ขนมจีบ ซาลาเปา [ BL / Yaoi ]

ตอนที่ 19 : Chapter 18 ใต้แสงจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    15 ก.ย. 63

 

Chapter 18

 

วันพักผ่อนจากการเรียนและการทำงานเป็นวันที่ใครหลายคนเฝ้ารอ แต่ช่วงสอบแบบนี้แทบไม่มีเวลาให้พักผ่อน แม้แต่เวลานอนยังไม่กล้านอน นานาเหตุผลของแต่ละคน บ้างก็กลัวตื่นไปสอบไม่ทัน บ้างก็กลัวอ่านหนังสือไม่ทัน 

ในเวลาแบบนี้ทั้งเปาและนัทหรือแม้แต่ดลกับขนมจีบก็ไม่ออกไปสังสรรค์ที่ไหนทั้งนั้น พากันจมอยู่กับกองหนังสือโดยไม่สนใจเวลา

นัทนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เปานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะ ทั้งห้องเงียบสงัดจนกระทั่งเสียงท้องร้องโครกครากจากใครซักคนดังขึ้นมา เปากับนัทมองหน้ากันโดยไม่ได้ตั้งใจ

“กูว่าเราควรกินข้าวเย็น” เปาวางหนังสือลงทันทีที่พูดจบ จะว่าข้าวเย็นได้ไหมทั้งที่ตอนนี้มันก็ใกล้สามทุ่มแล้ว 

คนตัวโตเดินไปอุ่นข้าวที่ซื้อมาจากเซเว่นตั้งแต่เมื่อเช้า นัทบิดขี้เกียจชุดใหญ่ก่อนลุกไปกินข้าว แต่ละคนวุ่นอยู่กับการหยิบนู่นจับนี่ใส่ปากลงท้อง

“ซาลาเปากูล่ะ” เปาก้มๆ เงยๆ หน้าตู้เย็น นัทเคี้ยวขนมหนุบหนับก่อนเดินตามไปดู

“อะไร?” นัทไม่เข้าใจว่าไอ้เปาต้องการสื่ออะไร

“เนี่ย กูยังไม่ได้ให้น้องขนมจีบกินซาลาเปาเลย” เปาหยิบกล่องพลาสติกที่ใส่ก้อนแป้งกลมๆ สีขาวไว้ออกมา นัทมองอย่างสนใจ ตั้งแต่มันบอกว่าไปทำซาลาเปามา เขาเพิ่งเห็นหน้าตาซาลาเปาครั้งแรกเลยนะนี่

“มึงทำเองทั้งหมดนี่เลยเหรอวะ?”

“แน่สิ เพื่อน้องขนมจีบซะอย่าง” เปายักคิ้วให้นัทก่อนเอาซาลาเปาเข้าเครื่องไมโครเวฟ นัทมองตามแล้วก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ นับวันมันยิ่งเลี่ยน! 

นัทเดินกลับไปที่โต๊ะหนังสือ นั่งเคี้ยวอย่างเพลิดเพลิน มองเพื่อนตัวโตที่นั่งยิ้มให้ไมโครเวฟ อะไรของมัน

“กูจะเอาไปให้น้องขนมจีบคืนนี้” เปาเบนสายตาจากเครื่องไมโครเวฟมาสบตากับนัท ทำเอานัทเกือบสำลักขนม พูดก็พูดเฉยๆ สิ จะตาเยิ้มมาเผื่อแผ่กูทำไม 

“มึงก็เอาไปให้น้องขนมจีบดีๆ ล่ะ” 

“ถ้าน้องอ่านหนังสือดึกจะได้มีอะไรรองท้อง” นัทได้ยินที่เปาพูดทุกคำ ไม่รู้มันพูดกับเขาหรือมันพูดคนเดียว มันกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าไมโครเวฟ เขาจะคิดว่ามันพูดกับไมโครเวฟแล้วกัน

เปาหยิบซาลาเปาร้อนๆ จัดเรียงใส่จาน กลิ่นโชยไปทั้งห้อง ทำเอานัทที่นั่งมองอยู่ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่

ทันใดนั้นแสงสว่างที่สาดส่องอยู่ในห้องก็หายไป! ความมืดเข้าครอบคลุมทุกพื้นที่ นัทตกใจจนแทบสำลักขนม เสียงกรีดร้องอย่างตกใจจากเพื่อนร่วมหอเล็ดลอดเข้ามา ทันทีที่ตั้งสติได้ คนตัวเล็กรีบเปิดหน้าต่างให้อากาศข้างนอกเข้ามา ชะโงกหน้าไปมองรอบๆ อาคาร หาแสงสว่างจากหลอดไฟไม่ได้ มีเพียงแสงสลัวตอนกลางคืนที่สาดส่องมาจากดวงจันทร์

“ดับอะไรตอนนี้วะ” นัทบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด เปายืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก

“ซาลาเปากูล่ะ” เปาได้แต่ยืนมองก้อนแป้งบนโต๊ะผ่านแสงสลัวของดวงจันทร์

 

ภายในห้องของดลและขนมจีบก็มีปัญหาไม่ต่างจากหลายๆ ห้อง

ดลฟึดฟัดอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ขนมจีบฟุบลงไปกับโต๊ะอย่างเซ็งๆ ไม่นานนพดลผละจากโต๊ะหนังสือเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีไฟก็อ่านหนังสือไม่ได้สิ!

