My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 18 : Chapter 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มิ.ย. 57







แหล่งโบราณคดีในจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นที่ที่อาจารย์พานักศึกษามาดูงาน  อาจจะยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าไรนัก เพราะเพิ่งเริ่มมีการค้นพบ ยิ่งเป็นเช่นนั้นยิ่งต้องให้ความสำคัญ

 

หลังจากนั่งรถมาตั้งแต่เช้า มาถึงที่สถานที่เป้าหมายก็ช่วงสาย

 

เดียร์เดินขนาบข้างพู่กัน ข้างพู่กันอีกฝั่งมีโต้งเดินอยู่ใกล้ๆ อาจารย์เดินนำอยู่ด้านหน้าลิบๆ นักศึกษาคนอื่นๆเดินประปรายตามๆกันไป  เพราะรถบัสเข้าไปจอดที่ด้านหน้างานไม่ได้ ทุกคนจึงต้องเดินเท้าบนถนนคอนกรีตเข้าไป กว่านักศึกษาจะเดินมาถึง อาจารย์ก็นั่งพักจนหายเหนื่อยแล้ว อาจารย์ไม่พูดพร่ำทำเพลง พานักศึกษาลงมือทำงานกันเลย

 

ระหว่างทำงาน มีพี่ๆวิทยากรคอยให้คำอธิบายอยู่ใกล้ๆ พี่ๆวิทยากรที่ว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนักโบราณคดีที่ขุดงานนี้อยู่นั่นเอง

 

โครงกระดูกที่ยังขุดไม่เสร็จ บางส่วนถูกขุดจัดเรียงเป็นรูปร่างได้แล้ว บางส่วนยังถูกฝังอยู่ในดิน ใกล้ๆกันมีภาชนะเครื่องปั้นดินเผามากมาย ทั้งหม้อสามขา ทั้งไห ที่สำคัญมีโครงกระดูกบรรจุอยู่ในไหด้วย

 

เดียร์เดินตามพี่วิทยากรสาวสวยคนหนึ่ง โต้งกับพู่กันตามเดียร์มาติดๆ

 

“ขุดหาหม้อกันก่อนดีกว่า” พี่สาววิทยากรมาคอยคุม พาไปหาเนินดินที่ยังไม่ถูกแซะ เมื่ออุปกรณ์พร้อม เดียร์ค่อยๆแซะหาซากภาชนะดินเผา  ไม่วายยังได้ยินพี่คนสวยเอ่ยบอกเบาๆ “แยกหม้อกับโครงกระดูกดีๆนะ”

 

เดียร์ยิ้มสดใสส่งไปให้พี่สาวคนนั้น โต้งกับพู่กันนั่งรอบล้อมพี่สาวคนนั้นอยู่ไม่ไกล

 

ชายเสื้อยืดของเดียร์กระตุกตามแรงดึงของอะไรบางอย่าง

 

และรู้สึกว่ามันกระตุกมาพักใหญ่แล้วด้วย

 

“เดียร์ เอาจริงหรือ? น่ากลัวนะ” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเบาๆ

 

คนตัวเล็กเงยหน้ามองร่างสูงที่นั่งเกาะชายเสื้อเดียร์ซะแน่น

 

วายุยังจับยึดชายเสื้อเดียร์ไม่ปล่อย ตอนแรกวายุเกาะแขนเดียร์เลยแหละ จนเพื่อนในคณะเดินมาทักว่าเดียร์เดินแปลกๆ จะไม่ให้แปลกได้อย่างไร วายุเล่นจับยึดแขนข้างหนึ่งซะแน่น จนมันไม่แกว่งเลย

 

พอโดนเดียร์เอ็ดไปเบาๆ วายุเลยยอมมาจับชายเสื้อเดียร์แทน

 

อย่ามีใครสังเกตเห็นนะ

 

“จะกลัวทำไมวายุ  อย่างกับนายไม่ใช่วิญญาณอย่างนั้นแหละ” เดียร์เอ็ดไปเบาๆ ให้มันเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้

