My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 3 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 เม.ย. 57




Chapter 2

 

 

 

ร้านไอศกรีมหน้ามหาวิทยาลัยในตอนสายของวันที่แดดร้อนระอุ เนืองแน่นไปด้วยลูกค้าหลากวัยที่มานั่งรับอากาศเย็นๆพร้อมของว่างเย็นๆช่วยคลายร้อน 

เสียงกระดิ่งที่ประตูของร้านดังขึ้นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วไม่ทราบได้

เจ้าของร้านตัวสูงโปร่งกำลังวุ่นอยู่กับการจัดไอศกรีมใส่ถ้วยเตรียมเสิร์ฟให้ลูกค้า

พนักงานตัวเล็กที่เพิ่งเข้าร้านมา รีบโยนกระเป๋าสะพายไปในช่องเก็บของใต้เคาเตอร์ก่อนถลาไปคว้าถ้วยไอศกรีมจากมือของเจ้าของร้านทันที “พี่ล็อค มา ผมช่วยครับ”

“อ้าวเดียร์” กลิ่นแป้งอ่อนๆลอยปะทะจมูกคม ล็อคเผลอสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยมาจากคนตัวเล็ก 

 

“เฮ้ย พี่ล็อค!” เดียร์ร้องลั่น เกือบคว้าถ้วยไอศกรีมไว้ไม่ทัน ล็อคเล่นปล่อยกลางอากาศแบบนี้

 

ล็อคเพิ่งได้สติตอนนั้น คนตัวโตสะบัดหน้าน้อยๆไล่ความคิดแปลกๆ

 

เป็นอย่างนี้ตลอดเลยสิ เวลาอยู่ใกล้ๆเดียร์!

หลายครั้งที่เผลอทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัว เวลามีเดียร์อยู่ใกล้ๆ

 

“มาเร็วกว่าที่คิดแฮะ” ล็อคผละไปประจำอยู่หน้าเคาเตอร์แทน

ขืนอยู่ใกล้เดียร์นานกว่านี้ เขาต้องทำอะไรแปลกๆออกไปอีกแน่

 

“จากหลังมอมาหน้ามอ แป๊บเดียวครับพี่ ไม่มีรถติด” เดียร์ว่าเจื้อยแจ้วระหว่างรอปั่นน้ำมะนาวตามออเดอร์ที่แปะอยู่บนผนัง

 

“อยู่หอใหม่เป็นไงบ้าง?” วันย้ายหอ เขายังไปช่วยคนตัวเล็กขนของเข้าหออยู่เลย ถึงเดียร์จะปฏิเสธยังไงก็ตาม ล็อคก็ยังดื้อดึงมาช่วยขนของให้ได้ แค่ได้รู้ว่าเดียร์พักอยู่ยังไงก็สบายใจขึ้นไปอีกนึดหนึ่ง

 

“ก็โอเคครับพี่” เดียร์ว่าแค่นั้นในขณะที่หันหลังให้ล็อค คนตัวเล็กกำลังจัดไอศกรีมใส่ถ้วย พลางคิดไปถึงคำถามของล็อคก็ต้องยู่หน้าน้อยๆ มันจะโอเคกว่านี้ถ้าไม่มีวิญญาณวายุคอยวุ่นวายอยู่ในห้องนั้น

 

เดียร์ย้ายหอทันเปิดเทอมพอดี ย้ายเสร็จปุ๊บ เปิดเทอมปั๊บ

เดียร์ตั้งใจจะอยู่ที่ห้องใหม่นี้ แต่พอได้เจอวายุทำให้เดียร์ต้องกลับไปทบทวนใหม่

 

เดี๋ยวนะ วายุหรอ?

