The Diary Of Varia Quality.

ตอนที่ 4 : นามิโมริวิทยา(Intro)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 ต.ค. 60

*******คำเตือน ตอนนี้มั่วมาก มั่วกว่านี้ไม่มีอีกละ



"ลูกเจ้าของโรงเรียนแล้วไง ฉันจะไปต่อยยอดหน้าม้านนนนนน!!!" 

     เสียงดังโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นจากร่างโปร่ง พร้อมขายาวๆที่ก้าวฉับๆไปเรื่อยๆ ตามด้วยอีกคนที่รีบจ้ำตามมาห้ามเพื่อนรักที่กำลังจะไปทำลายล้างไอ้คนที่กล้ามาแหยมกับแก็งเด็กวงร็อคอย่างพวกเขา ความจริงก็แค่อันธพาลธรรมดาๆที่ตั้งวงดนตรีขึ้นมาบังหน้า

"เห้ย! ไอ้สควอโล่ใจเย็นดิวะ รอด้วยเห้ย" โกคุเดระรีบก้าวตามไปจนคว้าแขนเพื่อนได้และล็อคไว้กันหนี
"เหว้ยยยยยยย!!! ปล่อยเฟร้ย! ดูก็รู้ว่าต้องเป็นฝีมือมันน่ะ!!!" เจ้าตัวพยายามดิ้น
"มันอาจจะเป็นแก็งอื่นก็ได้มั้ง" อีกคนก็พยายามให้เพื่อนใจเย็นลง แต่เปล่าเลย ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ
"ไม่มั้งงงง!!! คำว่า'สวะหน้าโง่'อยู่กลางกระดานหน้าห้องขนาดนั้น คงเป็นแก็งอื่นมั้งงง!!!"
"เฮ้ย! แต่ยังไงก็ใจเย็นหน่อยเหอะเว้ย" โกคุเดระพยายามห้ามต่อ
"เย็นบ้าเย็นบออะไร เห็นเป็นแบบนี้ฉันก็เรียนนะเว้ย แล้วโต๊ะหายไปทั้งดุ้นแบบนี้ แกจะเรียนยังไง?!!!"

     สควอโล่โวยลั่น เพราะโต๊ะนักเรียนของพวกเขาดันหายวับไปหลังจากหมดเวลาพักช่วงเช้า โต๊ะมีเต็มห้องแมร่งไม่หาย ดันหายไปแค่สองตัว แถมหน้ากระดานยังมีคำอวยพรส่งท้ายให้อีก ยังดีนะทีข้าวของ กระเป๋านักเรียน กีต้าร์ ไม้กลองยังอยู่ ไม่งั้นไม่ได้ทำกิจกรรมชมรมกันพอดี จังหวะที่อีกคนกำลังคิดคำมาเถียง สควอโล่ก็ได้โอกาสสะบัดมือปลาหมึกแท้เต่าทองของเพื่อนออก แล้ววิ่งดิ่งไปที่ศาลาหลังโรงเรียนที่ติดกับสระน้ำ ร่างโปร่งวิ่งมายืนจังก้าอยู่หน้าศาลา พร้อมแหกปากเรียกไอ้หัวหน้าแก็งออกมา

"แซนซัส! โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้นะโว้ยยยยย!!!" สควอโล่โวยลั่น "ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องนะเว้ย!"
"แหกปากอะไรนักหนาว่ะไอ้สวะ จะนอน!" แซนซัสเดินออกมาพร้อมกับหมอนข้าง(นี่หอบมาเรียนด้วย?)
"แกเอาโต๊ะนักเรียนพวกฉันไปใช่ไหม?! เอาคืนมานะเฟ้ย!!!!!" 
"พูดเรื่องอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง" 

     แซนซัสพูดพลางลากโต๊ะและเก้าอี้ชุดหนึ่งออกมานั่ง พร้อมวางหมอนข้างที่ถือมาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะฟุบหน้าลงไปเอาคางเกยหมอนมอง เห็นกันจะๆ ป้ายชื่อตัวเบอเร่อเขียนว่า สเปลบี สควอโล่ นี่เรียกเนียนหรอ?!

"แก! แกจริงๆด้วยอย่าอยู่เล๊ย ว้ากกกกกกก!!!!" 

     สควอโล่ตั้งท่าจะกระโดดถีบขาคู่เข้าที่ใบหน้าบากที่สุดแสนจะกวนเบื้องล่างของลูกชายเจ้าของโรงเรียน แต่ดันถูกอีกคนที่พึ่งวิ่งตามมาล็อกไว้ซะก่อน

"เห้ย! ไอ้สควอโล่ใจเย็น! ถีบมันไปเจ็บตรีนเปล่า หน้าหนาเป็นเปลือกโลกขนาดนั้น" โกคุเดระพูด
"ไม่เว้ยยยย!!! ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องรีดเอาเลือดอยู่หนังหน้ามันมาล้างตรีนนนนน!!!" อีกคนก็ยังโวยวายไม่หยุด
"อ้าว~ ที่รักคิดถึงจุงเบย ช่วงนี้ไม่ค่อยอ่านแชทเลยน้า งอนไรเค้าป่าว~" แล้วอีกตัวป่วนก็เดินออกมา
"ใครที่รักเมิงครับบบบ?!!!" โกคุเดระสวนแทบไม่ทัน
"ทำไมวันนี้ดุจัง เมนท์มาหรอตัว" ยามาโมโตะพูดพลางเลื่อนเก้าอี้อีกตัวมานั่ง
"ชัดเลย! นั่นมันเก้าอี้แกไม่ใช่รึไง ไอ้โกคุ!" สควอโล่พูด
"เอ่อวะ!"
"เหมือนเมียแกจะเพิ่งรู้ตัวนะ" แซนซัสพูด
"ฮ่าๆๆ เมียจ๋าทำไมทำหน้างั้นล่ะ เค้ายังไม่เคยนอกใจเมียจ๋าเลยนะ" ไม่พูดเปล่ายังขยิบตาให้ด้วย
"ไอ้หอยหลอด ไอ้หน้าตาเหมือนสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ใครเมียเมิงงงงง!!!! มา!ลงมาตัวๆกันตรงนี้เนี่ย! มาาาา!!!"
"เฮ้ย! ใจเย็นดิวะไอ้โกคุ" แล้วก็สลับตำแหน่งกันซะงั้น "แกอย่าลืมดิ เรามาเอาโต๊ะเก้าอี้คืนนะเว้ย"
"เออๆ" 
"แปบนะเมียจ๋า ขานี้เค้ากำลังขึ้น เดี๋ยวเอาตองคิงมาฝาก"

