The Diary Of Varia Quality.

ตอนที่ 7 : นามิโมริวิทยา 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    16 เม.ย. 61

***** ไม่น่าเชื่อว่าจะมีต่อ ลดคำหยาบไปเยอะเรยตอนนี้ จัดไปยาวๆสมกับที่รอคอยมานานจ้า~


    
 เวลาตี2กว่าๆ ท่ามกลางความมืดสนิท ดวงจันทราลอยเด่นอยู่กลางนภาอันมืดมิด โรงเรียนนามิโมริวิทยา ยังไม่เปิดทำการ 

     ฟรานลากเด็กใหม่มาเข้าวงด้วยอย่างสมัครใจ(จริงๆนะ) และยัดเยีย- เอ้ย! มอบหมายตำแหน่งนักร้องนำให้ สึนะเองก็ดูเต็มใจ (เพราะขัดไม่ได้) แถมยังเกรงใจ(กลัว)รุ่นพี่อีกสองคนในวง

     แล้วว่าแต่...ทำไมทั้งสี่คนถึงได้มาเดินดุ่มๆอยู่ในโรงเรียนยามวิกาลในสถาพชุดนอนเต็มยศแบบนี้น่ะหรอ? ลองถามใจรุ่นน้องหน้าตายดูสิ

"ฟราน แกลืมอะไรไว้วะ ถึงต้องขยั้นขยอให้ออกมาดึกดื่นปานนี้" สควอโล่บ่นพลางฉายไฟฉายที่พกมาด้วยไปตามทาง
"ของสำคัญน่ะครับ meจำได้ว่าวางไว้ใต้โต๊ะ" ฟรานตอบ
"แล้วไอ้ของนั่นมันคืออะไรฟะ?!" โกคุเดระหรี่ตามองพลางเดาไว้ในใจ
"หึ่ย?! เมื่อกี้...อะไรแวบๆอ่ะ?!" สึนะดึงเสื้อรุ่นพี่แน่น

     ทั้งสี่เกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่นราวกับเป็นช็อกโก้บอลที่โดนเขย่ามาเป็นปี บอกเลยว่าไม่มีใครในกลุ่มที่กลัวผีเลยสักคน(หรอ?) ตามทางเดินมืดมิด พวกเขาต้องเดินผ่านตึกกิจกรรม แล้วเดินเลาะไปที่ทางเชื่อมอาคารไปตึกม.ปลาย เพราะประตูทางเข้าตึกมันดันล็อก กว่าจะหาทางเข้าอาคารมาได้ก็แทบแย่ ใครว่าโรงเรียนตอนกลางคืนไม่น่ากลัว ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอะไร พอตกกลางคืนมันก็น่ากลัวชวนขนหัวลุกกันหมดนั้นแหละ แต่ความซวยก็ไม่สิ้นสุด เพราะทางเชื่อมอาคารชั้นล่างดันล็อกอีก

"บ้าเอ้ย!" สควอโล่สบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
"คงต้องขึ้นไปชั้นสามแล้วแหละ -___-;" โกคุเดระพูด ก่อนจะหันไปถามความเห็นรุ่นน้อง
"ผ-ผมว่าเรากลับกันเถอะครับ" สึนะเอ่ยเสียงสั่น
"ก็ดีนะ" โกคุเดระเห็นด้วย
"ไม่ได้นะ meต้องไปเอาของนั่นกลับมาภายในคืนนี้ มันสำคัญมากจริงๆ" ฟรานพูดก่อนจะเดินนำออกไป
"เอาจริงดิ" โกคุเดระมองรุ่นน้องเดินออกไปในความมืด

     ทั้งสามมองหน้ากันงงๆ ก่อนที่สควอโล่จะตัดสินใจตามไป โดยทิ้งไฟฉายไว้ให้อีกสองคนที่ยืนเกาะกันอย่างเหนียวแน่น

"พวกแกออกไปรอก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันจะไปเป็นเพื่อนไอ้ฟรานมัน" สควอโล่พูดก่อนจะรีบสาวเท้าตามไป
"อ้าว? เห้ย?! เดี๋ยวดิวะไอ้สควอโล่!!!" โกคุเดระทำท่าจะรั้งไว้แต่ไม่ทันซะแล้ว
"ที่นี่... มีผีไหมครับ" สึนะถาม
"ผีเผอที่ไหนเล่า ไม่มีจริงหรอกน่า" โกคุเดระพูด "ถ้ามันมีจริงๆป่านนี้พวกนั้นมันคงคอหักตายกันหมดแล้วมั้ง"

     เขาถือไฟฉายเดินออกไปตามทางเดินพร้อมกับสึนะ ต้องผ่านห้องพยาบาลไป ก็จะถึงบันไดขึ้นชั้นสอง ความจริงพวกเขาไม่คิดจะขึ้นไปหรอก แต่พอดีว่าทางออกมันดันอยู่ข้างบันไดพอดีน่ะสิ

แตะ! แตะ! แตะ!

     เสียงรองเท้าแตะกระทบกับพื้นอาคารดังก้องทางเดิน โกคุเดระหันไปหาสึนะที่เดินตัวงอ ดึงชายเสื้อยืดจนแทบยืดสมชื่อ พวกเขาหยุดเดิน โกคุเดระจับให้อีกฝ่ายนั่งย่อลงไปพร้อมกับตน ก่อนจะกระซิบคุยกัน

"ฟังนะ โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนที่เก่ามาก เพราะใช้ระบบส่งทอดกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น พวกอาคารเลยได้รับการบูรณะปรับปรุงไปตามยุคตามสมัยบ่อยๆ"
"ล-แล้วทำไมหรอ?" สึนะถาม
"ห้ามหันไปมองห้องพยาบาลเด็ดขาด ถ้ามากันไม่ถึงสามคน" โกคุเดระพูด
"Q.Q" สึนะพยักหน้า
"มีเรื่องเล่าว่า หลายสิบปีก่อนมีรุ่นพี่คนหนึ่งป่วยเป็นโรคหอบ แล้วมานอนพักในห้องพยาบาล บังเอิญว่าวันนั้นอาจารย์ห้องพยาบาลไม่อยู่ ทำให้รุ่นพี่คนนั้นนอนยาวจนมืด แล้วตื่นมาอีกทีก็ตีสี่กว่าๆแล้ว" โกคุเดระกระซิบ "แล้วก็เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น โจรฆ่าควักเครื่องในที่ลอยนวลอยู่ในยุคนั้น ดันหนีเข้ามาในโรงเรียนเรา และโชคไม่ดีที่มันไปเจอรุ่นพี่เข้า มันเลยจัดการล็อกประตูห้อง และผลักรุ่นพี่คนนั้นไปชนประตูดังโครม แล้วจัดการใช่มีดแทงลงไปบนสันคอรุ่นพี่คนนั้น โจรนั่นโยนรุ่นพี่ลงบนเตียงนอนของห้องพยาบาล ตอนนั้นรุ่นพี่ยังไม่ตาย เขาพยายามดิ้น โจรมันเลยจับรุ่นพี่มันไว้กับหัวเตียงก่อนจะลงมือ ชำแหละ..."
"......"
"โจรนั่นมีอาการทางจิต มันฉีดยาชาใส่ทั่วทั้งร่างของรุ่นพี่ แล้วควักเอาตับไตไส้พุงออกมากองไว้....ทั้งเป็น กว่าจะมีคนมาเจอรุ่นพี่ก็ชักภายในอ้อมกอดของเจ้าโจรนั่น เสียงเตียงกระทบกับฝาห้องคงหลอกหลอนคนที่ผ่านไปมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..."
"แล้วจะเล่าให้น่ากลัวกว่าเก่าทำไมเนี่ย?!" สึนะพูด
"ก็จะได้รู้เท่ากันไง ถ้าฉันหลอนคนเดียวมันก็ไม่แฟร์สิ" โกคุเดระตอบ
"โถ่ พ่อคู๊นนนนนน~"

