My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 7 : Chapter 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 พ.ค. 57



Chapter 6



 

 

 

 

ในเวลาเลิกเรียน เป็นช่วงที่การจราจรติดจัดไม่ต่างกับตอนเช้า

 

เดียร์ไม่สละเวลาที่ต้องไปยืนนิ่งๆบนรถที่รอขยับ

 

คนตัวเล็กใช้วิชาบาทวิถีเป็นตัวนำพาไปยังร้านไอศกรีมที่ตั้งอยู่หน้ามหาวิทยาลัย

 

มองผู้คนที่ยืนเบียดเสียดอยู่บนรถโดยสารที่ไม่ขยับ คนตัวเล็กได้แต่ถอนหายใจเบาๆ

 

รถจะติดเฉพาะถนนเส้นที่วิ่งตรง ถ้ามีทางแยก รถก็จะวิ่งได้สะดวกมากขึ้น เพราะต่างคนก็ต่างเป้าหมายกันไป ไม่ได้แออัดกันอยู่บนถนนเส้นเดียว

 

เดียร์เดินมาถึงทางแยก ถ้าข้ามแยกนี้ไปได้ เดินตรงไปอีกนิดหน่อย(ในความรู้สึกของเดียร์)  ก็จะถึงหน้ามหาวิทยาลัย

เดียร์หันซ้ายแลขวาอย่างระมัดระวัง กำลังจะก้าวเท้าลงบนพื้นถนน จู่ๆรถยนต์คันหรูที่เดียร์คุ้นตาก็เข้ามาจอดดักหน้า

เดียร์ยืนนิ่ง มองรถที่จอดนิ่ง ตรงหน้า

 

คนขับรถเลื่อนกระจกฝั่งข้างคนขับลง

 

“ขึ้นมาเร็ว ไปที่ร้านด้วยกัน”

 

เดียร์ส่งยิ้มให้เจ้าของรถ ขบริมฝีปากล่างน้อยๆอย่างลังเล “ไม่เป็นไรครับพี่ล็อค เดี๋ยวผม ยังไม่ทันที่เดียร์จะพูดจบประโยค ก็โดนเจ้าของรถขัดขึ้นซะก่อน “ขัดคำสั่งเจ้านายอีกแล้วนะ”

 

“ขึ้นมาเร็วเข้า ถ้าไปทำงานช้า พี่หักเงินเป็นนาทีนะ” จบคำขู่ของเจ้าของร้านตัวโต เดียร์รีบเปิดประตู มุดเข้าไปนั่งคู่คนขับทันที

 

เดียร์หันมายิ้มแหยๆ ให้เจ้าของรถ ก่อนหันหน้าไปมองมองถนนที่อยู่เบื้องหน้า ถ้าเพียงแต่คนตัวเล็กหันหน้าไปช้ากว่านี้ คงทันเห็นรอยยิ้มมุมปากของเจ้านายตัวโตแน่ๆ

 

“ยิ้มอะไร ยิ้มอารายยย มีหน้าที่ขับรถก็ขับไปสิวะ!” เสียงยานคาง ที่เดียร์คุ้นเคย ดงขึ้นมาจากด้านหลังของรถ

 

ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าเสียงใคร

 

เดียร์ไม่อยากสนใจเสียงนั้น ไม่อยากสนใจประโยคพวกนั้น

 

ล็อคเตรียมออกรถต่อทันที

 

“เดินตลอดเลยนะเรา ไม่เมื่อยหรือ?” เสียงทุ้มของคนขับ ทำให้เดียร์ละความสนใจจากถนนได้บ้าง

 

“ชินแล้วครับ ไม่เมื่อยเลย” คนตัวเล็กเงียบไปสักพัก “ว่าแต่  พี่ล็อคขับรถแบบนี้ทุกวัน ไม่เบื่อหรือครับ?” เสียงใสที่ถามกลับมา ทำเอาล็อคหัวเราะน้อยๆ  ล็อครู้แน่ๆ ว่าเดียร์คงหมายถึงเวลารถติดหนักๆ อย่างตอนนี้