     แล้วยามาโมโตะก็เดินกลับไปในวงไพ่ เรียกเล่นเลือดข้างขมับของคนที่ถูกเรียกว่าเมียจ๋าเต้นตุบๆจนแทบระเบิด เรียกกุว่าเมียจ๋าไม่พอยังเมินกุไปเล่นไพ่อีก ไอ้สัตว์ลากไก่ไปกินในน้ำ ไอ้เฮรี้ยนนนนนนน!!!! โกคุเดระพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธไว้อย่างสุดความสามารถ จนท่านหัวหน้าแก๊งเด็กใหญ่หลังเรียน (นี่ชื่อแก๊งหรอ?) ซ้อมตาย(นอน)คาหมอนข้างคู่กายไปเป็นที่เรียบร้อย 

"เฮ้ย! พวกแกทำอะไรกันน่ะ?!" อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น
"จารย์รีบอร์น พวกฉันมาเอ-" สควอโล่หันไปหาผู้มาใหม่
"ไม่ต้องพูดมากไปเรียนได้แล้ว พวกแกเสียงดังจนครูคนอื่นไม่เป็นอันสอนแล้ว" รีบอร์นตอบ
"ขนาดนั้นเลยหรอครับอาจารย์?" โกคุเดระหันมาถาม
"....." 

     รีบอร์นชี้ไปที่ตึกเรียนที่ใกล้ที่สุด หน้าต่างทุกบานถูกเปิดออก พร้อมทั้งครู นักเรียนทีพร้อมใจกันชะโงกหน้าออกมาดู สองหนุ่มหันมามองหน้าอาจารย์หัวหน้าสายชั้น ที่ทำหน้าแบบว่า 'คราวนี้พวกเมิงเข้าใจยังครับ?!' ก่อนจะยิ้มเจื่อนๆส่งให้

"พวกแกกลับไปเรียนกับฉัน" รีบอร์นเอ่ย "แล้วพวกแกก็ไปเข้าเรียนกันด้วย"
"คร้าบ"

     แล้วทั้งสามก็เดินจากไป เหล่าสมาชิกแก็งเด็กใหญ่หลังเรียนปรึกษากันซักพักว่าจะเอายังไงกันต่อ แต่พอเห็นหัวหน้ายังซ้อมตายอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน พวกเขาเลยกลับไปเล่นไพ่ต่อ (เจริญ)

"ชิชิชิ คราวนี้เจ้าชายชนะ จ่ายมาๆ" เบลเอ่ยพลางหงายไพ่ป็อกเก้า
"โถ่เว้ย~ แต้มเดียวเอง" ยามาโมโตะบ่นก่อนจะควักแบงค์ห้าร้อบออกจากกระเป๋า
"ชิชิชิ สุดท้ายก็ไม่มาสินะ สงสัยต้องซื้อขนมไปล่ออีกรอบ" เบลพึมพัมก่อนจะรวบเงินมายัดใส่กระเป๋า

ห้องม.5/3 สายศิลป์ภาษา

"โต๊ะพวกแกหายไปไหน?" รีบอร์นถามสองนักเรียนที่ยืนหัวโด่กันอยู่สองคน
"อยู่กับพวกเด็กใหญ่มัน" สควอโล่ตอบ
"แล้วให้พวกผมเรียนยังไงครับจารย์" โกคุเดระเอ่ย
"นั่งพื้นไปก่อน ฉันขี้เกียจเดินลงไปอีกรอบ เดี๋ยวค่อยไปขอเบิกใหม่กับเจ้าของโรงเรียนก็ได้" อาจารย์ที่เคารพตอบอย่างมีน้ำใจ

     เจริญล่ะ ไปเบิกโต๊ะใหม่กับเจ้าของโรงเรียน ที่ลูกมันเป็นคนขนโต๊ะพวกกุไปหมาดๆ ชาตินี้คงจะได้ล่ะมั้งจารย์ สองหนุ่มคิดก่อนจะนั่งลงกับพื้นอย่างเสียไม่ได้ ทนเรียนสภาพนี้ไปก่อนแล้วกันล่ะว่ะ ไว้เลิกเรียนค่อยไปทวงใหม่

พักเที่ยง~
โรงอาหารโรงเรียน

"พวกรุ่นพี่ ผมมีอะไรจะถามครับ" 

     ฟรานเอ่ยพร้อมกับอีกสองหนุ่มที่เงยหน้าจากข้าวกลางวันขึ้นมามองหน้ารุ่นน้อง พวกเขามักจะมานั่งกินข้าวเที่ยงกันที่นี่เสมอ เพราะนอกจากประหยัดตังแล้ว ยังมีพัดลมตัวใหญ่คอยเปิดจ่ออยู่ตลอดเวลา

"ว่า?" สควอโล่หันถาม
"โรงเรียนเรามีผีไหมครับ"
"ไม่รู้ดิ" และกลับไปสนใจข้าวในจานตัวเองต่อ(สนใจน้องบ้างก็ได้มั้งเธอ)
"ถ้ามีก็ดีดิ จะได้มาลองล่าท้าผีอยู่โรงเรียนตอนกลางคืนดู" โกคุเดระตอบ
"ผมว่ามีนะครับ ก็อยู่ดีๆโต๊ะนักเรียนผมก็หายไปเฉยเลย" ฟรานพูดก่อนจะควักขนมที่ได้มา(?)ออกมากิน แต่ยังไม่ทันได้ขยับก็..