     จากนั้นทั้งคู่เลยพร้อมใจกัน หันหน้าไปที่หน้าต่างระเบียงแทนที่จะหันไปทางห้องพยาบาล อย่างน้อยถ้าเจอผีปอบผีกระสือผีกระหังข้างนอก ก็ยังดีกว่าอยู่ในอาคารด้วยกันหล่ะวะ ทั้งสองค่อยๆเดินผ่านไปช้าๆอย่างเงียบเชียบที่สุด แต่กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น

คริ๊ก~ ตึง!

     เสียงเหมือนประตูล็อกดังมาจากห้องพยาบาล แล้วแสงไฟในห้องก็พลันสว่างวาบขึ้น สึนะกับโกคุเดระไม่กล้าหันกลับไปมอง แต่ไฟที่ส่องออกมาจากกระจกฝ้าของประตูห้องเห็นเป็นเงาคนกำลังดิ้นไปมาอยู่ ทั้งคู่หันกลับไปมองอย่างไม่เชื่อสายตา อยู่ดีๆร่างนั้นก็ถูกเหวี่ยงหายไปจากบริเวณหน้าต่างประตู แล้วไม่นานนักก็มีเสียงหนึ่งดังตามมา

ครึ่ก! ครึ่ก! ครึ่ก!

     เสียงเหมือนเตียงในห้องพยาบาลกระทบกับผนังข้างฝาดังเป็นระยะ ทั้งคู่มองหน้ากัน ปากสั่นอย่างกับใบพัดเครื่องบินแฮลิคอปเตอร์ จังหวะนั้นในห้องทั้งสองไม่ได้คิดอะไรอีกแล้ว ในหัวมีแต่ท่อนฮุกเพลงRUNของAWOLNATION..... และ! .....Run!

"อร้ากกกกกกกก!!!!" ทั้งสองพร้อมใจกันประสานเสียง และโกยแนบออกห่างจากหน้าห้องพยาบาลทันที



ชั้นสอง ตึกกิจกรรม

"ไปไหนแล้ววะ?" 

     สควอโล่เดินตามหาฟรานที่ชั้นสอง แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของสิ่งมีชีวิต ไอ้เด็กนั้นเดินเร็วชะมัด เขาเดินหัวเสียกลับมาที่บันไดทางขึ้นไปชั้นสาม ไม่นานนักก็เห็นคนเดินผ่านหน้าบันไดไป

"เห้ย! ลุงครับ!" สควอโล่ร้องทัก "ลุงเป็นภารโรงของที่นี่ใช่ไหมลุง"
"อ่า... เอ่อทำนองนั้น -___-;" ลุงตอบ เอ่อเว้ย! ภารโรงโรงเรียนเราสวมสูททำความสะอาดโรงเรียนด้วย เท่ชิบเป๋ง!
"ลุงเห็นรุ่นน้องผมไหม? ไอ้หัวเขียวๆหน้านิ่งๆอ่ะลุง" สควอโล่ถาม
"เห็นๆตามลุงมาสิ" ลุงพูด 
"^~^" สควอโล่พยักหน้าก่อนจะยิ้มตอบ ลุงหน้าคุ้นๆเหมือนใครวะนึกไม่ออก

     สควอโล่เดินตามลุงภารโรงที่อาสานำทางให้จนมาถึงชั้นสาม เห็นหลังฟรานเดินอยู่ไม่ไกลมาก ลุงภารโรงเรียกให้สควอโล่หันไปมองก่อนจะถามว่าใช่เด็กนั้นรึเปล่า เขาพยักหน้าก่อนจะตะโกนออกไปตามนิสัย

"โว้ย! ไอ้ฟรานรอด้วยเว้ย!" 
"อ้าว?! รุ่นพี่?" ฟรานหันมาก่อนจะยืนรอให้อีกฝ่ายเดินมาหา "แล้วรุ่นพี่โกคุ กับสึนะล่ะครับ"
"ฉันให้พวกนั้นรออยู่ชั้นล่างหน่ะ ว่าไงไปต่อไหม" สควอโล่ถาม
"ครับ" แล้วทั้งสามก็เดินมาเรื่อยๆ จนเกือบถึงทางเชื่อมอาคารที่ว่า

ตึกๆๆ ตึกๆๆ ตึกๆๆ

    จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆดังขึ้น ทั้งสามเหลียวหลังกลับไปก็เห็นเงาดำเหมือนชายตัวสูงใหญ่กำยำ กำลังวิ่งมาทางนี้ แสงจากดวงจันทร์สะท้อนกับดวงตาของเงาดำนั้นเป็นสีแดงฉานราวกับอสูรกาย ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทั้งสามก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีทันที

"ตัวอะไรวะนั่น?!!!!" สควอโล่ตะโกนถามพลางวิ่งหนี
"ฉันไม่รู้!" ลุงภารโรงตอบ
"ชาละวันกุมพลี~ จระเข้แสนดี อยู่ในถ้ำธารา~ มีเมีย! ว้าก!!! น-หนึ่งคน"
"ไอ้ฟรานแกจะร้องเพลงทำไม?!!!!" สควอโล่ถามรุ่นน้องที่แหกปากอยู่ข้างๆ
"จะได้กลบความกลัวไงครับ!!!! สึกิๆๆๆๆๆ กิ สึกิ อาอิชิเตรุ~" มาเป็นเณรอิคคิวซังเลย เจริญพรโยม
"นั่น! ประตูทางเชื่อม!" ลุงภารโรงพูด

     ทั้งสามเปิดเข้าไปที่อาคารอีกหลังทันที โดยไม่หันกลับไปมองเงาดำที่ว่านั้นแม้แต่นิดเดียว 

ครึ่ก! ครืด~

"ไปก่อนเลย! ฉันจะล็อกประตูให้!!!"
"แต่ลุง!!!" สควอโล่ค้าน
"ไป!!!!!"

