My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 26 : Special Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ส.ค. 57




 

Part 2



 

วายุจูงมือเดียร์ผ่านประตูทางเข้าสวนสนุก

 

ใบหน้าหวานยิ้มแย้มทักทายพนักงานหน้าประตู เลยไปส่งยิ้มหวานให้หมู่มวลดอกไม้ที่เรียงรายอยู่ข้างทาง

 

ต่างกับคนตัวโตข้างๆที่ตีหน้าหงิกมาสักพักแล้วตั้งแต่….

 

“ไอ้ยุยิ้มหน่อยสิวะมึง มาเที่ยวทั้งทีทำหน้าเป็นตูดไปได้”

 

“ไอห่า มึงทำหน้าให้มันดีๆหน่อยสิเว้ย”

 

และอีกคำพูดสารพัดที่ดังมาจาก บิ๊ก ต้น เพชร

 

วายุเพิ่งรู้ตอนมาถึงสวนสนุกว่าเดียร์นัดไอ้เพื่อนสามตัวของเขาไว้ด้วย

 

ให้มันได้อย่างนี้สิ!

 

วายุมองเลยผ่านเสียงเย้าแหย่ของเพื่อนรักทั้งสามคน

 

สายตาคมจับจ้องไปยังคนสองคนที่ยืนอยู่ด้วยกันไม่ไกล

 

โต้งกับพู่กันกำลังยืนถ่ายรูปคู่กันอยู่ ..ภาพที่เรียกรอยยิ้มน้อยๆให้วายุ

 

เผลอกวาดสายตากลับไปมองเพื่อนทั้งสามคนของตัวเองที่ตอนนี้น้องชายเขาเข้ามาคุมพวกมันเรียบร้อย

 

อาโปลากบิ๊กให้เดินไปด้วยกัน ทำให้เพื่อนอีกสองคนต้องเดินตามไปด้วย สักพักอาโปก็วิ่งออกจากกลุ่มไป

 

วายุขำน้อยๆกับน้องชายตัวเอง

 

อาโปคงวิ่งออกไปหาอะไรกิน เหมือนทุกครั้งที่มาสวนสนุก

 

บรรยากาศดีจริงๆ ดีนะที่ไอ้ลอคมันไม่ได้มาด้วย….. เหรอ?!!

 

แล้วอาโปไปลากไอ้ล็อคมาจากไหนวะ?!

 

อย่าบอกนะว่าไปนัดกันโดยที่เขาไม่รู้เรื่องอีกแล้ว!

 

“วายุ” เสียงใสๆดังขึ้นตรงหน้า วายุละสายตาจากอาโป  ก้มมองคนตัวเล็กตรงหน้า

 

“ครับ?”

 

“ไปบ้านผีสิงกัน”

 

เดียร์ไม่รอให้วายุตอบตกลงหรือปฏิเสธ คนตัวเล็กจูงมือหนามุ่งตรงไปยังบ้านผีสิงทันที

 

แต่ถึงกระนั้นเดียร์ยังใจดีหันไปเรียกทุกคน

 

“ทุกคน~ Let’s go to บ้านผีสิง!

 

เสียงกรีดร้องดังเข้ามาให้ได้ยินตั้งแต่ยืนอยู่ที่ขายตั๋ว

 

เดียร์นับจำนวนสมาชิกแล้วจัดการซื้อตั๋วให้เรียบร้อย

 

“พี่บิ๊ก พี่ต้น  พี่เพชร เข้าไปก่อนเลย” เสียงอาโปดังอยู่ข้างหลัง ข้างๆอาโปมีเจ้าของร้านไอศกรีมยืนนิ่งอยู่ด้วย

 

เพชรหัวเราะเบาๆกับคำชวนของรุ่นน้อง “เอาจริงเหรอ?”

