My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 20 : Chapter 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 มิ.ย. 57



 

กิจกรรมลงภาคสนามเป็นไปด้วยความราบรื่น ทั้งดูงานที่แหล่งโบราณคดีที่ยังขุดไม่เสร็จ ทั้งชมโบราณสถาน ปราสาทหิน  ได้พูดคุยกับชาวบ้านในแต่ละที่ แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันที่ไปลงภาคสนาม แต่ทำให้นักศึกษาได้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆกันถ้วนหน้า

 

รถบัสของมหาวิทยาลัยเคลื่อนตัวเข้าจอดหน้าตึกคณะโบราณคดี ในช่วงค่ำของวัน  นักศึกษาแยกย้ายกันทันที

 

เดียร์หอบสัมภาระลงจากรถบัส มีพู่กันกับโต้งเดินตามมาติดๆ

 

เดียร์กับพู่กันตกลงกันว่าจะแว๊นพี่วินฯกลับหอ มีโต้งขอตามไปด้วย

 

“ทำไมไม่กลับหอมึงวะ?” พู่กันถาม

 

“ไม่อยาก” โต้งว่าแค่นั้นก็ยิ้มทะเล้นน้อยๆ พู่กันอดไม่ได้ ยู่หน้าใส่โต้งน้อยๆ

 

พูดแล้วคิดถึงตอนที่มันเมาแอ๋ นับว่ามันเก่งมากที่ฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คิด ทั้งๆที่ตอนกลางคืนมันยังเมา คุยไม่รู้เรื่อง พอเช้ามา มันดันตื่นเช้า สติ สตางค์ครบถ้วน อย่างกับว่ามันไม่ได้เมาจริงๆอย่างนั้นแหละ

 

ไม่นาน ทั้งสามคนก็มาถึงเป้าหมาย พอเข้ามาในห้องได้ ก็พากันนอนแผ่หลา กระจายเต็มห้อง ไม่แปลกเลย เล่นเดินทาง ทำอะไรหลายอย่างมาหลายวันแบบนี้ ทั้งเดิน ทั้งวิ่ง นอนดึก ตื่นเช้า ไหนจะนั่งรถนานๆอีก อาการล้าตามมาอย่างแน่นอน

 

เดียร์กำลังเคลิ้ม ใกล้หลับเต็มที พอร่างกายได้เอน ตาก็จะปิดให้ได้

 

“อาบน้ำก่อนเถอะ” เสียงทุ้มดังอยู่ริมหู เดียร์ครางเบาๆ เป็นเชิงรำคาญ …. ถูกรบกวนตอนนอนนี่หงุดหงิดนักล่ะ

 

“อาบน้ำก่อนเร็ว แล้วค่อยมานอน..” เสียงทุ้มอ่อนโยนส่งมาอีกครั้ง หากแต่ไม่ได้มีแต่เสียงเท่านั้น สัมผัสเย็นๆ ไล้ไปตามใบหน้าเดียร์ คล้ายจะปลุกเดียร์ให้ลุกขึ้นมา

 

สัมผัสที่ว่า ไม่ใช่ความเย็นของน้ำ หากแต่เป็นความเย็นของผิวกายของร่างสูงที่นั่งคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง

 

“ถ้าเดียร์ไม่ลุกไปอาบเอง ผมจะอาบให้นะ” ว่าพลางช้อนแขนเข้าใต้รักแร้กับข้อพับขาทั้งสองข้าง ท่าทางเตรียมอุ้มคนตัวเล็กเข้าห้องน้ำอย่างที่ว่าจริงๆ การกระทำนั้นทำเอาคนตัวเล็กตกใจ ลืมตาโพลง

 

“เฮ้ย!!

ดวงตาใสสบกับสายตาคม มือบางโอบรอบคอร่างสูงแน่น  วายุกระชับคนตัวเล็กในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น

 

“ปะปล่อย!!” เดียร์แค่นเสียงกระซิบ ใบหน้าร้อนผ่าวอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาใสเสหลบสายตาคม หันไปมองพื้นห้อง เห็นโต้งนอนอยู่ข้างๆพู่กัน ทั้งสองคนนอนตะแคงข้างหันหน้าหากัน ลมหายใจสม่ำเสมอจากทั้งสองคน ทำให้เดียร์รู้ว่า พวกมันคงหลับไปแล้วแน่ๆ

 

“วายุ! ปล่อย!” เดียร์หันมาดิ้นเบาๆ  ปกติก็สู้แรงของวายุไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งตอนร่างกายล้าแบบนี้ ยิ่งออกแรงได้ลำบากไปใหญ่

