียว พลันสายตาเหลือบไปเห็นวายุ ร่างสูงค่อยๆเดินเข้ามาหาคนตัวเล็ก

 

“เดียร์..” เสียงทุ้มดังแผ่วๆ แต่เดียร์หันหน้าหนีเจ้าของเสียงนั้น

 

วายุไม่ได้ละความพยายาม ร่างสูงตามมานั่งข้างๆคนตัวเล็ก

 

เดียร์ไม่หันไปสนใจ

 

หวังว่าอาการเมิน จะทำให้วายุถอยห่างไปเอง

 

แต่เดียร์คงคาดการณ์ผิดไป

 

“เดียร์ผมต้องทำยังไง เดียร์ถึงจะเชื่อ ผมไม่ได้โกหกเดียร์นะ” วายุยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าใส เห็นเดียร์กัดริมฝีปากล่างตัวเองเสียแน่น

 

ไร้การโต้ตอบจากร่างเล็ก เป็นโอกาสให้วายุได้พูดต่อ

 

“เดียร์ การที่จะรับใครสักคนเข้ามาในชีวิต มันไม่ยากขนาดนั้นนะ เดียร์ลองเปิดใจ เปิดโอกาส โอเคเดียร์อาจจะไม่ได้ต้องการรับผมเข้าไปในชีวิต เพราะผมเป็นวิญญาณที่ไม่รู้จะได้กลับเข้าร่างหรือเปล่า แต่ขอร้องละเดียร์

 

“มันจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว” เสียงใสสวนขึ้นทันที

 

วายุชะงักไป ร่างสูงสงบลง ตั้งใจฟังสิ่งที่เดียร์จะพูด

 

“ถ้าลองมองอีกมุมนะ สมมติว่าฉันช่วยนาย โดยวิธีบ้าๆที่นายบอก ถึงฉันจะตอบตกลงไปว่า โอเค ฉันยอมเป็นแฟนกับนายถ้านายต้องการแค่นั้น มันก็ไม่ยาก นายก็ไม่ต้องบังคับให้ฉันเปิดใจอะไรนั่นด้วย

 

“ถ้าฉันตกลงแต่ปาก แต่ความรู้สึกมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น..

 

“ผมถึงได้บอกให้เดียร์เปิดใจไงครับ”วายุแทรกขึ้นบ้าง

 

เดียร์ถอนหายใจแรงๆ  เผลอสบตาวายุ ทันใดนั้น เหมือนเดียร์เห็นภาพซ้อนของรุ่นน้องที่เดียร์กำลังเป็นห่วง อาโป

 

ป่านนี้อาโปจะเป็นอย่างไรบ้างนะ

 

เดียร์ไม่ได้ต่อบทสนทนา วายุมองคนตรงหน้านิ่งๆ

 

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

 

คนตัวเล็กขบริมฝีปากล่างคล้ายกำลังขบคิดสิ่งใดอยู่

 

“พรุ่งนี้ ฉันจะไปหาร่างของนายที่โรงพยาบาล”

 

วายุเผยจุดยิ้มน้อยๆที่ริมฝีปาก

 

“ฉันจะพาอาโปไปด้วย แต่จะไม่บอกเรื่องหมอผีแน่นอน”

 

เดียร์ว่าจบก็ลุกขึ้น เดินตรงไปยังห้องน้ำ

 

ไม่วาย หันมาหาร่างสูงที่นั่งมองตามอยู่

 

“อย่าเข้ามาตอนจะอาบน้ำอีกเด็ดขาด!

 

ว่าจบก็เตรียมหันหลังหมุนตัวกลับ เสียงทุ้มๆดังตามมาทันที

 

“ตอนจะอาบน้ำเข้าไปไม่ได้ แต่ตอนอาบน้ำอยู่เข้าไปได้ใช่ไหม?”

 

เป็นรูปประโยคที่มีความหมายไม่ค่อยเข้ากับสถานการณ์เลย..

 

เดียร์หันมาตวาด  “ไอ้บ้า!! ไม่ช่วยแม่งแล้ว!

 

“ล้อเล่นน่า วายุลุกขึ้นสาวเท้าเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ

 

“บอกว่าอย่าตามมาไง!

