The Diary Of Varia Quality.

ตอนที่ 10 : นามิโมริวิทยา 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 ก.พ. 62

//เว็บเด็กดีเจ้าขา~ อย่าแบนกันเลยนะ~ เรทนิดเรทหน่อยถือเป็นการเรียนการสอนสุขศึกษาก็แล้วกันนะ~ จุ๊ฟๆ

"บรรยากาศมันดูแปลกๆนะว่าไหม?"

     สึนะพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ในห้องที่พวกเขาตกลงว่าจะนอนรวมกัน ทั้งสี่สมาชิกวงร๊อคต่างคนต่างทำนู่นทำนี่ตามกิจวัตรของตน ฟรานนั่งกินขนมอยู่หน้าทีวีที่เปิดช่องหนังเรื่องหนึ่ง ส่วนโกตุเดระก็นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง ใกล้ๆกันคือสควอโล่ที่นอนเอามือก่ายหน้าผากเสียบหูฟังเสียงดังจนได้ยินออกมาแว่วๆ 

"Meก็รู้สึกแบบนั้นนะครับ" ฟรานตอบขึ้นคนแรก
"บ-บรรยากาศมันแปลกหรอ? ฉันว่ามันก็ออกจะปกตินี่" โกคุเดระตอบแบบพยายามไม่แสดงพิรุธ

     พอได้ยินแบบนั้นรุ่นน้องทั้งสองก็พลันสงสัยมากยิ่งขึ้น เพราะที่น่าแปลกคือรุ่นพี่ทั้งสองคนพวกเขามองหน้ากันไม่ติด บางครั้งที่สบตากันก็หน้าแดงไม่พูดไม่จา มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ ในเมื่อรุ่นพี่โกคุไม่ยอมบอก ก็ไปเค้นค- แค่กๆ ถามจากรุ่นพี่สควอโล่ก็ได้! ฟรานพยักหงึกหงักเป็นสัญญาณให้สึนะ ก่อนจะลุกขึ้นไปหารุ่นพี่อีกคน เขาสะกิดเรียกสควอโล่ให้ถอดหูฟังออกจากหูแล้วถาม

"รุุ่นพี่ครับmeมีเรื่องอยากจ-"
"โทษทีพอดีฉันเปิดประตูเข้าไปเห็นมันตอนอาบน้ำน่ะ" สควอโล่พูดแทรกขึ้นมาก่อน "พวกแกอย่าเก็บไปคิดเยอะเลย"
"อ๋อ~ อย่างนี้นี่เองพวกผมก็คิดว่าไปเจอเรื่องให้น่าตกใจมาซะอีก" สึนะพูดอย่างยิ้มแย้ม
"เรื่องน่าตกใจอะไรวะ?" โกคุเดระถาม
"อย่างเปิดประตูมาเจอรุ่นพี่โกคุเดระกำลังมีซัมติงกับคู่จิ้นจากแก๊งเด็กใหญ่อยู่ไรงี้อ่ะครับ"

     ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะวะ ทั้งสองแอบคิดในใจโดยพยายามเก็บสีหน้าของตัวเองให้ได้มากที่สุด บางทีพวกรุ่นน้องหน้าเอ๋อพวกนี้มันก็ฉลาดอ่านสีหน้าพวกกรูดีแท้~ รึจะเรียกว่าขี้เสรือกโดยสันดานดีล่ะเนี่ย ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอกคนจากสภานักเรียนเดินมาเรียกพวกเขาไปกินมื้อค่ำตามกำหนดการของค่าย

ตึก~ ตึก~

     หลายกลุ่มพากันทยอยเดินเข้าไปในห้องโถงที่เต็มไปด้วยโต๊ะอาหาร วายเรียงรายกันอย่างกับมีใครจัดงานแต่งกันกลางค่ายรับน้อง อาหารหลากหลายเมนูถูกจัดวางไว้เกือบทุกจุดของห้องโถงโดยที่ไม่มีทางขาดสำหรับจำนวนนักเรียนม.ปลายทั้งหมดของโรงเรียนนี้ พอพวกเข้าเดินไปถึงโต๊ะที่พอดีอยู่ไม่ไกลจากจุดที่มีอาหารวางเรียงรายกันเสียเต็มโต๊ะ ทั้งสี่ตาลุกวาวยิ่งกว่าเด็กได้ของเล่น ก็พวกตะกละได้กินบุฟเฟ่ต์นี่แหละ!

"เหมือนว่าจะเป็นบุพเฟ่ต์ด้วยนะครับ" สึนะพูดขึ้น
"โรงเรียนเราเนี่ยบางทีก็แอบติดหรูเหมือนกันแฮะ" โกคุเดระว่าบ้าง
"บุพเฟ่ต์ๆๆๆๆ"
"ก็เข้าทางพวกเห็นแก่กินอย่างพวกเราดี"
"ได้เวลาสนุกแล้วสิๆๆๆๆ"






     เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่ที่แน่ๆแก๊งค์แดรกแหลกของพวกโกคุเดระ ก็ยังไม่หยุดยัดของกินเข้าปาก จนกระทั่งพวกอาจารย์ และนักเรียนจำนวนหนึ่งแยกย้ายกันกลับออกไปพักผ่อน ภายในห้องจึงเหลือเพียงนักเรียนที่รอให้พวกอาจารย์แยกย้ายกันไปให้หมดก่อนเปิดปาร์ตี้

"ทำไมอาจารย์รีบอร์นยังไม่ไปไหนอีกวะ" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มเด็กม.สี่
"เหลือแค่อาจารย์แกคนเดียวแล้วนะ ที่ยังไม่กลับไปนอน แล้วแบบนี้จะปาร์ตี้กันยังไงล่ะวะ" ตามด้วยอีกคนที่หันไปกระซิบกระซาบกับเพื่อน

     ฟรานหันไปมองกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น พร้อมกับนั่งฟังอยู่เงียบๆและหันมองตามไปทางอาจารย์เพียงคนเดียวภายในห้องโถงที่เต็มไปด้วยนักเรียนม.ปลายเกือบร้อยชีวิต

"มีอะไรหรอฟราน?" สึนะถามเมื่อเห็นเพื่อนหันไปทางอาจารย์หนุ่ม
"รู้สึกว่าจะเหลืออาจารย์แค่คนเดียวแล้วนะ" โกคุเดระเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือ "เหมือนพวกม.สี่จะรอก๊งเหล้ากันอยู่"
"ครับ~ ผมก็ได้ยินมาแบบนั้น" ฟรานหันกลับมาตอบ "อ้าว? แล้วรุ่นพี่สควอโล่ล่ะครับ?"
"ไปห้องน้ำล่ะมั้ง" โกคุเดระตอบ
"รู้สึกเหมือนจะมีคนมาขอให้ช่วยไปยกของนะครับ" สึนะตอบ

     ทั้งสองหันควับมามองหน้าสึนะทันที แทนคำถามว่าไปเมื่อไหร่ ไปตอนไหน ไปกับใคร คงไม่ใช่พวกเด็กใหญ่อีกตามเคยหรอกใช่ไหม?! สึนะยิ้มแห้ง ก่อนจะรีบตอบไขความเข้าใจผิด