พรู้ดดดด~!!!

"ก-แกว่าไงนะ?!" สควอโล่พ้นข้าวทั้งคำอัดหน้ารุ่นน้องพร้อมรัวคำถามใส่
"โต๊ะแกก็หายเหมือนกันหรอฟราน?!" โกคุเดระถามพลางยื่นทิชชู่ให้
"ถ้าไม่ติดที่พวกพี่เป็นรุ่นพี่ผมนะครับ ผมตบหน้าทิ่มไปแล้ว"
"เออๆ โทษที แล้วตกลงโต๊ะแกก็หาย?" สควอโล่ถาม
"ครับ พวกรุ่นพี่ด้วยหรอ?"
"ใช่อะดิ" โกคุเดระตอบ พลางตักข้าวคำต่อไปมารอไว้ "แล้วพวกนั้นมันรู้ได้ไงว่าพวกเราแต่ละคนนั่งไหนกันบ้าง"
"นั่นดิ พวกมันอาจจะติดสินบน ไม่ก็ไปถามใครในห้องก็ได้ แต่พวกนั้นมันก็ไม่ค่อยยุ่งกับเรื่องแก็งเรากับแก็งมันเท่าไหร่นะ ส่วนมากก็เรียนๆเล่นๆกันทั้งนั้นแหละ" สควอโล่บ่นพลางตักข้าวเข้าปากใหม่
"พวกเด็กใหญ่หรอครับ?" ฟรานถาม ทั้งสองพยักหน้า
"รึว่ามันจะแอบติดสินบนใครไว้ แกคิดว่าไงฟราน" โกคุเดระถาม ก่อนจะยัดผัดกะเพราเครื่องในไก่เข้าปาก
"ไม่รู้สิครับ ผมเองก็ไม่ได้โดนเรียกออกไปถามเรื่องที่นั่งของพวกพี่ตอนพักเช้าแล้วได้ขนมพวกนี้มาหรอกครับ" ฟรานออกความเห็น(?) นี่คิดว่าพวกกุแดร็กหญ้าเป็นของว่างหรอ?!!

พรู้ดดด!!!! x2

"แกว่าไงนะ?!" สควอโล่โวยลั่น
"ว่าละมันเอาเงินที่ไหนไปซื้อมาการองมาตั้งสี่กล่อง ที่แท้พวกนั้นให้มานี่เอง" โกคุเดระพูด
"ครับ... กลิ่นกะเพราเครื่องในไก่ กับข้าวคลุกกะปิชัดมากครับ"
"นี่แกเอาโต๊ะเรียนไปแลกกับขนมเนี่ยนะ ไอ้น้องรัก?!!!" ประชดแรง~!
"ให้ตายเถอะ" โกคุเดระถอนหายใจก่อนจะยัดทิชชู่ทั้งม้วนให้รุ่นน้อง "เอาเป็นว่าหายกันแล้วกัน"

     สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็ถูเปิดเผย... จบตอน












      ถรุ้ยยย!!! ไม่ใช่ละ! ต่อๆๆๆ ที่แท้ก็เพราะเจ้ากบน้อยไม่รักดีเอาโต๊ะเรียนพี่ๆไปขายแลกกับขนมสี่กล่อง ทั้งสามรีบจัดการข้าวในจานก่อนจะไปขลุกกันอยู่ที่ศาลาข้างโรงเรียน ที่เป็นเหมือนแหล่งกบดานของแก็ง 
     
     ศาลาจะตั้งอยู่ระหว่างกรงกระต่าย กับแปลงเกษตรของพวกสายเกษตร ความจริงที่ศาลานี้เคยเป็นของชมรมเกษตร แต่พอโรงเรียนสร้างห้องเก็บอุปกรณ์สวนขึ้นมาเลยพ่วงห้องชมรมให้พวกนี้ด้วยเลย พวกเราก็เลยใช้ที่นี่เป็นที่กบดานกันไปก่อน ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกรอบค่อยหาที่อื่นใหม่

     ทั้งสามมักจะมานั่งเล่น ร้องเพลง กินขนมกันที่นี่ และจะมีกีต้าร์หนึ่งตัวที่สควอโล่จะถือติดมือมาด้วยเสมอ เผลอๆแถมไม้กลองที่โกคุเดระเอามาเคาะโต๊ะเพิ่มจังหวะสามช่าให้อีก (จะสุนทรีไปไหน นี่รร.อะไรขอเข้าด้วยคน)

"ไอ้สควอโล่เดี๋ยวพวกฉันมา" โกคุเดระเอ่ย
"หืม? จะไปไหนกันวะ"

     เจ้าตัวถาม ทั้งที่ยังไม่ทันได้ร้องรำทำเพลงกันเหมือนเคย เพื่อนก็หาเรื่องปลีกตัวออกไปซะงั้น

