My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 6 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 พ.ค. 57



Chapter 5






ในที่สุด คืนนั้นโต้งก็นอนอยู่ที่ห้องของเดียร์จริงๆ

 

กว่าโต้งกับพู่กันจะคุยกันรู้เรื่องก็ปาไปดึกดื่น

 

และด้วยความใจดีของพู่กัน จึงมอบโซฟากลางห้องเป็นที่นอนของโต้งไปเสียเลย

 

เดียร์อาศัยช่วงที่อาโปไปอาบน้ำ เล่าเรื่องราวของน้อง ให้โต้งกับพู่กันฟังคร่าวๆ ทั้งสองคนก็อดเห็นใจรุ่นน้องน่ารักคนนี้ไม่ได้

 

แน่นอนว่าเดียร์ไม่ได้เล่าเรื่องที่ จะทำยังไงให้พี่ชายของอาโปฟื้นได้

 

เดียร์จัดชุดของตัวเองไว้ให้อาโปหนึ่งชุด โชคดีที่รูปร่างของอาโปไม่ได้ใหญ่โตนัก เดียร์เหลือบมองพี่ชายของอาโปแล้วเทียบกับรูปร่างของอาโป

 

 เป็นพี่น้องกันแท้ๆ ก็ไม่น่าจะรูปร่างต่างกันได้ขนาดนี้

 

เสียงน้ำในห้องน้ำเบาลงจนเงียบไป ไม่นาน อาโปก็ออกจากห้องน้ำในชุดที่เดียร์เตรียมไว้ให้

 

รุ่นน้องตัวเล็กเดินไปที่ระเบียงห้อง ตากผ้าขนหนูที่ยืมพี่เดียร์มา

 

แล้วจึงเดินกลับมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ใกล้ๆเดียร์ ที่กำลังคุยเรื่องจริงจังกับเพื่อนๆอยู่

 

เดียร์เห็นรุ่นน้องแอบหาว ตาปรือ แต่ยังพยายามนั่งอยู่

 

รุ่นพี่ตัวเล็กกลั้นขำน้อยๆอย่างเอ็นดู พลางเอ่ยบอกให้อาโปไปนอนก่อน ดูท่าแล้ว อาโปคงจะเกรงใจ ไม่กล้านอนก่อนแน่ๆ

 

เมื่ออาโปเอาแต่บอกว่าไม่เป็นไร และเดียร์ก็ไม่อยากฝืนให้น้องมานั่งตาค้างแบบนี้ คนตัวเล็กเลยไล่เพื่อนตัวเองไปนอนด้วยกันเสียตอนนั้นเลย น้องจะได้ไม่ต้องเกรงใจ

 

อาโปที่ได้รับคำสั่งจากรุ่นพี่ว่าให้เข้านอนได้แล้ว จึงเดินโงนเงนมาที่โซฟากลางห้อง ตั้งท่าจะนอนลงไป มือเล็กๆของรุ่นพี่คนหนึ่งก็ฉุดไว้ก่อน

 

อาโปหันไปมองทันที พี่พู่กัน

 

“อาโปนอนในห้องกับพี่ๆ โซฟานี่ให้ไอ้โต้งมันนอนไป”

 

พู่กันยิ้มหวานให้รุ่นน้อง แต่อาโปก็คืออาโป รุ่นน้องตัวเล็กยังตั้งตาตั้งตาปฏิเสธเสียยกใหญ่ “ไม่เป็นไรครับพี่พู่กัน ผมนอนตรงนี้ได้ ผมเกรงใจ”

 

จบประโยคของรุ่นน้อง พู่กันยู่หน้าน้อยๆ กิริยาที่โต้งแปลความหมายได้ว่า แกล้งงอน

 

“อาโปรังเกียจพี่หรือ? พี่งอนแล้วนะ”

 

“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่” อาโปรีบปฎิเสธพัลวัน

 

“งั้นก็ไปนอนกับพี่ สบายกว่านอนโซฟาเยอะ ไปเร็ว ตาจะปิดอยู่แล้วน่ะเรา” พู่กันว่าพลางจูงมือรุ่นน้องกลับเข้าไปในห้องนอน

