1004 The story of an Angel [S.Coups x Jeonghan] [SEVENTEEN]

ตอนที่ 15 : Chapter 14 คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    10 ม.ค. 60


Chapter 14

 

จองฮันยืนอยู่กลางห้องโถงกว้าง เบื้องหน้าของคือกลุ่มชาวสวรรค์มากหน้าหลายตา พวกเขาเหล่านั้นมีอำนาจเหนือชาวสวรรค์ทั้งมวล ด้วยอำนาจและหน้าที่ที่เหนือกว่าของพวกเขา ทำให้จองฮันต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ พวกเขานำอำนาจของผู้คุมกฎบังคับใช้กับจองฮัน ให้เข้ารับการตักเตือน ใช่ ตักเตือน เขายังได้รับแค่การตักเตือนอยู่

“เจ้ากำลังจะละเมิดกฎของชาวสวรรค์” จองฮันนิ่งมองเทพยดาที่นั่งอยู่เบื้องหน้า เขาเป็นคนแรกที่พูดออกมาท่ามกลางชาวสวรรค์มากอำนาจ จองฮันเม้มริมฝีปาก ข่มความหงุดหงิดไว้ในใจ

ถ้ากฎพวกนี้มีอยู่โดยที่เขาไม่ได้กระทำการฝ่าฝืน เขาก็คงไม่มีความรู้สึกใดๆ แต่เมื่อกฎพวกนี้ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนไม่ดีทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจฝ่าฝืน มันน่าหงุดหงิดสิ้นดี

วันนี้เขาเดินทางมาเข้ารับการตักเตือนเพียงคนเดียว เขาคิดมาตลอดตั้งแต่วันที่ได้รับจดหมายเชิญจากสภาของสวรรค์ หมายจะเดินทางมาคนเดียว ในคราแรกครอบครัวจะเดินทางมาด้วย แต่เขาไม่อยากให้ทุกคนลำบากใจไปกับเขา เท่านี้เขาก็ทำให้ครอบครัวไม่สบายใจมากพอแล้ว

“เจ้ารู้ดีว่าเรา ชาวสวรรค์ มีกฎบังคับใช้เมื่อพวกเราลงไปยังโลกมนุษย์ แล้วเจ้าก็กำลังละเมิดกฎนั้น” นางฟ้าตนหนึ่งพูดขึ้น จองฮันก้มหน้า ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่ตอบโต้ รอให้เหล่าทวยเทพพูดต่อ

“กฎของเราคือห้ามมีความรักกับมนุษย์ และเจ้าก็กำลังจะละเมิดกฎนั้น พวกเราจำเป็นต้องนำตัวเจ้ากลับมาก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปกว่านี้” นางฟ้าคนเดิมพูดต่อ ก่อนตามมาด้วยเสียงของเทวดาอีกตน

“เราไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ไม่อยากให้เกิดกรณีเหมือนเร็น”

จองฮันเลิกคิ้ว เร็นเหรอ?

เขาลืมเรื่องของเร็นไปได้ยังไง เขาเคยได้ยินเรื่องราวของเร็น แต่นั่นก็ผ่านมาสามปีแล้ว

“หากเจ้ามีความรักกับมนุษย์ เจ้าจะกลับสวรรค์ไม่ได้อีกเลย เจ้าจะต้องเป็นมนุษย์ตลอดไป เจ้าต้องการเช่นนั้นหรือ?” นางฟ้าสักตนพูดขึ้น

จองฮันไม่ตอบโต้ถ้อยคำใดจนจบการตักเตือนในห้องโถงกว้าง  เขาเพียงรับคำสั้นๆ เมื่อใกล้ยุติการตักเตือน

 