 

พลันนึกถึงธาตุอากาศที่บอกว่าจะตามมาด้วย

เดียร์หันหลังขวับทันที แล้วก็ได้เจอ .. จริงๆด้วย

วายุตามมาจริงๆ

ร่างสูงโปร่งยืนขนาบข้างล็อคอยู่ที่เคาเตอร์ จ้องหน้าล็อคเหมือนโมโหกันมาเป็นชาติ

 

“โต้งล่ะครับ?” ไม่อยากสนใจธาตุอากาศนั้นเท่าไรนัก เดียร์ถามถึงเพื่อนอีกคนทันที เพื่อนที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมสถาบัน 

 

“เมื่อกี๊เพิ่งเอาไอศกรีมไปเสิร์ฟ” ล็อคว่าได้แค่นั้นก็ต้องหันไปคุยกับลูกค้าที่มาชำระเงิน

 

“มาได้ไงวะ?” เสียงมาก่อนที่ตัวจะมาถึง เดียร์หันไปมองที่มาของเสียงตามสัญชาตญาณ

 

โต้งเดินเข้ามา พร้อมถาดเสิร์ฟไอศกรีมในมือ

 

โต้งกับเดียร์มาทำงานร้านไอศกรีมด้วยกันตั้งแต่อยู่ปี 1  ส่วนพู่กันรับวาดภาพส่งงานตามเนท ตามคำแนะนำของโต้ง

 

“พี่ล็อคบอกให้มาช่วย เห็นว่าแค่มึงกับพี่ล็อคเอาไม่อยู่” เดียร์ว่าพลางส่งน้ำมะนาวปั่น 1 แก้ว พร้อมไอศกรีมที่จัดเสร็จใหม่ๆอีก 2 ถ้วยใส่ถาดยื่นให้โต้ง

 

วันนี้โต้งทำงานเช้าถึงเย็นเพราะไม่มีเรียนทั้งวัน ส่วนเดียร์ทำงานช่วงค่ำหลังเลิกเรียน ตารางเวลางานค่อนข้างเป็นไปแล้วแต่วัน อย่างวันนี้ อยู่ๆพี่ล็อคก็ให้มาทำงานตอนเช้า จะปฎิเสธก็กระไรอยู่ คิดซะว่าทำโอทีไปเลยแล้วกัน

 

“มึงมาแล้วดีจริงๆว่ะ ลูกค้ายิ่งเพิ่มเข้าไปอีก” โต้งว่าพลางมองไปรอบๆร้าน

 

แอบสังเกตว่าตั้งแต่เดียร์วิ่งเข้าร้านมา หลังจากนั้นไม่เกิน10 นาที ลูกค้าผู้ชายก็เดินเข้าร้านตามมาไม่หยุด เท่าที่ดูส่วนใหญ่ก็เป็นนักศึกษาชายทั้งนั้น

 

“ลูกค้าเข้าร้านแล้วมันไม่ดีตรงไหนวะ อันนี้โต๊ะ 8 อันนี้โต๊ะ3” เดียร์ไม่เข้าใจประโยคแกมประชดของโต้ง โต้งส่ายหัวน้อยๆก่อนเดินออกไปเสิร์ฟไอศกรีมตามคำสั่งของเดียร์ คนตัวเล็กหันไปจัดไอศกรีมใส่ถ้วยต่ออย่างขะมักขเม้น

 

“มีแต่ลูกค้าผู้ชายน่ะสิ!” เสียงที่ดังอยู่ใกล้ๆ เดียร์แน่ใจว่าเจ้าของประโยคกำลังสนทนากับตนแน่ๆ

ไม่รอช้ารีบเอ่ยต่อประโยคทันที เดียร์เข้าใจว่าล็อคกำลังคุยกับตน โดยเดียร์ไม่ได้เงยหน้ามองคนที่สนทนาด้วยสักนิด “มีแต่ลูกค้าผู้ชายแล้วแปลกยังไงหรอครับ?”

 

“ก็เพราะเป็นเดียร์ไง” เสียงที่ดังอยู่ริมหูทำเอาเดียร์หันขวับ

 

วายุยืนประกบหลังเดียร์แทบแนบชิด ดีที่ทั้งสองคนต่างสัมผัสกันและกันไม่ได้  เดียร์รีบหันกลับไปคืนทันที คนตัวเล็กหันไปสนใจไอศกรีมในถังแทนธาตุอากาศที่ลอยอยู่

 

“เมื่อกี๊ว่าอะไรนะเดียร์?” ล็อคที่เพิ่งส่งลูกค้าเสร็จหันมาหาคนตัวเล็กที่ก้มๆเงยๆอยู่หน้าถังไอศกรีม

