My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 19 : Chapter 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มิ.ย. 57



แสงอาทิตย์เริ่มจางลง ดวงจันทร์ลอยเด่นบนฟากฟ้าตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน  รถบัสของมหาวิทยาลัยขับเคลื่อนไปตามถนนคอนกรีตเล็กๆตามทางเข้าหมู่บ้าน บางที่คอนกรีตขาดตอนไป มีเพียงดินลูกรังให้รถแล่นผ่านไปได้บ้าง   สองข้างทางของถนนเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่เรียงชิดติดกัน ทุ่งนากว้างเป็นฉากหลังอยู่ไม่ไกลนัก

 

“เรากำลังจะไปไหนกัน?” เสียงทุ้มข้างๆเดียร์ดังขึ้น

 

วายุนั่งมองทิวทัศน์สองข้างทาง ท่าทางสนใจ ชะโงกหน้า ชะแง้คอ เหมือนเด็กๆ    

 

..คนตัวเล็กอมยิ้มน้อยๆ

 

“ดูตื่นเต้นจังเลยนะ” เดียร์กระซิบไปเบาๆ วายุเลยหันมายิ้มยิงฟันให้

 

“ก็ไม่เคยมานี่นา” วายุกลับไปชะโงกหน้าต่างต่อ เดียร์ผงะถอยหนีตามสัญชาตญาณ เมื่อวายุชะโงกหน้ามาเสียเกือบชิด คนตัวเล็กลมหายใจสะดุดโดยไม่รู้ตัว

 

อย่าคิดว่าวายุจะไม่เห็นท่าทางแบบนั้นของคนตัวเล็ก จุดยิ้มน้อยๆประดับที่ริมฝีปากคม

 

หลังจากนั่งรถผ่านหมู่บ้านมาหลายหมู่บ้าน ในที่สุดก็มาถึงเป้าหมาย สถานที่ที่เป็นที่หลับนอนของทุกคนในค่ำคืนนี้

 

ภาคสนามวิชาโบราณคดี ต้องจัดให้มีดูโบราณสถานสักหน่อย แต่ในเวลาค่ำมืดแบบนี้ ไม่ใช่เวลาที่จะไปเดินชมโบราณสถานแน่ๆ  ทางเลือกที่ดีที่สุดตามความคิดของอาจารย์ คือนอนในหมู่บ้านใกล้ๆโบราณสถานเลยนี่แหละ

 

นักศึกษาแต่ละคน หอบกระเป๋าที่เตรียมมา เข้าไปพักในบ้านที่ถูกเตรียมไว้ต้อนรับ เป็นบ้านที่ใหญ่พอสมควร มีพื้นที่โล่งในตัวบ้าน  กว้างพอที่จะรองรับนักศึกษาทั้งหมดที่มา แน่นอนว่ารวมไปถึงอาจารย์ด้วย  นอกจากนี้ เจ้าบ้านยังจัดหาอาหารมื้อเย็นต้อนรับเป็นอย่างดี ทุกคนที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน เลยพากันฟาดอาหารซะเกลี้ยง กินอิ่มกันแล้ว  อาการอยากชำระล้างร่างกายก็ตามมา  แต่เนื่องจากเป็นบ้านของชาวบ้าน ถึงจะเป็นบ้านของผู้ใหญ่บ้านก็เถอะ   สิ่งที่รองรับคนจำนวนมากแบบนี้ในเวลาเดียวกันลำบากหน่อย คือ….ห้องน้ำ

 

เดียร์กับพู่กันออกมาเดินเล่นข้างนอก ใกล้ๆกันนั้น อาจารย์กำลังนั่งคุยอยู่กับลุงผู้ใหญ่อย่างออกรสชาติ

 

เดียร์ได้ยินลุงผู้ใหญ่บ้านคุยกับอาจารย์ว่า ตอนแรกมีห้องน้ำห้องเดียว แต่หลังๆเริ่มมีคณะทัวร์มาพักบ่อย คล้ายๆกับที่อาจารย์พามา เลยสร้างห้องน้ำเพิ่มอีกห้อง  เป็นสองห้อง แต่ถ้ายังไม่พอ คงต้องสร้างเพิ่มอีก  แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ขาดแคลนห้องน้ำขนาดนั้นเสียทีเดียว เพราะนอกตัวบ้าน ยังมีตุ่มใส่น้ำฝน ที่ลุงผู้ใหญ่บ้านรองน้ำไว้ใช้อาบอยู่ ลุงบอกว่าอาบน้ำฝนแล้วเย็นชื่นใจ

