1004 The story of an Angel [S.Coups x Jeonghan] [SEVENTEEN]

ตอนที่ 10 : Chapter 9 หมูกระทะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,205
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    25 ส.ค. 59


Chapter 9

จองฮันไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ชีวิตเขาวนเวียนอยู่เพียงห้องซ้อมและเวที เป็นตารางชีวิตที่เขาไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าจะต้องทำ ถึงแม้จะเหนื่อย แต่เขากลับรู้สึกสนุกมากกว่า สนุก... ไปกับการใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์

วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เขาต้องขึ้นเวที เวลาเดินเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน และกว่าจะโชว์เสร็จดวงตะวันก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว กิจวัตรประจำวันหลังจากแสดงเสร็จคือกินมื้อค่ำ ซึ่งกว่าทุกคนจะตกลงเรื่องอาหารกันได้ ก็กินเวลาอีกหลายนาที

รถยนต์สองคันเข้าจอดหน้าร้านอาหาร สถานที่ฝากท้องของสมาชิกเซเว่นทีนในค่ำคืนนี้ ทุกคนลงรถโดยไม่ต้องมีใครออกคำสั่ง จองฮันตามทุกคนลงมา เพ่งมองป้ายชื่อร้านอย่างตื่นตาตื่นใจ สำหรับชาวสวรรค์อย่างจองฮันแล้ว แสง สี เสียง ที่ประดับประดาตามร้านอาหารแต่ละที่ชวนให้ประหลาดใจทุกครั้ง ทึ่งในความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ อึ้งได้ไม่นานก็ต้องเดินตามทุกคนเข้าไปในร้าน ถ้าจำไม่ผิด ทุกคนตกลงกันว่าวันนี้จะกินหมูสามชั้น

“ไม่ได้มีแค่หมูสามชั้นนะฮยอง เบคอนก็มี ทั้งสันนอก สันใน ฮยองอยากกินอะไร กินเลย” โฮชิ้มยิ้มแป้น เอ่ยเจื้อยแจ้วหลังจากจองฮันทิ้งตัวลงข้างๆ จองฮันยิ้มรับ สังเกตวิธีกินจากแต่ละคน จากนั้นจึงทำตามช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากอะไรนะ? คีบเนื้อหมูใส่ตระแกรงเหล็กนี่ แล้วก็พลิกไป พลิกมา เอามาตัด แล้วก็กิน

“จะทำอะไร?” เอสคุปส์ยั้งมือบางที่ทำท่าจะคีบหมูเข้าปาก จองฮันเลิกคิ้ว เอสคุปส์มานั่งข้างเขาตั้งแต่เมื่อไร? คนที่ข้างเขาคือวอนอูไม่ใช่เหรอ? แต่สงสัยมากไปก็มากความน่ะเนอะ

“จะกินหมู” ร่างเล็กตอบแล้วก็ยื้อมือออกจากมือหนา ทว่าเอสคุปส์ไม่ปล่อย ร่างหนาแย่งตะเกียบจากมือบาง เอาชิ้นหมูนั้นวางในเตาคืน จองฮันรู้สึกประหม่าขึ้นมา ไม่แน่ใจว่าเขาทำอะไรผิดไปหรือเปล่า? เขาจำได้ว่าเขาดูวิธีการกินจากทุกคนมาอย่างละเอียดแล้วแท้ๆ  ทำอะไรไม่ได้ นอกจากมองตามมือหนาที่พลิกชิ้นเนื้อหมูในตระแกรงเหล็กพักใหญ่ แล้วก็คีบมาวางบนจานเขา

“ย่างให้สุกก่อนค่อยกิน นายเล่นเอาลงไม่ถึงหนึ่งนาที มันจะสุกได้ยังไง” เสียงทุ้มเอ็ดตามมา จองฮันนิ่งมองใบหน้าคม อดไม่ได้ที่จะเผยความสงสัยที่เก็บไว้ในใจมาตลอด

“นายหายโกรธฉันแล้วเหรอ?” เสียงหวานที่ดังขึ้นทำเอาเอสคุปส์ชะงักมือที่กำลังพลิกเนื้อหมูในเตา ร่างหนากระแอมไอเบาๆ ก่อนตอบโต้กลับไป

“ทำไมถามแบบนี้?”