 

อาโปที่ความง่วงเข้าครอบงำ ได้แต่เดินตามรุ่นพี่ไปอย่างล่องลอย

 

เดียร์กำลังเตรียมตัวจะไปอาบน้ำ ตอนที่พู่กันจูงมืออาโปเข้าห้องมาพอดี

 

“นอนบนเตียงเลย เตียงกว้างมาก พี่นอนกับพู่กันยังกลิ้งได้ตั้งคนละเกือบสามรอบ” เดียร์ว่าพลางคาดผมไปด้วย

 

อาโปที่เดินล่องลอยเข้ามา พอได้ยินอย่างนั้นก็ล้มตึงลงไปบนเตียงทันที เดียร์กับพู่กันได้แต่แอบขำน้อยๆกับความน่ารักของอาโป

 

เตียงในห้องเดียร์ มันกว้างมาก ขนาดมีอาโปนอนด้วย ยังเหลือมีที่ให้กลิ้งได้อีก ไม่รู้ว่าเตียงกว้างมาก หรือผู้หลับนอนทั้งสามคน ตัวเล็กมากกันแน่

 

พู่กันกับเดียร์นอนริม อาโปนอนอยู่ตรงกลาง หนุนหมอนสำรองที่เดียร์หยิบมาให้อาโป จากห้องนั่งเล่น

 

ความสว่างจ้าในห้องนอนหายไป ความมืดเข้าครอบคลุมห้องนอนทันที

 

เดียร์กำลังเคลิ้ม ใกล้จะเข้าสู่นิทราแล้ว ถ้าไม่มีเสียงทุ้มๆ ดังอยู่ข้างหู เดียร์ปัดมือไล่เสียงหึ่งๆนั้นอย่างรำคาญ

 

“เดียร์สัญญาแล้วนะ ว่าจะช่วยผมน่ะ” เสียงคนพูด ฟังดูคล้ายกระเง้ากระงอด  เดียร์ขมวดคิ้วน้อยๆ ปรือตามอง อะไรบางอย่างที่กำลังเจื้อยแจ้วอยู่อย่างหงุดหงิด

 

คนจะนอน ยังมากวนกันอยู่ได้

 

คนตัวเล็กปรับสายตาให้ชินกับความมืด ชำเลืองมองพู่กันกับอาโป ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ ทั้งสองคนคงหลับไปแล้ว

 

แต่ก็ไม่แน่ใจว่าหลับจริงๆกันหรือเปล่า

 

ข้างนอกก็มีไอ้โต้งนอนอยู่

 

เพื่อความปลอดภัย เรื่องเสียงพูดคุย เดียร์จึงควานหาโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหมอน คนตัวเล็กชันตัวลุกนั่ง ก้มหน้ากดโทรศัพท์ในมือ วายุนิ่งมองเดียร์อยู่เงียบๆ

 

ไม่นาน เดียร์ก็ยื่นโทรศัพท์ที่มีข้อความอยู่บนหน้าจอ ให้วายุอ่าน

 

อะไรของนาย คนจะนอน!’

 

“เดียร์บอกก่อนสิว่าสัญญาแล้ว ว่าจะช่วยผม”

 

เดียร์ถอนหายใจแรงๆ ก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์แรงๆด้วย

 

ไม่ได้สัญญา แต่จะพยายาม ไม่ได้เชื่อเท่าไหร่นะว่าที่นายเคยเล่า มันเป็นเรื่องจริง จะลองปรึกษาหมอเก่งๆดู ถ้าหมอโรงพยาบาลไม่ได้ผล ก็จะลองไปหาหมอผี หมอดู  ดูซิว่าจะเป็นยังไง

 

พอวายุอ่านจบเท่านั้นแหละ เจ้าตัวก็ร้องลั่นทันที

 

“จริงๆนะเดียร์ ผมจะโกหกเดียร์ทำไม เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ”

วายุยู่หน้า ขมวดคิ้วเครียด

 

เดียร์ที่ได้ฟังอย่างนั้นก็ก้มหน้าไปจิ้มข้อความบนโทรศัพท์ต่อทันที

 