 

“เอ่อ….” เดียร์ชะงักไป “วันนี้ลูกค้าเยอะนะครับ” เดียร์หันมายิ้มแป้นให้คนตัวโตทันทีที่ตั้งสติได้

 

“เพิ่งเปิดเทอม ก็อย่างนี้หละ” ล็อคยิ้มอ่อนโยนให้คนตัวเล็ก ก่อนหันไปรับลูกค้าที่มาชำระเงิน ลูกค้ามาชำระเงินถี่จนล็อคอดเอะใจไม่ได้

 

จะอะไรเสียอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเดียร์อยู่หลังเคาเตอร์แคชเชียร์

 

ลูกค้าในร้านเริ่มบางตาลง  โต้งทยอยทำความสะอาดโต๊ะที่ลูกค้าออกไปแล้ว เดียร์ไม่รอช้า รีบไปช่วยเพื่อนทันที

 

ทั้งร้านมีพนักงานอยู่แค่สามคน  เดียร์เคยแอบถามล็อคหลายครั้งเรื่องพนักงาน แต่ล็อคก็ยืนยันว่าจะไม่รับเพิ่ม

 

ล็อคเพิ่งเปิดร้านไอศกรีมหน้ามหาวิทยาลัยตอนที่เดียร์และโต้งอยู่ปีหนึ่ง ความบังเอิญที่เดียร์เดินผ่านร้านไอศกรีมที่ยังตกแต่งไม่เสร็จดี เหลือบไปเห็นป้ายหน้าร้านว่ารับสมัครพนักงาน เดียร์กับโต้งไม่รอช้าที่จะเข้าไปสมัครทันที

 

ล็อคเป็นรุ่นพี่ร่วมสถาบันแต่เรียนกันคนละคณะ ล็อคเปิดร้านไอศกรีมตอนอยู่ปีสาม มาตอนนี้ก็อยู่ปีสี่ 

 

เนื่องจากล็อคเรียนคณะบัญชี การบริหารหารจัดการภายในร้านจึงไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งได้แรงสนับสนุนจากทางบ้านด้วยแล้ว แม้การมีธุรกิจเป็นของตัวเองจะยากลำบาก แต่ล็อคก็ผ่านมันมาด้วยดี

 

“โต้งอยู่ร้านคนเดียวได้ไหม?” ล็อคกำลังก้มๆเงยๆอยู่หน้าเคาเตอร์ ง่วนอยู่กับเก็บเอกสารที่รื้อมาลงบัญชี

 

“ได้ครับพี่” โต้งทำท่าวันทยหัตถ์  สีหน้าเข้ม เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากพนักงานตัวเล็กในร้านที่ทำความสะอาดโต๊ะอยู่ใกล้ๆกัน ล็อคขำน้อยๆกับท่าทางของโต้ง

 

“เดี๋ยวพี่กับเดียร์ไปกินข้าวเที่ยงแล้วจะเลยไปเรียนเลยนะ” ล็อคเดินไปล้างมือที่อ่างล้างมือด้านหลังเคาเตอร์

ประโยคของล็อคทำเอาเดียร์ตงิดใจไปพักหนึ่ง

 

“ไปกันเดียร์ เดี๋ยวสาย” ความรู้สึกตหงิดใจของเดียร์เพิ่มขึ้นไปอีกทันทีที่ล็อคเดินมา สีหน้าและท่าทางของล็อค ที่เดียร์ไม่ค่อยคุ้นนัก

 

คนตัวเล็กที่ถูกเอ่ยชวนยังยืนอ้ำอึ้งไม่ไปไหน โต้งเสมองไปนอกร้าน กระแอมในคอเหมือนทำตัวไม่ถูก รู้สึกเหมือนตัวเองเป็น กขค 

 

“อ้าว เฮ้ย! ไอ้หน้าม่อ” เสียงโวยวายที่เดียร์ไม่ได้ยินมาสักพักดังขึ้นมาจากด้านหลังเดียร์ คนตัวเล็กหันขวับตามสัญชาตญาณ

 

ล็อคเห็นว่าเดียร์มีท่าทีแปลกไป “มีอะไรหรือเปล่า?”