ประโยคที่ไม่ได้ช่วยให้ความสงสัยหายไป คนตัวเล็กจึงต้องยิงคำถามไปอีก

“หลายวันที่ผ่านมา ทำไมนายไม่คุยกับฉันเลย?”

เอสคุปส์วางมือจากการพลิกเนื้อหมู นิ่งมองมันคล้ายต้องการสะกดให้เนื้อหมูมันพลิกด้วยตัวเอง จู่ๆ ก็รู้สึกฝ่ามือเย็นชื้นด้วยไอเหงื่อที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ร่างหนาจนปัญญาจะตอบคำถามของคนตัวเล็ก เขาไม่ได้โกรธ ใช่ เขาไม่เคยคิดจะโกรธจองฮันเลยแม้แต่นิด เขาเองยังไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเลย ทำไมเขาถึงไม่คุยกับจองฮัน? ทำไมเขาต้องหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นร่างเล็กยิ้มร่า หัวเราะ กับคนอื่น? เขาเป็นอะไรไป?

“ฉันทำอะไรให้นายโกรธหรือเปล่า?” เสียงหวานเรียกเอสคุปส์ให้หลุดจากภวังค์ มือหนาคีบชิ้นหมูที่เกือบไหม้ออกจากเตา เสียงทุ้มเอ่ยตอบออกไป

“ฉันไม่ได้โกรธนาย”

แค่นั้นที่จองฮันได้ยินจากเอสคุปส์ ไม่มีคำอธิบายเพิ่ม ไม่มีการสบตาจากร่างหนา จองฮันขมวดคิ้ว กำลังจะแย้งว่าน้ำเสียงและท่าทางของเอสคุปส์มันขัดกับคำว่า “ไม่โกรธ” เหลือเกิน พลันเสียงเจี๊ยวจ๊าวของสมาชิกก็ดังขึ้น แต่ละคนกำลังส่งเสียงเรียกคนบางกลุ่ม แต่ละชื่อนั้นจองฮันไม่คุ้น จองฮันมองตามสายตาของเด็กๆ คนมาใหม่ทั้งสองนั้นต่างสวมแว่นตาสีน้ำตาลเข้ม และหมวกแก๊ปสีทะมึน จองฮันยิ่งพินิจยากเข้าไปอีก แม้ทั้งสองคนจะถอดแว่นและหมวกแล้ว จองฮันก็แน่ใจว่าไม่รู้จักใครสักคนอยู่ดี สมาชิกทุกคนลุกขึ้นยืน โค้งทักทายคนมาใหม่ จองฮันลุกตาม ถึงแม้จะไม่รู้จักก็เถอะ

“เรียววุคฮยอง อีทึกฮยอง” ซึงกวานร้องลั่น น้ำเสียงร่าเริง คนถูกเรียกทั้งสองคนรี่เข้ามาปิดปากซึงกวานทันที ซึงกวานอู้อี้อยู่กับรสเค็มปร่าของฝ่ามือ ซึ่งซึงกวานก็ไม่แน่ใจว่าเป็นรสมือของเรียววุคหรืออีทึก

“นั่งลงเร็วๆ อย่าเพิ่งเรียก” อีทึกเอ่ยหน้าตาตื่น มองซ้ายมองขวา เลิ่กลั่ก

“ฮยองหลบใครเหรอครับ?” โดกยอมถามตาแป๋ว อีทึกเกือบปิดปากโดกยอมอีกคน ดีที่ยั้งมือไว้ทัน

“พวกฉันแอบมาเดินเล่น ใส่หมวก ใส่แว่น แล้วยังจำได้อีก” อีทึกเอ็ดเสียงเบา สมาชิกเซเว่นทีนหน้าเหรอหรามองหน้ากันไปมา สลับกับมองหน้ารุ่นพี่ทั้งสองคน เสียงอู้อี้ของซึงกวานดังขัดขึ้น เรียววุคปล่อยมือรุ่นน้องทันที

“ฮยอง! ปิดปากอย่างเดียวสิ อย่าปิดจมูก ผมหายใจไม่ออก” ซึงกวานพูดไปหอบไป เรียววุคลูบหลังซึงกวานเบาๆ เป็นเชิงขอโทษ

“ฮยองมานั่งด้วยกันสิครับ” เอสคุปส์เชื้อเชิญรุ่นพี่ทั้งสองคน อีทึกกับเรียววุคไม่รอช้า แทรกตัวกลางวงหมูกระทะทันที ซึงกวานเรียกพนักงานสั่งชุดตะเกียบเพิ่มอย่างรู้หน้าที่