     แล้วทั้งสองก็ทิ้งลุงภารโรงไว้ ก่อนจะวิ่งมั่วเข้ามาในอาคารม.ปลาย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันตามมารึเปล่า แต่สุดท้ายก็ต้องยืนค้ำกำแพงเพราะวิ่งจนเหนื่อย ผมเผ้ายุ่งเหยิงตกลงมาปรกหน้าปรกตา เหงื่อไหลโชกยิ่งกว่าซ้อมวิ่งสี่คูณร้อย

"แฮ่กๆ น่า.. แฮ่ก น่าจะรอดแล้วนะครับ" ฟรานพูด
"อ-เอ่อ แฮ่กๆ เหนื่อยชะมัด" สควอโล่ปัดผมไปข้างหลัง สงสัยยางจะหลุดตอนวิ่ง
"อ๊ะ?! นี่มัน"
"อะไรอี๊ก?!!!!"
"ผมจะบอกว่าถึงแล้วครับ" ฟรานชี้ไปที่ป้ายหน้าห้อง ม.4/3
"เหยดดดด~ เข้าไปสิรออะไร"

     ทั้งคู่เดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะตรงเข้าไปที่โต๊ะนักเรียนของฟราน เจ้าตัวค่อยๆลำเลียงของในโต๊ะออกมาที่ละอย่าง ทั้งสมุดหนังสือ เครื่องเขียน กับอะไรอีกหลายอย่าง ว่าหล่ะทำไมกระเป๋านักเรียนมันเบา เพราะทิ้งสมุดหนังสือไว้โรงเรียนนี่เอง

"ขวัญฤดี! ขวัญฤทัย!" ฟรานโผล่งออกมาพลางมองไปยังกล่องบางอย่างที่ว่างเปล่า
"อะไรของแก?!" สควอโล่หันมาถามอย่างสนใจ
"กบที่ผมเลี้ยงไว้มันหายไปครับ! ทั้งสองตัวเลย!!!" ฟรานทำหน้าตื่น
"แสดงว่าเมื่อกี้คือชื่อกบ..... นี่แกลากพวกฉันมาเพราะกบเนี่ยนะ?!"
"เปล่าครับ ผมมาเอาไอ้นี่ต่างหาก" ฟรานหยิบกล่องบางอย่างขึ้นมา
". . . . ."
"ขนมเอแคร์ไส้วนิลาครับ ผมจำได้ว่ามันใกล้จะหมดอายุแล้ว เลยเกิดเสียดายอยากกินขึ้นมากลางดึก ถ้าผมไม่ได้กินมันล่ะก็คงนอนไม่หลับแน่" ฟรานพูดพลางเปิดกล่องเอแคร์ออกมานั่งกินอย่างเรียบร้อย
". . . =[ ]=*****" สควอโล่พูดอะไรไม่ออก ตรูคิดถูกแล้วหรอที่นับมันเป็นรุ่นน้อง มีมีดไหมอยากได้มาแทงมันตอนนี้เลยว่ะ "อ-ไอ้.....เฮรี้ยนเอ้ยยย~ ตรูไม่น่ามาเป็นเพื่อนมันเล๊ย~"
"รุ่นพี่กินไหมครับ?" ฟรานถาม
"กิน!!!!!"

ครืด~ ปัง!

     เสียงประตูเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับสองร่างของอีกสองคนที่วิ่งหน้าสั่นมาถึงที่นี่ โกคุเดระ กับสึนะ ปิดประตูลงกลอนอย่างดี ก่อนจะกระโดดกอดอีกสองคนที่ทำหน้างงอยู่

"ฉันนึกว่าพวกแกโดนผีลากไปอยู่มิติอื่นซะแล้ว!" โกคุเดระพูด
"พวกแกไปเจออะไรมา?" สควอโล่ถาม
"ครับตลอดทางมีมาต้อนรับไม่ขาดสาย" สึนะพูดน้ำตาซึม
"แล้วพวกรุ่นพี่โกคุมาได้ไงครับเนี่ย?!" ฟรานถาม
"เอ่อ จริงด้วย! ประตูทางเชื่อมมันล็อกนี่หน่า"
"กลอนมันพัง เหมือนมีคนพังเข้ามาอะ" โกคุเดระตอบ
"แล้วเห็นใครอยู่แถวนั้นไหม?" ทั้งสองส่ายหน้า
"ไม่เห็นนะ ตอนวิ่งมาพวกฉันไมาได้สังเกตุรอบตัวเท่าไหร่ แต่แน่ใจว่าไม่มี" 
"แต่พวกmeวิ่งหนีเงาดำเข้ามาอาคารนี้นะครับ ถ้ากลอนมันพังก็แสดงว่า..."

     ทั้งสี่มองหน้ากัน แสดงว่าไอ้เงาดำนั้นมันก็เข้ามาอยู่ในอาคารม.ปลายเหมือนกันกับพวกเขาแล้ว ชิบหายแล้ว! เอาไงดีล่ะคราวนี้ อยู่ที่นี่ยันเช้าเลยดีไหม ไม่กล้าขยับไปไหนแล้วอ่ะ

"อ๊บๆ" เสียงกบร้องดังมาจากอ้อมแขนของสึนะ
"จริงสิ" สึนะค่อยๆจับตัวกบขนาดเล็กให้ฟราน "ฉันเจอขวัญฤดีอยู่ที่ทางเดินหน้าห้องนาฏศิลป์"
"ข-ขวัญฤดี!" ฟรานอุ้มเจ้ากบตัวน้อยมาอย่างเอ็นดู
"นี่แกลากพวกฉันมาเพราะกบหรอ?" โกคุเดระถาม
"เปล่า เพราะเจ้านั่น" สควอโล่ชี้ไปที่กล่องเอแคร์เปล่าที่อยู่ในถังขยะหลังห้อง
"เจริญ! แค่ขนมเนี่ยนะ?!" โกคุเดระจิกตามองรุ่นน้องขอหาลากมาเจอผีอย่างเคียดแค้น
"แล้วไปเจอขวัญฤดีที่ไหนหล่ะ" ฟรานทำเป็นมองไม่เห็น ก่อนจะหันไปถามสึนะ
"คือว่า ก่อนหน้านี้..."

. . . . .

. . . .

. . .

. .

.

"ชู่ว~" โกคุเดระหันไปบอกให้อีกคนเงียบ

     พวกเขาหมอบต่ำลงกับพื้นในห้องทดลองวิทย์ฯ ข้างนอกมีเสียงฝีเท้าหนักๆอยู่สองคู่ และแน่นอนว่าไม่ใช่ของสควอโล่กับฟรานแน่นอน เพราะทั้งคู่ก็ใส่รองเท้าแตะมาเหมือนพวกเขา แสงไฟส่องวาบผ่านห้องที่พวกเขาอยู่ไป หลังจากที่แหกปากแล้วโกยแนบออกมา ก็ได้ยินเหมือนเสียงคนวิ่งตามมาจากห้องพยาบาล ทั้งคู่เลยวิ่งเข้ามาหลบอยู่ใต้โต๊ะ ในห้องทดลองวิทย์ฯ

"ชาละวันกุมพลี~ จระเข้แสนดี....."
"เห้ย?! เสียงไอ้ฟรานนี่หว่า" โกคุเดระหันไปกระซิบกับสึนะ พร้อมกลับแสงไฟที่เดินหายไป
"น่าจะไปแล้วนะ" แล้วทั้งสองก็ลุกออกมาจากใต้โต๊ะทดลอง "เฮ้อ~ กลัวแทบแย่"
"ขึ้นไปข้างบนดีไหมวะ พวกที่เหลือน่าจะเจอเหมือนเรา"
"ขอย่องไปเงียบๆแล้วกัน"