"ไปได้สักพักแล้ว แต่เป็นพวกห้องห้าน่ะครับ ไม่ใช่แก๊งค์เด็กใหญ่หรอก"

     ได้ยินแบบนั้นก็วางใจ โกคุเดระหันมาชวนรุ่นน้องคุยอย่างปกติ แต่ไม่นานก็ต้องวนกลับมาเรื่องอาจารย์รีบอร์นอีก เพราะมีเด็กม.สี่สองสามคนเดินเข้ามาขอร้องกลุ่มพวกเขาให้ช่วยทำอะไรสักอย่างให้อาจารย์กลับไปนอนสักที แล้วไอ้ปากพล่อยๆของพ่อหัวปลาหมึกก็ดันไปรับปากรุ่นน้องหน้าตาเฉย โดยที่ลืมคิดว่าจะทำยังไงให้อาจารย์ออกไปดี

"พอรุ่นพี่สควอโล่ไม่อยู่ ดูเหมือนรุ่นพี่โกคุเดระจะโง่ขึ้นนะครับ~ ไม่มีคนมาแบ่งขี้เลื่อยในสมองออกไปใช้หรอครับ?" ฟรานหันไปแขวะรุ่นพี่ที่พูดออกไปไม่รู้จักคิด
"ก่อนจะมาด่าฉันช่วยคิดหาวิธีกันหน่อยสิวะ!" โกคุเดระว่า
"ใครรับปากคนนั้นก็คิดเอาเองสิครับ"
"แหะๆ ผมเองก็นึกไม่ออกเหมือนกัน"

     ทีแบบนี้เห็นพ้องต้องกันซะดิบดีเลยนะไอ้พวกเด็กเวร! โกคุเดระค้อนใส่สองรุ่นน้องที่ไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วย โชคยังเข้าข้างที่สควอโล่เดินเข้ามายังโต๊ะของพวกเข้าพร้อมลังบางอย่างสองลัง

"พวกมันให้แกไปขนลังน้ำหรอวะ?" เขาถามเพื่อนที่เดินเข้ามาในสถาพเหงื่อออกเล็กน้อย
"เออดิวะ นี่ก็รอบที่หกแล้ว ไม่รู้จะให้ขนไปอะไรนักหนา หนักก็หนัก" สควอโล่บ่น พลางแกะลังกระดาษออก
"รุ่นพี่ดูหน้าแดงๆนะครับ เป็นหวัดรึเปล่า?" สึนะทัก
"เป็นก็บ้าแล้วว้อยยยย!!! ถ้าฉันเป็นหวัดจริงคงหมดแรงยกลังพวกนี้ตั้งแต่รอบที่สองแล้ว" เขาหยิบขวดภายในลังนั้นออกมาดื่มอย่างถือวิสสาสะ
"ไปแกะของเขาออกมาแบบนั้นมันจะดีหรอครับ" ฟรานเอ่ยเสียงเรียบพลางหยิบเค้กที่กินค้างไว้เข้าปาก
"ไม่เป็นไรหรอกน่า!" สควอโล่เช็ดน้ำออกจากปาก "พวกนั้นมันก็แอบแกะออกมากินกันทั้งนั้นแหละ"

     ทั้งสามหันไปมองตามสายตาของสควอโล่ ก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่กลุ่มของเด็กม.สี่กลุ่มเดิมที่คุยเรื่องปาร์ตี้กันก่อนหน้านี้ ขวดน้ำเปล่าถูกวางตั้งไว้เต็มโต๊ะ หลายขวดที่ถูกรินแบ่งกันไปมาจนหมด และสภาพของเจ้าพวกนั้นเกือบครึ่งโต๊ะก็คือ..... เมาแอ๋

"เฮ้ย?! มันไม่แปลกไปหน่อยหรอวะ" โกคุเดระว่าพลางเพ่งมองอาการของโต๊ะนั้นอย่างตั้งใจ
"รุ่นพี่บอกว่าพวกนั้นจะรอก๊งกันไม่ใช่หรอครับ~

     ฟรานว่า ก่อนจะค่อยๆหันมามองหน้ารุ่นพี่อีกคนที่แก้มขึ้นสี และเหงื่อผุดออกมาเกาะตามไรผม เขารีบขยับเข้าไปหลบหลังเพื่อนแทบจะทันทีอย่างระแวดระวัง ทำให้เด็กใหม่ประจำวงต้องทำหน้างง

"มีอะไรหรอ?" สึนะถามแต่ยังไม่ทันได้คำตอบจากเพื่อน รุ่นพี่อีกคนก็โผลงขึ้นมาก่อน
"แสดงว่าในขวดนั่นก็คือเหล้าอ่ะดิ!" โกคุเดระหันควับไปหาสควอโล่ที่ทำท่าจะเปิดขวดต่อไปมากระดกต่อหน้าตาเฉย "เมิงวางลงเลยไอ้สควอ!!! อย่าไปกินนะว้อย!!"
"โว้ยยยย!!! อะไรของแกวะ?" สควอโล่หันมาโวยใส่โดยที่ไม่มีท่าทีของคนเมาเลยสักนิด
"รุ่นพี่สควอโล่คอแข็งกว่าที่คิดไว้อีกนะครับ" สึนะพูด
"อย่าพูดแบบนั้นเชียว" ฟรานกระซิบบอกอีกฝ่ายเขาๆ โดยที่ยังไม่ยอมขยับออกจากกำบังที่ขึ้นชื่อว่าเพื่อน(ทำไมทำแบบนี้ล่ะฟราน?!) "รุ่นพี่สควอโล่น่ะคออ่อนจะตาย เหล้าเข้าปากเมื่อไหร่ เกิดเรื่องทุกทีแหละน่า และส่วนมากก็ไม่มีใครเดาออกด้วยว่าพี่แกเมาแล้วจะมาไม้ไหน แต่ส่วนมากก็ค่อนไปทาง...."
"มันได้ฉายา ดาวยั่วประจำวงเหล้า มาเพราะเบียร์กระป๋องเดียวเลยนะเว้ย" โกคุเดระพูดขึ้นบ้าง
"อย่างนี้ก็แย่สิครับ" 

     ทั้งสามเหงื่อตก พลางเกาะกลุ่มกันแน่อย่างกับเจอผี(ย้อนกลับไปอ่านภารกิจล่าท้าผีในโรงเรียนนามิวิทยาได้ ในนามิโมริวิทยา 1นะจ้ะ)สายตาทั้งสามคู่จับจ้องไปยังร่างที่กระดกของเหลวสีใสเข้าไปรวดเดียวจนหมดขวดด้วยสายตาหวาดระแวงหน่อยๆ ดาวยั่วที่ว่าเนี่ย มันคงไม่โดนอะไรบังตาให้มาเอากับเพื่อนและรุ่นน้องในกลุ่มตัวเองหรอกนะ 

     ในขณะที่พวกเขามัวแต่จับจ้องไปที่ตัว ดาวยั่ว(?) อาจารย์หนุ่มก็สังเกตุเห็นสีหน้าที่แดงเถือกผิดปกติของนักเรียนจึงเดินเข้ามา สควอโล่วางขวดน้ำที่ว่างเปล่าลงบนโต๊ะ ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกเพื่อคลายร้อน ผิวขาวนวลขึ้นสีแดงระเรื่อพร้อมกันเม็ดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาจากแก้มเนียนลงไปถึงคางมน