ก็ไม่ได้ล้อเล่น! นั่นมันเรื่องความรู้สึกเลยนะ อย่าเอาความรู้สึกมาล้อเล่น เรารู้จักกันนานแค่ไหน พอเจอหน้าปุ๊บ มีอย่างที่ไหน มาขอเป็นแฟน แล้วที่สำคัญมาก มากๆที่สุดเลยนะ ฉันเป็นผู้ชาย!!! เข้าใจไหม! เรื่องที่นายเคยเล่า มันโคตรจะไร้สาระ!’

 

วายุอ่านตามที่เดียร์พิมพ์ข้อความไปเรื่อยๆ พอเดียร์พิมพ์เสร็จ วายุก็ร้องขึ้นอีก

 

“โอเคๆ ผมรู้ว่าเดียร์เป็นผู้ชาย เพราะผมก็เป็นผู้ชาย โอเคไหมครับ? แล้วทีนี้ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน เพราะยังไงผมก็จะทำให้เดียร์รักผมให้ได้อยู่ดี”

 

เดียร์ขมวดคิ้วแน่น ตั้งหน้าตั้งตาจิ้มข้อความในโทรศัพท์ต่อด้วยแรงกดโทรศัพท์ที่แรงขึ้น ไม่รอฟังวายุพูดให้จบประโยค วายุก็ไม่ได้สนใจกิริยาของเดียร์เท่าไรนัก ร่างสูงยังคงพูดต่อไป

 

“ถ้าเดียร์มีคนรัก เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ผม คิดดูนะ เดียร์ก็จะไม่มีแฟน ถึงเดียร์จะแต่งงาน มีลูก ผมก็จะตามเดียร์ไปอย่างนี้เรื่อยๆ เพราะผมกลับเข้าร่างไม่ได้ และเดียร์เป็นคนเดียวที่รู้ว่าจะช่วยผมยังไง

ผมอาจจะเป็นเจ้าชายนิทราไปจนหมดอายุขัย ไม่รู้ว่าครอบครัวของผมจะเศร้าขนาดไหน

 

เดียร์พยายามปล่อยให้คำพูดของวายุเข้าหูซ้ายทะลุขวา แต่ความพยายามก็ไม่ได้เป็นผลนัก เมื่อเดียร์เข้าใจที่วายุพูด ทุกประโยค

 

เดียร์ที่ก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความ ยื่นโทรศัพท์ให้วายุอีกครั้ง

 

บอกกี่ครั้งแล้วว่าอาจจะไม่ใช่ฉันก็ได้! นายไปขอความช่วยเหลือคนอื่นสิ! คนอื่นที่เป็นผู้หญิงน่ารักๆ สวยๆ ที่พร้อมจะช่วยนายทุกอย่าง เท่าที่ฉันทำได้ คือจะลองไปหาหมอผี โอเคไหม!’

 

วายุยู่หน้าใส่คนตัวเล็กทันที

 

“ไม่โอเค!  ผมปล่อยเดียร์ไม่ได้หรอก! ถึงตอนแรกผมจะไม่ค่อยเชื่อก็เถอะนะ แต่พอผมเจอเดียร์แล้วยังไงผมก็ปล่อยเดียร์ไปไม่ได้จริงๆ” เสียงวายุทอดอ่อนโยนลง เดียร์ที่เอาแต่ก้มหน้ากดโทรศัพท์จึงไม่ทันเห็นสายตาอ่อนโยนที่มองมา

 

นายมันโคตรไร้สาระเลย!!! พอ! หยุดพูดเรื่องนี้!! จะนอน!!!’