     ทั้งสองค่อยๆเดินขึ้นมาชั้นสามแบบเงียบเชียบที่สุด ถึงขั้นลงทุนถอดอิแตะดาวเทียมออกแล้วเดินเท้าเปล่ากันเลยทีเดียว ชั้นสามเป็นชั้นที่มีห้องนาฏศิลป์รำไทย กับพวกห้องเก็บหุ่นจำลอง ถือเป็นชั้นที่ไม่มีใครอยากมาเลยแม้ว่าจะเป็นตอนกลางวัน สึนะด้อมๆมองๆอยู่ตรงบันไดกับโกคุเดระ ทางเดินโล่งว่างไม่มีใครอยู่ 

"ทางสะดวกล่ะ"
"อืม ดูเหมือนมันจะไปแล้ว"

     สึนะค่อยๆวางรองเท้าลงก่อนจะสวม เช่นเดียวกับโกคุเดระ พวกเขาเดินมาจดๆจ้องๆอยู่ที่หน้าห้องเก็บหุ่น พอแน่ใจว่าไม่มีอะไรแล้ว จึงเดินต่อ

"ที่ห้องเก็บหุ่น กับห้องนาฏศิลป์คงไม่มีเรื่องเล่าอะไรหรอกนะ" สึนะพึมพัมอย่างหวาดระแวง
"มีสิ! เมื่อตนสร้างโรงเรียนใหม่ๆ เคยมีคนถูกขังไว้ในห้องเก็บหุ่นจำลอง และวั-" 
"หยู๊ดดดด!!! สต๊อปปุๆ ไม่ต้องเล่าแล้ว เดินไปเงียบๆก็พอ" สึนะเอามือปิดปากอีกฝ่าย
"เชรี้ยยยย?!!!" โกคุเดระร้องลั่นด้วยความตกใจ
"อ-อะไร?!" สึนะหันควับไปมองทางที่โกคุเดระมองไปพร้อมกับตั้งท่าพร้อมวิ่ง ถ้าเจออีกนี่... กลับเลยนะ ไม่ตามหาแล้วเพื่อนอะ -__-;
"ก-กบ..." 
"เอ๊ะ?! ขวัญฤดี" สึนะก้มลงไปอุ้มกบตัวน้อยขึ้นมา "กบที่ฟรานเลี้ยงไว้นี่"
"หา?! แล้วทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?" 
"ไม่รู้เหมือนกัน... เราไปกันต่อเถอะ" พูดจบทั้งคู่ก็ตั้งท่าจะเดินต่อ แต่...

ครืด~

     ประตูห้องนาฏศิลป์ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างหญิงสาวหน้าขาวโพลน ผมยุ่ง เดินออกมาแล้วหันมาจ้องหน้าพวกเขาเขม่ง เพียงเท่านั้นทั้งคู่ก็ไม่พูดไม่จากัน ถอดรองเท้าวิ่งหนีไปอีกอาคารทันที

"ฮาฮิ? เหมือนเห็นคนเดินผ่านไปแวบๆนะคะ?" ฮารุพูดพลางลอกแผ่นมาส์กหน้าออก
"ฮารุจังอย่าพูดแบบนั้นสิ ฉันกลัวนะ" เคียวโกะเดินออกมาอีกคน
"ที่นี่ไม่มีผีหรอกน่าเคียวโกะ" ฮานะพูด
"ไม่ต้องกลัวค่ะ ฮารุอยู่นี่แล้ว เดินไปเข้าห้องน้ำด้วยกันแปบเดียว ด้อนทฺวอรี่ส์ค่า~" ฮารุพูด
"พวกเธอ" เสียงหนึ่งดังขึ้น "เห็นใครผ่านไปบ้างรึเปล่า"
"อ่า?! คุณฮิบาริ? ไม่เห็นคะพวกฉันแค่จะออกไปเข้าห้องน้ำ" เคียวโกะตอบ
"มาซ้อมรำเปิดงานโรงเรียนงั้นหรอ ถ้ายุ่มย่ามล่ะก็จะขย้ำทิ้ง" พูดจบก็เดินกลับไปอย่างหัวเสีย "พวกนั้นคงไม่ได้เดินผ่านห้องพยาบาลหรอกนะ" เขาพึมพัมก่อนจะหน้าขึ้นสี

.

. .

. . .

. . . .

. . . . .

"ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเถอะ" โกคุเดระพูด
"เดี๋ยวก่อน!" ฟรานโผลงออกมา "ช่วยmeอีกเรื่องได้ไหม"
"อะไรอีกล่ะคราวนี้ =__=;" สควอโล่มองหน้ารุ่นน้องอย่างไม่ไว้ใจ
"ช่วยตามหาขวัญฤทัย..."
"กลับ!" โกคุเดระเดินออกไปอย่างหัวเสีย
"ขอร้องล่ะรุ่นพี่~"

     ฟรานกอดขาอ้อนวอนอีกฝ่าย สึนะกับสควอโล่มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าปลงสุดขีด ใจนึงก็นึกสงสาร แต่อีกใจกลับหมั่นไส้อยากปล่อยให้ไปตามหาคนเดียวเสียให้เข็ด

"เอาเถอะ ไปแปบเดียวไม่น่าจะเสียหายหรอก" สควอโล่พูด
"นั่นสิ" สึนะพยักหน้าเห็นด้วย
"พวกแกเอาจริงดิ?!" โกคุเดระหันมาพร้อมเครื่องหมายคำถามเต็มหน้า
"ปล่อยมันสักวันเหอะ ฉันเหนื่อยจะพูดแล้ว"
"รุ่นพี่~~~"
"เอาก็เอาวะ! ปล่อยได้แล้ว"
"เย้~!"

     พอได้ยินดังนั้นฟรานก็วิ่งไปหยิบกล่องใส่กบมาถือไว้ พร้อมกับขวัญฤดีที่เข้านอนรออยู่ในกล่องอย่างเรียบร้อย ก่อนที่รุ่นพี่ทั้งสองจะฉุกคิดขึ้นมาได้ หลังจากขัดใจอยู่นาน

"เดี๋ยวนะ" โกคุเดระหันกลับไปที่โต๊ะของฟราน "แกได้โต๊ะคืนตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"เมื่อวานครับ พวกรุ่นพี่ยังไม่ได้คืนกันอีกหรอครับ?" ฟรานถาม

     ถ้าได้แล้ว พวกตรูคงไม่ต้องมายืนทำหน้าโง่ถามแกแบบนี้หร๊อกกก!!!! โกคุเดระหันไปมองหน้าสควอโล่พร้อมกับพยักให้กัน ทั้งคู่พร้อมใจกันเดินไปเช็คที่ห้องเรียนของตัวเองทันที รุ่นน้องทั้งสองก็เดินตามมาโดยที่ไม่พูดอะไร ทางเดินชั้นม.ห้า ทั้งสี่เลี้ยวออกมาจากมุมเลี้ยวที่บันได

"ลุงภารโรงนี่หว่า?!" สควอโล่พูดขึ้นเมื่อเห็นหลังของลุงภารโรงเดินเข้าไปในห้องม.5/3
"ห้องเราไฟเปิดด้วย!" โกคุเดระพูด