"เพื่อนแกไหวรึเปล่าน่ะ" 

     รีบอร์นเดินเข้ามาพลางเอ่ยปากถามอีกสามคน แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบจากปากเด็กพวกนั้น กลิ่นสุราก็ลอยเข้ามาเตะจมูกคนสัมผัสไว รีบอร์นหันควับไปมองร่างที่เลือกแขนเสื้อขึ้นรวบผม พลางเขย่าคอเสื้อเพื่อระบายอากาศ

"ทำไมตัวแกถึงได้มีกลิ่นเหล้า?" อาจารย์หนุ่มเดินเข้าไปเอ็ดนักเรียนตัวดีที่สร้างปัญหาไว้หลายเรื่องจนจำมันได้ทั้งชื่อนามสกุล ห้องเรียน แม้กระทั่งโต๊ะตัวที่มันนั่ง
"หา....?" สควอโล่หันมาหาอาจารย์หนุ่มด้วยท่าทางตาปรือๆ

     สถานการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของคนในห้องโถงทั้งหมด ทั้งห้องเงียบสนิทราวกับรอลุ้นให้เกิดบางอย่างขึ้นระหว่างรุ่นพี่ขี้โวยวาย กับอาจารย์ขาโหด(รึว่าตอนนี้จะกลายเป็นRSไปแล้ว????) เสียงดนตรีที่ดังคลออยู่ก่อนหน้านี้ก็หยุดลง กลุ่มม.หกหันไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ ไม่เว้นแม้แต่ลูกชายเจ้าของโรงเรียนที่ปลีกตัวออกมานั่งจิบสุราสบายใจเฉิบอย่างแนบเนียนที่งมุมอับสายตา ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะเดินออกไปสูดอากาศข้างนอกอย่างไม่ใส่ใจ ถึงแม้ว่าสควอโล่จะกำลังถูกอาจารย์จับผิดอยู่ก็ตาม

"ฉันถามว่าแกเอาเหล้าเข้ามาในนี้หรอ?" รีบอร์นเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนจะมองไปที่ลังที่ถูกเปิดทิ้งไว้ มือหนาขยับเข้าไปหยิบน้ำออกมาขวดหนึ่งก่อนจะลองเปิดออกดมกลิ่นอย่างพิจารณา "แกแอบเอาเหล้าใส่ขวดน้ำเปล่าเข้ามาหรอ กล้ามากนะ"

     สายตาดุราวกับสัตว์ร้ายกำลังขู่คำรามจับจ้องไปยังดวงหน้าที่แดงยิ่งกว่าลูกตำลึงที่เอาแต่ยืนก้มหน้าไม่ตอบโต้ หลายคนแอบก้าวถอยห่างออกมาเพื่อความปลอดภัย อยู่ต่อไปมีหวังโดนหางเลขไปด้วยแหง อาจารย์รีบอร์นโกรธแล้วชอบทำโทษพวกที่อยู่ใกล้ๆไปด้วยสิ ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ สควอโล่ค่อยๆขยับก้าวเข้าไปหาตัวอาจารย์โงนเงน คนทั้งห้องต่างพากันลุ้นรอดูฉาก รุ่นพี่ม.ห้าเมาแล้วต่อยหน้าอาจารย์น็อคคามือ! 

     รีบอร์นกำลังจะขยับมือขึ้นมาตั้งการ์ดรอรับแรงกระแทก แต่ยังไม่ทันไปยกขึ้นมาจนสุด ฝ่ามือนุ่มที่ไม่ถูกสวมทับไว้ด้วยถุงมือก็ขยับเข้ามาจับกำปั้นของอาจารย์หนุ่มให้ลดลงตามอย่างเผลอไผล เรียวหน้าที่ยิ่งเหมือนผู้หญิงอยู่แล้วค่อยๆขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นสุราฟุ้ง สควอโล่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นและช้อนตาขึ้นช้าๆมองหน้าอาจารย์หนุ่มน้ำตาคลอ รีบอร์นชะงักเหมือนคนถูกดึงสติ ก่อนที่สควอโล่จะเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว

"อาจารย์....  ไม่อยากลอง...(ดื่ม)กับฉันบ้างหรอ?" น้ำเสียงออดอ้อนแผ่วหวานเอ่ยเสียงอ่อย
"สเปลบี สควอโล่....." แต่อาจารย์ผู้ใจแข็งก็ยังแน่วแน่ในศีลธรรม ไม่ได้คิดเกินเลยกับลูกศิษย์(?)เอ่ยเสียงเข้ม
"งือ~ อ๊ะ....?!

ร่างโปร่งค่อยๆขยับเบียดเข้าไปจนแทบชิดกับอาจารย์หนุ่ม จังหวะที่ลมหายใจเป่ารดใบหูของอีกฝ่าย ทำให้สควอโล่ส่งเสียงแปลกๆออกมาพร้อมร่างกายก็อ่อนปวกเปียกเซเข้าใส่ร่างของอาจารย์หนุ่มจนเจ้าตัวรับแทบไม่ทัน ภาพรุ่นพี่เซล้มเข้าไปสู่อ้อมกอดอาจารย์หนุ่ม ไม่พ้นจากกล้องเก็บภาพคุณภาพสูงของมาม่อน และฟรานที่ได้มุมภาพที่ใกล้ที่สุดมา

"เฮ้?" อาจารย์หนุ่มทำตัวไม่ถูกได้แต่เขย่าตัวนักเรียนเบาๆ
"ร้อนจังเลย~ อาจารย์ไม่อยากลองถอดออกสักชิ้นบางหรอ?" สควอโล่เอ่ย
"?!" มือเรียวขยับเข้าไปกระชากเนกไทอีกฝ่ายเข้ามากระซิบข้างหู
"รึว่าจะถนัด(สอด)ใส่! เข้ามา....มากกว่า~" ในขณะที่รีบอร์นกำลังอึ้งกับคำพูดสองแง่สองง่ามของสควอโล่ มือกลอีกข้างก็คว้าเอาขวดที่อาจารย์เปิดทิ้งไว้กรอกปากอีกคนทันที
"เฮ้ย?! อุ๊ป!"

     สควอโล่จับขวดเหล้าเข้ากรอกปากอาจารย์ที่เคารพ เสียงเฮดังลั่นจากรอบข้างพร้องเสียงเชียร์ 'หมดขวด! หมดขวด!' ดังลั่นห้องโถง ดนตรีที่เคยเงียบสนิทกลับมาพร้อมกับดีเจหน้าใหม่รุ่นพี่ม.หกที่เพิ่งได้แจ้งเกิดในวงการดนตรีได้ไม่นาน เสียงดนตรีมันส์ยิ่งกว่าคอนเสิร์ตมันใหญ่มากดังกระหึ่มไปทั่ว จังหวะEDMเพิ่มความสนุกสนานให้ทั้งห้องโถง ลังน้ำที่สควอโล่ไปช่วยขนมาก่อนหน้านี้ได้ถูกลำเลียงออกมาแจกจ่ายให้ในห้องโถง เปลี่ยนสภาพจากบุฟเฟต์ติดหรูประจำค่ายรับน้อง กลายเป็นผับนามิโมริเมาศาสตร์ไปในทันที

"อึก~อึก~อึก~" รีบอร์นจัดการซดขวดที่สองจนหมดก่อนจะหันไปท้าคนที่จับเหล้าเข้ากรอกปากเขาเมื่อครู่ "ทำได้แค่นี้เองหรอ?"
"ไม่ยอมหรอกโว้ย!!!" สควอโล่คว้าแก้วในมือรุ่นน้องที่ยืนอยู่ใกล้าที่สุดขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดบ้าง พลางหันไปฉีกยิ้มให้อาจารย์หนุ่ม
"ไปเอามาอีก!!"
"จัดมาเยอะๆ เลยพวกแก!!!"