 

วายุอมยิ้มน้อยๆ ท่อนขายาวก้าวเดินทั้งที่ร่างเล็กยังอยู่ในอ้อมแขน

 

เดียร์มีท่าทีขัดขืนไม่หยุด จนวายุก้าวมาถึงหน้าห้องน้ำ

 

“ผมไม่แอบดูหรอก อาบเสร็จแล้วจะนอน ผมก็ไม่ว่า” วายุค่อยๆวางคนตัวเล็กให้ยืนบนพื้น

 

เดียร์เผลอกำชายเสื้อตัวเองแน่น พยายามก้มหน้าหลบสายตาคมที่เพ่งมองมา  ไม่รอช้า หาโอกาสหนีร่างตรงหน้าทันที ทางที่ดีที่สุดคือหนีเข้าห้องน้ำนั่นล่ะ

 

เดียร์เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอกลั้นหายใจอีกแล้ว ทำไมนะ เวลาอยู่ใกล้วายุทีไร เป็นแบบนี้ทุกที ไหนจะอาการหนาวๆร้อนๆที่หน้านี่อีก ไหนจะอาการวูบวาบในท้องแบบนี้อีก….  อดคิดถึงคืนนั้นไม่ได้..

 

อยากจะรู้นัก วายุสนุกไหมที่ทำให้เขาร้อนวูบวาบไปทั้งตัวแบบนี้!

 

เมื่อคิดว่าความร้อนที่หน้ามันมากเกินจนใกล้จะระเบิดเต็มทีแล้ว คนตัวเล็กเลยรีบเปลื้องผ้า วิ่งเข้าหาน้ำเย็นๆใต้ฝักบัวแทน

 

หลังจากได้พักผ่อนเต็มที่อย่างที่ร่างกายต้องการ เวลาหนึ่งคืนก็พอให้หายเหนื่อยได้บ้าง เพราะงานที่ทำอยู่ทุกวัน ทำให้ร่างกายปรับสภาพคุ้นชินกับความล้าจนเป็นเรื่องปกติ และเพราะเดียร์ไม่ได้ทำงานอย่างเดียว ทำให้ต้องแบ่งเวลาให้การเรียนด้วย แต่มันก็ชินซะแล้วล่ะ

 

ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งเข้าใกล้ช่วงสอบกลางภาค สิ่งที่ตามมาคือรายงานเกือบทุกวิชาที่ต้องส่ง ไหนจะรูปเล่มรายงาน ไหนจะเตรียมนำเสนอ  … 2 สัปดาห์ก่อนสอบนี่แทบไม่ต้องนอนกันล่ะ

 

หลังเลิกงาน เดียร์ใช้เวลานั่งจมอยู่กับโน้ตบุ๊ค  บนโต๊ะญี่ปุ่นมีหนังสือกองอยู่ประมาณเกือบ 20 เล่มวางอยู่ข้างๆโน้ตบุ๊ค แน่ล่ะว่าทั้ง 20 เล่ม คือหนังสือประกอบการทำรายงานที่ต้องส่งทุกวิชา  ไม่ไกลไปจากเดียร์  มีร่างเล็กๆของเพื่อนร่วมห้องนอนคว่ำอยู่หน้าโน้ตบุ๊คไม่ต่างกัน รอบตัวพู่กันมีหนังสือ สมุด ปากกา กระจายอยู่ล้อมรอบ  หนังสือหลายเล่มถูกเปิดทิ้งไว้ ในหน้าที่ต้องใช้ข้อมูล บางเล่มที่มันหนามากๆถูกเอามาวางไว้ใต้คางของคนตัวเล็ก ให้พู่กันนอนหนุนเล่นๆ

 

“รายงานตอนไปภาคสนาม มึงทำเสร็จยังวะ?” พู่กันคาบปากกาไว้ในปาก ส่งเสียงอู้อี้ถามเพื่อนตัวเล็กที่นั่งขมวดคิ้วอยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊ค

 

“ยังไม่เสร็จดีว่ะ เหลือเช็คอีกรอบ” เดียร์หันไปมองเพื่อนตัวเอง พู่กันกำลังนั่งหันซ้ายหันขวา เหมือนกำลังหาอะไรอยู่ ปากยังคาบปากกาไว้ พลางหยิบหนังสือหลายเล่มขึ้นมาดู แล้วก็วางลงไป ก่อนก้มลงไปหาใหม่  และเมื่อพู่กันได้สิ่งที่ต้องการ ก็กลับมาล้มตัวลงนอนคว่ำไปอีกที เดียร์แอบขำน้อยๆกับความน่ารักของเพื่อนตัวเอง เผลอคิดไปถึงไอ้โต้ง ป่านนี้มันคงหัวฟูอยู่ที่ห้องแน่ๆ