ดลนอนมองเพื่อนตัวเล็กที่ลุกมาเปิดหน้าต่างแล้วก็เดินมาทิ้งตัวที่เตียงของมัน ไฟดับแบบนี้ถ้ามีเทียนสักหน่อยคงโรแมนติกน่าดู แล้วยิ่งถ้าได้อยู่กับพี่นัทนะ! 

“ห้องเรามีไฟฉายไหมวะ?” ขนมจีบยันตัวนั่งหันมาคุยกับเขา ดลเองก็ไม่มั่นใจว่าในห้องมีไฟฉายไหมแต่ตอนนี้ไม่อยากให้มีเลย เพราะเขาว่าเขาคิดอะไรออกแล้วล่ะ

“ไม่มีนะ กูไม่คุ้นว่าเคยซื้อไว้” ดลเอ่ยเรียบๆ ขนมจีบได้ยินอย่างนั้นก็หันไปกลิ้งกับที่นอนต่อ 

“เอาอย่างนี้ เดี๋ยวกูไปยืมไฟฉายห้องอื่นให้” ดลว่าพลางลุกนั่งเตรียมออกจากห้อง

“เฮ้ย! จะไปรบกวนห้องอื่นทำไม?” ขนมจีบกระวีกระวาดลุกนั่ง

“ถ้าห้องเราไม่มีก็ไม่เป็นไร กูรอไฟมาได้” ขนมจีบรั้งดลไว้

“เฮ้ย! ไม่เป็นไรหรอก เวลาแบบนี้ต้องช่วยๆ กัน กูว่าแถวนี้น่าจะมีคนให้เรายืมไฟฉายได้” ดลพูดไว้แค่นั้นก็ออกไปจากห้องทันที ขนมจีบได้แต่คว้าโทรศัพท์มือถือมาเล่นเกมระหว่างรอเพื่อนกลับมา

นพดลเดินตรงไปยังห้อง 308 อย่างไม่ลังเล  เคาะประตูไม่นานก็มีคนมาเปิดประตูให้ ค่อยยังชั่วที่คนที่มาเปิดประตูคือคนที่ดลกำลังนึกถึงอยู่พอดี

“พี่เปาออกมาคุยกันแป๊บนึงสิ” ดลกระซิบกับคนที่อยู่หน้าประตู เด็กตัวโตมองเข้าไปในห้อง เห็นพี่นัทนั่งกินขนมอยู่ที่โต๊ะหนังสือ เปามองตามสายตาดลไป เป็นอันเข้าใจ ยอมออกมาคุยกับรุ่นน้องนอกห้อง ไม่ลืมปิดประตูให้สนิทก่อนคุยกับรุ่นน้อง 

“พี่เปา พี่อยากรีบๆ เคลียร์กับขนมจีบไหม?” ดลกระซิบให้เบาที่สุด เปามองรุ่นน้องอย่างไม่เข้าใจ

“แน่ล่ะ กูก็ไม่อยากปล่อยไว้นานหรอก” เปาเอ่ยเรียบๆ ดลยิ้มยิงฟันใส่ทันที

“ตอนนี้แหละ ไปเคลียร์เลย!” ดลแค่นเสียงกระซิบ ชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปที่ห้องตัวเอง แทบเต้นกับเหตุการณ์ตรงหน้า

ถ้าพี่เปาไปอยู่กับขนมจีบ เขาก็จะได้อยู่กับพี่นัท ! ไม่มีอะไรคุ้มไปกว่านี้อีกแล้ว!

เปาคิดตามที่ดลบอก เปายิ้มกว้าง 

สองหนุ่มแปะมือไฮไฟว์กันอย่างถูกใจ ดลแทบกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่เมื่อตอนที่เปาเปิดประตูเข้าห้องไปบอกนัท

“กูเอาซาลาเปาไปให้น้องขนมจีบก่อนนะ”  ประโยคจากเปาทำเอานัทหันขวับ ท่าทางที่มันออกจากห้องไปดูลั้นลาผิดปกติ ผิดกับคนที่ยืนคอตกก่อนหน้านี้ลิบลับ สายตาของนัทพลันปะทะเข้ากับมนุษย์ตัวโตที่ยืนรอส่งเปาอยู่ที่ประตู มีบริการปิดประตูให้ด้วย

“แล้วมึงมาทำไม?”  นัทวางขนมในมือ ดูดนิ้วจ๊วบๆ หันเต็มตัวมามองเด็กตัวโตที่เดินเข้ามานั่งบนเตียงเขา

อีกแล้ว นั่งบนเตียงเขาอีกแล้ว! 