 

 

 

กว่าเดียร์จะเอาตัวรอดได้ก็ปาดเหงื่อไปหลายลิตรอยู่เหมือนกัน

 

หลังอาบน้ำเสร็จ เดียร์นั่งเช็ดผมอยู่ที่เตียง เป็นจังหวะที่ประตูห้องนอนถูกเปิดออก พร้อมร่างของเพื่อนร่วมห้องแทรกตัวเข้ามา

 

“มึงเคลียร์เสร็จแล้วใช่ไหม?”

 

เดียร์ขมวดคิ้วมุ่นกับประโยคของพู่กัน

 

จู่ๆก็ถามมา ไม่มีเกริ่นนำอะไรเลย

 

“เคลียร์อะไรวะ?”

 

“กูรู้นะ ก่อนนะนี้มึงไม่ได้พูดคนเดียวใช่ไหมล่ะ?”

 

พู่กันเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว เตรียมตัวจะอาบน้ำบ้าง

 

เดียร์เห็นท่าทางของเพื่อนแล้วก็ได้แต่ส่งสายตาคาดโทษไปให้ร่างสูง ที่นั่งไขวห้าง เก๊กหล่ออยู่ข้างๆ

 

“กูว่าจะเข้ามาเอาของ แต่กูได้ยินเสียง เหมือนมึงกำลังคุยกับใครอยู่ กูเลยไม่กล้าเข้ามา” พู่กันว่าจบก็หันมามองหน้าเดียร์ “เขายังอยู่ในห้องใช่ไหม?”

 

เดียร์ได้แต่พยักหน้าให้น้อยๆ พู่กันมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวเท่าไร คงเป็นเพราะพู่กันคงชินบ้างแล้ว

 

“เขาให้ช่วยอะไรก็ช่วยไปนะ ได้บุญทั้งคู่นั่นล่ะ” ว่าจบ พู่กันก็เดินเข้าห้องน้ำไป

 

 

 

เดียร์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยอิทธิฤทธิ์ของนาฬิกาปลุกเช่นทุกวัน

 

หลังจากที่วิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ คนตัวเล็กคว้าโทรศัพท์ที่วางไว้ใกล้หมอน หยิบมาโทรออกทันที

 

คนตัวเล็กโทรพลางเดินไปใส่รองเท้า เตรียมตัวไปเรียนในตอนเช้า  เห็นพู่กันวิ่งตามมาใส่รองเท้าข้างๆ

 

“เร็วๆ เดี๋ยวสาย” เสียงหวานใสของพู่กัน ช่วยเร่งความเร็วให้เพื่อน

 

เดียร์พยักหน้าน้อยๆ เหน็บโทรศัพท์ไว้ข้างแก้ม สองมือก้มลงไปพยายามอ้ารองเท้าให้มันเข้าล็อคกับเท้า

 

พู่กันวิ่งไปยืนรอที่หน้าประตู ไม่นานเดียร์ก็วิ่งตามออกมา

 

“สวัสดีครับพี่ล็อค”  เดียร์กรอกเสียงลงไปทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์

 

เดียร์ยังไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพราะเจ้าของร้านไอศกรีมเอาแต่ขอโทษที่รับโทรศัพท์ช้า

 

“ไม่เป็นไรครับพี่ล็อค ไม่เป็นไรครับ”

 

เพียงแค่เดียร์โทรไปหา ล็อคกลับบอกว่าเดี๋ยวจะมารับ มีธุระอะไรค่อยคุยกัน

 

เดียร์ขบริมฝีปากล่างน้อยๆ เห็นพู่กันวิ่งนำหน้าไปรอที่ลิฟต์แล้ว จึงออกวิ่งตามเพื่อนตัวเล็ก เข้าลิฟต์ไป

 

“ไม่เป็นไรครับพี่ล็อค สายแล้ว ผมจะโทรมาลางานเฉยๆครับ”

 

แล้วก็อีกตามเคย ล็อคเอาแต่ถามเดียร์ว่า เป็นอะไร’ ‘ไม่สบายหรือ เดียร์หาจังหวะพูดบ้างไม่ได้เลย จะให้พูดแทรกเจ้านายก็แปลกๆอยู่