 

“ชินแล้วล่ะ ไม่เบื่อเลย” รูปประโยคคำถามและคำตอบที่คล้ายกัน ทำเอาเจ้านายและลูกน้องอดขำกับคำพูดเหล่านั้นไม่ได้

 

ไม่นานรถยนต์คันหรูก็เข้าจอดในบริเวณหน้าร้าน

 

ล็อครีบลงจากรถทันทีที่รถนิ่งสนิท เดียร์ที่เห็นล็อคกระวีกระวาดลงจากรถก็รีบปลดสายเข็มขัดด้วย แต่ยังไม่ทันที่จะได้จับประตูรถ จู่ๆประตูรถก็เปิดเองเสียก่อน เดียร์แอบคิดไปแล้ว ว่ามันฝีมือ ใครคนนั้นแน่ๆ แต่เสียงทุ้มๆที่เดียร์ได้ยิน เรียกสติเดียร์ได้อีกครั้ง

 

“เชิญครับ” วายุผายมือ ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้ม

 

“เดี๋ยวนี้มีบริการเปิดประตูรถให้ลูกจ้างด้วยนะครับ”เดียร์แซวเจ้านาย อย่างไม่กลัวโดนหักเงินเดือน คนเป็นเจ้านายหัวเราะประโยคนั้นอย่างถูกใจ

 

ในตอนนี้ โต้งมารอเดียร์อยู่ก่อนแล้ว

 

เดียร์เพิ่งเอะใจ ว่าวันนี้โต้งก็มีเรียน แล้วพี่ล็อคก็ดูท่าว่าคงจะมีเรียน แล้วเดียร์ก็ไปเรียน แล้วร้าน?

 

เดียร์คงจะแสดงออกทางสีหน้ามากเกินไป จนโต้งเดินเข้ามาทัก

 

“สงสัยใช่ไหม? เดี๋ยวมาคุยกัน”

 

โต้งว่าจบก็เดินไปส่งไอศกรีมที่โต๊ะลูกค้า

 

เดียร์เดินเข้าไปโยนกระเป๋าไว้ใต้เคาน์เตอร์ เดินเข้าไปดูถ้วยไอศกรีมที่ปกติจะกองกันสูงมาก แต่วันนี้ไม่มีเลย ล็อคที่เดินตามเดียร์มา เข้าประจำตำแหน่งที่แคชเชียร์ทันที

 

โต้งเดินกลับมาพร้อมถาดเปล่า

 

เห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ก็เริ่มเปิดฉากบทสนทนา

 

“ผมว่ารับพนักงานเพิ่มกันเถอะครับพี่ล็อค”

 

โต้งว่าพลางวาดถาดไว้ข้างๆที่เก็บเมนู

 

“พี่ก็ว่าจะถามพวกเราอยู่พอดี”  ล็อคหันมาพูดกับพนักงานในร้าน “อย่างวันนี้ก็เพิ่งเปิดร้านตอนสี่โมงเย็น” อย่างที่ล็อคคาดเดาไว้

 

“ใช่เลยครับพี่ล็อค ผมมาก่อนที่พี่จะมาพร้อมไอ้เดียร์ แป๊บเดียว”

 

“ถ้าพี่จะเปิดร้านทั้งวัน ต้องรับพนักงานที่อยู่เฝ้าร้านได้ตลอด”

 

โต้งเริ่มพูดถึงตารางเรียนของตัวเอง เดียร์เห็นอย่างนั้นก็เริ่มอธิบายบ้าง ล็อคที่ได้ฟังก็เริ่มจะเห็นด้วย จากที่ไม่คิดว่าจะรับพนักงานเพิ่ม

 

ล็อคไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คิดว่า แค่ได้เจอเดียร์ทุกวัน เขาก็มีความสุขแล้ว

 

เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ สุดท้ายล็อคก็ต้องยอมรับพนักงานเพิ่ม

 

แต่มีข้อแม้ว่าต้องอยู่เฝ้าร้านไอศกรีมได้ทั้งวัน

 