“ผมก็มาอยู่กับพี่นัทไง พี่ไม่กลัวความมืดเหรอ?” 

“จะกลัวทำไมวะ? เอาดีๆ มึงมีอะไร?” 

“ผมกลัวความมืดไงเลยมาอยู่กับพี่” ดลยิ้มแป้น ท่าทางที่นัทแทบปาไม้ทีใส่มัน ดลยกมือป้องตามสัญชาตญาณ

“โอ๋ๆ ล้อเล่น”  ดลแอบเห็นจุดยิ้มข้างแก้มของรุ่นพี่ตัวเล็ก

พี่นัทอมยิ้ม แม่งโคตรน่ารัก 

“มึงทำอะไรไอ้เปา ทำไมจู่ๆ มันวิ่งหอบซาลาเปาออกไปแบบนั้น”  นัทคว้าไฟฉายเดินไปหาน้ำดื่ม ไม่ลืมเดินไปล้างมือด้วย ดลมองตามนัททุกฝีก้าว 

“พี่เปาจะได้เคลียร์กับขนมจีบไง มืดๆ แบบนี้สร้างบรรยากาศนักละ” ดลเผลอหัวเราะกับท่าทางดื่มน้ำของพี่นัท หายใจทางไหนล่ะนั่น กลืนเอื๊อกๆ ไม่พักหายใจเลย

ประโยคของดลทำเอานัทรีบวางขวดน้ำลง ยกแขนเสื้อเช็ดปากแล้วเดินมานั่งที่เตียงเปา แน่ล่ะ ไม่นั่งบนเตียงเดียวกับไอ้ดลแน่

“มึงเอาขนมจีบปล่อยไว้กับไอ้เปาเนี่ยนะ?” นัทตาโตเหมือนว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงมาก

“ใช่ ทำไมเหรอ?” ดลไม่เข้าใจว่าพี่นัทจะตกใจทำไม

“มึงไม่ห่วงเพื่อนเลยหรือไง! ถ้าไอ้เปามันทำอะไรน้องขนมจีบล่ะวะ!?” นัทขมวดคิ้วมุ่น

มันก็จริงอย่างที่ไอ้ดลว่า บรรยากาศแบบนี้นี่แหละโคตรน่ากลัว

“พี่ไว้ใจพี่เปาหรือเปล่าล่ะ?” ดลสบตากับพี่นัท ท่าทางที่ไร้ซึ่งคำว่าทีเล่นทีจริง นัทกลัวดลเวอร์ชั่นแบบนี้จริงๆ

“กูก็ไว้ใจ แต่เรื่องแบบนี้” นัทยังพูดไม่จบ ดลก็เดินมาดึงตัวนัทลุกจากเตียงของเปาทันที

“ไอ้ดล” นัทเซตามแรงดึง คนตัวเล็กตาโตอย่างตกใจเมื่อรุ่นน้องช้อนตัวเขาไว้ในอ้อมแขนของมัน

“พูดต่อสิครับ” ดลอมยิ้มก้มมองรุ่นพี่ที่นิ่งไป

“มึงอุ้มกูทำไม?!” นัทดิ้นแรงๆ  เวลาแบบนี้จะให้มาคุยอะไรอีกวะ!

พี่นัทไม่อยากให้อุ้มแล้วก็ปล่อยลงบนเตียงของพี่นัทซะเลย

“ไอ้เชี่ย! เจ็บนะเว้ย!”  นัทร้องโอดโอย หลังกระแทกเตียงเต็มๆ ดลมองไปรอบๆ ห้อง

“พี่มีเทียนไหม?” ประโยคนั้นทำเอานัทเบิกตากว้าง

เด็กคนนี้เป็นมาโซคิสม์เรอะ! 

นัทพยายามกระเสือกกระสนหนีจนหลังติดหัวเตียง ดลอดแปลกใจกับท่าทีแปลกๆ ของพี่นัทไม่ได้ เขาแค่อยากจุดเทียนท่ามกลางความมืดแล้วนั่งมองหน้าพี่นัทผ่านแสงเทียนอย่างที่จินตนาการไว้

“พี่เป็นอะไร?”

“มึงถามหาเทียนทำไม?” ทำไมเสียงเขาต้องสั่นด้วยวะ!

“ก็ผมจะเอามาใช้สร้างบรรยากาศ” ดลยิ้มยิงฟันให้ นัทชะงักไป

“บรรยากาศอะไรของมึง?”