 

“โถ่เดียร์”

 

“ถ้ากลัวก็ไปรอข้างนอก”

 

“ไม่เอา!” วายุออกแรงจับชายเสื้อเดียร์แน่นขึ้น เดียร์ได้แต่ส่ายหน้าอย่างหน่ายๆ  แค่วายุยอมอยู่นิ่งๆ ไม่กวนเวลาทำงานก็โอเคแล้ว

 

วายุเชื่อฟังเดียร์เป็นอย่างดี ก็แค่เดินตามเดียร์ไม่ห่าง จับเสื้อคนตัวเล็กไม่ปล่อย คอยเขม่นคนอื่นๆที่แอบมองเดียร์ (ถึงมันจะไม่รู้ว่าโดนเขม่นก็เถอะ)  แค่นั้นเดียร์ก็ทำงานได้อย่างราบรื่น

 

เดียร์กำลังตั้งใจแงะเศษหม้อออกจากก้อนดิน เขย่าเศษดินให้กะเทาะออก ข้างๆเดียร์มีเศษทั้งหม้อ ทั้งไห กองอยู่ใกล้ๆ กองเริ่มสูงขึ้นแล้ว  เดียร์หอบกองเศษหม้อทั้งหมดไว้ในมือ เอาไปใส่ในตะกร้ารวมที่วางอยู่ไม่ไกล  ในจังหวะที่เดียร์หันกลับมา ดันพลาดท่าสะดุดกับถังเปล่าที่วางอยู่ใกล้ๆ 

 

“เฮ้ย!!” เสียงใสตะโกนลั่น สายตาใสเหลือบไปเห็นซากหม้อ ไหที่วางกองกันอยู่ในดิน คนตัวเล็กหลับตาปี๋ เผลอกลั้นใจ งานนี้มีเอาหน้าซุกหม้อแน่ๆ

 

แต่ยังไม่ทันที่จะล้มลงไปได้ 180 องศา ร่างของเดียร์ก็ลอยอยู่กลางอากาศในท่าไมเคิล แจ็คสันเอนตัวไปข้างหน้า เกือบ 60 องศา

 

เฮ้ย!!! มันจะเป๊ะไปแล้ว

 

“ระวังหน่อยสิ” เสียงทุ้มดังอยู่ริมหู วายุประคองเดียร์ให้กลับมาตั้งหลักบนพื้นดิน  คนตัวเล็กได้แต่กระพริบตาปริบๆ สายตายังจับจ้องหม้อไหที่กองอยู่ด้านหน้า

 

“ขะขอบใจ” เอ่ยเบาๆ ผละไปรวมกับพู่กันและโต้ง

 

สองคนนั้นไม่เท่าไร ชินกับเรื่องแปลกๆแบบนี้บ้างแล้ว แต่คนอื่นๆนี่สิ  

 

พี่วิทยากรคนสวยถึงกับหันมาชมเดียร์ยกใหญ่ ว่าเดียร์ทำท่าแบบนั้นได้อย่างไร  เดียร์ได้แต่ยิ้มแหยๆไปให้ 

ดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นวายุยืนมองอยู่ไม่ไกล รอยยิ้มหล่อ ประดับอยู่บนใบหน้าคม แค่เดียร์มองดวงตาคู่นั่น ก็ต้องรีบหลบสายตาทันที

 

หลังจากขุดกันไปพักใหญ่ ในที่สุดอาจารย์ก็ให้พัก นักศึกษาทยอยไปล้างมือ ทำความสะอาดร่างกายตามพอใจ  งานที่ให้ลงมือขุดมีแค่ที่เดียว ส่วนที่อื่นๆ จะไปดูพิพิธภัณฑ์ที่ขุดเสร็จแล้ว

 