 

ยิ่งพอเป็นอย่างนั้น เดียร์ยิ่งไม่กล้าพูดถึงโรงพยาบาลให้ล็อคได้ยินเลย ทั้งๆที่ตัวเองลางานไปโรงพยาบาลแท้ๆ

 

คนตัวเล็กอ้างเหตุผลว่าต้องไปทำธุระ  ดีที่ล็อคไม่เซ้าซี้มาว่าธุระอะไร ที่ไหน ไม่อย่างนั้น เดียร์คงตอบไม่ถูก

 

พู่กันและเดียร์มาถึงห้องเรียนได้ทันเวลาอย่างหวุดหวิด

 

โต้งนั่งแกร่วรออยู่ก่อนแล้ว

 

วันนี้เป็นวันที่มีเรียนตรงกันทั้งสามคน

 

เดียร์แอบคิดไปว่า ป่านนี้พี่ล็อคจะแปะป้ายรับพนักงานเพิ่มหรือยัง

 

“เย็นนี้ กูไปโรงพยาบาลนะ” เดียร์บอกเพื่อนทั้งสองคน ขณะที่อาจารย์พักช่วงระหว่างเรียน

 

ประโยคของเดียร์ เรียกความสนใจจากเพื่อนทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี

 

“มึงเป็นอะไรวะ?”

 

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า? ทำไมไม่บอกกู?”

 

“เดี๋ยวกูไปด้วย”

 

เดียร์ไม่แน่ใจว่าประโยคไหนของโต้ง ประโยคไหนของพู่กัน

 

ทั้งสองคนแย่งกันถามโดยไม่เว้นจังหวะให้เดียร์ตอบเลย

 

เดียร์ลังเลไปครู่หนึ่ง

 

ชั่งใจว่าจะเล่าเรื่องของวายุดีไหม (แน่นอนว่าเดียร์คงไม่เล่าทั้งหมด)

 

“คือจริงๆ..กู….

 

และสุดท้ายเดียร์ก็เล่า

 

ในเวลาอันจำกัด ช่วงที่อาจารย์พักระหว่างสอน

 

เดียร์เล่าตั้งแต่ที่เจอวายุ เล่าเรื่องของอาโปกับวายุ

 

และบอกไปตามความจริง ว่าจะไปหาวายุที่โรงพยาบาล

 

ไปให้เห็นกับตาตัวเอง ว่าวายุมีตัวตนอยู่จริงๆ

 

ไม่ใช่เรื่องโกหกที่เดียร์บอกตัวเองมาตลอด ว่าอาจจะโดน “ผีหลอก”

 

หลังเรียนเสร็จในวิชานั้น เดียร์โทรหาน้องรหัสทันที

 

“อาโป อยู่คณะหรือเปล่า? อยู่ห้องไหน?”

 

เดียร์ถามออกไปทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์

 

เมื่อได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจ เดียร์ก็รุดไปที่ที่น้องอยู่ทันที

 

โต้งกับพู่กันไปรอเรียนวิชาต่อไปด้วยกัน

 

ส่วนเดียร์ไปเรียนคนละวิชากับสองคนนั้น

 

มีเวลามาตามหาน้องรหัส ไม่สนใจว่าจะรบกวนน้องหรือเปล่า

 

ใช้เวลาไม่นาน เดียร์ก็มาถึงเป้าหมาย

 

สวนหน้าตึกคณะ คือที่ที่เดียร์เพิ่งมาถึง

 

คนตัวเล็กกวาดสายตามองหารุ่นน้อง ไม่นานก็เจอ

 

อาโปกำลังนั่งอ่านหนังสือ อยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อน

 

“อาโป” เสียงใสของรุ่นพี่ เอ่ยทักทายรุ่นน้อง อาโปเงยหน้ายิ้มหวานให้รุ่นพี่ทันที  “ไม่มีเรียนหรือ?” เดียร์ถามต่อ

 

“เรียนบ่ายครับ พี่เดียร์ล่ะครับ?”