ดลเริ่มเข้าใจอาการแปลกๆ ของพี่นัทละ ยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วเดินเข้าไปนั่งข้างๆ รุ่นพี่บนเตียง

“พี่คิดว่าไงล่ะครับ” ผลจากคำพูดนั้นคือแรงกระแทกเต็มๆ เข้าศีรษะ นัทคว้าหมอนมาฟาดรุ่นน้องอย่างไม่กลัวว่ามันจะเจ็บ

“โอ๊ย! พี่จะตีผมทำไมเนี่ย”

“ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต! มึงจะทำอะไร! ไอ้เลว!” ตั้งหน้าตั้งตาฟาดรุ่นน้องไม่ยั้ง ดลต้องรีบฝ่าพายุหมอนเข้าไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของรุ่นพี่ไว้

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรพี่นัทเลย จะรีบด่าผมไปไหนเนี่ย” ดลดึงหมอนออกจากมือเล็กก่อนคว้าตัวรุ่นพี่รวบกอดไว้ ก้มลงกระซิบข้างหู

“ที่ด่าเนี่ย เพราะอยากให้ผมทำอะไรพี่เร็วๆ ใช่ไหม?” นัทดิ้นรนหนีรุ่นน้องตัวโตสุดความสามารถแต่แรงของเด็กตัวโตก็มากมายเสียเหลือเกิน

“ปล่อยกูนะเว้ย!” นัทก้มหนีจมูกโด่งที่คลอเคลียข้างแก้ม ดลสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ของพี่นัทเข้าเต็มปอด พี่นัทคงอาบน้ำเสร็จไม่นาน คราบแป้งยังติดแก้มอยู่เลย 

“ถ้ามึงทำอะไรกูตอนนี้นะ ต่อไปมึงอย่าหวังจะได้อะไรจากกูเลย!” เสียงอู้อี้ดังเล็ดลอดมาจากคนตัวเล็กที่ก้มหน้าคางชิดอก ถึงมันจะอู้อี้แค่ไหนแต่ดลก็ได้ยินชัดเจนทุกคำ คำพูดชวนประมวลผลแบบนั้นทำเอาดลชะงักไป

ดลจับไหล่พี่นัทไว้ทั้งสองข้าง มือหนาข้างหนึ่งเชยคางคนตัวเล็กให้สบตากัน

 “พี่นัทว่าอะไรนะ?” 

“กูไม่รู้! กูพูดครั้งเดียว”  นัททำได้เพียงพยายามหลบสายตา

“แล้วถ้าผมไม่ทำอะไรพี่ตอนนี้ ต่อไปผมจะได้อะไรล่ะ?”

ดลรวบข้อมือรุ่นพี่ตัวเล็กไว้ นัทเริ่มตระหนักว่าดิ้นหนีไปก็ไร้ผล ได้แต่นั่งนิ่ง ก้มหน้างุดหนีสายตาคม

“กูไม่รู้!” นัทแทบตะคอก ดลชะงักไปเล็กน้อยแต่มันก็แค่เสี้ยววินาทีเพราะตอนนี้ความรู้สึกพองโตมันเต็มตื้นอยู่ในอก แล้วยิ่งพองโตเข้าไปใหญ่เมื่อพี่นัทต่อประโยคต่อมา

“กูไม่รู้ว่ามึงอยากได้อะไร แต่ถ้ากูให้ได้กูก็ให้”  ดลแทบเต้นแล้ว! 

“พูดแล้วอย่าคืนคำนะครับ” ดลยิ้มแป้น นัทมองรอยยิ้มนั้นอย่างหวาดระแวง

นี่กูพูดอะไรออกไป!

ท่าทางหวาดระแวงของนัททำเอาดลอดอมยิ้มไม่ได้ พี่โดนัทที่ตวาดรุ่นน้องได้ทั้งคณะ ภาพแบบนั้นหายไปไหนน้า

ดลเบนสายตาจากใบหน้าหวานไปรอบๆ ห้อง

“ว่าแต่พี่มีเทียนไหม?”ดลยังไม่ละความพยายามที่จะทำให้ภาพที่จินตนาการไว้เป็นจริง นัทยู่หน้ากับคำถามของดล

“มึงจะเอาไปทำอะไร?” นัทบ่นออกมา มองเด็กตัวโตที่เดินวนไปรอบๆห้องในขณะที่ตัวเขาเองยังนั่งอยู่บนเตียง

บนเตียง?  ไม่ดีๆ 

คิดอย่างนั้นก็ลุกไปนั่งบนโต๊ะเขียนหนังสือ อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าบนเตียงแล้วกันวะ

“เจอแล้ว!” เสียงร้องลั่นดังมาจากมุมห้อง นัทมองตามที่มาของเสียง นพดลใช้มือถือต่างไฟฉายส่องเทียนที่ซุกอยู่มุมตู้

“เหี้ย! นั่นมันตู้เสื้อผ้ากู” นัทเดินตึงตังเข้าไปหารุ่นน้อง 

“ดูจากเสื้อที่แขวนอยู่หน้าตู้ก็รู้แล้วล่ะ” ดลยิ้มแซว นัทพยายามมองลอดความมืดไปดูของหน้าตู้

เสื้อกล้าม? มีแค่เสื้อกล้ามเนี่ยนะ

“ผมเคยเห็นพี่นัทใส่เสื้อตัวนี้ ผมไม่รู้ว่าพี่ใส่เสื้อตัวนี้ลงไปข้างล่างอีกไหมนะ แต่ผมเคยบอกไว้แล้ว” ดลร่ายยาวพลางหอบเทียนหอมไปวางเรียงบนพื้นห้อง นัทเผลอคิดตามที่ดลพูด

“มึงรู้ได้ไงว่าเป็นเสื้อตัวนี้?”