“ต่างกันยังไงหรือเดียร์?”  วายุเดินขนาบข้างเดียร์ขณะกลับขึ้นรถ และอย่างเคย อาจารย์เดินนำไปก่อน บางทีอาจถึงรถแล้ว ส่วนนักศึกษาก็เดินตามๆกันไป ยังมีอีกหลายคนเดินรั้งท้ายเดียร์อยู่

 

เดียร์หันมามองหน้าวายุ สีหน้าสงสัยเหมือนเด็กๆ

 

เดียร์เผลอยิ้มออกมากับสีหน้าน่ารักๆแบบนั้น

 

รอยยิ้มของคนตัวเล็ก ทำเอาวายุชะงักไปเช่นกัน

 

“เดียร์ยังไม่ตอบเลย” วายุกระพริบตาปริบๆ มือหนาเกาท้ายทอยเก้อๆ หันซ้ายหันขวาอย่างทำอะไรไม่ถูก

 

“หมายถึง ที่ที่เราจะไปต่อหรือ?” คนตัวเล็กถามกลับไปเบาๆ  วายุพยักหน้าหงึกหงัก

 

“ต่อไปเราจะไปดูพิพิธภัณฑ์ แต่ที่เรามาก่อนนี้คือแหล่งโบราณคดีที่ยังขุดไม่เสร็จ ถ้าขุดเสร็จ ก็คงเป็นพิพิธภัณฑ์เหมือนกัน”

 

วายุร้องอ๋อขึ้นมาเบาๆ  ริมฝีปากคมยกยิ้มน้อยๆ  สายตามคมมองนิ่งที่คนตัวเล็ก 

 

ไม่นานก็เดินมาถึงรถ เดียร์เดินเข้าไปประจำที่ตัวเอง วายุเดินตามมาติดๆ

 

“หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือเปล่า?” เดียร์แค่นเสียงถามร่างข้างๆเบาๆ  วายุยังคงมองนิ่งที่ใบหน้าใส เดียร์ชักไม่มั่นใจ หันไปส่องเงาตัวเองจากกระจกบานใสของหน้าต่างรถ มือบางลูบไปทั่วหน้า อาจจะเลอะจากที่ไปขุดหม้อเมื่อกี๊  วายุถึงได้เอาแต่จ้องหน้าเดียร์แบบนี้ ถ้ามีอะไรติดอยู่ก็บอกกันหน่อยสิ

 

“น่ารัก”

 

เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น ทำเอาเดียร์หันขวับ “ฮะ?!

 

เดียร์ว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดนะ ที่วายุพูดมันหมายความว่ายังไง!

 

ไม่มีประโยคตอบโต้จากปากวายุ

 

ร่างสูงอมยิ้มน้อยๆกับท่าทางของคนตัวเล็ก มือหนาวางลงบนศีรษะของคนตัวเล็ก โยกโคลงน้อยๆ ผละออกมากอดอก แต่กระนั้น สายตาคมก็ยังไม่ละไปจากใบหน้าใส

 

เขามาด้วยหรือวะ?” เสียงใสที่ดังมาจากอีกฟากของรถ เรียกสติให้กลับเข้าร่าง  คนตัวเล็กกระพริบตาปริบๆ  ปรับโฟกัสสายตาให้มองทะลุร่างโปร่งแสงข้างๆ  .. พู่กันกับโต้งมองมาทางเดียร์เป็นตาเดียว ตั้งแต่เห็นเดียร์มีท่าทีแปลกๆ

 

“อะเออ เขามาด้วย” พู่กันกับโต้งเผลอลมหายใจสะดุดไปน้อยๆ  เดียร์พยายามไม่สบตากับร่างข้างๆ ความรู้สึกถูกมองอย่างกับจะกลืนกินแบบนี้ มันเรียกเลือดขึ้นมากองรวมกันที่ใบหน้าได้ไม่ยาก คนตัวเล็กหันหน้าไปทางหน้าต่าง หนีสายตาคมคู่นั้น

 

 

 

50% (?)