 

อาจารย์แนะนำ ให้นักศึกษาชายอาบข้างนอก ส่วนนักศึกษาหญิงอาบน้ำในห้องน้ำ ซึ่งอาจารย์คิดเหมือนเดียร์เปี๊ยบ ได้อาบน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ คงจะสดชื่นไม่น้อย

 

“อาบข้างนอกกันเถอะมึง” ตอนนั้นเองที่เดียร์รู้ว่าเดียร์ไม่ได้คิดไปเองคนเดียว คำชวนจากพู่กันทำให้เดียร์ยิ้มกว้าง สนุกล่ะทีนี้

 

“จะไปไหนกัน! พวกมึงรอไปอาบในห้องน้ำเลย” เสียงทุ้มดังลั่น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของโต้งจะเข้ามาบังแสงจันทร์ที่อาบใบหน้าหวานของเพื่อนตัวเล็กทั้งสองคน  เดียร์กับพู่กันได้แต่มองโต้งตาปริบๆ

 

พู่กันมองตามมือโต้ง ในมือหนามีผ้าขาวม้าถือไว้ มืออีกข้างถือขันอาบน้ำ ดูท่าไอ้โต้งคงไปขอยืมลุงผู้ใหญ่มาแล้ว ทีไอ้โต้งยังอาบได้ แล้วทำไมเขาจะอาบไม่ได้วะ!

 

“กูไม่ไปรอต่อแถวอาบน้ำในห้องน้ำหรอก เหนียวตัวจะแย่” พู่กันยู่หน้าน้อยๆใส่โต้ง ก่อนหันมาชวนเดียร์  “ไปยืมผ้าขาวม้าของลุงกัน”

 

“ไม่ได้!!!” เป็นโต้งอีกตามเคย  โต้งขวางหน้าพู่กันกับเดียร์ไว้ คนตัวโตขมวดคิ้วแน่น  “บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิวะ!

 

“ใช่!! ไม่ได้ก็คือไม่ได้!!” เสียงอีกเสียงดังขึ้นสนับสนุนคำพูดของโต้ง เสียงที่พู่กันไม่ได้ยิน เสียงที่ดังมาจากข้างๆเดียร์

 

เดียร์หันขวับมองร่างข้างๆ วายุขมวดคิ้วแน่น ท่าทางไม่ต่างจากโต้งเลย

 

“พวกมึงไปรออาบน้ำในห้องน้ำ เดี๋ยวนี้! ชอบโชว์นักหรือไงวะ!”  โต้งรวบผ้าขาวม้ากับขันน้ำมาถือไว้ในมือเดียว มืออีกข้างก็จับมือเพื่อนทั้งสองคนไว้  พู่กันกับเดียร์เผลอมองหน้ากันด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าไอ้โต้งจะกำข้อมือเดียร์กับพู่กันไว้ด้วยมือข้างเดียวของมันแบบนี้!

 

โต้งลากพู่กันกับเดียร์เข้าไปในบ้าน พามาหยุดอยู่ที่กระเป๋าของทั้งสามคนที่กองรวมกันไว้  ทันทีที่โต้งปล่อยมือเล็กๆของเพื่อนทั้งสองคน คนถูกลากพากันถูรอยแดงๆบนข้อมือกันยกใหญ่

 

“กูเจ็บนะเว้ย!!” พู่กันซี้ดปากน้อยๆ หันไปตวาดโต้งที่ยืนนิ่งไปแล้ว  เดียร์ไม่รอช้า ทำหน้าที่เป็นลูกคู่สนับสนุนพู่กันทันที

 

“แม่งลากมาได้!!

 

โต้งมองรอยแดงๆบนข้อมือของเพื่อนทั้งสองคนแล้วก็เผลอกลืนน้ำลายเอื๊อกนี่กูออกแรงเยอะไปหรือเปล่าวะ….