จองฮันเดินมองเท้าตัวเองตลอดการเดินทางกลับบ้าน เรื่องราวของเร็นวนเวียนอยู่ในหัวมาตั้งแต่การตักเตือนยุติลง ตอนเขาได้ยินเรื่องราวของเร็นครั้งแรกเมื่อสามปีก่อน เขาตั้งคำถามว่าทำไมเร็นถึงกล้าละเมิดกฎ? เร็นไม่กลัวเลยเหรอ? เขาได้แต่สงสัยว่าชีวิตบนโลกมนุษย์มันเป็นยังไง? ทำไมเร็นยอมสละทุกอย่างเพื่อลงไปใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์? มาถึงตอนนี้ เขาเข้าใจแล้ว

เขาไม่ได้ตั้งใจจะละเมิดกฎ แต่เรื่องของความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้ เราจะบังคับตัวเองให้เกลียดคนที่ชอบได้ยังไง เขาชักโมโหคนตั้งกฎบ้าบอนี้จริงๆ

แล้วถ้า... เขาเลือกทำเหมือนเร็นละ?  ถ้าเขาเลือกทางเดินของตัวเอง โดยไม่สนใจกฎพวกนั้นละ? 

จองฮันกำมือแน่น เขาอยากรู้ว่าคุปส์ได้ยินที่เขาพูดความรู้สึกตัวเองไหม?  คุปส์จะคิดยังไงที่เขาหายไป เขายังไม่ได้ล่ำลา ไม่ได้บอกเรื่องราวทั้งหมดให้คุปส์รู้  ทุกคนในวงจะคิดยังไงที่เขาหายไป  เขาไม่คิดว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างนี้ เขาอยากกลับไปหาทุกคน

จองฮันเดินไปเรื่อยๆจนมาถึงบ้านในที่สุด เขายิ้มให้พ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่หน้าบ้าน

“เป็นยังไงบ้างลูก?” คนเป็นแม่เอ่ยถาม

“สบายมากครับ ผมขอไปพักก่อนนะครับ”  จองฮันส่งยิ้มจางก่อนเดินเข้าบ้านไป พ่อกับแม่มองตามลูกชายจนลับสายตา ความเป็นห่วงฉายชัดในแววตาของทั้งสองคน

จองฮันเดินผ่านน้องสาวที่ยืนรออยู่หน้าห้องนอน

“จองฮันโอปป้า....” น้องสาวเอ่ยเรียก จองฮันลูบศีรษะน้องสาวก่อนเดินเข้าห้องนอน คนเป็นน้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเดินจากไป

 

เอสคุปส์นั่งพิงโซฟาหน้าโทรทัศน์มาหลายนาทีแล้ว สิ่งเดียวที่ทำคือนั่งมองโทรศัพท์มือถือในมือ โทรศัพท์มือถือที่เขาซื้อให้ใครบางคนที่หายตัวไป เขาสัมผัสหน้าจอครั้งแล้วครั้งเล่า ได้แต่หวังว่ามันจะดังเพราะเจ้าของของมันติดต่อกลับมา แต่ไม่มีเลย ข้อมูลการใช้สายมีแค่ชื่อเขาที่โทร.เข้าเมื่อสามวันก่อน

สามวันแล้วเหรอ? ทำไมเวลาผ่านไปเร็วแบบนี้นะ

วอนอูถอนหายใจเฮือกใหญ่กับท่าทางของหัวหน้าวง ทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้จนต้องเดินเข้าไปหา

“ฮยอง...” วอนอูเข้าไปนั่งข้างคนเป็นพี่ ปฏิกิริยาตอบสนองของเอสคุปส์ยังดีอยู่ คนถูกเรียกจึงหันมองคนเป็นน้อง

“คิดยังไงกับเรื่องที่เร็นฮยองพูด?”

เอสคุปส์มองลึกเข้าไปในสายตารุ่นน้อง คล้ายต้องการค้นหาว่าวอนอูคิดเหมือนเขาหรือเปล่า เรื่องราวที่เร็นเล่ามันยากจะเชื่อ แต่เขาที่เจอเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยตัวเองก็ต้องยอมรับว่าเรื่องที่เร็นเล่ามันดูเป็นไปได้ที่สุด วอนอูคิดเหมือนเขาไหม?