 

“แล้วมึงล่ะ? ทำเสร็จยัง?” เดียร์ถามออกไปบ้าง

 

พู่กันได้ยินอย่างนั้นก็คายปากกาในปากออก หันมายู่หน้าน้อยๆ

 

“กูทำไปได้ครึ่งเดียวเอง กูกำลังปั่นรายงานของประวัติศาสตร์ศิลป์อยู่”

 

“เออใช่ วิชานั้นกูยังไม่ได้เริ่มเลย!

 

เดียร์อุทานลั่น หันไปรื้อหัวข้อเรื่องที่เคยจดไว้ในสมุดสักเล่ม

 

..ด้านตรงข้ามของโต๊ะญี่ปุ่นที่เดียร์นั่งอยู่.. มีร่างโปร่งแสงเฝ้ามองพฤติกรรมที่เต็มไปด้วยความน่ารักของคนตัวเล็กทั้งสองคน

 

วายุนั่งเท้าคางมองเดียร์ที่สาละวนอยู่กับกองสมุด หนังสือ สายตาอ่อนโยนถูกส่งไปให้คนตัวเล็ก ไม่อยากส่งเสียงรบกวนการทำงานที่ต้องใช้สมาธิ แต่หารู้ไม่ ถึงวายุจะไม่ส่งเสียงรบกวน แต่สายตาที่เอาแต่จ้องมองเดียร์ไม่ละไปไหนเลยแบบนี้ ทำให้เดียร์เผลอสติหลุดเป็นพักๆได้เหมือนกัน  เดียร์อยากจะลุกหนีไปให้พ้นสายตาหยาดเยิ้มที่ร่างสูงมองมา แต่เชื่อสิ ถึงเดียร์จะลุกหนีไป วายุก็ตามมาอยู่ดี เมื่อหนีไปไหนไม่ได้ก็นั่งมันอยู่ตรงนี้แหละ

 

วายุนิ่งมองคนตัวเล็กอยู่เงียบๆ เกิดความรู้สึกวูบวาบอยู่ในอก  รู้สึกเต็มตื้น พึงพอใจ.. มีความสุขวายุบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกไหนมีมากกว่ากัน แต่พอรวมๆกันแล้ว วายุบอกได้แค่ว่า .. รู้สึกดี

 

“อั่ก!!” เสียงร้องดังลั่นมาจากฝั่งตรงข้ามเดียร์

 

คนตัวเล็กละสายตาจากหน้าจอโน้ตบุ๊ค มองร่างโปร่งแสงตรงหน้า

 

ไม่รู้เดียร์มองหน้าจอโน้ตบุ๊คจนสายตาล้าไปหรืออย่างไร  ถึงได้รู้สึกว่าร่างของวายุดูเบาบางลงไปมาก!

 

เกิดอะไรขึ้น?!

 

คนตัวเล็กขยี้ตาน้อยๆ ภาพตรงหน้าดูชัดเจนขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าเพียงคนตัวเล็กกระพริบตา ร่างตรงหน้าก็ดูจะเบาบางลงไปอีก

 

“วายุ เป็นอะไร?!” คนตัวเล็กถามเสียงร้อนรน ถลาเข้าไปหาวายุทันที ร่างของวายุดูเบาบางจนแทบมองไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร แต่พอเดียร์จับโฟกัสได้ เห็นวายุนั่งตัวงอไปแล้ว มือหนาทั้งสองข้างกุมหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองไว้แน่น เดียร์เข้าไปจับแขนล่ำของร่างสูงไว้

 

จับได้ ยังสัมผัสร่างวายุได้อย่างปกติ

 

พู่กันเห็นท่าทีของเพื่อนแปลกไปแล้วได้แต่ผวา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังนั่งมองภาพตรงหน้าไม่ไปไหน ถึงแม้ว่าพู่กันจะเห็นแค่เดียร์กำลังพูดคนเดียวก็ตาม

 

“วายุ พูดสิ!” มือบางวางทับลงบนมือหนาบนหน้าอก ในชั่วพริบตาที่มือบางสัมผัสลงไป วายุรีบคว้ามือน้อยๆนั้นมากุมไว้แน่น เดียร์เผลอยู่หน้าน้อยๆ เพราะแรงบีบที่มือไม่ใช่เล่นๆเลย..