 

วายุอมยิ้มเล็กๆ ไล่อ่านข้อความที่เดียร์พิมพ์ไปเรื่อยๆจบจนบ

 

คนตัวเล็ก โยนโทรศัพท์ไปข้างหมอน ก่อนล้มตัวลงนอน

 

ความหงุดหงิดยังคงวุ่นวายอยู่ในใจ

 

เดียร์เอาแต่ก่นด่าต้นเหตุที่ชวนทะเลาะกลางดึกแบบนี้

 

เดียร์เห็นวายุยังยืนอยู่ที่เดิม คนตัวเล็กเลยหันหลังให้ร่างสูง

 

วายุเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆกับความน่ารักของคนตัวเล็ก

 

ขายาวๆก้าวเข้าใกล้ขอบเตียงมากขึ้น ทิ้งตัวลงนั่งตรงที่ว่างของเตียง แขนข้างหนึ่งยันพื้นที่ข้างหมอนไว้ ใบหน้าคมโน้มลงไปข้างแก้มใสของคนตัวเล็ก กระซิบถ้อยคำราตรีสวัสดิ์

 

“ฝันดีนะครับ

 

แม้ว่าเดียร์กับวายุจะไม่สามารถสัมผัสร่างกายกันได้

 

แต่เสียงที่ดังใกล้เกินไป ทำให้เดียร์ผงะหนีทันที

 

เดียร์ไม่หันไปมองตัวต้นเหตุ

 

คนตัวเล็กดึงผ้าห่มคลุมโปง หนีวิญญาณด้านหลังทันที

 

 

 

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

 

วันนี้นาฬิกาปลุกที่เดียร์ตั้งไว้ ทำงานได้มีประสิทธิภาพดีมาก

 

ทันทีที่เสียงนาฬิกาดังขึ้น เดียร์ก็กดปิดมันทันที

 

เจ้าของนาฬิกาเด้งตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง

 

การพยายามลืมตา มันทำได้ยากเหลือเกิน ในเวลาเช้าๆแบบนี้

 

เดียร์สะลึมสะลือเข้าห้องน้ำด้วยความเคยชิน

 

ตอนเดียร์ตื่นขึ้นมา ไม่เห็นทั้งพู่กันและอาโปในห้องนอนแล้ว  พู่กันคงลงไปซื้อของกิน เดาว่าอาโปคงออกไปนั่งเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่น ไม่รู้ป่านนี้ไอ้โต้งกลับไปหรือยัง

 

ทันทีที่ร่างกายโดนน้ำ เดียร์ตื่นขึ้นได้เต็มตาทันที สติเข้าร่างสมบูรณ์

 

วันนี้เดียร์ใส่ชุดไพรเวทไปเรียน แต่งตัวเสร็จก็เดินออกจากห้องนอน มาที่มุมหนังสือ

 

หยิบของที่ต้องใช้เรียนยัดลงไปในกระเป๋าสะพาย

 

“แล้วก็ไม่จัดกระเป๋าไว้ตั้งแต่เมื่อคืน” เสียงทุ้มๆลอยเข้าหูเดียร์

 

คนตัวเล็กเข้าใจว่านั่นคือเสียงของเพื่อนสนิท

 

แน่ล่ะ เสียงแบบนี้คงไม่ใช่เสียงของอาโปหรือพู่กันแน่

 

โดยไม่ทันตั้งตัว เดียร์เลยโพล่งตอบคำไปทันที

 

“ก็มันลืมนี่หว่า”

 

เสียงของเดียร์ไม่ได้เบานัก

 

โต้งที่กำลังเดินไปเดินมาในห้องถึงกับหันมามองเดียร์ ด้วยความงุนงง “มึงว่าอะไรนะ?” 

 

เดียร์หันขวับไปมองคนพูดทันที สวนคำถามกลับไป“อะไร?”

 

“เมื่อกี๊มึงพูดว่าอะไรหรือเปล่า มึงพูดกับกูไหม? หรือมึงพูดคนเดียว?” โต้งหยุดไปนิด เหมือนเพิ่งคิดอะไรได้ “หรือมึงคุยกับใครอยู่?”

 

โต้งมองไปรอบๆห้อง คล้ายระแวง

 

ตอนนั้นเอง เดียร์เพิ่งเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

 

พอเดียร์มองรอบตัวเองบ้าง ในสายตาเดียร์ปรากฎร่างบางใสของวายุยืนอยู่ไม่ไกลนัก ร่างสูงส่งยิ้มน้อยๆมาให้คนตัวเล็ก

 

“เออ กูพูดกับทุกคนนั่นแหละ” เดียร์บอกปัด แต่โต้งยังตะโกนตามมา ก่อนหายเข้าห้องน้ำไป

 

“มึงใช้คำว่า ทุกคนหรอ ไอ้เดียร์!