     พวกเขาพร้อมใจกันย่องไปดูประหนึ่งนินจากำลังลักลอบเข้าไปขโมยข้อมูลในฐานทัพศัตรู พวกเขามาหยุดอยู่หน้าห้องม.5/3 เตรียมจะเข้าไป

"เดี๋ยวก่อนๆ" สึนะกระซิบ "ผมว่าเราควรมีนกต่อ ถ้าข้างในนั้นเป็นคนของแก๊งเด็กใหญ่จริง"
"แกรู้?!" สควอโล่มองหน้ารุ่นน้องด้วยความสงสัย
"ครับ ฟรานเล่าให้ฟังหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่เจอกัน" สึนะพูด
"-___-***" โกคุเดระหันไปจิกตาใส่รุ่นน้องไม่รักดี นี่แกเอาข้อมูลแก๊งไปบอกเด็กใหม่ทั้งๆที่พึ่งเจอกันวันแรกเนี่ยนะ?!
"อ่า... แล้วใครหล่ะ" สควอโล่ถาม
"^~^" สึนะชี้
"?" 
"จัดไปไม่ใช่ฉันก็ลงมือเลย!" โกคุเดระจับตัวสควอโล่ล็อกไว้
"เห้ย?!"
"เพื่อส่วนรวมครับรุ่นพี่"
"ห- อุ๊บ! อื้อ~?!"

.

.

.

.

.

     สุดท้าย นกต่อก็ถูกส่งออกมาล่อเสือล่อจระเข้ถึงปากถ้ำ(?) หลามน้อยที่น่าสงสารโดนกบ ปลาทูน่า และแมวน้อยจับเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ อย่าเรียกเปลี่ยนเลย เรียกถอดดีกว่า เสื้อยืดแขนยาวสีดำถูกดึงให้เปิดไหล่ กางเกงนอนขายาวโดนยึดไปเหลือแค่บ๊อกเซอร์สีฟ้ารัดรูป พอถามว่าทำไมต้องเป็นสควอโล่ ก็เพราะหัวหน้าแก๊งเด็กใหญ่ให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษน่ะสิ~ (ฮิ้ว~~~ ขอแซวหน่อยเถอะ~) สควอโล่จิกตามองพวกที่แอบอยู่ห้องข้างๆที่โผล่หน้าออกมาไม่ถึงครึ่งตัว ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยๆเปิดประตูออกทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

ครืด~!

"ลุง~!" 

     สควอโล่เปิดเข้าไปหวังว่าจะเจอลุงภารโรงกำลังสวดพวกเด็กใหญ่จนหูชาอยู่แต่ไม่เลย พวกเด็กใหญ่เอาโต๊ะเรียนพวกเขามาไว้แล้ว แถมยังตั้งวงก๊งเหล้า เล่นไพ่กันอย่างสนุกสนาน พอเห็นสควอโล่เข้าไปเท่านั้นแหละ ทุกอย่างก็เงียบ ทุกสายตาพร้อมใจกันจ้องไปที่เรียวขาเนียนของสควอโล่อย่างปิดไม่มิด พอเจ้าตัวเริ่มตะหงิดใจใบหน้าก็พลันแดงลามไปถึงคอ ยังไม่มีใครพูดอะไรต่อ เจ้าตัวก็วิ่งแจ้นไปไหนแล้วไม่รู้

"เอ๊ะ?! เมื่อกี้เมียแกรึเปล่าวะ?" ยามาโมโตะถาม 
"หา?! มันมาโผล่หัวอะไรที่นี่วะ?" แซนซัสลุกขึ้น
"บอสไม่ต่อแล้วหรอ~ เหลือแค่ครึ่งขวดเองนะ ชิชิชิ" เบลพูดพลางยกขวดเหล้าส่งให้หัวหน้าแก๊ง
"อ๊บๆ"
"ฉันรำคาณเสียงกบแก จับไปทอดกินเป็นกับแกล้มเลยดีไหมวะ?!" แซนซัสตวัดนัยน์ตาสีชาดไปมองเจ้ากบตัวน้อย ก่อนที่มันจะมุดกลับไปในกระเป๋าเสื้อของชายหนุ่ม
"เอาน่าๆ ตัวนิดเดียวไม่อร่อยหรอก" ยามาโมโตะพูดก่อนจะขอไพ่เพิ่ม "เก้าหลังว่ะ จ่ายมาๆ"
"ชิชิชิชิชิ"

ครืด~!

     แล้วประตูห้องก็เปิดอีกรอบ คราวนี้ต่างจากเดิม รุ่นน้องหัวเขียวเดินเข้ามากลางวงไพ่ ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเบล แล้วคว้าเอาเจ้ากบน้อยออกมา ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่พูดไม่จา

"เจอขวัญฤทัยแล้วครับรุ่นพี่ ไปตามหารุ่นพี่สควอโล่แล้วกลับกันเถอะ" ฟรานพูดก่อนจะเดินไปทางเดียวกันกับสควอโล่
"เห้ย! ไปคนเดียวเดี๋ยวก็โดนผีจับหักคอหรอก" ตามด้วยโกคุเดระที่เดินผ่านไปโดยที่ไม่ลืมทำหน้าเหม็นสาปขี้เหล้าใส่พวกในห้องด้วย
". . . . ." สึนะเดินตามไปอย่างเงียบๆโดยปรายสายตามองเขามาสบตากับใครบางคนในห้อง ก่อนจะรีบวิ่งออกไป

     เมื่อกี้..... แซนซัสมองค้างออกไปยังเบื้องหน้าด้วยนัยน์ตาเบิกโผลง แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ไอ้เด็กเหลือขอนั่น! เขากำหมัดแน่น พร้อมกับรอยย่นระหว่างคิ้วที่เพิ่มขึ้นเพราะความโกรธ มันมาโผล่หัวอะไรที่นี่ ทำไมตาแก่นั่นไม่บอกอะไรฉันสักคำ! เขาลุกออกไปอย่างหงุดหงิด พลางเตะทุกอย่างที่ขวางทาง รวมทั้งพวกลูกน้องที่นั่งเล่นไพ่อยู่ด้วย เรา...จะต้องเห็นดีกัน มันต้องมีสักคนที่ต้องเจ็บตัว เขาสาวเท้าออกไปสงบสติอารมณ์ที่กระท่อมริมน้ำ ที่ที่เขาคิดว่ามันมีความสุขยิ่งกว่าอยู่บ้านตัวเองด้วยซ้ำ มือหยาบหยิบเอาบุหรี่ขึ้นมาจุด ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาสูบอีก ให้ตายสิ ทำไมชีวิตกุถึงได้เฮงซวยบัดซบโครตแมร่งขนาดนี้วะ!

.

.

.