     คนพวกนี้จะบ้าจี้บ้ายอกันไปถึงไหน? อีกสามคนที่อยู่ด้วยตั้งแต่ต้นต่างคิดเป็นเสียงเดียวกัน รอบๆเปลี่ยนไปอย่างกับผับแถวหลังมหาวิทยาลัยที่สควอโล่ไปทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟให้กับเจ้าของผับเป็นกะเทยสีผมแสบตา ไหนๆก็เละเทะกันไปหมดแล้ว ก็คงเหมือนสุภาษิตที่เคยได้ยินมา เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม รอบข้างเขาเมาจะไม่ให้เมาได้ไงเล่า?!! จากนั้นทั้งสามก็แยกย้ายกันออกไปสนุกกันตามอัธยาศัย






ตึก~ ตึกตึก~ ตึกตึก~

     ซาวาดะ สึนะโยชิ นักเรียนใหม่ที่พึ่งเข้ามาเรียนได้ไม่กี่เดือน ปลีกตัวออกมาจากงานปาร์ตี้มั่วสุม(?)ด้านในห้องโถงได้อย่างแนบเนียน ก่อนจะตรงปรี่ไปที่บ้านรีวอร์ทหลังหนึ่งที่ห่างออกไปจากห้องโถงไม่มากนัก ด้านหน้าเต็มไปด้วยบอดี้การ์ดหลายคนยืนเฝ้าอยู่ สึนะยืนสูดหายใจรวบรวมความกล้า และเดินตรงไปยังรีสอร์ทหลังนั้นทั้งๆที่ขาสั่นพั่บๆ

"เอาวะ คุยเดี๋ยวเดียวแล้วรีบชิ่งกลับไปหาฟรานกับพวกรุ่นพี่แล้วกัน"
"เจ้าหนู ที่นี่ห้ามเข้านะ" บอดี้การ์ดตัวโตพูดกับเขา 
"จึ๋ย ว่าแล้วเชียว" สึนะหน้าเจื๋อน "ค-คือว่าผมมาหาค-"
"เสียงแบบนี้สึนะโยชิคุงสินะ"

     เสียงแหบพร่าของชายชราดังขึ้นพร้อมร่างของเจ้าของโรงเรียนนามิโมริวิทยาผู้ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อของแซนซัส ชายชรายิ้มรับเด็กตรงหน้าอย่างอ่อนโยนพร้อมกับเปิดประตูรับอีกฝ่ายเข้าไปในห้อง เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในการจับจ้องของนัยน์ตาสีเลือดที่แอบตามมาและหลบซ่อนอยู่หลังต้นไม้ต้นใหญ่ห่างออกไปไม่ไกล

"ไอ้แก่กับไอ้สวะนั่น?!"







ปึก~

"ฉันดีใจนะที่เธอมาตามที่ฉันขอ" ชายชราเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
"ครับคุณปู่! อ-เอ่อ...ไม่สิ ท่านเจ้าของโรงเรียน" สึนะเอ่ยตะกุกตะกัก
"เรียกแบบที่เธอถนัดเถอะนะ" เขาตอบกลับ "เรื่องที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้น่ะว่ายังไงบ้าง?"
"ครับ ปกติดี วันนี้สนุกมากครับ ทุกๆคนเป็นมิตรดีแถมยังมีเรื่องให้ตื่นเต้นตลอดเวลาด้วย"
"หมายถึงชมรมดนตรีน่ะหรอ?"
"ครับ ทุกคนใจดีกันมาก(?)ถึงบางครั้งจะวุ่นวายไปหน่อยก็เถอะ" 

     สึนะหัวเราะแห้งพลางนึกถึงวีรกรรมต่างๆตอนที่เขาได้เข้าไปอยู่ในชมรมดรตรีที่มีไส้ในเป็นแก๊งต่อต้านแก๊งเด็กใหญ่หลังเรียนของลูกชายของคนตรงหน้า ทั้งเสียงร้องของหัวหน้าวง จังหวะการฟาดฟัน(?)กลองของรองหัวหน้า และมือเปื้อนเศษขนมของเลขาทีีกำลังดีดคีย์บอร์ด จะว่าดี...ก็คงได้ล่ะมั้ง

"เด็กคนนั้นก็เป็นแบบนั้นมานานแล้วล่ะนะ"
"คุณปู่หมายถึง.... รุ่นพี่สควอโล่หรอครับ" สึนะทำหน้าสงสัย
"ฮ่าๆ ฉันรู้จักเด็กคนนั้นตั้งแต่คลานออกจากท้องแม่แล้วล่ะ แล้วอีกอย่างเหมือนเจ้าลูกชายของฉันจะให้ความสัมพันธ์กับเด็กนั่นมากซะด้วย"
"นั่นสินะครับ" สึนะมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ดวงตากลมโตมีแววอ่านยาก "น่าอิจฉาจัง"
"เธอว่าอะไรนะ ฉันเองก็แก่แล้วหูไม่ค่อยได้ยินแล้วซะด้วยสิ"
"ป-เปล่านี่คัรบ ผมไม่ได้พูดอะไร" สึนะบอกปัด
"นั่นสินะ ฉันเองก็ปูนนี้แล้วซะด้วยสิ" ชายชราค่อยๆขยับตัวเพื่อเปลี่ยนท่านั่ง "ต่อจากนี้ก็ต้องพึ่งเธอแล้วล่ะสึนะโยชิคุง"
"ครับ!"
"แล้วอีกอย่าง อย่าให้ใครรู้เรื่องของเธอล่ะ"
"ผมรับปากครับ" สึนะรับปากอย่างแข็งขัน เรียกรอยยิ้มพึงพอใจจากปากของชายชราได้เป็นอย่างดี
"เธอเองก็โตขึ้นมากแล้วนะ เป็นเด็กดีของอิเอมิสึรึเปล่า"
"?!" สึนะสะดุ้ง ก่อนจะฉีกยิ้มออกไปอย่างสุดฝืน "ครับ..."





     สึนะออกมายืนอยู่หน้าห้องพลางโค้งลาอีกฝ่ายตามมารยาท ร่างเล็กบางรีบจ้ำอ้าวตรงกลับไปที่งานปาร์ตี้ทันที อย่างที่บอกนั่นแหละรีบคุยรีบเสร็จแล้วรีบชิ่ง ไม่ใช่เพราะอะไร ก็เขาเดินลัดฝ่าป่ามาจากทางห้องโถง ดังนั้นขากลับเขาเลยไม่อยากกลับเงียบๆตอนที่งานเลี้ยงเลิกไปแล้ว อาการหลอนยังไม่หายตั้งแต่ตอนได้เจอดีในโรงเรียน ทำเอาบรรยากาศป่าอันเงียบสงบในสายตาของทูน่าน้อยกลายเป็นป่าช้าร้างไปเลย

กร๊อบ!