 

โต้งกับพู่กันเริ่มชินแล้ว กับเรื่องพฤติกรรมแปลกๆของเดียร์

 

ถ้าอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ จะพูดคุยกับ เอ่อ..สิ่งลึกลับบ้าง ก็ไม่แปลกเท่าไรหรอก แต่ในพื้นที่สาธารณะนี่สิแม้ว่าโต้งกับพู่กันจะคอยพยายามเตือนสติเดียร์แล้ว แต่เดียร์ก็ยังหลุดเสียงตอบโต้อยู่หลายครั้ง โต้งกับพู่กันน่ะไม่เท่าไร แต่คนอื่นที่มองมานี่สิ

 

“พี่เดียร์ ผมกำลังรอพี่ตื่นพอดีเลย” เสียงหวานใสของอาโปดังใกล้เข้ามา ไม่นาน ภาพของรุ่นน้องตัวเล็กก็ปรากฏในสายตา

 

เดียร์เงยหน้าจากกองหนังสือที่จับยัดลงกระเป๋าอยู่

 

อาโปในชุดนักศึกษา เดินมานั่งข้างกัน

 

“เมื่อคืน นอนหลับไหม?” เดียร์ถามพลางรื้อหาหนังสือไปพลาง

 

อาโปพยักหน้ารับ หน้าตาสดชื่น

 

เห็นอาโปร่าเริงแบบนี้ พาลทำให้นึกถึงเรื่องที่ต่อปากต่อคำกับวายุเมือคืน

 

“ผมมีเรียนตอนเช้าเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าพี่เดียร์มีเรียนตอนไหน เลยรอพี่เดียร์ตื่น แล้วว่าจะออกไปเรียนเลย”

 

“ไปพร้อมกันกับพี่เลย ไปเร็วเดี๋ยวสาย” ว่าจบรุ่นพี่ตัวเล็กก็ฉุดรุ่นน้องที่ตัวเล็กพอๆกันให้ลุกขึ้น

 

“ไม่กินข้าวเช้าหรือไง?” เสียงของวายุลอยเข้าหูเดียร์อีกครั้ง เดียร์ส่ายหัวให้น้อยๆ ท่าทางส่ายหัวของเดียร์ ไม่ได้เป็นที่สะดุดตาอาโปเท่าไรนัก

 

วายุเดินตามเดียร์ที่วิ่งไปสวมรองเท้าหน้าห้อง

 

“แล้วอาโปล่ะ จะไม่ให้กินอะไรเลยรึไง”

 

“เรื่องนั้นคิดไว้แล้วน่า” เดียร์เผลอต่อคำวายุไปจนได้

 

อาโปสบตาเดียร์ เครื่องหมายคำถามปรากฏอยู่บนใบหน้าใสของรุ่นน้องตัวเล็ก

 

“อ่าเดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรกินข้างล่างนะ”

 

ไม่รอให้เวลาเดินเร็วไปกว่านี้ เดียร์ออกเดินนำทันที อาโปคอยเดินตามอยู่ติดๆ

 

วายุมองมือบางของเดียร์ที่กุมมืออาโปไว้แน่น พลันรอยยิ้มหล่อประดับอยู่บนใบหน้าคมสันทันที

 

เดียร์พาอาโปแวะร้านข้าวแกงที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัย

 

อาโปบอกว่าแค่นมหนึ่งกล่องก็โอเคแล้ว

 

แต่ด้วยความเป็นห่วงน้อง เดียร์ต้องคะยั้นคะยอให้อาโปกินข้าวเช้าให้ได้ โดยบอกว่าจะนั่งเป็นเพื่อน จนเจออาโปย้อนกลับแบบอายๆว่า“ทำไมพี่เดียร์ไม่กินข้าวเช้าล่ะ”  เท่านั้นล่ะ เดียร์ก็เลยยอมไปนั่งกินข้าวกับอาโปจนได้