     ในทางเดินอันเงียบงันที่ตึกกลาง ความมืดมิดถูกทำลายด้วยแสงจันทร์ที่สะท้อนเข้ามาผ่านหน้าต่าง เส้นผมสีเงินวาวต้องกับแสงจันทร์ทำให้ดูสว่างขึ้นมา เสียงจิ้งหรีดเรไรเป็นจังหวะกับเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าของคนที่ยืนยันกำแพงอยู่ที่ทางเดิน บ้าเอ้ย! นี่กุวิ่งจนมาถึงตึกกลางเลยหรอวะ สควอโล่ปาดเหงื่อออกจากใบหน้าพลางกัดหันแน่น ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้พวกลาบก้อยหอยขมพวกนั้นนะ ฉันคงไม่อายจนวิ่งออกมาหรอก ดูสายตาที่พวกมันมองมาแต่ละคนสิ อย่างกับโจรลักพาตัวโลลิค่อนไปข่มขืน คราวหน้าถ้าโดนมองแปลกๆแบบนั้นนะ พ่อจะจับตัดค*ยมาทำพู่เชียร์กีฬาสีที่จะถึงนี้ซะเลย!

ตึก~ ตึก~ ตึก~

"?!!!!" อะไรอี๊กกกกกก~?!!!!

     จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีเสียงอะไรเลยสักนิด สควอโล่เงยหน้าขึ้นไปมองตามหาต้นตอของเสียง ลุงภารโรงนี่หว่า แผ่นหลังที่มีหางม้ามัดต่ำบางๆสะบัดไปมาตามจังหวะการเดิน อยู่ห่างไปไม่ไกล สควอโล่เห็นแบบนั้นจึงก้าวตามไปโดยที่ไม่คดอะไร

"ลุง! รอผมก่อน!!" สควอโล่รีบเร่งฝีเท้าตามไป

     ลุงภารโรงหันกลับมาเห็นสควอโล่ก็ยิ้มบางๆ ก่อนจะขมวดคิ้วพลางเหลือบไปมองที่ข้างหลังของสควอโล่

"รีบเข้ามา! เร็ว!!!" ลุงตะโกนเรียกอย่างรีบร้อน

     สควอโล่เองก็เออออตามไป เขาเร่งฝีเท้าจนวิ่งสุดแรงแต่กลับรู้สึกเหมือนค่อยๆคลานไปข้างหน้าช้าๆมากกว่า จวนจะหมดแรงเขาจึงตัดสินใจหันหลังกลับไปดู โดยมีลุงภารโรงร้องห้ามไว้ไม่ทัน

"อย่าหันไป!!!"

     สควอโล่หันกลับไปมองด้านหลัง โดยที่ไม่ฟังคำร้องเตือนของลุงภารโรงเลยสักนิด ใบหน้าของใครบางคนพุ่งออกมาจากกลุ่มควันสีดำบางอย่าง มาประชันหน้ากับสควอโล่ในระยะประชิดห่างกันไม่กี่นิ้ว

"ฮ-?!!!"

     ยังไม่ทันได้ส่งเสียง ลำคอระหงก็ถูกมือปริศนากำไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆเพิ่มแรงบีบทีละน้อยๆ สควอโล่รู้สึกว่าร่างของตนค่อยๆลอยขึ้นไปบนอากาศอย่างช้าๆ ใบหน้าที่โผล่ออกมาจากเงาดำ ทำสีหน้าเศร้าสร้อยระคนผิดหวัง นัยน์ตาสีฟ้ามองมาที่เขา เส้นผมสีทองโผล่พ้นเงาดำนั้นมาเพียงเล็กน้อย นี่มันอะไร?! สควอโล่คิดในใจ ผีงั้นหรอ ไม่จริงน่า เขาดิ้นไปมาเพราะรู้สึกว่าอากาศในปอดกำลังจะหมดลง 

ตุบ~!

     จู่ๆมือที่บีบคอเขาอยู่ก็หายไป สควอโล่ล้มลงนอนกับพื้น ก่อนจะไอโขลกอย่างหนัก รู้สึกมึนหัวตาลายจากการขาดออกซิเจน ในขณะที่ดวงตากำลังพร่ามัวอยู่ก็มีเพียงสิ่งสุดท้ายที่มองเห็นก่อนจะสลบไป ลุงภารโรง?! ลุงภารโรงกระโจนเข้าใส่เงาดำนั่น ก่อนจะพยายามกระชากตัวใครบางคนออกจากมัน แต่ยังไม่ทันๆด้ดูจนจบ สควอโล่ก็หมดสติไปก่อน

.

.

.

.

.

".....โล่"
"....สควอโล่!"
"รุ่นพี่สควอโล่!"
"?!!!!"

     เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ดึงสติให้สควอโล่ตื่นขึ้นมาท่ามกลางคำถามนับร้อยจากรุ่นน้องและเพื่อน เจ้าตังลุกขึ้นมาด้วยอาการมึนๆ ก่อนจะมองไปรอบๆอย่างงงๆ ห้องของผู้บริหารสูงสุด? ห้องของเจ้าของโรงเรียน?! ในห้องที่คุ้นตา สควอโล่เคยเข้ามาในห้องนี้สองสามครั้ง อย่าถามถึงเหตุผลนะ เพราะมันค่อนข้างซับซ้อน

     ในห้องกว้างที่มีประตูทางเข้าสองบาน กับประตูระเบียงที่สามารถเห็นทุกอย่างในนามิโมริวิทยา ยกเว้นตึกกิจกรรม กับหนองน้ำหลังโรงเรียน ในห้องมีการตกแต่งอย่างหรูหรา ทั้งบุผนัง ผ้าม่าน ผืนพรมราคาแพง โต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าประตูระเบียง ชั้นหนังสือ โซฟา และโต๊ะกาแฟเล็กๆ ล้วนเป็นของมีราคา มีจริตลวดลายสวยงาม บางชิ้นก็เป็นของที่สั่งทำพิเศษ อย่างเช่นโคมระย้าขนาดย่อมๆบนเพดานกลางห้อง ผนังอีกฝั่งก็มีรูปของผู้บริหารคนก่อนๆแขวนเรียงกันอยู่ 

     แต่เดี๋ยวนะ ก่อนหน้านี้... สควอโล่นึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ก่อนจะหันซ้ายหันขวาด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด แล้วกระโดดใส่เพื่อนจนล้มลงไปทั้งคู่

"อ้ากกกก!!! ตรูโดนผีหลอก!!!!!" สควอโล่แหกปากลั่น พลางกอดเพื่อนแน่น
"ห-ห๊ะ?! โอ๊ย! หายใจไม่ออกเห้ย!" โกคุเดระพยายามผลักอีกคนออกพร้อมกับทำหน้าไม่เชื่ออย่างแรง 
"รุ่นพี่พูดจริงหรอ?!" รุ่นน้องทั้งสองค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้ๆพลางถาม
"ไม่รู้เหมือนกัน" สควอโล่ตอบ
"ฉันว่าน่าจะใช่แล้วแหละ"

     โกคุเดระชี้ไปที่ลำคอขาวของเพื่อนที่ปรากฏรอยแดงเป็นรูปมือขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังมีอีกสองสามรอย ที่ข้อมือ ข้อเท้า ขาพับ แล้วก็เหนือเอวขึ้นไปอีกหน่อย ทั้งสี่หันมาสบตากันสลับกับมองไปตามรอยต่างๆพลางเหงื่อตก ที่เหลือจึงพากันคยั้ยคยอให้สควอโล่เล่าถึงที่มาของรอยพวกนี้อย่างคร่าวๆให้ฟัง

"กลับบ้านเหอะT0T" สึนะเสนอ
"แล้วลุงภารโรงล่ะ ก่อนหน้านี้ลุงนั่นก็อยู่ด้วย" สควอโล่ถาม
"โรงเรียนเราไม่มีภารโรงนี่ครับ" สึนะตอบ
"ฉันไม่เคยเห็นเหมือนกันนะ" โกคุเดระออกความเห็นก่อนจะมองไปที่สควอโล่ที่ทำหน้าร้อนๆหนาวๆอยู่
"แต่ก่อนหน้านี้.... คนที่พาฉันไปหาฟราน ล็อกประตูให้ตอนวิ่งหนีเงาดำๆ กับตอนที่เข้าไปเจอพวกเด็กใหญ่..."