“โอ๊ะ! วงนายมีผู้หญิงด้วยเหรอ?” อีทึกเอ่ยพลางมองมาทางจองฮัน คนถูกมองสะดุ้งวาบ ลุกขึ้นยื่นทันที ยิ้มแห้งส่งไป ก่อนเอ่ยตอบ

“ผมชื่อยุนจองฮันครับ เอ่อ... ผมเป็นผู้ชายนะครับ”

อีทึกเลิกคิ้ว ไม่ต่างจากเรียววุค สองรุ่นพี่จ้องมองเด็กหนุ่มผิวขาวทรุดตัวนั่งลงที่เดิม

“จริงเหรอ?” เรียววุคถามซ้ำ จองฮันก็ตอบย้ำไปอีกที

“ครับ”

อีทึกหันไปพูดกับเรียววุคด้วยท่าทางตื่นเต้น “เห็นแล้วคิดถึงฮีชอลเลยนะ”

เรียววุคพยักหน้าเห็นด้วย

 

เสียงเจี๊ยวจ๊าวที่โต๊ะอาหารดังไม่หยุดต่อเนื่องมาหลายนาที เคล้ากับเสียงตะโกน โหวกเหวกที่ดังเป็นระยะ ทว่าจองฮันแทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสนทนานั้นเท่าไร เพราะไม่รู้จักรุ่นพี่ทั้งสอง เลยไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร ทำได้เพียงฟังสมาชิกของวงคุยกับรุ่นพี่อยู่เงียบๆ

“เอาแต่กินอย่างเดียวเลยนะ” เสียงทุ้มของคนข้างๆ ทำให้จองฮันต้องเงยหน้าจากเตาย่าง สายตาคมนิ่งมองมาอย่างอ่อนโยน เอสคุปส์เอ่ยต่อ

“กินคนเดียวทั้งเตาเลยเนี่ย” ร่างหนาเอ่ยล้อ จองฮันไม่ปฏิเสธ เพราะหลักฐานยังคาอยู่เต็มปาก

“กินเยอะเดี๋ยวแก้มย้วยนะ” แม้เอสคุปส์จะพูดอย่างนั้น แต่มือหนากลับตัดชิ้นหมูใส่จานเขาไม่หยุด จองฮันเคี้ยวตุ้ยๆ ดวงตาคู่สวยนิ่งมองใบหน้าคม และถ้าตาไม่ฝาด เขาเห็นเอสคุปส์อมยิ้ม...

จองฮันละสายตามาสนใจกับชิ้นหมูในจานที่พูนมากขึ้นทุกขณะ กินไปได้ไม่กี่ชิ้นก็ได้ยินเสียงร้องเรียกมาจากอีกฟากของโต๊ะ รุ่นพี่ทั้งสองชวนให้เขาดื่มอะไรบางอย่าง จองฮันตอบรับคำชวนของรุ่นพี่ เพ่งมองสิ่งที่รุ่นพี่รินใส่แก้ว มันคือของเหลวใส ไร้สีเจือปน แก้วใบนั้นถูกส่งต่อกันมาจนถึงมือเขา คราแรกเขานึกว่ามันคือน้ำเปล่า ทว่าพอได้กลิ่นแล้วถึงกับผงะ เขาไม่แน่ใจว่าเคยดื่มเจ้าสิ่งนี้มาก่อนหรือเปล่า?  หรือเคยอ่านเจอในหนังสือไหม?

“เอาเลย” อีทึกตะโกนข้ามโต๊ะมา จองฮันรับคำก่อนเทของเหลวผ่านลำคอจนหมดแก้ว ใบหน้าหวานเหยเกยามแอลกอฮอล์สีใสบาดคอ ยู่หน้ากับรสชาติที่ไม่เคยลิ้มลอง ซี๊ดปากเบาๆ กับรสสัมผัสที่กระจายทั่วโพรงปาก

“เอาอีกไหม?” อีทึกยิ้มร่า จองฮันชะงักไปเล็กน้อย คราแรกที่ได้ลิ้มรสเขาไม่ชอบมัน แต่ถ้าถามว่าเอาอีกไหมน่ะเหรอ

“ครับ” ร่างขาวตอบตกลงไม่รีรอ รสชาติมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อยนะ