 

“เดี๋ยวก็ไปเรียนต่อแล้วล่ะ แต่ว่า..พี่อยากคุยกับเราก่อน”

 

อาโปเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย คล้ายตั้งคำถามกับประโยคที่เดียร์เอ่ย

 

“คือเย็นนี้ พี่”เดียร์อ้ำอึ้ง ไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไร

 

ทั้งๆที่คิดว่าถ้าได้คุยเรื่องนี้กับอาโปซึ่งๆหน้า คงจะดีกว่าคุยทางโทรศัพท์ แต่พอเอาเข้าจริง เดียร์เพิ่งรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย

 

“คือ….พี่อยากเจอพี่ชายของอาโป เย็นนี้ อาโปไปกับพี่หน่อยนะ”

 

เดียร์ว่าจบ อาโปนิ่งค้างไปเล็กน้อย

 

เงียบไปพักใหญ่ อาโปถึงได้เอ่ยออกมา

 

“สนใจอะไรพี่ผมหรือเปล่าครับเนี่ย

 

เดียร์เผลอกระแอมน้อยๆ แอบเห็นว่าอาโปมีสายตาหม่นเศร้าอีกแล้ว

 

“ไม่มีอะไรนะ อาโปไปเยี่ยมพี่ชายของเรากัน”

 

เดียร์เอื้อมมือไปกุมมือน้อยๆของรุ่นน้อง “วายุต้องฟื้น เชื่อพี่”

 

สายตาจริงจังถูกส่งไปให้รุ่นน้อง

 

อาโปรู้สึกชื่นชมกับสายตาและการกระทำของรุ่นพี่

 

ถึงแม้ว่า จะรู้สึกแปลกใจในตัวรุ่นพี่ด้วยก็เถอะ

 

เดียร์เหลือบไปมองนาฬิกาบนข้อมือรุ่นน้อง ก็ต้องรีบล่ำลาทันที

 

นัดแนะเวลาและที่หมายกัน เพื่อเจอกันเย็นนี้เรียบร้อย รุ่นพี่ตัวเล็กก็วิ่งเข้าห้องเรียนทันที

 

 

 

วายุนั่งเรียนกับเดียร์ จนถึงตอนเย็น

 

ร่างสูงเฝ้ามองดูการกระทำของเดียร์ตั้งแต่เช้า

 

ไม่ได้รบกวนเดียร์ อย่างที่เดียร์ชอบว่าวายุอยู่บ่อยๆ

 

ยิ่งเห็นว่าเดียร์พยายามเพื่อวายุบ้างแล้ว ร่างสูงยิ่งรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

“อาจารย์เลิกคลาสแล้ว ไปกันเถอะ” วายุเอ่ยเรียกเดียร์ที่เริ่มเหม่อลอย

 

เสียงของวายุเหมือนเข็มจิ้มลูกโป่ง เดียร์สะดุ้งทันที

 

คนตัวเล็กส่งสายตาเคืองๆไปให้วายุเล็กน้อย หันไปรีบเก็บของลงกระเป๋า หยิบโทรศัพท์มือถือมากดดูเวลา พบว่าเกือบถึงเวลาที่นัดอาโปไว้แล้ว

 

อาโปรอเดียร์อยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย

 

รุ่นพี่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา รีบพาน้องขึ้นแท็กซี่ไปยังที่หมายทันที

 

โรงพยาบาลใจกลางเมืองหลวง คือที่หมายที่อาโปพาเดียร์ไป

 

เดียร์เหลือบมองนาฬิกาที่หน้าปัดรถอยู่เรื่อยๆ พบว่ากินเวลาไปเกือบชั่วโมง

 

ในที่สุดก็มาถึงโรงพยาบาลเป้าหมาย

 

อาโปเดินนำเดียร์ไปขึ้นลิฟต์

 

เดียร์รู้สึกว่าตัวเองขึ้นลิฟต์ไปสูงมาก เห็นเลขที่อาโปกดไว้แล้วก็แอบกลั้นหายใจ เผลอคิดไปถึงค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลหรูแบบนี้

 

พอออกจากลิฟต์ได้ อาโปพารุ่นพี่เดินไปยังห้องของพี่ชาย

 