 

ต่อค่ะ ^_^

 

 

 

 

 

กว่าจะถึงสถานที่ต่อไป ดวงตะวันเริ่มคล้อยตามเวลาบ่ายของวัน

 

อาจารย์พาทานข้าวเที่ยงก่อนเริ่มชมพิพิธภัณฑ์

 

สถานที่แห่งนี้ ก่อนจะมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ก็เป็นแหล่งโบราณคดีมาก่อนเช่นกัน คล้ายๆกับสถานที่ที่ไปขุดกันมาในตอนเช้า

ต่างตรงที่ ที่ตรงนี้เป็นสถานที่จัดแสดง ของทุกชิ้น กระดูกทุกส่วน มีตู้กระจกกั้นไว้หมดแล้ว 

 

วิทยากรอธิบายที่มาและความสำคัญของโครงกระดูกที่ถูกรักษาไว้และความเป็นมาของวัตถุแต่ละชิ้นที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์

 

เดียร์เดินดูรอบๆพิพิธภัณฑ์ด้วยความสนใจ โต้งก็ไปที่ตู้กระจกตู้หนึ่ง พู่กันก็ไปที่ตู้กระจกอีกตู้หนึ่ง  รวมไปถึงร่างโปร่งแสงที่เดินไปอีกตู้หนึ่ง

 

ท่าทางสนใจของวายุทำเอาเดียร์เผลอยิ้มออกมาน้อยๆ

 

“เดียร์ เขาให้ลองจุดไฟได้ด้วย” วายุตามไปยืนข้างๆวิทยากร เดียร์เห็นอย่างนั้นแล้วแอบกลั้นหายใจเบาๆ

 

วายุไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ตอนไหน! ดูสิ ยื่นหน้าไปจนจะชิดวิทยากรอยู่แล้ว  พี่วิทยากรที่นี่เป็นผู้ชาย ตัวใหญ่พอๆกับวายุ พอวายุไปยืนแทบจะแนบหน้ากับพี่วิทยากรแล้ว ภาพที่เดียร์เห็นอยู่คนเดียว ทำเอาเดียร์รู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก

 

หวังว่าพี่วิทยากรจะไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของวายุนะ

 

เดียร์มองหินเลียนแบบที่วางกองอยู่ในชั้น วายุยืนมองหินเหล่านั้นด้วยความสนใจ

 

ชั้นที่บรรจุหินที่มีรูปทรงคล้ายๆกัน ขนาดของหินคือเท่าหนึ่งกำมือ รูปร่างกลมมน  น้ำหนักเบากว่าของจริงๆเล็กน้อย เพราะเป็นหินที่ทำเลียนแบบไว้ให้ผู้สนใจได้ลองใช้ดู

 

หินที่ว่ามีไว้ศึกษาเรื่องการจุดไฟของคนในสมัยโบราณ ถ้าอยากรู้ว่าในสมัยโบราณจุดไฟยากแค่ไหน ผู้ที่สนใจสามารถลองกะเทาะหินดูได้

 

วิทยากรเดินนำไปที่ตู้กระจกตู้อื่น เดียร์กำลังจะผละออกไป พลันเห็นวายุค่อยๆยกหินขึ้นมาจากชั้น แค่นั้นเดียร์ก็ปรูดเข้าไปแย่งหินออกมาจากมือหนาทันที

 

“ทำอะไรวายุ!” คนตัวเล็กแค่เสียงเบาๆ วายุตีหน้าเหรอหรามาให้

 

“ลองดูเดียร์ ผมลองคำนวณค่าแรงเล่นๆดูแล้ว ไม่น่าจะยากนะ”

 

วายุยักคิ้วน้อยๆให้คนตัวเล็ก ไม่ได้สนใจว่าเดียร์ตกใจแค่ไหนที่เห็นวายุยกหินขึ้นมาแบบนั้น ถ้าใครมาเห็น ก็จะเห็นแค่ก้อนหินลอยได้แค่นั้นแหละ!