“ฉันไม่อยากจะเชื่อ” เอสคุปส์เบนสายตาไปยังโทรทัศน์ที่กำลังฉายการ์ตูนอยู่ “แต่ถ้าไม่เป็นอย่างที่เร็นพูด ตอนนี้จองฮันอยู่ที่ไหน?” เอสคุปส์พูดต่อคล้ายเหม่อลอย วอนอูส่ายหน้าเบาๆ ด้วยเขาก็ไม่รู้ว่าจองฮันอยู่ที่ไหน วอนอูเม้มปากแน่นก่อนเอ่ยต่อเสียงเบา

“ฮยอง... ใกล้ถึงวันที่จะต้องเริ่มทำอัลบั้มต่อไปแล้ว” ตามตารางที่กำหนดไว้ตั้งแต่จบการโปรโมทอัลบั้มแรก เอสคุปส์ต่อประโยคของวอนอูในใจ เขาหมุนโทรศัพท์มือถือเล่น สายตาเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง

เอสคุปส์รู้ดีว่าหากไม่ทำตามตารางที่กำหนดไว้ ต้องมีปัญหาตามมา ตารางการโปรโมทและการต้องเลื่อนไปหมด ทุกวันนี้เขาไม่ค่อยได้คุยกับกลุ่มผู้จัดการที่คอยดูแลพวกเขา เพราะอย่างน้อยช่วงนี้ก็ยังถือว่าเป็นช่วงพักผ่อน ยังเป็นเวลาส่วนตัว อีกทั้งเรื่องที่จองฮันหายไปก็ยังไม่มีผู้ใหญ่รู้ เขาจึงไม่ต้องคอยตอบคำถามใคร แต่หากวันนั้นมาถึง วันที่ต้องเริ่มทำอัลบั้มใหม่ เขาไม่รู้จะตอบคำถามเหล่านั้นยังไง อาจจะเป็น จองฮันไปทำธุระด่วนที่ต่างจังหวัด เขาหวังว่ามันจะดูน่าเชื่อถือ แต่เขาไม่รู้ว่า ธุระด่วนที่ต่างจังหวัดของจองฮันจะใช้เวลานานแค่ไหน เขาชักไม่อยากคุยกับใครเสียแล้วสิ

เสียงก๊องแก๊งจากในครัวเรียกความสนใจจากเอสคุปส์และวอนอูให้มอง ไม่นานก็ได้ยินเสียงโวยวายดังตามมา

“มินกยูฮยองทำห้องครัวสกปรกอีกแล้ว!” เสียงดีโน่ดังมาเป็นคนแรก

“อะไรเล่า ฉันแค่จะทอดไก่ไว้ให้จองฮันฮยองเองนะ!” เสียงมินกยูดังตามมา

“แล้วชามบะหมี่ของใครเนี่ย กินเสร็จแล้วทำไมไม่ล้าง?!” ดีโน่ยังบ่นไม่หยุด เอสคุปส์เดินเข้าไปช่วยตอบคำถามของดีโน่

“ฉันเอง”

ห้องครัวตกอยู่ในสภาวะเงียบกริบ

ดีโน่กลืนน้ำลายเอื้อก ยิ้มแห้งให้หัวหน้าวงก่อนเอ่ยออกมา

“เดี๋ยวผมล้างให้ก็ได้”

“ขอบใจ” เอสคุปส์ตอบเสียงเบาก่อนหันกลับไปทางวอนอู แว่วเสียงมินกยูดังตามมา

“จองฮันฮยองไม่อยู่ ไม่มีคนล้างจานเลย”

เอสคุปส์ทำได้เพียงถอนหายใจแผ่วเบา แม้จองฮันไม่อยู่แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไปนะ

วอนอูมองตามหัวหน้าวงที่กลับมานั่งที่เดิม เพิ่มเติมคือจุนมานั่งอีกข้างของวอนอู ในมือจุนมีสมุดและดินสอ จุนเห็นสายตาเพื่อนก็พูดขึ้นมาโดยไม่ต้องรอให้วอนอูถาม