"ไอ้ฟรานมันแสบตา สงสัยพริกกะเพราเข้าตาอ่ะ เลยจะพามันไปล้างหน้า"
"คุยกันจบรึยังครับพวกรุ่นพี่~" ฟรานเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียงอ่อย
"เออๆๆๆ รีบๆพามันไปเลย รำคาญ!" สควอโล่ปัดมือไล่
"เออ เดี๋ยวมาๆ" แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในอาคาร

     สควอโล่มองเพื่อนเดินเข้าไปในอาคารกับรุ่นน้องตัวดี ก่อนจะหยิบกีต้าร์ขึ้นมานั่งจับคอร์ดเล่น วงดนตรีของพวกเขาถูกตั้งขึ้นบังหน้าก็จริง แต่บางทีเวลาได้ขึ้นเวทีมันก็มีความสุขนะ ถึงวงจะใกล้ได้ยุบอยู่รอมร่อก็เถอะ ก็ทั้งวงมีกันอยู่แค่สามคน สควอโล่เป็นหัวหน้าวงแล้วก็มือกีต้าร์ งานล่าสุดพี่แกเล่นแหกปากอัดไมค์ ทำเอาคนดูอุดหูแทบไม่ทัน โกคุเดระเป็นมือกลอง รายนี้บางครั้งก็อินจัดคิดว่ากลองเป็นหน้ายามาโมโตะ เลยตีจนไม้หัก หน้ากลองทะลุมาแล้ว คนสุดท้ายฟราน มือเบสรายนี้เอะอะก็โซ่ยขนม บางทีลืมล้างมือมานั่งดีดเบสหน้าตาเฉย ส่งให้ร้านซ้อมไปหลายรอบเลย

"อ้าว! ชิบหายลืมปิ๊กไว้ไหนวะ?!" มือเรียวควานหาของในกระเป๋าเสื้อแต่กลับว่างเปล่า

     ก่อนจะลุกขึ้นหาตามกระเป๋ากางเกง แต่ก็มีเพียงโทรศัพท์ กับกระเป๋าตังค์ กุญแจมอไซค์ แล้วก็กุญแจบ้าน แต่ไม่มีปิ๊ก! จำได้ว่าหยิบใส่กระเป๋าเมื่อเช้านะ ไปทำตกไว้ไหนรึเปล่าวะ? พอหานานๆไป ก็เริ่มถอดใจ ร่างโปร่งทรุดตัวลงนอนแผ่อยู่กลางม้านั่งอย่างเหนื่อยอ่อน

"นี่มันวันบ้าอะไรเนี่ย" สควอโล่สบถอย่างเหนื่อยอ่อน
"ยอมแพ้รึยังหล่ะ?" เสียงหนึ่งดังขึ้น 
"แซนซัส?!!" สควอโล่รีบดีดตัวลุกขึ้นแทบจะทันที ทำให้หน้าผากมนกระแทกเข้ากับคางของคนมาใหม่
"โอ้ย! แกจะรีบลุกขึ้นมาเพื่อ?!" แซนซัสสบถก่อนจะลูบคางตัวเอง
"อ่ะ! ขอโทษแกเจ็- เห้ย! ไม่ใช่ดิ แกมาทำไมว้า!!!" สควอโล่ที่ทำท่าเหมือนจะเป็นห่วงเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน เกือบหลวมตัวเข้าใกล้มันแล้วไหมล่ะ
"มาดูแกเฉยๆ ก็ไม่เห็นมาทวงโต๊ะเลยนี่" ร่างสูงตอบ
"หา?!!!"
"แล้วแกจะรีบลุกทำไม อุตส่าห์จะใจดีให้นอนตักเลยนะเนี่ย" แซนซัสเหยียดยิ้มมุมปาก
"บ้า! ใครจะอยากหนุนตักแก แข็งยิ่งกว่าหินภูเขาไฟฟูจิ!" สควอโล่ตอบกลับพร้อมหน้าแดงไปถึงหู
"งั้นหรอ?" แซนซัสโน้มตัวลงหนุนตักอีกคนแทน "งั้นฉันนอนเองก็ได้"
"ห- อ่ะ! เห้ย?! แกจะบ้าหรอ? นี่มันโรงเรียนนะเว้ย! เดี๋ยวคนอื่นก็มาเห็นหรอก!!!" 
"แล้วไงนี่มันโรงเรียนตาแก่พ่อฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้" แซนซัสตอบนิ่ม พร้อมบารมีลูกเจ้าของโรงเรียนเป็นCGข้างหลัง
"แต่ฉันไม่ใช่ลูกเจ้าของโรงเรียนอย่างแกโว้ย!!!" สควอโล่พยายามดันหัวแซนซัสออกอย่างสุดชีวิต
"ใครว่าไม่ใช่? ก็แกเป็นเมียฉัน แล้วก็เป็นลูกสะไภ้ตาแก่นั่นไม่ใช่รึไง"
"อ-ไอ้... ไอ้..!" เถียงไม่ออก ไปไม่เป็นเลยทีเดียว
"หึ!" 
"ออกไปเลย!" ว่าแล้วก็ดันหัวอีกคนออกไปกระแทกกับม้านั่งแข็งๆ
"โอ้ย! อะไรวะ?! เขินแล้วอย่าพาลดิ!" แซนซัสลุกขึ้นนั่งพร้อมเขยิบไปใกล้อีกฝ่าย พร้อมดันหัวทุยๆมาซบไหล่ตัวเองหน้าตาเฉย
"!!!!!" 