 

 “เอ่อไม่.. ไม่มีอะไรครับ”

 

เดียร์วิ่งไปล้างมือเก็บของ ก่อนวิ่งมาคว้าข้อมือล็อคให้รีบออกไปจากร้าน “ฝากด้วยนะโต้ง” เดียร์ว่าแล้วผลุนผลันออกไป ล็อคเดินตามอย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าคมคายปรากฏจุดยิ้มที่ริมฝีปาก

 

“เดียร์ จะวิ่งหนีกันอย่างนี้ไม่ได้นะ!” เสียงโวยวายที่เดียร์ได้ยินยิ่งทำให้เดียร์ก้าวเท้าเร็วขึ้น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนที่เดียร์จับมือไว้ออกแรงยื้อข้อมือไว้ก่อน

 

“รถพี่จอดอยู่ทางนู้น” ล็อคชี้ไปทางด้านข้างของร้านที่เว้นที่ไว้ให้ลูกค้าจอดรถได้  เดียร์ชะงักไป

 

“ไปขึ้นรถกัน”  เป็นล็อคที่เป็นฝ่ายจูงมือเดียร์บ้าง เดียร์เพิ่งรู้สึกตัวในตอนนั้นเองว่าตัวเองทำตัวรุ่มร่ามกับล็อคมากไป

 

“ขอโทษครับ” เดียร์เอ่ยเบาๆขณะที่ล็อคจูงมือเดียร์มาฝั่งข้างคนขับ

 

“หืม? ขอโทษทำไมครับ?” แววตาอ่อนโยนที่ส่งมาให้คนตัวเล็ก แต่เดียร์ไม่ทันสังเกตเห็น

 

“ผมจู่ๆก็พาพี่ล็อคออกมา”

 

“ไม่เป็นไรน่า ขึ้นรถเร็ว” ล็อคเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้ เดียร์ยังยืนนิ่งไม่ขยับตัวไปไหน ยังไม่กล้าขึ้นรถ จนล็อคต้องออกแรงดันตัวเดียร์เบาๆ คนตัวเล็กถึงได้ยอมนั่งลงอย่างว่าง่าย ล็อคปิดประตูรถพร้อมเดินมาขึ้นรถฝั่งคนขับ

 

รถเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ แล่นอยู่บนถนนที่เดียร์ไม่คุ้นตา คนตัวเล็กมองซ้ายมองขวาอย่างสงสัย ออกจะแปลกใจไม่น้อยที่ล็อคพาเขาขับรถออกมาข้างนอกแทนที่จะเป็นในเขตสถาบันอย่างที่คิดไว้ตอนแรก

 

จะทักก็ไม่กล้า เดี๋ยวจะกลายเป็นยุ่งเรื่องของเจ้านาย จะนั่งอยู่เฉยๆก็ข้องใจ

 

“มึงจะพาเดียร์ไปไหน!” ตะโกนไปสิ ถ้าคิดว่าล็อคจะได้ยิน

 

เสียงโวยวายแบบนั้นมีแค่เดียร์เท่านั้นที่รับรู้ได้

 

คนตัวเล็กหันขวับไปตามที่มาของเสียง

 

ยังจะตามมาอีก!

 

เป็นใครไปไม่ได้ วายุนั่งอยู่เบาะหลัง ตีหน้าเข้มใส่ล็อค ที่ล็อคไม่มีทางรับรู้ได้

 

 

ล็อคเห็นเดียร์มีท่าทีแปลกไป คล้ายตอนแรกที่เป็นในร้าน “อะไรหรอเดียร์?”

