My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 13 : Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 พ.ค. 57


Chapter 12 


 

หลังจากวันนั้น เดียร์ต้องคอยระวังตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม

 

หากถามว่าระวังอะไรคงหนีไม่พ้นวายุ

 

เดียร์ต้องเอาตัวรอดจากฝ่ามือหนาที่คอยจุ้นจ้านกับเดียร์อยู่เรื่อย

 

วายุไม่ได้พูดแต่ปาก หากแต่ลงมือทำจริงๆ

 

“จะอาบน้ำ! ตามเข้ามาทำไม!” คนตัวเล็กตวาดไล่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วมิอาจทราบได้  วายุยังคงยืนนิ่งอยู่ในห้องน้ำ

 

ภาพตรงหน้ามันน่ามองน้อยเสียที่ไหน คนตัวเล็กในชุดนอนเสื้อยืดตัวบาง กางเกงขาสั้น

 

ร่างสูงไล่สายตาพิจารณาร่างเล็กตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า  นึกอยากสัมผัสผิวเนียน ….

 

คนตัวเล็กขมวดคิ้วมุ่น “ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง” เดียร์ก้าวเท้าไปใกล้ร่างสูง

 

ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เดียร์ยังหนีสายตาวายุไม่พ้นเลยสักวินาทีเดียว

 

นึกโทษพู่กัน ที่ป่านนี้คงดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องนั่งเล่นแน่ๆ

 

“ทำไมชอบมาวุ่นวายตอนจะอาบน้ำฮะ?!” เดียร์ขยี้ผมแรงๆ ท่าทางหงุดหงิด วายุยกยิ้มน้อยๆ

 

“งั้นไม่วุ่นวายตอนอาบน้ำได้ แต่วุ่นวายตอนนอนได้ใช่ไหม?”

 

วายุยักคิ้วหล่อๆไปให้คนตัวเล็ก แอบเห็นเดียร์กำมือแน่น

 

“จะบ้าหรือไง! ออกไปเลยนะ จะตอนไหนก็ห้ามกวน!” เดียร์เข้ามาดันหลังวายุ รวบรวมแรงทั้งหมดดันให้วายุออกไปจากห้องน้ำให้ได้

 

ไม่แปลกหรอก ถ้าวายุโดนตัวเดียร์ได้ เดียร์ก็ต้องโดนตัววายุได้

 

“จะแต๊ะอั๋งผมหรือไงครับ? หืม?” วายุยิ้มล้อไปให้น้อยๆ

 

เดียร์ยู่หน้าใส่ร่างสูง จนวายุทะลุออกไปจากห้องน้ำได้

 

คนตัวเล็กหันมาขยี้ศีรษะแรงๆอีกที

 

ไม่รู้จะทำอย่างไร

 

มีประตูกั้น แต่ก็เหมือนไม่มีประตู

 

นับวันมันจะยิ่งเอาใหญ่แล้วนะวายุ!!!

 

คนตัวเล็กหลับหูหลับตาอาบน้ำให้เร็วที่สุด

 

ไม่อยากใช้เวลาในห้องน้ำมาก ถึงเดียร์จะไม่เห็นวายุ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าวายุไม่เห็นเดียร์

 

คนตัวเล็กออกจากห้องน้ำมา ในชุดพร้อมไปมหาวิทยาลัย

 

เห็นวายุนั่งนิ่งอยู่ที่เตียง

 

เดียร์ตั้งใจจะเดินเลยออกไป ไม่อยากสนใจเท่าไรนัก แต่สังเกตท่าทางวายุที่นิ่งเกินไป

 

 ….เป็นอะไรหรือเปล่า?

 

เดียร์เดินเข้าไปใกล้ๆ ภาพตรงหน้าชัดเจนมากขึ้น

 

มือขวาของวายุ กุมที่หน้าอกด้านซ้ายแน่น

 

ร่างสูงเงยหน้า สบตาคนที่เดินเข้ามาใกล้

 

“ผมเป็นอะไรไม่รู้” คิ้วหน้าขมวดแน่น

 

เดียร์เห็นท่าไม่ดี ค่อยๆนั่งลงข้างๆ “เป็นอะไรวายุ?”