     สควอโล่หน้าแดงลามไปถึงคอ จะให้ขยับออกก็ไม่ได้ ในเมื่อมือใหญ่ยังจับหัวตัวเองไว้อยู่ ไอ้บ้า! ตอนเด็กกินกระทิงแดงแทนนมแม่รึไง แรงเยอะกว่ากระทิงป่าตกมันอีก! อายเว้ย! เขินมากโว้ยยยย!!! แม่ม! ร่างบางสบถในใจ แต่มีหรือที่อีกคนจะไม่รู้

"แกคงแอบด่าฉันว่าแรงควายอยู่ในใจล่ะสิท่า" 
"!!!!!" สควอโล่สะดุ้งเหลือบมองหน้าอีกฝ่ายประมาณว่า คุณเมิงรู้ได้ไง
"แกนั่นแหละที่แรงน้อยเอง" แซนซัสตอบเปลี่ยนประเด็น

     มั่นใจ๊?!!! ใครว่าเขาแรงน้อยขนาดเล่นงัดข้อกับไอ้โกคุแปดรอบ ยังชนะเก้ารอบเลย(?) สควอโล่คิด 

     ที่พวกเขาค่อนข้างสนิทกันมาก(มากๆถึงมากที่สุด!)อย่างนี้ เพราะเป็นเพื่อนสมัยเด็กกัน สควอโล่มักจะเดินตามแซนซัสที่แก่กว่าต้อยๆ ไม่ก็ชวนอีกฝ่ายไปเล่นอะไรแผลงๆ แต่ส่วนมากมักจะโดนแกล้งจนร้องไห้เองซะมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เลิกเล่นด้วยกัน จนช่วงประถมปลายที่อยู่กันคนละโรงเรียน เพราะแซนซัสกลับไปเรียนต่อที่บ้านที่อิตาลี ไหนจะเรื่องที่ทั้งสองทะเลาะกันจนใหญ่โตอีก 
  
     แต่สุดท้ายแซนซัสก็กลับมาเรียนต่อที่นี่ ตอนสควอโล่เรียนอยู่ม.สามก็ไม่ได้คิดติดใจอะไรมาก แค่ลูกเจ้าของโรงเรียนมาเข้าม.สี่ที่นี่ ไม่เห็นสำคัญอะไร แต่พอทั้งสองมาเจอหน้ากันเท่านั้นแหละ วันนั้นโรงเรียนแทบระเบิด ก็ไอ้สองคนนี้เล่นไล่ฆ่ากันแทบอ้อมโรงเรียน กว่าจะเลิกเถียงกันใช้เวลาเกือบอาทิตย์ แต่สุดท้ายก็มาลงเอยกับการที่แกล้งกันไปแกล้งกันมาให้พวกอาจารย์ปวดหัวเล่นๆ 

"ฉัน.." สควอโล่เอ่ยขึ้น
"..." เรียกให้แซนซัสหันมามอง
"ฉันจะไม่เปลี่ยนใจ" สควอโล่พูด
"....." แซนซัสมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง สควอโล่ดันตัวเองออกมาก่อนจะพูดต่อ
"ป่านนี้แล้วแกคงไม่..." 
"ก็ขี้เกียจบังคับแกแล้วเหมือนกัน" แซนซัสพูดตัดบทขึ้นมา เล่นเอาหัวใจคนข้างๆเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก
"แล้วแกจะ..."
"คงต้องเรียนให้จบจากที่นี่ แล้วกลับไปที่อิตาลีคนเดียวเหมือนเดิม" แซนซัสตอบ
"อือ" 

     สควอโล่หันออกไปมองทางอื่น พลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย แซนซัสกลับมา เพื่อมาชวนเขากลับไปเรียนที่อิตาลีด้วยกัน แต่เพราะสควอโล่มีเรื่องไม่ค่อยดีกับที่บ้านของตัวเอง เลยทำให้ไม่อยากกลับ แถมเจ้าตัวยังหนีมาเรียนที่นี่ต้องแต่ประถม

"สควอโล่"
"ห- อุ้บ?!!!"

     สควอโล่หันไปตามเสียงเรียก ก็จะโดนฉวยริมฝีปากไปดื้อๆ แซนซัสกดริมฝีปากลงมาจุมพิตกับกลีบปากบาง โดยไม่ให้ตั้งตัว สควอโล่หลงคล้อยตามอีกฝ่ายมากทีเดียว ทั้งคู่อยู่แบบนี้กันนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แค่อีกสองคนที่เดินกลับมาเห็นตอนพุ่งใส่กันพอดี

"โทรศัพท์ๆ กล้องอยู่ไหนหว่า" ฟรานควานหาโทรศัพท์ตัวเองออกมาถ่ายรูปไปขายเป็นรายได้เสริม(อันนี้ได้มาจากรุ่นพี่มาม่อน ห้องม.5/5 สายคหกรรม และการเกษตร)
"(เห้ยยยย?!!!)" โกคุเดระทำปากเหมือนจะแหกปากออกมา แต่ไม่กล้าเพราะไม่อยากกวนเพื่อน
"เริศ! ผมว่าเรากลับไปห้องน้ำอีกรอบดีกว่านะครับ" ฟรานกระซิบบอก หลังจากเก็บภาพไว้เป็นที่ระทึกเสร็จ
"เออๆ ถอยด่วน" โกคุเดระตอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะถอยทัพกลับ

     แล้วทั้งคู่ก็ผละออกจากกัน สควอโล่เอามือปิดหน้าที่เรียกได้ว่าแดงลามไปแทบจะทั้งตัว เรียกรอยยกยิ้มที่มุมปากของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