"ว๊ากกก- อุ๊ป!"

     เสียงกิ่งไม้ถูกเหยียบหักด้วยน้ำหนักตัวของคนเหยียบทำให้สึนะแทบสติแตก ยังร้องตะโกนออกไปได้ไม่สุดเสียงเจ้าตัวก็รีบเอามือมาปิดปากตัวเองทันที ก่อนจะก้มลงไปมองเศษกิ่งไม้ใต้ฝ่าเท้าของตน นี่ตูเหยียบเองนี่หว่า.... สึนะหน้าขึ้นสีนิดๆให้กับอาการหลอนของตัวเอง ถ้าใครมาเห็นเข้ามีหวังอายตายเลย สึนะจอมห่วยคิดพลางนึกโล่งใจที่สุดท้ายแล้วเขาก็แค่คิดไปเอง แถวๆนี้ไม่มีใครอยู่สักหน่อย

"ตกใจไปเองสินะ เฮ้อ~"
"ทำอะไรของแกน่ะ ไอ้เศษสวะ"
"ว๊ากกกกกกกก?!!!!! ซ-แซนซัส?!" สึนะแหกปากไปอีกรอบก่อนจะโผลงชื่อคนที่โผฃ่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง
"แกเข้าไปทำอะไรในห้องตาแก่นั่น?" แซนซัสถาม
"ห-ห๊ะ...?"
"ฉันถาม แกก็แค่ตอบมันยากนักหรอห๊ะ?!" อีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่จนสึนะสะดุ้ง
"ก-ก็ถามเรื่องทั่วๆไป ไม่เห็นจะเกี่ยวกับนายตรงไหน" สึนะตอบ
"หึ! ทำไมจะไม่เกี่ยว" แซนซัสยิ้มเหี้ยม "ฉันเป็นลูกชายมัน ทำไมฉันจะรู็ไม่ได้ ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างตราบใดที่ยังใช่นามสกุลของมัน" แต่กลับไม่ยอมให้ใครเรียกชื่อตัวเองตามด้วยนามสกุลของพ่อเนี่ยนะ?! สึนะแอบเถียงในใจ
"นายคงไม่ได้ลืมไปหรอกนะ"
"....."
"ว่านายไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของเขา"
"!!!"
"และแน่นอนว่าสิทธิ์ในการได้รับตำแหน่งเจ้าของโรงเรียนคนต่อไปคือฉัน! ไม่ใช่นาย! แซนซัส!!"
"หนวกหู!"
"เลิกทำตัวต่อต้านไม่ยอมฟังใครสักที ที่นายทำอยู่มันยิ่งจะทำให้คุณปู่ป่วยกาฬซะเปล่า!"
"หุบปาก!! อย่ามาสั่งสอนฉันไอ้เศษสวะ!"

     ร่างสูงของแซนซัสพุ่งเข้าใส่สึนะอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายหลบไม่ทัน ฝ่ามือใหญ่บีบเค้นเข้าที่กรามของอีกฝ่ายราวกับคีมเหล็ก นัยน์ตาสีเลือดวาวโรจน์แดงฉานราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด แต่สึนะไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวจนเกินไป เขายังมีสติดีที่จะรับมืออีกฝ่ายโดยที่ตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องเจอสถานการณ์แบบนี้

"นิสัยชอบทำตัวเหมือนเด็กของนายน่ะ มันไม่ได้ช่วยให้อะไรเปลี่ยนไปเลยสักนิด รังแย่จะแย่ต่อตัวนายไปเรื่อยๆเท่านั้นแหละ ฉันเองก็คิดเหมือนกันน่ะว่าคุณปู่จะตามใจนายได้อีกซักแค่ไหนกันเชียว ถ้ายิ่งเกิดเรื่องขึ้นอีกแม้แต่รุ่นพี่สควอโล่ คงได้เกลียดนายเข้าให้สักวั- อึก!"

     คำพูดนั้นทำให้แซนซัสชะงักค้างไปชั่วขณะ และเพิ่มแรงบีบมากขึ้นจนอีกฝ่ายรู้สึกเหมือนกระดูกกรามจะแตกคามืออีกฝ่ายจริงๆ ที่สึนะพูดเป็นทั้งคำขู่ และการกล่าวเตือน เพราะถ้าแซนซัสเกิดวู่วามทำร้ายตัวเขาขึ้นมา คุณปู่เจ้าของโรงเรียนไม่มีทางอยู่เฉยแน่ ดีไม่ดีแซนซัสอาจถูกส่งตัวกลับไปเรียนที่อิตาลีตามเดิม แซนซัสเค้นยิ้มก่อนจะตอบกลับไปอย่างเจ็บแสบบ้าง

"เลียแข้งเลียขาตาแก่นั่นไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะ เศษสวะเหลือเดนที่ยอมเข้าตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้มาอย่างแก ยังมีหน้ามาชูคอใส่คนอื่นอีกหรอ?"

     สึนะเลือดขึ้นหน้าอยากสวนกลับอีกฝ่ายเต็มที แต่ในหัวกลับมืดแปดด้าน ไม่ใช่สักหน่อย!!!! เขากำหมัดแน่นรวบรวมแรงไว้ที่ขาเตรียมจะเตะเสยคางคนปากเสียตรงหน้าสักทีสองที แต่ยังไม่ทันได้ขยับไปไหนกลับมีคนเข้ามาขัดซะก่อน

แซ่กๆ แซ่ก~

"โว้ยยยยยยยอารายวะเนี่ยยยยย?! นี่ฉ๊านหลุดเข้ามาในเอ็มวีของเคธี่เพอรี่รึงายยยย? ป่าเต็มปายโหมดเยย~"

     สควอโล่โผล่มาในสภาพเมาแอ๋ไม่เหลือเค้าโครงคนสติดีเหลืออยู่เลยสักนิด มือข้างนึงกอดขวดสุราไม่อีกสองขวด ส่วนอีกมือก็พยายามยกอีกขวดที่เจ้าตัวน่าจะดื่มค้างไว้ขึ้น แต่มันกลายเป็นว่าเขาเอามาราดตัวเองแทนเนี่ยสิ

"รุ่นพี่?"
"ไอ้ฉลามสวะ?" อีกสองคนรีบดีดตัวออกจากกันทันที พร้อมกับคนเมาที่ชี้มาที่พวกเขา
"อ๊า?! แน่~ พวกแกอยากรู้ผลละสิ ว่าฉ๊านดื่มชนะไอ้รีบอร์นมานรึเปล่า" 
"....." แซนซัสขมวดคิ้วมุ่น เพราะเขาปลีกตัวออกมาก่อนที่จะทันเห็นเหตุการณ์ต่อจากนั้น
"...." ไปหมดแล้วครูบาอาจารย์ สึนะยิ้มเจื๋อนให้กับสรรพนามที่รุ่นพี่ใช้เรียกอาจารย์หนุ่ม
"เจ้าอ่อนนั่นมานเล่นเมาหลาบปายคาอกฉ๊ายเลยน้าาา~ ซุกอยู่ได้กว่าจาหลุดออกจากมานได้ก็แบบเสียตัว"
"หา...?!" แซนซํสเอ่ยเสียงเข้ม
"ร-รุ่นพี่ตั้งสติทีครับ" สึนะเอ่ยอย่างระอา ท่าจะแย่แฮะถ้าปล่อยให้พูดต่อมีหวังแซนซัสเลือดขึันหน้าไปต่อยอาจารย์แหง
"อาาาา~ ขวดนี้โหมดซ๊าล๊าาา แย่จาง~"