อีทึกรินส่งให้อีกแก้ว จองฮันรับมา และอีกหลายแก้วที่ตามมา จองฮันไม่รู้ว่าตัวเองลุกมานั่งข้างรุ่นพี่ตาสวยตั้งแต่เมื่อไร รู้ตัวอีกทีก็คุยกับรุ่นพี่ถูกคอกันไปแล้ว

“กินแต่หมูอย่างเดียวจะไปอร่อยได้ยังไงละ? ต้องมีเครื่องดื่มด้วย” อีทึกพูดแล้วก็รินแอลกอฮอล์สีใสให้รุ่นน้องร่างเล็กอีกครั้ง  เรียววุคเห็นท่าทางของจองฮันแล้วอดหันมาคุยด้วยไม่ได้

“ดื่มเก่งเหมือนกันนะเนี่ย” เรียววุคเอ่ยล้อ จองฮันส่งยิ้มแก้เขินกลับไป

“มีใครดื่มไอ้นี่ไม่ได้บ้างไหม?” เรียววุคชูขวดเครื่องดื่มพลางถามเด็กๆ ที่กำลังสนุกกับการปิ้งเนื้อหมู เด็กๆ เงยหน้ามาตอบ แต่เสียงของโฮชิดังที่สุด

“ฮยองต้องถามว่า มีใครดื่มได้บ้าง” โฮชิยิ้มเขิน เรียววุคหัวเราะเบาๆ

“งั้น มีใครดื่มได้บ้าง”

เรียววุคมองคนที่ชูมือสุดแขน นับได้สี่คนถ้วน ได้แก่ เอสคุปส์ โจชัวร์ จุน และอูจี

“อะไรกัน?” เรียววุคหัวเราะกับจำนวนคนที่ชูมือ แต่ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เด็กๆ ยังอายุน้อยกันอยู่ อีทึกเห็นอย่างนั้นก็หันมาถามรุ่นน้องตาหวานข้างๆ

“คงไม่ต้องถามนะว่านายดื่มได้หรือเปล่า” อีทึกเอ่ยเย้า คนถูกแซวยิ้มเขินตอบกลับไป

ท่าทางสดใสของจองฮันคงขัดใจเอสคุปส์เข้าอีกแล้ว หัวหน้าวงเซเว่นทีนนั่งกระสับกระส่ายมาพักใหญ่ ไม่รู้จะทำยังไงกับร่างเล็กดี รุ่นพี่ยื่นให้กี่แก้ว คนตัวเล็กก็รับมาหมด แถมเทลงคออย่างไม่สะทกสะท้าน เห็นแล้วน่าโมโหชะมัด!

“ฮยองจะไปไหน?” โฮชิร้องทักหัวหน้าวงที่จู่ๆ ก็ลุกพรวดพราด

“เมื่อย” เอสคุปส์ตอบแค่นั้นก็ตรงไปยังร่างขาว ทรุดตัวนั่งลงข้างๆ ไม่สนใจสายตาของเด็กๆ ที่มองตามมา

“เอ้า! เอสคุปส์ นายดื่มได้นี่” อีทึกยื่นแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ร่างหนา เอสคุปส์รับมาเทลงคอ มองอีทึกที่ทำท่าจะรินเครื่องดื่มให้จองฮันอีกแล้ว

“จองฮันดื่มไม่เก่งเท่าไรน่ะครับ” เอสคุปส์เอ่ยออกไป อีทึกเลิกคิ้ว ไม่ต่างกับจองฮัน

“อ้าว! จริงเหรอ?” อีทึกสบตารุ่นน้องร่างบาง จองฮันยิ้มแหย ไม่เอ่ยถ้อยคำใด ไม่แน่ใจว่าตัวเองดื่มไม่เก่งหรือเปล่า แล้วการดื่มเก่งเป็นยังไง แต่เท่าที่ดื่มมา เขาคิดว่าเขายังดื่มต่อได้แน่ๆ

“ดื่มไม่เก่ง แต่ก็ดื่มไปหลายแก้วเลยนะ เก่งจริงๆ” อีทึกลูบหลังรุ่นน้องร่างบางเบาๆ เอสคุปส์คิ้วกระตุกกับภาพนั้น

“เดี๋ยวผมดื่มเป็นเพื่อนเองครับ” เอสคุปส์อาสา ย้ายที่กับจองฮันเสร็จสรรพ อีทึกยิ้มร่าอย่างถูกใจ