"ฉันไม่ได้แกล้งสักหน่อย จะร้องไห้เพื่อ?!" แซนซัสพูด
"บ้าไม่ได้ร้องเว้ย!" สควอโล่รีบปัดป่ายเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ออก เผยให้เห็นใบหน้าแดงซ่าน
"ถือว่าทำตัวน่ารัก ฉันจะคืนของให้ก็ได้"
"โต๊ะหน่ะหรอ?!" 
"เปล้า หมายถึงเจ้านี่" แซนซัสเอ่ยเสียงสูงพร้อมควักปิ๊กกีต้าร์สีเงินวาวออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
"เห้ย?! ไปเอามาจากไหนอ่ะ!" สควอโล่รับมาพลางยิ้มดีใจจนหน้าแป้น
"เห็นตกอยู่หน้าศาลาหลังรร. เลยเอามาให้" แซนซัสตอบ 

     ใครจะไปรู้ล่ะว่าความจริงแล้วเขาเป็นคนซื้อปิ๊กนี่ให้อีกฝ่ายเองตั้งแต่สนิทกันแรกๆ ตอนแรกร่างสูงก็โกรธอีกคนอยู่ที่ไม่ยอมกลับอีตาลีด้วย เพราะความจริงมันมีเรื่องให้หนักใจมากกว่ากลับไปเรียนต่อหรือเรื่องครอบครัว(ขอกั๊กไว้ก่อนละกาน~) แต่พอเห็นอีกฝ่ายยังเก็บปิ๊กนี้ไว้ไม่ห่าง ก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ รู้ตัวอีกทีก็หายโกรธเมื่อไหร่ไม่รู้ ถึงจะยังเคืองๆอยู่บ้างก็เถอะ

"จริงดิ! นึกว่าทำหายไปแล้วนะเนี่ย!!" สควอโล่กระโดดโลดเต้นไปคว้ากีต้าร์ขึ้นมาดีดแทบจะทันที มือเทียมจับปิ๊กไว้แน่น ก่อนจะลองดีดๆไปก่อน
"แกจะดีดแรงไปไหนว่ะ เดี๋ยวสายมันก็หย่อนขาดพอดี" แซนซัสติคนเล่น
"ก็มือซ้ายฉันมันทำได้แค่นี้นี่!" สควอโล่บุ้ยหน้าอย่างงอนๆ

     แซนซัสรู้ดีว่ามือซ้ายของอีกคนเป็นอะไร คนถนัดซ้ายอย่าหมอนี่ต้องมาใช้มือขวาแทนมันก็ค่อนข้างลำบากพอดู ต่างจากเขาที่ถนัดมันทั้งสองข้าง แซนซัสหัวเราะในลำคอ ก่อนจะคว้ากีต้าร์ของอีกคนมาดีดเอง

"แกต้องยกมือขึ้นแบบนี้ แล้วก็หัดสบัดข้อมือด้วย"
"ใครจะสบัดข้อมือเก่งแบบแกล่ะ" สควอโล่บ่นอย่างไม่คิดอะไร
"ไม่รู้จะว่าแกโง่รึซื่อดี ไอ้ฉลามงั่งเอ้ย!" แซนซัสที่คิดไปไกลถึงดาวลูกไก่โยกหัวคนข้างเป็นการหยอก
"อะไรของแกเนี่ย? เอามาลองมั้งดิ๊!!"

     ทั้งคู่นั่งสอนกีต้าร์ให้กันสักพัก ก่อนจะรู้ตัวก็จวนจะหมดเวลาพักอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นแซนซัสก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป อย่างน้อยก็ได้อยู่กับมันนานขึ้นอีกหน่อยล่ะวะ

"เห้ย! เมื่อกี้เห็นป่ะ! เมื่อกี้ฉันลองทำแบบแกได้แล้ว!!" สควอโล่หันไปอวดคนข้างๆ
"เออๆ เก่งๆ"

     แซนซัสขยี้หัวอีกฝ่ายจนแทบยุ่ง พร้อมกับชมว่าเก่ง คนบ้ายอยิ้มแป้นหันมามองหน้าคนข้างๆ เล่นเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะ เหมือนแผ่นเสียงตกร่องไปซะงั้น แต่เวลากลับไม่เอื้ออำนวย เสียงออดดังขึ้นขัดจังหวะความสุขของคุณชายลูกเจ้าของโรงเรียน แซนซัสสบถในลำคอ ก่อนจะหันไปมองคนที่เก็บกีต้าร์กับถุงขนมของเพื่อนซะเรียบร้อย

"หมดเวลาแล้ว ฉันไปล่ะ แกเองก็เข้าเรียนซะบ้าง เดี๋ยวก็ได้ซ้ำชั้นหรอก!" สควอโล่พูด
"ซ้ำก็ดีดิ จะได้อยู่กับแกอีกตั้งปีนึง" แซนซัสยักไหล่อย่างไปแยแส
"ไอ้บ้า ใช้อะไรคิดวะนั่น?!" 
"สมองไง คิดว่าจะอะไรอีก ฉันไม่ใช่ฉลามสวะที่ใช้มดลูกคิดแทนสมองอย่างแกหรอกนะ" แซนซัสเอ่ยพลางเดินลงจากศาลา
"มดลูก บ้านพ่อแกหรอ?! ไอ้กระทิงหน้าบากกินเห็ดหลินจือเป็นอาหาร!!!" สควอโล่ด่ากลับแทบจะทันที
"เออ! เจอกันตอนเย็น อย่าลืมมาทวงล่ะ! โต๊ะน่ะ ถ้าแกเป็นฝ่ายจูบฉันก่อนฉันอาจจะคืนให้ทั้งหมดเลยก็ได้~"
"ไอ้... ไอ้ปลาหางนกยูงแม่น้ำโขง ไอ้..! ฮึ่ย!" 
"ไปล่ะ ไอ้เมียสวะ" แล้วพี่แกก็จ้ำออกไปไม่รอฟังคำด่าที่อีกคนอุตส่าห์สรรสร้างออกมาให้โดยเฉพาะ

.
.
.
.
.