 

“วางลง! เดี๋ยวก็มีใครมาเห็นหรอก” เดียร์กระซิบออกไปให้ดังที่สุด  วายุเพียงส่ายหน้าน้อยๆให้คนตัวเล็ก

 

“ไม่มีใครเห็นหรอก” ร่างสูงยิ้มน้อยๆ มือหนาออกแรงเอาหินหนักๆสองก้อนมากระทบกัน ไม่ทันไรก็เกิดประกายวาบ เดียร์เผลอตกใจไปกับประกายไฟนั้น

 

“วายุ!

 

“ลองดูสิ” ไม่พูดเปล่า วายุยื่นหินให้เดียร์หนึ่งก้อน สายตาคมมองมืออีกข้างที่กำหินไว้แน่น

 

“ไม่กล้าอ่ะดิ๊~ จะมีแรงเร๊อ~~” วายุแซวจนเดียร์ขมวดคิ้วมุ่น

 

เห็นคนตัวเล็กแสดงท่าทางไม่พอใจ อดมองไม่ได้ที่จะจ้องมองใบหน้าหวานๆนั้น

 

“อย่ายั่วโมโหกันนะ” เดียร์แค่นเสียงให้เบาที่สุด

 

“จะไม่ลองดูจริงๆหรือ?”  วายุยักคิ้วน้อยๆ เป็นเชิงท้าทาย

 

เดียร์เห็นอย่างนั้นได้แต่กัดริมฝีปากล่างแน่น วายุกระตุกยิ้ม

 

“กัดปากอีกแล้วนะ” ร่างสูงเอื้อมมือมาจับปลายคางของคนตรงหน้า  เดียร์รีบปัดมือนั้นออกจากการคุกคาม  หันไปตั้งท่าเตรียมกะเทาะหินอย่างที่วายุทำ

 

“คอยดูนะ” เดียร์กำหินไว้ในมือแน่น ออกแรงกะเทาะหินสุดแรง แต่ทว่า กลับไม่มีประกายไฟใดๆเล็ดลอดออกมาเลย  คนตัวเล็กขมวดคิ้วแน่น ออกแรงกะเทาะหินอีกหลายครั้ง แต่ก็ตามเคย ไม่มีประกายใดๆให้เห็นเลย  คนสมัยก่อนเขาต้องออกแรงกันขนาดไหนนะ กว่าจะได้กองไฟหนึ่งกอง

 

“ทำไมไม่มีอะไรเลยล่ะ” คนตัวเล็กพึมพำเบาๆ สองมือเล็ก ออกแรงกระทบหินอีก วายุอมยิ้มน้อยๆ

 

ร่างสูงเดินเข้าไปซ้อนแผ่นหลังบาง มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมมาจับมือบางไว้ทั้งข้างซ้ายและขวา  จมูกโด่งสัมผัสเรือนผมนุ่มที่เริ่มชื้นเหงื่อน้อยๆจากการลงงานที่แรก ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยอยู่ริมหูของคนในอ้อมแขน

 

“ลองดูอีกครั้งนะ” วายุกระชับมือบางทั้งสองข้างให้จับหินไว้ให้แน่น  ออกแรงบังคับมือน้อยๆนั้น จับหินกะเทาะกัน ตามมาด้วย ประกายไฟสว่างวาบ

 

“เห็นไหม? ทำได้แล้ว” วายุซุกจมูกไล้แก้มเนียนอีกครั้ง ก่อนค่อยๆผละออกมา  เดียร์ยังกำหินไว้ในมือแน่น ดวงตากลมโตพยายามเบือนหลบสายตาคม ใบหน้าใสเจือสีชมพูฝาด

 

“เฮ้ย! เดียร์ทำได้ด้วย เมื่อกี๊กูลองตั้งนาน ไม่เห็นได้เลย” เสียงทุ้มของเพื่อนร่วมคณะดังมาจากที่ไกลๆ  เดียร์รีบวางหินทั้งสองก้อนลงไปบนชั้น ตั้งท่าจะวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ..พลาดไปนิดเดียวตรงที่เผลอสบตากับร่างสูง สายตาโลมเลียแบบนั้นทำเอาเดียร์ต้องรีบวิ่งหนีไปพร้อมๆกับความร้อนที่ลามไปทั้งใบหน้า