 

“เข้าไปเลย เดี๋ยวเราเดินตาม” พู่กันว่าพลางกระชับสายกระเป๋าสะพายแน่น เตรียมวิ่งเข้าแล้วหาทางออกเลย

 

“ถ้าเป็นพู่กัน เดี๋ยวเราเดินนำให้เอง ไม่ต้องกลัวนะ” ต้นว่าพลางขยิบตาให้พู่กันข้างหนึ่ง

 

ทำเอาโต้งถลาเข้ามาขวางพู่กันทั้งตัว “เยอะนะมึงเนี่ย”

 

พวกนี้สนิทกันเร็วมาก มันคุยกันไม่กี่ชั่วโมงก็เล่นภาษาพ่อขุนกันแล้ว

 

โต้งจับมือพู่กันแน่น พู่กันอดไม่ได้ที่จะแอบขำน้อยๆ

 

รู้ทั้งรู้ว่าสามคนนั้นชอบแหย่ โต้งก็ชอบขึ้นตามพวกมัน

 

พวกนี้มันไม่ได้ทะเลาะกันจริงจังอะไรหรอก หยอกแซวกันมากกว่า

 

“มาๆ ไม่ต้องเถียงกัน” เดียร์ว่าพลางออกแรงดึงวายุตามเข้าบ้านผีสิงไป

 

พู่กันกับโต้งเกาะแขนกันได้แล้วก็เดินตามไป อาโปลากแขนล็อคเข้าไปด้วย  ทิ้งให้สามทหารเสืออารักขารั้งท้าย

 

ความมืดในบ้านผีสิงชวนขนหัวลุกนัก ไม่รู้ว่าท่ามกลางความมืดนั้นมีอะไร ชวนให้จินตนาการถึงสิ่งต่างๆที่อยู่ในนั้น

แสงไฟสลัวที่พอให้เห็นทางเดินไม่ได้ช่วยให้อุ่นใจเท่าไรเลย

 

“ฮึดฮัดยะฮู้  ยู้ฮู้~~~~~” เสียงหวานของคนตัวเล็กข้างๆวายุดังมาตั้งแต่เดินเข้ามา

เดียร์จับแขนวายุแน่น

 

ถึงจะเห็นวิญญาณได้ แต่บรรยากาศในบ้านผีสิงก็น่ากลัวเสียเหลือเกิน ถึงจะชินกับวิญญาณที่เห็นอยู่บ่อยๆ แต่ไม่ได้เห็นในที่ที่เหมือนบ้านผีสิงแบบนี้นี่

 

“ยิ่งส่งเสียง ผียิ่งมานะ” วายุเอ่ยเรียบๆ เดียร์ที่ได้ยินอย่างนั้นหุบปากฉับทันที

 

“ว้ากกกกกกกกกกกกกก ตะตัวอะไร อะไรอะไรวะ?!

เดียร์สะดุ้งสุดตัวทุกครั้งที่เจอการแสดงตุ้งแช่ของนักแสดงในบ้านผีสิง

 

เดียร์ซุกหน้าเข้าหลังวายุเป็นว่าเล่น

 

วายุอมยิ้มน้อยๆ จับมือเดียร์ไว้แน่นๆ ออกแรงกระตุกข้อมือให้คนตัวเล็กเดินตามไปด้วยกัน

 

เสียงกรีดร้องจากทัพลังดังเข้ามาเป็นพักๆ

 

พู่กันกับโต้งเดินกอดกันไปตามทาง ไม่ต่างอะไรจากอาโปที่ซุกหน้าเข้าแขนล่ำๆของล็อค

 

และเสียงที่ดังที่สุดคงหนีไม่พ้นเสียงกรีดร้องแหบห้าวของชายฉกรรจ์ที่รั้งท้ายทั้งสามคน

 

“ว้ากกกกกกก ไม่เอาแล้ววววว” เดียร์จับแขนวายุแน่น ออกแรงลากสุดตัว ก้าวเร็วๆ หาทางออกให้เร็วที่สุด

แรงของเดียร์ในตอนนี้ เยอะจนวายุฉุดแทบไม่อยู่ ได้แต่ก้าวเท้าตามแรงดึงของคนตัวเล็กอย่างต้านไม่ได้

เสียงกรีดร้องยังดังอยู่เช่นนั้นไปพักใหญ่ แยกไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร

 

“ทางออกเจอแล้ว!! วิ่งงงงงงง” เดียร์ดันตัววายุไปด้านหน้า ดันให้วายุวิ่งนำ ส่วนตัวเองวิ่งตามไปติดๆ