แก้วเล่าแก้วเล่าที่เอสคุปส์รับมาจากรุ่นพี่ หลายต่อหลายอึกที่ไหลผ่านลำคอเข้าสู่ร่างกาย เอสคุปส์ไม่ให้จองฮันดื่มแอลกอฮอล์ต่อแม้แต่หยดเดียว คอยส่งน้ำอัดลมให้ร่างบางดื่มเป็นพักๆ

 

อีทึกและเรียววุคขอตัวกลับไปเมื่อเวลาผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว ล่ำลาและอวยพรเด็กๆ เสร็จสรรพก็จากไป ไม่ลืมวางเงินให้เด็กๆ ค่าเครื่องดื่มและอาหาร แม้จะไม่ได้ออกให้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยออกให้เกินครึ่งของราคาเต็ม เด็กๆ ส่งรุ่นพี่เสร็จแล้วก็เตรียมตัวกลับห้องพักบ้าง

จองฮันมองคนข้างตัวที่ฟุบหน้าบนโต๊ะ เรียกเท่าไรก็ไม่เงยหน้าขึ้นมา ร่างเล็กเม้มปาก มองคนนู้นทีคนนี้ทีอย่างไม่รู้จะทำยังไง

“จริงๆ แล้ว คุปส์ฮยองน่ะคออ่อน” มินกยูตรงมากระซิบข้างหู จองฮันมองตามรุ่นน้องร่างสูงที่รั้งร่างหัวหน้าวงให้ลุกขึ้น

“พวกนายไปที่รถก่อนเลย” จองฮันบอกทุกคนที่ตั้งท่าจะเข้ามาช่วยมินกยู เด็กๆ รับคำอย่างว่าง่าย เมื่อต้อนสมาชิกออกจากร้านอาหารได้แล้ว จองฮันก็ขยับมาช่วยมินกยูประคองหัวหน้าวง แขนของเอสคุปส์พาดไหล่มินกยูข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งพาดไหล่เล็กของจองฮัน ด้วยส่วนสูงของรุ่นพี่ร่างเล็กที่ต่างกับมินกยูอย่างเห็นได้ชัด การประคองร่างของหัวหน้าวงจึงทุลักทุเลสำหรับจองฮันพอสมควร ยักแย่ยักยันมาถึงรถได้ก็ดันร่างหนาเข้ารถทันที

เอสคุปส์ยังไม่ตื่นจนกระทั่งรถมาถึงหน้าตึกห้องพัก จองฮันฉุดร่างหนาลงจากรถ มีมินกยูช่วยอีกแรง จับแขนหัวหน้าวงคนละข้างแล้วก็พาขึ้นห้อง

“ดื่มไม่เก่งแล้วจะดื่มทำไมเนี่ย” มินกยูบ่นอุบ

“อย่าบ่นน่า” วอนอูเอ็ดอยู่ด้านหลัง มินกยูเอี้ยวหน้าไปมอง

“ฮยองดูสิ ดื่มแล้วก็เป็นอย่างนี้” มินกยูงอแง วอนอูส่ายหน้าหน่าย ไม่ตอบโต้รุ่นน้องตัวโตจนกระทั่งเข้าห้องพัก

จองฮันนำมินกยูไปยังห้องนอน ปล่อยหัวหน้าวงลงบนเตียงชั้นล่าง อันเป็นที่นอนของตัวเอง

“คุปส์ฮยองเป็นยังไงบ้าง?” ดีโน่ถามมาจากประตูห้องนอน จองฮันเงยหน้ามอง เห็นคนเป็นน้องเกาะขอบประตูแน่น ไม่ใช่แค่ดีโน่คนเดียว แต่เด็กๆ ทุกคนมายืนออกันเต็มหน้าห้อง

“เดี๋ยวฉันดูแลเอง” จองฮันบอก ก่อนกำชับให้ทุกคนไปอาบน้ำ เข้านอน เด็กๆ รับคำ และปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย จองฮันมองคนที่นอนหลับใหลบนที่นอน สภาพอย่างนี้คงให้นอนเตียงชั้นบนไม่ได้ ก่อนจะคิดว่าตัวเองจะนอนตรงไหน จองฮันขอจัดการร่างหนาให้เรียบร้อยก่อน เขาหาผ้าขนหนูและกะละมังใส่น้ำ ใช้ผ้าชุบน้ำ บิดหมาด วางผ้าบนผิวกายหยาบกร้าน ทำความสะอาดคราบเหงื่อไคล และจองฮันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้กลิ่นแอลกอฮอล์จางลงไปบ้าง