 

“พี่ไม่ค่อยชอบกินข้าวเช้าเลย” เดียร์ว่าพลางเคี้ยวเม็ดข้าวช้าๆ

 

เดียร์ชำเลืองมองจานข้าวตัวเองเทียบกับอาโปแล้ว ปริมาณข้าวในจานน้องดูเหมือนจะหมดเร็วกว่าของเขามาก

 

“ทำไมหรอครับ? มันมีประโยชน์มากเลยนะ”

 

“ปกติพี่ไม่กินข้าวเช้า ทุกครั้งพี่กินควบข้าวเที่ยงไปเลย”  เดียร์ว่าจบ อาโปก็ร้องอุทานขึ้นมาเบาๆ

 

“เมื่อก่อนผมก็เป็นเหมือนพี่เดียร์  ถ้าพี่อยู่กับพี่วายุนะ พี่ต้องโดนพี่วายุดุแน่ๆ เพราะผมโดนดุมาแล้ว”

 

เดียร์เหลือบมองวายุที่ตามมานั่งข้างๆกันตั้งแต่มาถึง สีหน้าภูมิใจแบบนั้น มันชวนหงุดหงิดจริงๆ

 

เดียร์รวบช้อนส้อมเตรียมเก็บจานทันที

 

“อ้าว พี่เดียร์ อิ่มแล้วหรอ?”

 

เดียร์ได้แต่ส่งยิ้มแหยๆให้รุ่นน้อง “พี่กลืนไม่ค่อยลง”

 

หลังจากนั้น เดียร์กับอาโปก็รีบเดินทางไปตามหาห้องเรียนในคาบแรก

 

เดียร์แยกทางกับอาโปตรงตึกคณะโบราณคดี เพราะคาบแรกนี้ เดียร์ลงข้ามคณะไว้ ทำให้ต้องไปเรียนอีกคณะหนึ่ง ส่วนอาโปที่เป็นนักศึกษาปีหนึ่ง ยังถูกบังคับให้เรียนวิชาในคณะอยู่ ยังเรียนข้ามคณะไม่ได้

 

เดียร์ตรงไปห้องเรียนที่ลงเรียนวิชาภาษาเกาหลีไว้ เดียร์กะว่าเรียนไว้เป็นความรู้ก็ไม่เสียหาย

เลยลองลงเรียนดู  เผื่อถ้ามีสกิลภาษาเกาหลีแล้ว สาวๆอาจจะมาตามกรี๊ดเขาบ้างอะไรบ้าง คึคึ

 

เดียร์เปิดประตูเข้าไปในห้องเรียนภาษาเกาหลี

 

ความคิดแรกที่แว้บเข้ามาในหัวเดียร์คือ ทำไมมีแต่ผู้หญิง

 

เดียร์เข้าไปจับจองที่นั่ง รออาจารย์เข้าสอน

 

ตัดสินใจเลือกที่นั่งริมสุดที่ว่างอยู่

 

แอบชำเลืองมองไปรอบห้องอีกที ก็พบเพียงเพศหญิง

 

แต่ถ้าคิดอีกที เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

 

นั่งเรียนท่ามกลางหญิงสาวรายล้อม สวรรค์ชัดๆเลยเดียร์เอ๊ย

 

และก็เป็นอย่างที่เดียร์คิดจริงๆ เมื่อทั้งห้องไม่มีผู้ชายเข้ามาเรียนอีกเลย เดียร์แอบชำเลืองมองอุปกรณ์การเรียนของหญิงสาวโต๊ะข้างๆ

 

กระเป๋า เต็มไปด้วยพวงกุญแจรูปหน้าศิลปิน เดียร์เดาว่าคงเป็นศิลปินเกาหลี เซทเครื่องเขียนมีตัวอักษร S กับ J อยู่บนเครื่องเขียนทุกชิ้น

 

ถึงเดียร์จะไม่ค่อยสนใจศิลปินเกาหลี แต่ก็พอจะรู้อยู่บ้างว่า SJ ที่ว่าคืออะไร

 