พอเปิดเข้าไปในห้องแล้ว เดียร์แทบไม่กล้าหายใจ

 

ภายในห้องพักของโรงพยาบาลหรู

 

มีร่างของใครคนหนึ่ง นอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล

 

เดียร์ไม่รู้ว่าสายที่โยงไปยังร่างของชายคนนั้นมีสายอะไรบ้าง

 

ไม่รู้ว่าถ้าเดียร์หายใจแรงๆออกไปครั้งหนึ่ง จะทำให้สายเหล่านั้นพันกันหรือเปล่า

 

เดียร์มองออกแค่สายน้ำเกลือ กับท่อออกซิเจน

 

เดียร์เดาว่า คงมีหลอดอาหารอยู่สักเส้นท่ามกลางเส้นสายเหล่านั้น

 

ไม่ไกลจากร่างของชายคนนั้น มีหญิงมีอายุคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟา สายตาของหญิงสูงวัยสบตากับสายตาของเดียร์

 

“พี่เดียร์ นี่ป้าแหม่มครับ” อาโปแนะนำหญิงคนนั้นให้รู้จัก  เดียร์ยกมือไหว้ทักทายอย่างนอบน้อม

 

เดียร์ได้ได้รู้จากปากของป้าแหม่มอีกที ว่าป้าแหม่มเป็นคนดูแลวายุ เป็นพี่เลี้ยงของวายุตั้งแต่เด็กๆ

 

“ป้าแหม่มครับ นี่พี่เดียร์ เป็นพี่รหัสอาโปเอง” อาโปยิ้มหวาน เดินเข้าไปหาป้าแหม่มที่อ้าแขนรอกอด อาโปโถมตัวเข้ากอดป้าแหม่มเต็มรัก

 

อาโปเริ่มพูดคุยกับป้าแหม่ม ไถ่ถามถึงความเป็นอยู่ของทุกคนที่บ้าน ตั้งแต่อาโปต้องออกมาอยู่หอ ก็ยังไม่ได้กลับบ้านเลย

 

เดียร์ได้ยินอาโปพูดว่า “เหมือนพี่วายุตอนนั้นเลย”

 

เดียร์เดินเข้าไปพิจารณาใบหน้าของคนที่นอนหลับใหล

 

โครงหน้าที่เดียร์คุ้นเคย ดวงตาปิดสนิท แผ่นอกของคนที่นอนอยู่กระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ

 

เดียร์เผลอกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่

 

ไม่ผิดแน่ๆ คนที่นอนอยู่ตรงหน้าตอนนี้

 

วายุ

 

พลันเดียร์รู้สึกถึงเสียงทุ้มที่ดังแผ่วๆอยู่ข้างๆ

 

ท่ามกลางสติที่เริ่มหลุดลอย เดียร์จับใจความจากเสียงนั้นได้ว่า “ผมดูแย่มากเลยนะ”

 

เดียร์หันไปมองร่างสูงข้างๆ เทียบกับร่างที่นอนอยู่บนเตียง

 

ช่างแตกต่างกันจริงๆ

 

วายุในร่างวิญญาณ ดูเหมือนคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 

ในขณะที่ร่างที่นอนอยู่บนเตียง ดูซูบผอมลงไปพอสมควร

 

จำได้ว่าวายุเคยเล่าให้ฟังว่าสี่เดือน

 

สี่เดือนแล้วสินะ

 

ที่วายุต้องนอนอยู่บนเตียงแบบนี้

 

ความรู้สึกเป็นห่วงเริ่มไหลเข้ามาท่วมท้นเต็มอก

 

เดียร์ไม่อยากให้วายุเป็นแบบนี้

 

ถ้าเลือกได้ ก็อยากเห็นวายุที่มีร่างกายแข็งแรง เหมือนที่เดียร์เห็นบ่อยๆ ในโหมดวิญญาณ

 

ไม่ใช่คนที่นอนรอวันตายแบบนี้

 

ที่วายุขอร้องให้ช่วย..

 

ที่เดียร์ปฏิเสธมาตลอด….