ร่างเล็กเช็ดตัวคนบนเตียงเสร็จก็ถึงเวลาจัดการกับตัวเอง รอต่อคิวใช้ห้องน้ำไม่นานก็ถึงคิวของตัวเอง ใช้เวลาอาบน้ำเพียงสิบนาทีก็เสร็จเรียบร้อย กลิ่นหอมของสบู่คละเคล้ากับกลิ่นแป้งกำจายทั่วร่างเล็ก จองฮันปิดประตูห้องนอน ในเมื่อเตียงตัวเองมีคนนอนแล้ว ก็ต้องนอนเตียงว่างอีกเตียง ร่างเล็กปิดไฟ ตั้งท่าจะปีนขึ้นเตียงชั้นบน สายตาที่ปรับชินกับความมืดแล้ว ทำให้จองฮันมองเห็นลางเลือนว่าร่างหนากำลังนอนคู้กายคล้ายหนาวเหน็บ ร่างบางตรงเข้าคว้าผ้าห่ม คลุมกายให้คนบนเตียง พลันมือแข็งแรงของคนที่นอนอยู่กระชากผ้าห่มจนจองฮันไม่ทันตั้งตัว เซถลาลงบนเตียงไปด้วย ร่างเล็กเบิกตาด้วยความตกใจ ลุกลี้ลุกลนชันกาย หวังลงจากเตียงให้เร็วที่สุด ทว่ามือหนากลับพาดลงบนเอวเล็ก ซ้ำยังกอดรัดแน่นจนจองฮันแทบหายใจไม่ออก

“คุปส์” คนตัวบางส่งเสียงออกไป พลางดึงมือหนาออกจากตัว แต่ดูท่าว่าเอสคุปส์จะไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด

“เอสคุปส์ ปล่อย!” จองฮันพยายามพลิกกายหนี แต่ทำได้ยากเหลือเกิน เอสคุปส์ไม่ตอบโต้ใดๆ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมตอบกลับมา จองฮันซุกหน้ากับหมอนอย่างจนปัญญา พลันรู้สึกถึงสัมผัสบริเวณศีรษะ จองฮันเงยหน้ามองฝ่าความมืด เห็นใบหน้าคมอยู่ในระยะประชิด ร่างเล็กก้มหน้างุด จองฮันไม่กล้าเดาว่าสัมผัสบริเวณศีรษะเมื่อครู่นั้นเกิดจากอะไร แต่ก็อดคิดไม่ได้ ถ้าไม่ใช่จมูกหรือริมฝีปากเขาก็คิดอะไรไม่ออกแล้วละ ในเมื่อมือทั้งสองข้างของร่างหนายังโอบรัดเขาไม่ปล่อยแบบนี้

 

 

 

1004

 

 

มาเร็วจนตัวเองยังตกใจ

อยากทำได้อย่างนี้อีก > <

 

 

เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #191 kannal (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 00:58
    ไม่ใช่แกล้งชอนซาอีกนะ5555 ความทึกอุคก็มา โอ้ย หลอนเลย5555 คุณลุงเราชวนชอนซากิน คุปส์อ้ปป้าเสียสละจริงๆ5555
    #191
    0
  2. #151 อาจู'ไนซ์กี้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 09:57
    อ๊ากๆๆๆๆๆๆๆ พี่คุปส์จะทำอะไรนางฟ้าอ่ะ

    เอาตอนใหม่มาลงเร็วๆๆๆนะค่ะ ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #151
    0
  3. #150 SiverRia - SaMa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 11:44
    หึงแรงจริงพ่อคุณ ;////;
    #150
    0
  4. วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 07:21
    มีความหึงหวงงงง
    น่ารักกกกก>//// #149
    0
  5. #143 - 꿀 Jam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 00:51
    คุปส์แอบแต๊ะอั๋งจองฮันหรอออออ? อะไรคือมีการนอดกอดด้วย -///-
    #143
    0
  6. #142 Lookkloy Nana (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 23:33
    ตบปากมั้ยล่ะ! อิคนชอบฉวยโอกาส
    #142
    0