 

คนตัวเล็กเลิ่กลั่ก ทำอะไรไม่ถูก หันซ้ายหันขวาอย่างต้องการตัวช่วย เห็นสีหน้าเจ็บปวดของวายุแล้วใจไม่ดีเลยนะจริงๆ  ยอมสงบศึกเรื่องในห้องน้ำไว้ก่อนก็ได้

 

วายุแบมือออกข้างหนึ่ง สายตาอ่อนโยนถูกส่งไปให้คนตัวเล็ก เดียร์มองฝ่ามือหนาอย่างไม่เข้าใจ เห็นอย่างนั้น วายุเลยคว้ามือบางมาจับไว้แน่น วางมือน้อยๆนั้น ลงไปบนหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง

 

“ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียง….

 

เดียร์ไม่ค่อยเข้าใจที่วายุพูดเท่าไรนัก แต่กระนั้น ร่างเล็กก็ยื่นใบหน้าใสเข้าไปใกล้ๆกับหน้าอกด้านซ้ายของร่างสูง

 

ไม่รู้ว่าที่วายุแสดงสีหน้าเจ็บปวดนั้นแปลว่าอะไร

 

เสียงที่วายุได้ยิน ทำให้วายุเจ็บอย่างนั้นหรือ?

 

“ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย” เดียร์พึมพำเบาๆ มือบางวางแนบลงไปบนแผ่นอกแกร่ง เผื่อว่าจะเจอที่มาของเสียงที่ว่า

ร่างเล็กที่แนบกายชิดกับแผ่นอกแกร่ง ทำให้วายุเผลอแนบริมฝีปากกับกลุ่มผมนุ่มที่ซุกอยู่ที่หน้าอก

 

รอยยิ้มน้อยๆประดับบนใบหน้าคม

 

“ไม่ได้ยินจริงๆหรือ? แต่ผมได้ยินชัดมากเลยนะ” วายุรู้สึกได้ว่าร่างเล็กแนบชิดมากยิ่งขึ้น วายุยกมือโอบเอวบางไว้หลวมๆ  แอบเห็นคนในอ้อมแขนขมวดคิ้วมุ่น เป็นจังหวะเดียวกับที่เดียร์เผลอสบตากับวายุเข้าพอดี ร่างเล็กผละออกทันที

 

“แกล้งกันหรือ?!” คนตัวเล็กเดินหนีออกไป ไม่วาย มีหันมาส่งสายตาแค้นเคืองให้วายุอีก

 

“ไม่ได้แกล้งนะ” ร่างสูงตะโกนไล่หลังไป  เดียร์เดินออกไปจากห้องนอนแล้ว

 

วายุกลับมาจมอยู่กับตัวเองอีกครั้ง

 

เขาไม่ได้โกหกเดียร์จริงๆ….

 

เสียงนั้นดังมาจากหน้าอกด้านซ้าย

 

มันไม่เคยมีเสียงอะไรเลย จนกระทั่งวันนี้

 

มันเป็นความเจ็บปวด เหมือนเข็มอันใหญ่แทงเข้ามาในร่างกาย ไม่นาน ความเจ็บนั้นค่อยๆหายไป เหลือเพียงความรู้สึกเต็มตื้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ยิ่งตอนที่เดียร์แสดงอาการห่วงใยเขาความรู้สึกนั้นเหมือนทำให้ในร่างกายถูกอัดลมจนโป่งพอง

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ วายุแทบสัมผัสความรู้สึกเจ็บปวดทางร่างกาย ไม่ได้เลยสักครั้ง

 

หรือนี่คือสัญญาณจากอะไรบางอย่าง?

 

 

 

 

 

หลังเลิกเรียนของวันนั้น เดียร์ไปทำงานที่ร้านไอศกรีมเหมือนทุกวัน  เมื่อเข้าไปในร้าน คนตัวเล็กเห็นคนสองคนที่บอกว่ามาสมัครงาน ทำงานอยู่ก่อนแล้ว

 

หลังจากได้พูดคุยทักทายกัน เดียร์ถึงได้รู้ว่าทั้งสองคนอายุมากกว่าเดียร์..  พี่ๆทั้งสองคนชื่อ พี่ข้าวกับ พี่ปิ่น

 

คนตัวเล็กเผลอมองพี่ๆทั้งสองคนอยู่หลายครั้ง มองยังไง เดียร์ก็ยังไม่แน่ใจว่าพี่ๆทั้งสองคนเป็นผู้ชาย ถ้าเป็นผู้ชายจริงๆ ก็เป็นผู้ชายที่น่ารักมากแน่ๆ  เดียร์แอบวัดส่วนสูงตัวเองกับพี่ๆทั้งสองคน