 

ออกมาได้ เดียร์ก็ลงไปนั่งหอบอยู่กับพื้น วายุรี่เข้าไปพัดวีให้

 

ไม่นาน โต้งกับพู่กันก็เดินขาสั่นออกมา ตามมาด้วยอาโปที่มีอาการไม่ต่างจากเดียร์เท่าไรนัก

 

ส่วนสามทหารเสือที่ว่าแน่ ได้ยินเสียงโหวกเหวกดังเข้ามาก่อนที่จะโผล่มานั่งหอบข้างนอก

 

“โคตรสนุกเลยว่ะ” เดียร์ว่าขณะที่ตัวเองยังหอบไม่หยุด

 

วายุอดขำไม่ได้…  สนุก แต่ร้องตั้งแต่เข้า.. เดียร์นะเดียร์

 

“อ้าวออกมาข้างนอกได้ด้วยเหรอ?” เดียร์หันไปด้านข้าง ยิ้มน้อยๆ

 

วายุหันขวับ มองตามสายตาคนตัวเล็ก

 

“เดียร์คุยกับใครครับ?”

 

“ฮะ? อ้าว ก็นี่ไง….” เดียร์ชี้ไปทางประตูทางออก พลันคนตัวเล็กชะงักไป “เดี๋ยวก่อนนะ”

 

นั่นไง… บ้านผีสิงทำหลอนเลย

 

นี่เขากำลังสับสนระหว่างผีจริงกับผีปลอมใช่ไหม?!

 

“อ้อ… ไม่มีอะไร คงตาฝาด” เดียร์หันมายิ้มแหยๆให้ร่างสูง

 

“เห็นอะไรอีกแล้วใช่ไหม?” เสียงทุ้มถามออกไป เดียร์พยักหน้าไปน้อยๆ

 

“มาบ้านผีสิงก็ต้องมีผีอยู่แล้วไงวายุ” ดวงตาใสสบกับสายตาคม

 

วายุขมวดคิ้วน้อยๆ

 

จะว่าเขาไม่เชื่อก็ได้… พอไม่เชื่อ เลยกลายเป็นว่าพาลไม่ชอบด้วย

 

เขาไม่ชอบเวลาที่เดียร์กำลังคุยคนเดียว โอเค เดียร์อาจจะไม่ได้คุยคนเดียว แต่เวลาที่เดียร์ทำเหมือนตัวเองสื่อสารกับสิ่งลึกลับได้  มันทำเดียร์ดูเหมือนคนงมงาย ซึ่งเขาไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก

 

“น่าวายุ อย่าขมวดคิ้วสิ เดี๋ยวไม่หล่อนะ” นิ้วชี้เรียวสวยจิ้มเข้าที่หว่างคิ้วหนาเข้ม วายุคลายปมคิ้วดั่งต้องมนตร์

 

“ไปเล่นอย่างอื่นกันเถอะ” เสียงใสของอาโปเรียกความสนใจของทุกคน

 

พู่กันบอกว่าอยากเล่นรถไฟเหาะ แต่ไอ้ต้นดันอยากเล่นม้าหมุนเข้ากับหน้ามึงจริงๆต้นเอ๊ย

 

เดียร์กระชับมือน้อยๆกับมือหนาของวายุ ใบหน้าหวานยิ้มแย้มชวนให้วายุยิ้มตามได้ไม่ยาก

 

“ขอโทษครับ” เดียร์เอ่ยเบาๆ พลางหันขวับไปขอโทษคนที่ตัวเองเพิ่งเดินชน

 

อ้าว  หายไปแล้ว เดินเร็วจัง

 

เดียร์รู้สึกถึงแรงมหาศาลที่ฉุดข้อมือไว้ ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองเจ้าของมือที่จับมือไว้แน่น

 

“ไม่ตลกเลยนะครับ” เสียงวายุฟังดูทุ้มต่ำอย่างน่ากลัว เดียร์ได้แต่ยิ้มน้อยๆไปให้

 

เขาทำอะไรไม่ถูกใจหรือเปล่าวะ

 

ทำไมวายุมีท่าทางแบบนี้?