 

“พวกมึงรออาบน้ำในห้องน้ำ เดี๋ยวก็ได้อาบแล้ว”

 

“กูไม่รอหรอก ผู้หญิงอาบน้ำช้าจะตาย”

 

“เออ อาบข้างนอกก็ไม่เสียหายอะไร”

 

“ไม่เสียหายหรอ!!!” ประโยคสุดท้ายเดียร์ได้ยินว่าเป็นสองเสียงที่พูดพร้อมกัน  เสียงหนึ่ง..แน่ๆล่ะ เสียงไอ้โต้ง แต่อีกเสียงหนึ่ง

 

“เดียร์ไม่เห็นสายตาของไอ้พวกนั้นหรอ!!! ไอ้แว่นที่มันมองเดียร์ตลอดเวลาน่ะ!! พู่กันก็ไม่ได้ต่างไปจากเดียร์หรอกนะ เพื่อนไอ้แว่นทั้งกลุ่มของมันน่ะ มองเดียร์กับพู่กันจนตาเยิ้ม!! แล้วเดียร์ยังจะพาพู่กัน ไปอาบน้ำให้พวกมันดูอีกหรอ!!” วายุว่าพลางขมวดคิ้วแน่น ร่างสูงขบกรามจนเส้นเลือดกระตุก

 

“มันจะเสียหายยังไง!! กูเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงนะเว้ย!” พู่กันตีหน้าบึ้งใส่โต้ง ไม่ต่างกับเดียร์ที่มองหน้าวายุด้วยความโมโห

 

“จะให้กูพูดยังไงวะ!!  ทำไมพวกมึงดื้อด้านขนาดนี้เนี่ย!!!” โต้งยีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด  คิดหรือว่าพู่กันจะสน  มือบางคว้าข้อมือเพื่อนตัวเล็กไว้ ออกแรงดึงให้ออกไปด้านนอกด้วยกัน

 

“เดี๋ยว!  มึงจะไปไหน?!” โต้งตามมาดักทางเพื่อนตัวเล็กทั้งสองคน

 

“ไปอาบน้ำ!!

 

 

 

 

 

พู่กันกับเดียร์นั่งเช็ดผมอยู่นอกตัวบ้าน นักศึกษาหลายคนเดินชมแปลงดอกไม้ที่ส่งกลิ่นยามค่ำคืน  หลังจากแต่ละคนชำระร่างกายกันแล้ว ความสดชื่นก็ตามมา ความง่วงหายไปไหนไม่รู้  แน่นอนว่าออกนอกสถานที่แบบนี้ นักศึกษาชายบางคนย่อมพกน้ำสีเหลืองทองติดมาด้วย และเหมือนลุงผู้ใหญ่จะเข้าใจดี ถึงกับเอาเจ้าน้ำสีที่ว่ามาให้เพิ่มอีกหลายขวด เตรียมน้ำแข็งพร้อมกับแกล้มไว้ให้ด้วย

 

พู่กันมองเข้าไปในกลุ่มเพื่อนชายที่เริ่มตั้งวงกัน เห็นร่างสูงใหญ่คุ้นตานั่งรวมกลุ่มอยู่ตรงนั้นด้วย แค่นั้นก็ทำเอาพู่กันหงุดหงิดขึ้นมาทันที ….นึกถึงตอนนั้น

 

พู่กันกับเดียร์เข้าไปขอยืมผ้าขาวม้ากับขันอาบน้ำได้แล้ว แต่ไอ้โต้งกลับมาแย่งของที่ยืมมาได้ทั้งหมดเอาไปคืนลุงผู้ใหญ่ ไล่ให้เดียร์กับพู่กันไปอาบน้ำ แค่นั้นคงยังไม่สาแก่ใจไอ้โต้งนัก เมื่อมันถึงกับตามมาเฝ้าหน้าห้องน้ำด้วยตัวเองเลย!

 

“หงุดหงิดว้อย!” พู่กันยีหัวตัวเองแรงๆตามอารมณ์ ยิ่งคิดถึงตอนที่ไอ้โต้งโยนเข้าห้องน้ำแล้วยิ่งหงุดหงิด!