“ทำไมผมจะจำไม่ได้ล่ะ?” ดลเงยหน้าจากกองเทียนหอมพลางมองหาไฟแช็ค

“มึงไม่คิดว่ามันเป็นของไอ้เปาบ้างหรือไง?”

“ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ไซส์พี่เปา”  คำพูดของดลชวนให้นัทเลือดขึ้นหน้า!

ไม่รู้จะโกรธหรือจะอาย 

“พี่มีไฟแช็คไหม?”  ดลไม่ได้สนใจรุ่นพี่ที่ยืนควันออกหูอยู่ ใช้มือถือส่องไปทั่วห้อง เด็กตัวโตเดินวนเวียนรอบโต๊ะรุ่นพี่ตัวเล็ก 

“ไม่คิดว่าจะเจอนะเนี่ย” ดลหันมาชูไฟแชคในมือให้ดู 

เด็กน้อยดีใจเดินไปจุดเทียนหอมที่วางไว้  นัทมองตามรุ่นน้องทุกการกระทำ

ไม่นานแสงสว่างก็เริ่มมาเยือนทีละนิด เทียนหอมแต่ละอันถูกจุดขึ้นจนครบทุกอัน  ตอนนั้นเองนัทเพิ่งได้เห็นว่าเด็กตรงหน้าวางเทียนเป็นรูปหัวใจ

“ชอบไหม?” ดลเงยหน้า ยิ้มหวานใส่รุ่นพี่ที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง ดลลุกไปฉุดข้อมือรุ่นพี่มานั่งข้างกัน นัทเดินตามอย่างว่าง่าย  ดลลอบมองเสี้ยวหน้ารุ่นพี่ตัวเล็กผ่านแสงเทียน

“มึงเล่นอะไรเนี่ย” นัทพึมพำออกมาเบาๆ ยังอึ้งกับภาพตรงหน้า

“ไม่ได้เล่นนะพี่ ผมจริงจัง” คนตัวโตกุมกระชับมือรุ่นพี่แน่นขึ้น ใบหน้าคมเปื้อนยิ้มอ่อนโยน คนตัวเล็กได้แต่นิ่งค้าง คล้ายสติไม่อยู่กับร่างแต่รับรู้ทุกการกระทำ ไม่ว่านพดลจะจับมือหรือดึงตัวเข้าไปกอด นัทก็ยอมโอนอ่อนอย่างง่ายดาย ท่าทางของพี่นัททำเอานพดลหุบยิ้มไม่ได้จริงๆ

 

ขนมจีบนั่งเล่นเกมส์โทรศัพท์ไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออก คนตัวเล็กเงยหน้าจากโทรศัพท์มองผู้มาเยือน เสียงประตูปิดลงแต่แสงสว่างไม่ได้เพิ่มขึ้นไปจากเดิม ก็ไหนไอ้ดลบอกว่าไปยืมไฟฉาย ?

“กูบอกแล้วว่าไปรบกวนเขาเปล่าๆ ” ขนมจีบกลิ้งไปมาบนเตียง มองสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่ยืนอยู่ที่ประตูห้องไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือคำพูดใดๆ

ขนมจีบลุกไปดูว่าไอ้ดลมันเป็นอะไร ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ยิ่งเห็นใบหน้าชัดเจนขึ้น  ขนมจีบชะงักเท้า ก้าวถอยหลังอย่างไม่ได้ตั้งใจ

คนตรงหน้าไม่ใช่นพดล

“พี่เปา” ขนมจีบหยุดนิ่งกลางห้อง เหมือนโลกหยุดหมุน

พี่เปามาได้ยังไง?  ไอ้ดลล่ะ?

พลันภาพต่างๆ ไหลเข้ามาในหัวคล้ายตอกย้ำว่าขนมจีบควรหรือไม่ควรทำอะไร

“พี่มาทำไม? ” ขนมจีบเอ่ยไม่มองหน้า คนตัวเล็กเดินหนีไปหยุดริมหน้าต่าง เปามองท่าทางของขนมจีบแล้วอดปวดใจไม่ได้ ทำไมน้องถึงเย็นชากับเขาแบบนี้?