รับเพิ่มอีกสองคน คงจะพอเบาแรงเดียร์กับโต้งได้บ้าง

 

 

เมื่อถึงเวลาค่ำ ลูกค้าในร้านเพิ่มมากขึ้น

 

พนักงานทั้งสามคนในร้านวิ่งวุ่นรับ-ส่งลูกค้ากันจ้าละหวั่น

 

ถึงจะลูกค้าจะเยอะขนาดไหน เดียร์ก็ไม่หวั่น ดีตรงที่วิญญาณที่ลอยไปลอยมา ไม่ได้เข้ามากวนแต่อย่างใด

 

วันนี้ดูเรียบร้อยแฮะ

 

เดียร์เห็นวายุตั้งหน้าตั้งตากล่าวคำทักทายและอำลาลูกค้าอยู่ตรงประตู แต่ละคนเดินทะลุวายุไปอย่างไม่สะดุ้งสะเทือน

 

เดียร์มองวิญญาณที่พยายามสื่อสารกับคน แล้วก็ได้แต่แอบขำ

 

เดี๋ยวนี้ รับจ็อบเป็นพนักงานต้อนรับแล้วหรือไง

 

เดียร์เผลอจ้องวายุนานไปหน่อย จึงได้รอยยิ้มหล่อส่งกลับมาให้ทันที เดียร์สะดุ้งเหมือนเด็กที่ทำความผิดแล้วถูกจับได้ คนตัวเล็กรีบเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ทันที

 

ในที่สุดก็ใกล้เวลาปิดร้าน ลูกค้าในร้านเริ่มบางตาลงแล้ว

 

โต้งกับเดียร์ เริ่มทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ เก็บถ้วยแก้วน้ำไปล้าง

 

เดียร์เห็นวายุลอยไปเก็บขยะที่หล่นอยู่ตามพื้น พยายามไม่ให้เป็นที่สังเกต

 

เดียร์ว่าพี่ล็อคคงไม่เห็นหรอก แต่สำหรับโต้งนี่ไม่แน่

 

แอบเห็นสายตาโต้งมองไปทางวายุที่กำลังเก็บขวดน้ำบนพื้น แล้วโต้งก็ตาค้างไปพักใหญ่

 

โต้งไม่ถามอะไรเดียร์ แต่เดียร์มั่นใจว่าโต้งรู้แน่ๆ

 

มันคงกลัวจนไม่กล้าถาม

 

เดียร์มองวายุที่ตั้งใจทำงาน พลันนึกถึงใครอีกคนที่เขาเคยบอกว่าจะช่วย

 

“โต้ง กูจะไม่อ้อมค้อมนะ” เดียร์โพล่งขึ้นมา แค่พูดเฉยๆ ทำไมโต้งต้องสะดุ้งขนาดนั้น

 

“กูรู้ว่ามึงเห็นอะไร ใช่ เขามาด้วย แต่เขาไม่ทำอะไรหรอก สบายใจได้” เดียร์พูดอย่างเดาความคิดโต้งได้ และคงเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะโต้งดูนิ่งไป

 

“กูจะไปหาหมอผี มีหมอผีเก่งๆแนะนำไหม?” เดียร์ว่าต่อทันทีไม่ได้ดูอาการเพื่อนเลย ว่ามันอยู่ในสภาพพร้อมให้คำแนะนำไหม

 

เดียร์ต้องเรียกสติเพื่อนให้กลับเข้าร่าง ไม่ใช่ไม่รู้ว่ามันกลัว แต่จะให้ทำยังไงล่ะ เห็นแล้วจะให้โกหกว่าตาฝาด นั่นยิ่งหลอนไปใหญ่

 

ไม่นาน โต้งก็รวบรวมสติเข้าร่างได้

 

จะว่าชินก็ชิน จะว่าไม่ชินก็ไม่ชิน เอ๊อแล้วมันยังไง?