ไม่ต่างจากเดียร์ที่นั่งหน้าบึ้งใส่ร่างโปร่งแสงข้างๆ

 

“ผมไม่ได้เข้าไปดูเดียร์อาบน้ำสักหน่อย จะหงุดหงิดทำไมครับ?” วายุลอยหน้าลอยตาพูด ใบหน้าอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก

 

งานนี้ต้องขอบคุณไอ้โต้งจริงๆ

 

“หรือหงุดหงิดที่ผมไม่เข้าไปอาบให้เดียร์?” ว่าพลางค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆใบหน้าใส คนตัวเล็กหันหนีตามสัญชาตญาณ ท่าทางแบบนั้น ยิ่งเปิดโอกาสให้ร่างสูงสัมผัสแก้มขาวนวลได้ง่ายๆ และวายุก็ไม่ใช่พวกปล่อยโอกาสให้ผ่านไปเฉยๆซะด้วย จมูกโด่งสัมผัสแก้มเนียนทันที แนบเข้าไปแล้วค่อยๆผละออก วายุนิ่งมองใบหน้าใสสักพัก ไม่นานแก้มใสเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อชวนมองวายุยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจท่าทางน่ารักจนวายุอยากจะเปลี่ยนสีที่แก้มของคนตัวเล็กวันละหลายๆรอบ…. นึกสงสัยจะแดงไปทั้งตัวหรือเปล่านะ

 

“กูว่าไอ้โต้งแม่งเมาแล้วแน่ๆ”  เสียงหวานใสของพู่กันดังขึ้น เดียร์พยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ เอาอาการวูบวาบในอกเมื่อกี๊ออกไปให้หมด คนตัวเล็กมองตามสายตาเพื่อนตัวเล็กไอ้โต้งกำลังอ้อแอ้เลย ไอ้นี่ก็รู้ว่าตัวเองคออ่อนก็ยังจะกิน

 

“ปล่อยมันไว้อย่างนั้นดีไหมเนี่ย!” พู่กันฮึดฮัดขึ้นอย่างหัวเสีย อารมณ์กรุ่นๆยังค้างคาอยู่ในอก

 

“เอามันออกมาเถอะ มันอยู่ มันก็ไม่ได้กินหรอก” เดียร์ว่าพลางขยับตัวลุกขึ้นเดิน พู่กันเห็นอย่างนั้น รีบถลาไปคว้ามือเพื่อนไว้

 

“มึงแบกมันคนเดียวไม่ได้แน่ๆ” พู่กันจับมือเดียร์ไว้แน่นๆ

 

เดียร์แอบอมยิ้มน้อยๆถึงโต้งกับพู่กันชอบทะเลาะกัน แต่ยิ่งพวกมันทะเลาะกัน มันยิ่งเป็นห่วงกัน

 

เดียร์ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้นทำไมจะไม่รู้ว่าไอ้โต้งกับพู่กันมันคงไม่หยุดอยู่ที่เพื่อนกันแน่ๆ

 

พู่กันจูงมือเดียร์ผ่าเข้าไปกลางวงเหล้า ไอ้โต้งเริ่มโงนเงน ปากมันเจื้อยแจ้วจ๊ะจ๋าไพเราะนักล่ะ คนอื่นๆในวงยังแค่กรึ่มๆ มีแต่ไอ้โต้งนี่แหละที่เมาแอ๋ไปเรียบร้อย

 

พู่กันฉุดตัวไอ้โต้งออกมาจากวงเหล้า ยกแขนไอ้โต้งขึ้นมาพาดคอ มือบางออกแรงประคองเอวหนาไว้ไม่ให้ล้ม เดียร์ช่วยยึดแขนอีกข้างของโต้งไว้ ไม่ให้มันลากดิน นับว่าทุลักทุเลไม่น้อย กว่าจะมาถึงที่นอนได้ เล่นเอาพู่กันกับเดียร์ถึงกับหอบ

 

“พู่กานจ๋า~ขอจุ๊บหน่อยเร้ววว จู๊บ~” ไอ้โต้งอ้อแอ้อยู่บนที่นอน  พู่กันส่ายหน้าอย่างหน่ายๆกับท่าทางของไอ้โต้ง แต่มันก็เท่านั้น ดีที่โต้งแยกเดียร์กับพู่กันได้อยู่ มันเลยคว้าหมับเข้าที่เอวของพู่กัน กอดแน่นไม่ปล่อย ปากมันก็อ้อแอ้ฟังไม่ได้ความ

 

“ไอ้สัส! ปล่อยกูนะเว้ย!!” พู่กันโวยลั่น ดีที่ตรงที่นอนไม่มีใครนอนอยู่เลย แน่ล่ะ นอนแยกหญิงกับชาย ผู้ชายที่เหลือยังนั่งตั้งวงกันอยู่ข้างนอกนู้น ส่วนผู้หญิง คงหลับกันไปหมดแล้วล่ะ

 