“ขนม” เปาวางจานซาลาเปาไว้ที่โต๊ะส่วนครัวก่อนเดินเข้าไปหาขนมจีบที่ริมหน้าต่าง ขนมจีบชะงัก คนตัวเล็กมองไปยังประตู ไม่รอช้ารีบเดินสวนเปาไปที่ประตูห้อง มือหนารีบคว้าแขนเรียวไว้ก่อนที่คนตัวเล็กจะถึงประตูห้อง ร่างเล็กพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุม

“พี่เปา ปล่อย! พี่ไม่ควรทำแบบนี้กับผม”  เปารู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของน้องแปลกไป

“ผมบอกให้ปล่อย”แทนที่เปาจะปล่อยอย่างที่ขนมจีบต้องการ คนตัวโตกลับเพิ่มแรงจับข้อมือเล็กไว้  ดึงคนตัวเล็กให้หันมาสบตากันตรงๆ

“บอกพี่หน่อยสิว่าทำไมพี่ถึงทำแบบนี้กับเราไม่ได้” เปาจับคนตัวเล็กให้อยู่นิ่งๆ ถึงจะพอรู้มาบ้างว่าน้องเคืองเรื่องอะไรแต่ก็ยังอยากได้ยินกับหูตัวเอง อย่างน้อยก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าน้องขนมจีบรู้สึกยังไงกับเขา

“พี่มีแฟนแล้ว อย่ามายุ่งกับผม” เสียงขนมจีบสั่นจนเปาใจหาย คนตัวเล็กกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เปาได้แต่มองเสี้ยวหน้าใสผ่านแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา

“ขนมจีบ”

“พี่ไม่ต้องพูดอะไรเลย!” ยังไม่ทันที่เปาจะได้เอ่ยอะไรขนมจีบก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“พี่ทำแบบนี้ ถ้าแฟนพี่รู้ พี่จะทำยังไง” ขนมจีบกัดริมฝีปากแน่นขึ้น เปาเห็นท่าไม่ดีเลยรีบคว้าคนตัวเล็กมากอดรัดแน่น

“ขนมจีบฟังพี่นะ”

“พี่ไม่ต้องมาแก้ตัว” ขนมจีบผลักอกกว้าง

“พี่ไม่ได้แก้ตัว พี่พูดความจริง ” เปาผละออกมา เชยคางคนในอ้อมกอดให้สบตากัน ใจหายวาบที่เห็นน้ำใสๆ ไหลออกตา

“ขนมจีบ ผู้หญิงที่ขนมจีบเห็นน่ะคือพี่เอแคลร์ พี่สาวของพี่” ขนมจีบกลั้นน้ำตา ยอมฟังเปาเงียบๆ

“แล้วที่พี่หายไปบ่อยๆ พี่ไปหัดทำซาลาเปา” เปาชี้ไปยังก้อนแป้งที่วางอยู่บนโต๊ะ 

“ขนมจีบชอบกินซาลาเปาไม่ใช่เหรอ? หื้ม?” รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งมาให้ ขนมจีบชะงัก

“ผมจะเชื่อพี่ได้ยังไง?” คนตัวเล็กดึงมืออกจากการเกาะกุม ยกมือเช็ดน้ำตาลวกๆ ทำไมเขาต้องร้องไห้ด้วยวะ!

“พี่เอแคลร์เป็นพี่สาวของพี่จริงๆ”

“แล้วรถนั่นล่ะ?” ขนมจีบโพล่งต่อขึ้นมาทำเอาเปาขมวดคิ้ว

“รถนั่นไง รถที่พี่ขับน่ะ”  เปาคิดตามที่ขนมจีบว่า

รถเขา แล้วมันยังไง?

“พี่เอารถใครมาขับ?” ไม่ใช่ว่าพี่เปาเป็นโฮสต์ของผู้หญิงคนนั้นนะ 

เปายังคงไม่เข้าใจคำถามของขนมจีบ

“รถของพี่ไง”

ขนมจีบสบตากับเปาไม่ลดละ เปาไม่รู้ว่าน้องขนมจีบคิดอะไรอยู่แต่ตอนนี้เขาพร้อมเล่าทุกเรื่องที่น้องขนมจีบอยากรู้

“รถของพี่ แต่พี่เอาไว้ที่บ้าน ไม่ได้เอามาไว้ที่มหา’ลัย พี่สาวพี่เอามาขับจนตอนนี้จะกลายเป็นรถของพี่เอแคลร์ไปแล้ว” 

 “ขนมจีบ” เรียกชื่อคนตรงหน้าเบาๆ เดินเข้าไปใกล้น้องมากขึ้น ขนมจีบถอยหนีด้วยความตกใจ ด้วยช่วงขาที่ต่างกัน ทำให้ก้าวของเปากับก้าวของขนมจีบต่างกันด้วย เปายื่นแขนไปรั้งร่างเล็กของขนมจีบไว้ในอ้อมกอดอย่างง่ายดาย คนตัวเล็กได้แต่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่น