 

ร่างสูงยังคงก้มหน้านิ่ง เดียร์เห็นวายุกัดฟันแน่น

 

ท่าทางเจ็บปวดแบบนี้ มันคืออะไร?!

 

คนตัวเล็กเผลอกัดริมฝีปากล่างตาม

 

ยิ่งเห็นวายุแสดงท่าทีเจ็บปวดออกมามากเท่าไร เดียร์รู้สึกเหมือนตัวเองเจ็บตามไปด้วยมากเท่านั้น

 

ไร้ถ้อยคำเอื้อนเอ่ยจากทั้งคู่ มีเพียงความรู้สึกในอกที่ส่งถึงกัน

 

เนิ่นนานกว่าวายุจะเงยหน้าขึ้น

 

ใบหน้าคมสบตากับกับดวงตาใสทันที ร่างสูงใจกระตุกวูบ

 

น้ำใสคลอหน่วยตากลมโต บาดใจนัก!

 

“ร้องไห้ทำไมครับ?” วายุยกมือข้างหนึ่งลูบศีรษะคนตัวเล็ก โคลงน้อยๆด้วยความเอ็นดู

 

เห็นอย่างนั้น เดียร์เลยค่อยๆดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุม ยกมือน้อยๆปาดน้ำใสๆที่เริ่มไหลรินลงแก้ม ..ยังกัดริมฝีปากล่างตัวเองไม่ปล่อย

 

“ผมขอโทษ ตกใจหรือ?... ผมไม่ได้เป็นอะไรนะ” วายุยิ้มหวานให้คนตรงหน้า เดียร์ไม่ได้เชื่อคำพูดนั้นเท่าไรหรอกนะ

 

“ถ้าไม่ได้เป็นอะไรแล้วทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย!” มือบางฟาดเบาๆที่ท่อนแขนล่ำสัน ท่าทางเง้างอด น่ารักน่าเอ็นดู วายุอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าไปสัมผัสกับแก้มเนียนใส

 

“นี่!” คนตัวเล็กร้องลั่นเมื่อถูกร่างสูงโฉบเข้ามาประทับจมูกโด่งที่ข้างแก้ม  ถึงจะเริ่มรู้สึกว่าวายุกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว แต่อย่างไรก็ยังไม่น่าไว้ใจจริงๆ

 

“ผมไม่ได้เป็นอะไรแล้วนะน่ากลับไปทำรายงานต่อเถอะ”

 

วายุปัดเส้นผมนุ่มที่ตกลงมาบังใบหน้าเนียน เก็บปอยผมไปทัดหูจ้องมองใบหน้าเนียนใสไม่วางตา

 

“มีอะไรหรือเปล่าวะ?” เสียงของเพื่อนร่วมห้องทำให้เดียร์เริ่มรู้สึกตัว

 

เดียร์หันขวับไปทางที่คิดว่าพู่กันนั่งอยู่ แต่ไม่เจอพู่กันสายตากวาดมองไปทั่วห้อง เห็นพู่กันยืนเกาะตู้เย็นอยู่ลิบๆ 

 

เดียร์เพิ่งได้สติเดี๋ยวนั้นเอง  เขาคงทำให้พู่กันตกใจอีกแล้ว

 

“ม่ะไม่มีอะไร”

 

เขาไม่ได้ว่าอะไรใช่ไหม?”

 

“อะ….เอ่อ..ไม่มีใครว่าอะไรหรอก ไม่มีใครทำอะไรด้วย  ขอโทษนะพู่กัน” เดียร์ยิ้มแหยๆไปให้เพื่อนตัวเล็ก

 

พู่กันค่อยๆก้าวออกจากตู้เย็นช้าๆ เรียกขวัญ เรียกสติ ให้อยู่กับเนื้อกับตัว คว้าหนังสือสวดมนต์ได้ก็เอามากางไว้ปนๆกับกองหนังสือที่ต้องทำงาน เผื่อฉุกเฉินจะได้ใช้ได้เลย แบบนี้ค่อยอุ่นใจหน่อย

 

สายตาวายุจับจ้องไปที่คนตัวเล็กอีกครั้ง แต่ทว่า ความคิดของวายุกลับคิดไปถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้

 

รู้สึกถึงความเจ็บที่เกิดขึ้นในร่างกาย เหมือนมีคนเอาเหล็กร้อนมาแทง แล้วคว้านเอาอะไรสักอย่างออกไป ก่อนเอาอะไรบางอย่างเข้ามาแทนที่

 

หลังจากความเจ็บอันหนักหน่วงผ่านไป ..สิ่งที่ตามมา คือสัมผัสอบอุ่นไหลเวียนทั่วร่างกาย  ไออุ่นแผ่ซ่านเคล้าไปกับความรู้สึกที่อัดแน่นเต็มอก วายุรู้สึกเหมือน ที่อกด้านซ้ายมีการเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ

 

หัวใจเต้นงั้นหรือ?