“มึงปล่อยให้มันกอดไปก่อน เดี๋ยวมันก็ปล่อย” เดียร์เอ่ยไปนิ่งๆ  พู่กันชะงักไป ท่าทางเกร็งจนทำตัวไม่ถูก พู่กันยอมปล่อยให้โต้งกอดอย่างที่เดียร์ว่า แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆพอไม่ขัดขืน มันก็ยอมปล่อย

 

พู่กันยิ้มออกมาน้อยๆ..ฟาดมือลงที่แขนหนาของคนที่นอนอยู่ด้วยความหมั่นไส้  เดียร์แอบขำออกมาเบาๆ

 

“กูไปเดินเล่นแป๊บนึงนะ” เดียร์ว่าพลางลุกเดินออกไปข้างนอก เรียกสายตาฉงนของเพื่อนตัวเล็ก

 

“มึงไม่ง่วงหรือ?”

 

“ยังว่ะ กูอยากดูดาว”

 

เดียร์ออกมาสูดอากาศเย็นๆยามค่ำคืน หายใจเข้าลึกๆจนเต็มปอด หายใจออกยาวๆอย่างสดชื่น   จากบ้านของลุงผู้ใหญ่ มองออกไปเห็นทุ่งนากว้าง ต้นไมใบหญ้าสะบัดหยอกล้อกับสายลม ดวงจันทร์กระจ่างสว่างฟ้า ดวงดาวระยิบระยับประปรายเคล้าไปกับแสงจันทร์

 

“สวยจัง” คนตัวเล็กครางออกมาเบาๆ

 

“ใช่สวยมาก”

 

กว่าจะรู้ตัว คนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตหันไปมองที่มาของเสียง เดียร์ไม่ได้อยู่คนเดียว?

 

ดวงตากลมโตประสานสายตากับสายตาคมของร่างสูง รอยยิ้มน้อยๆประดับอยู่บนใบหน้าคม สายตาอ่อนโยนทอดมองใบหน้าหวานอย่างหลงใหล  สายตาของวายุทำเอาเดียร์ทำตัวไม่ถูก ความร้อนขึ้นมารวมกันที่ใบหน้า เดียร์หวังว่าสายลมที่พัดผ่านเข้ามาจะพัดพาความร้อนออกไปจากใบหน้าได้บ้าง

 

ถึงแม้ว่าที่ที่ยืนอยู่จะไม่ได้สว่างมากนัก มีเพียงแสงไฟนีออนที่สาดออกมาจากตัวบ้าน ประกอบกับแสงจันทร์ที่ส่องลงมา เมื่อแสงเหล่านั้นตกกระทบใบหน้าใส มันเป็นภาพที่ชวนมองเหลือเกิน

 

วายุไม่สามารถละสายตาออกไปจากภาพตรงหน้าได้จริงๆ

 

“เมื่อไรเดียร์จะยอมตกลงเป็นแฟนกับผมนะ” วายุพึมพำออกมา ตั้งใจให้คนตัวเล็กได้ยินด้วย  สายตาคมยังไม่ละไปจากใบหน้าใส ตั้งใจมองปฏิกิริยาตอบโต้จากคนตัวเล็ก แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อเดียร์หันมายู่หน้าใส่น้อยๆ

 

“ยังไม่เลิกพูดถึงเรื่องนี้อีกหรือ?”

 

“ผมทำไปขนาดนี้ เดียร์ยังไม่รู้อีกหรือว่าผมรู้สึกยังไงกับเดียร์”เสียงทุ้มทอดเสียงอ่อนโยน เจือน้ำเสียงออดอ้อนเข้าไปเล็กน้อย

 

เดียร์เผลอกัดริมฝีปากล่างแน่น ใบหน้าหวานเห่อร้อนจนเจ้าตัวรู้สึกได้  เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา….“ไม่รู้มั้ง”

 

วายุเผยยิ้มกว้าง รู้สึกวูบวาบอยู่ในอก

 

ราวกับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของก้อนเนื้อในอกด้านซ้าย

 

“ผมไม่ได้ล้อเล่นนะเดียร์ ถ้าผมฟื้นผมก็ยังคงมีเดียร์คนเดียวไม่เปลี่ยนแปลง”

 

ไม่รู้เพราะบรรยากาศเป็นใจหรืออย่างไร วายุถึงได้กล้าพูดในสิ่งที่เดียร์ไม่เคยได้ยินมาก่อน ความรู้สึกทั้งหมดของวายุถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหวังเพียงคนตัวเล็กตรงหน้าจะเข้าใจ