“พี่เปา ปล่อย” ขนมจีบพยายามดิ้นหนีอ้อมแขนนี้

“พี่ไม่ปล่อย จนกว่าขนมจีบจะบอกว่าเชื่อที่พี่พูด” เปาออกแรงกระชับอ้อมแขนมากขึ้น 

“เชื่ออะไร ทำไมผมต้องเชื่อ?” คนตัวเล็กไม่ยอมหยุดดิ้นง่ายๆ

ทำไมดื้อจังนะ

“งั้นพี่ก็ไม่ปล่อย” เปารัดอ้อมแขนแน่น 

ร่างในอ้อมแขนดิ้นจนเหนื่อย เมื่อเห็นว่าคงหลุดจากอ้อมแขนไม่ได้ง่ายๆ ก็หยุดดิ้นไป 

ท่ามกลางความมืด มีเพียงเสียงลมหายใจจากคนสองคนที่ดังสลับกัน ไม่มีทีท่าว่าขนมจีบจะพูดอะไรออกมาเลย เปาได้แต่ลอบสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมนุ่มของคนในอ้อมกอดไปพลางๆ

ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเปาก็แผดเสียงลั่นในกระเป๋ากางเกง คนตัวโตชักสีหน้าหงุดหงิด ล้วงโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกง  ขนมจีบสบโอกาสรีบดิ้นหลุดจากอ้อมกอด ทว่ายังไม่ทันได้ออกวิ่ง แขนเรียวก็ถูกมือหนาอีกข้างฉุดไว้ มือสองข้างของขนมจีบแท้ๆ ยังสู้แรงมือข้างเดียวของเปาไม่ได้

คนตัวเล็กทั้งสะบัดทั้งตี แต่มือหนาก็ยังจับแขนเรียวเล็กไว้ไม่ปล่อย เปามองชื่อที่โชว์อยู่หน้าจอโทรศัพท์แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว

โทร. มาทำไมเวลานี้เนี่ย!

“ว่าไงพี่เอแคลร์?”  เปากรอกเสียงไปในโทรศัพท์

“เฟสไทม์เดี๋ยวนี้” เอแคลร์พูดแค่นั้น

จะมาเฟสไทม์อะไรตอนนี้วะ!

“เร็วๆ สิ” เอแคลร์เร่ง เปายอมเปิดเฟสไทม์ให้

“มีอะไร?” เปาคุยกับคนในจอโทรศัพท์ ขนมจีบแอบมองคู่สนทนาของเปา

ผู้หญิงคนนั้นนี่!

เห็นอย่างนั้นแล้วขนมจีบยิ่งพยายามสะบัดมือให้หลุด

“ทำไมมืด?” เอแคลร์ว่าพลางขมวดคิ้ว

“ไฟดับ” เปาตอบพี่สาวเรียบๆ

“ขอคุยกับน้องขนมจีบหน่อย” 

“ฮะ?” ทั้งเปาและขนมจีบอุทานออกมาพร้อมกันพอดี ทั้งสองคนเผลอสบตากัน เปาหันไปสนใจคู่สนทนาที่อยู่บนจอ

“ทำไม?” 

“เร็วๆ” เอแคลร์เร่งน้องชายอีกรอบ เปาขมวดคิ้วมุ่น อะไรของพี่เอแคลร์วะ!?

เปายื่นโทรศัพท์มือถือให้ขนมจีบอย่างงงๆ ขนมจีบรับมือถือไปอย่างไม่เข้าใจ คนตัวเล็กสบตากับคนบนหน้าจอ หญิงสาวยิ้มหวานใส่ ขนมจีบชะงัก

“น้องขนมจีบ งอนอะไรไอ้เปาเหรอ?” เอแคลร์พยายามพิจารณาเสี้ยวหน้าหวานผ่านแสงไฟหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องอยู่

“ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ” ขนมจีบตอบอ้อมแอ้ม รู้สึกเก้อเขินยังไงบอกไม่ถูก ทั้งที่เพิ่งไม่พอใจผู้หญิงคนนี้ไปไม่นานแท้ๆ 

“พี่เอแคลร์นะ พี่เป็นพี่ของไอ้เปา” เอแคลร์ยิ้มแป้น ขนมจีบได้แต่ยิ้มแหยๆให้ หญิงสาวตีสีหน้าครุ่นคิดไปเล็กน้อย

“ถ้าเราไม่เชื่อเดี๋ยววันหลังพี่พาเรามาดูหลักฐานที่บ้านดีกว่า เอาไหม?” เอแคลร์กระพริบตาข้างหนึ่งให้ขนมจีบ ท่าทางที่ทำเอาขนมจีบอึกๆ อักๆ

เขาว่า ขนาดนี้เขาก็เชื่อแล้วล่ะ ไม่ต้องไปถึงบ้านดีกว่า

“มองอย่างนี้แล้วเห็นหน้าเราไม่ถนัดเลย เดี๋ยววันหลังพี่ไปหาดีกว่า” เอแคลร์ยังส่งยิ้มมาให้เรื่อยๆ  ขนมจีบได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ

“งั้นแค่นี้ก่อนนะ ฝันดีนะน้องขนมจีบ” เอแคลร์โบกมือบ๊ายบายก่อนจะวางสายไป ขนมจีบยืนเก้ออยู่หน้าโทรศัพท์มือถือ เปาที่ฟังการสนทนาอยู่ตลอดอดขำไม่ได้

ขนมจีบยื่นโทรศัพท์มือถือให้เปา คนตัวเล็กเอาแต่ก้มหน้าหลบตา เปารับมือถือมา ทันใดนั้นเสียงข้อความเข้าดังขึ้น เปาเปิดดูตามสัญชาตญาณ 

‘ น้องนัทเพิ่งโทร.มาเล่าให้ฟังเมื่อกี๊ กลัวว่าเอ็งจะเคลียร์กับน้องขนมจีบไม่ได้ ฉันเป็นพี่ที่ดีป่ะล่า’

เปาอมยิ้มกับข้อความนั้น เดี๋ยวต้องเลี้ยงข้าวไอ้นัทซะแล้ว

“ทีนี้ก็เชื่อพี่แล้วใช่ไหมครับ?” จับไหล่บางแผ่วเบา พยายามสบตาใส คนตัวเล็กเอาแต่ก้มหน้า มือหนาเชยคางมนให้มองหน้ากัน ขนมจีบเม้มริมฝีปากแน่น คนตัวเล็กคลายคิ้วที่ขมวดไว้ได้แล้ว สีหน้าของน้องขนมจีบดีขึ้นมาก 

“ทีหลังถ้าขนมอยากรู้ ขนมก็ถามพี่เลย จะได้ไม่ต้องคิดมากแบบนี้” ยื่นมือไปโคลงศีรษะของคนตัวเล็กเบาๆ ขนมจีบยู่หน้าน้อยๆ

“ผมไม่ได้อยากรู้ ผมแค่” ขนมจีบชะงักไป 

เขาพูดได้เหรอ

“หึง” เปาต่อประโยคในใจของขนมจีบให้เรียบร้อย คำพูดของเปาทำเอาขนมจีบได้แต่กัดริมฝีปากแน่น

“พี่ดีใจนะ ที่รู้ว่าขนมจีบหึงพี่” เปายิ้มให้คนตัวเล็ก

“ผมไม่ได้หึงนะ” ปากแข็งเข้าว่า ขนมจีบก้มหน้างุด

“ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำไมต้องโมโหล่ะครับ?”  สายตาอบอุ่นที่ส่งมาทำเอาขนมจีบเห่อร้อนทั้งใบหน้า คนตัวเล็กพยายามหลบสายตานั้น เปาเห็นน้องเม้มริมฝีปากแน่น ไม่รอช้าเอ่ยประโยคที่เตรียมไว้มานาน

“ขนมจีบ เป็นแฟนกับพี่นะ”

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

194 ความคิดเห็น

  1. #155 อายะตัน (@tanya7826) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:16
    เป็นแฟนกับพี่นะ กรี๊สสสสสสสสสสสสสสส
    #155
    0
  2. #114 Blue_Yellow-is-real (@girl-sun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 14:38
    ดีใจจจจจจ ฟิลลิ่งอยากจุดพลุฉลองมากกก
    นี่มันสองคู่ชูชื่น อิอิอิ
    #114
    0
  3. #109 Crazy You (@poppy-fang) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 14:50
    ไอย๊ะ!!!!!!!!

    เนียนขอเปนแฟนเรยหรอเนี่ย

    เจ๋งจิงเรยเปาาาา >////////<
    #109
    0
  4. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:38
    รุกซะทีเหอะเปา คนอ่านลุ้นจะตายอยู่แล้ว เอาไงเอากัน ด้านได้อายอดขนมจีบนะเฟ้ยยยยย
    ู่
    #107
    0
  5. #106 Blue Rose (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:18
    ลุ้นนนนอ่าา รีบมาต่อเร้วๆน้าาา น่ารัก โรแมนติกดีด้วยอ่าาา



    ที่ผิดนะ มาโคซิส คืออัไรอ่ะ มาโซคิสม์ รึปร่าว เปาชี้ไปที่ก้อนปางที่วางอยุ่บนโต๊ะ รั้งร่างเล็กข้องขนมจีบ
    #106
    0
  6. #105 thenumberten (@thenumberten) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 11:40
    อ๊าาาาาาาาาาา
    ขอขนมจียซาลาเปาอีกหลายๆชุดได้ไหมค่าาาาาาาาาTT^TT
    #105
    0
  7. #104 lovegun-rit (@lovegun-rit) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 08:10
    เป็นแฟนกันแล้ววววววว สองคู่เลย
    #104
    0
  8. #103 Martina (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 04:14
    finnnnnnn :P
    #103
    0