 

ความรู้สึกแบบที่โต้งเป็น มันโคตรจะอธิบายไม่ถูก

 

ทำไมไอ้เดียร์ มันทำใจยอมรับเรื่องแบบนี้ง่ายจังวะ

 

โต้งต้องให้เดียร์ทวนคำถามอีกรอบ

 

โต้งที่เริ่มตั้งสติได้แล้ว จึงเริ่มต่อบทสนทนาของเพื่อนตัวเล็ก

 

“มึงจะไปหาหมอผีทำไม?”

 

“กูว่า กูต้องพึ่งหมอผีแล้วว่ะ”  จบประโยค โต้งถึงกับเบิกตากว้าง ครางเบาๆด้วยความอึ้ง “ขนาดนั้นเลยหรอวะ?”

 

“มึงมีแนะนำไหม?” เดียร์เดินไปหยิบไม้กวาด ไล่กวาดตามที่ที่วายุเพิ่งเดินเก็บขยะชิ้นใหญ่ไป

 

“จริงๆกูก็พอได้ยินมาบ้างนะ คนในซอยบ้านกูเคยพูดถึงกัน”

 

เดียร์ตาโตด้วยความดีใจ ท่าทางดีใจที่ทำเอาโต้งอยากร้องไห้

 

เขาไม่ว่าอะไรหรอวะ ที่มึงพูดถึงหมอผี?” โต้งกระซิบเบาๆ แต่ไม่พ้นหูวายุที่เริ่มกลับมาประกบข้างเดียร์อีกแล้ว

 

เดียร์เหลือบไปมอง เขาที่โต้งพูดถึง รายนั้นได้แต่ยักคิ้วอย่างท้าทายมาให้

 

“หมอผีก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกเดียร์ ผมบอกแล้วไง แค่เดียร์ตกลงยอมเป็น

 

“หยุด!!” เดียร์ตวาดลั่น หันไปทางวายุที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ

 

โชคร้ายไปหน่อย ที่บังเอิญล็อคเดินเข้ามาซ้อนหลังวายุพอดี

 

“ฮะ? ให้พี่หยุดทำไมหรือ?” ล็อคก้าวเท้าค้าง คนตัวโตกำลังจะเดินเข้าไปหยิบเอกสารหลังเคาน์เตอร์มาคำนวณของ

 

เดียร์ยิ้มแหยๆส่งไปให้เจ้าของร้านทันที

 

“มะไม่ ไม่มีอะไรครับ ผมกำลังเอ่อ” เดียร์หันไปรอบข้าง เห็นโต้งกลั้นขำ เดินไปเช็ดโต๊ะที่อยู่ถัดไป หันมาอีกที เจอวายุยิ้มหล่อไม่ไปไหน คนตัวเล็กพยายามหาคำพูดมาต่อบทสนทนากับเจ้านาย “ผมกำลังบอกตัวเองว่าหยุดกวาดพื้นแล้วไปล้างจานซะ” ว่าจบคนตัวเล็กก็เดินหายเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ทันที ล็อคมองตามอย่างไม่เข้าใจ ขำน้อยๆกับความน่าเอ็นดูของคนตัวเล็ก ก่อนออกไปหามุมของร้าน นั่งคิดบัญชีต่อ

 

“มึงไม่ได้พูดกับกูใช่ไหม?” โต้งเข้ามาแซวเพื่อนทันทีที่ได้โอกาส เดียร์หันมายู่หน้าใส่น้อยๆ ต่อคำเพื่อนไปเบาๆ “กูแทบบ้า”  เดียร์ว่าจบ โต้งหายไปทันทีหลังแซวเพื่อนได้

 

 

เดียร์หันมาตีหน้าบึ้งใส่วิญญาณที่เริ่มวุ่นวายกับเขาอีกแล้ว

 

“เห็นว่าวันนี้ทำตัวดี คิดว่าจะดีได้ทั้งวัน”เดียร์หันมาประชดเข้าให้

 