ห้องม.5/3 สายศิลป์ภาษา

"ผมว่ารุ่นพี่สควอโล่คงได้กันกับตาหน้าบากนั่นกลางศาลาโรงเรียนแล้วมั้งครับ" ฟรานพูดพลางแกะกล่องป็อกกี้ออกมากิน
"นั่นดิ ออดหมดเวลาแล้วยังไม่เห็นหัวเลย" โกคุเดระพูด "ว่าแต่แกเหอะไม่กลับห้องรึไง"
"โอ๊ะ?! จริงด้วยงั้นผมไปละครับ" ฟรานลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูห้อง พอดีกับที่อีกคนเดินเข้ามา
"อ้าว?! ไอ้ฟรานยังไม่ไปเรียนอีกหรอวะ!!" สควอโล่ถามพลางยัดถุงขนมใส่มือรุ่นน้อง
"กำลังจะไปนี่แหละครับ" ฟรานตอบ
"มาได้สักที ช้าชิบหาย" โกคุเดระบ่น
"พวกแกนั่นแหละหายหัวไปไหนกันจนหมดพัก" สควอโล่บ่นคืน

     ฟรานเดินออกมาจากห้องเรียนของรุ่นพี่ทั้งสอง พร้อมทั้งถุงขนมแสนรัก ช่วงนี้ขาขึ้นรึยังไง เดินๆอยู่ก็มีแต่คนให้ขนม เหมือนกับตอนนี้ ขณะที่คนตัวเล็กกำลังเดินผ่านหน้าห้องม.5/1 เด็กสายวิทย์สองพี่น้องโผล่พรวดออกมาจากห้องเรียนของตนเอง เล่นเอาคนที่เดินผ่านแทบหน้าหงายเอาหลังไปถูพื้น แต่ยังดีที่ไอ้สองคู่แฝดนี่มันอุตส่าห์ฉุดข้อมือเขาไว้ทั้งสองข้าง แต่พวกรุ่นพี่ครับ... คุณเมิงจะฉุดแรงไปไหม?! ฟรานถลาหน้าคว่ำไปวัดพื้นแบบแนบชิดติดขอบสนาม

"ชิชิชิ ฉันเปล่านะเจ้านี้ต่างหาก" ราจิลเทความผิดให้อีกคน
"ชิชิชิ เจ้าชายเปล่านะมันต่างหาก" เบลโบ้ยคืนให้คนเดิมก่อนจะเดินมาดูรุ่นน้อง
"ครับๆ เห็นชัดๆว่าพวกรุ่นพี่เหวี่ยงผมซะอย่างกับโหนเสาชิงช้า ยังจะโทษกันอีก"
"แกว่าอะไรนะ เจ้าชาย/ฉัน ได้ยินไม่ชัด ชิชิขิ" แหนะ! อุตส่าห์พูดพร้อมกันอีก
"เปล๊า...ครับ พวกรุ่นพี่มีอะไรรึเปล่าครับ" ฟรานตอบเสียงต่ำ(ประชด) พลางชันตัวลุกขึ้น
"เจ้าชาย/ฉันซื้อขนมมาฝาก" สองแฝดราชนิกูลยื่นกล่องขนมออกมาพร้อมกัน
"เห้ย! แกเลียนแบบเจ้าชายหรอ ชิชิ" เบลหันควับไปแขวะคนพี่
"ชิชิ แกนั่นแหละที่ทำตามฉัน ไอ้น้องโหลยโท่ย"จิลแขวะกลับแทบจะทันที
"ใครอยากนับญาติกับแกกัน ขนลุก!" 
"ชิชิ คิดว่าฉันอยากมีน้องชายทุเรศๆอย่างหรอ?!"
"ชิชิชิ มาสู้กัน!"
"ชิชิชิ กลัวที่ไหนล่ะ!"

     ฟรานรีบคว้ากล่องขนมมา ก่อนที่ของข้างในจะเละเพราะไอ้สองคนนี้มันเถียงกันไม่เลิกตีกันไม่ลาแบบนี้ ฟรานมองดูสองแฝดราชนิกูลตีกันไม่สนใจรอบข้าง อยากขอบคุณนะ แต่ไม่ดีกว่า ถ้าเรียกตอนนี้มีหวังโดนยิงคำถามใส่ว่าของใครดีกว่ากันแหง สองคนนี้เป็นพี่น้องท้องไส้เดียวกัน และตีกันออกมาจากท้องแม่ แลดูรักกันดีเนอะ(ประชด) ราจิลคนพี่อยู่คนละแก๊งกับเบลคนน้อง เลยยิ่งทำให้ไม่ถูกกันเข้าไปใหญ่ แต่บางทีมันอาจจะดีก็ได้นะ อย่างน้อยไอ้สองคนนี้ก็เจอหน้ากันน้อยลง และพวกมันจะได้ไม่ตีกันบ่อยจนเกินควร

"เห้อ~ ถ้าไม่ได้ขนมมาล่ะก็ ผมเอากรรไกรไปตัดหน้าม้าเอาคืนเรื่องที่โดนเหวี่ยงลงพื้นซะเลย" ฟรานพึมพัม ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องเรียนของตัวเอง

ห้องม.4/3 สายศิลป์ภาษา

     ดีที่โรงเรียนเรามีมาตฐาน สะอาดสะอ้าน ไม่งั้นผมไม่ยอมนั่งพื้นเรียนแน่ แถมแลกกับขนมพวกนี้ นับว่า(น่าจะ)คุ้มล่ะนะ ฟรานคิด รอให้อาจารย์เข้ามาสอน ไม่นานนักอาจารย์สาวก็เดินเข้ามาพร้อมนักเรียนคนนึง