เดียร์แอบมองไปด้านหน้า โต๊ะในแถวหน้า จัดอุปกรณ์มาอย่างดี

 

หญิงสาวแต่ละคน พกเครื่องสำอางมาคุยโวกัน ประหนึ่งตัวเองเป็นพรีเซนเตอร์สินค้า

 

เดียร์พยายามจ้องครีม ที่แต่ละคนเอามาอวดกัน

 

ตัวอักษร กลมๆเหลี่ยมๆแบบนั้น มันคือภาษาเกาหลีสินะ

 

“ผมว่า เดียร์ไม่ต้องใช้ครีมอะไร ก็น่ารักกว่าผู้หญิงที่นั่งแถวหน้าตั้งเยอะ”

 

เดียร์สะดุ้งน้อยๆ เมื่อเสียงที่ว่ามันมาจากด้านข้างของโต๊ะ

 

วายุนั่งชันเข่ากับพื้น แขนหนาสองข้างวางพาดไปกับโต๊ะ เกยคางลงบนโต๊ะเหมือนเด็กๆ

 

เดียร์ขมวดคิ้ว ขบริมฝีปากล่างน้อยๆ รู้สึกโมโหตัวเองนิดหนึ่งที่โวยวายออกไปตรงๆไม่ได้

 

มีอย่างที่ไหนมาบอกว่าเขาน่ารักกว่าผู้หญิง!

 

เอ็งบ้าไปแล้ว วายุ

 

ไม่นาน อาจารย์สาวก็เดินเข้ามาในห้องเรียน

 

หญิงสาวทุกคนในห้องเก็บสินค้าที่เอาออกมาโชว์ลงกระเป๋าทันที

 

เดียร์ตั้งหน้าตั้งตาฟังที่อาจารย์พูด

 

เนื่องจากเพิ่งเริ่มเรียนครั้งแรก  อาจารย์จึงสอนใช้คำพูด ประโยคพื้นฐานง่ายๆก่อน

 

ตั้งแต่คำทักทาย การแนะนำตัว

 

แต่ดูเหมือนอาจารย์จะใจร้อนไปนิด เมื่ออาจารย์มอบแบบฝึกหัดวัดพื้นฐานคร่าวๆมาทันที

 

อาจารย์ยังอยากเห็นความสามารถ โดยให้ออกไปเขียนที่หน้าห้องด้วย

 

อาจารย์ให้แต่ละแถวที่นั่ง ส่งตัวแทนออกไปเขียนหน้าห้อง

 

เดียร์ที่สบโอกาส ก็วางมาดเป็นฮีโร่ทันที ขันอาสาบอกสาวๆว่าเดี๋ยวตัวเองจะออกไปเขียนเอง

 

โจทย์ที่เดียร์ได้รับคือ “ผมยังไม่มีแฟน”

 

หลังจากที่ได้สาวๆช่วยจัดเรียงรูปประโยคให้แล้ว เดียร์ก็ลุกออกไปเขียนด้วยความมั่นใจ

 

อาจารย์ส่งยิ้มให้เดียร์ทันที ที่เดียร์ออกไปหน้าห้องคนแรก

 

เริ่มลงมือเขียน 여자친구가 없어요.

 

เขียนเสร็จ เดียร์หันไปสบตากับอาจารย์

 

เจอสายตาที่อาจารย์มองแปลกๆกลับมา

 

“เอ่อ เอาอย่างนี้จริงๆใช่ไหม?” เสียงอาจารย์ฟังดูคล้ายจะขำก็เหมือนไม่ขำ จะว่าดุก็ไม่เชิงดุ

 

หญิงสาวในแถวเริ่มลังเลไปตามอาจารย์

 

“ยอจาชินกู นั่นแปลว่าแฟนสาวนะคะ แล้วทำไมเธอ….” อาจารย์พูดเพียงเท่านั้นก็ชะงักไป อาจารย์กลับไปเปิดแฟ้มที่มีรายชื่อนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชานี้

 

“เธอชื่อ….” อาจารย์ลากเสียงยาว ไปตามนิ้วที่ไล่ชื่อนักศึกษาในแฟ้มไปด้วย

 

“ชินดนัยครับ” เดียร์ต่อประโยคให้อาจารย์ทันที

 

ทันใดนั้นอาจารย์ก็ร้องขึ้นมา “อ้าว ทำไมคำนำหน้าเป็น นาย”?