 

“พูดถึงอะไรครับ?....วายุเป็นอะไร?” เดียร์เอาน้ำเย็นเข้าลูบ วายุในตอนนี้เหมือนมีพลังงานมหาศาลลุกโชนอยู่ข้างใน

คนอื่นเดินเข้าไปต่อแถวรอขึ้นรถไฟเหาะแล้ว แต่เดียร์ยังถูกวายุจับมือไว้แน่น

 

“เดียร์ก็รู้ว่าผมไม่ชอบอะไรแบบนั้น แต่เดียร์ก็ยังแสดงออกมาเรื่อยๆ”

 

“พูดถึงอะไรกัน?”

 

“เดียร์ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าเดียร์มีท่าทางแปลกๆ ทั้งที่ทางออกบ้านผีสิง ทั้งเมื่อกี๊นี้ จู่ๆเดียร์ก็หันไปบอกขอโทษ

เดียร์พูดกับใคร?  เดียร์คุยคนเดียวทั้งนั้น”

 

“วายุ..ไม่ใช่แบบนั้นนะ”

 

“ผมไม่เชื่อเรื่องนี้ถ้าไม่มีอะไรพิสูจน์ได้ ผมอยากให้เดียร์เลิกงมงาย อย่าทำเหมือนว่าตัวเองกำลังสื่อสา

กับอะไรไม่รู้ให้ผมเชื่อตามเดียร์ อย่าทำตัวไม่มีเหตุผลแบบนี้สิครับ”

 

เดียร์ชะงักไป คนตัวเล็กอ้าปากค้างน้อยๆ

 

สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนเอ่ยออกมาอย่างอัดอั้น

 

“วายุ ฟังกันก่อนได้ไหม?... ฉันไม่ได้ต้องการให้วายุเชื่อ แค่วายุยอมรับ ฉันไม่ได้โกหกนะ

แล้วฉันก็ไม่ได้งมงายด้วย แล้วถ้าวายุกำลังคิดว่าฉันเป็นโรคประสาทอยู่ ฉันก็บอกได้เลยว่าฉันไม่ได้ป่วยอะไรทั้งนั้น”

เสียงหวานเริ่มสั่นเครือ

 

ทำไมวายุไม่เข้าใจกันบ้างเลย!

 

ถ้าเขาเลือกได้เขาก็ไม่ได้อยากมีสัมผัสพิเศษอะไรแบบนี้หรอก

 

เขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ เขาพยายามควบคุมตัวเองแล้ว แต่บางครั้งก็ทำได้ยากเหลือเกิน

 

“ยอมรับฉันที่เป็นแบบนี้ไม่ได้เหรอ?” ประกายวายวับคลอหน่วยตาใส น้ำใสๆค่อยๆไหลแนบแก้มเนียน

วายุใจกระตุกวาบ

 

“เดียร์….” ร่างสูงรั้งร่างเล็กเข้ามาใกล้ หากแต่คนตัวเล็กขืนตัวสุดแรง

 

“ปล่อย” เสียงเครือเคล้าไปกับแรงสะอื้น วายุไม่ปล่อย ออกแรงจูงมือคนตัวเล็กให้เดินไปหามุมเงียบๆคุยกัน

 

เดียร์อาศัยจังหวะที่วายุผ่อนแรง สลัดมือหลุดจากมือหนา หันหลังวิ่งหนีวายุไป

 

ว่าแต่คนอื่นไม่มีเหตุผล ตัวเองมีเหตุผลไหม?!

 

ทำไมเป็นคนแบบนี้นะวายุ!

 

# My dear

 

 

 

เดี๋ยวมีต่อ Part 3 ค่ะ ^///////^

 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #62 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 13:03
    โห พี่ล้อคมาสะนิ่ง ตกใจหมดเบย ว้าววว วายุจะง้อเดียร์โดยเช่าร้านน้องเขยเลยหรอออ กริ้ดด โรแมนติก
    #62
    0
  2. #50 nanae-zzang (@nanaebtyyy1610) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 09:24
    วายุบ้าชะมัด! จะพูดอะไรเห็นใจเดียร์บ้างไหมหา เคืองมากเลยนี่พูด -3-
    #50
    0