 

ส่วนสูงไม่ค่อยต่างกันเท่าไรแฮะ

 

โต้งเข้าร้านมาทีหลังเดียร์ เดียร์แอบเห็นว่าโต้งมีท่าทางไม่ต่างจากเดียร์มากนัก ตอนที่รู้ว่าพี่ข้าวกับพี่ปิ่นเริ่มงานวันนี้

 

“พวกพี่เคยทำงานอยู่ร้านข้าวแกงในมอนี่ล่ะ” พี่ข้าวบอก พลางเดินไปทำความสะอาดโต๊ะที่ลูกค้าเพิ่งลุกออกไป

 

“แต่เจ้าของร้าน” พี่ปิ่นเสริมประโยคให้ แต่ดูท่าว่าจะยังไม่จบประโยค  เดียร์กับโต้งเผลอแสดงอาการลุ้นออกมาทางสีหน้า

 

ข้าวกับปิ่นได้แต่ยิ้มแหยๆมาให้

 

ตอนนั้นเอง ที่ล็อคเดินเข้ามาสมทบ  คนตัวโตกระแอมหน่อยๆ “แต่เจ้าของร้านนี้ โหดนะ”

 

เดียร์เผลอหันไปสบตาคนพูดทันที เห็นล็อคพยายามกลั้นยิ้มอยู่

 

ข้าวกับปิ่นเลยยอมแยกย้ายกันไปทันที

 

“พี่ล็อค แกล้งพี่ๆเขาทำไม?” เดียร์หันไปจัดการตกแต่งไอศกรีมในถ้วยต่อ โต้งผละออกไปรับลูกค้า

 

“ไม่ได้แกล้งนะ นี่พี่ไม่โหดหรือ? พี่โหดนะ ดูหน้าพี่สิ” ล็อคจ้องหน้าเดียร์นิ่งๆ ท่าทางนั้นไม่ได้ดูน่ากลัวเท่าไรนัก ในความคิดเดียร์ ดูอ่อนโยนมากกว่า คนตัวเล็กเผลอขำออกมาเบาๆ  ล็อคเห็นอย่างนั้น อดยิ้มตามไม่ได้ ..

 

“เจ้าของร้านข้าวแกงที่พี่ข้าวกับพี่ปิ่นเคยทำ มันเป็นพวกเฒ่าหัวงูน่ะ” คนตัวโตเอ่ยพลางเดินไปประจำแคชเชียร์

 

เดียร์วางถ้วยไอศกรีมที่จัดเสร็จแล้ว เตรียมออกไปเสิร์ฟ แต่ต้องชะงักเพราะคำพูดของล็อค  คนตัวเล็กเบิกตากว้าง  ยกไอศกรีมไปเสิร์ฟเสร็จ รีบกลับมาคุยกับเจ้าของร้านต่อ

 

“อย่างนี้ พี่ข้าวกับพี่ปิ่นไม่แย่หรือ?”

 

“เลยลาออกแล้วมาทำที่ร้านนี้ไง” ล็อคยิ้มอ่อนโยนไปให้

 

เดียร์ผละเข้าไปอยู่หน้าถังไอศกรีม เผลอมองพี่ข้าวกับพี่ปิ่นที่กำลังเรียนรู้เมนูไอศกรีมอยู่กับโต้ง

 

พี่ทั้งสองคนน่ารัก ตัวเล็กๆ ผิวขาวเนียนริมฝีปากอมชมพู เดียร์เองยังแยกไม่ออกเลยว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย

 

ถ้าเจอเฒ่าหัวงูอย่างนั้น….คงลำบากแย่

 

“คิดอะไรอยู่อีกแล้วใช่ไหม?” เสียงกระซิบดังอยู่ริมหู เดียร์ผงะหนีทันทีตามสัญชาตญาณ

 

“เมื่อไหร่นายจะเลิกผลุบๆโผล่ๆแบบนี้สักทีฮะ!” เดียร์เผลอวาดแขนตีที่แขนล่ำ เรียกเสียงร้องโอดโอยเบาๆจากร่างสูงได้

 