 

ทั้งห้องพร้อมใจกันเงียบขึ้นมาทันที

 

เดียร์กระพริบตาปริบๆ ส่งไปให้อาจารย์

 

เดียร์ได้ยินเพียงหัวเราะดังๆของใครบางคนที่ตามเดียร์มาเท่านั้น

 

“เอ่อครับ ผมเป็นผู้ชาย”

 

จบประโยคของเดียร์ อาจารย์กวาดตามองเดียร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

เป็นเพราะเดียร์ใส่ชุดไพรเวท ยิ่งทำให้อาจารย์ต้องเพ่งมองดีๆเข้าไปใหญ่

 

อาจารย์ก็ไม่ได้แก่มาก ทำไมถึงดูไม่ออก

 

เขาเป็นผู้ชายครับผู้ชาย ทำไมอาจารย์ต้องถามเหมือนเดียร์ทำอะไรผิดด้วย

 

อาจารย์ขอโทษขอโพยเดียร์ไปอีกชุดใหญ่  คนตัวเล็กยิ้มแหยๆ ได้แต่ตอบว่าไม่เป็นไร

 

เดียร์เดินกลับมานั่งที่

 

เดียร์คิดไปเองหรือเปล่า ว่าสายตาของหญิงสาวในแถวที่นั่งด้วยกัน ดูแพรวพราวขึ้น

 

แม้แต่หญิงสาวพรีเซนเตอร์ขายครีม แถวหน้า ยังหันมาส่งสายตาระยิบระยับให้เดียร์ด้วย

 

ชายหนุ่มในห้องเพียงคนเดียว ได้แต่ยิ้มเก้อๆ แก้มใสขึ้นสีระเรื่อเมื่อถูกมอง

 

เดียร์คิดไปเองว่าสายตาสาวๆต้องแอบปิ๊งปั๊งเขาอยู่แน่ๆ

 

อย่าให้เดียร์รู้ความคิดของสาวๆเหล่านั้นเลยดีกว่าเนอะ   คึคึคึคึ

 

เสียงหัวเราะที่ดังมาจากด้านข้างยังดังต่อเนื่องไม่หยุด

 

เดียร์หันไปส่งสายตาปราม ให้วายุหยุดหัวเราะเสียที

 

“โทษๆเดียร์ ผมไม่คิดว่าอาจารย์จะฮ่าๆๆๆ” ว่าแล้ววายุก็หันไปหัวเราะอีกชุดใหญ่

 

เดียร์ได้แต่ตีหน้าบึ้งใส่วายุ ละความสนใจไว้แค่นั้น หันไปตั้งใจฟังอาจาย์บรรยายที่หน้าห้องต่อ

 

วายุได้แต่พยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ

 

ดูซิดู...

 

ดูคนที่มั่นใจว่าตัวเองน่ะแมนนักแมนหนา

 

เจอทักขนาดนี้

 

น่าจะรู้ตัวได้เสียทีนะ

 

 

 

กวางน้อยของผม”

 

 

 
 

# My dear

 

 

 

 

มาลงน้องเดียร์ต่อค่ะ ฮี่ๆๆๆ ^_^

 

ดูแววแล้ว เรื่องนี้คงจะมุมิใกล้ๆขนมจีบซาลาเปาอีกแล้วมั้งคะนี่

 

 

ตอนนี้พี่ล็อคไม่มีบทเลย T T

 

 

 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ ^_^

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #65 อายะตัน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:49
    บรรดา  ผู็หญิง คงมา เดียร์เปงเคะไปละ 555 สายตาสุดๆ
    #65
    0
  2. #19 Ice lemon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 18:44
    อยากให้หวานกันเร้วๆจางงงง >\\\<
    #19
    0