“นี่มันกลางคืนแล้วนะ ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล” ไม่พูดเปล่า ร่างสูงโน้มตัวกระซิบริมหูเล็ก  คนตัวเล็กก้มหน้าหนีทันที หันไปตีหน้าบึ้งใส่ร่างสูง พยายามไม่สนใจรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าคม เดียร์ก้มหน้าก้มตาล้างถ้วย ล้างแก้วต่อทันที

 

ในที่สุดก็ได้เวลาเลิกงานจริงๆ

 

ล็อคอาสาไปส่งพนักงานในร้านถึงหอของแต่ละคน

 

คนตัวโตตั้งใจไปส่งโต้งก่อน แล้วเลยไปส่งเดียร์

 

เดียร์อดคิดไม่ได้ว่า สวัสดิการร้านนี้ ดีจริงๆ

 

เดียร์เดินเข้าลิฟต์ เป้าหมายคือชั้นสี่

 

“เดียร์จะไปหาหมอผีจริงๆหรอ?”

 

วายุถามคำถามนี้กับเดียร์หลายครั้งแล้ว ตั้งใจโน้มน้าวให้เดียร์เปลี่ยนใจ แต่คำตอบที่วายุได้ทุกครั้งคือ “ก็ไปจริงๆน่ะสิ”

 

ลิฟต์เปิดออก เดียร์มุ่งหน้าไปยังห้องพักของตัวเอง

 

ร่างสูงเดินตามอย่างล่องลอย

 

“หมอผีไม่ได้ช่วยให้ผมกลับเข้าร่างได้หรอกนะ” เสียงวายุฟังดูกระเง้ากระงอด เดียร์อดหันไปมองไม่ได้

 

 “ได้ไม่ได้ก็ต้องลองดู ดีกว่าอยู่เฉยๆ”

 

จบประโยค วายุได้แต่ส่งสายตาเว้าวอนไปให้

 

 “เดียร์ก็ไม่ต้องอยู่เฉยๆสิ เปิดใจสิเดียร์ แค่เดียร์เปิดใจ ผมรู้นะว่าตอนนี้เดียร์ไม่เปิดใจรับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นผม ไอ้ล็อค หรือใครก็ตาม”

 

เดียร์ชะงัก หันไปมองวายุอย่างไม่พอใจ

 

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วยล่ะ?” เดียร์ว่าพลางออกเดินต่อ พอถึงห้องตัวเองก็จับลูกบิดประตู แต่เปิดไม่ออก เดียร์ลองเคาะประตู บางทีพู่กันอาจอยู่ในห้อง แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อพู่กันเดินมาเปิดประตูให้

 

“ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดเลยนะ” เดียร์เอ่ยแซวเพื่อนทันที

 

“ก็มันจริงอย่างที่ไอ้โต้งว่านี่หว่า”

 

พู่กันว่าแค่นั้น ก็กลับไปจมอยู่กับกองหนังสือ

 

“มีรายงานหรือ?” เห็นพู่กันแทบจะกินหนังสือ เดียร์อดถามไม่ได้

 

“ส่งเดือนหน้า”

 

“เร็วจังวะ?”

 

“ใช่ไหม?”

 

พู่กันว่าพลางทำหน้าเซ็งๆ มีแอบนินทาอาจารย์ให้ฟังอีกแน่ะ

 

เป็นอันรู้กันว่าถ้าอาจารย์บอกในเอาท์ไลน์ว่ามีรายงาน

 

นั่นคือนักศึกษาต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันแรกที่เรียน

 

เดียร์เดินเข้าไปในห้องนอน หยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำ เผลอคิดไปถึงรายงานของตัวเองที่ต้องทำในภาคการศึกษานี้

 

“เรายังคุยกันไม่จบเลยนะเดียร์”

 

“เฮ้ย!