     สควอโล่ถือขวดขึ้นทำท่าชักเข้าชักออกชวนหวาดเสียว ทำเอาแซนซัสที่ยืนมองอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ และรีบงอตัวลงทันที สึนะหน้าขึ้นสีเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ผู้ชายด้วยกันก็พอเข้าใจหัวอกอยู่หรอกนะ แถมรุ่นพี่เองก็เปียกไปหมดทั้งตัว(เพราะเอาเหล้าราดตัวเอง)จนเสื้อมันมองทะลุเห็นหมดทุกอย่าง แล้วไหนจะสีหน้ายั่วๆนั่นอีก ที่แซนซัสจะมังกรผงาดจนต้องสวมบทเป็นพ่อเฒ่าปวดหลังค้ำไม่เท้ามันก็ไม่แปลก

"เมาแล้วมั่ว เมาแล้วยั่ว เมาแล้วร่าน เมาแล้วจังไร ขึ้นแท่นไปเลยดาวยั่วคนนี้เนี่ย!" สึนะพูดอย่างเหลืออด
"ไอ้ฉลามสวะ ลงมา!" แซนซัสตะโกนสั่งอีกฝ่าย

     ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ยืนอยู่ในความสูงระดับเดียวกัน จุดที่แซนซัสกับสึนะยืนอยู่เป็นเหมือนตีนผาที่มีสควอโล่ยืนอยู่บนหน้าผาที่สูงแค่สี่ห้าเมตร ถึงจะไม่ได้เป็นหน้าผาจริงๆแต่ทางมันก็ลาดชันมาก แถมถ้าตกลงมาไม่หัวแตก ก็ต้องมีแขนขาหักกันบ้าง

"งืม~ แซนซ๊าส? จาไปหาเดี๋ยวนี้ล่ะจ้าาาา~" สควอโล่เพ่งมองอีกฝ่ายพลางเดินตรงมาหาโต้งๆ
"เฮ้ยๆๆเฮ้ย!"
"รุ่นพี่ระวัง?!"
"เอ๋.....?!"

พรืด~

     ไม่ทันขาดคำร่างโงนเงนก็ลื่นตกลงมาตามคาด แซนซัสพุ่งเข้าไปรับตัวอีกฝ่าย ในขณะที่สึนะได้แต่ทำหน้าเลิกลั่ก และวิ่งเข้าไปดูสองคนที่ล้มทับกันอย่างเป็นห่วง

"รุ่นพี่สควอโล่เจ็บตรงไหนไหมครับ?"
"อูย....? อ้ายทูน่า?!! ก-แกเรียนคาถาแยกเงาพันร่างมาจากหมู่บ้านโคโนฮะมาหรอ?!" รายนี้น่าจะรอด ไม่ก็หัวกระแทกไปแล้ว....
"อ-ไอ้ฉลามสวะ! แกเอาศอกมาทุ้งค*ปี๊บ*ยฉันทำไมเนี่ย?! จุกว้อย!" แซนซัสงอตัวหน้าเขียวสลับม่วงอยู่อย่างนั้น
"กรูม่ายยู้ววววว~ กรูมาววววว~"
"รุ่นพี่กับแซนซัสลุกไหวไหมครับ?" สึนะทำท่าจะช่วยพยุงทั้งสองคนขึ้นมา แต่สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นเลือดที่ไหลออกมาจากแขนอีกฝ่ายซะก่อน "ร-รุ่นพี่?! เลือดออกครับ เลือด!"
"หืม....?!"
"อย่าขยับสิวะ!" แซนซัสรีบห้ามเมื่อเห็นคนเมาทำท่าจะเขี่ยๆดูแผลไม้ข่วนเป็นทางบนแขน

     ไม่ต่างกันแซนซัสไม่สนใจแผลแบบเดียวกันของตัวเองที่เป็นรอยข่วนต่อจากรอยของอีกฝ่ายที่ด้านหลัง สึนะเริ่มหน้าซีดเมื่อเห็นรุ่นพี่ที่เคารพ(?)ทั้งสองได้เลือด เขาจึงอาสาจะไปตามคนมาช่วย โดยให้ทั้งสองคนนั่งรออยู่ตรงนี้

"รอก่อนนะครับ ผมจะไปตามคนมาช่วย"

     พูดจบเขาก็วิ่งออกไป ปล่อยสองคนที่มีประเด็น(เรื่องรัก)ทิ้งไว้อยู่ในป่าที่ไม่มีคน แบบนี้มันก็เหมือนทิ้งเนื้อสดไว้กับสิงโตน่ะสิ! แซนซัสหันไปมองคนที่มีท่าทีกึ่งหลับกึ่งตื่น แผลของทั้งคู่ยังคงมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด สควอโล่เอนไปซบไหล่แซนซัสอย่างถือวิสสาสะ ก่อนจะเริ่มบ่นงึมงำไปมา

"เจ็บจัง... จะเล่นกีต้าร์ได้ไหมนะ จะไปทั้งมือทั้งแขนเลยหรอ" เสียงที่ถูกเปล่งออกมาเบาๆท่ามกลางความเงียบทำให้อีกคนได้ยินทุกอย่างชัดเจนอย่างกันมาตะโกนกรอกข้างหู
"....."
"แซนซัส แซนซัส"
"อะไร?"
"เปล่า... เรียกเฉยๆ"
"....." เวลานี้มันยังมีหน้ามากวนตรีนอีก
"รักนะ"
"....."

     คำพูดเบาๆนั้นเป็นราวกับมือที่มองไม่เห็นจับให้ใบหน้าของร่างสูงหันไปมองคนพูดอย่างเสียไม่ได้ ใบหน้าหวานขยับเข้ามาขบเม้มที่ลำคอของอีกฝ่ายเบาๆชวนจั๊กจี้ ก่อนที่เจ้าตัวจะเซล้มลงไปนอนบนตักหนา สควอโล่ปรือตาขึ้นพร้อมขยับมือปัดป่ายไปมามั่วซั่วจนอีกคนต้องจับไว้ แซนซัสขยับหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายก่อนจะพูดขึ้นบ้าง

"อยากหรอ?"
"อือ...."