"นั่งที่ให้เรียบร้อย ฉันมีเพื่อนใหม่จะมาแนะนำ" อาจารย์อาเรียพูด
"เด็กใหม่หรอ? กับรองผอ.?"
"รร.เปิดมาเกือบสัปดาห์แล้วนะ"
"แถมพึ่งมาคาบบ่า-" เสียงนักเรียนซุบซิบคุยกัน
"เงียบหน่อยพวกเธอ" อาเรียเอ็ดนักเรียนในห้อง "เธอ แนะนำตัวสิ"
"ค-ครับ!" เด็กใหม่ทำท่าทีประหม่าอย่างเห็นได้ชัด 
"แบบนี้มีหวังโดนแกล้งชัวร์" ฟรานพึมพัมเบาๆพร้อมชะโงกหน้าไปมอง จนเด็กคนนั้นสะดุ้ง
"ผมซาวาดะ สึนะโยชิ ขอฝากตัวด้วย" เขาพูดเสียงเบา
"ผู้ชายอะไรวะ เหมือนเด็กผู้หญิง?" เสียงหนึ่งดังขึ้นทำเอาเจ้าตัวสะดุ้ง
"นี่! เกรงใจเพื่อนใหม่ด้วยสิ" เพื่อนผู้หญิงรีบปรามเพราะสงสาร
"เธออาจจะได้นั่งตรงนั้นนะ แต่ตอนนี้ต้องรอเบิกเก้าอี้ใหม่ก่อน" อาจารย์ชี้มาที่มุมห้อง
"ค-ครับ" 

     สึนะเดินไปยังที่ที่อาจารย์ชี้ ก่อนจะนั่งลงกับพื้นแล้วเหลือบไปเห็นผู้ร่วมชะตากรรมที่นั่งแบะอยู่ข้างๆกัน สึนะทำหน้างงหน่อยๆ รึว่าจะเป็นเด็กใหม่เหมือนกัน แต่ดูดีๆมีทั้งสมุดหนังสือที่จดค้างไว้ ก็น่าจะเป็นนักเรียนของที่นี่อยู่แล้ว แต่ทำไมต้องนั่งพื้นด้วยล่ะ? สึนะหันไปจ้องหน้าคนข้างๆอยู่นาน จนเจ้าตัวหันกลับมา

"ว-หวัดดี ฉันสึนะ" สึนะแนะนำตัว
"....." ฟรานไม่ตอบอะไร พร้อมไม่แสดงสีหน้าอย่างปกติ แต่คนมาใหม่คิดว่าอีกคนไม่อยากคุยด้วย
"อ-เอ่อ... นี่!" สึนะส่งลูกกวาดรสแอปเปิ้ลให้ก่อนจะพยายามยิ้มอย่างเป็นมิตรให้
"..." ฟรานรับลูกกวาดมาก่อนจะแกะเข้าปาก
"ฉันชื่อสึนะ นายชื่ออะไรหรอ?" เขาถามย้ำ
"..." ฟรานเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเปิดปากออก "ฟราน"
"เออ... ฟราน..ช่วยเป็นเพื่อนกับฉันได้ไหม?"
"ผมหรอ?" ฟรานถามทั้งๆที่ตายังมองกระดานหน้าห้องสลับกับสมุดจด ส่วนมือก็เขียนไม่หยุดแม้จะคุยกันอยู่
"อืม!"
"ได้สิ" เจ้าตอบ แค่เพื่อนคงไม่เสียหายหรอกมั้ง ฟรานคิด(นี่ไม่ได้เห็นแก่กินนะ จริงจริ๊ง)
"ขอบคุณ" สึนะยิ้มรับ 

     และนี่คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายครั้งใหม่ จากคนที่ไม่ชอบใจกับการปรากฎตัวครั้งนี้ของสึนะ จากคนที่่ๆก็เจอเรื่องไม่ดีและได้สึนะไปช่วยไว้จนสนิทกัน อละจากคนที่ต้องการบางอย่าง... ที่....... ไม่บอกหรอก! จุ๊ฟๆ บายล่ะ!



*****จบ(?)
//ที่ช้าไม่ต้องคิดมาก ทุกอย่างมันเกิดจากความขี้เกียจล้วนๆ
//ต่อดีไหมหว่า? ชักมึนๆแล้วเนี่ย ตกลงจะเอายังไงดีแต่ละคู่
// ถ้าอยากให้ต่อช่วยคอมเม้นท์บอกด้วยนะ><
//อาจมีคำหยาบบ้าง แต่เพื่ออรรถ หยวนๆให้หน่อยละกานนนน~
//จบหนึ่งตอนก็ยังคิดไม่ออกว่าจะให้ทูน่าน้อยคู่กับใคร จะเป็นรุกรึรับดี
//จุดๆนี้ขอเทไปรออ่านคอมเม้นท์ก่อนแล้วกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #10 sansansanee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 09:22
    สู้นะสนุกมากชอบxsที่สุดเลยหนาวชื่นรื่นรม
    #10
    0
  2. #7 ... (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 17:59
    สนุกมากคือแบบขำกร้ากกกก คือแต่ละคำด่าโคตรได้อถรส? อ่านไปขำไป ชื่อวงสามคนนี้ชื่อไรหรอคะจะไปติดตาม

    5555 ฟรานเนี้ยเห็นแก่กินนะ สึนะคู่กับมุคุก็ดีนะคะเอาให้รั่วให้สมชื่อมุคุรั่วไปเลย555 เม้นยาวไปไหมเนี้ย555 //ขออภัยค่ะหากใครรำคาญ ต่อเร็วๆนะคะ!!!! สู้ๆ!!!!
    #7
    0