 

คนตัวเล็กเลิ่กลั่ก พยายามประมวลผลหาคำตอบดีๆ  ยังไงก็ยังปรับตัวไม่ได้กับการผลุบๆโผล่ๆของวิญญาณอยู่ดี “พี่ล็อคพาผมไปไหนหรอครับ?” เดียร์คิดว่านี่เป็นคำตอบที่ดีแล้ว ถึงมันจะเป็นในรูปของคำถามก็เถอะ

 

“กินข้าวเที่ยงไง” ล็อคมองถนนไปก็ยิ้มไป บนถนนมันมีอะไรน่ายิ้มให้ขนาดนั้นเลยหรือ

 

“แต่กินในมอก็ได้นี่ครับ” ไม่ได้จะเถียงนะ แต่สงสัยจริงๆ เดียร์รู้สึกว่าธาตุอากาศที่ตามมา กำลังฟึดฟัดหัวเสียอยู่ที่เบาะหลัง คนตัวเล็กส่งสายตาไปปรามวายุทันที

 

“ในมอคนเยอะ กินข้างนอกดีกว่า แล้วเดี๋ยวพี่ไปส่งที่คณะ”

 

ไม่นานล็อคก็เลี้ยวรถเข้าจอดในร้านอาหารที่ตั้งอยู่ข้างทาง

 

ลืมร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่รถเข็นไปได้เลย เพราะที่ล็อคพามามันคือร้านอาหารสองชั้นที่มีพนักงานมาบริการรับรถเข้าไปจอด

 

เดียร์ลงจากรถอย่างอึ้งๆ

 

พี่ล็อคพามาที่แบบนี้ทำไม!

 

“พี่ล็อค” เดียร์เอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้า ตาก็มองร้านอาหารหรูหราอย่างเกรงๆ

 

“มาเร็วเข้า เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทันนะ”

 

ทันทีที่เข้าไปในร้าน เดียร์เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ของเดียร์เลยจริงๆ

 

ลูกค้าในร้านแต่ละคนแต่งตัวดีๆกันทั้งนั้น เสื้อผ้าหน้าผม พร้อมออกงานตลอดเวลา เดียร์แอบมองตัวเองผ่านกระจกที่เดินผ่าน เสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่ใส่อยู่นี่ไม่เหมาะกับจะเป็นลูกค้าที่นี่เลยจริงๆ

 

“จองไว้แล้วครับ” ล็อคเอ่ยกับพนักงานที่อยู่แถวนั้น เดียร์หันมองคนตัวโตทันที

ไปจองอะไรยังไงไว้ตอนไหน!

 

บริกรนำเดียร์และล็อคไปยังมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวของร้าน

ทันทีที่นั่งลง ล็อคก็เริ่มร่ายเมนูใส่บริกรทันที

 

“อาหารที่นี่อร่อยนะ พี่มาทานบ่อย” ล็อคคุยกับเดียร์พลางสั่งอาหารไปพลาง บริกรยืนรอรับออเดอร์อยู่ไม่ไกล เดียร์มองเมนูแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายเอื๊อก กลืนน้ำลายยังรู้สึกดีกว่ากลืนอาหารที่มีในเมนู

 

ทำไมตัวเลขที่บ่งบอกว่าเป็นราคามันมีหลายหลักขนาดนี้!

 

“เดียร์ทานอะไรดีครับ?” ล็อคยิ้มอ่อนโยนให้คนตัวเล็กที่ตีหน้ายุ่งใส่เมนู  ดูเหมือนว่าเดียร์จะขาดการติดต่อกับล็อคไปแล้ว

 

“เดียร์ เดียร์ครับ” ล็อคเรียกอีกครั้ง คนตัวเล็กยังคงนั่งนับจำนวนหลักของราคาที่แปะอยู่ตามชื่ออาหาร

 

“ไม่ต้องกินเลยเดียร์ ลุกออกไปเลย” เสียงโวยวายที่ดังอยู่ริมหูทำเอาเดียร์หลุดจากภวังค์ คนตัวเล็กกระพริบตาปริบๆมองล็อคที่นั่งอยู่ตรงข้าม ไม่ลืมหันไปส่งสายตาเคืองๆให้วายุที่ชอบวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง

 

“ผมเอ่อ….ไม่ทานดีกว่าครับ” เดียร์ค่อยๆวางเมนูไว้บนโต๊ะ ไม่รู้ว่าถ้าทำเมนูเป็นรอยจะต้องเสียเงินเพิ่มหรือเปล่า

 

“ทำไมล่ะเดียร์ อาหารไม่น่าทานหรอ?” ล็อคมีสีหน้าอ่อนโยนจนเดียร์เริ่มหนักใจ คนตัวเล็กรีบปฎิเสธทันที