 

วายุแทบไม่กล้าคิดถึงเรื่องที่เคยเฝ้ารอมาตลอด

 

เรื่องที่วายุรอจนแทบลืมไปแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

 

วายุแทบไม่กล้าคิดถึงเรื่องนั้นเลย

 

เขาจะฟื้นจริงๆหรือ?....

 

ความสงสัยของวายุยิ่งเพิ่มหลักฐานชัดเจนมากขึ้น เมื่อวันต่อมา อาโปมาที่ร้านไอศกรีมอย่างอารมณ์ดี  

 

อาโปวิ่งเข้ามาหารุ่นพี่ตัวเล็กที่อาโปเคารพเหมือนพี่ชายแท้ๆ

 

“พี่เดียร์” อาโปสวมกอดเดียร์ แทบจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว

 

เดียร์กำลังจะเอาถาดเปล่าไปเก็บ แต่รุ่นน้องโจนเข้ามากอดไว้แน่นได้ก่อน 

 

ล็อคยืนมองอยู่ไม่ไกล สายตาที่มองทั้งสองคนกอดกันเต็มไปด้วยความเอ็นดูมองออกไปด้านนอก พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำแล้ว อีกไม่นานแสงไฟคงสว่างไสวเต็มถนน

 

เดียร์ยื่นแขนข้างหนึ่งไปโอบรุ่นน้อง มืออีกข้างยังถือถาดไว้ ข้างๆเดียร์มีร่างโปร่งแสงยืนนิ่ง มองท่าทางของคนสองคนที่กอดกันกลม

 

“อารมณ์ดีแบบนี้ แสดงว่าทำรายงานเสร็จหมดแล้วใช่ไหม?”

 

อาโปค่อยๆผละออก ยู่หน้าน้อยๆ ท่าทางน่าเอ็นดูเชียว

 

“งานยังไม่เสร็จหรอกครับ แต่ว่า

 

อาโปชะงัก ลากเสียงยาว จงใจให้รุ่นพี่ลุ้น และก็เป็นอย่างนั้น

 

เดียร์ทวนคำด้วยท่าทางตื่นเต้น “แต่ว่า?”

 

“แต่ว่า ที่ผมดีใจเนี่ย” อาโปจงใจเว้นวรรคนานๆให้รุ่นพี่ลุ้นเล่นๆ แต่ไม่ใช่แค่เดียร์หรอกที่ลุ้น ร่างโปร่งแสงที่ยืนอยู่ข้างๆก็ลุ้นไม่ต่างกัน  อาโปอมยิ้มน้อยๆ เอ่ยบอกน้ำเสียงสดใส  “พี่วายุไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแล้ว”

 

“ฮะ?!!!!” รุ่นพี่ตัวเล็กอุทานลั่น หันไปสบตากับร่างโปร่งแสงข้างๆอัตโนมัติ  ไม่รู้ว่าเผลอปล่อยถาดไอศกรีมลงพื้นตอนไหน ดีที่ไม่ได้คุยกันกลางร้าน ถึงจะหลบมุมแถวเคาน์เตอร์ แต่เสียงปล่อยถาดลงพื้นก็ยังดังไปทั้งร้านอยู่ดี  พี่ข้าวอาสามาเก็บถาดนั้นไปทำความสะอาดเอง  เดียร์ตกใจรีบหันไปบอกพี่ข้าวว่าไม่เป็นไร แต่พี่ข้าวเพียงยิ้มอ่อนโยนให้เดียร์ บอกให้เดียร์คุยกับน้องให้เสร็จดีกว่า

 

“ละ..แล้ว ไม่ใช้เครื่องช่วยใจ ..แล้ว แล้วเจ้าตัวเป็นอย่างไรบ้าง?  อาการแย่ขนาดนั้นเลยหรือ?!” รุ่นพี่ตัวเล็กถามร้อนรน

 