 

วายุเดินตามไป ความรู้สึกวูบวาบคับพองไปทั้งอก

 

“แขนเดียร์เล็กนิดเดียว มีแรงกะเทาะหินด้วย” เพื่อนชายร่วมคณะทักเดียร์ขึ้นมา ข้างๆกันมีเพื่อนๆของผู้ชายคนนั้นล้อมอยู่ เพื่อนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มรั้งท้ายของวิทยากร อยู่ตรงนี้ แทบไม่ได้ยินอะไรที่วิทยากรพูดเลย

 

เดียร์พยายามมองหาพู่กันกับโต้ง  เห็นอยู่ไม่ไกลจากวิทยากรมากนัก

 

“เก่งนะเนี่ย เอาแรงมาจากไหนเยอะแยะ” เพื่อนในก๊วนของชายคนนั้นเริ่มเข้ามายืนใกล้ๆเดียร์

 

“กู ฟลุ๊ค พวกมึงลองไปทำดูอีกรอบสิ” เดียร์พยายามเดินอ้อมคนอื่นๆ ไปใกล้วิทยากรให้มากขึ้น

 

“เดียร์ทำให้ดูอีกรอบหน่อยสิ” ผู้ชายคนแรกที่ทักเดียร์ เป็นคนเอ่ยชวน  พลางเอื้อมมือมาจับมือเดียร์ แต่ช้ากว่าใครอีกคนอยู่ดี

 

“ทำไมชอบละล้าละลังนักนะ” วายุฉุดมือบาง ออกแรงดึงมือเดียร์ไว้ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะโดนตัวเดียร์ได้ คนถูกลากไม่ทันตั้งตัว ได้แต่เดินตามแรงดึง มาโผล่อีกที ก็พบว่ายืนอยู่ข้างพู่กันซะแล้ว

 

“โทษที….” เดียร์ที่พรวดพราดเข้ามา ได้แต่ยิ้มแหยๆไปให้เพื่อนที่อยู่ใกล้ๆทุกคน โต้งกับพู่กันมองว่าเป็นเรื่องเกือบปกติ แต่คนอื่นๆดูตกใจไม่น้อยที่เดียร์พรวดพราดเข้ามาแบบนั้น

 

“พวกมันแอบมองเดียร์ตลอดเลยนะ เผลอไม่ได้ ไอ้พวกนี้” วายุจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ มือหนายกขึ้นกอดอก ยืนประกบเดียร์ไม่ห่าง

 

คนตัวเล็กพยายามไม่ต่อความยาวสาวความยืดกับร่างสูงข้างๆ พยายามตั้งสติ โฟกัสไปที่วิทยากรที่บรรยายอยู่ ไม่วายยังได้ยินวายุพึมพำเบาๆ

 

“มองอย่างเดียว กูก็หวงเว้ย!

 

 

 

 

# My dear

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เชิ้บๆ….  มาเช้า(?) อีกแล้ว

 

 

หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^_^

 

 

 

เจอกันตอนต่อไปนะคะ ^_^ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #54 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 11:32
    โต้ง นายเจ๋งมากกกก พุ่กันออกไปอาบน้ำข้างนิกไม่ได้น้าาา เป้นสาวเราต้องระมัดระวัง 555 วายุ นายโรแมนติกอ่ะ กริ้ดดดด เดียร์ ยอมแล้วๆๆๆๆ เย้ๆๆๆๆๆ
    #54
    0
  2. #33 yaaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 16:05
    วายุจะหึงน่ารักไปล้ะ >___
    #33
    0
  3. วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 12:53
    หวงแล้วจะทำไรได้ล่ะเนี่ยวายุ
    #32
    0