“นิทานกำลังจะมาแล้วน่ะ”

วอนอูไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เขาก็เห็นจุนเรียนภาษาเกาหลีจากนิทานในโทรทัศน์บ่อยๆ

“นางฟ้าตัวน้อย...” จุนพึมพำ

เอสคุปส์จดจ้องกับสิ่งที่อยู่ในหน้าจอโทรทัศน์ เขาเห็นจุนเรียนคำศัพท์จากนิทานเรื่องนี้มาหลายเดือนแล้ว เรื่องราวไม่จบสักที มีตอนย่อยหลายตอนจนเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยาวเกินไป มันเป็นเรื่องของนางฟ้าตัวน้อยที่ท่องไปในโลกมนุษย์ มันก็คือนิทานหลอกเด็ก... ไม่ใช่เหรอ? มันคือนิทาน มันคือเรื่องที่แต่งขึ้นมา มันไม่มีทางเป็นเรื่องจริงหรอก... ใช่ไหม?

แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริงละ? ถ้านางฟ้ามีอยู่จริงละ?

 

 หลายวันมานี้จองฮันเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องนอน ไม่ได้พบปะผู้คน เลย ในแต่ละวันเขาทำเพียงนั่งเท้าคางที่โต๊ะหนังสือแล้วเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง มองออกไปเท่าที่ระยะสายตาจะมองเห็น เขาคิดเล่นๆ ว่าถ้ามองเห็นโลกมนุษย์จากตรงนี้ได้ก็คงจะดี

เขาอยากรู้ว่าตอนนี้ทุกคนทำอะไรอยู่ แต่งเพลงหรือว่าซ้อมเต้น  กำลังนอนพักหรือกินหมูสามชั้นย่าง พลันรอยยิ้มจางปรากฏบนใบหน้าสวยโดยไม่รู้ตัว เขาคิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่เขาได้อยู่กับสมาชิกวง ได้มอบความสุขให้แฟนคลับ เขาอยากกลับไปหาแฟนคลับ ไม่อยากหายไปจากความทรงจำของทุกคน 

จองฮันไม่ชอบช่วงเวลาแบบนี้เลยจริงๆ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอ่อนแอที่สุด ควบคุมจิตใจตัวเองไม่ได้ สับสนไปหมด เขาต้องดีใจที่ได้กลับบ้าน แต่ความรู้สึกนั้นช่างน้อยนิดเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความเสียใจที่ต้องห่างไกลกับคนที่ชอบ

จองฮันอยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ หากเวลาผ่านไปสักปีหรือยี่สิบปี ความรู้สึกเหล่านี้ก็คงค่อยๆ จางหายไป เขาจะเก็บช่วงเวลาที่เขาได้ลงไปที่โลกมนุษย์ไว้เป็นความทรงจำดีๆ

 

แม่ของจองฮันมองบานประตูที่ปิดสนิทของห้องนอนลูกชายแล้วก็ต้องถอนหายใจ เธอพยายามเข้าไปคุยกับลูกชายหลายครั้ง ชวนลูกชายไปเดินเล่น แต่ไม่ประสบผลเท่าไร ไม่ว่ายังไง จองฮันก็ยังเอาแต่ขังตัวเองไว้ในห้องเช่นเดิม

พ่อของจองฮันเห็นท่าทางของคนเป็นแม่แล้วก็เข้าไปโอบให้กำลังใจ

“ไม่อยากเห็นลูกเป็นแบบนี้เลย” คนเป็นแม่เอ่ยเสียงเบา ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล คนเป็นสามีลูบไหล่ภรรยาเบาๆ

“ลูกแค่ต้องการเวลา ผมเชื่อว่าเวลาจะเยียวยาทุกอย่าง”

“แต่นี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วนะคะ” คนเป็นแม่เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ฉันเป็นห่วงลูกจังเลยค่ะ” เธอสบตาสามี นัยน์ตาเธอเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ

“ผมก็เป็นห่วงเหมือนกัน” คนที่เป็นทั้งสามีและพ่อ นิ่งมองบานประตูที่ปิดสนิทของห้องลูกชาย แว่วเสียงภรรยาเอ่ยแผ่วเบา

“เราจะทำยังไงดีคะ?”