“พอตีผมได้ นี่เอาใหญ่เลยนะ” วายุแสร้งร้องโอดโอย คนตัวเล็กหันมายู่หน้าใส่ร่างสูง ท่าทางน่ารักจนวายุอยากจะฟัดใบหน้าใสๆนั่นสักทีสองที

 

เดียร์รู้สึกถึงสายตาของใครสักคนที่มองมา เงยหน้ามองไปทางวายุ  เห็นวายุกำลังมองออกไปนอกร้าน แต่ยังยืนข้างกันไม่ไปไหน สอดส่ายสายตามองไปเรื่อยๆ จนปะทะเข้ากับสายตาของเจ้าของร้านที่อยู่ตรงแคชเชียร์

 

ล็อคส่งสายตานิ่งๆมาทางเดียร์  คนตัวเล็กเผลอสะดุ้งสุดตัว เหมือนเด็กที่แอบขโมยขนมไปกินแล้วถูกจับได้ แต่ตอนนี้ ถึงเดียร์จะไม่ได้ขโมยขนมใคร แต่ความรู้สึกที่พยายามแอบทำอะไรบางอย่างมาตลอด เหมือนมันกำลังถูกเปิดเผยอย่างไรไม่รู้

 

“คุยกับใครอยู่หรือ?” คนตัวโตยิ้มให้น้อยๆ คำถามที่ทำเอาเดียร์ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ

 

ล็อคนึกไปถึงวันนั้น ที่โต้งกับพู่กันเล่าเรื่อง ความสามารถพิเศษของเดียร์ ให้ฟัง  หลังจากวันนั้น ล็อคแอบสังเกตมาพักหนึ่งแล้ว เพิ่งเห็นจังๆก็วันนี้

 

“เอ่อพี่ล็อคคงไม่ได้หาว่าผมเป็นบ้าใช่ไหม? คือผม” เดียร์ไม่รู้ว่าตัวเองจะเริ่มพูดยังไง จะให้พูดความจริง ไม่รู้ล็อคจะเชื่อไหม จะให้โกหก ก็ไม่รู้จะโกหกว่าอะไร โอ๊ยยย ไอ้เดียร์!!

 

“พี่พอรู้มาบ้างน่าว่าเดียร์เห็นเอ่อ..พี่แค่ช็อคนิดหน่อย” ล็อคว่าพลางยิ้มแหยๆมาให้เดียร์ คนตัวโตเกาท้ายทอยน้อยๆ หันไปรับลูกค้าที่มาเช็คบิล

 

เดียร์อยากจะทึ้งหัวตัวเองแรงๆสักทีสองที  ไม่ได้โมโหคนที่บอกพี่ล็อค แต่เดียร์ทำอะไรไม่ถูก

 

 

รู้สึกโล่งขึ้นมานิดหนึ่ง ที่พี่ล็อครู้ แต่ไม่ได้โล่งทั้งหมด เพราะดูเหมือนพี่ล็อคจะช็อคอย่างที่ว่าจริงๆ

 

กลัวว่าพี่ล็อคจะกลัว อะไรบางอย่างที่เดียร์มองเห็นด้วย

 

“เพราะนาย!” เดียร์หันไปชี้หน้าร่างสูงอย่างคาดโทษ ผลักประตูบานพับที่กั้นส่วนของพนักงานเอาไว้ เดินออกไปรับออเดอร์ลูกค้า

 

วายุมองตามอมยิ้มน้อยๆกับท่าทางนั้น

 

“เดียร์เห็นกู แต่ไม่เห็นมึงหรอก” วายุส่งสายตาไปทางเจ้าของร้าน หัวเราะในลำคอ ก่อนหายไปนั่งเล่นที่หน้าร้าน

 

วายุเดินทะลุกระจกใสของร้านไอศกรีม นั่งกินลมชมวิวกับบรรยากาศหน้าร้าน  พลันสายตาคมก็สะดุดเข้ากับคนตัวเล็กที่คุ้นเคย ร่างเล็กๆนั้นมุ่งหน้ามายังร้านไอศกรีม สีหน้าดูสดใส..กว่าเมื่อหลายวันก่อน

 

วายุมองตามจนคนตัวเล็กที่ว่า เดินเข้าไปในร้าน ร่างสูงไม่รอช้า รีบตามไปติดๆ

 