 

คนตัวเล็กอุทานลั่น มือบางค้างอยู่ที่กระดุมเสื้อเม็ดที่สอง

 

วายุลอยเข้ามานั่งบนอ่างล้างหน้า สายตาคมจงใจโลมเลียแผ่นอกขาวเนียนที่โผล่พ้นกระดุมเสื้อ

 

เดียร์มองตามสายตาวายุแล้วรีบติดกระดุมเสื้อคืน

 

“จะเข้ามาทำไม! จะอาบน้ำ”

 

“ก็เรายังคุยกันไม่จบ” วายุว่าพลางเดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก

 

เดียร์เผลอถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณ

 

ร่างสูงเข้าใกล้คนตัวเล็กมากขึ้น แม้รู้ว่าไม่สามารถสัมผัสผิวขาวเนียนของคนตรงหน้าได้ วายุก็อยากเข้าไปใกล้ๆ พิศชมใบหน้าเนียนใสนี้

 

เดียร์ถอยหลังจนแผ่นหลังเล็กสัมผัสผนังห้องน้ำ วายุเห็นอย่างนั้นก็ยังไม่หยุดเข้าใกล้คนตัวเล็ก ท่อนแขนหนายกแนบผนังห้องน้ำ คร่อมคนตัวเล็กไว้ เดียร์อยู่ตรงกลางระหว่างท่อนแขนคู่นั้น เดียร์เพิ่งรู้วันนี้นี่เอง ว่าตัวเองสูงแค่ไหล่ของวายุเท่านั้น

 

แม้คนตัวเล็กจะรู้ว่าไม่สามารถสัมผัสกันได้จริงๆ แต่ในเวลาแบบนี้ เดียร์ไม่สามารถคิดถึงความจริงเรื่องนั้นได้

 

แค่เดียร์ก้าวเท้าวิ่งออกไป ก็ทะลุร่างสูงของวายุออกไปได้แล้ว แต่อาการไร้เรี่ยวแรงที่เข้าสิงร่างกายเดียร์กะทันหัน ทำเอาเดียร์วิ่งไม่ออก

 

ดวงตากลมใสสบตากับควงตาคม

 

ร่างสูงพิศชมแก้มเนียนใสทั้งสองข้าง จ้องมองริมฝีปากเล็กที่เม้มเข้าหากันจนแนบสนิท คล้ายกำลังกลัวสิ่งใดอยู่  วายุอยากจะแนบริมฝีปากลงไป ถ้าหากว่ามันจะสัมผัสได้บ้าง

 

ร่างสูงลองก้มหน้าใบใกล้แก้มใส หวังว่าจมูกจะเฉียดแก้มใสๆนั้น แต่ไม่มีเลย วายุไม่รู้สึกถึงความอ่อนนุ่มใดๆเลย นอกจากผนังห้องน้ำ

 

ให้มันได้อย่างนี้สิ! ถ้าเดียร์เป็นคนรักของเขาจริง อย่างที่กามเทพนั่นพูด เขาก็น่าจะแตะต้องเดียร์ได้บ้างสิเว้ย!

 

วายุผละออกมาจากแก้มขาวเนียน อย่างหงุดหงิด

 

ถึงจะไม่สัมผัสโดนตัว แต่การกระทำของวายุที่เดียร์เห็น พาลทำเอาคนตัวเล็กอึ้งไปไม่น้อย

 

“นะนาย ทำอะไร!

 

ประโยคนั้น ทำให้วายุคลายความหงุดหงิดได้บ้าง

 

รอยยิ้มมุมปากปรากฏบนใบหน้าคม

 

“เปิดใจเดียร์ไงครับ”

 

 

 

 

 

# My dear

 

 

 

มาแล้วค่ะ ^^

 

ฮี่ๆๆ ไม่รู้ว่าคนอ่านอยู่ไหมหนอ

อย่ากลัววายุนะคะ ><

คนอ่านคะ~ ได้โปรดอยู่กับแอมก๊อนนน >< *เกาะขาคนอ่านไว้แน่นๆ*

 

 

 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ ^_^

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #20 Ice lemon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 19:18
    เดียร์เปิดสักทีเทอะะะะน้าาา แต่ต้องเปิดให้วายุคนเดียวนะ =_=;;

    มีผิด นิดหน่อยนะ ตรง "ร่างสูงลองก้มหน้าใบใกล้แก้มใส" ง
    #20
    0