 

เป็นอีกคืนที่เอสคุปส์ไม่นอนบนเตียงตัวเอง เขาย้ายตัวเองจากเตียงชั้นบนมานอนที่เตียงชั้นล่างได้หลายคืนแล้ว เอสคุปส์พลิกกายบนเตียงนุ่ม ตะแคงซ้ายขวาหาท่านอนที่สบายที่สุด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของคนตัวขาวยังฝังลึกในหมอนและผ้าห่ม แม้แต่เสื้อแขนยาวที่เขาสวมอยู่ตอนนี้

เอสคุปส์แสยะยิ้มในความมืด เขาชักจะเหมือนคนโรคจิตเข้าไปทุกที ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ เหมือนที่พระเอกละครทำบ่อยๆ เพิ่งเข้าใจพระเอกละครพวกนั้น รู้แล้วว่าความรู้สึกคิดถึงคนรักเป็นยังไง... ยิ่งคิดถึงทั้งที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะกลับมาเมื่อไร ยิ่งทำให้เขาแทบบ้า คิดถึง อยากเห็นหน้า แต่ทำไม่ได้ ทำไมมันทรมานขนาดนี้วะ!

“นายจะทำอะไรอยู่นะ...จองฮัน” เอสคุปส์พึมพำ นอนมองพื้นเตียงชั้นบนในความมืด ยากเหลือเกินที่จะหลับตาลงในเวลาแบบนี้ ชั่ววินาทีเขาประหวัดนึกถึงสิ่งที่เร็นพูด เอสคุปส์ขมวดคิ้ว  มันคงดูบ้ามาก ถ้าเขาเชื่อเร็นง่ายๆ มันจะเป็นไปได้ยังไง

“นางฟ้ามีอยู่จริงเหรอ?”

 

1004

 

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^ เจอกันครั้งแรกในปีนี้  กี่ปีแล้วเนี่ยฟิคเรื่องนี้ ฮ่าๆๆๆ  

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาตลอดนะคะ  แอมว่าฟิคเรื่องนี้น่าจะใกล้จบแล้วล่ะค่ะ วางพล็อตไว้แล้ว เหลือแค่แอมขยันเขียน แฮ่ ^^’  ต้องขยัน ><! ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

 

เจอกันตอนต่อไปนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #214 SiverRia - SaMa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 14:10
    ปวดใจจจจจ จองฮันทำลายกฎนี่ทิ้งไปเองเลยยยยย 5555555555
    #214
    0
  2. #213 kannal (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 23:17
    จะเป็นยังไงน้าาา
    #213
    0
  3. #212 Potay (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 00:37
    เฮ้อมม
    #212
    0
  4. #211 _belllk_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:44
    จัลล้องงงง??แล้วพี่จองจะกลับมาไหมอะ สงสารคุปส์สงสารพี่จอง{ทนมานใจที่สุดดด} ไรท์จ๋าาาอัพต่อนะสู้ๆจัลรออออ
    #211
    0
  5. #210 Jumko_Jobo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:53
    จองฮันคิดถึงคุปส์...คุปส์คิดถึงจองฮัน...เราคิดถึงไรเตอร์~
    #210
    0
  6. #209 sirilaknaksuk321 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 20:49
    ต่างคนต่างคิดถึง โอ๊ยยเจ็บปวดอ่ะ
    #209
    0
  7. #208 KK_cbk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 17:56
    อยู่ห่างกันมันทรมานมากเลย จองฮันก็น่าสงสาร พี่คุปส์ก็ปวดหัวใจ เฮ้อออออ
    #208
    0