“อาโป” เสียงใสของพนักงานในร้าน เรียกชื่อน้องรหัสลั่น

 

เจ้าของชื่อยิ้มแป้นเข้าไปหารุ่นพี่ “พี่เดียร์..คิดถึงจัง” อาโปถลาไปกอดเอวรุ่นพี่ตัวเล็กแน่น ถึงเดียร์จะยังดูไม่เข้าใจกับสถานการณ์นี้เท่าไร แต่ก็กอดตอบรุ่นน้องแน่นๆไม่ต่างกัน

 

เดียร์จูงมืออาโปมานั่งที่โต๊ะว่าง  วางถาดเปล่าไว้บนโต๊ะ 

 

“เป็นไงบ้างเรา?” เดียร์จับมือรุ่นน้องไว้แน่น สังเกตว่าสีหน้าอาโปดูสดใสกว่าหลายวันก่อนมาก  

 

เดียร์กับอาโปคุยกันไปเรื่อย อาโปแอบบ่นถึงอาจารย์บางท่านให้ฟัง เดียร์อดไม่ได้ บ่นไปกับรุ่นน้อง จนอาโปเริ่มพูดถึงพี่ชายตัวเอง

 

“พี่วายุ…..” อาโปชะงัก ยิ้มแป้น  แต่ชื่อที่อาโปเอ่ย ทำเอาเดียร์ใจกระตุก รู้สึกเหมือนหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

 

“วายุทำไม?” น้ำเสียงเดียร์แสดงอาการร้อนรน จนรุ่นน้องต้องรีบเอ่ยขัด

 

“พี่วายุไม่ได้เป็นอะไรครับ แต่ว่า” อาโปชะงัก เดียร์เผลอลุ้นตาม “พี่วายุดีขึ้นบ้างแล้วครับ”

 

จบประโยค เดียร์เผลอร้องลั่นด้วยความดีใจ ทุกคนในร้านหันมามองเดียร์เป็นตาเดียว คนตัวเล็กรีบยกมือไหว้กล่าวขอโทษ

 

เดียร์สบตากับรุ่นน้อง ดวงตาใสๆของอาโป มีความสุขจนเดียร์ไม่กล้าถามอะไรอีก เผลอสบตากับวายุ ได้รับรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้

 

หรืออาการของวายุคือสัญญาณอะไรบางอย่าง?

 

 

# My dear

 

 

 

 

 

เริ่มมีสัญญาณอะไรบ้างแล้ว แอมกลัวเรื่องจะเวิ่นเว้อจังค่ะ ^^’’

 

ขอบคุณที่คอมเม้นกันมาค่ะ ^_^

รู้สึกเหมือนได้ชาร์จแบตเลย  มีกำลังใจขึ้นมาบ้างแล้ว ^_^

 

ช่วยบอกแอมได้นะคะ ถ้าดำเนินเรื่องแปลกๆไป หลุดพล็อต หรือคำผิด

บอกได้ค่ะ ^_^

 

ยังคงแบ่งเวลาไปดูน้องโล่อยู่ดี ^^’’  ดูไปดูมา ชักหลงลีดบังเข้าแล้ว  >///<  แอมเพิ่งเริ่มสนใจวง B.A.P นะคะ ^^’’  ถ้าอยากพาแอมเวิ่นเรื่องของหนุ่มๆกระต่าย คุยกับแอมได้นะ >< แนะนำ พูดคุย เวิ่นเว้อ อะไรก็ได้ค่ะ ติดใจในความดาร์กของวงนี้ >////<

 

 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ ^^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #26 Ice lemon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 11:38
    ความรักชนะทุกสิ่ง แอร้ยยยย >\\< ที่เริ่มจับตัวกันได้เพราะดียร์เปิดใจให้วายุแล้ว ใช่ป่ะ ถึงอาการของเดียร์จะยังไม่มากก้เถอะ =_=;; วายุก้เริ่มอาการดีขึ้นแล้ว T^T ดีจางงง
    #26
    0
  2. วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 12:29
    วายุเริ่มมีหวังแล้วล่ะ ดีใจด้วยนะ ต่อไปเดียร์ก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่เลยนะ
    แต่ว่าลองดูอีกทีเดียร์ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ แต่อาจจะเป็นความรู้สึกของคนสองคนรึป่าวถึงทำให้วายุอาการดีขึ้น?
    #10
    0