     เพียงน้ำเสียงแผ่วๆก็ปิดสวิตซ์ความเป็นคนดีของแซนซัสให้ดับวูบลงราวกับฟองสบู่ที่เอานิ้วจิ้มเบาๆก็แตกกลายเป็นละออง ริมฝีปากหน้าจู่โจมกลีบปากของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงจนปริแตก รสเลือดปนเปไปกับกลิ่นแอลกอฮอล์จนสควอโล่เริ่มปวดหัว รสจูบอันดุเดือดทำให้ฉลามคลั่งเจียนตาย ภายในหัวหมุนเหมือนเครื่องเล่นในสวนสนุก 

     ความเร้าร้อนถูกส่งมาผ่านเรียวลิ้นอีกฝ่ายมายังเรียวลิ้นของตน ความร้อนแรงถูกส่งมาผ่านริมฝีปากที่บดขยี้เข้ามาไม่ยั้ง ความดุเดือดถูกส่งมาผ่านแนวฟันขาวที่กัดกลีบปากของเขาจนได้เลือด ร่างกายที่ไม่ประสีประสาเรื่องแบบนี้เริ่มรับต่อไปไม่ไหว สควอโล่เริ่มขาดอากาศหายใจแต่กลับยังต้องการมากขึ้นอีก ความรู้สึกขัดแย้งทำให้เจ้าตัวหัวหมุนกว่าเก่า แนวฟันขาวขยับเข้าไปขบกัดริมฝีปากอีกฝ่ายเป็นการตอบโต้ แซนซัสขยับมามองหน้าอีกฝ่ายที่ขึ้นสีแดงจัด

"แฮ่ก...! แฮ่ก! แฮ่ก!" อีกฝ่ายหอบหายใจอย่างหนัก
"พอใจรึยัง?" แซนซัสถาม ก่อนที่สควอโล่จะส่ายหน้าน้อยๆ
"....อ-เอาอีก" น้ำเสียงออดอ้อนปนเอาแต่ใจดังจากกลีบปากบวมช้ำ
"แกขอฉันเองนะ" แซนซัสยกยิ้มส่งให้ริมฝีปากที่แตกอยู่แล้วได้เลือดออกกับเขาบ้าง

     คราวนี้แซนซัสคิดเอาไว้แล้วว่าจะไม่ปล่อยให้โอกาสได้ครอบครองร่างกายนี้หลุดไปอีกเด็ดขาด เขายกให้ร่างบางขยับมาขึ้นคร่อมตนด้วยท่าทีล่อแหลม ริมฝีปากหนาเลื่อนลงมาดูดเม้มลำคอระหงจนเป็นรอยแดงผสมกับสีเลือดราวกับกลีบกุหลาบ เขาค่อยๆขยับเลื่อนลงมาเล้าโลมอีกฝ่ายใต้ร่มผ้า รอยแดงจ้ำค่อยเพิ่มมากขึ้นจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม ไปเรื่อยจนเจ้าของร่างคิดว่าจะไม่มีที่ให้เหลือเป็นสีผิวเดิม

"อ-อ๊ะ?! อึก!" 

     เสียงกังวาลใสถูกเปล่งออกมาเมื่ออีกฝ่ายขยับเข้าไปกัดเข้าที่ยอดอกสีหวานที่คัดตึงออกมาจากเสื้อจนเห็นเป็นปุ่มชัดเจน สควอโล่กัดฟันกลั้นเก็บเสียงที่ดังออกมาพร้อมความรู้สึกต้องการของตนไว้อย่างเอียงอาย ป่าทั้งป่าก็เงียบขนาดนี้ ใครจะกล้าเสียงดัง ขอเถอะครั้งนี้ช่วยอายเจ้าป่าเจ้าเขากันนิดนึง 

"หึ!"

     แซนซัสไม่สนใจท่าทีเหนียมอายของอีกฝ่าย เลื่อนมือลงไปถลกกางเกงของอีกฝ่ายลงเผยให้เห็นเจ้าตัวการที่ทำให้กางเกงของอีกฝ่ายนูนออกมา เขาจึงปล่อยให้อีกตัวซึ่งเป็นของเขาได้ออกมาทักทายเจ้าตัวเล็กกว่าอย่างร่าเริง(?) ฝ่ามือหนาขยับเข้าไปกอบกุมเจ้าสองตัวไว้ด้วยกันอย่างรักใคร่ เรียกเสียงบางอย่างเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของอีกคนที่เอาแต่นั่งมองเฉยๆ เอาแต่ปิดปากไม่พูดไม่จา

"อา... อ๊า! เดี๋ยว...." 
"หืม...?"
"ม-มันรู้สึก... อื้อ~"
"อย่าบอกนะว่าแกไม่เคยชักเอง?"
"....."

     สควอโล่ก้มหน้างุดไม่พูดไม่จา มือสองข้างขยับออกมาจับไหล่อีกฝ่ายพร้อมกำแน่นอย่างคนที่พร้อมจะรับความรู้สึกที่กำลังจะถาโถมเข้ามาด้วยน้ำมือของคนที่เขาไว้ใจ

"เอาพื้นๆก่อนแล้วกัน"

     มือหนาค่อยๆขยับขึ้นลงทั้งๆที่ยังกำเจ้าสองตัวไว้ด้วยกัน ร่างบางกว่าสะดุ้งตัวโยนเมื่อได้รับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รู้สึกมาก่อน มือสองข้างกำเสื้อของอีกฝ่ายไว้จนยับ สควอโล่เกร็งไปทั้งตัวเรียกความพอใจให้อีกฝ่ายเป็นอย่างดี

"อา... อึก! ฮ-อ๊า~"
"ความรู้สึกแบบนี้เขาเรียกว่าเสียว จะรู้สึกตอนมีอารมณ์ จำไว้"
"ง-เงียบน่า....อา"
"งั้นก็เงียบให้มันได้จนจบแล้วกัน"

     แซนซัสเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนสควอโล่ดิ้นเร่าๆอย่างกับหมูถูกน้ำร้อนลวก เพราะอีกฝ่ายแกล้ง เส้นไหมสีเงินตกไล่มาคลอเคลียฝ่ามือหนาที่ยังไม่ยอมหยุดขยับ สควอโล่ก้มหน้ามองดูอีกฝ่ายที่ไม่คิดจะยอมหยุดง่ายๆพลางหอบหนัก รู้สึกเรี่ยวแรงถูกดูดออกไปพร้อมจังหวะการขยับ สควอโล่เอนซบลงบนไหล่ของอีกฝ่ายเมื่อความรู้สึกมันเริ่มเพิ่มขึ้นมาจนจะถึงขีดสุด

"ฮะ? อา...! อึก~"
"จะเสร็จแล้วหรอ?"
"อ๊า..! อา...อืม~"
"......"