 

“ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าตั้งแต่เมื่อไร ที่ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่อยู่ใกล้เดียร์ ยิ่งนานวันเข้า ผมยิ่งรู้สึกดีกับเดียร์มากขึ้น  ผมยินดีที่จะช่วยเหลือเดียร์ทุกอย่าง ผมไม่สนว่าเดียร์จะช่วยผมหรือไม่ ผมจะไม่ทำให้เดียร์เดือดร้อน จะไม่วุ่นวายกับเดียร์ จะไม่ทำให้เดียร์รำคาญ แต่ตอนนี้ผมไม่อยากไปไหนเลย อย่าไล่ให้ผมไปไปไหนนะ ผมอยากอยู่กับเดียร์ อยากตามเดียร์ไปทุกๆที่ ถึงผมจะเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิต ผมก็ยอม

 

คำพูดของวายุทำเอาเดียร์ได้แต่ยืนนิ่งคนตัวเล็กได้ยินทุกคำ ทุกประโยค

 

“แต่ถ้าวันหนึ่ง ผมฟื้นขึ้นมาผมสัญญา ผมจะกลับมาหาเดียร์ จะทำทุกวิถีทางให้เดียร์เป็นของผมให้ได้” สายตาคมฉายแววมุ่งมั่น.. คนตัวเล็กแทบไม่กล้าสบสายตาคู่นั้นเลย

 

“เดียร์สัญญาได้ไหม?...ว่าจะรอผมฟื้น” น้ำเสียงวายุฟังดูนุ่มนวล  เดียร์แทบไม่อยากจะเชื่อว่าจะมาจากวายุ

 

เดียร์ไม่คิดว่าวายุจะเอ่ยเรื่องแบบนี้ออกมามันเกินความคาดหมาย จนเดียร์ตั้งตัวไม่ทัน  

 

คนตัวเล็กชะงักค้างไป วายุห้ามใจไม่ไหว เอื้อมมือไปคว้ามือบางมากระชับกับฝ่ามือตัวเองแน่น สายตาคมสบตากับคนตัวเล็กตรงหน้า

 

“นะครับ….ที่รัก

 

สายลมพัดโชยเข้ามาปะทะใบหน้าหวาน แสงจันทร์กระทบใบหน้านวล….

 

พลันรอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้าคม ร่างสูงค่อยๆรั้งคนตัวเล็กเข้าโอบกอดแน่น ความรู้สึกตื้นตันด้วยความยินดี คับพองเต็มอก

 

เพียงเพราะคนตัวเล็กๆคนนี้

 

แม้จะเสี้ยววินาทีแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆแม้ว่าแทบจะมองไม่เห็นเลยแต่วายุแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด

 

ใบหน้าหวานพยักหน้าน้อยๆ

 

แค่นั้น ถึงจะไม่ได้กลั่นออกมาเป็นคำพูด วายุก็ยินดีอย่างบอกไม่ถูก

 

“ขอบคุณนะเดียร์” ร่างสูงยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ยากจะหุบลงได้

 

ไม่ต่างจากคนตัวเล็กเลย

 

แม้ว่าเดียร์จะพยายามกลั้นยิ้มแก้เขินอย่างไร ก็ไม่สามารถเก็บกลั้นรอยยิ้ม ให้จางหายไปจากใบหน้าได้เลย

 

 

 

# My dear

 

 

 

 

 

 

 

ถึงเวลาแล้วใช่มั้ย

 

เอาล่ะๆๆๆๆ วายุสู้ๆ ><!!! ฮึ้บๆ!!

 

 

 

มีใครเพิ่งดูคุโรโกะเหมือนแอมมั่ง .. ><  หลงคางามิไปเต็มๆ

หน้าคางามิลอยมาเต็มนิยายเลย  >/////////////<

 

 

 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ  ^_^

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 12:51
    แล้วเมื่อไหรวายุจะฟื้นล่ะ แล้วถ้าฟื้น วายุจะจำเดียร์ได้มั้ยน้าาาาาาาา
    #35
    0
  2. #34 yaaa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 22:50
    อร้ายยยย

    เขิลแทนเดียร์

    ฟินๆๆๆ >______<

    หวังว่าตอนวายุฟื้นมาความจำตอนเป็นวิญญาณจะไม่หายนะ

    T________T
    #34
    0