ตุบ~!

"!!!!!"

     จู่ๆกรอบรูปผู้บริหารคนหนึ่งก็หลบตุบลงกับพื้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งสี่สะดุ้งกระโดดกอดกันแน่นยิ่งกว่าเก่า ก่อนจะหันควับไปมองตรงไปที่กรอบรูปที่ตกลงมาสลับกับจุดที่มันแขวนอยู่ก่อนหน้านี้

"ฮืออออ~ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องดูแลลูกช้างด้วย"

     โกคุเดระเป็นแกนนำพวกที่เหลือสวดมนต์ สควอโล่กัับฟรานมองหน้ากันชั่วครู่ก่อนจะลุกออกไปดู เมื่อหน่วยกล้าตายไม่อยู่ที่เหลือจึงจำเป็นต้องเกาะกันกลม สควอโล่หันไปสำรวจจุดที่แขวนกรอบรูป แต่มันก็ไม่มีจุดไหนเสียหายสักนิด เหมือนรูปนี่มันลอยตกออกมาเฉยๆ ฟรานหยิบกรอบรูปขึ้นปัดฝุ่นอย่างลวกๆ ก่อนจะอ่านตัวหนังสือเล็กที่อยู่ใต้สุดของรูป

"ผู้บริหารรุ่นสอง รู้สึกจะตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อนนะครับ" ฟรานยื่นกรอบรูปให้สควอโล่เอากลับไปแขวนที่เดิม
"งั้นหรอ... !!!" สควอโล่มองภาพในรูปกันจะมือสั่น "ตาลุงนี่ หน้าเหมือนลุงภารโรงที่ฉันเห็นเลย"
"ไอ้สรัด! ไม่ขำเว้ย ใช่เวลามาอำกันเล่นไหม?!" โกคุเดระแหวลั่น
"ตรูจะโกหกเพื่อ?! หน้าสิ่งหน้าขวานแบบนี้เนี่-"

กึก!

     จู่ๆก็มีเสียบางอย่างดังมาจากประตู ทั้งสี่มองหน้ากันตาปริบๆ ก่อนที่เสียงมันจะดังขึ้นอีกรอบ สควอโล่รีบแขวนกรอบรูปไว้ที่เดิม ก่อนที่ทั้งสี่จะวิ่งไปหาที่ซ่อนกัน

แกร๊ก~

     แล้วประตูก็เปิดออก พวกเขาได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังเป็นจังหวะของการเดิน เสียงนั้นดังวนเวียนอยู่นานพอสมควร จนพวกเขาทนแรงกดดันไม่ไหว ส่งซิกให้ออกไปหลบที่นอกระเบียงกัน แต่ละคนต่างก็ค่อยๆคลานเนียนออกมานอกระเบียงอย่างเงียบเชียบ และระมัดระวังที่สุด และสุดท้ายก็ออกไปกองกันอยู่ที่ระเบียงดังที่ตกลงกันไว้

"น-นั้นมันตัวอะไรน่ะ" สึนะถามเสียงสั่น
"ไม่รู้สิ ไม่ได้มองเหมือนกัน" สควอโล่กระซิบตอบ พลางหันกลับเข้าไปดูลาดเลา
"Meเห็นแค่ขากางเกงผ้าแพรสีดำ ตอนที่มุดออกมานะครับ" ฟรานเสริม
"มันใช่เวลามานั่งถามเรื่องนั้นไหมเล่า ช่วยหาทางรอดออกไปดีกว่าไหม?!" โกคุเดระกระซิบ ด้วยน้ำเสียงเชิงตะคอก
"นั่นดิวะ รู้สึกว่ามันจะไม่ไปง่ายๆด้วย" สควอโล่หันกลับมาพูดคุยกัยคนอื่นๆอีกครั้ง
"อืม....." สึนะรีบเค้นสมองที่มีน้อยนิดคิดทันที

     พวกเขาพยายามคิดหาทุกวิถีทาง ทั้งปีนลงจากระเบียงซึ่งไม่มีทางลงไปได้ เพราะนอกจากอยู่ชั้นบนสุดแล้ว ก็ไม่มีเชือกให้ไต่ลงไป หรือจะปีนไปออกที่ห้องอื่นแทน ก็ทำไม่ได้ เพราะนอกจากหน้าต่างจะปิดล็อกสนิททุกบานแล้ว ยังไม่มีที่ให้เกาะ หรือปีนไปอีก พอจนปัญญาก็มานั่งอมทุกข์กันต่อ

"เอาไงต่อดี มันยังไม่ไปเลยด้วย" สึนะงึมงำ
"โรงเรียนเรา เขาซ้อมยิมนาสติกกับเข็มนาฬิกาโรงเรียนด้วยหรอครับ" ฟรานถาม
"แกเริ่มจะเพ้อแล้วนะ เอาเวลามาถามเรื่องบ้าๆไปคิดเรื่องกลับบ้านดีกว่าไหม?!" โกคุเดระเอ็ด
"แต่นั้น.." ฟรานชี้ไปที่หอนาฬิกาของโรงเรียน 

     พร้อมกับสายตาที่เหลือบไปมองร่างที่กระตุกอยู่ที่ปลายเข็มนาฬิกาขนาดใหญ่ ถึงจะอยู่ห่างกันคนละฟาก แต่พวกเขาก็ดูออกว่าร่างนั้นมีลักษณะอย่างไร หญิงสาวผมยาวปิดหน้าปิดตา แขนขาที่บิดไปมาผิดรูปผิดร่าง งอกลับหลังไปเหมือนขาแมงมุม เลือดสีคล้ำอาบเกือบทั่วทั้งร่าง เห็นแบบนี้แล้วไม่ต้องถามแล้วสินะว่าต้องทำอะไรต่อ

"ผ-ผ-ผ-ผี!!!!!!! อร๊ากกกกกกกกก!!!!!"