     จู่ๆฝ่ามือหนาก็หยุดชะงักก่อนจะเคลื่อนมากดหัวเจ้าตัวน้อยของอีกฝ่ายไว้แทน สควอโล่แสดงสีหน้าทรมานอย่างเห็นได้ชัด เขาผละออกมามองหน้าแซนซัสที่ยิ้มรออยู่อย่างเจ้าเล่ห์ 

"หยุดทำไม..?" 
"อยากต่อ แล้วทำไมไม่รอเสร็จพร้อมกันล่ะ" แซนซัสจิกเล็บลงบนหัวของอีกฝ่ายเบาๆ
"อ๊ะ?! อ-อย่า?!" สควอโล่สะดุ้ง
"ชักให้แล้ว ชักให้ฉันบ้างสิ"
"อ-หา....?" มือหยาบจับมืออีกฝ่ายมากำรอบเจ้าตัวโตของเขา 
"เหมือนมันอยากทำความรู้จักกับแก" 
"ใหญ่จัง เส้นเอ็นเต้นตุบๆเลย"
"ขยับสิ ถ้าฉันใกล้เสร็จเมื่อไหร่ถึงจะทำต่อให้"

     สควอโล่มุ่ยหน้าไม่สบอารมณ์ ถ้าเป็นเขาในยามปกติแล้วคงไม่กล้าขอร้องอ้อนวอนให้อีกฝ่ายทำเรื่องหน้าอายให้แบบนี้หรอก แต่คงเพราะฤทธิ์285อาชาลีโอที่ไม่รู้ว่าขวดไหนเป็นขวดให้ทำให้เขาค่อยๆลงมือขยับมือของตนขึ้นลงตามจังหวะที่เห็นจากร่างสูงเมื่อครู่ มือนุ่มที่ไม่ได้สวมถุงมือสัมผัสเข้ากับท่อนเอ็นร้อนโดยตรง ช่วยไม่ได้ในเมื่อมันเล่นจับเอาเจ้าตัวน้อยของเข้าไปเป็นตัวประกัน(?) งั้นก็ต้องเจรจากันด้วยเจ้าตัวโตของมันนี่แหละ(?!) 

"อืม... อย่างนั้นแหละ" เสียงครางต่ำดังขึ้นจากอีกฝ่ายจนสควอโล่ต้องเงยหน้าขึ้นไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"รู้สึกเหมือนกันไหม?"
".....อ่า" แซนซัสตอบห้วนๆ ก่อนจะขโมยหอมแก้มอีกฝ่ายพลางใช้นิ้วถูไถไปบนหัวเจ้าตัวน้อยอย่างเอ็นดู
"อ-อ๊า?!" 

     สควอโล่สะดุ้ง พร้อมกับฝ่ามือหนาที่ขยับเข้ามากุมมืออีกฝ่ายให้จับเจ้าสองตัวเข้ามาติดกันเหมือนก่อนหน้านี้ สควอโล่ครางออกมาอย่างเสียไม่ได้ ความรู้สึกที่ใกล้ถึงจุดสุดยอกเหมือนกับคลื่นน้ำที่ซัดเข้าใส่โขดหินและพุ่งกระจายออกมาราวน้ำพุเปรอะเปื้อนเต็มมือของทั้งสอง แต่แซนซัสก็ยังไม่พอใจ มือหนากุมนำอีกฝ่ายให้รีดเค้นเอาน้ำของเจ้าสองตัวนั้นออกมาให้หมด 

"อ๊า?!! อื้ออออ~"
"อึก...!"

     สควอโล่บิดเร้าไปมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างกายกระตุกถี่พร้อมกับน้ำที่ทะลักออกมาไม่ขาดสาย เสียงกระเส่าแหบพร่าอย่างเหนื่อยอ่อนของเขาไม่เหลือแรงแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของอีกฝ่าย ได้แค่ช้อนตาขึ้นไปมองด้วยดวงหน้าเย้ายวน แซนซัสกัดฟันแน่นพร้อมปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนหมด พร้อมกับร่างบางที่เซมาทับอย่างหมดเรี่ยวแรงเสียงหอบหายใจอย่างหนักดังขึ้นข้างหูของแซนซัส ทั้งคู่มีเวลาได้พักเหนื่อย แต่สควอโล่กลับจับมืออีกฝ่ายขึ้นมาดูคราบน้ำรักอย่างพิจารณา ก่อนจะเลียกินมันเข้าไปท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของร่างสูง

"อึก... ขมๆหวานๆ แปลกจัง?"
"ของฉันเป็นคนสูบบุหรี่มันเลยขม แต่ไอ้ที่หวานคงของแก"
"อ่าห์~...." เรียวลิ้นนุ่มไล่เลียตามซอกนิ้วอีกฝ่ายจนไม่เหลือร่องรอยใดๆอีก
"แกจะยั่วให้ฉันทำต่อรึไง?"
"อืม.... อึก!" สควอโล่ไม่ตอบแต่ยังคงดูดปลายนิ้งอีกฝ่ายอย่างหยอกล้อ แม้ร่างกายจะแทบไม่เหลือแรงจะนั่งอยู่แล้วก็ตาม
"....." แซนซัสมองร่างที่สั่นจากอาการล้าและอ่อนเพลียของอีกฝ่ายพร้อมยิ้มน้อยๆ
"ฮ่า........."

     สควอโล่พยายามกอดเกาะอีกฝ่ายไว้ไม่ให้เซ พร้อมปรือตาขึ้นมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถ แต่คงเพราะวันนี้ไปอาละวาดมาเยอะ ทำให้เจ้าตัวผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น แซนซัสตะกรองกอดร่างของอีกฝ่ายไว้พร้อมจัดระเบียบเครื่องแต่กายให้อีกฝ่ายจนเรียบร้อย คงเพราะมัวแต่สนใจคนตรงหน้าเขาจึงไม่รู้ว่าเลือดที่ปากแผลหยุดไหลไปตั้งแต่เมื่อไหร่

"หมดฤทธิ์แล้วล่ะสิ ไอ้ตัวแสบ" แซนซัสบ่นพึมพำเบาๆ "ครั้งหน้าฉันไม่ทำแค่นี้แน่ ล้างคอรอไว้ได้เลย"









****ติดตามต่อตอนต่อไป..........
//แอบมึนตาม เพราะมาโผล่กลางดงสนามสอบ
//สงสารรีดเดอร์ที่ต้องเพ่งตัวหนังสืออ่าน แต่ของมันต้องทำอ่ะงับ
//ไม่โดนแบนเน้อขอล่ะ ไรท์ขี้เกียจให้ทุกคนทิ้งเมลไว้ ไรท์ส่งบ่เป็น~
//กราบงามๆสำหรับการหายหัว
//ต่อไปเล่นอะไรดีข่วยคิดหน่อย~ หึหึหึ ตามจริงแอบคิดไว้แล้วแหละ
//เริ่มเปิดปมปริศนาแล้วนะเออ ความสัมพันธ์ซับซ้อนอย่างกับนั่งดูโคนัน ฮ่าๆๆ
//มีตอนผี ตอนฮา ตอนเอ็กซ์ ต่อไปก็ต้องเป็น..... เป็นไรหว่า?! 
//หาคู่พีคๆให้ทูน่าน้อยก่อนนะ ไปล่ะ บายส์~
//มองเห็นกันไหมอะ... ไม่เห็นบอกด้วยนะไรท์จะได้เปลี่ยนสีตัวอักษรให้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #26 Maki8059 (@onnicha8059) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 19:05
    ตายอย่างสงบศพสีชมพู อ้ากกกกก อย่าบินเลยยยยย อิเนียนไม่ออกเลยแฮะ555
    #26
    0
  2. #25 dr244347 (@dr244347) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:25

    อะเฮือก! ตายอย่างไม่สงบ งานนี้พ่อจอมเนียนไม่ได้ออกสินะ

    #25
    0
  3. #24 IM'I-dea 011 (@idea011) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:07
    เห้ย?! รีดเดอร์ที่น่ารักอ่านในแอปมันเห็นชัดมากไร้การเซ็นเซอร์ใดๆ นิยายไรท์จะโดนแบนปะเนี่ย?!!!! ><;;;
    #24
    0