อาโปตาโตด้วยความตกใจ ถึงจะรู้สึกแปลกๆกับสิ่งที่รุ่นพี่พูด แต่พอเริ่มจับน้ำเสียงกับสีหน้าของรุ่นพี่ตัวเล็กได้แล้ว อาโปรีบแก้ความเข้าใจผิดทันที

 

“ไม่ใช่ครับพี่เดียร์ ไม่ใช่  พี่วายุไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแล้ว เพราะพี่วายุหายใจด้วยตัวเองได้แล้ว แสดงว่าพี่วายุเริ่มรู้สึกตัวบ้างแล้ว อีกไม่นานก็คงฟื้น หมอบอกว่าไม่น่าจะเกินเดือนแล้วล่ะ” อาโปยิ้มแย้มอย่างมีมีความสุข

 

คนที่เป็นเจ้าชายนิทรามาสี่เดือน

 

กำลังจะฟื้นในไม่ช้านี้หรือ?

 

“อ๊า~!!! จริงหรืออาโป!  จริงๆใช่ไหม!!” เดียร์ร้องลั่นด้วยความดีใจ เผลอกระโดดโลดเต้น  ต้องชะงักไปเมื่อได้รับสายตาแปลกๆจากลูกค้า

 

เดียร์หันไปขออนุญาตเจ้าของร้านที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เมื่อได้รับอนุญาต เดียร์รีบจูงมืออาโปออกไปหน้าร้านด้วยกัน

 

“อาโป บอกพี่อีกที ว่าพี่ไม่ได้หูฝาด” เดียร์ถามย้ำอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง อาโปยิ้มหวานมาให้

 

“พี่เดียร์ไม่ได้หูฝาดหรอกครับ พี่วายุดีขึ้นจริงๆ ผมโคตรชอบพี่เดียร์เลยนะรู้ไหม พี่แคร์พี่วายุเหมือนเป็นคนในครอบครัวจริงๆ เวลาผมมาคุยกับพี่ ผมโคตรมีความสุข” อาโปยังคงเจื้อยแจ้วต่อไป

 

ทางด้านหลังอาโป มีร่างโปร่งแสงของวายุยืนมองอยู่ไม่ไกล

 

สายตาคมทอดมองแผ่นหลังเล็กๆของน้องชาย ก่อนเลยมาสบตากับดวงตาใสของเดียร์ที่มองวายุอยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งมาให้ร่างสูง วายุยิ้มอ่อนโยนไปให้ สายตาทอดมองคนสองคนคุยกันด้วยความเอ็นดู

 

เรื่องที่ได้รู้จากอาโปวันนี้ ทำให้วายุมีความสุขมากจริงๆ

 

หลังจากนี้คงมีแต่เรื่องดีๆตามมาแน่ๆ

 

 

ไกลออกไปจากหน้าร้านไอศกรีม….

 

ในความมืดมิด เสียงสองเสียงเถียงกันมาพักใหญ่ แต่ทว่าผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่สามารถได้ยินได้

 

 ประโยคซ้ำๆ เถียงกันวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา

 

“เอาไงดีล่ะทีนี้ บอกหรือไม่บอก?”

 

“บอกเถอะ”

 

“ไม่ต้องบอกหรอก”

 

“บอกเถอะน่า ไม่บอกแล้วจะรู้หรือ?”

 

“ไม่ต้องให้รู้น่ะดีแล้ว”

 

 

 

 

 

# My dear

 

 

 

 

 

เป็นตอนที่แต่งเสร็จแล้วหอบ

โฮ่แต่งไปลุ้นไป

 

 

 

 

 

ฝากด้วยนะคะ แอมเริ่มเห็นฉากจบลอยมาละ ^^

 

 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ ^^ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #56 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 12:05
    อ่าาาา น่ารักอ่าาาา วายุแกล้งเดียร์ เดียร์ก้เขินสะน่าร้ากกกก กริ้ดดดด คุณยมทูต กะ คุณกามเทพมาขัดจังหวะจุง จะสวีทกันกันกว่าเดืมอยุ่แบ้ววว 555
    #56
    0
  2. #37 ยาาา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 22:14
    คิดว่าเป็นโต้งที่จะบอกความรู้สึกพู่กันนะ ??

    หรือเปล่าท555555555

    เดามั่วแหลก งิงิ
    #37
    0
  3. วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 17:10
    อะไรล่ะสองคนนั้นน่ะ อย่าบอกนะว่ามี...ปัญหาอีก
    #36
    0