 

“ไม่ใช่ครับพี่ล็อคคือมันแบบว่า…. ” เดียร์ตีสีหน้าปั้นยาก

มือเล็กเริ่มควักกระเป๋าเงินออกมานับเงินในกระเป๋า คนตัวโตที่นั่งอยู่ตรงข้ามอมยิ้มกับท่าทางนั้น “มื้อนี้พี่เลี้ยง ไม่ต้องเกรงใจ”

 

“เฮ้ย! ไม่เป็นไรครับพี่ล็อค”  คนตัวเล็กรีบปฏิเสธให้วุ่น

ล็อคไม่รอช้ารีบสวนทันที “ปฏิเสธเจ้านายหรอ?” เสียงเข้มๆของล็อคทำเอาเดียร์ชะงักไป

 

คนตัวเล็กนั่งก้มหน้าน้อยๆ  “แต่มัน

 

“เอาน่า พี่บอกว่าเลี้ยงก็เลี้ยงสิ” ล็อคหันไปสั่งอาหารให้เดียร์

เสร็จสรรพ บริกรก็ขอตัวออกไป

 

เดียร์นั่งเกร็งอยู่อย่างนั้นจนอาหารมาเสิร์ฟ

ปลาทอด แกงจืด ต้มฟัก หรือแม้แต่ไข่เจียว ค่อยๆทยอยมาเสิร์ฟ

 

เดียร์มองอาหารที่มาเสิร์ฟไม่ยอมหยุดจนมันกองเต็มโต๊ะ

 

ปกติแค่ไข่เจียวอย่างเดียวก็อิ่มได้อย่างน้อยก็สองมื้อ แล้วอาหารเกือบสิบอย่างแบบนี้ เขาจะกินได้ยังไง เดียร์อยากสั่งข้าวเปล่า(เพราะคิดว่าน่าจะถูกที่สุด)มานั่งกินแกล้มกับมองอาหารพวกนี้ไปพลางๆ แค่นั่งมองก็น่าจะอิ่มแล้ว ยิ่งคิดถึงราคาก็แทบไม่กล้ากลืน

 

กว่าจะทานข้าวเที่ยงเสร็จ ล็อคต้องใช้เวลากล่อมเดียร์อยู่นานกว่าคนตัวเล็กจะยอมทานข้าวได้ และต้องใช้เวลาเพิ่มเข้าไปอีกกว่าเดียร์จะยอมทานให้หมด แม้คนตัวเล็กจะปฏิเสธว่าอิ่มแล้ว แต่เสียงท้องที่ดังไม่หยุดของคนตัวเล็กไม่ได้ทำให้ล็อคเชื่อในคำพูดของเดียร์เลย

 

เจ้าของร้านไอศกรีมทำหน้าที่ราชรถไปส่งพนักงานในร้านถึงตึกคณะ เป็นจุดรวมสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นได้ไม่ยาก

 

“ขอบคุณครับพี่ล็อค” คนตัวเล็กหันไปขอบคุณเจ้านายก่อนกระชับสายกระเป๋าสะพายแน่น

 

ที่ว่านั่งอยู่ในรถเดียร์รู้สึกเกร็งแล้ว พอลงจากรถยิ่งเกร็งเข้าไปใหญ่  ความรู้สึกที่ว่าเป็นจุดสนใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง เดียร์ไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าตึกคณะ วิ่งหาห้องเรียนทันที

 

รู้สึกเหมือนลืมอะไรไปบางอย่าง แต่ก็สุดจะนึกถึง คนตัวเล็กตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหาห้องเรียนต่อทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

# My dear

 

 

 

 

ตอนที่ 2 ตามมาติดๆ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ฮี่ๆๆๆ

ว่าแต่…. มีใครอยู่มั้ยยยยยยย  ><

แอมมาลงดึก (หรือเช้า?) ไปหรือเปล่า T T

 

 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ ^_^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #14 Ice lemon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 17:08
    อ้าว เฮ้ย กินอิ่ม ลืม วายุสะและ 555
    #14
    0