     เพียงเสียงของสึนะที่ดังขึ้นมาเท่านั้น ทั้งสี่ก็วิ่งออกจากระเบียงโดยที่ลืมไปเสียสนิทว่าในห้องมีตัวอะไรสักอย่างอยู่ 

"เฮ้ย?! พวกคุณ!!!" เสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อเห็นพวกสึนะวิ่งออกมาจากระเบียง ผ่านห้องผู้บริหารออกไป

ตึกๆๆๆ ตึกๆๆๆ

"แฮ่กๆๆ น-นี่เราอยู่ไหนกันแล้วเนี่ย"
"รู้สึกว่า... จะหน้าโรงเรียนพอดี"

     พวกเขามองไปรอบๆก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าขึ้นมาอย่างช้าๆ 

"เช้าแล้ว พวกเรารีบกลับบ้านกันดีกว่า" โกคุเดระพูดขึ้น
"นั่นสิ" สึนะพยักหน้าเออออห่อหมกไปด้วย พอพวกเขาก้าวขาจะออกจากโรงเรียน ก็ได้ยินเสียงหนึ่งร้องทักขึ้น
"เห้ย?! พวกแกมาทำอะไรที่โรงเรียนตั้งแต่เช้ามืดกัน" เสียงอันคุ้นหูของอาจารย์คนเดิม ที่มักจะโผล่ออกมาที่หลังเสมอดังขึ้น
"จารย์รีบอร์น?!!!!!"

.

.

.

.

.
หลายชั่วโมงผ่านไป

"เพื่อเป็นการลงโทษ พวกแกต้องวิดพื้นห้าสิบยก แล้วก็ดันพื้นอีกห้าสิบยก!" 
"เดี๋ยวก่อนนะครับ นี่อาจารย์เค้าจะให้เราฝึกรด.หรอครับ" ฟรานกระซิบถามรุ่นพี่ที่นั่งอยู่ข้างๆกัน
"ห้ามกระซิบกระซาบ แล้วก็ปฏิบัติ!" อาจารย์คนเดิมสั่ง ก่อนที่พวกเขาจะเปลี่ยนจากท่านั่งคุกเข่าเป็นวิดพื้น

     ทั้งสามโดนสั่งทำโทษโดยการนั่งคุกเข่าอยู่ข้างประตูทางเข้าด้านหน้าโรงเรียน แถมตอนนี้คนก็เริ่มมาเรียนกันแล้วด้วย พวกเขาได้แต่ก้มหน้าก้มตายอมรับชะตากรรม เพราะอีกใจหนึ่งคืออายเกินกว่าจะเงยหน้าขึ้นให้คนอื่นจำได้ แค่นี้ก็เด่นจะตายห่าอยู่แล้วไหม?!!! แต่ไอ้คนที่โชคดีที่สุดก็เห็นจะเป็นสึนะ ที่โดนส่งตัวไปเขียนใบบันทึกประจำวันให้พวกที่เหลือในห้องปกครอง 

"วี้ว~ ขาขาวนี่หว่า" เสียงพวกนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งเอ่ยแซว
"อายเว้ย! เอาผมมาบังหน้าตอนนี้ทันป่าววะ?" สควอโล่พึมพำคนเดียว แต่ระดับเสียงก็ดังพอที่อีกสองคนจะได้ยิน
"ถ้าเห็นว่าสบายใจเมิงก็ทำไป เพราะแม่มก็ไม่ช่วยเห้ไรอยู่ดี" โกคุเดระแทบจะพูดทั้งน้ำตา
"ทำไมพวกเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยครับ" ฟรานถามพลางทำสีหน้าไม่ต่างจากรุ่นพี่ทั้งสองเท่าไหร่
"......" ทั้งสองหันไปมองหน้ารุ่นน้องก่อนจะแหกปากออกมาพร้อมกัน "เพราะเมิงนั่นแหละเว้ย!"
"เห้ย! พวกแกทำไมแต่งตัวอย่างนี้กัน" 

    จารย์รีบอร์นขาโหดหันไปถามกลุ่มเด็กนักเรียนอีกกลุ่มที่กำลังจะเดินออกจากโรงเรียน คนที่เดินนำออกมาคือลูกชายเจ้าของโรงเรียนอย่างแซนซัส กับลูกน้องคนสนิทอีกสองคนคือ เบลเฟกอล และยามาโมโตะ ตามด้วยพวกลูกน้องธรรมดาๆอีกห้าหกคน  ที่พากันถือถุงพลาสติกใส่ขยะ และขวดเหล้าเปล่าออกมากันอย่างโจ่งแจ้ง แถมบางคน...ไม่สิ พวกมันแทบทุกคนยังใส่ชุดนอนกันอยู่เลย บางคนก็ใส่กางเกงบอล กับเสื้อทีมที่ชอบ บางคนใส่ลายพร้อยมา ได้หนักสุดเห็นจะเป็นไอ้สามคนที่เดินนำกลุ่ม เพราะพวกมันเล่นใส่ชุดนอนลายเป็ดสีเหลืองอร่ามมากันอย่างไม่เกรงอกเกรงใจสถาบัน ถ้าวิญญาณเจ้าของโรงเรียนรุ่นก่อนๆมาเห็นจะไม่ร้องไห้กันเลยหรอ

"ฉันมาเอาของให้ตาแก่หน่ะ ไปล่ะ" แซนซัสตอบห่วนๆก่อนจะเดินออกจากโรงเรียนไปอย่างชิวๆ ความอินดี้ของหัวหน้าแก๊งเด็กใหญ่ ทำเอาอีกสามคนที่โดนทำโทษถึงกับตาค้าง ที่สำคัญกว่านั้นคือ จารย์รีบอร์นแม่มไม่คิดจะห้ามอะไรเลยด้วย?!
"จารย์! ทำไมพวกมันออกไปได้ล่ะ?" โกคุเดระถาม
"ช่างหัวพวกมันเถอะ ฉันขี้เกียจทำโทษพวกมันแล้ว ทำไปก็แค่นั้น" รีบอร์นตอบก่อนจะทำหน้าแบบว่า 'กูปลง'
"อ้าว? แล้วพวกฉันล่ะจารย์?!" สควอโล่เอ่ยถาม
"วิดพื้นเสร็จแล้วรึไงวะ ถามอยู่ได้?! ฉันสั่งอะไรก็ทำๆไปเถอะน่า" รีบอร์นบอกปัด ก่อนจะเดินโบกไม้โบกมือจากไป "รีบไปทำให้มันเสร็จ แบ้วรีบกลับไปได้แล้ว ฉันอนุญาต"
"ไม่ยุติธรรม!!!!!!!!"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #17 Princess Riyumi (@StarlightHB) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 19:23

    ตอนที่ท่านฮิโผล่มาแล้วบอกประมาณว่า"หวังว่าพวกนั้นจะไม่เดินผ่านห้องพยาบาล"น่ะ,มันจะต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน!
    ปล.เป็นกำลังใจให้!ต่อด้วยนะ<3
    #17
    0
  2. #15 Maki8059 (@onnicha8059) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 16:22
    โอ้ยขำ555 เคะหนู555 แซนซัสแม่งมีอำนาจสูงไงทำใจนะ แล้วโกคุลูกจะไปเล่าเรื่องผีตอนจะผ่านห้องพยาบาลทำไมลางไม่ดีนะเว้ย คือว่าแล้วว่าอิฟรานต้องมาหาขนมเดี๋ยวหมดอายุ สนุกค่ะมาต่อด้วยนะคะ!!!
    #15
    0
  3. #14 ++++Honey friendly++++ (@sansansanee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 14:45
    แอบสยองนิดๆ สงสารสามเคะจังโดยเฉพาะสควอโล่เพราะรักที่สุด(ลำเอียง//เคะคนอื่น) สนุกมากเลยฮะ จะเป็นกำลังใจให้
    #14
    0