 

เดียร์ไม่อยากเป็นแบบนั้นอีกแล้ว

 

เดียร์เผลอมองอาโปที่กำลังนั่งคุยกับป้าแหม่มอยู่

 

รู้สึกกระบอกตาร้อนผ่าวขึ้นมาเฉยๆ

 

น้ำใสเริ่มคลอหน่วยตาของคนตัวเล็ก

 

น้ำที่ไหลออกจากดวงตา ค่อยๆไหลลงลู่แนบแก้มใส

 

วายุยืนนิ่ง สายตาคมจ้องมองคนข้างๆไม่วางตา

 

“ร้องไห้ทำไมครับ?”

 

ชั่ววูบหนึ่ง วายุอยากจะยกมือเช็ดน้ำตาจากแก้มใสนั้น

 

ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าคงทำอย่างที่คิดไม่ได้

 

ยิ่งเห็นน้ำใสๆไหลออกจากดวงตาของคนตัวเล็กไม่หยุด

 

วายุยิ่งห้ามใจได้ยากขึ้น

 

ถึงแม้จะรู้ว่าทำไม่ได้ แต่ขอให้ได้ทำอย่างที่คิดเถอะ

 

วายุไม่สามารถยอมรับความจริงนั้นได้อีกแล้ว

 

มือหนาข้างหนึ่ง ค่อยๆยกมือไล้รอยน้ำตาไปจากแก้มใส

 

ความรู้สึกอ่อนนุ่มสัมผัสที่ปลายนิ้ว

 

วายุชะงักไป

 

ร่างสูงก้มมองมือตัวเอง ความรู้สึกอุ่นๆยังติดอยู่ที่ปลายนิ้ว

 

ร่างสูงมองเดียร์ที่เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าตัวเองอย่างลวกๆ

 

เมื่อคนตัวเล็กคิดว่าคงทำความสะอาใบหน้าเรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปหาอาโปกับป้าแหม่ม

 

คนตัวเล็กยิ้มน้อยๆให้ทั้งสองคน ก่อนนั่งลงข้างๆอาโป

 

“วายุจะฟื้นเมื่อไรหรือครับ? หมอได้บอกไหม?”

 

คำถามของเดียร์ ทำให้ทั้งสองคนยิ้มเศ้ราๆมาให้

 

ป้าแหม่มเป็นคนตอบคำถามนั้น

 

“ไม่มีใครให้คำตอบได้เลยค่ะ  ป้าหวังว่าคุณหนูจะฟื้นวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ ป้าได้แต่ภาวนาทุกวัน”

 

คำตอบของป้าแหม่ม ทำให้เดียร์ไม่สบายใจมากขึ้น คนตัวเล็กขมวดคิ้วแน่น ขบริมฝีปากล่างด้วยความเคยชิน

 

คนตัวเล็กคิดไปถึงสารพัดวิธี ที่เคยบอกว่าจะช่วยวายุ

 

เดียร์เห็นวายุไปนั่งข้างๆป้าแหม่ม

 

สายตาคมมองหญิงสูงวัย ด้วยสายตาอ่อนโยน

 

เดียร์มองอาโปที่นั่งก้มหน้านิ่ง

 

ตอนนั้นเองที่เดียร์เริ่มบอกกับตัวเองว่า

 

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร วายุต้องฟื้น!’

 

 

 

 

# My dear

 

 

 

 

มาแล้วค่ะ ^_^

มาดึกๆอีกแล้ว T T ตั้งใจจะมาเช้าๆบ้าง ทำไมนะทำไม >< 

สำหรับตอนนี้ อยากมอบโล่พี่รหัสดีเด่น ให้เดียร์จริงๆ ….

เดียร์เริ่มเหนื่อยละ

บอกแล้ว~ >< ว่าอย่ากลัววายุ

 

ฮี่ๆๆ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ ^_^

 

 

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #21 Ice lemon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 19:43
    4 เดือนนี่นานจิงๆเลย สงสารวายุ กับครอบครัวเขาอ่า เศร้าเลย
    #21
    0
  2. วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 17:48
    เดียร์ ช่วยวายุให้ได้นะ อาโปจะได้เลิกเศร้าซะที
    #5
    0